[นิยายแปล]เกิดใหม่เป็นนางร้ายในโอโตเมะเกมกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ติดตามและเหล่าหนุ่มสุดยันเดเระ!!!

ตอนที่ 13 : Ch 12 | ผู้ติดตามของฉันกับนางเอกผู้แปลกประหลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 455
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    16 ธ.ค. 63

 Chapters 12 | ผู้ติดตามของฉันกับนางเอกผู้แปลกประหลาด

 

“ท่านเซชิลมีพาร์ทเนอร์รึยังคะ?”

“.....ยังค่ะ”

 

ฉันมองขึ้นไปก็พบกับดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา กำลังจ้องมองมาที่ฉันด้วยใบหน้าที่น่ารัก.....ใบหน้าของไลลา มอร์ตังยังไงล่ะ

 

“ดูแล้วเลดี้คงรู้อยู่แล้วว่าข้าคือใครนะคะ”

“เลดี้งดงามมากเลยค่ะ ซาร่าเคยเล่าเรื่องของเลดี้กับฉันสองสามครั้งก่อนหน้านี้.....อันที่จริงข้าอยากลองพูดคุยกับเลดี้มานานแล้วล่ะค่ะ”

 

ฉันมั่นใจว่าซาร่าทำตามแผนที่เธอวางไว้และพยายามทำให้ไลลาสนใจฉัน

 

“นี่อาจจะไม่สุภาพไปเสียหน่อย แต่ซาร่าได้เจอกับพาร์ทเนอร์ใหม่แล้วและฉันก็ไม่มีเพื่อนคนอื่นเลย..... ถ้าเป็นไปได้อยากจะขอให้เลดี้ช่วยเป็นพาร์ทเนอร์ของข้าได้ไหมคะ? เลดี้คงรังเกียจสินะคะ.....?”

 

‘พาร์ทเนอร์’ ที่ไลลาพูดถึงมีไว้เพื่อการสอบทักษะภาคปฏิบัติที่กำลังจะมาถึงในเดือนหน้า

จนถึงตอนนี้อาจารย์สองเวทมนตร์ของเราไม่เคร่งอะไรมาก ทำให้เราสามารถเล่นไปเรื่อยๆ และคุ้นเคยกับเวทมนตร์ของตัวเอง น่าเสียดายที่ฉันอยู่ในระดับที่ต้องดิ้นรน และตอนนี้เราก็อยู่ปีสองกันแล้ว (เทียบกับไทยก็ประมาณม.5) ไม่มีเวลามาเล่นสนุกอีกต่อไป ในเดือนหน้าเราสองคนต้องเข้าร่วมการสอบในพื้นที่กว้าง เพื่อแสดงทักษะเวทมนตร์ทุกอย่างที่เราได้ฝึกมาจนถึงตอนนี้

ในการประเมินทักษะของเรานั้น แต่ละคู่จะต้องแสดงพลังเวทย์ต่อหน้าคณะครู เช่น เมื่อปีที่แล้ว รุ่นพี่เกรย์และเพื่อนร่วมชั้นเรียนของเขาได้แสดงเวทมนตร์เสกดอกไม้แสนสวย รุ่นพี่เกรย์ทำหน้าที่ใช้เวทมนตร์แห่งสายลมพัดดอกไม่ให้หมุนไปรอบๆ เป็นลวดลายบนอากาศ ในขณะที่พาร์ทเนอร์ของเขาอยู่ท่ามกลางพวกมัน พาร์ทเนอร์ของเขาทำหน้าที่ให้เมล็ดดอกไม้นั้นเติบโต อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อมันบานเขาก็ร่ายเวทย์เดิมซ้ำๆ เพื่อเพิ่มจำนวนดอกและปล่อยให้กลีบดอกไม้โปรดปรานในสายลม ซึ่งมันจะเปลี่ยนสีทุกๆ สามวินาที เป็นการสร้างกลีบดอกไม้หลากสีที่นาอัศจรรย์อย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าพวกเขาได้รับคะแนนดี ไม่เพียงแต่จะมีความคิดสร้างสรรค์ไม่เหมือนใคร แต่ยังรวมถึงการร่ายเวทย์ระดับล่างมากมายในคราวเดียว

