คำปราศรัยเนื่องในวันคล้ายวันเกิด ๕ สิงหาคม ๒๕๕๖
ตอนก่อนหน้า

คำปราศรัยเนื่องในวันคล้ายวันเกิด ๕ สิงหาคม ๒๕๕๖
เกริ่นเรื่อง:
5 ส.ค. 56 , View: 1305 , Post : 1


คำปราศรัยเนื่องในวันคล้ายวันเกิด ๕ สิงหาคม ๒๕๕๖

                ปีหนึ่งผ่านมาแล้วก็ผ่านไป น่าสนใจเป็นที่ยิ่งว่าปีที่ผ่านมานี้คอฟฟี่ไม่ได้ล็อกอินเข้ามาในเด็กดีโดยสิ้นเชิง และเมื่อรู้ตัวอีกที เจ้าแฟลชที่หน้ามายไอดีก็ใช้การไม่ได้เสียแล้ว...ถ้าวันไหนึกครึ้มกลับมาตื่นตัวต่อเด็กดีอีกครั้งก็คงออกแบบใหม่หมดไปเลยล่ะมั้ง...แต่ก็อีกนั่นแหละ คอฟฟี่ตื่นตัวต่อไอดีครั้งกระโน้นก็ตอนที่มันอัพเป็นเวอร์ชั่นสอง และคอฟฟี่ก็ไม่คิดว่าจะมีเวอร์ชั่นสามออกมาในเร็ววันเสียด้วยซี

                ช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมานี้ที่ไม่ค่อยจะมีนิยายดีๆออกมาให้อ่านเท่าไหร่ทำให้คอฟฟี่ลดความสนใจในเด็กดีและนิยายตัวเองในเด็กดีลงไปมากทีเดียว วันวานของการอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้าเพราะมันน่าสนใจไปหมดและคอยอัพนิยายทุกๆวันสำหรับคอฟฟี่นั้นเป็นอดีตกาลห่างไกลกว่าทศวรรษไปเสียแล้วล่ะ ปีที่ผ่านมานี้กิจการเกี่ยวกับนิยายของคอฟฟี่มีแค่การสั่งซาเทียร่าครบชุดมาเท่านั้นเอง ยิ่งรู้ต้นสายปลายเหตุใหท่านคนเขียนต้องพิมพ์เองแล้วก็ยิ่งชวนให้รู้สึกอนาถใจกับสภาพปัจจุบันของวงการนิยายของพวกเรา (ถึงจะดีใจที่ปกสวยขึ้นเป็นกองก็เถอะ) จะว่าไปแล้วอาจจะดีก็ได้ที่นิยายคอฟฟี่ไม่เคยผ่านสำนักพิมพ์ ถ้าผ่านแล้วโดนลอยแพกลางทาง หรือว่าโดนสุมอยู่ในกระบะลดครึ่งราคาหรือบุฟเฟต์หนังสือเก้าสิบเก้าบาทนี่คงปวดใจน่าดูทีเดียว

                อย่างที่คอฟฟี่เขียนไว้เมื่อปีที่แล้วว่าคอฟฟี่หันไปวาดรูปแทนเขียนนิยาย ก็นับว่ามีการพัฒนาอยู่ไม่น้อยเลยนะ ตอนนี้คอฟฟี่ค่อนข้างจะพอใจกับฝีมือตัวเองอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ ก็นับได้ว่ามีพัฒนาการขึ้นมาให้คุ้มกับเวลามากมายที่ทุ่มเทลงไปให้ล่ะนะ คอฟฟี่ลองวิธีการวาดผมแบบใหม่ ใช้เวลาไม่มากอย่างที่คิดหรอก อย่างน้อยก็เมื่อเทียบกับแบบเก่า แต่ผลลัพธ์ออกมานี่น่าประทับใจทีเดียว หลังจากนั้นก็พัฒนาไปเรื่อยๆในการจัดแต่งทรงผมและการใส่ประกายฮาโลสารพัน แล้วก็ปรับปรุงการใส่สีผิว ความอวบอิ่มน่าจูบของริมฝีปาก แล้วก็แก้ปัญหาความพิสดารของกายวิภาคมนุษย์...อืม โดยรวมแล้วคอฟฟี่ขอบอกว่าเป็นพัฒนาการแบบก้าวกระโดดจริงๆ เสียดายแค่มาเริ่มช้าไปเท่านั้นเอง ถ้าคอฟฟี่หันมาจริงจังไม่ใช่แค่วาดเล่นตั้งแต่ตอนมัธยมชีวิตคอฟฟี่จะเป็นยัง ไงนะ ที่หันมาจับวาดรูปจริงจังตอนนี้ก็เพราะสติแตกตอนปีสองนั่นแหละ...เฮ้อ...น่า สนใจจริงว่าการวาดรูปของคอฟฟี่นี้ต่อไปจะนำชีวิตของคอฟฟี่ไปสู่เส้นทางสาย ไหน ก็หวังว่ามันจะสร้างสรรค์หน่อยละกันนะเส้นทางสายนั้นน่ะ

