พลิกขอบฟ้าตามล่ารัก

ตอนที่ 35 : บทที่10 ปิดปากด้วยปาก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,957
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    16 มี.ค. 62




บทที่ 10 

ปิดปากด้วยปาก 

พรรณวรทวางถ้วยอาหารที่อุ่นร้อนเรียบร้อยแล้วลงบนโต๊ะ หญิงสาวเดินไปที่เตียงคนไข้ เมื่อเห็นว่าเย็นมากแล้ว จึงปลุกเขาให้ลุกมากินอาหารเย็น จะได้กินยา มือบอบบางแตะที่หัวไหล่บึกบึนแล้วเขย่าเบาๆ

“ราฟาเอลคะ ราฟาเอล ตื่นเถอะค่ะ เย็นมากแล้วนะคะ” เสียงหวานๆ ใสที่ได้ยิน ทำให้ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง ริมฝีปากหยักสวยคลี่ยิ้ม เมื่อเห็นหน้าเธอลอยอยู่ใกล้ๆ

“คุณยังอยู่กับผมจริงๆ”

“อยู่สิคะ คุณป่วยแบบนี้ ฉันจะไปไหนได้ล่ะ ฉันอุ่นซุปร้อนๆ ไว้ให้คุณแล้ว กินซุปหน่อยนะ จะได้กินยา ค่อยๆ ลุกนะคะ” หญิงสาวประคองร่างใหญ่ให้ขยับกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงกับหัวเตียง แล้วปรับเตียงให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ ก่อนจะลากเมโยที่มีถาดอาหารวางเอาไว้มาให้เขา พรรณวรทไม่รอที่จะต้องให้เขาบอก หญิงสาวจัดการป้อนซุปให้ชายหนุ่ม ซึ่งเขาก็กินไปจนหมดถ้วย หญิงสาวจึงได้เลื่อนโต๊ะไปเก็บ แล้วเอายาให้เขากิน

ราฟาเอลดึงร่างบางให้นั่งลงที่ริมเตียง มือใหญ่เอื้อมไปประคองแก้มนุ่มเอาไว้ แล้วกระชับเบาๆ ดวงตาสีฟ้าอมเทาทอประกายอ่อนหวาน ยามเมื่อสบตากับเธอ

“รู้ไหมวิว ว่าผมมีความสุขมากแค่ไหน ถ้าคุณจะน่ารักขนาดนี้ ถึงตายผมก็ยอม”

พรรณวรทรีบยกมือปิดปากเขาเป็นเชิงห้าม ไม่ให้เขาพูดต่อ

“อย่าพูดแบบนี้สิ ฉันไม่อยากฟัง” ชายหนุ่มยิ้มบางๆ กุมมือเธอเอาไว้ แล้วยกขึ้นมาจูบเบาๆ

“ผมไม่ได้เป็นอะไรแล้ว คุณก็เห็นว่าผมสบายดี”

“คุณเจ็บ ฉันรู้” หญิงสาวพูดเสียงแผ่ว ระลึกเสมอว่าลมหายใจที่ยังคงอยู่ของเธอ มันแลกมาด้วยความเจ็บปวดของเขา

“ผมบอกแล้วไง ถ้าคุณต้องเป็นคนที่มานอนบนนี้แทนผม ผมคงจะเจ็บกว่านี้แน่ แต่ตอนนี้ผมสบายดีฮันนี่ ไม่เอาน่า คุณอย่าทำหน้าอย่างนั้นสิครับ” ราฟาเอลพูดเสียงนุ่ม

“ถ้าคุณไม่เอาชีวิตเข้าแลก ฉันอาจจะไม่ใช่แค่นอนอยู่ตรงนี้ แต่อาจจะอยู่ในโลงแล้วก็...”

