[นิยายแปล]เกิดใหม่เป็นนางร้ายในโอโตเมะเกมกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ติดตามและเหล่าหนุ่มสุดยันเดเระ!!!

ตอนที่ 1 : Ch 1 | ได้ความทรงจำคืนมา ของแถมดันเป็นคนติดตามซะงั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,665
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 151 ครั้ง
    9 เม.ย. 63

Chapters 1 | ได้ความทรงจำคืนมา ของแถมดันเป็นคนติดตามซะงั้น

 

มันเกิดขึ้นตอนที่ฉันใช้เวทมนตร์ครั้งแรก ในตอนนั้นที่ฉันร่ายเวทย์ก็มีแสงปรากฏขึ้นในหัว ถึงจะเห็นไม่ชัด ฉันเริ่มเห็นความทรงจำของคนอื่น ญี่ปุ่น...นักเรียนมัธยมถูกรถชน ถ้อยคำที่ไม่เคยมีอยู่ในโลกนี้ค่อยๆ ผุดขึ้นมาในจิตใต้สำนึก

ฉันเป็นเด็กสาวธรรมดาๆ ที่เกิดมาในครอบครัวชาวญี่ปุ่นเหมือนคนทั่วๆ ไป พ่อแม่ของฉันเป็นคนที่ใจดี และฉันก็เป็นลูกสาวคนเดียวของพวกเขา แม้ว่าฉันจะไม่เคยหาแฟนตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา ฉันมีความสุขกับเพื่อนๆ ดังนั้นชีวิตของฉันมันถึงเรียบง่าย

ยังไงก็ตาม ทั้งหมดนั้นก็จบลงด้วยความตายอันน่าเศร้าของฉัน

เช้าวันหนึ่งที่ฉันตื่นสาย ฉันรีบวิ่งแล้วเลี้ยวโค้ง แต่แทนที่ฉันจะชนกับผู้คน ช่างโชคร้ายที่ฉันชนเข้ากับมอเตอร์ไซค์ ฉันอยากจะพร่ำบ่นว่าเขาขี่เร็วเกินไปสำหรับถนนแคบๆ แบบนี้ แต่ฉันไม่สามารถพูดออกไปได้ สติสัมปชัญญะก็ดับลง ฉันตายตอนอายุแค่ 17 ปีเท่านั้น ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ บ้าบอที่สุด!

 

(ผู้แปล : อา...ฉันควรแปลคำว่า for pete's sake ว่ายังไงดี เกลียดพวกคำแสลง กับพวกที่ไม่ได้แปลตรงความหมาย พวกสุภาษิต แบบนี้จัง T_T)

 

พอนึกย้อนกลับไป ฉันไม่มีอะไรนอกจากความเสียใจ ฉันเพิ่งเป็นนักเรียนมัธยมปลายเองนะ แบบนั้นฉันไม่มีโอกาสได้ฝึกสกิลการจีบผู้ชาย แถมไม่ได้ทำหน้าที่ลูกสาวกตัญญูอยู่ดูแลพ่อแม่แล้วน่ะสิ

.....มาถึงจุดๆ นี้แล้ว มันสายเกินที่จะคิดเรื่องที่ฉันสมควรทำแล้วล่ะ.... มันไม่เหมือนกับความทรงจำของฉัน เพราะมันเหมือนเป็นเศษเสี้ยวความทรงจำของคนอื่นไปเสียแล้ว

ตอนนี้ฉันคือ ‘เซชิล ออลดินตัน’ ที่อายุ 7 ปี และฉันเพิ่งท้าทายตัวเองโดยการใช้เวทมนตร์เป็นครั้งแรก ฉันแค่พยายามใช้เวทมนตร์ง่ายๆ ในการเปลี่ยนสีของดอกไม้แต่ด้วยเหตุบางอย่างแสงที่ปรากฏได้พื้นความทรงจำของฉันกลับคืนมา...ถ้าให้ฉันเดานี่อาจเป็นการกลับชาติมาเกิด?

ในฐานะที่เป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายชาวญี่ปุ่น ฉันเสพติดบางอย่างนิดหน่อย.... ถ้าฉันจะบอกว่า.... ฉันติดโอโตเมะเกม*ล่ะ....

 

(ผู้แปล : สำหรับคนที่ยังไม่รู้ โอโตเมะเกมคือ เกมจีบหนุ่มของทางญี่ปุ่นนั่นเองค่า~ อา...เรากับนางมาสายเดียวกันสินะ)

 

ลึกๆ ก็คือ ฉันหลงใหลตัวละครสายยันเดระ* ในโอโตเมะเกม ถ้าอยู่ในรูปแบบ 3D ยันเดเระ เป็นศัพที่นำมาซึ่งความรุนแรง และผู้คนที่ถูกเรียกแบบนั้นจะถูกระบุว่า เป็นอาชญากรสุดอันตราย แต่ถ้าอยู่ในรูปแบบ 2D.... โอ้ แหม....นักล่าพวกนั้นทำให้จิตวิญญาณของฉันเร่าร้อน ฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังจะตายทุกครั้งที่เล่นมัน ❤

