พลิกขอบฟ้าตามล่ารัก

ตอนที่ 34 : บทที่ 9 แลกด้วยชีวิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    14 มี.ค. 62



บทที่ 9 

แลกด้วยชีวิต

“คุณผู้หญิงครับ กินอาหารหน่อยเถอะครับ เมื่อเช้าคุณก็ไม่ยอมกินอะไรเลย” คารอสพูดขึ้น ถ้าหากเธอป่วยตอนเจ้านายเขาฟื้นขึ้นมา เขาคงถูกตำหนิ และราฟาเอลก็คงจะต้องฝืนร่างกายดูแลเธอแน่

“ฉันยังไม่หิวค่ะ ขอบคุณนะคะ” พรรรณวรทปฏิเสธ คารอสจึงเดินออกไป เขาพอจะเข้าใจอารมณ์และความรู้สึกของหญิงสาว จึงไม่อยากบังคับเธอมากนัก

เจ้าของเรือนร่างบอบบางเดินมาหยุดที่เตียงคนไข้ มือนุ่มนิ่มเอื้อมไปประคองใบหน้าหล่อคม ที่ถูกล้อมกรอบด้วยไรหนวดจางๆ ราฟาเอลยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง ไม่รับรู้ถึงสัมผัสของเธอแม้แต่น้อย

“หลับนานไปแล้วนะคะ คุณหลับตั้งแต่เมื่อวาน จนตอนนี้คุณก็ยังไม่ตื่น ไม่อยากดูแลฉันแล้วเหรอคะ ถ้ามีใครมารังแกฉันตอนนี้ คุณจะทำยังไง รีบตื่นนะคะราฟาเอล ฉันรอคุณอยู่นะ” น้ำเสียงอ่อนนุ่มของเธอ ไม่อาจจะปลุกเขาจากนิทราได้ พรรณวรทน้ำตาเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวเดินไปนั่งที่โซฟา ครู่ใหญ่จึงลุกไปยืนที่หน้าต่างกระจก ทอดสายตาออกไปโดยไร้จุดหมาย หัวใจดวงน้อยว้าวุ่นกระวนกระวาย

จากเช้าเป็นสาย จนเวลาผันผ่านไปกระทั่งบ่ายคล้อย เปลือกตาหนาจึงขยับเบาๆ กะพริบสองสามครั้งแล้วลืมขึ้น ดวงตาคู่คมกวาดมองไปทั่ว เมื่อไม่พบความคุ้นเคยจึงขยับตัวเบาๆ แต่ความเจ็บก็เล่นงาน จนเขาต้องส่งเสียงร้องออกมา

“โอ๊ะ!!

พรรณวรทหันขวับกลับมามอง หญิงสาวถลาเข้ามาหาเขาในทันที

“ราฟาเอล คุณฟื้นแล้ว... คุณฟื้นแล้วจริงๆ” พรรณวรทพูดออกมาด้วยความดีใจ เธอโผเข้ากอดเขาแน่น น้ำตาไหลออกมาด้วยความยินดี

แรงกระแทกจากเธอ ทำให้ชายหนุ่มเจ็บร้าวไปทั่วแผ่นหลัง แต่ก็กัดฟันข่มความรู้สึกเอาไว้ ความทรงจำหลั่งไหลเข้าสู่สมอง ดวงตาคู่คมกวาดมองสำรวจเรือนร่างบอบบางที่ซุกอยู่กับอกเขา

“วิว...คุณโอเคหรือเปล่า บาดเจ็บตรงไหนไหม” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พรรณวรทดันตัวออกจากอกกว้าง หญิงสาวมองหน้าเขานิ่งๆ โดยไม่มีคำตอบให้เขา มีเพียงแต่น้ำตาหยดเล็กๆ ที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยเท่านั้น แต่มันกลับทำให้คนที่เพิ่งฟื้น ร้อนรนขึ้นมาได้

“ใคร... ใครมันทำให้คุณเจ็บ คุณเจ็บตรงไหนบอกผมมาสิวิว” ราฟาเอลยังคงถามด้วยน้ำเสียงเดิม ไม่นำพาต่อความเจ็บปวดของตัวเองแม้แต่น้อย เอาแต่ห่วงเธอ พรรณวรทยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม

“บอกผมสิวิว บอกผม”

“คุณนั่นแหละที่ทำให้ฉันเจ็บ ฉันเจ็บตรงนี้ ที่เดียวกับที่คุณเจ็บ ตอนที่เห็นฉันเจ็บไงคะ” หญิงสาววางมือตัวเองลงบนหน้าอกข้างซ้าย ราฟาเอลขมวดคิ้วมองอย่างไม่เข้าใจ

“คุณหมายความว่ายังไง”

“ฉันเจ็บที่ต้องทนมองคุณนอนไม่ได้สติมาหนึ่งคืนกับหนึ่งวัน ฉันกลัว... กลัวว่าคุณจะไม่ฟื้นขึ้นมาฟังคำบางคำจากฉัน ฉันกลัว ว่าฉันจะไม่มีโอกาสได้พูดกับคุณอีก และฉันก็กลัว ว่าคุณจะจากฉันไป” พรรณวรทพูดเสียงสั่น กุมมือเขาเอาไว้

“วิว... คุณ...”

“ฉันขอโทษสำหรับทุกอย่าง ขอโทษที่ดื้อรั้นกับคุณมาตลอด ขอโทษที่เอาแต่ใจ ขอโทษที่เห็นแก่ตัว แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเช่นกัน ขอบคุณที่คุณยอมเจ็บแทนฉัน” หญิงสาวน้ำตาไหลพราก

“โธ่... วิว ผมจะทนเห็นคุณเจ็บได้ยังไงกัน”

“ฉันก็ทนแทบไม่ได้เหมือนกัน ที่ต้องเห็นคุณเจ็บเจียนตายแบบนี้”

“แผลแค่นี้เอง เดี๋ยวก็หาย คุณหยุดร้องไห้เถอะนะ ผมทรมานกว่าโดนยิงเสียอีก” ราฟาเอลพูดพร้อมกับเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้เธอ หญิงสาวยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม จนเขาต้องดึงเธอมากอด พรรณวรทไม่ได้ขัดขืน โผตัวเข้าสู่อ้อมแขนของเขาแต่โดยดี

“ชู่ว... จุ๊ๆ นิ่งซะคนดี ไม่ร้องนะฮันนี่ ผมฟื้นแล้วนี่ไงครับ”

“ห้ามเป็นอะไรอีกนะ แล้วก็ห้ามตายเด็ดขาด ถ้าคุณกล้าตาย ฉันจะไปกระชากวิญญาณคุณกลับมา เข้าใจไหม” พรรณวรทสั่งเสียงสั่น ชายหนุ่มจึงยิ้มออกมา นับว่าเป็นการเฉียดตายที่คุ้มค่ามากทีเดียว ชายหนุ่มยิ้มน้อยๆ

“รู้แล้วครับ ผมรู้แล้ว ผมเข้าใจแล้วฮันนี่” ราฟาเอลรับคำ ก่อนจะเบี่ยงหน้ากดจุมพิตที่หน้าผากนูนเกลี้ยงเป็นการปลอบโยน พรรณวรทแก้มแดง ผละตัวออกจากอ้อมกอดอุ่นของคนที่เพิ่งฟื้น ชายหนุ่มมองแล้วยิ้ม เขาแทบจะหายเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว

“ผมหลับไปนานเท่าไร” ราฟาเอลถามขึ้น

“ตั้งแต่เมื่อวานค่ะ” หญิงสาวตอบพร้อมสูดจมูกเบาๆ

“นานขนาดนั้นเลยเหรอ”

“นานมากค่ะราฟาเอล”

“มันนานมากจริงๆ ผมถึงได้รู้สึกคิดถึงคุณมากขนาดนี้” ชายหนุ่มบอก พร้อมกับเช็ดน้ำตาให้เธออีกครั้ง พรรณวรทเขิน ไม่กล้าสบตา