“เราคุยเรื่องนี้กันไปแล้ว แล้วผมก็บอกคุณแล้วเหมือนกัน ว่าเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันอีก แล้วก็ห้ามพูดว่าตัวเองจะต้องเป็นอะไร ตราบใดที่ผมยังอยู่ ผมจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายคุณได้หรอก” ชายหนุ่มเอ็ดเสียงเข้ม

“งั้นก็เป็นหน้าที่คุณ ที่ต้องคอยปกป้องฉัน”

“ผมยินดีรับหน้าที่นี้ไปตลอดชีวิตครับฮันนี่” ราฟาเอลดึงร่างบางให้เข้ามาหา เขาอยากกอดเธอ ทว่าหญิงสาวกลับขืนตัวเอาไว้ เธอส่ายหน้าเบาๆ

“วันนี้คุณกอดฉันไปหลายครั้งแล้ว หมดโควตาค่ะ”

“หืม... การกอดคุณมันมีโควตาด้วยเหรอฮันนี่”

“ไม่เอาค่ะ ไม่ให้กอดแล้ว” หญิงสาวพูดเขินๆ ชายหนุ่มจึงยิ้มเจ้าเล่ห์

“โอเค โควตากอดหมด แต่โควตาอื่นยังอยู่ ไม่กอดก็ได้” ว่าแล้วเขาก็ยื่นหน้ามาใกล้ ฝังปลายจมูกลงบนแก้มนุ่มหนักๆ พรรณวรทถึงกับตาโต ผลักเขาออกด้วยความลืมตัว ราฟาเอลจึงร้องออกมา

“โอ๊ย!

“คุณเจ็บมากไหม ฉันขอโทษ ฉันลืมตัว ขอดูแผลหน่อยสิคะ” พรรณวรทพูดอย่างร้อนรน ชายหนุ่มจึงจับมือเธอเอาไว้

“ผมไม่เป็นไรหรอกฮันนี่ เจ็บนิดเดียวเอง”

“ฉันขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ”

“ผมรู้ว่าคุณยังไม่ชินกับกอด ยังไม่ชินกับจูบ และการสัมผัสของผม” ชายหนุ่มพูดหน้าตาเฉย หญิงสาวจึงตาโต พวงแก้มอิ่มแดงปลั่ง

“นี่คุณพูดอะไรของคุณ” เธอเอ็ดด้วยความเขิน

“พูดความจริง แต่ผมมีวิธีแก้นะ เราต้องกอดกัน แล้วก็จูบกันบ่อยๆ คุณจะได้ชินไงครับฮันนี่” เขาบอกอย่างเจ้าเล่ห์ หญิงสาวจึงเลิกคิ้วขึ้นเบาๆ ขบริมฝีปากเล็กน้อย แล้วฟาดฝ่ามือลงบนแผงอกกว้างด้วยความหมั่นไส้

“นี่น่ะเหรอ วิธีแก้ของคุณ เอาเปรียบฉันชัดๆ”

“นี่คุณฟังดีๆ สิวิว ผมไม่ได้บอกว่าคุณจะต้องยอมให้ผมกอด ยอมให้ผมจูบฝ่ายเดียว แต่ผมใช้คำว่าเรานะฮันนี่ เราต้องกอดกันบ่อยๆ แล้วก็จูบกันบ่อยๆ ต่างหาก”

“ราฟาเอล!

“ครับฮันนี่ของผม” ชายหนุ่มรับคำ

“ฉันจะโกรธคุณแล้วนะ”

“คุณไม่ได้จะโกรธผมหรอก คุณกำลังเขินต่างหาก รู้ไหม เวลาที่คุณเขิน คุณชอบดุกลบเกลื่อน แก้มคุณจะแดงแบบนี้ แล้วมันก็ทำให้คุณดูสวย และมีเสน่ห์มากฮันนี่”

“ถ้าคุณยังไม่หยุดพูด ฉันจะเอาผ้ามาปิดปากคุณแล้วนะ” คำขู่หวานๆ นั้นไม่ได้ทำให้เขากลัวเลยแม้แต่น้อย

