[นิยายแปล]เกิดใหม่เป็นนางร้ายในโอโตเมะเกมกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ติดตามและเหล่าหนุ่มสุดยันเดเระ!!!

ตอนที่ 12 : Ch 11 | ผู้ติดตามของฉันกับการเข้าโรงเรียนและเจอกับรุ่นพี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 435
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    22 พ.ย. 63

Chapters 11 | ผู้ติดตามของฉันกับการเข้าโรงเรียนและเจอกับรุ่นพี่

 

แอชลีย์และฉันไม่ได้เปลี่ยนชุดของเราจนมาถึงโรงเรียน พวกเราแยกไปที่ห้องพักของตัวเองเพื่อเปลี่ยนชุดจากนั้นก็ถึงพิธีปฐมนิเทศ ณ จุกนั้นนักเรียนทุกคนต้องไปที่โถงพิธีเพื่อเข้ารวมการประชุม ดังนั้นฉันเลยยังไม่ได้เห็นแอชลีย์ในชุดนักเรียน แม้ว่าฉันจะขอให้เขาใส่ให้ดูตอนกลับบ้านไม่รู้ตั้งกี่ครั้งก็ตาม เขาก็ปฏิเสธฉันเสมอ ‘อย่ายื่นจมูกสิครับ’ เขาด่าฉัน แต่ตอนนี้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด!

จากที่นั่งของฉันในห้องโถงฉันมองเห็นรุ่นพี่เกรย์ แรนดอร์ฟพูดอยู่บนเวที เนื่องจากเขาไดรับการแต่งตั้งเป็นประธานนักเรียน ก่อนที่จะพักเขาเลยใช้โอกาสนี้ในการประกาศตำแหน่งของเขาต่อนักเรียนทุกคนระหว่างการประชุม เหมือนว่าเขาจะได้รับการฝากฝังอย่างมากสำหรับตำแหน่งนี้

ทันที่ที่ประตูเปิดเป็นสัญญาณให้เด็กใหม่เข้ามา นักเรียนใหม่จะสวมชุดที่กำหนดไว้สำหรับปีแรก โดยเด็กผู้หญิงจะสชุดกระโปรงยาวถึงเข่าสีขาว และเด็กผู้ชายชุดเหมือนกับชุดทักซิโด้สีขาว

จากนักเรียนใหม่ที่มีจำนวนมาก ในสายตาของฉันก็เพ่งไปที่แอชลีย์ เมื่อเขาหันมาเห็นฉันฉันก็โบกมือทักทายไปให้ แทนที่จะโบกมือทักทายกลับมาเขากลับหันสายตาหนีไปจากฉันอย่างรวดเร็ว ฉันล่ะสงสัยว่าทำไม มันไม่ใช่เรื่องที่เห็นชัดจดหน้าอายเสียหน่อย.....

เยี่ยม อย่างน้อยฉันก็เห็นเขาในชุดนักเรียนแล้ว ถึงจะเป็นครั้งแรกที่เห็นเขาในชุดนั้นก็เถอะแต่มันก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่ต้องทำตัวให้ชินกับรูปลักษณ์ใหม่ของเขา ฉันยืนยันเลยว่ามันเหมาะกับเขาสุดๆ ฉันคิดว่านั่นคือพรแห่งความหล่อเหลา : ทุกอย่างมันดูดีสำหรับนาย!

อันที่จริง แทนที่จะมัวแต่สนใจแอชลีย์ฉันควรมองหาน้องชายของรุ่นพี่เกรย์.... แต่พอได้ยินว่าพวกเขาไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน หน้าตาพวกเขาคงจะไม่เหมือนกัน ฉันเลยรู้สึกว่าเป็นไปได้ยากที่จะบอกลักษณะของเขาแบบแน่ชัด ตั้งแต่ที่รุ่นพี่บอกว่าเขาหน้าตาดี ฉันก็พยายามไล่สายตามองผ่านผู้คนโดยมีเกณฑ์อยู่ในใจ แต่ก็จบลงด้วยสิ่งที่โดดเด่นที่สุดนั่นก็คือ แอชลีย์ นั่นเอง และในที่สุดพิธีปฐมนิเทศก็จบลง

หลังจากที่พิธีปฐมนิเทศจบลงเราก็ว่างตลอดทั้งวัน จะไม่มีการเรียนจนกว่าจะถึงวันพรุ่งนี้ และหลังจากที่นั่งรถม้ายาวนาน วันนี้ฉันเลยรู้สึกเหนื่อยสุดๆ แต่ก็ไม่คิดกลับไปหอพักของฉันหรอก แต่ฉันกำลังมองไปยังกลุ่มเด็กนักเรียนเพื่อหาผมสีบลอนด์ที่คุ้นเคย..... อาห้ะ! เจอแล้ว!

