Freebatch fanfiction

ตอนที่ 4 : You are the second one (Johnlock)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 243
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    6 ส.ค. 61

     "นายกำลังจะไปไหนหน่ะจอห์น" เชอร์ล็อกถามทันทีเมื่อจอห์นเดินสวนเขาและกำลังจะออกจากห้องด้วยท่าทางเร่งรีบ

     "เอ่อ...นัดเพื่อนไว้หน่ะเดี๋ยวอีก2-3ชั่วโมงกลับ" พูดเสร็จจอห์นก็ออกจากห้องทันทีโดยที่เขายังไม่ทันถามอะไร

     เชอร์ล็อกขมวดคิ้วและคิดทันทีว่าจอห์นไปหาใคร จอห์นไม่มีคนรู้จักมากนักในลอนดอน เพราะหลังจากเขากลับจากอัฟกานิสถานเพื่อนร่วมรบเขาก็แยกย้ายกันกลับภูมิลำเนา นอกจากไมค์ แสตมฟอร์ด ก็ไม่มีใครที่รู้จักจอห์น

     "หรือจะไปหาไมค์? แล้วจะไปทำไมหล่ะ"  เชอร์ล็อกคิดก่อนที่จะมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวซึ่งทำให้เขาเผลอกระตุกยิ้ม

     "ไม่ใช่หรอก....จอห์นคงไม่มีวันทำแบบนั้น"  เขาคิดและถอนหายใจก่อนกลับไปคิดเรื่องตอนนี้แทน วันนี้เป็นวันที่เขาและจอห์นเจอกันครั้งแรกซึ่งเขาเชื่ออย่างถึงที่สุดว่าจอห์นคงจำไม่ได้หรือจำได้แต่คงไม่คิดใส่ใจ อันที่จริงเขาก็ควรไม่สนใจเหมือนกัน มันก็แค่วันโง่ๆที่บังเอิญตรงกับวันที่เขาเจอกับจอห์น เขามั่นใจว่าถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่จอห์นมันก็จะเป็นแค่วันโง่ๆเหมือนกับที่เขากล่าวไป แต่เพราะเป็นจอหน์   จอห์นที่เป็นคู่หูของเขา จอห์นที่เป็นเพื่อนคนแรกของเขา จอห์นที่เป็นคนสำคัญของเขา และที่สำคัญ...จอห์นเป็นคนที่เขารักที่สุด....

     อา...ความรัก...มันช่างเป็นคำที่ซับซ้อนเหลือเกิน เขารู้ว่าความรักเป็นความรู้สึกที่แข็งแกร่งและทรงพลังมาก มากพอที่จะทำให้เกิดการฆ่าใครซักคนเพื่อให้ได้มันมา เขาเห็นมาเยอะ ในหลายๆเคส เกิดเหตุโศกนาฏกรรมที่น่าเศร้าหลายเรื่องเพียงเพราะคำๆนี้คำเดียว เขาไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่าคนเราจะเอาชีวิตไปทิ้งหรือทำลายชีวิตคนอื่นเพราะมันทำไม อารมณ์ความรู้สึกเป็นสิ่งที่เข้าใจยากสำหรับเขา และมันเป็นจุดอ่อนสำหรับงานของเขา แต่ถึงกระนั้นพอจอห์นเข้ามาอยู่ในชีวิตของเขา มันทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด

     ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขารู้สึกกับอีกฝ่ายมากกว่าคำว่าเพื่อนแต่นั่นไม่สำคัญหรอก...เพราะสิ่งที่สำคัญตอนนี้คือคำตอบของจอห์นที่เขาจะถามในช่วงเย็นต่างหาก
.
.
.
.
.
.
     "ขอโทษที่เรียกนายออกมาตอนนี้นะ"

     "ไม่เป็นไร ร้อยวันพันปีไม่เคยนัดเจอ วันนี้มีอะไรหล่ะ" มืออวบของไมค์ แสตมฟอร์ดโบกไปมาอย่างไม่ถือสา

     "ฉันมีเรื่องจะปรึกษาหน่อย" จอห์นพูดออกมาอย่างอยากลำบาก เขาดูลังเลที่จะพูดต่อ

     "ทำไมไม่ปรึกษากับเพื่อนร่วมแฟลตนายหล่ะ" ไมค์พูดขำๆ แม้ความจริงจะรู้คำตอบแล้ว

     "คือ ฉันจะมาปรึกษาเรื่องเชอร์ล็อกหน่ะ พอดีวันนี้เอ่อ..จะว่าไงเป็นวัน..."