“ฉะ... ฉันนี่แย่จริงๆ คุณเพิ่งฟื้น ยังต้องมาฟังอะไรก็ไม่รู้ ฉันไปตามหมอก่อนนะ” หญิงสาวทำท่าจะลุกไป ทว่ามือนุ่มนิ่มกลับถูกฉุดรั้งเอาไว้เสียก่อน

“หมอที่ไหนก็รักษาผมไม่ได้หรอก มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้นแหละวิว ที่รักษาผมได้ ดูสิ ผมไม่เจ็บเลยเห็นไหม อยู่กับผมเถอะ เดี๋ยวค่อยตามหมอทีหลัง”

“ไม่ได้ค่ะ ให้หมอตรวจก่อนนะคะ แล้ว... เอ่อ... แล้ว... เราค่อยอยู่ด้วยกัน” พูดเองก็เขินเอง หญิงสาวรีบเดินออกจากห้องไปในทันที ราฟาเอลยิ้มออกมาด้วยความยินดี ให้ตายเถอะ ถ้าเธอจะน่ารักขนาดนี้ ต่อต้องเจ็บกว่านี้เขาก็ยอม

พรรณวรทหายออกไปจากห้องไม่นานนัก เธอก็กลับเข้ามาพร้อมกับแพทย์เจ้าของไข้ และคารอสที่ขอเข้ามาเยี่ยมเจ้านายด้วย หมอหนุ่มตรวจอาการของเขาอยู่ครู่เดียว ก็คว้าเอาชาร์ตผู้ป่วยออกมาเขียน แล้วก็สั่งให้เขากินยาให้ตรงเวลา ห้ามทำอะไรรุนแรงที่จะทำให้แผลอักเสบหรือปริได้ ราฟาเอลจึงถือโอกาสนี้ทำคะแนน ออดอ้อนหญิงสาว นับว่าเป็นนาทีทองของชายหนุ่มเลยก็ว่าได้

คารอสมองเจ้านายด้วยสายตาเป็นห่วง อดที่จะโล่งใจไม่ได้ ที่เห็นราฟาเอลปลอดภัย และอาการดีกว่าที่คิด สีหน้าของชายหนุ่มถึงแม้จะดูซีดเซียวอยู่บ้าง แต่ก็นับว่าสดชื่นขึ้นมากทีเดียว

“ผมดีใจที่บอสปลอดภัย”

“ขอบใจคารอส”

บอดี้การ์ดหนุ่มยิ้มรับ ขยับเข้าไปใกล้ กระซิบอะไรบางอย่างกับเจ้านายหนุ่ม ก่อนจะขอตัวออกไปโทร. รายงานอาการของราฟาเอลให้แฝดน้องของเขาได้รับรู้

“ผมขอน้ำดื่มหน่อยสิครับวิว” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม ราวกับไม่ได้ป่วยไข้แม้แต่น้อย พรรณวรทจึงละมือจากผลไม้ที่กำลังปอก รินน้ำใส่แก้วแล้วยื่นให้เขา

“เจ็บแผลครับ ไม่มีแรงยกแก้วเลย” ชายหนุ่มบอกอ้อนๆ หญิงสาวขบริมฝีปากเบาๆ ด้วยความเขิน

“แผลอยู่ข้างหลังค่ะ แค่แก้วน้ำใบเดียว มันคงไม่สะเทือนถึงกันหรอกมั้งคะ”

“แต่ผมอยากให้คุณป้อนนี่ครับ”

“ดื่มเองนะคะ” หญิงสาวยัดแก้วใส่มือชายหนุ่ม แล้วเดินหนีด้วยความเขิน ราฟาเอลมองอย่างเอ็นดู เขายกน้ำขึ้นจิบ แล้วเอี้ยวตัวหันไปวางแก้วที่โต๊ะข้างเตียง ทว่าเขาคงขยับเร็วไป เลยทำให้รู้สึกตึงที่แผลจนต้องร้องออกมา

“โอ๊ะ!!” เสียงอุทานของชายหนุ่ม ทำให้หญิงสาวหันมามอง เธอรีบโผตัวเข้ามาหาด้วยความตกใจ