 

“แอชลีย์!”

 

“ท่านเซชิล..... ต้องให้ข้าบอกกี่ครั้งกันครับว่าอย่าวิ่งในห้องโถง?” แอชลีย์ดุพอเห็นฉันวิ่งไปหาเขา หลังจากที่เขาพูดเสร็จเขาก็เหลือบไปยังเสื้อผ้าของเขาและเริ่มเขินอายเล็กน้อย เขาหลุบสายตาลงที่พื้นและไม่ยอมสบตาฉัน

 

“.....ข้าไม่เหมาะกับชุดพวกนี้เลยครับ มันไม่เหมาะกับข้า”

 

เขาแค่ยังไม่ชินเพราะมีหลายๆ ครั้งที่เขาเรียกร้องจะใส่ชุดสูทพ่อบ้าน.... แต่ช่างน่าอายที่ฉันต้องบอกว่าเขาดูดีมาก!

 

“จริงเหรอ? ข้าว่าเจ้าดูดีมากๆ เลยนะ ถึงเจ้าจะอารมณ์ร้ายตลอดเวลา แทนที่จะเป็นสีขาว สีดำดูเหมาะกับเจ้ามากกว่านะ”

“ข้าควรรู้สึกดีใช่ไหมครับ?”

“ล้อเล่นน่า! สีขาวยังดูเหมาะกับเจ้านะ เจ้าบดบังรัศมีคนอื่นๆ ในห้องประชุม”

 

ป๊อก แอชลีย์เขกหัวของฉัน ใบหน้าของเขาไม่แสดงอารมณ์ออกมาแม้ว่าจะเขินอยู่อย่างนั้น แต่คราวนี้ฉันสังเกตเห็นว่าใบหน้าของเขาขึ้นสีเล็กน้อย

 

“เซชิล” จู่ๆ ก็มีเสียเรียกจากทางด้านหลังในตอนที่ฉันกำลังเอื้อมมือไปลูบหัวของแอชลีย์ ฉันชะงักและรีบเก็บมือของตัวเอง

 

ก่อนที่ฉันจะหันกลับไปมอง แอชลีย์ก็เอ่นขึ้นมาก่อน

 

“ดยุคแรนดอล์ฟ.....” เขาเอ่ยพลางมองไปยังรุ่นพี่ที่ยืนอยุ่ข้างหลังฉัน

 

แม้ว่านี้จะเป็นการพบกันครั้งแรกของพวกเขา แต่เหมือนว่าแอชลีย์จะจำเขาได้ ฉันว่ามันก็ไม่แปลกอะไร เพราะรุ่นพี่ขึ้นไปบนเวทีระหว่างพิธี

เมื่อได้ยินแอชลีย์เอ่ยแทนฉัน รุ่นพี่ก็ขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม

 

“โอ้ เจ้าคงเป็นผู้ติดตามของเซชิลสินะ ข้าได้ยินเรื่องของเจ้าจากนางมาเยอะเลย ต้องขอโทษด้วย แต่ข้ามีเรื่องที่จะต้องคุยกับนางเพียงลำพัง ขอเวลาเราสักครู่”

 

โอ้จริงด้วย! ฉันเกือบลืมไปเลย! รุ่นพี่ ฉันก็มีเรื่องที่เราต้องคุยกันเหมือนกัน

 

“แอชลย์ เจ้ากลับไปพักผ่อนที่ห้องของเจ้าก่อนเลยจ้ะ เจ้าคงเหนื่อยมากใช่ไหม? วันนี้ไม่มีอะไรให้เจ้าช่วยแล้วล่ะ”

“.....แน่นอนว่าข้าจะไปกับท่านด้วยครับ”

 

รุ่นพี่ตอบกลับไปทันทีในขณะที่ฉันกำลังหาข้ออ้าง

 

“โทษทีนะแต่ข้ามีธุระกับนายของเจ้า แค่นายของเจ้าเท่านั้น”

“ข้าต้องขอโทษด้วยนะครับ รุ่นพี่แรนดอล์ฟ แต่ข้าจะไม่ฟังใครทั้งนั้นนอกจากคุณหนูเซชิล”

 

แรงมากแอชลีย์....

