พลิกขอบฟ้าตามล่ารัก

ตอนที่ 30 : บทที่8 ผู้หญิงปากแข็ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,091
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    9 มี.ค. 62




บทที่ 8 

ผู้หญิงปากแข็ง  

“คุณกำลังหวั่นไหวกับผม วิว... ยอมรับมันเถอะ อย่าหนีอีกเลย มันไม่มีประโยชน์หรอก”

“อย่ามั่นใจนักเลย ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณ ไม่เลยสักนิด อุ๊บ!” เสียงสั่นๆ ถูกกลืนหายไปในโพรงปากอุ่น

ราฟาเอลจู่โจมจูบเธอ เขาใช้ริมฝีปากหยักสวยของตัวเองปิดปากอวบอิ่มของผู้หญิงปากแข็งที่เอาแต่พูดว่าไม่เคยรู้สึกอะไรแม้แต่น้อย ชายหนุ่มไม่อยากฟังคำปฏิเสธ เขาอยากได้แต่เพียงคำตอบรับจากเธอเท่านั้น หญิงสาวรัวกำปั้นใส่ไม่ยั้งก่อนจะนิ่งสนิท รู้สึกคล้ายโดนไฟช็อต ตัวชาไปหมด

จุมพิตเร่าร้อนที่เขายัดเยียดให้ทำให้พรรณวรทหมดเรี่ยวแรงที่จะยืนต่อ หญิงสาวหลับตาลง ชายหนุ่มจึงสอดแขนรัดรอบเอวบางโอบกอดเธอเอาไว้ ในขณะที่ปล้นจูบจากเธออย่างเอาแต่ใจ พลางใช้มือข้างหนึ่งจับแขนเธอให้โอบรอบลำคอแกร่งของเขาเอาไว้ เพื่อเป็นที่พักพิง

สาวขาลุยผู้ขาดประสบการณ์เรื่องรัก ถึงกับไปไม่เป็น เรี่ยวแรงที่จะขัดขืนอันตรธานหายไปไหนหมดไม่รู้ เธอไม่มีแม้แต่แรงที่จะผลักเขาออก หนำซ้ำแข้งขายังพาลอ่อนเปลี้ยไปเสียอีก

ราฟาเอลขบเม้มริมฝีปากอวบอิ่มก่อนจะสอดปลายลิ้นเข้าไปหาความหวานในโพรงปากเล็ก ในขณะที่อ้อมแขนแข็งแรงก็รัดเธอแน่นขึ้น พรรณวรทเผลอไผลส่งปลายลิ้นเล็กๆ ไปทักทายเมื่อถูกเขาเรียกร้อง ก่อนจะโอนอ่อนผ่อนตามการนำพาของเขา ชายหนุ่มถึงกับใจเต้นรัว ความไม่ประสีประสาของเธอ ปลุกไฟในกายกำยำให้ลุกพรึ่บ!!

เขาจูบเธออยู่อย่างนั้น จนกระทั่งปลายเล็บเล็กๆ จิกลงบนแผ่นหลังกว้าง ชายหนุ่มจึงได้ถอนจูบ พรรณวรทรีบสูดลมหายใจเข้าปอด ราวกับคนที่หิวอากาศมานานแสนนาน ในขณะที่คนเอาแต่ใจ ยังทอดมองเธอด้วยสายตาหวานเชื่อม ปลายนิ้วแข็งแรงเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้เธอสบตาด้วย เขาไล้หัวแม่มือเบาๆ ที่ริมฝีปากอวบอิ่มบวมช้ำ เธอจึงเผยอปากโดยอัตโนมัติ ราฟาเอลคลี่ยิ้มออกมาอย่างพอใจ

“จนขนาดนี้แล้ว คุณจะยอมรับได้หรือยัง” คำถามของเขาทำให้เธอได้สติ จะสะบัดตัวออก แต่เขากลับกอดเอาไว้แนบแน่น