     "ที่นายเจอกับเชอร์ล็อกครั้งแรก? ใช่ไหมหล่ะ" ไมค์ต่อประโยคให้ ซึ่งจอห์นก็พยักหน้า

     "อันที่จริงมันก็ไม่ได้สำคัญ..สำหรับเชอร์ล็อก ฉันคิดว่านะ เขาคงไม่สนใจเรื่องแบบนี้หรอก แต่ฉันคิดว่าฉันควรให้อะไรซักอย่างกับเขา สำหรับมิตรภาพของเรา ซึ่งฉันไม่รู้ว่าเขาอยากได้อะไร นอกจากคดี"

     "รู้อะไรไหมเพื่อนกันเขาไม่ซื้อของขวัญในวันครบรอบให้กันหรอก"  ไมค์อยากจะพูดแบบนี้แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่พยักหน้า

     "แล้วฉันก็ไม่รู้จะปรึกษาใคร จะติดต่อไมครอฟเขาก็บอกไม่ว่าง เกร็กก็ติดธุระซึ่งมันแปลกมากเพราะช่วงนี้ไม่มีคดีอะไร และฉันก็ไม่มีเบอร์มอลลี่ด้วย"

     "อืม..เอาจริงๆนะจอห์น นายเป็นเพื่อนสนิทเขานายน่าจะรู้ดีที่สุด"

     "นอกจากคดีที่ยากๆ ฉันก็ไม่เห็นเขาอยากได้อะไรอีก"

     "อยากได้นายไง"  เขาไม่ได้พูดประโยคนี้ออกไป

     "พาเขาไปกินข้าวซักมื้อก็พอแล้วมั้ง" จอห์นขมวดคิ้ว ก่อนพยักหน้า

     "เป็นไอเดียที่ดี"

     "รู้ไหมจอห์น ปกติไม่ค่อนมีใครมาขอคำปรึกษาฉันเท่าไหร่หรอก" เขาพูดและขำนิดๆก่อนหันไปมองจอห์น

     "นายเป็นคนที่สองแล้วที่มาขอคำปรึกษาฉัน"
.
.
.
.
.
     หลังคุยกับแสตมฟอร์ดเสร็จเขาก็กลับแฟลต เขาเห็นเชอร์ล็อกนั่งดูโน๊ตบุ๊กอยู่บนที่ประจำเขา เชอร์ล็อกปรายตามองเขานิดๆก่อนกลับไปสนใจโน๊ตบุ๊กต่อ ซึ่งจอห์นก็ไม่ได้สนใจอะไรก่อนเข้าไปชงชาในห้องครัว

     ตลอดเที่ยงไม่ได้มีอะไรพิเศษมากนัก เขากับเชอร์ล็อกนั่งกินแซนวิชที่คุณนายฮัดสันทำให้เป็นข้าวเที่ยง และนั่งดูทีวีด้วยกันจนล่วงเย็น

     "ไปกันเถอะจอห์น" อยู่ๆเชอร์ล็อกก็ลุกพรวดจากโซฟาและเดินออกไปหยิบโค้ทมาสวม

     "ไปไหนหน่ะ" จอห์นพูลพลางขมวดคิ้ว

     "กินข้าวเย็น" คำตอบของเชอร์ล็อกทำให้เขาสงสัยกว่าเดิม เพราะปกติเชอร์ล็อกจะไม่ยอมกินข้าวเย็น และมักเป็นเขาที่มักต้องบังคับให้เชอร์ล็อกกินข้าวทุกที
.
.
.
     "ที่นี่..."

     "ใช่ที่นี่มีปัญหา?"

     จอห์นมองเชอร์ล็อกอึ้งๆ เชอร์ล็อกพาเขามาที่ร้านแอนเจโล่...ที่ๆเขามากินข้าวด้วยกันครั้งแรก

     "ทำไมเป็นที่นี่หล่ะ" จอห์นถามและหันไปสบตากับเชอร์ล็อก

     "ก็แค่...นึกถึงวันเก่าๆ" เขาพูดแค่นั้นและเดินเข้าไปในร้าน จอห์นแอบลอบยิ้มกับตำตอบของเชอร์ล็อกและเดินตามเข้าไป หลังจากสั่งเมนูอาหารเสร็จพวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก แต่จอห์นก็รับรู้ถึงสายตาของคนตรงข้ามที่แอบลอบมองเขาอยู่แทบจะตลอดเวลาจนเขาเริ่มอึดอัด