 

“เจ้าช่างดื้อดึงเสียจริงนะ ไม่ว่าจะเป็นข้า หรือผู้ใดเลยงั้นเหรอ?”

“ครับ เหมือนท่านจะมั่นใจว่าทุกคนจะยอมทำตามคำสั่งของท่านตลอดแม้กระทั่งตอนนี้ ข้าเชื่อว่าข้าทำตามคำขอที่สมเหตุสมผลเท่าที่ผ่านมาแล้ว”

 

นายไม่คิดว่ามันแปลกไปหน่อยเหรอสำหรับผู้ติดตามที่จะทำตาม ‘คำขอ’ ของเจ้านายน่ะแอชลีย์

 

“เจ้ารู้จักสถานะของตัวเองรึเปล่า? ข้าอดสงสัยไม่ได้เลยว่าคนรับใช้มีสิทธิ์ยุ่งเรื่องส่วนตัวของเจ้านาย”

“ข้าไม่ได้เข้าไปยุ่งครับ ข้าแค่เกรงว่าจะมีอะไรไม่ดีที่อาจเกิดกับนายของข้าในตอนที่อยู่กับผู้ชายที่ไม่น่าไว้ใจเพียงลำพัง”

 

ฉันว่านายอาจจะพูดคำบางคำที่ดูถูกรุ่นพี่อย่างไร้เยื่อใยนะแอชลีย์ อีกอย่างฉันก็ไม่ได้อะไรกับรุ่นพี่เป็นพิเศษอยู่แล้ว แม้ว่า.....

รุ่นพี่เกรย์โกรธมากพลางตวัดสายตามาทางฉันราวกับกำลังบอกว่า ‘ทำอะไรสักอย่างสิ’ แต่นั่นมันทำให้ฉันกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก็จริงอยู่ที่ฉันต้องคุยกับรุ่นพี่เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ที่ฉันไม่อาจให้แอชลีย์ได้ยิน แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่า รุ่นพี่น่ะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดของฉัน แต่แอชลีย์น่ะเป็น ฉันน่ะไม่อยากตำหนิแอชลีย์แต่เห็นแก่รุ่นพี่

 

“แอชลีย์ เรากำลังจะคุยกันเกี่ยวกับสภานักเรียนน่ะ ข้าปฏิเสธคำชวนแล้วแต่เหมือนว่าพวกเขาไม่ยอม ข้าจะไปบอกกับพวกเขาอีกครั้งว่าข้าไม่สนใจจ้ะ เพราะงั้นไม่ต้องกังวลมากหรอกนะ เข้าใจไหม?”

 

ขณะที่ผู้อำนวยการเป็นผู้ตัดสินว่าใครจะมาเป็นประธานนักเรียนและสมาชิกในสภาส่วนใหญ่ ประธานนักเรียนก็ยังมีสิทธ์ออกความคิดเห็นของตัวเองได้ ในทางนี้ฉันเคยบอกกับรุ่นพี่หลายต่อหลายครั้งแล้วว่า ‘อย่าริอาจเสนอชื่อฉันไม่ว่าอะไรทั้งสิ้น’ ฉันเลยไม่ต้องกังวลอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้น.....แต่การโกหกแบบนี้จะไม่เป็นไรใช่ไหม?

 

“.....ถึงอย่างนั้น โปรดให้ข้าไปกับท่านเถอะครับ”

“ข้าขอโทษนะจ้ะแอชลีย์ แต่นั่นเป็นปัญหาส่วนตัว ข้าเลยให้เจ้าฟังไม่ได้ แค่วันนี้กลับไปพักที่ห้องก่อนได้ไหม? และข้าจะไปหาเจ้าที่ห้องหลังจากนั้น?”