“ไม่ ฉันไม่รู้สึกอะไร ก็แค่จูบ มันไม่ได้ทำให้ฉันหวั่นไหวหรอกนะ...อื้อ...” ราฟาเอลฉกใบหน้าลงไป ริมฝีปากหยักสวย ประกบลงบนเรียวปากบวมช้ำอย่างแม่นยำ ไม่พลาดเป้าแม้แต่น้อย เขาจูบเธออีกครั้ง คราวนี้จูบเขาเร่าร้อนขึ้นกว่าเมื่อครู่ และมันก็ทำให้หญิงสาวอ่อนระทวยคาอกได้ง่ายๆ กว่าเขาจะถอนจูบ พรรณวรทก็แทบหมดอากาศหายใจ

“จะปฏิเสธอีกไหมวิว”

“แน่นอน ฉันไม่ได้... อื้อ...”ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เธอพูดจบประโยค เขาจูบเธออีกครั้งและอีกครั้ง จนกระทั่งหญิงสาวไม่มีแม้กระทั่งเรี่ยวแรงจะปฏิเสธใดๆ

“ถ้าคุณปฏิเสธอีก ผมจะจูบคุณอีก ผมจะทำให้คุณชินกับจูบของผม และมันไม่ใช่แค่นั้น คุณจะต้องเรียกร้องให้ผมจูบคุณอีกซ้ำๆ” เสียงขู่นั้นแสนหวานล้ำ พรรณวรทรวบรวมกำลังเท่าที่มีผลักเขาออก เธอมองหน้าเขาด้วยความโกรธระคนเขินอาย ก่อนจะหมุนตัวเข้าห้องไปโดยที่ไม่พูดอะไรสักคำ

ราฟาเอลยิ้มกว้างออกมาด้วยความยินดี ชายหนุ่มมองประตูสีเข้มที่ปิดสนิทตรงหน้าด้วยสายตาแห่งความพอใจ ก่อนจะหัวเราะออกมา เขาโคลงศีรษะช้าๆ ยกมือขึ้นแตะที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ รสหวานล้ำยังคงติดอยู่ที่ปลายลิ้น

“ถ้าคุณไม่รู้สึกอะไรกับผมเลย ป่านนี้ผมโดนคุณตบหน้าชาไปแล้วล่ะวิว” เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะเดินกลับห้องของตัวเองด้วยหัวใจที่อิ่มเอม

ส่วนพรรณวรทก็คว้าหมอนออกมา แล้วซัดกำปั้นหนักๆ ลงไป ไม่ยั้ง ก่อนจะทิ้งตัวลงบนที่นอนกว้าง เธอควรโกรธเขาสิ ควรโกรธมากกว่านี้ ไม่ใช่รู้สึกเขินอายแบบนี้

“โกรธสิวิว ทำไมเธอไม่โกรธเล่า โอ๊ยยย” หญิงสาวเอ็ดอึงตัวเองด้วยความสับสน โดนเขาปล้นจูบนับครั้งไม่ถ้วน จนปากเจ่อไปหมด แต่ใจกลับไม่โกรธเท่าที่ควรจะเป็น

“เกิดอะไรขึ้นกับเธอ พรรณวรท โอ๊ยยย ฉันอยากจะบ้าตาย” พรรณวรทหัวเสียกับตัวเองไม่น้อย เธอซัดกำปั้นลงบนที่นอนนุ่ม คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน ใบหน้าสวยหวานบึ้งตึง โกรธตัวเองที่ไม่โกรธเขาให้มากกว่านี้ นาทีนี้ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เธอควรจะประเคนหมัดเท้าเข่าศอกใส่เขา ไม่ใช่ยืนให้เขาจูบง่ายๆ แบบนี้

 

เช้าวันต่อมาพรรณวรทลงมากินอาหารเช้าตามปกติ เธอจึงได้เห็นว่าเขานั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว เมื่อหญิงสาวนั่งลงที่เก้าอี้ของตัวเอง เคธี่จึงเสิร์ฟกาแฟหอมๆ