                มาเล่าชีวิตคอฟฟี่ให้เป็นที่รู้แจ้งแก่สาธารณชนดีกว่า อย่างที่ท่านทั้งหลายทราบได้จากการคำนวณเลขผานาที คอฟฟี่เรียนจบเรียบร้อยแล้ว เปี่ยมด้วยศักดิ์และสิทธิ์แห่งปริญญาบัตรทุกประการ! และตอนนี้ก็มีงานมีการทำอยู่ในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่จัดตั้งโดยรัฐแต่บริหารโดยเอกชนภายใต้การกำกับของรัฐแห่งหนึ่ง ก็มีเงินเดินพอใช้ตามข้อบังคับงินเดือนขั้นต่ำของรัฐบาลไปเดือนๆหนึ่งล่ะนะ แต่ที่ไม่ค่อยพอก็คือเวลานี่แหละ หลังจากทำมาได้เดือนกว่าคอฟฟี่ก็เหนื่อยสุดๆกับการพยายามปั่นให้มีผลงานลงเด เวียนท์ให้ได้อย่างน้อยเดือนละชิ้นเวลารวบรวมผลงานประจำปีจะได้ไม่มีเดือนไหนว่างเปล่าไปให้ชาวประชาประณามหยามเหยียดน่ะนะ ส่วนเรื่องนิยายนี่ คอฟฟี่ขอยืนยันว่าแม้จะไม่มีความคืบหน้าใดๆมาสองสามปีแล้วคอฟฟี่ก็ไม่ได้ทิ้งไอลินกับหนุ่มๆทั้งหายไปจริงๆนะ ที่จริงหลังจากเริ่มทำงานใหม่ๆคอฟฟี่ก็หาเรื่องอู้ด้วยการเอาชาร์มิลามานั่งอ่านใหม่ทั้งหมด ยาวสะใจดีแท้ล่ะ การอ่านเอกสารยาวๆทำให้กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมสำนักงานได้เป็นอย่างดี และการนั่งตอกแป้นพิมพ์ก๊อกแก๊กก็ช่วยให้คอฟฟี่กลมกลืไปกับบรรยากาศการทำงานแบบจืดชืดไร้ความสร้างสรรค์ของสำนักงานกลางเมืองได้ไม่น้อยทีเดียวล่ะ คอฟฟี่เอาไฟล์บทล่าสุดของชาร์มิลามาใส่ไว้ในเครื่องแล้วก็ปรับปรุงรีไรท์ไป นิดหน่อยแล้ว ตั้งใจว่าถ้ามีเวลาให้อู้ก็จะเปิดขึ้นมานั่งพิมพ์ต่อ...แต่อย่างว่าล่ะนะ ด้วยปัจจัยหลายๆอย่างคอฟฟี่ก็รู้สึกว่าความคิดสร้างสรรค์มันเหือดแห้งหายไป หมด ช่างน่าอึดอัดเหมือนระบบระบายอากาศไม่เอาไหนที่มีแต่ความเย็นยะเยือกในสำนักงานนี่...

                คอฟฟี่เคยพูดไว้ในช่วงที่วิ่งหางานว่า งานที่ดีคืองานที่ทำแล้วมีเงินพอใช้ และมีเวลาพอใช้เงิน เงินมันก็มีพอจะใช้จ่ายตามใจอยากได้หรอกนะ แต่ถ้าไม่มีเวลาก็แย่หน่อยล่ะ อย่างที่คอฟฟี่ตั้งใจไว้ว่าอยากเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ให้แรงๆ จะได้เล่นเกมแล้วก็ทำงานกราฟฟิคกับเขียนเกมหนักๆได้ แต่ถ้าไม่มีเวลาจะทำเรื่องพวกนั้นก็ไม่รู้จะเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ไปทำไม...ที่ตั้งใจว่าจะเก็บเงินก็เลยจบเห่ไป แหม...พอไม่มีแก่ใจจะเก็บเงินไปทำเป้าหมายอันยิ่งใหญ่งานมันก็ดูน่าเบื่อขึ้นมาทันที เหมือนกับเรียนเอาเกรดที่ไม่ได้ใช้นั่นแหละไม่รู้จะเรียนไปทำไม