 

“.....เข้าใจแล้วครับ” แอชลีย์เอ่ย ถึงใบหน้าจะบอกว่าไม่เต็มใจก็ตาม ฉันต้องไปอธิบายให้เขาฟังหลังจากนั้น แอชลียืโค้งคำนับเล็กน้อย พลางจ้องมองที่รุ่นพี่อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันหลังเดินไปยังหอพัก

 

รุ่นพี่จับแขนของฉันแล้วลากไปยังห้องเรียนว่างๆ ซึ่งเรามักใช้สำหรับการพูดคุยแบบนี้เสมอ เมื่อปิดประตูทางด้านหลัง เขาก้ถอนหายใจเฮือกใหญ่

 

“ขอเวลานอกสักแปบได้ไหม.....? ฉันไม่อยากให้ผู้ชายอันตรายคนนั้นตั้งตัวเป็นศัตรูกับฉัน!”

“แอชลีย์ไม่ได้อันตรายนะ!”

“การปล่อยให้หมอนั่นป้วนเปี้ยนรอบตัวเธอแบบนี้อาจเป็นการตายของเธออย่างแท้จริงเลยล่ะ”

 

ฉันกลืนคำพูดของตัวเองก่อนที่จะพูดสิ่งที่น่าเศร้าออกไป คงไม่ดึถ้าฉันดูหมิ่นเขาเพียงเพราะเป็นห่วงฉัน นอกจากนี้รุ่นพี่เองก้ยังไม่รู้จักแอชลีย์ดีพอ ดังนั้นจึงช่วยไม่ได้ที่เขายังมีอคติต่อแอชลีย์

 

รุ่นพี่ย่อตัวลงและกุมขมับอยู่ในภวังค์ของตัวเอง ก่อนจะพูดออกมาอย่างกังวลเล็กน้อย “ฉันอยากถามว่าตอนนี้โอกาสรอดของฉันเป็นเท่าไหร่? ตราบใดที่ตัวละครลับนั่นไม่อาฆาต เธอก็ไม่น่าตายใช่ไหม แล้วฉันล่ะ? ฉันจะไม่ถูกฆ่าเหมือนกันใช่ไหม?”

 

“แน่นอนว่ามันเกิดขึ้นได้ค่ะ แล้วอะไรทำให้รุ่นพี่เริ่มกังวลตอนนี้ล่ะ?”

“นี่เธอจริงจะ---”

“ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะท่านประธานนักเรียน ยังไงก็เถอะทุกอย่างมันจะดีถ้านางเอกไม่เข้าสู่รุทของอเล็กซ์ล่ะนะ”

“อะไรนะ!?”

“ในแบดเอนของอเล็กซ์ รุ่นพี่ต้องพบกับการตายอันน่าสยดสยองสุดๆ ไปเลยล่ะนะ?”

“นี่!!!”

 

ถ้านายร้องเสียงดังขนาดนั้นจะมีคนแห่มาที่นี่นะ “จุ๊ๆ” ฉันทำเสียงพร้องยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปากตัวเอง แต่รุ่นพี่กลับจับมันแล้วบิด

 

“โอ๊ย โอ๊ยๆ”

“ฉันไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลย!?”

“ก็ฉันอยากให้รุ่นพี่รู้นิ”

“แม่--- ถ้ารู้แบบนี้ฉันจะไม่รับตำแหน่งประธานนักเรียนเด็ดขาด.....!”

 

เพราะงี้แหละว่าทำไมฉันไม่อยากให้นายรู้......

 

“เซชิล ออลดินตัน! เธอหลอกฉัน!!”

“อย่างี่เง่าน่า.....ถึงรุ่นพี่จะไม่รู้เรื่องเกม แต่อย่างน้อยก็น่าจะรู้ว่าโลกนี้นะอันรายแค่ไหน ถูกไหม?”

“เธอมันนังปีศาจ!”