     "จอห์น"

     "หื้ม?" เชอร์ล็อกสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพูดต่อ

     "ฉันอยากจะ..เอ่อ..ขอบคุณนาย สำหรับทุกอย่าง นายอาจจะลืมแล้วก็ได้แต่วันนี้เป็นวันที่เราเจอกันครั้งแรก" พูดเสร็จก็ก้มหน้า

     จอห์นรู้สึกตกใจและประหลาดใจอย่างมากเขาไม่คิดว่าเชอร์ล็อกจะสนใจด้วย เขายิ้มกว้างและหัวเราะจนเชอร์ล็อกขมวดคิ้ว

     "ฮะฮะ ขอบคุณนายด้วย ถ้าไม่มีนายฉันคงต้องพิการขาไปตลอดชีวิตแน่" เชอร์ล็อกยิ้มกับคำพูดของจอห์นและทำหน้าลำบากใจที่จะพูดประโยคต่อไป

     "จอห์น นายจำที่ฉันบอกนายตอนนั้นได้ไหม ฉันบอกกับนายว่าฉันคิดว่าฉันแต่งงานกับงานหน่ะ" เขาพูดและหยุดไปก่อนจะสบตาจอห์น

     "งานสำหรับฉันมันเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันสนุกและเพิดเพลินและมันเหมือนเป็นส่วนสำคัญในชีวิตฉัน"
     
     "....ตอนนี้นายถือเป็นส่วนหนึ่งในงานของฉัน"

     "...." เงียบ ไม่มีคำพูดใดออกมาจากทั้งสองคน จอห์นสบตากับคนที่พูดอย่างสับสนเขาไม่แน่ใจว่าควรจะตีความหมายคำพูดของอีกฝ่ายยังไง

     "ฉันรู้ตัวดีว่าฉันเป็นอัจฉริยะที่เข้าสังคมไม่ได้และไม่เข้าใจการใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ฉันไม่เข้าใจว่าคนเราจะมีเพื่อน มีแฟนหรือมีความรักทำไม ความรักก็เป็นความรู้สึกโง่ๆอย่างหนึ่งที่ทำให้คนเราอ่อนแอลง สิ่งที่ฉันคิดว่าว่าใกล้เคียงกับความรักสำหรับฉันที่สุดก็คือการทำงาน แต่นายรู้อะไรไหมจอห์นตั้งแต่ที่ฉันรู้จักนายความคิดพวกนี้ก็ค่อยๆเปลี่ยนไป นายทำให้ฉันเห็นความจำเป็นของคำว่าเพื่อนและรู้จักมิตรภาพของมัน"

     "ฉันรู้ว่านายคงรำคาญฉันในหลายๆเรื่องแต่นายก็ยังทน ยังทนอยู่กับตัวประหลาดในแฟลต221bต่อไปไม่รู้ว่าขี้เกียจหาที่ใหม่หรือไม่มีที่ไปแต่ฉันก็ต้องขอบคุณนายที่ยังทน ฉันรู้ว่ามันค่อนข้างแปลกนะแต่ฉันคิดว่าฉันไม่ได้คิดกับนายแค่เพื่อน ฉันไม่มั่นใจว่าฉันคิดยังไงกับนายกันแน่ ซึ่งความไม่แน่นอนไม่ควรเกิดขึ้นเลยกับฉันแต่มันเป็นไปแล้ว ฉันไปปรึกษากับคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นเกร็ก มอลลี่ ไมค์ ยกเว้นไมครอฟไว้คนนึง"

     "ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันตัดสินใจถูกรึเปล่าที่มาพูดแบบนี้ แต่ฉันคิดว่ามันสมควรที่จะพูดตอนนี้แม้ว่าคำตอบของนายจะเป็นคำที่ฉันไม่ต้องการฟังก็ตาม" เชอร์ล็อกสูดหายใจก่อนจะปล่อยออกมา

     "ฉันคิดว่า..ฉันรักนายจอห์น..."