 

(ผู้แปล : ยันเดเระ ประมาณว่า หึงโหด ของข้าใครอย่าแตะ ถ้าแตะมึงตาย!!! ค่ะ แค่ก --- ถ้ารู้จักกาไซ ยูโนะ ก็ประมาณนั้นเลยค่ะ)

 

และราวกับว่าฉันยังเติมเต็มมันไม่พอ ฉันพยายามค้นหาบางสิ่งที่ถูกสร้างมาเพื่อฉัน แน่นอนว่า มันคือ โอโตเมะเกม หลังจากที่ยันเดเระมันบูม พวกเขาก็เริ่มปล่อยเซตเกมในโลกแห่งความบ้าคลั่งใบนี้ โดยที่เป้าหมายการจีบทุกตัวเป็นหนุ่มยัน.... และฉันก็หมกมุ่นอยู่กับมันอย่างเต็มที่ ชื่อของเกมนี้ก็คือ ‘บลัดดี้ มายด์’ ตอนที่ฉันเล่นมัน ฉันไม่ค่อยได้สนใจชื่อมากนัก แต่ชื่อนั่นมันทำให้เกิดความรู้สึกถึงความบ้าเลือด หรือการดิ้นรนต่อสู้กับความคิดที่อยากจะฆ่าของพวกเขา

ที่ถูกตั้งค่าในอีกโลกหนึ่ง และมันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้พวกคุณเล่นรูท*ของตัวละครแต่ละตัว ซึ่งมันค่อนข้างบ้า ความเป็นไปได้ของแต่ละรูทคือ ‘นอร์มอล เอนด์’ ‘แฮปปี้ เอนด์’ และ ‘แบด เอนด์’ แต่หนึ่งในความน่ารำคาญก็คือ ถึงจะเป็น ‘แฮปปี้ เอน’ ก็ยังมีคนตาย

 

(ผู้แปล : รูท เหมือนกับเส้นทางดำเนินเรื่องของตัวละครที่เราเลือกค่า คนที่เล่นเกมแนวนี้จะเข้าใจเป็นอย่างดีเลย)

 

ไม่ต้องแปลกใจ! แต่โลกนี้ที่ฉันกลับชาติมาเกิดน่ะ เหมือนว่าจะเป็นโอโตเมะเกม ฉันรู้เพราะในความทรงจำ ฉันเห็นตัวละครสำคัญๆ ฉากต่างๆ ฉายในหัว แน่นอนว่ามันไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ฉันคิดแบบนั้น จริงๆ แล้ว นั่นมันเพราะชื่อของฉัน ที่ทำให้ฉันนึกออก เซชิล ออลดินตัน ไม่ต้องสงสัยเลย นั่นคือชื่อของตัวละครที่เป็น (นางร้าย) คู่แข่งของนางเอก และเพื่อเป็นการยืนยัน ทั้งหมดที่ฉันต้องทำคือ ไปส่องกระจก และดูหน้าตาของ เซชิล ออลดินตัน จากสิ่งที่สะท้อนกลับมาหาฉัน : คือใบหน้าของเด็กสาวที่ดูดื้อรั้น และดวงตาทีดูเฉี่ยว ผมสีน้ำตาลยาวเป็นลอนหลวมๆ มันดูน่ารักมากๆ เลยใช่ไหมล่ะ?

 

“เซชิล เกิดอะไรขึ้น? ลูกเหม่ออะไรอยู่” ท่านแม่ถาม เธอพักรักษาอยู่บนเตียงเพราะร่างกายที่อ่อนแอของเธอ พอฉันเริ่มหัวเราะคิกคักตอบกลับอย่างแปลกประหลาด เธอก็เอื้อมมือมาลูบหัวของฉัน เธอคือแม่ของเซชิล ออลดินตัน แม้ว่าเธอเป็นหนึ่งในคนที่ไม่มีบทบาทในเกม

 

โอ้ ใช่แล้ว ฉันพยายามทำให้เธอร่าเริงขึ้นโดยการใช้เวทมนตร์เปลี่ยนสีของดอกไม้ล่ะ

 

“ลูกเก่งมากเลย! ดอกไม้เปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีอำพันที่สวยงามมากๆ เลยจ้ะ” ท่านแม่ยิ้มและเอ่ยขึ้น เมื่อเธอได้รับดอกไม้ เธอช่างเป็นผู้หญิงที่บอบบาง และงดงามเหลือเกิน เนื่องจากฉันที่มีโครงหน้าเป็นเหลี่ยมเหมือนสุนัขจิ้งจอกเฉกเช่นเดียวกับท่านพ่อ ฉันอดที่จะชื่นชมใบหน้าที่งดงามของท่านแม่ไม่ได้เลยจริงๆ

 

“ท่านแม่ ได้โปรดหายเร็วๆ นะคะ ข้ารู้สึกเหงามากเลยยามท่านอาการแย่ลง”

“ขอบใจนะจ๊ะ เซชิลลูกรักของแม่”