 

ไม่ว่านายจะเรียกฉันว่าอะไรแต่ฉันก็รู้อยู่แก่ใจเสมอว่าฉันคือนางฟ้าที่น่ารักที่สุด

 

“ถ้ารุ่นพี่อยากอยู่อย่างปลอดภัยก้อย่าพูดคุยกับไลลา และธงแห่งความตายก็จะหายไป ด้วยที่ทั้งสองคนน่ะสนิทกัน อเล็กซ์เลยอิจฉาจนฆ่าคุณไงรุ่นพี่ แต่ตราบใดที่ไม่เข้าสู่รูทของอเล็กซ์ จะเป็นโชคดีสำหรับเรา รุ่นพี่ก็จะไม่มีปัญหาอะไรที่จะพูดคุยกับเธอ”

 

อันที่จริงการสร้างปัญหานิดๆ หน่อยๆ ....ไม่ใช่ว่าจะทำให้นายมีธงแห่งความตายแบบฉันหรอกนะ!

 

“ว่าแต่ รุ่นพี่..... นั่นไม่ใช่เหตุผลเดียวที่คุณเรียกฉันออกมาวันนี้ใช่ไหมล่ะ? แล้วน้องชายบุญธรรมของคุณล่ะ?”

“แบบนั้นมันคืออะไร? เหมือนว่านี่น่ะไม่ใช่เรื่องใหญ่.....! สำหรับฉันแล้วโอกาสที่จะมีธงแห่งความตายไม่ใช่เรื่องตลก?”

 

“เฮ้อ งั้นก็ช่วยหลีกเลี่ยงสถานการณ์เลวร้ายที่ชีวิตคุณขึ้นอยู่กับมัน แต่กลับกันแล้ว” ฉันที่ไม่ได้สังเกตใบหน้าของรุ่นพี่ที่เริ่มเคืองๆ แข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ฉันจึงพูดต่อไปอย่างใจเย็น “เกี่ยวกับน้องชายของคุณ......?”

 

“โอ้ จำเรื่องนั้นได้ไหม? ฉันไม่เคยได้รับการตอบกลับจดหมายและฉันไม่มีวิธีอื่นที่จะติดต่อกับเธอ ดังนั้นฉันตัดสินใจที่จะเลิกกังวลเรื่องนั้น”

 

โอ้....จดหมายฉบับนั้น...เพราะว่ามันทำให้คนอื่นๆ เข้าใจผิด ฉันเลยไม่ได้ตอบกลับไป

 

“ไปอยู่ในจุดๆ ที่ไม่มีข้อมูลใหม่ที่จะพอสรุปได้แล้วสิ คุณพูดถูกคนที่มีภูมิหลังแบบนั้นอาจไม่ใช่ตัวละครที่เป็นตัวอันตราย....แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าน้องชายของคุณเป็นตัวละครลับ ส่วนออสเวล ไม่สำคัญว่าเขาจะมีภูมิหลังแบบไหน ถึงเขาจะเป็นตัวละครลับ แต่เขากลัวเลือดมาก เพราะงั้นโอกาสที่เขาจะทำร้ายเราแทบเป็นศูนย์ เราไม่ควรกังวลเรื่องของเขา อย่างน้อยล่ะนะ”

 

เป็นอีกครั้งที่ฉันไม่รู้ว่าตัวละครลับคือใคร.....อาจเป้นความคิดที่ไม่ดีที่จะข้ามไปตัดสินใคร ด้วยที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

รุ่นพี่กอดอกอย่างครุ่นคิด

 

“แต่ฉันคิดว่าต้องมีเหตุผลที่ตัวละครลับนั่นออกมาง่ายๆ ถูกไหม? งั้นไม่มีโอกาสที่เราจะเรียนจบโดยไม่เจอกับหมอนั่นเลยเหรอ? ทำเหมือนกับว่าน้องชายของฉันเป็นตัวละครลับ..... เป็นไปไม่ได้ที่หมอนั่นจะไม่เกี่ยวข้องกับไลล่า มอร์ตัน? หรือดีไปกว่านั้นคือไม่มีบทอะไรในเกมเลย?”

“ก็เป็นไปได้ค่ะ ในทางกลับกันถ้าตรงตามเงื่อนไขบางอย่างของตัวละครลับ รับรองว่าเขาจะมีบทและกลายเป็นส่วนสำคัญของเกม”

 

ถ้าเป็นแบบนั้น ถึงรุ่นพี่จะมั่นใจว่าน้องชายคนเล็กของเขาและไลล่าจะไม่ได้เกี่ยวข้องกัน แต่โชคชะตาอาจจะนำพาเนื้อเรื่องให้พวกเขามาเจอกัน

รุ่นพี่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

 

“รู้ใช่ไหมคะว่าจะเป็นยังไง?”