     จอห์นนั่งนิ่งหลังจากคำที่เขาเข้าใจว่าเป็นคำสารภาพรักที่ยืดยาวออกมาจากปากเชอร์ล็อกเขาก็รู้สึกเหมือนหัวของเขาขาวโพลนไปหมด เขาไม่รู้ว่าควรจะทำหน้ายังไงดีและรู้สึกยังไงดี ที่อยู่ๆเพื่อนสนิทก็มาสารภาพรักกับเขา

     เชอร์ล็อกรู้สึกใจเสียที่จอห์นนิ่งไป ทั้งๆที่เขาทำใจไว้แล้วแท้ๆ แต่กลับยังรู้สึกเหมือนหัวใจจะแตกสลายลงตรงนั้น

     "ฉัน...เอ่อคือ" จอห์นไม่รู้จะพูดอะไรตอนนี้เขารู้สึกสับสน

     "นายไม่ต้องตอบอะไรหรอกจอห์น" อีกฝ่ายพูดขึ้นในที่สุด แววตาของเขามีแววเศร้าหมอง

     "ทำเป็นเหมือนสิ่งที่ฉันพูดไม่เคยเกิดขึ้นละกัน"

     ตลอดมื้ออาหารนั้นมีเพียงความเงียบ ทั้งคู่ตกอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง
.
.
.
.
.
     ความเงียบยังดำเนินจนมาถึงเช้าวันใหม่ จอห์นออกมาจากห้องนอนเดินไปที่ครัวเหมือนปกติ เขาเหลือบมองเชอร์ล็อกก่อนจะเห็นว่าอีกฝ่ายก็แอบมองเขาเหมือนกันทั้งคู่หันไปอีกทางพร้อมกันทันที

     เชอร์ล็อกสังเกตจากหน้าจอห์นก็รู้ว่าอีกฝ่ายแทบไม่ได้นอนเลย เขาก็เช่นกัน

     ตลอดทั้งวันจอห์นและเชอร์ล็อกไม่ได้คุยกันเลยซักคำ คุณนายฮัดสันพยายามถามว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ได้คำตอบปัดๆมาจากทั้งคู่

     ตอนเย็นเชอร์ล็อกออกจากแฟลต เขาอยากออกไปสูดอากาศและทนอึดอัดอยู่ในแฟลตต่อไปไม่ไหว

     จอห์นเดินลงมาชั้นล่าง เขาเห็นคุณนายฮัดสันกำลังนั่งกินบิสกิตอยู่บนโต๊ะ เขาจึงไปนั่งตรงข้ามหล่อน

     "มีอะไรจ๊ะ"

     "คือผม..อยากปรึกษา..."

     "เรื่องเชอร์ล็อกใช่ไหมหล่ะ ทะเลาะอะไรกันหล่ะ"

     "คือเมื่อวานนี้เชอร์ล็อกเอ่อ..." จอห์นไม่แน่ใจว่าจะถามต่อดีไหม พอดีหญิงตรงหน้าพูดแทรกขึ้นมา

     "อย่าบอกนะ..ว่าเขาสารภาพรักกับเธอแล้วหน่ะ" คำพูดของเธอทำให้เขาเบิกตากว้าง

     "เมื่อสองวันก่อนเขามาถามฉันว่าถ้าจะบอกความจริงกับเธอแล้วให้เธอตอบตกลงต้องทำยังไง เขาไม่ได้บอกหรอกว่าจะบอกเธอเรื่องอะไรแต่ฉันก็พอเดาได้จากปฏิกริยาตอนที่เขาพูดถึงเธอแหน่ะ"

     "ใช่ครับ เมื่อวานนี้เขาบอก..รักผม" จอห์นหน้าแดงขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

     "โถ่ที่รัก เธอคงจะตกใจมากสินะ แล้วเธอคิดยังไงกับเขาหล่ะ"
     
     "เขาเป็นเพื่อนที่ดี ดีมากๆด้วยถึงเขาจะกวนประสาทบ้าง แต่ผมว่าก็พอทนได้..."

     "ฉันรู้ว่ามันน่าสับสน แต่เชื่อเถอะ เธอก็รู้สึกกับเขาไม่ต่างจากเธอหรอก" เธอพูดและยิ้มให้เขา

     "รีบตัดสินใจก่อนจะสายเกินไปนะ จอห์น"
.
.
.
.
.
     นี่ก็ผ่านมา1อาทิตย์แล้วหลังจากวันนั้นเชอร์ล็อกทำเหมือนเรื่องวันนั้นไม่เคยเกิดขึ้น พวกเขาไขคดีด้วยกันตามปกติและคุยกันปกติ แม้ต่างฝ่ายจะรู้ว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว

     เชอร์ล็อกเล่นไวโอลีนบ่อยขึ้นตอนกลางคือทำนองและเสียงดนตรีของมันบีบหัวใจของเขาเหลือเกิน เชอร์ล็อกกินอาหารน้อยขึ้นจากเดิมที่ไม่เข้ากินอะไรอยู่แล้วทำให้เขาดูตัวซีดผอม