 

ฉันเดินออกจากห้องของท่านแม่และกลับมาเป็นตัวของตัวเอง แล้วสูดลมหายใจ

ตอนนี้ ฉันต้องเรียงลำดับเหตุการณ์ทั้งหมด

ฉันคือ เซชิล ออลดินตัน ฉันเป็นขุนนาง และเป็นลูกสาวเพียงคนเเดียวของ ไวท์เคาท์ ออลดินตัน ถ้านี้คือโลกของเกมจริงๆ ฉันจำได้ว่า เมื่อฉันอายุ 15 ปี ฉันจะต้องเข้าโรงเรียนเพื่อศึกษาเวทมนตร์ เซชิล ในเกมนี้เรียนอยู่ชั้นเดียวกันกับนางเอก และมีบทบาทเป็นตัวร้ายที่กดขี่ และยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง นั่นก็หมายความว่า (เวรกรรม) โชคชะตาต้องเหวี่ยงฉันให้ไปเจอกับนางเอกที่นั่นเช่นกัน และจุดๆ นี้ ฉันก็รู้ได้ทันทีเลยว่า.... เซชิล ออลดินตัน ที่รังแกนางเอกตามเนื้อเรื่องที่ดำเนินไปนั้น มีโอกาสสูงมากที่จะ (ตายสถานเดียว) ถูกฆ่าโดยหนุ่มๆ สายยันเดเระรูปหล่อทั้งหลายแหล่

ถูกฆ่า.....

 

“นี่มันไม่ตลกเลยนะ....”

 

นี่คุณล้อฉันเล่นรึเปล่า? ฉันกลายเป็นเด็กอีกครั้งเพื่อที่จะถูกฆ่า? อีกแค่ 10 กว่าปีเนี่ยนะ!? ฉันจะไม่ยอมตายด้วยอายุเพียงเท่านั้นแน่ ในชีวิตนี้ ฉันต้องการมีชีวิตอยู่นานๆ พอที่จะทำให้แก่ตาย!

รอเดี๋ยวนะ.... โอ้ ใช่! ตราบใดที่ฉันไม่ได้คบค้าสมาคมกับนางเอก หรือพวกตัวละครหลักคนอื่นๆ ล่ะก็ ฉันก็จะปลอดภัย....

แต่ เดี๋ยวนะ.... แย่จริง มันเป็นไปไม่ได้

 

(ผู้แปล : อีDang นี่... มันมีคำอุทานแบบนี้ด้วยเหรอ? หลงแปลว่าแดงอยู่ตั้งนาน)

 

รวมเสร็จสรรพแล้วมีตัวละครที่ต้องหลีกเลี่ยงทั้งหมดอยู่หก ตัว คน :

คนแรกคือ เกรย์ เขาเป็นประธานสภานักเรียนและอายุมากกว่านางเอกหนึ่งปี ไทป์ของเขาคือ เจ้าชายผู้แสนจะสุภาพบุรุษอ่อนโยน (ที่ครองตำแหน่ง) ขวัญใจมหาชน อันดับหนึ่งเสมอในโพลออนไลน์ที่ได้รับความนิยม และมีจุดเด่นคืออยู่ตรงกลางปกของเกม ถ้าคุณคิดว่าเขาเป็นเมนหลักที่จะจีบล่ะก็ ในรูท ‘แบด เอนด์’ ของเขา คือการ (จับขัง) จองจำนางเอกไว้ตลอกกาลยังไงล่ะ

คนที่สอง คือ ลูเฟรย์ เขาอายุเท่ากันกับนางเอก ไทป์ของเขาคือ คูเดเระ* แต่แปลกมาก พอผู้เล่นเล่นจนถึงรูท ‘แฮปปี้ เอนด์’ พวกเขาจะผิดหวังกับมัน ดูเหมือนคนส่วนใหญ่จะชอบ ‘แบด เอนด์’ ที่เขาจะเริ่มออกอาการหึงหวง ทั้งที่ปกติแล้วเขาจะคุมคาแรคเตอร์หลักในการแสดงออกของตัวเองไว้ได้ อาการที่ตอบสนองต่อนางเอก คือ เขาเริ่มคิดว่าตัวเองอยู่ไม่ได้ถ้าขาดนางเอก และจมลงสู่ความมืดมิดไปตลอดกาล

(ผู้แปล : คูเดเระ คือตัวละครที่มักจะแสดงท่าที่เย็นชาและทิ้งระยะห่างจากผู้อื่น ประมาน ไอบาระ จากเรื่อง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เป็นต้น)

 