เนื่องจากการสอบประเมินทักษะนี้สามารถให้นักเรียนทุกคนเข้าชมได้ ฉันเลยได้เห็นการแสดงเหล่านั้นด้วย มันรู้สึกเหมือนได้ออกมาจากเทพนิยายและฉันก็ยืนยันว่ามันสมควรได้รับคำชมมากมาย

การสอบนะไม่ได้เป็นเพียงกระประเมินทักษะของเราเท่านั้น แต่มันยังเป็นเครื่องมือในการจัดระดับนักเรียนออกเป็นกลุ่มต่างๆ หลังจากที่แต่ละคู่ทำการแสดงเสร็จพวกเขาจะจัดอยู่ในระดับ A ถึง D ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะทำมันออกมาได้ดีมากแค่ไหน และไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารุ่นพี่ถูกจัดไว้ในระดับ A แน่นอน ในแต่ละชั้นปีจะมีหลักสูตรที่แตกต่างกันเล็กน้อย ดังนั้นสำหรับนักเรียนที่อยู่ในระดับ A ได้ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปคลุกคลีอยู่กับเวทย์ระดับต่ำในแต่ละวันอีกต่อไป แต่ตอนนี้คาดว่าน่าจะได้เรียนเวทมนตร์ใหม่ๆ และยากขึ้น

และพาร์ทเนอร์นั้นจะได้คะแนนเท่ากันแล้วต้องมาอยู่ในห้องเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมฉันถึงไม่อยากเป็นพาร์ทเนอร์กับไลลา

เหมือนว่าซาร่าน่ะจะคาดการณ์ไว้แล้วและหาหนทางเพื่อหลีกเลี่ยงชะตากรรมอันโหดร้ายนั่นไปแล้ว

 

“ข้าได้ยินเกี่ยวกับเลดี้จากซาร่าแล้ว ขอโทษด้วยนะคะ แต่เวทมนตร์ไม่ใช่สิ่งที่ฉันถนัด เลยวางแผนว่าจะไม่สอบครั้งนี้.....”

 

อันที่จริงสถาบันไม่อนุญาตให้นักเรียนไม่เข้าร่วมการสอบ ดังนั้นการที่ฉันบอกว่าไม่ได้วางแผนที่จะทำ ฉันหมายถึงฉันวางแผนที่จะโดดวันนั้น หากคุณโดดการสอบล่ะก็จะถูกจัดให้อยู่ห้อง D อัตโนมัติเลยล่ะ

ถ้าเรากำลังพูดถึงระดับความสามารถที่แท้จริงของฉันตามแอชลีย์ หรือ รุ่นพี่ ฉันก็น่าจะได้อยู่ห้อง A หรือห้อง B แย่ที่สุดคือฉันก็อยากสอบประเมินทักษะของฉัน.....แต่ก็ไม่อยากเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง การทำให้ตัวเองมีชีวิตรอดมากที่สุดตลอดปีการศึกษายังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับฉันเสมอ

ด้วยเหตุนี้ฉันถึงพยายามให้ดีที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ ไลลา มอร์ตัน..... แล้วการที่ไลลามาหาฉันที่นั่งคนเดียวแบบนี้มันเกินความคาดหมายของฉันมาก!

ที่มันเกิดแบบนี้ก็: แอชลีย์กับฉันมาที่โรงอาหารเพื่อทานอาหารกลางวัน เรานั่งลงที่โต๊ะหนึ่งและแอชลีย์ก็ออกไปสั่งอาหารของเราตามปกติ ฉันไม่เห็นไลลาเลยจนถึงตอนนี้ ช่วงเวลาที่แอชลีย์ปล่อยฉันไว้ตามลำพัง พอผ่านไป 10 นาที ไลลาก็ปรากฏตัวออกมา! เธอมาจากไหนกันเนี่ย!? หรือเธอคงรอตอนที่แอชลียืจะทิ้งฉันไว้คนเดียวถึงปรากฏตัว??

 

ฉันเหลือบไปมองหาซาร่าเผื่อเธอจะช่วยฉันได้ แต่ฉันก็ไม่เห็นเธอเลย อึก ความประทับใจของฉันกับผู้หญิงคนนั้นลดลงเรื่อยๆ ตั้งแต่นั้น เธอกลายเป็นคนที่แย่ที่สุด! แน่นอนความน่ารักสำหรับฉันคือความยุติธรรม..... แต่ความน่ารักของเธอไม่ใช่ไทป์ของฉันแน่นอน ทุกครั้งที่เธอเห็นฉันแค่เพียงแวบเดียว เธอก็จะผลักไสไลลาหาฉัน ส่วนตัวเองก็หนีหายไปอีกทาง ปกติแล้วฉันแค่แสร้งทำเป็นไม่เห็นและหนีไป แต่.....