“ก็ใช่นะสิ”

 

ที่ฉันตายมันแค่หลังจากฉันหาวิธีทำให้ตัวละครลับออกมา แต่ก่อนที่ฉันจะได้ลองมันจริงๆ ..... เอาล่ะ.....ฉันต้องระวังมากในการหาข้อมูลบนเว็บเพื่อไม่ให้จับได้ว่าตัวละครหน้าตายังไง ภูมิหลังเป็นยังไงเพื่อที่จะไม่ทำให้มันเป็นเรื่องแปลก.... แต่ตอนนี้ฉันเสียใจจริงๆ ฉันจะปลอดภัยแค่ไหนถ้าได้เห็นมัน! แต่อย่างน้อยฉันก็รู้เรื่องที่มันตรงตามเงื่อนไขก่อนอีเว้นท์แรกในเกมจะเกิดขึ้น ตัวละครลับจะออกมาแน่นอน

 

“แล้ว? นี่คือ?”

“ก่อนที่อีเว้นท์แรกจะเกิดขึ้น..... โดยพื้นฐานแล้วจนกว่าเกมจะสอนเสร็จ....แถบความชอบของเป้าหมายการจีบทุกคนต่อตัวละครหลักจะเป็นศูนย์”

 

รุ่นพี่จ้องมองฉันอย่างสับสน

 

“มันง่ายขนาดนั้นเลย?”

“ง่าย? เอาจริงดิ? คุณเข้าใจจริงๆ ใช่ไหมคะ รุ่นพี่เกรย์ ‘บลัดดี้ ไมด์’ เป็นเกมจำลองความรักโรแมนติก ซึ่งเป้าหมายของเกมคือการเพิ่มค่าความชอบผ่านทางตัวเลือกต่างๆ ที่คุณเลือก ในแต่ละครั้งจะมีตัวเลือกมาให้คุณสามตัวเลือก บางทีก็สี่ มันยากตรงที่ต้องเดาว่าอันไหนจะเพิ่มความชอบ แต่การที่จะเลือกตัวเลือกที่ไม่เพิ่มค่าสเตตัสทุกครั้งโดยที่ไม่พลาดเลยมันเป็นไปไม่ได้เลย!”

 

ยิ่งไปกว่านั้นนายคิดว่าต้องตัดสินใจกันไม่รู้ตั้งกี่ครั้งก่อนที่จะทำให้อีเว้นท์แรกของตัวละครนั้นเกิดขึ้นน่ะ? มีโอกาสมากมายที่มันจะผิดพลาด มันเป็นเรื่องยากมากเลยนะที่จะทำให้มันเกิดขึ้นได้น่ะ

 

“แต่ถ้ามันยากขนาดนั้นมันก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ยากสำหรับไลลา มอร์ตันของเราเหรอ? ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้มีชื่อเสียงแย่ๆ นี่ ค่าความชอบของผู้หญิงคนนี้คงเพิ่มขึ้นสำหรับใครสักคนไม่ใช่เหรอ?”

“น่าเสียดายที่เราไม่มีโชคแบบนั้น”

 

ฉันพูดคุยกับรุ่นพี่เกี่ยวกับบทสนทนาที่ฉันคุยกับซาร่า ตอนที่เธอมาหาฉันที่คฤหาสน์เมื่อสามวันก่อน ใบหน้าของรุ่นพี่ซีดด้วยความหวาดกลัว

 

“นี่เธอกำลังบอว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเลสเบี้ยน?” เขาถามออกมาด้วยความรู้สึกที่หลายบนใบหน้าของเขา

“รุ่นพี่ คุณดูไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่นะ?”