“คุณเป็นอะไรคะ เจ็บแผลเหรอคะ ฉันตามหมอนะ” เธอพูดอย่างร้อนรน จะผละตัวออกไปตามหมอ แต่เขากลับจับมือเธอไว้เสียก่อน

“ไม่เป็นอะไรหรอกวิว อย่ากังวลเลย ผมแค่ไม่ทันระวังเท่านั้นเอง ไม่ได้เจ็บหรอกครับ”

“แน่นะคะ”

“แน่ครับฮันนี่” คำเรียกขานที่มีไว้เฉพาะเธอถูกนำมาใช้อีกครั้ง หญิงสาวจึงแก้มแดงด้วยความเขิน

“กินผลไม้ไหมคะ ฉันปอกเสร็จแล้ว”

“คุณจะให้ผมกินเอง หรือคุณจะป้อน ถ้าให้ผมกินเอง อาจจะเจ็บแผลอย่างเมื่อกี้อีกก็ได้นะวิว” ราฟาเอลมองเธอด้วยสายตาหวานเชื่อมแกมเจ้าเล่ห์ พรรณวรทไม่ตอบ แต่เดินไปหยิบจานผลไม้แล้วกลับมานั่งที่ริมเตียงคนป่วย

“อ้าปากสิคะ ฉันจะป้อนให้”

ชายหนุ่มยิ้มกว้าง ยอมอ้าปากรับผลไม้ชิ้นพอคำจากเธอแต่โดยดี ส่วนคนป้อนนั้นก็ป้อนไปเขินไป ด้วยความที่ไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนมากขนาดนี้มาก่อน หญิงสาวจึงเคอะเขิน ทำอะไรไม่ค่อยถูก แต่กิริยาไม่ประสีประสาของเธอนั้น ตรึงใจเขาเหลือเกิน ราฟาเอลเอื้อมมือไปหยิบผลไม้ในจาน จ่อไปที่ปากของหญิงสาว พรรณวรทจึงสบตากับเขา

“กินสิครับฮันนี่ ผมป้อนคุณแล้วไง”

“คุณกินเถอะ ฉันยังไม่หิว”

“เมื่อกี้คารอสบอกผมว่า คุณไม่ยอมกินอะไรเลยตั้งแต่เช้า แล้วจะบอกว่าไม่หิวได้ยังไง หืม”

“ก็ไม่หิวจริงๆ นี่คะ”

“ไม่หิวก็ต้องกิน นะฮันนี่ สักชิ้นก็ยังดี” ชายหนุ่มคะยั้นคะยอ พรรณวรทจึงอ้าปากรับผมไม้ที่เขาป้อน ก่อนจะป้อนเขาบ้าง แต่มือเล็กชะงัก ก่อนที่เขาจะอ้าปากงับผลไม้จากเธอ

“ป้อนฉันได้ ก็ต้องกินเองได้สิคะ” หญิงสาวพูดยิ้มๆ ราฟาเอลจึงยิ้มตาม

“กินเองไม่ได้ครับ แต่ป้อนให้คุณกินได้” ชายหนุ่มจับมือเธอแล้วอ้าปากงับผลไม้ในมือ ดวงตาคู่คมสบเข้ากับดวงตากลมโตนิ่งๆ พรรณวรทใจสั่นด้วยความเขินอาย ชายหนุ่มจึงหยิบผลไม้ไปจ่อที่ริมฝีปากอวบอิ่ม สรุปว่าเขาและเธอสลับกันป้อนจนกระทั่งผลไม้หมดจานไปด้วยความรวดเร็ว

“คุณคารอสเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว ว่าคุณทำอะไรเพื่อฉันบ้าง” พรรณวรทเอ่ยขึ้น ช้อนสายตามองเขาด้วยความรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ปากมากจริงๆคารอส” ราฟาเอลบ่นเสียงเข้ม

“อย่าไปว่าเขาเลยค่ะ ฉันไม่เคยรู้เลยว่าคุณทำเพื่อฉันขนาดนี้ ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวบอกเสียงอ่อน