                เอ้า พร่ำบ่นเรื่องของตัวเองมามากแล้ว ได้เวลาร่ายบทเทศนาประจำปีกันเสียที จากที่ปีก่อนๆคอฟฟี่เคยเตือนกันไปเรื่องภัยของเครือข่ายสังคมทั้งหลาย และเมื่อเร็วๆนี้ก็มีข่าวตูมตามเกี่ยวกับเอ็นเอสเอออกมาให้เป็นที่เอิกเกริกกันไป (ซึ่งคอฟฟี่เชื่อว่าคนไทยเกือบทั้งหมดไม่รู้ ไม่สนใจ หลับหูหลับตากันต่อไป) ปีนี้ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงสำคัญในชีวิตคอฟฟี่ก็อยากจะพูดถึงเรื่องหนึ่งที่ติดอยู่ในใจมานานแล้วตามประสาคนต่อต้านสังคม...เรื่องนั้นก็คือสังคมนั่นเอง เราได้ยินกันมานานแล้วกับประโยคซ้ำซากว่า เราอยู่คนเดียวไม่ได้และ เราต้องเข้าสังคม ซึ่งไอ้เหตุที่ว่าเราอยู่คนเดียวไม่ได้ก็เป็นเรื่องของการทำตัวเองแท้ๆล่ะ ซึ่งก็คงไม่มีทางเลือกแล้วนอกจากกลับไปอยู่ยุคหินหรือหนีไปอยู่กลางป่ากลางเขาแล้วเอาตัวให้รอด แต่เรื่องเข้าสังคมนี่เป็นเรื่องซับซ้อนนะ เข้าไปทำอะไรล่ะ เพราะเราอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้เหรอ นั่นคนละเรื่องนะ อยู่คนเดียวไม่ได้ไม่จำเป็นว่าจะต้องเข้าสังคมประเภทคบหาเป็นเพื่อนสนิทมิตรสหายนี่นา สังคมแบบทุนนิยมก็ได้ มีความสัมพันธ์แบบการค้าขายไง ทุกอย่างเป็นเรื่องของความสัมพันธ์แบบธุรกิจ ทำงานแลกเงิน จับจ่ายซื้อสินค้าและบริหาร ก็เป็นเรื่องของการแลกเปลี่ยนตามความชำนาญและความต้องการกันไป นี่ไง อยู่คนเดียวไม่ได้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้อง เข้าสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเข้าร่วมงานเลี้ยงสารพันหรือการใช้แอพตัวเดียวกันบนมือถือราคาแพงไร้เหตุผลสักยี่ห้อ เป็นการร่วมมือเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น นี่แหละการเข้าสังคมแบบคอฟฟี่ล่ะ

                เพราะอย่างนั้น เพื่อนร่วมห้อง” “เพื่อนร่วมเรียน เพื่อนร่วมรุ่นแล้วก็ เพื่อนร่วมงานสำหรับคอฟฟี่เนี่ยไม่ถือเป็น เพื่อน ตามความหมายที่ว่าคบค้าสมาคมด้วยความสัมพันธ์อันดี ก็แค่คนที่มารวมกลุ่มกันด้วยเป้าหมายและผลประโยชน์บางอย่าง จริงอยู่คอฟฟี่ก็ไม่ได้ถึงขนาดปลีกวิเวกโดดเดี่ยวไม่พูดคุยคบค้ากับใครเลย แต่การจะเลื่อนขั้นจากเพื่อนพวกนั้นเป็น เพื่อน เฉยๆได้เนี่ยต้องอาศัยมากกว่าการมารวมตัวกันเพราะอะไรสักอย่างนะ ต้องถูกชะตากัน มีความสนใจร่วมกัน และพูดคุยทำกิจกรรมร่วมกันได้ในเรื่องอื่นนอกเหนือจากเรื่องที่ทำให้มารวมตัวกัน ดังนั้น เพื่อนร่วมรุ่นจะเป็นเพื่อนได้ก็ต้องคุยกันได้นอกจากเรื่องเรียน และเพื่อนร่วมงานจะเป็นเพื่อนได้ก็ต้องมีมากกว่าเรื่องงาน อนึ่งไอ้การสนทนาจิปาถะเกี่ยวกับครูบาอาจารย์ เจ้านาย หรือคนใกล้ตัวในประดาเครือข่ายสังคมทั้งหลายนี่คอฟฟี่ไม่เอามานับนะ ถึงไม่ใช่เรื่องงานแต่ถ้าคุยได้แค่เกี่ยวกับเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายเนี่ยไม่ถือว่าหลุดพ้นนะเออ