“ฉันไม่ได้ไม่ชอบความคิดนี้ แต่ฉันเดาว่านั่นหมายความว่าจะไม่มีทางจบไปแบบเงียบๆ”

 

ฉันก็จินตนาการไม่ออก

 

“เหมือนว่าเธอจะไม่ได้เพิ่มค่าความชื่นชอบของคุณนะคะ รุ่นพี่”

 

เพราะ นายน่ะสนแต่หน้าอกของผู้หญิงยังไงล่ะ

 

“และที่น่าสงสัยดูเหมือนเธอจะเป็นยูริ [1] .....” ฉันพูดต่อ

 

“ต้องขอบคุณแม่นางเอกที่เหมือนจะไม่เพิ่มค่าความชอบกับเป้าหมายการจีบคนอื่นๆ แน่นอนเรากำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ในไม่ช้า?”

 

“ใช่.....”

 

ยิ่งไปกว่านั้นฉันต้องจำใจเป็นเพื่อนกับเธอ....ใช่ นั่นเป็นอีกเรื่องที่ฉันต้องคุยกับรุ่นพี่ในวันนี้

 

“ยังไงก็เถอะ รุ่นพี่ยังมีอีกเรื่องที่ซาร่า คอสโกร์ฟที่มาคุยกับฉันเมื่อหลายวันก่อน.....”

 

ฉันอธิบายให้เขาฟังคร่าวๆ ว่าซาร่าบังคับให้ฉันเป็นเพื่อนกับไลลา และยังไม่ทันเล่าจนจบรุ่นพี่ก็หัวเราะออกมาจนน้ำตาเล็ด สายตาของเขาบอกประมาณว่า ‘สมน้ำหน้า’ และเขาก็หัวเราะเยาะฉันต่อไป ด้านนี้ของเขาแหละที่ทำให้ฉันหงุดหงิดเสมอ ด้านที่เหมือนว่าตัวเองอยู่เหนือกว่า ฉันโคตรสะใจที่พูดแทรกออกไปว่า” ฉันว่าคุณกับฉันควรใช้เวลาร่วมกับผู้หญิงคนนั้นสักพักนะคะ”

 

“แน่นอนว่า ไม่”

“เมื่อไหร่ก็ตามที่ซาร่าพาไลลามาหาฉัน ฉันจะไปหาคุณค่ะรุ่นพี่”

“การหลีกเลี่ยงไลลา มอร์ตัน เป็นหนทางเดียวที่ฉันรับประกันได้ว่าจะไม่ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมใช่ไหม? เธอกำลังจะพยายามฆ่าฉันใช่หรือเปล่า?”

“หล่อนคือธงมรณะสำหรับฉัน! ไม่สำคัญว่าหล่อนจะเลือกรูทไหน! ฉันก็ไม่อยากตายเหมือนกัน! ฉันจะไม่ไปเพียงลำพังค่ะ!”

“ให้ผู้ติดตามเธอช่วยไม่ได้หรือไง!?”

“คุณกำลังจะบอกให้ฉันให้เขาไปทำเรื่องเสี่ยงอันตรายงั้นเหรอ!? ไม่มีทางฉันทำไม่ได้!”

“แม้ว่ามันจะแค่เสี้ยวเดียวเธอไม่คิดจะเมตตา ให้ความสำคัญกับฉันและชีวิตของฉันได้บ้างเลยเหรอ!?”

 

แต่ถ้าฉันไปขอแอชลีย์แล้วเขาทำให้เป้าหมายการจีบคนอื่นๆ โกรธขึ้นมาล่ะก็..... ฉันไม่อยากจะนึกถึงมันเลย

 

“ไม่ต้องคิดเลย ชัดเลยว่าชีวิตของเธอสำคัญกว่าแอชลีย์ไม่ใช่เหรอ?”

“อย่ามามองฉันแล้วคาดหวังว่าฉันจะยอมรับตรรกะนั้นนะคะ! ไม่มีทาง ฉันไมเห็นด้วยกับเรื่องนั้น!”

“โอ้ ส่วนตัวแล้วเนี่ยถ้าฉันเปรียบเทียบชีวิตของเธอกับชีวิตของฉัน ฉันชนะโดยปริยาย”

“และจากการคำนวณของฉัน ตัวฉันสำคัญกว่าค่ะ!!”

 

ไม่สำคัญว่านายจะเกลียดฉันหรือไม่.....

 

“ฉันกำลังวางแผนให้คุณมีส่วนร่วม ทั้งที่คุณยินยอมหรือไม่ยินยอมก็ตาม..... ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับความช่วยเหลือนะคะ!”