“ผมเต็มใจทำทุกอย่างเพื่อคุณ เต็มใจดูแลและปกป้องคุณนะวิว”

“ในขณะที่ฉันเอาแต่ดื้อรั้นกับคุณ และเพราะฉันคุณถึงต้องมานอนอยู่ที่นี่ แทนที่จะเป็นฉัน” พรรณวรทเสียงแผ่ว

“ชู่ว... อย่าพูดแบบนั้นคนดี ให้ผมเจ็บเองแบบนี้ดีแล้ว ดีกว่าที่จะให้ผมต้องทนเห็นคุณเจ็บ เพราะนั่นมันจะทำให้ผมเจ็บมากกว่ารน้อยเท่าพันเท่า แล้วก็อย่าโทษตัวเอง เพื่อคุณแล้วเจ็บกว่านี้ผมก็ยอม” ราฟาเอลพูดเสียงนุ่ม ยกมือขึ้นสัมผัสที่พวงแก้มอิ่มเบาๆ พรรณวรทมองเขาด้วยสายตาที่แสดงถึงความเสียใจแกมซาบซึ้ง

“ฉันขอโทษนะคะ”

“คุณขอโทษผมไปแล้วฮันนี่ แล้วผมก็ไม่ได้คิดจะโกรธคุณเลยสักนิด อย่าร้องไห้นะคนดี ไม่รู้หรือไง น้ำตาของคุณ มันทำให้ผมเจ็บปวดกว่าโดนยิงเสียอีก” เขาบอกพร้อมส่งยิ้มอบอุ่นให้

“ราฟาเอล...”

“ยิ้มหน่อยสิครับฮันนี่ ผมไม่ชอบเห็นคุณทำหน้าแบบนี้เลยคนดี” ชายหนุ่มบอกพร้อมเกลี่ยแก้มนุ่มเบาๆ พรรณวรทจึงยิ้มบางๆให้เขา

“เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันอีกนะฮันนี่”  ราฟาเอลบอกก่อนจะโน้มใบหน้าลงไป ประทับจุมพิตที่หน้าผากนวลเบาๆ หญิงสาวเขินอาย หัวใจเต้นแรง

“ฉันคิดว่าคุณควรนอนพักได้แล้ว”

“ผมไม่อยากนอนเลย กลัวว่าตื่นมาแล้วจะไม่เจอคุณ” เขาพูดขึ้น ดวงตาคู่คมทอดมองใบหน้าสวยหวานอย่างไม่ยอมละสายตา

“ฉันยังไม่กลับอเมริกาหรอกค่ะ ไม่ว่าคุณจะตื่นมาเวลาไหน คุณก็จะได้เจอฉันแน่นอน” หญิงสาวบอก

“สัญญานะฮันนี่” ราฟาเอลพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปกุมมือนุ่มเอาไว้

“สัญญาค่ะ” เมื่อเธอรับปาก เขาจึงยอมนอนอีกครั้ง และไม่นานก็หลับไปอย่างง่ายดาย

“เวลาป่วยนี่อ้อนเป็นเด็กสามขวบเลยนะคะ” หญิงสาวพูดยิ้มๆ แล้วขยับไปนั่งที่โซฟา ดวงตากลมโตสีน้ำผึ้ง ยังคงจับจ้องไปยังหน้าอกที่สะท้อนขึ้นลงเป็นจังหวะการหายใจของเขา

จ้ะ ฟื้นขึ้นมาก็อ้อนนนนนนนนนน  

โอ๊ยยยยยยยยย  พี่คะ โปรดเห็นใจคนโสดล่วยยยย 


พี่ราฟวางแผงแล้วนะคะ  
หน้าเว็บไซค์ สนพ. ไลต์ ออฟ เลิฟ 

ฝากพาพี่กลับบ้านด้วยน้าาาาา 

***************



                                 