อเล็กซ์คือเป้าหมาในการ จีบ หลีกเลี่ยงคนที่สาม เขาอายุเท่ากันกับเกรย์ แถมยังเป็นรองประธานนักเรียนอีกต่างหาก ด้วยความที่เป็น ‘(ไอ้โง่) พวกหัวขี้เลื่อยโดยธรรมชาติ’ เขาเป็นหนึ่งในสปีชีส์ที่ชอบเหม่อลอย แฟนๆ ของรูทนี้ มักจะเป็นพวกที่มีสัญชาตญานของเพศแม่ที่แข็งแกร่ง กรณีที่รูทคืบหน้าขึ้นเรื่อยๆ เขาเริ่มอยากจะครอบครองนางเอกไว้เพียงผู้เดียว ในเวลานั้น หากเขาเห็นนางเอกไป (อ่อย) พูดคุยกับคนอื่น มันจะลงเอยด้วยการที่เขาใช้ความรุนแรง

 

(ผู้แปล : the natural airhead ไม่ค่อยคุ้นศัพท์นี้เลย มันเอาไว้เรียกคนโง่เหรอ? strong motherly คำนี้ด้วยแปลน้องว่าเยี่ยงไรดี ToT)

 

รูดอล์ฟ คนที่สี่เป็นครูประจำตัวของนางเอกตอนเด็กๆ แม้ว่าไทป์ของเขาจะเหมือนจริงจัง แต่เมื่อเขาอยู่ตามลำพังกับนางเอกละก็ เขาจะเริ่มทำตัว (เหมือนเด็ก) เอาแต่ใจ เมื่อคุณผ่านรูทของเขาแล้วล่ะก็ เขาจะแสดงจุดอ่อนออกมาให้เห็นซึ่งมันเป็นการเปิดใจกับนางเอกนั่นล่ะ แม้ว่าอาจจะดู (บ้า) ติงต๊องไปหน่อยก็เถอะ แล้วเขาเริ่มที่อยากให้นางเอกเป็นของตัวเอง มีเพียงแค่เขาเท่านั้น เขาจึงกระจายข่าวลือที่มีความจริงเพียงครึ่งเดียวเพื่อกีดกันนางเอกออกจาคนอื่นๆ บีบบังคับให้ต้องพึ่งพาเขาโดยสมบูรณ์ นี่คือรูท ‘แบด เอนด์’ แต่มันก็ยังเป็นที่ต้องการของผู้เล่นบางคนเหมือนกัน

ด้วยความสัตย์จริงเลยนะ ถ้าอันตรายมันหยุดอยู่ที่นี่ ทุกๆ อย่างก็จะปลอดภัย

ด้วยสี่คนที่กล่าวมานี้ ตราบใดที่ฉันไม่ไปบูลลี่นางเอก ฉันก็ ‘หลุดจากการเป็นจำเลย’ แน่นอนถ้าฉันยังคงรักแกนางเอกอยู่ฉันจะตายทันที แต่ถ้าฉันระวังฉันก็จะปลอดภัย

ปัญหาคือสองคนสุดท้าย

เริ่มด้วยเกม ‘บลัดดี้ มายด์’ มีตัวละครซ่อนอยู่อีกตัว แต่ฉันดันตายก่อนที่จะได้เจอเขาน่ะสิ ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย นั่นจึงทำให้ฉันกลัว

อีกคนหนึ่งเป็นตัวละครที่สำคัญอีกตัว ชื่อของเขาคือ แอชลีย์ และเขาอายุน้อยกว่านางเอกหนึ่งปี มันแปลตรงที่เขา(เตี้ย )ตัวเล็กกว่าเป้าหมายการจีบคนอื่น และแทนที่จะเรียกว่า เด็กหนุ่มรูปหล่อ* เขาดูมีแนวโน้มที่จะเป็น เด็กหนุ่มน่ารัก* แทนเสียมากกว่า

 

(ผู้แปล : ดอกจันแรกมาจากคำว่า biseinen ส่วนอกจันที่สองมาจากคำว่า bishounen ค่ะ เราไม่ค่อยเข้าใจสองคำนี้เท่าไหร่ถ้าแปลผิดก็ขออภัย)

 

นั่นมันเป็นกรณีที่ไทป์เขาดูเป็นผู้ใหญ่ เลยไม่มีใครคิดว่าเขาเด็กที่สุดในกลุ่ม ดูๆ ไปแล้ว เหมือนเขาจะเป็นเป้าหมายที่ปลอดภัยที่สุด (เหรอ?) แต่มันก็เกิดขึ้น แอชลีย์เป็นทาส ผู้ติดตามส่วนตัวของเซชิล ออลดินตัน

ท่านพ่อของเซชิลพบเขาในตอนที่เขาอายุเพียงหกปี และรับเขาเข้ามาเป็นคนรับใช้ และเนื่องจากเซชิลไม่ชอบและอารมณ์เสีย เธอจึงทำร้ายเขาอย่างรุนแรงทำให้เขาเจ็บปวดและมีแผลที่จิตใจจนไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาอีก โดยทั่วไป วิธีเดียวที่จะรักษารอยแผลที่จิตใจเหล่านั้น คือ ให้เซชิลตาย ท้ายที่สุด(เวรกรรม) ชะตากรรมของเซชิลคือถูกแทงจนตายด้วยน้ำมือของผู้ติดตาม.... หรือก็คือ ถูกแทงตายด้วยน้ำมือของแอชลีย์นั่นเอง นั่นคือสิ่งที่เกิดในรูท ‘แฮปปี้ เอนด์’ และ’ นอร์มอล เอนด์’ อย่างไรก็ตามในรูท ‘แบด เอนด์’ เป็นกรณีที่แอชลีย์ไม่สามารถทนเจ็บปวดกับการถูกทรมาณ และเห็นนางเอกโดนเซชิลกลั่นแกล้งได้อีกต่อไป เขาจึงฆ่าเธอ ช่างโชคร้าย ที่นางเอก(รังเกียจ) รับไม่ได้กับสิ่งที่เขาทำ ดังนั้นแอชลีย์ก็ฆ่านางเอกไปด้วยอีกคน และสุดท้ายก็จบชีวิตของตัวเอง มันคือ ‘โศกนาฏกรรม’