     อันที่จริงไม่ใช่แค่เชอร์ล็อกหรอกที่แย่ลงเขาก็เริ่มนอนไม่หลับและเครียดมากขึ้นกับพฤติกรรมของแฟลตเมทเขา และเขาก็รู้สึกสับสนกับความรู้สึกของตนเอง เขาไม่แน่ใจว่าเขารู้สึกยังไงกับเชอร์ล็อกกันแน่ แรกเริ่มมันก็เป็นเพียงแค่ความประทับใจและชื่นชมในมันสมองที่อัจฉริยะนั้น แต่พอได้มารู้จัก ได้มาใช้ชีวิตร่วมกัน ได้เห็นข้อเสียของกันและกันมันก็ถักทอเป็นมิตรภาพที่สวยงาม เขายอมรับว่าตอนที่เห็นถึงความฉลาดของเชอร์ล็อกทำให้เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เป็นเพื่อนกับเขา แต่มันก็เป็นไปแล้ว และไม่เคยคิดว่าเชอร์ล็อกจะรู้สึกกับเขามากกว่าคำว่าเพื่อน

     เขาลองคิดดูว่าถ้าสมมุติเขายอมรับความรู้สึกของเชอร์ล็อกและเป็นแฟนกันแต่เชอร์ล็อกอาจไม่เรียกว่างั้นก็ได้เขาเห็นการมีแฟนและแต่งงานแบบที่มนุษย์ปกติพึงมีเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ถึงจะไม่เป็นแฟนยังไงซะความสัมพันธ์ของพวกเค้าคงจะแน่นแฟ้มขึ้นและอาจมีการแตะเนื้อต้องตัวกันมากขึ้นและอาจมีเรื่องอย่างว่า...

     คิดถึงส่วนนี้ทีไรอุณหภูมิบนหน้าของเขาก็สูงขึ้นทันที เขาจินตนาการตัวเองจูบกับเชอร์ล็อกมันคงจะรู้สึกแปลกๆแต่..เขาก็ไม่ได้ขยะแขยง
.
.
.
.
     เย็นวันนั้นเขานัดกับเกร็กเพื่อไปเชียร์บอลกันที่บาร์แห่งหนึ่ง เขาบอกเชอร์ล็อกซึ่งเชอร์ล็อกก็ถามเขาทันทีว่าเกร็กคือใคร

     "เลสตราดไงเชอร์ล็อก เมื่อไหร่จะจำชื่อได้"
.
.
.
.
     "หวัดดีจอห์น นายดูโทรมขึ้นนะ" เกร็กทักเขาทันทีเมื่อเจอหน้ากัน

     "ทะเลาะกับเชอร์ล็อกรึไง"

     "ทำไมถึงคิดยังงั้น..."

     "ตอนที่ทำคดีกับเขาเมื่อวานเขาก็ดูโทรมเหมือนกัน" จอห์นหันไปมองอย่างประหลาดใจ เชอร์ล็อกไปทำคดีโดยไม่ได้บอกเขาซักคำ

     "เอ่อ..เราสับสนกันนิดหน่อย อันที่จริงแค่ฉันคนเดียวแหละ" เขาบองเพียงแคานั้นและหันไปสั่งเครื่องดื่ม

     "พวกนายนี่นะ..." เกร็กเพียงถอนหายใจและหันไปสั่งเครื่องดื่มของตนเอง

     พวกเขาทั่งคู่นั่งเชียร์บอลกันจนจบก่อนจะแยกย้ายกันกลับแต่ก่อนไปเกร็กก็หันมาพูดกับเขา

     "มีคนเคยบอกฉันว่าเชอร์ล็อกเปรียบเหมือนกับสมองส่วนนายคือหัวใจ...พวกนายสองคนต้องอยู่ด้วยกันเพื่อที่จะมีชีวิตต่อไป" พูดจบก็โบกมือลาทันที
     
     
     เมื่อจอห์นกลับไปเขาเจอเชอร์ล็อกกำลังนั่งอยู่บนโซฟา

     "กลับมาแล้วหรอจอห์น" จอห์นไม่ตอบแค่พยักหน้า เขามองเชอร์ล็อกอยู่แป็ปนึงก่อนจะกระแอมนิดๆและหันไปมองเชอร์ล็อก
     
     "ฉันตัดสินใจเรื่องนั้นแล้ว"

     "เรื่องนั้น?"