คราวนี้โชคไม่ดีสักเท่าไหร่ ฉันไม่เห็นไลลาจนกระทั่งเอปรากฏตัวขึ้น และคราวนี้รุ่นพี่เกรย์ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ ที่จะดูแลเธอแทนฉัน

 

“จะเพิกเฉยต่อการเรียนแบบนั้นไม่ได้นะครับคุณหนู” เสียงของแอชลีย์ดังมาจากทางด้านหลังเหมือนไม่พอใจ เขาวางถาดอาหารของเราลงบนโต๊ะก่อนที่จะจักเก้าอี้ให้ไลลานั่งฝั่งตรงข้ามฉันอย่างสุภาพบุรุษ

เขายืนอยู่หลังฉันนานแค่ไหนกันถึงได้ยินแบบนั้น!

แต่เดี๋ยวนะ ที่สำคัญกว่านั้นมันจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมที่สองคนนี้จะอยู่ด้วยกันแบบนี้น่ะ?? ถึงไลลาจะไม่ใช่ไทป์ที่เขาชอบ แต่การที่ได้เห็นสาวน้อยน่ารักใกล้ๆ ขนากนี้ก็สามารถทำให้หัวใจของทุกคนหวั่นไหวได้นะ

 

“ไม่นะแอชลีย์! อย่านะ! ข้ารู้ ข้าเคยบอกเจ้าไปแล้วว่าความรักน่ะเอาชนะทุกสิ่งได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเจ้าเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งโดยไม่สนใจแบบนั้นได้นะ!”

“คุณหนูครับ ข้ายอมรับนะครับว่าท่านน่ะชอบพูดนอนประเด็นบ่อยๆ และบางครั้งมันก็ยากเกินกว่าจะเข้าใจ แต่ครั้งนี้อย่างน้อยข้าก็เข้าใจสิ่งหนึ่งได้และในจุดนั้นข้ารับรองได้ว่าท่านคิดผิดครับ ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ท่านน่ะวางแผนที่จะทำแบบนั้น คุณหนูครับ ข้าจะไม่ยอมให้ท่านโดดการสอบหรอกครับ”

 

ฉันยืนขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของแอชลีย์ที่อยู่ทางด้านหลัง หลังจากที่เขาพาไลลาไปนั่งที่เก้าอี้แล้วเขาก็นั่งลงปล่อยให้มีเพียงแค่ฉันคนเดียวที่ยืนอยู่ ดังนั้นฉันจึงรีบนั่งที่ของตัวเอง ฉันไม่อยากนั่งข้างๆ ไลลา เลยนั่งฝั่งตรงข้ามเธอ

ในขณะที่ฉันรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งกบหน้าตาที่น่ารักอันแสนเพอร์เฟคของเธอที่กุมความเป็นตายของฉันอยู่ในกำมือ แต่ความน่ารักของเธอมันชดเชยความไม่สบายใจของฉันได้เลยสักนิด ยามฉันอยู่ใกล้เธอ

 

“แม้แต่ผู้ติดตามของเลดี้ก็บอกว่าเลดี้.....ท่านเซชิลพูดอะไรกันคะ? เลดี้ไม่ใช่พารืทเนอร์ของฉันเหรอ?”

 

“.....?” รู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นผู้ติดตามของฉัน?

 

จากการที่เขาเรียกฉันว่า ‘คุณหนู’ กับท่าทีที่เขาปฏิบัติต่อฉัน สงสัยจริงๆ ว่าต้องมีหลายคนที่คิดว่าเขาเป็นผู้ติดตามของฉัน และพิธีปฐมนิเทศพึ่งผ่านมาแค่สองวัน! เป็นไปไม่ได้ที่นักเรียนที่ไม่ได้อยู่ชั้นเดียวกับแอชลีย์จะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเขา ถึงฉันมั่นใจว่าแค่สองวันเหล่านักเรียนหญิงทุกคนในชั้นเดียวกับเขาจะให้ความสนใจเพราะว่าเขาหน้าตาดีมากยังไงล่ะ