หลังจากที่ระลึกสิ่งเหล่านี้ได้ทั้งหมด สิ่งแรกที่ฉันตัดสินใจคือ ไม่เข้าหาใครทั้งนั้น เมื่อฉันเริ่มเข้าโรงเรียน หรือบางทีมันอาจจะดีกว่า ถ้าจะบอกว่าฉันจะไม่มีผู้ติดตาม....

แต่สิ่งที่หน้าเป็นห่วงอย่างเดียวที่เหลืออยู่คือ ไม่ว่ายังไง ฉันไม่สารมารถหลีกเลี่ยงการคบค้ากับแอชลีย์ได้ เขาเป็นตัวละครที่อันตรายที่สุดที่อาจนำพาฉันไปสู่ความตาย และไม่ว่าฉันจะระวังมากแค่ไหน ฉันก็ไม่สามารถหลีกหนีความหวาดกลัวที่จะถูกเขาฆ่าได้ ยิ่งกว่านั้น แอชลีย์ก็จะกลายเป็น(ทาส) ผู้ติดตามของเซชิลเมื่อเขาอายุหกปี..... ปัจจุบันฉันอายุเจ็ดปี.....แอชลีย์อายุน้อยกว่าฉันหนึ่งปี.....

ถ้าอย่างนั้น...

ในช่วงปีนี้ แอชลีย์อาจมาโผล่ที่บ้านของฉัน

ความคิดนี้ทำให้ฉันหวาดกลัวอย่างมากจนร่างกายของฉันเริ่มสั่นเทา

ฉันจะไม่ทรมานเธอเด็ดขาด ไว้ใจฉันได้เลย ดังนั้นได้โปรด ให้ฉันได้ใช้ชีวิตที่ยืนยาวด้วยเถอะนะ!

ทันใดนั้นเสียงเคาะก็ดังขึ้นที่ประตูห้องของฉัน

 

“นั่นใคร?”

“พ่อเอง”

 

ฉันได้ยินเสียงอันแสนอ่อนโยนของท่านพ่อจากอีกด้านหนึ่งของประตู ฉันจึงบอกให้ท่านเขามาด้านใน

ท่านพ่อเปิดประตูเดินเข้ามาพร้อมกับร่างเล็กอีกคนหนึ่ง ฉันไม่สามารถเห็นเขาได้เพราะเขาซ่อนตัวอยู่หลังท่านพ่อ แต่จากส่วนสูงของเขา เหมือนว่าจะอายุเท่ากับฉันหรืออาจเด็กกว่า

 

เมื่อท่านพ่อเห็นว่าเด็กคนนั้นซ่อนตัวอยู่ด้านหลัง ท่านพ่อก็เอ่ยขึ้นว่า “แอชลีย์! มารยาทของเจ้าอยู่ที่ไหนแล้วล่ะ?”

โอ้ ไม่นะ ตอนนี้ฉันมั่นใจเลยว่าใบหน้าของฉันมันแข็งทื่อ

ที่ด้านหลังของท่านพ่อ มีเด็กชายตัวเล็กๆ เรือนผมสีบลอนด์ทองถูกมัดไว้ด้านหลัง เขากำลังเดินออกมา ถ้าเขาปล่อยผมมันอาจจะยาวประมาณบ่า ลักษณะของเขามีความคล้ายคลึงกับตัวเขาที่อายุ 15 ปีตอนเขาเข้าโรงเรียน

 

“ยินดีที่ได้รู้จัก..... แอชลีย์ คาไลน์ครับ”

 

อ่าห้ะ แน่นอน ฉันรู้แล้ว

 

“ข้า เซชิล ออลดินตันจ้ะ”

 

ถ้าเป็นไปได้ ฉันอยากจะผูกมิตรกับเธอ อย่างน้อยที่สุด ฉันไม่อยากทำให้เธอมีเหตุผลโกรธแค้นฉันล่ะนะ

ฉันยื่นมือออกไปเพื่อหวังที่จะจับมือ แต่น่าแปลกที่แอชลีย์ดูหวาดกลัวและเริ่มสั่นเทา.... ฉันต้องเป็นฝ่ายกลัวมากกว่าไหม?