                   ฟาอีส บินทาซิม อัลเซียร์นาร์ สะดุดตาสะดุดใจ หญิงสาวใบหน้าสวยหวาน เจ้าของรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นตั้งแต่แรกพบ แต่เธอกล้าดียังไง มาทำให้เขา ค้างเติ่ง บัวบุษบัน กล้าทำในสิ่งที่ผู้หญิงทั่วทั้งดินแดนฟาราบัสไม่มีทางทำ นั่นคือการมองผ่าน "เทพบุตรทะเลทราย" ไป ราวกับเขาไม่มีตัวตน

                   ตั้งแต่เกิดมาฟาอีส ไม่เคยถูกใครมองผ่าน แต่เธอคือผู้หญิงคนแรกที่ไม่ตกหลุมเสน่ห์แห่งบุรุษเพศของเขา "อาการเสียศูนย์" จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขา "ต้อง" พาตัวเข้ามาพัวพันกับเธอ

-------------------------------------

                 “นี่คุณจะถ่ายรูปผมทำไม” บัวบุษบันจ้องหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก แต่กระนั้นใบหน้าสวยหวานยังคงแต่งแต้มรอยยิ้มน้อยๆ พอที่จะให้คนมองใจเต้นผิดจังหวะอยู่บ้าง

“คุณตามฉันมาสองวันแล้วนะ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้” หญิงสาวบอกอย่างรู้ทัน ฟาอีสเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาคู่คมไหววูบ แต่มันกลับมามั่นคง     อีกครั้งในชั่ววินาที

“ตามคุณ!! คนอย่างผมนี่นะจะตามคุณ หลงตัวเองไปหรือเปล่าคุณ” เขาตอบกลับอย่างไม่ลดละ ทว่าสายตากลับพราวระยับอย่างถูกอกถูกใจอะไรบางอย่าง

“หลงตัวเองก็ยังดีกว่าหลงคุณ เพราะเท่าที่ฉันเห็นคุณไม่มีอะไรที่น่าหลงเลยสักนิด” บัวบุษบันโต้กลับ พร้อมๆ กับกวาดสายตามองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วไล่สายตากลับขึ้นมามองหน้าหล่อคมของเขาอีกครั้ง

“นี่คุณ!!

“ฉันไม่ได้อยากจะรู้เหตุผลหรอกนะว่าคุณตามฉันมาทำไม เพราะฉันเชื่อว่าคุณเองคงรู้ดีอยู่แก่ใจ” หญิงสาวบอกเสียงใสพร้อมกับดึงกล้องคืนจากมือเขา แต่ฟาอีสกลับยึดไว้แน่นแถมยังยกมือหนี

“นี่คุณ เอากล้องฉันคืนมานะ” เธอตวาดแว้ด เจ้าถิ่นเปิดยิ้มบางๆ เมื่อหญิงสาวเริ่มอารมณ์เสีย

“คุณก็เอาคืนไปสิครับ” ฟาอีสบอกพร้อมยิ้มยั่ว บัวบุษบันยิ่งโกรธหนัก เธอพยายามคว้าสิ่งที่อยู่ในมือเขา แต่ว่ามันสุดที่จะเอื้อมถึง     หญิงสาวจึงยืดตัวขึ้นทรงตัวอยู่บนปลายเท้าที่แทบจะลอยขึ้นจากพื้น เพื่อคว้ากล้องที่อยู่ในมือเขาซึ่งชูขึ้นเหนือศีรษะอีกครั้ง มือบอบบางข้างหนึ่งวางบนไหล่แกร่งทิ้งน้ำหนักบนปลายเท้าเรียว ส่วนมืออีกข้างเอื้อมคว้ากล้องที่เขาชูสูงขึ้นจนสุดแขน โดยที่ไม่ได้สนใจมือใหญ่อบอุ่นที่    โอบรอบเอวบางของตัวเองเลยสักนิด 



  



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #83 Taa Mon (@taamon) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 18:27

    เฮียน่ารัก

    #83
    0
  2. #82 artista (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 12:15

    โอย...ถ้าจะอ้อนกันขนาดนี้

    คำก็เด็กดี สองคำก็ฮันนี่ ขอมโนเป็นหนูวิวแป๊บ

    #82
    0
  3. #81 Taa Mon (@taamon) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 10:59

    รออ่านจ้า

    #81
    0