 

“เพราะว่าข้าน่ะเฝ้ามองเลดี้มาตลอดยังไงล่ะคะ ข้ารู้สถานที่ที่เลดี้ชอบไปด้วย” ไลลากล่าวด้วยรอยยิ้มพลางหัวเราะคิกคัก ใบหน้าของเธอนั้นฉายความน่ารักแต่การกระทำและคำพูดของเธอนั้นทำให้ฉันเสียวสันหลังวาบ

 

มีบางอย่าง.....แปลก......กับสายตาที่เธอใช้มองฉัน

 

“ช่างน่าเสียดายนะครับ รุ่นพี่มอร์ตัน คุณหนูมีคนอื่นที่จะเป็นพาร์ทเนอร์แล้วล่ะครับ”

 

แอชลียืก็รู้เรื่องไลลาด้วยเหรอ?? ได้ยังไง? หลังจากที่ได้ยินเขาพูดกับเธอ ฉันก็เหลือบไปทางเขาอย่างสงสัย และเขาก็เอ่ยต่อว่า “ข้าอยากรู้เกี่ยวกับข่าวลือของท่านกับเลดี้ครับ คุณหนู”

 

“ต้องให้ข้าปฏิเสธอีกกี่ครั้งกันเจ้าถึงจะเชื่อใจข้า??”

“ถ้ามันปลอบใจท่านได้หลังจากได้ถามรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ครับ ผมคิดได้ว่าข่าวลือนั่นไม่เป็นความจริง.....”

 

แอชลียืมองไปยังไลลาเพียงชั่วครู่เท่านั้น

 

ฉันที่เห็นแบบนั้นเลยแอบกระซิบที่ข้างหูของเขาว่า “หลังจากที่สอบสวนเสร็จ เจ้าก็จะตกหลุมรักเธอใช่ไหม?”

 

“.....”

“นี่! เจ้ากำลังเหยียบเท้าข้านะ!”

 

รอยยิ้มของไลลากลายเป็นรอยยิ้มกว้าง และแทนที่จะหัวเราะคิกคักแบบน่ารัก ในตอนนี้เธอกลับขำพรืดทันที

 

“ข้าไม่ได้ตั้งใจที่หยาบคายนะคะเลดี้เซชิล แต่ถ้าจำไม่ผิดเลดี้ไม่มีเพื่อนมากนัก.....”

“เลดี้รู้เรื่องนี้ได้ยังไงกันคะ?”

“อย่างที่ข้าได้พูดไป ข้าเฝ้ามองเลดี้เสมอ”

 

คราวนี้ฉันเสียวสันหลังจากคำพูดของเธอ มันรุนแรงจนฉันสั่นเล็กน้อย

 

“ดังนั้นข้าเดาว่า ข้าควรจะเป็นคู่หูของเลดี้ในขณะที่เลดี้ไม่มีคนอื่---”

“โอ้! เจ้ามาพอดีเลยออสเวล”

 

จังหวะเหมาะเจาะที่เขาบังเอิญเดินผ่านโต๊ะของเราเหมือนกับที่ไลลากำลังยัดเยียดคำเชิญมาให้ฉันอฉันเลยจับมือเขาไว้โดยไม่คิดและดึงเขาเข้ามาหยุดอยู่ข้างๆ ฉัน เพื่อนของเขา เพื่อนร่วมห้องคนใหม่ของเรา (เราเรียนห้องเดียวกัน) ที่กำลังหาโต๊ะ พวกเขามาหยุดอยู่ข้างออสเวลแบบงงๆ ว่าคืออะไร เกิดอะไรขึ้น

 

ออสเวลก็ดูตกใจมากเหมือนกันเขามองลงมาทางฉัน แต่ด้วยรอยยิ้มที่ไร้ความกังวลแบบปกติของเขาก็แผ่กระจายทั่วใบหน้า เขาวางถาดอาหารของเขาลงบนโต๊ะและนั่งลงข้างๆ ฉัน เพื่อนของเขาดูสับสนแต่ก็ไหลไปตามน้ำ

 

“ว้าว ประหลาดใจจริงๆ! ที่เจ้าทักข้าก่อน”

“เจ้ามีพาร์ทเนอร์สำหรับทดสบทักษะภาคปฏิบัติหรือยัง?”