 

เมื่อเห็นแบบนี้ ท่านพ่อก็เริ่มฉุนและตำหนิออกไปว่า “เจ้าเอามารยาทไปกองรวมกันไว้ตรงไหน?”

“ท่านพ่อคะ! ไม่เป็นไรค่ะ! จริงๆ นะ! ลูกมั่นใจว่าเด็กคนนี้คงกำลังประหม่า”

 

ขอร้องล่ะท่านพ่อ อย่าทำให้เขาเกลียดฉันเลยนะ ฉันไม่ต้องการที่จะสะกิด หรือแม้แต่ทำให้เขาเสียใจเด็ดขาด ไม่ว่าเขาจะเข้าใจความคิดของฉันหรือไม่ก็ตาม ท่านพ่อพยักหน้าและเห็นด้วยกับฉัน

 

“แอชลีย์เป็นลูกชายของคนที่เคยทำงานรับใช้พ่อเมื่อนานมาแล้วน่ะ พ่อแม่ของเขาทั้งคู่เพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ”

 

ด้วยเหตุนี้ ที่ท่านพ่อพาเขามาเหมือนจะคิดว่าเขาอาจจะเป็นคนรับใช้ของฉันในอนาคต เมื่อเขาอายุเจ็ดปี ฉันรู้สึกว่านี้มันเกิดขึ้นเร็วเกินไป แต่มันเลี่ยงไม่ได้แล้วและฉันยังไม่พร้อม นั่นมันไม่สำคัญแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นในตอนนี้

ฉันหมายถึงว่า ท่านพ่อคงไม่ได้คาดคิดว่าการตัดสินใจครั้งนี้ จะเป็นการ(ยัดเยียด) แรงผลักดันให้เซชิล ออลดินตัน คนนี้ต้องตาย

 

“ตอนนี้ก็ทำความรู้จักกันไว้ซะนะ ทั้งสองคน” ท่านพ่อกล่าวแล้วยิ้ม และก็ออกจากห้องไป

 

ฉันจำรายละเอียดทั้งหมดของตัวเกมไม่ได้ แต่ฉันจำได้ว่าในเรื่องราวของแอชลีย์ พ่อแม่ของเซชิลต้อนรับเขาอย่างอบอุ่น แต่ยังไงก็ตาม พวกเขาไม่ได้เห็นตอนที่เซชิลปฏิบัติต่อแอชลีย์อย่างโหดร้าย ส่วนคนรับใช้คนอื่นๆ ที่เห็นก็ใช้โอกาสนี้เพื่อรังแกเขาเช่นกัน อีกนัยนึงก็คือ ท่านพ่อ ท่านแม่ของฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเกลียดชังของแอชลีย์นั่นเอง สำหรับตอนนี้มันคือการเยียวยายังไงล่ะ

 

“ข้าจะอยู่ในความดูแลของท่านตั้งแต่นี้เป็นต้นไปครับ ท่านเซชิล” แอชลีย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ และดวงตาที่เศร้าหมอง เขาดูว่างเปล่าไร้ชีวิตชีวา จากนั้นฉันก็ตระหนักได้ว่า ฉันลืมไปได้ยังไงนะ? ว่าเด็กคนนี้สูญเสียทั้งพ่อและแม่ มันเร็วเกินกว่าที่เขาจะสามารถเอื้อนเอ่ยสิ่งต่างๆ ออกมาด้วยรอยยิ้ม

 

“ข้าก็ด้วยจ้ะ ถ้าหากเจ้าไม่สบายใจอะไรล่ะก็ สามารถบอกข้าได้นะ ตกลงไหม?”

 

แอชลีย์ผงกศีรษะของเขาแทนคำตอบ ไม่ว่าจะมองยังไง เป้าหมายการจีบคนนี้น่ารักอย่างที่คาดหวังไว้เลย แต่ แน่นอนว่าความน่ารักแค่นี้ยังไม่พอที่จะกลบความหวาดกลัวที่ทำให้ฉันนึกถึงธงความตายของตัวเองหรอกนะ ตั้งแต่ที่ฉันเป็นแฟนตัวยงรูทของเขา ฉันรู้ว่าสัญญาณทั้งหมดในตอนนี้มันดีเกินไป

 

“เจ้าไม่หิวเหรอ?” ฉันถามออกไปในที่สุด

 

“ข้าไม่.....” ก่อนที่แอชลีย์จะเอ่ยจบ ท้องของเข้าก็ (ร้อง)ส่งเสียงออกมา

 

อย่างที่คิด เขาคงหิวสุดๆ จนตอนนี้ก็ยังไม่พูดอะไรออกมาเลย แม้ว่าเขาจะไม่แสดงท่าทางเขินอายออกมา เขาต้องรู้สึกเขินหน่อยๆ ล่ะนะ......

 

“ไปห้องครัวด้วยกันเถอะ ไปขอให้พวกเขาทำอาหารให้ทานกัน”

“ครับ.....”