“ผ้าปิดปากผมไม่ได้หรอก ปากคุณต่างหากที่จะปิดปากผมได้” ว่าแล้วชายหนุ่มก็ฉกใบหน้าลงมาหา ประกบริมฝีปากจูบเธอย่างแม่นยำ อ้อมแขนแข็งแรงกอดรัดร่างบางแนบแน่น แม้พรรณวรทจะขัดขืนในตอนแรก แต่หญิงสาวก็คล้อยการนำพาของเขาไปในที่สุด

จุมพิตของเขาเว้าวอนอ่อนหวาน อ้อมแขนของเขาอบอุ่นปลอดภัย หญิงสาวปรารถนาจะซุกตัวอยู่ในอ้อมอกอุ่นแบบนี้ไปนานๆ

ราฟาเอลยอมถอนจูบอย่างอ้อยอิ่ง เมื่อเธอวางศีรษะกับซอกไหล่ของเขา แขนเล็กๆ สอดรอบเอวสอบตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เธอกับเขากำลังกอดกัน

“ที่ผมหายเร็ว ไม่ใช่เพราะหมอให้ยาดี แต่เพราะผมได้ยาใจต่างหาก”

“พูดมากจัง” เธอว่าเข้าให้ แต่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา ชายหนุ่มจึงหัวเราะเบาๆ

“เหนื่อยไหมวิว ต้องมาดูแลคนป่วยแบบผม”

“ไม่เลยค่ะ ฉันเต็มใจดูแลคุณ”

“ชื่นใจ” ชายหนุ่มบอกแล้วกดริมฝีปากลงบนหน้าผากนูนเกลี้ยงหนักๆ

“คุณนอนพักเถอะค่ะ” พรรณวรทยกศีรษะขึ้นจากไหล่กว้าง หญิงสาวมองสบตากับเขา

“ผมตื่นมาแล้วจะยังเจอคุณใช่ไหม”

“แน่นอนค่ะ”

“ผมว่าคุณกลับไปนอนที่บ้านดีกว่า อย่าอยู่ที่นี่เลยครับ ลำบากเปล่าๆ” ชายหนุ่มบอกด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ว่าห้องพักที่นี่จะสะดวกสบายราวกับโรงแรมห้าด้าว แต่มันก็ยังไม่เท่าที่คฤหาสน์กราเบียลลาส

“ไม่เอา ฉันจะอยู่กับคุณที่นี่ คุณนอนเถอะ ฉันขอกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วจะรีบกลับมานะคะ”

“ผมยังไม่ง่วงหรอกครับ นอนมาทั้งวันแล้ว”

“เอ... ถ้าอย่างนั้นคุณอยากทำอะไรล่ะ แต่ห้ามตอบว่าอยากทำงานนะ”

“ถ้าถามผมว่าอยากทำอะไร ผมอยากนั่งมองคุณแบบนี้ตลอดไป ได้หรือเปล่า” ชายหนุ่มถามเธอด้วยน้ำเสียงหวานล้ำ แต่ยังไม่เท่าสายตาที่หวานเชื่อมของเขา

“ไม่ได้ค่ะ ฉันจะกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วจะรีบมานะคะ ถ้าคุณง่วงก็นอนก่อนเลย”

“ครับ ฮันนี่” ราฟาเอลคว้ามือนุ่มนิ่มมาจูบหนักๆ หญิงสาวค้อนขวับ วันนี้เธอขาดทุนจนแทบจะหมดตัวอยู่แล้ว แต่ก็... อิ่มใจอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่เปิดประตูออกไป ใบหน้าหล่อคมยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้ม ฮันนี่ของเขา น่ารักเหลือเกิน

จ้ะ!! ทั้งรัก ทั้งหลง โงหัวไม่ขึ้นเลยจ้ะพ่อ!! 

หมั่นซ่ายยยยยยย  ผู้ชายสายอ้อนนนนน 

เหม็นความรัก!! 