 

ใบหน้าของออสเวลแข็งทื่อเล็กน้อยด้วยความสงสัย

 

“ฟังดูแปลกๆ กับคำเชิญนะ เลดี้ออลดินตัน”

“อืม นั้นเป็นความตั้งใจของข้าน่ะ”

“อันที่จริง ข้าก็ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกพาร์ทเนอร์นะ ข้าเองก็รู้สึกกังวลกับมันมาก ฉันกังวลเรื่องนั้นมากตอนเจ้าจับมือข้า เหมือนต้องการเวลา”

 

เยี่ยม! ฉันหลีกเลี่ยงการเป็นพาร์เนอร์ของไลลาได้สำเร็จ! ฉันหันไปมองทางแอชลีย์และเห็นว่าเขาเขามองฉันกับออสเวลด้วยสายตาที่รุนแรงยิ่งกว่าไลลาที่ถูกปฏิเสธ มีอะไรที่ทำให้แอชลีย์หนักใจหรือเปล่านะ?

 

“นี่ เจ้าไม่ได้พูดว่าจะมาเป็นพาร์เนอร์ของข้าหรอกเหรอ.....?” เพื่อนของออสเวลกระซิบข้างหูของเขาอย่างตาลีตาเหลือห ความประหลาดใจของเขาถูกกองไว้ตรงนั้น เพียงแค่นั้นมันดังพอที่ฉันจะได้ยินมันด้วย

 

ออสเวลคงรู้ว่าฉันรู้สึกหนักใจเลยตัดสินใจตอบรับคำชวนของฉันทุ้งๆ ที่ที่พาร์เนอร์อยู่แล้ว เขารู้ว่าข่างลือของฉันกับไลลาเป็นเรื่องเท็จ ถึงจะไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด แต่อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าฉันกับไลลาทำงานด้วยกันน้อยกว่าที่ต้องการในส่วนของฉัน

 

“นี่เจ้า ไลลา มอร์ตัน ปีที่แล้วเนี่ยเราทั้งคู่คู่ในคณะกรรมการนักเรียน ถูกไหม? จำข้าได้หรือเปล่า?”

 

ไลลาที่โดนกล่าวถึงอย่างกะทันหันก็แข้งทื่อ พลางพยักหน้าอย่างหงึกๆ

 

“เพื่อนของข้าก็รู้สึกเศร้าที่ยังไม่มีพาร์เนอร์ ทำไมเจ้าไม่มาเป็นพาร์ทเนอร์ของเขาล่ะ?” เขาแนะนำพลางชี้นิ้วไปทางเพื่อนที่กระซิบข้างหูเขาก่อนหน้านี้ ออสเวลบังคับให้พวกเขาเป็นพาร์ทเนอร์ซะกันแล้ว ออลเวลหันไปหาเพื่อนของเขาและยิ้มกว้าง พร้อมกับเอ่ยว่า “เจ้าโชคดีไหม? ได้เป็นพาร์ทเนอร์กับสาวน้อยคนนี้” จากนั้นก็หันไปทางไลลาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงว่า “ข้าเคยได้ยินเรื่องดีๆ เกี่ยวกับเจ้ามาก่อน เจ้าเป็นคนดีอย่างที่ใครๆ เขาพูดกัน เจ้าคงไม่ปฏิเสธนะ?” ไลลาที่ได้ยินแบบนั้นก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับ

 

ออสเวลมักจะมีคำพูดที่ทำให้คนอื่นปฏิเสธไม่ได้เสมอ

 

“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นอันตกลงนะ เรามากระชับความสัมพันธ์กันดีกว่า พวกเจ้าสองคนก็ออกไปทำความรู้จักกันเถอะ”

 

ว้าว เขาไล่ไลลาออกไปเสียด้วย เขาคือฮีโร่ของฉันจริงๆ! เขาทำได้ดีมากจนฉันรู้สึกผิดที่เมินเขามาจนถึงตอนนี้.....แต่ในขณะเดียวกัน.....เขาก็ยังคงเป็นผู้ชายที่ขี้เล่นและเจ้าชู้เกินเหตุเหมือนกับที่ฉันเจอเมื่อปีที่แล้วอยู่ดี การช่วยเหลือเพียงครั้งเดียวไม่สามารถเปลี่ยนความประทับใจแรกเริ่มของฉันง่ายๆ หรอกนะ

 

“ผู้ชายคนนี้เป็นผู้ติดตามของเจ้ารึเปล่าเซชิล?”