     "ที่นายบอกฉันในร้านแอนเจโล่อาทิตย์ก่อนหน่ะ"

     "อ่อ...." เดี๋ยวนะ....!!!!! เชอร์ล็อกเบิกตากว้างและหันไปมองจอห์นทันที

     "คือฉันนอนคิดเรื่องนี้หลายคืนแล้ว..." จอห์นเว้นคำพูดไปแป๊ปนึงแต่เหมือนผ่านไป10ปีของคนที่รอฟัง

     เชอร์ล็อกนั่งนิ่งมือและใบหน้าของเขามีเหงื่อไหล เขาเฝ้ารอคำตอบอย่างร้อนใจ เขาไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นและหวาดกลัวเท่านี้มาก่อนเลย

     "ฉันคิดว่า...พวกเราน่าจะลองคบกันดู...แบบ...เอ่อแฟนอะนะ แต่ไม่ต้องก็ได้นะเพราะฉันคิดว่านายคงมองเป็นเรื่องไร้สา..."

     "ตกลง" เชอร์ล็อกตอบทันทีโดยที่จอห์นยังไม่ทันพูดจบ

     "แต่นายเคยบอก..."

     "นั่นมันสำหรับคนอื่น นายต่างออกไปจอห์น" เชอร์ล็อกสวนขึ้นทันควันใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสุข

     "คนปกติมีแฟนคนเดียวรึเปล่า"

     "แน่นอนอยู่แล้ว"

     "ถ้าอย่างนั้นฉันจะเป็น...ฉันอยากเป็นของนายคนเดียว" จอห์นใบหน้าร้อนผ่าวกับประโยคของเชอร์ล็อกทันทีเขาไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา

     "ถือว่านายตกลงนะ" จอห์นถามและหันหน้าไปอีกทาง เชอร์ล็อกลอบยิ้มกับปฏิกริยานั้น

     เขาไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้จริงๆวันที่จอห์นตอบรับความรู้สึกของเขา มันทำให้เขารู้สึกคิดถูกที่ตัดสินใจสารภาพไป เขาลุกและเดินไปหาจอห์นและโน้มลงไปใกล้ ใกล้เสียจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆของอีกฝ่าย

     "มีอะ..." ไม่ทันที่จอห์นจะพูดจบอีกฝ่ายก็ประทิบริมฝีปากกับเขาทันที...ไม่มีการล่วงล้ำ มีเพียงแค่สัมผัสนุ่มที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างอ่อนโยน ความรู้สึกทั้งหมดถ่ายทอดผ่านรสจูบที่ยาวนานนั่นก่อนทั้งคู่จะค่อยๆผละตัวออกจากกัน

     เชอร์ล็อกก้มมองจอห์นที่ดูเหมือนจะแข็งทื่อไปทั้งตัวใบหน้าแดงระเรื่อ อันที่จริงไม่ใช่แค่จอห์นที่ดูเขินอาย เขาเองก็หน้าแดงไม่แพ้กัน

     "คบกันแล้วทำได้ใช่ไหม" เขาถามอย่างลังเลเมื่อเห็นปฏิกริยาที่ดูตกตะลึงของคนข้างตัว

     "...ให้ตายเถอะเชอร์ล็อก!" จอห์นตะโกนซึ่งทำให้เขาสะดุ้งทันที นี่เขาทำอะไรผิดรึเปล่า

     "ไม่ได้หรอจอห์น แต่ฉันคิดว่า..."

     "หุบปากซะ!" เขาพูดและรีบเดินเข้าห้องทันที

     เชอร์ล็อกกระตุกยิ้มเมื่อจอห์นเดินหายไป เอาเถอะ...แค่เพียงจอห์นยอมรับเขาก็มากเกินพอแล้ว
.
.
.
.
.

"Thankyou...for being you"

"Thankyou for being John Watson"

"I love you"

________________________________________________________________________________________________________________

โอ้ยยยแต่งไปได้ไงเนี่ยฮืออออ ยังไงก็ฝากไลค์และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจด้วยนะคะ อยากอ่านคู่ไหรรีเควสได้นะแต่ขอเป็นfreebatchนะจ๊ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13 ความคิดเห็น

  1. #12 SPYKDbeat (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 00:39
    ฮือออออ เขินมาก ๆๆๆ ค่ะ นึกภาพเชอร์ล็อกสารภาพรักก็คือต้องรัวเหมือนตอนไขคดีแน่ นอกจากจอห์นก็คงไม่มีใครฟังรู้เรื่องอีกแล้ว55555
    #12
    0