พรรณวรทไม่ยอมมองหน้าชายหนุ่มแม้แต่น้อย หญิงสาวยกกาแฟขึ้นจิบเบาๆ ราฟาเอลมองยิ้มๆ เขารู้เธอกำลังพยายามปรับตัวปรับความรู้สึกอยู่ แต่ธรรมชาติของพรรณวรทคือเป็นผู้หญิงปากแข็ง การที่จะทำให้เธอยอมรับว่าใจตรงกับเขานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาก็ยินดีที่จะให้เวลาเธอ

“เมื่อคืนหลับสบายหรือเปล่า” เขาถามขึ้นคล้ายๆ จะชวนคุย

“สบายมากค่ะ” หญิงสาวตอบก่อนจะจิ้มไส้กรอกเข้าปาก ใครจะบอกล่ะ เพราะจูบของเขาทำให้เธอข่มตาหลับอย่างยากเย็น กว่าจะทำใจใสงบลงได้ก็เกือบเช้าแล้ว

“วันนี้ผมมีประชุมที่บริษัท ถ้าคุณอยากจะไปไหนก็บอกกับอันเดรและเปาโลได้เลย สองคนนั้นจะคอยดูแลคุณทุกอย่าง”

“ค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะกลับอเมริกานะ” พรรณวรทพูดขึ้น เธอต้องบอกเขาให้รู้ มาอาศัยอยู่กับเขาตั้งหลายวัน จะไปจะมาต้องบอกเจ้าของบ้าน ถ้าไปดื้อๆ เดี๋ยวเขาจะหาว่าไม่มีมารยาท ราฟาเอลชะงักมือที่กำลังจะยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ ชายหนุ่มมองใบหน้าสวยหวานด้วยสายตาจริงจัง

“ทำไมต้องรีบกลับด้วยล่ะ”

“ฉันมีงานทำนะคุณ ต้องกลับไปทำงานสิคะ งานฉันที่นี่เสร็จแล้ว จะอยู่ต่อทำไม”

“อยู่เพื่อผมไงวิว”

“โน... คุณ เอ่อ... ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น” พรรณวรทบอกด้วยน้ำเสียงไม่มั่นคงนัก ซ้ำยังลอบมองสีหน้าเขาด้วย หวั่นใจเหมือนกันว่าเขาจะเสียใจกับคำพูดของเธอ ทว่าราฟาเอลกลับยิ้มออกมา

“งั้นเหรอ แน่ใจหรือเปล่าที่พูดออกมา ผมไม่สำคัญกับคุณจริงๆ เหรอวิว”

“แน่ใจสิคะ”

“แล้วทำไมคุณถึงหวั่นไหวล่ะ ที่รีบกลับเพราะไม่อยากอยู่ใกล้ผมใช่ไหม คุณกลัวว่าจะรักผมใช่หรือเปล่า ไม่ต้องกลัวหรอกวิว เพราะสิ่งที่คุณกลัว มันเกิดขึ้นแล้ว คุณรักผมแล้ว”

“ไปเอาความมั่นใจมากจากไหนคุณราฟาเอล”

“จากสิ่งที่คุณทำไง” เขาตอบสั้นๆ เอาความจริงโยนใส่หน้าเธออย่างไม่ปรานี พรรณวรทนึกอยากจะหายตัวออกไปซะเดี๋ยวนั้นเลยจริงๆ

“คุณพลาดแล้วล่ะ อย่ามั่นใจนักเลย ฉันไม่ได้...”