“อย่าชี้นิ้วไปที่แอชลีย์แบบนั้นนะ”

“ชื่อนั่น.....งั้นข้าก็เดาถูก เขาคือผู้ติดตามที่เธอมักจะพูดอวดอยู่เสมอ”

“เมื่อเห็นออสเวลดังนั้น แอชลีย์ก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง”

“เจ้าไม่ได้บอกข้าตลอดเวลาเหรอว่าไม่อยากเข้าใกล้ ‘อิเคเม็น’ ? แล้วผู้ชายคนนี้ล่ะ?”

“แอชลีย์น่ะแตกต่าง”

 

เมื่อได้ยินดังนั้นออสเวลที่กำลังตักอาหารเข้าปากก็หยุดซ้อมไว้ตรงปากของเขา และหัวเราะออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยหยันบนใบหน้าของเขา

 

“ข้าจะบอกให้เจ้ารู้ไว้นะว่าแอชลีของข้าน่ะ เป็นผู้ชายที่สุภาพบุรุษที่สุดในโลก”

“ท่านเรียกใครว่า ‘ของท่าน’ กันครับ?”

“นี่! เจ้าเหยียบเท้าข้าอีกแล้วนะ!”

“ท่านเนี่ยค่อนข้างไม่ระวังตัวเลยนะครับ คุณหนู”

“อะไรกัน? ทำไมพูดแบบนั้นล่ะ!?”

 

แอชลีย์หายใจพรืดและยิ้มเยาะ ก่อนที่จะหน้ามุ่ยด้วยความไม่พอใจ เขาใช้นิ้วจิ้มที่หน้าผากของฉันแรงๆ ก่อนที่จะกล่าวหาฉันว่า “ตราบใดที่พวกเขาเป็นผู้ชาย ท่านก็แค่กระดิกหางใสใครก็ได้เหรอครับ หืม?”

 

“ข้าไม่ได้ทำแบบนั้นนะ!”

 

ออสเวลที่เฝ้ามองพวกเราเงียบๆ เขาไม่ช่วยฉันแต่กลับระเบิดหัวเราะออกมา

 

“มีใครบางคน อิจฉาเสียแล้ว”

 

คิ้วของแอชลีย์ก็ขมวดมากขึ้นเมื่อเขาได้ยินแบบนั้น

 

“เนื่องจากเจ้าค่อนข้างสนใจคุณหนู เจ้าคงจะดีใจมากเมื่อเธอขอให้คุณเป็นพาร์ทเนอร์นะครับ รุ่นพี่อาร์คไรท์”

“เจ้ารู้จักข้าด้วย?”

 

“ในฐานะผู้ติดตามของเธอ แน่นอนว่าข้าจะจดบันทึกทุกคนที่คุณหนูพูดคุยด้วย”

 

แอชลีย์ตอบกลับไปอย่างเย็นชา แต่ก็ยังคงเหยียบเท้าของฉันไว้

 

“ข้าก็รู้จักเจ้า แอชลีย์ คาร์ไลล์ เซชิลพูดถึงเจ้าตลอดเวลา......เกี่ยวกับเธอรักเจ้าเหมือนน้องชาย”

“.....”

“โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย! เจ็บนะแอชลีย์”

 

ตอนนี้เขาไม่ได้แค่เหยียบเท้าฉัน แต่เขากดส้นเท้าเข้าไปด้วยอีกต่างหาก

 

“เจ้าพยายามจะยั่วโมโหข้าเหรอครับ?”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีสิ”

 

มันเป็นเรื่องที่ดีนะที่จะเปิดอกและแสดงความภาคภูมิใจของลูกผู้ชายต่อหน้าผู้ชายด้วยกันเองน่ะ แต่อย่างน้อยก็ช่วยหยุดเอามันมาลงที่เท้าของฉันก่อนจะได้ไหม?

 

“ไปกันเถอะครับ คุณหนู”

“แต่ข้ายังทานอาหารไม่.....แอชลีย์?”