 

ฉันเดินผ่านทางเดินอย่างเก้ๆ กังๆ กับแอชลีย์ที่ตัวเล็กกว่าเล็กน้อย ที่กำลังเดินตามหลังของฉันอยู่

เมื่อเราไปถึงห้องครัว ฉันก็ขอให้พ่อครัวทำอาหารง่ายๆ ให้พวกเรา ปกติแล้ว พวกของหวานนี่ ถ้าฉันจำไม่ผิด แอชลีย์ในเกมไม่ชอบพวกขนมหวาน

ในขณะที่พวกเรารอพ่อครัวนำอาหารมาให้ แอชลีย์ไม่พูดอะไรสักคำ แม้ว่าเขาจะแอบเหลือบมองมาทางฉันเป็นระยะๆ ก่อนที่จะละสายตาไปอย่างรวดเร็วอีกครั้ง

 

“เจ้าได้พบกับท่านแม่หรือยัง?” ฉันขอเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั่นก็แล้วกัน

“ครับ”

“ท่านสวยมากเลย ใช่ไหมล่ะ?”

“ครับ”

 

ตลอดเวลานี้เขาไม่มองฉันเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้ว่าฉันจะพยายามสร้างภาพ มิตรภาพอันดีกับเขา แต่เหมือนว่ามันไม่มีอะไรขยับเขยื้อนเลยสักนิดเดียว!

 

“อืมมม... งั้นก็....งานอดิเรกไง! เจ้า....มีงานอดิเรกอะไรบ้างเหรอ?”

“เมื่อไม่นานมานี้ ก็มีครับ”

 

ในที่สุดเขาก็ตอบกลับมามากกว่าหนึ่งคำ แต่ภายในแววตาของเขายังคงขุ่นมัว

 

“มีอะไรที่ทำให้เจ้าหวาดกลัวอยู่หรือเปล่า?”

“…….!?”

 

ด้วยคำถามนี้ แววตาของแอชลีย์แสดงปฏิกิริยาเล็กน้อย

 

“หมายถึงอะไรเหรอครับ?”

 

(ผู้แปล : ซ่อยข่อยแหน่ What sort of things? มันแปลว่าอิหยัง?)

 

“....เจ้าหลบสายตาข้ามาสักพักนึงแล้วน้า~”

 

เขายกมือขึ้นเพื่อปกปิดใบหน้า

 

“เรื่องอะไรน้า~?”

“.....”

 

แอชลีย์ที่กำลังอมทุกข์ และฉันที่กำลังนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป หนึ่งในสาวใช้ที่อยู่ในครัวก็นำอาหารมาให้เราสอง สามอย่าง เพื่อเป็นการประหยัดเวลา

 

“.....ขอบคุณสำหรับอาหารครับ” เขากล่าว

 

และจากนั้นเขาก็ยัดเข้าปากจนแก้มมันพองทันที ขณะที่เขาทำแบบนั้นอยู่นั้น ในที่สุดใบหน้าของเขาก็ผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย น่ารัก น่ารักเกินไปแล้วน้า~ วินาทีนี้ ฉันเริ่มที่จะบ้าคลั่งกับท่าทางน่ารักๆ แบบนั้น.... ฉันเริ่มคิดว่า ถ้าเป็นเด็กคนนี้ล่ะก็ ฉันไม่รังเกียจเลยที่จะถูกฆ่า

เดี๋ยวนะ...นี่มันแย่จริงๆ ถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันจะถูกฆ่าตายจริงๆ แน่ และฉันจะต้องไม่ทำให้แอชลีย์ผู้น่ารักคนนี้เจ็บปวด

 

“อร่อยไหม?”

“ครับ”

 

คราวนี้คำตอบของเขาฟังดูมีชีวิตชีวามากขึ้นเล็กน้อย พลังของอาหารนี่ช่างยอดเยี่ยมเสียจริง

 

“ทานต่อไปเรื่อยๆ ก็ได้ แต่ข้ามีบางอย่างที่จะต้องบอกกับเจ้า แอชลีย์ คาไลน์”

 

ฉันเริ่มบทสนทนา แม้ว่าที่แก้มของแอชลีย์จะเต็มไปด้วยอาหาร อันที่จริงแล้ว ฉันโคตรอารมณ์ดีสุดๆ ไปเลยเพราะเขาน่ารักเกินไปแบบนี้ แต่ฉันพยายามสุดๆ ที่จะไม่ให้เขาสังเกตเห็นมัน

 

“ด้วยที่เจ้าต้องมาคอยติดตาม ข้ามีบางสิ่งที่อยากจะให้เจ้าสัญญาจ้ะ ตกลงไหม?”