“ลืมรสจูบของผมแล้วใช่ไหม ถึงคิดจะปฏิเสธ” ราฟาเอลพูดขัดขึ้น ก่อนที่เธอจะพูดจบประโยคด้วยซ้ำ

“ไม่ได้ประทับใจ เลยไม่ได้จำ” พรรณวรทตอบกลับตามนิสัยที่ไม่ยอมลงให้ใคร ราฟาเอลลุกขึ้น มายืนใกล้ๆชายหนุ่มโน้มตัวลงมา มือข้างหนึ่งวางลงบนพนักเก้าอี้ของหญิงสาว มืออีกข้างเท้าที่ขอบโต๊ะ เท่ากับเขากักเธอเอาไว้ในอ้อมอกอย่างง่ายดาย

“อยากจะพูดใหม่ไหมวิว”

“นี่คุณ ถอยออกไปนะ” พรรณวรทแหวเข้าให้

“ผมเข้าใจคุณ อย่าห่วงเลยผมให้คุณกลับอเมริกาแน่นอน แล้วคุณจะได้รู้ว่าเวลาที่ไม่มีผมอยู่ใกล้ๆ คุณจะถูกความคิดถึงเล่นงานจนสาหัสแค่ไหน ผมให้เวลาคุณได้วิว แต่วันพรุ่งนี้ผมขอใช้เวลากับคุณ ก่อนที่เราจะห่างกันไกล”

“เรื่องมั่นใจขอให้บอก” พรรณวรทพึมพำเบาๆ แต่คนหูดีก็ยังได้ยิน

“ผมมั่นใจ และไม่เคยพลาด อีกอย่างนะวิว ถ้าคุณคิดจะหนีผมคุณก็หนีไป แต่คุณไม่มีทางหนีหัวใจตัวเองพ้นอย่างแน่นอน แล้วผมก็ไม่มีวันจะปล่อยมือจากคุณ ต่อให้คุณติดปีกหนีผมไปไกลจนสุดหล้า ผมก็จะพลิกฟ้าตามหาคุณจนเจอ” ราฟาเอลพูด พรรณวรทถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดพวกนี้จากปากเขา นาทีนี้เธอเองยังไม่รู้ว่าจะเขินหรือจะโกรธดี เธอควรทำหน้าบึ้งใส่เขาหรือเปล่า หรือว่าควรจะทำยังไง พรรณวรทได้แต่สับสนอยู่กับตัวเอง เขาทำให้เธอทำตัวไม่ถูกเอาเสียเลย ชายหนุ่มอาศัยช่วงจังหวะที่หญิงสาวโดนหมัดฮุกปลายคางจากเขา รุกต่อโดยไม่ให้เธอตั้งตัว

“แล้วรู้ไหมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มันทำให้ผมมั่นใจขึ้น ถ้าคุณไม่รักผม ไม่รู้สึกอะไรกับผมเลยผมคงโดนคุณตบจนหน้าชาไปแล้วจริงไหม” สิ้นเสียงนุ่มทุ้มนั้น เขาก็ฉกใบหน้าลง ฝังปลายจมูกลงบนแก้มนวล แล้วสูดกลิ่นแก้มหอมเข้าไปเก็บไว้ในอกอย่างชื่นใจ พรรณวรทถึงกับตาโตด้วยความตกใจ

“ราฟาเอล!!

“ครับ เอาไว้เจอกันตอนเย็น ผมสายมากแล้ว ขอตัวไปทำงานก่อนนะครับฮันนี่” ชายหนุ่มเรียกขานเธอด้วยสรรพนามที่เปลี่ยนไป เขาเอื้อมไปหยิบสูทมาพาดเอาไว้ที่แขนแล้วเดินออกไป ส่วนคนที่ถูกเรียกว่าฮันนี่ ยังนั่งใจเต้นแรงอยู่ที่เดิม

“ตาบ้านี่!!” พรรณวรทอยากจะหวีดร้อง ทำไมเขาถึงขยันเขย่าประสาทเธอนักนะ ใบหน้าสวยหวานกึ่งบึ้งกึ่งยิ้ม พวงแก้มอิ่มร้อนผ่าว 


*************************


ไปโหลดพี่ติณกันค่าาาาา


****************************



                                 