 

แอชลีย์ดึงฉันขึ้นและลากฉันออกจากโรงอาหารด้วยท่าทางที่เย็นชาและน่ากลัว ในขณะที่เขาเดินไปทามโถงทางเดินพร้อมกับลากฉันไปด้วย อารมณ์ขุ่นมัวที่แสดงออกทางสีหน้าของเขามันรุนแรงพอที่จะทำให้นักเรียนคนอื่นๆ ทั้งหมดรีบหลีกทางให้เหลือทางเดินที่กว้างๆ

 

“เรากำลังไปที่ไหนกัน? แอชลีย์?”

“.....”

“เจ้าแค่เดินออกมาแบบไม่มีจุดหมายปลายทางเหรอ?”

 

เมื่อเราเดินมาถึงทางตันจู่ๆ แอชลีก็หยุดพร้อมกับหันมาทางฉัน และเอามือเท้ากำแพงดัง ตุบ!

 

“ข้าจะไปในที่ที่สมควรอยู่ และตอนนี้ข้าไม่สบอารมณ์เลยครับ”

 

อื่อหือ.....คาเบะด้ง [1] นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันโดนแบบนี้ ฉันเดาว่าเพราะเป็นแอชลีย์ฉันถึงไม่ถือสา บอกตามตรงว่าถ้าเป็นคนอื่นล่ะก็.....ฉันจะไม่ลังเลเลยที่จะให้พวกเขาลิ้มรสฝ่าเท้าและกังวลผลที่ตามมาทีหลัง

 

“ข้าไม่ใช่น้องชายของท่านนะครับคุณหนู เราไม่ได้เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด และข้าไม่เคยคิดว่าท่านเป็นเหมือนพี่สาว”

“ข้าไม่ได้คาดหวังว่าเจ้าจะรู้สึกแบบนั้นอยู่แล้ว ข้าไม่เคยบอกว่าข้าคิดกับเจ้าเป็นเหมือนน้องชาย แต่เจ้าเป็นคนที่มีค่าสำหรับข้า เหมือนกับครอบครัวของข้า.....”

“ข้าบอกแล้วไงครับว่า ข่าไม่ชอบแบบนั้น”

 

.........หูของฉัน?

ขะ...ขะ...เขา จะ......?

 

“อะ...อืม.....อะ.....อะ.....แอชลีย์.....!?”

 

ไม่เจ็บ.....แต่รู้สึกเหมือน....เขากัด.....? เหมือนว่าเขาจะใช้ฟังขบที่ใบหูของฉันเบาๆ ..... นะ.....นะ.....นี่มันไม่ดีต่อหัวใจเลยจริงๆ .....

 

“แอชลีย์! ถึงจะไม่มีใครผ่านมาแถวนี้ก็เถอะ แต่เรายังอยู่ในโรงเรียน.....”

“เรื่องทั้งหมดที่จะพูดมีแค่นี้สินะครับ?”

 

ไม่ แน่นอนว่าไม่ ถ้าไม่คำนึงเกี่ยวกับความเป็นจริงที่ว่าเรายังอยู่ในโรงเรียน เราใกล้กันเกินไป นี่น่ะเป็นการล้ำเส้นความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับผู้ติดตามแน่ๆ แล้วนี่เขาจะมองว่าฉันเป็นคนยังไง?? ผู้เป็นนายที่ต้องการเรื่องแบบนี้.....การปฏิบัติ....จากผู้ติดตามของตัวเองอย่างงั้นเหรอ??

 

“อ๊ะ...อืมมมม....นะ...แบบนี้มันไม่ดีนะ! นั่นคือสิ่งที่ข้าอยากจะพูด!”

“แบบนี้?”

“เอ่อแบบนี้น่ะ...แตะเนื้อต้องตัว...กับคนที่เจ้าไม่ได้รัก...”

“ตราบใดที่ท่านชอบมัน ก็ไม่เป็นอะไรนี่ครับ?”

 

อย่าพูดทั้งๆ ที่ปากของนายยังงับกับใบหูของฉันอยู่สิยะ! ฉันรู้สึกถึงลมหายใจที่เป่ารดหูของนายนะ!

“ถ้ารักก็ไม่มีปัญหาสินะครับ?”

 

................................

...............................??

 

“แอชลีย์? เมื่อกี้เจ้าทำอะไรกับข้าน่ะ?”

“ท่านไม่รู้เหรอครับ? ท่านจะไม่รู้ได้ยังไงว่านั่นคือจูบ? ข้าจะทำอีกครั้งเพื่อให้ท่านเห็นดีไหมครับ?”