                ดังนั้น คอฟฟี่เลยจำกัดการ เข้าสังคม ในมหาวิทยาลัยของคอฟฟี่ไว้แค่เรื่องเรียนแล้วก็เล็กๆน้อยๆเพื่อความสัมพันธ์อันดีให้พอร่วมงานและมองหน้ากันได้ ส่วนไอ้เรื่องไปเที่ยวไปค้างอะไรต่อมิอะไรที่เขานิยมกันหนักหนานี่คอฟฟี่ขอตัวไม่ร่วม เพราะถือว่าไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไร และไปก็ไม่เห็นว่าจะร่วมสนุกได้กับการสำมะเลเทเมาหรือร่วมไปกับประเด็นที่เขาชื่นชมสนใจแต่เราไม่นิยม เพื่อนร่วมงานก็เช่นกัน คอฟฟี่เลยตรงต่อเวลามากในการเข้าออกงาน เพราะถือว่าเวลางานก็คือทำงาน และรวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์ เข้าสังคมกับเพื่อนร่วมงานด้วย แต่ถ้าขอเวลามากกว่านั้นในการ เข้าสังคมนอกเหนือเวลางาน คอฟฟี่ก็ขอตัวล่ะ เวลาพวกนั้นสำหรับพักผ่อนส่วนตัวและการพบปะสังสรรกับ เพื่อนจริงๆ

                คอฟฟี่ก็ เข้าสังคมล่ะนะ แต่ก็ไม่เข้าหมด เข้าเฉพาะที่จำเป็น และเมื่อถึงเวลาก็ไม่ลังเลที่จะออกมาจากสังคมนั้นด้วย คอฟฟี่ไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องโอนอ่อนตามหรือเสแสร้งเพียงเพื่อจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ว่านั้น หากสังคมนั้นมันดีจริง เข้าหรือไม่เข้าก็ไม่เสียหาย และสังคมนั้นก็จะเข้าใจว่าระยะห่างนั้นคือสิ่งที่เราต้องการและจะเคารพในการวางตัวของเราเองแหละ แต่ถ้าสังคมมันไม่เข้าใจ ตั้งแง่ใส่นั่นโน่นนี่ ก็ชัดเจนว่าสังคมนั้นคงไม่ดีเท่าไหร่ และอาจจะเป็นการดีแล้วที่เราจะไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย อย่าให้ คนเราต้องเข้าสังคม เข้ามาปิดบังเหตุผลจนต้องหลับหูหลับตาเข้าไปทั้งที่รู้ว่าสังคมมีทั้งดีและไม่ดี อยู่คนเดียวดีๆยังดีกว่าเข้าสังคมที่ไม่ดี อยู่รักษาความเป็นตัวของตัวเองยังดีกว่าการใส่หน้ากากเสแสร้งเพื่อจะเข้าสังคม การพิจารณาความต่างๆด้วยเหตุและผลไม่โอนอ่อนให้กับคนกลุ่มใหญ่อย่างไร้สติเป็นข้อสำคัญของประชาธิปไตยนะ เสียงส่วนใหญ่ก็ไร้คุณภาพได้เหมือนกัน ถ้าไม่เข้าใจตรงนี้คอฟฟี่ก็เป็นห่วงบ้านเมืองจริงๆ เหอๆๆ...