“.........ครับ” แอชลีย์ตอบหลังจากที่เขากลืนอาหารนั้นอย่างรวดเร็ว

“อย่างแรกเลย ข้าอยากให้เจ้าจำไว้ว่าทั้งร่างกายและจิตใจของเจ้า เป็นของตัวเจ้าเอง เจ้ามีสิทธิที่จะปฏิเสธข้อเรียกร้องที่ไร้เหตุผลใดๆ ของข้าได้ และถ้าหากข้าทำร้ายเจ้าไม่ว่าทางใดก็ตาม อย่าได้อดทนกับมัน เจ้าต้องต่อต้านข้า”

 

แอชลีย์ผงกศีรษะอย่างโดยดี

 

“อย่างที่สอง เจ้าต้องทำตามหัวใจของเจ้า เมื่อพูดถึงมิตรภาพ ความรัก อย่าเลือกตัวเลือกที่อาจทำให้เจ้าเสียใจ”

 

‘แค่ในกรณีของการวิ่งไปตามเส้นทางแห่งความรักนี้เท่านั้น...ได้โปรดอย่าฆ่าฉัน’ ฉันคิดอยู่กับตัวเอง แม้ว่าฉันจะไม่พูดส่วนสุดท้ายนี้ออกมาก็ตาม

 

“สุดท้าย ถ้าหากเจ้าไม่ทำตามข้อสัญญาสองข้อก่อนหน้านี้ล่ะก็ ข้าจะมีความสุข ถ้าเจ้าไม่รังเกียจที่จะปกป้อ---....ล้อเล่นน่ะ....อา...คำขอล่าสุดนั่นน่ะไม่สำคัญ งั้นเจ้าลืมมันไปเถอะ ยังไงก็ตามเพียงแค่สัญญาสองข้อแรกนั่น ได้โปรดทำสิ่งที่เจ้าสามารถทำได้ตามสิ่งเหล่านั้นเถอะนะ”

 

จากนั้นฉันก็ถามแอชลีย์อย่างตื่นเต้นว่า ตกลงนะ และเขาก็ตกลงและบอกว่าเขาเข้าใจ

เอาล่ะ! เพียงเท่านี้ก็ทำให้ฉันปลอดภัยได้นิดนึงล่ะนะ

 

---------------------------------------------

 

ผู้แปล : มาแล้วค่า ขอโทษที่ทำให้รอและมาซะดึกเลยนะคะ

คลอดตอนแรกออมาแล้วค่า ยาวสุดๆไปเลย ศัพท์เยอะอีกต่างหาก

ไม่ต้องสนใจคำที่วงเล็บนะคะ นะคะ จู่ๆก็รู้สึกอยากเล่นขึ้นมา

(เสียดายเล่นตัวขีดฆ่าไม่ได้)

ถ้าไม่ชอบล่ะก็บอกได้นะคะจะเลิกเล่น ฮ่า~

ถ้าผิดพลาดตรงไหนก็ติเตือนกันได้นะคะ พบกันไหม่ตอนหน้าค่ะ

ฝันดีนะคะทุกคน❤

08/04/20

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 151 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

82 ความคิดเห็น

  1. #38 小现在 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 17:30

    อยากจะช่วยแต่ก็ไม่ถนัดภาษาอังกฤษเลย แฮะๆ


    //สนุกดี ~^^

    #38
    0
  2. #29 _victory_88 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 14:50
    For so’s sake เราไปดูมาค่ะ เค้าบอกว่าเหมือนเป้นคำอุทานตอนที่โกรธค่ะ
    #29
    2
    • #29-1 _victory_88(จากตอนที่ 1)
      26 พฤษภาคม 2563 / 15:02
      หรืออย่าง the natural airhead ถ้าตรงๆก้อสมองกลวงตามธรรมชาติ ถ้าไทยเราก้อแบบสมองขี้เลื่อยค่ะ ส่วน strong motherly ก้อเหมือนกับมีความเป้นเพศแม่สูงนั่นแหละค่ะ แปลถูกแล้ว
      #29-1
    • #29-2 _victory_88(จากตอนที่ 1)
      26 พฤษภาคม 2563 / 15:10
      What sort of things ก้อโมเม้นแบบมีอะไรรึป่าว ไรงี้แหละ
      #29-2
  3. #27 Hopeyounumberone (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 23:57
    Dang มันคือคำว่า Damn! ค่ะ Dangนี่เอาเซ็นเซอร์ ฮ่า
    #27
    1
    • #27-1 Hopeyounumberone(จากตอนที่ 1)
      24 พฤษภาคม 2563 / 23:58
      ประมาณว่าสิ!!!

      นี่เอาอะไร-_-
      #27-1
  4. วันที่ 18 เมษายน 2563 / 12:50
    สัญญาข้อสองจะผูกแอชลีย์เข้ากับตัวเธอเองนาาา 5555
    #14
    0
  5. วันที่ 15 เมษายน 2563 / 18:47
    เย่!! ไทป์หนุ่มน่ารักแหละะ~
    #12
    0
  6. #7 Hoyaah (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 เมษายน 2563 / 00:07

    ตีตุ่มเฟบฮะ!

    #7
    0
  7. #5 Yume_Sorachi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 23:37
    ชอบมากค่ะ ติดตามน้า
    #5
    0
  8. #4 91250 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 23:26
    สนุกมากเลยค่ะจะรอตอนต่อไปนะคะสู้ๆค่ะ
    #4
    0
  9. #3 chocolate_coffee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 23:20
    สู้ๆนะคะ
    #3
    0