 

ใช่แล้ว เมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมาริมฝีปากของแอชลีย์ได้ประกบกับริมฝีปากของฉัน

 

“เอ่อ.....ข้ารู้ว่า......จูบคืออะไร......เพราะงั้นไม่จำเป็นต้อง.....”

 

“ข้ารู้ครับ” เขาเอ่ยพร้อมพยักหน้า ในตอนนั้นฉันจับแขนของเขาและลอดออกไปอย่างระมัดระวัง หลังจากที่ขยับตัวหลุดออกจากกำแพง ฉันก็เคลื่อนกายไปข้างหน้าเตรียมพร้อมที่จะหนี นี่ไม่ดีเลย นี่มันแย่จริงๆ ฉันลืมไปเสียสนิทเลยว่าตัวเองกำลังอยู่ในโลกของเกมที่เต็มไปด้วยหนุ่มยันเดเระ.....ฉันบอดได้เลยว่าสถานการณ์แบบนี้ไม่ดีเพื่อแค่มันเป็นสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์เท่านั้นเอง

 

ตอนนี้แอชลีย์จ้องมองมาที่ฉันอย่างไม่วางตา เหมือนกับที่ไลลามองฉันที่โรงอาหาร

 

“คาบบ่าย....ใกล้จะเริ่มแล้ว.....ข้าต้องไปแล้วล่ะ!”

“ท่านเซชิลครับ”

 

แอชลีย์ที่ฉันรู้จักไม่ใช่คนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่ยั่วยวนหรือมีรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์แบบนั้นนะ ด้วยใบหน้าแบบนั้นของเขามันดูน่ากลัวนิดหน่อย

 

“หน้าของท่านแดงนะครับ”

“.....นั่นเสียงระฆังนี่! ต้องไปแล้ว!”

 

----------------------------------------------

 

ผู้แปล : มาแล้วทุกโค้นนนนนนน!!! ^0^ //วิ่งเข้าฉากด้วยความดี๊ด๊า

แกร๊! เขาจูบกันแล้ว! ฟังไม่ผิดหรอเขาจูบกัน!!! //กัดผ้าเช็ดหน้า

เราไม่ได้อิจฉันเลยจริ๊ง!!! รักแรง หึงแรงจริงๆพ่อหนุ่มคนนี้

และต้องแสดงความดิดดีด้วยนะเซชิลที่เธอไม่ต้องโดนไลลา

ลวนลามและเสียจูบแรกไปหุๆๆ ฉันรู้ว่าพวกเธอค้างแต่มันตัดจบแบบนี้

ตอนหน้าจะเป็นยังไงก็รอติดตามนะทุกโค้นนน บัย~

16/12/20

 

---------------------------------------------

 

[1] คาเบะด้ง (Kabe-Don 壁ドン) เป็นศัพท์สแลงในภาษาญี่ปุ่น โดยที่มานั้นมาจากคำว่า คาเบะ 壁 (kabe) ที่แปลว่ากำแพง รวมกับ ด้ง ドン (don) ที่ไม่ได้มีความหมายชัดเจน แต่หมายถึงเสียเวลาเอามือกระแทกกับกำแพง ดังนั้นหากว่ากันตามจริงแล้ว คาเบะด้งนั้นมีความหมายก็แค่การกระแทกกำแพงให้มีเสียงเท่านั้น ดังนั้นดั้งเดิมแล้วจึงมักจะใช้กับการใช้มือหรือเท้าทุบกำแพง แหล่งข้อมูล https://anitime.asia/scoop/kabedon/

 

แอชลีย์คงจะประมาณภาพข้างล่าง(มั้ง?)


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

82 ความคิดเห็น

  1. #80 แมวของฮันนี่ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2563 / 06:02
    อม กี้ดดดดๆๆๆๆๆ
    #80
    0
  2. #79 knunkim (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 12:52
    หึงโหดค่ะคุณขาาา... ว่าแต่ภาพประกอบข้างล่าง เรื่องนี้สนุกมากๆเลยค่ะ เสียดายที่เค้าไม่ทำเมะต่อ
    #79
    0
  3. #69 Namelady (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2563 / 18:16
    555ใจเย็นหน่อยพ่อหนุ่ม//รอค่ะ
    #69
    0