                ดังนั้น เหล่าผู้อ่านที่รักของคอฟฟี่เอ๋ย จงอย่าก้มหัวให้กับความจอมปลอมของสังคม จงพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าอะไรดีไม่ดีก่อนที่จะแหย่หัวแม่เท้าลงไป ถ้ามันไม่ดีก็รีบชิ่งออกมาเสีย ถ้าจำเป็นต้องอยู่ร่วมกันก้วยเหตุบางประการก็คงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีในระดับที่พูดคุยและมองหน้ากันได้โดยไม่มีปัญหา แต่ถ้าเห็นว่าไม่คุ้มค่าคุ้มราคาหรือเป็นการเปลืองตัวเกินไปจะจะเข้าร่วม ก็หยุดอยู่แค่ประตูหน้าของสังคมนั้นเสีย ชะโงกหน้าเข้าไปดูเป็นครั้งคราวแต่พร้อมที่จะก้าวออกมา เสร็จแล้วจะดิ่งไปสำราญในห้องส่วนตัวหรือตรงไปร่วมสังคมที่เราสร้างสรรค์ร่วมกัน เพื่อน จริงๆและเราเต็มใจเข้าร่วมเองไม่ใช่เพราะเวลา สถานที่ หรือโชคชะตาชักนำให้เข้าร่วม

                คำปราศรัยในปีนี้ก็คงจะสิ้นสุดลงแค่นี้ ที่ปีนี้พูดถึงเรื่องนี้ก็เพราะคอฟฟี่เองอยู่ในช่วงจุดเปลี่ยนแปลงสำคัญของชีวิตและต้องเจอกับปัญหาทำนองนี้ แต่คอฟฟี่ก็มองว่าปัญหาสังคมในเรื่องการเข้าสังคมกำลังเป็นปัญหาจริงๆและลดระดับอายุลงไปเยอะ เดี๋ยวนี้ ม.ต้น ก็มีเรื่องพวกนี้กันแล้ว ไอ้พวกเรื่องตามเพื่อนคบเพื่อนเนี่ยแหละ เปลืองตัวเปลืองเงินกันไปก็เยอะ ไม่ส่วนมากแล้วก็ไม่มีดีเลย ใช้สติคิดให้รอบคอบกันหน่อยท่านทั้งหลาย การเป็นตัวของตัวเองด้วยการทำตามคนอื่นตั้งแต่กิจกรรมเสื้อผ้าอาภรณ์ยันของกินของใช้น่ะไม่เรียกว่าการเป็นตัวของตัวเองหรอกนะ แต่เป็นการทิ้งตัวตนเพื่อเข้าร่วมฝูงแกะหน้าตาเหมือนกันหมดต่างหาก หวังว่าก่อนจะเข้าสังคมคราวนี้จะเลือกสังคมที่ดีควรค่าแก่การเข้าไปกันนะ

                เอ้า เทศนาเรื่องเครียดๆกันมาพอแล้ว ได้เวลาปิดท้ายเสียที คอฟฟี่ขอให้ทุกๆคนมีความสุขสวัสดีในประดากิจการทั้งปวง สุขภาพแข็งแรงไร้โรคภัยไข้เจ็บ และหวังว่าทุกคนจะสร้างสรรค์ความเป็นตัวของตัวเองได้โดยอิสระเสรีไม่ยึดติดกับกรอบใด และโดยไม่ยึดติดกับกรอบว่าต้องออกนอกกรอบด้วย ขอให้ประสบแต่โชคดีและมีชีวิตที่สดใสไร้ความทุกข์ความกังวลใดๆตลอดหนึ่งปีช่วงอายุของคอฟฟี่ที่เริ่มต้นอีกปีหนึ่งในวันนี้ แล้วพบกันในวันเกิดปีหน้าซึ่งก็น่าสนใจอย่างยิ่งว่าคอฟฟี่คัพของท่านจะอยู่ในสภาพใด

                คอฟฟี่คัพ


แฟนคลับ [78]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1 บอกว่า :
    อ่านจนจบ
    จับประเด็นได้ว่าอาจจะกลับมาอัพชาร์มิลล่าต่อ!!!
    เอ้ยไม่ใช่ รู้สึกว่ามุมมองจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นโขเลยค่า
    ก็สู้ๆในเรื่องต่างๆนะคะ 
    รอนิยายอยู่นะค้าาา
    22 ส.ค. 56 / 23:08

    1

    ตอนก่อนหน้า

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    79
    Comments
    557
    Fanclub
    78


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    ชั้นเล็กๆไว้เก็บบันทึกแห่งความฝันของผองเพื่อน


         อัพเดท 5 ม.ค. 55

         อัพเดท 5 มิ.ย. 54

         อัพเดท 8 พ.ค. 52