พี่ราฟวางแผงแล้วนะคะ  
หน้าเว็บไซค์ สนพ. ไลต์ ออฟ เลิฟ 

ฝากพาพี่กลับบ้านด้วยน้าาาาา 

***************



                                 

                   ฟาอีส บินทาซิม อัลเซียร์นาร์ สะดุดตาสะดุดใจ หญิงสาวใบหน้าสวยหวาน เจ้าของรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นตั้งแต่แรกพบ แต่เธอกล้าดียังไง มาทำให้เขา ค้างเติ่ง บัวบุษบัน กล้าทำในสิ่งที่ผู้หญิงทั่วทั้งดินแดนฟาราบัสไม่มีทางทำ นั่นคือการมองผ่าน "เทพบุตรทะเลทราย" ไป ราวกับเขาไม่มีตัวตน

                   ตั้งแต่เกิดมาฟาอีส ไม่เคยถูกใครมองผ่าน แต่เธอคือผู้หญิงคนแรกที่ไม่ตกหลุมเสน่ห์แห่งบุรุษเพศของเขา "อาการเสียศูนย์" จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขา "ต้อง" พาตัวเข้ามาพัวพันกับเธอ

-------------------------------------

                 “นี่คุณจะถ่ายรูปผมทำไม” บัวบุษบันจ้องหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก แต่กระนั้นใบหน้าสวยหวานยังคงแต่งแต้มรอยยิ้มน้อยๆ พอที่จะให้คนมองใจเต้นผิดจังหวะอยู่บ้าง

“คุณตามฉันมาสองวันแล้วนะ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้” หญิงสาวบอกอย่างรู้ทัน ฟาอีสเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาคู่คมไหววูบ แต่มันกลับมามั่นคง     อีกครั้งในชั่ววินาที

“ตามคุณ!! คนอย่างผมนี่นะจะตามคุณ หลงตัวเองไปหรือเปล่าคุณ” เขาตอบกลับอย่างไม่ลดละ ทว่าสายตากลับพราวระยับอย่างถูกอกถูกใจอะไรบางอย่าง

“หลงตัวเองก็ยังดีกว่าหลงคุณ เพราะเท่าที่ฉันเห็นคุณไม่มีอะไรที่น่าหลงเลยสักนิด” บัวบุษบันโต้กลับ พร้อมๆ กับกวาดสายตามองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วไล่สายตากลับขึ้นมามองหน้าหล่อคมของเขาอีกครั้ง

“นี่คุณ!!

“ฉันไม่ได้อยากจะรู้เหตุผลหรอกนะว่าคุณตามฉันมาทำไม เพราะฉันเชื่อว่าคุณเองคงรู้ดีอยู่แก่ใจ” หญิงสาวบอกเสียงใสพร้อมกับดึงกล้องคืนจากมือเขา แต่ฟาอีสกลับยึดไว้แน่นแถมยังยกมือหนี

“นี่คุณ เอากล้องฉันคืนมานะ” เธอตวาดแว้ด เจ้าถิ่นเปิดยิ้มบางๆ เมื่อหญิงสาวเริ่มอารมณ์เสีย

“คุณก็เอาคืนไปสิครับ” ฟาอีสบอกพร้อมยิ้มยั่ว บัวบุษบันยิ่งโกรธหนัก เธอพยายามคว้าสิ่งที่อยู่ในมือเขา แต่ว่ามันสุดที่จะเอื้อมถึง     หญิงสาวจึงยืดตัวขึ้นทรงตัวอยู่บนปลายเท้าที่แทบจะลอยขึ้นจากพื้น เพื่อคว้ากล้องที่อยู่ในมือเขาซึ่งชูขึ้นเหนือศีรษะอีกครั้ง มือบอบบางข้างหนึ่งวางบนไหล่แกร่งทิ้งน้ำหนักบนปลายเท้าเรียว ส่วนมืออีกข้างเอื้อมคว้ากล้องที่เขาชูสูงขึ้นจนสุดแขน โดยที่ไม่ได้สนใจมือใหญ่อบอุ่นที่    โอบรอบเอวบางของตัวเองเลยสักนิด 



  


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #84 Taa Mon (@taamon) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 22:37

    หวานกันจังเลยมดจะขื้นแล้ว

    #84
    0