                   ฟาอีส บินทาซิม อัลเซียร์นาร์ สะดุดตาสะดุดใจ หญิงสาวใบหน้าสวยหวาน เจ้าของรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นตั้งแต่แรกพบ แต่เธอกล้าดียังไง มาทำให้เขา ค้างเติ่ง บัวบุษบัน กล้าทำในสิ่งที่ผู้หญิงทั่วทั้งดินแดนฟาราบัสไม่มีทางทำ นั่นคือการมองผ่าน "เทพบุตรทะเลทราย" ไป ราวกับเขาไม่มีตัวตน

                   ตั้งแต่เกิดมาฟาอีส ไม่เคยถูกใครมองผ่าน แต่เธอคือผู้หญิงคนแรกที่ไม่ตกหลุมเสน่ห์แห่งบุรุษเพศของเขา "อาการเสียศูนย์" จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขา "ต้อง" พาตัวเข้ามาพัวพันกับเธอ

-------------------------------------

                 “นี่คุณจะถ่ายรูปผมทำไม” บัวบุษบันจ้องหน้าชายหนุ่มด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก แต่กระนั้นใบหน้าสวยหวานยังคงแต่งแต้มรอยยิ้มน้อยๆ พอที่จะให้คนมองใจเต้นผิดจังหวะอยู่บ้าง

“คุณตามฉันมาสองวันแล้วนะ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้” หญิงสาวบอกอย่างรู้ทัน ฟาอีสเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาคู่คมไหววูบ แต่มันกลับมามั่นคง     อีกครั้งในชั่ววินาที

“ตามคุณ!! คนอย่างผมนี่นะจะตามคุณ หลงตัวเองไปหรือเปล่าคุณ” เขาตอบกลับอย่างไม่ลดละ ทว่าสายตากลับพราวระยับอย่างถูกอกถูกใจอะไรบางอย่าง

“หลงตัวเองก็ยังดีกว่าหลงคุณ เพราะเท่าที่ฉันเห็นคุณไม่มีอะไรที่น่าหลงเลยสักนิด” บัวบุษบันโต้กลับ พร้อมๆ กับกวาดสายตามองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วไล่สายตากลับขึ้นมามองหน้าหล่อคมของเขาอีกครั้ง

“นี่คุณ!!

“ฉันไม่ได้อยากจะรู้เหตุผลหรอกนะว่าคุณตามฉันมาทำไม เพราะฉันเชื่อว่าคุณเองคงรู้ดีอยู่แก่ใจ” หญิงสาวบอกเสียงใสพร้อมกับดึงกล้องคืนจากมือเขา แต่ฟาอีสกลับยึดไว้แน่นแถมยังยกมือหนี

“นี่คุณ เอากล้องฉันคืนมานะ” เธอตวาดแว้ด เจ้าถิ่นเปิดยิ้มบางๆ เมื่อหญิงสาวเริ่มอารมณ์เสีย

“คุณก็เอาคืนไปสิครับ” ฟาอีสบอกพร้อมยิ้มยั่ว บัวบุษบันยิ่งโกรธหนัก เธอพยายามคว้าสิ่งที่อยู่ในมือเขา แต่ว่ามันสุดที่จะเอื้อมถึง     หญิงสาวจึงยืดตัวขึ้นทรงตัวอยู่บนปลายเท้าที่แทบจะลอยขึ้นจากพื้น เพื่อคว้ากล้องที่อยู่ในมือเขาซึ่งชูขึ้นเหนือศีรษะอีกครั้ง มือบอบบางข้างหนึ่งวางบนไหล่แกร่งทิ้งน้ำหนักบนปลายเท้าเรียว ส่วนมืออีกข้างเอื้อมคว้ากล้องที่เขาชูสูงขึ้นจนสุดแขน โดยที่ไม่ได้สนใจมือใหญ่อบอุ่นที่    โอบรอบเอวบางของตัวเองเลยสักนิด 



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #74 ยัยอ้วนกินจุ (@0830719626) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 19:56

    อย่าปากแข็งนานนะ รอๆๆๆๆ
    #74
    0
  2. #73 sor (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 18:54

    เรื่องสำนวนเน่าๆ นี่ขอให้บอกเตอะ

    #73
    0