“เธอต้อง @#$% ล้อฉันเล่นแน่ๆ!!”

 

นายไม่มีสิทธิคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ฉันกำลังทิ้งชีวิตตัวเองไว้ที่นี่.... และรุ่นพี่ก็เหมือนกัน.....

 

***

 

“แอชลีย์!”

 

ฉันเอ่ยพลางปรี่เข้าไปในห้อง ปฏิกิริยาของแอชลีย์ยังคงรวดเร็วเหมือนเดิม ตอนที่ฉันลื่นเขาก็คว้าตัวฉันได้อย่างแม่นยำ

 

อย่างแรกเลยโปรดเคาะประตูก่อน สองมันอันตรายนะครับ ดังนั้นอย่าปรี่เข้ามาในห้องแบบนี้ และสามนี่คือหอพักชายท่านก็รู้ ข้าจะไม่ยอมให้ท่านมาที่นี่เองนะครับ”

 

“อย่าตัดบทกันแบบนี้สิ ข้าแค่อยากเจอเจ้า!”

“.....”

“แอชลีย์?”

“คำพูดแบบนั้นของท่านน่ะ มันให้ความคาดหวังกับผู้อื่นนะครับ.....”

“ห๊ะ?”

“แค่คุยกับตัวเองน่ะครับ”

 

ก่อนหน้านี้เหมือนเขาจะไม่สนใจฉันเลยสักนิด.....เขาบ้าไปแล้วเหรอ?

 

“นี่แอชลีย์? ถ้ามีสิ่งใดที่เจ้าต้องการให้ข้าทำล่ะก็ แค่บอกข้าโอเคไหม? ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เราจะยุ่งกัน เพราะเปิดเรียนแล้ว ดังนั้นวันนี้ตราบเท่าที่ข้าทำได้ ข้าจะทำทุกอย่างที่เจ้าต้องการ”

“.....ทุกอย่างเหรอครับ?”

“ใช่!”

“ถ้าอย่างนั้น ได้โปรดหยุดล่อลวงข้าทีครับ!”

“อะไรนะ?”

“ตอนนี้ได้โปรดออกไปจากห้องของข้าทีครับ”

 

นี่เขาโกรธจริงๆ เหรอ?

ในวันรุ่งขึ้นเมื่อแอชลีย์มาพบฉันที่หน้าหอพักหญิง เหมือนว่าเขาจะเป็นตัวของตัวเองตามปกติ ฉันก็รู้สึกโล่งใจ

 

-----------------------------------------------

 

ผู้แปล : ทุกคนฉันกลับมาต่อให้แล้ว

ขอโทษที่ทำให้รอนานค่ะ ฮือ (ไหว้รอบทิศ)

เกือบลืมเนื้อเรื่องไปแล้ว 555+

จะพยายามแปลให้ทันอิ้งเน้อ

เอาล่ะค่ะเนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น ยังไงก็เป็นกำลังใจให้

รุ่นพี่เค้าด้วยนะคะ 555 (แอบสงสารปนสะใจนิดๆ)

เจอกันใหม่ตอนหน้าค่า

22/11/20 

------------------------------------------------

 

[1] ยุริ (ญี่ปุ่น: 百合 โรมาจิ: yuri) เป็นคำศัพท์ญี่ปุ่น ใช้เรียกมังงะ อนิเมะ หรือสิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาความสัมพันธ์แบบรักเพศเดียวกันระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิง หรือ เลสเบี้ยน (Lesbian) ข้อมูลจาก> https://th.wikipedia.org

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

82 ความคิดเห็น

  1. #78 knunkim (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 12:41
    สองพี่น้องพากันซวย
    #78
    0
  2. #68 ohjesus (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 02:30
    สงสารรุ่นพี่กับนางเอก ลากกันไปซวยด้วยกัน55555
    #68
    0
  3. #61 BowBow47890 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 23:00

    หนูจะซื่อเกินไปแล้ววว
    #61
    0
  4. #59 91250 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 / 22:58
    สงสารรรรรโดนตกกี่รอบต่อกี่รอบก็ยังโดนต่อไปอยู่ดี.. 5555
    #59
    0