พลิกขอบฟ้าตามล่ารัก

ตอนที่ 13 : บทที่3 นาทีเสี่ยงตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3435
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 70 ครั้ง
    18 ก.พ. 62

แถ่น แทน แท๊นนนน 

เอาปกพี่ราฟมาอวดค่าาา

พี่หล่อมว้ากกกกกกกกกก





บทที่ 3 

นาทีเสี่ยงตาย 

“มีหัวใจบ้างหรือเปล่าวิว มีความรู้สึกบ้างหรือเปล่า อย่าเห็นแก่ตัวให้มากนัก” เขาตวาดถามเสียงดังลั่น พรรณวรทถึงกับกัดฟันกรอด หญิงสาวตวัดฝ่ามือลงบนใบหน้าของชายหนุ่มเต็มแรง

เพียะ! ราฟาเอลหน้าหันไปตามแรงตบ ชายหนุ่มตวัดสายตากลับมามอง กรามแกร่งถูกบดเข้าหากันจนเป็นสันนูน เพิ่มดีกรีความโกรธของเขาให้สูงขึ้นกว่าเดิม

“อย่าบังอาจมาว่าฉันแบบ... อุ๊บ” เสียงสั่นๆ ด้วยความโกรธถูกกลืนหายเข้าไปในโพรงปากกว้าง ราฟาเอลปล้นจูบจากเธออย่างหยาบคาย มือใหญ่ขยุ้มหัวไหล่เล็กเต็มแรงด้วยความโกรธ เช่นเดียวกับพรรณวรทที่พยายามดิ้นรนอย่างเต็มที่ หญิงสาวรัวกำปั้นหนักๆ ใส่เขาไม่ยั้ง ราฟาเอลจึงรวบมือทั้งสองข้างของเธอเอาไปไว้ด้านหลัง ด้วยมือเพียงข้างเดียว ในขณะที่มืออีกข้างกระชับท้ายทอยเล็กเอาไว้ บังคับให้เธอรอรับจูบเถื่อนๆ จากเขา พรรณวรทพยายามเบี่ยงหน้าหลบ แต่ไม่เป็นผล เมื่อเขาตามติด สูบเอาความหอมหวานจากเธออย่างไม่ยอมลดละ

แต่เสียงระเบิดพร้อมควันที่พุ่งออกมาทำให้ชายหนุ่มได้สติ ราฟาเอลถอนจูบด้วยความรวดเร็ว เขาพาพรรณวรทวิ่งออกจากตรงนั้นอีกครั้ง

“ไปเร็ววิว” มือใหญ่กระชากข้อมือเล็กให้วิ่งตามเขาไป พรรณวรทที่กำลังตั้งตัวไม่ติดจึงไม่ได้ขัดขืน ชายหนุ่มพาหญิงสาววิ่งมายังตึกล็อกถัดไป เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่ ควบคุมสถานการณ์ เขาจึงดึงเธอหลบ แล้วกอดเอาไว้แนบอก ใช้ตัวเองบังเธอเอาไว้ พร้อมๆ กับประเมินสถานการณ์ไปด้วย สุดท้ายก็ฉุดข้อมือเธอวิ่งออกมาให้พ้นจากพื้นที่อันตรายตรงนั้น

“คารอส มารับฉันด้วย” ราฟาเอลโทร. เรียกคนของเขา พร้อมกับบอกจุดที่เขารออยู่ ไม่นานนักออดี้ราคาแพงก็แล่นมาหยุดตรงหน้าเขา ราฟาเอลเปิดประตู จับพรรณวรทยัดเข้าไปในรถ โดยที่ตัวเขาเองรีบตามเข้าไป แล้วบอดี้การ์ดหนุ่มก็พารถหรูก็ทะยานออกไปจากตรงนั้น

“บอสปลอดภัยนะครับ”

“ฉันไม่เป็นอะไร”

“รถของบอส ผมให้คนขับกลับไปที่บ้านแล้วนะครับ”

“ขอบใจ วิวคุณเป็นอะไรหรือเปล่า” ราฟาเอลหันมาถามคนที่นั่งข้างๆ ซึ่งเงียบมานาน พรรณวรทไม่เพียงไม่ตอบคำถาม แต่หางตาเธอยังไม่แลเขาด้วยซ้ำ จนราฟาเอลต้องถามอีกครั้ง

“ผมถามว่าคุณเป็นอะไรหรือเปล่า บาดเจ็บตรงไหนไหม” แม้เขาจะถามด้วยคำถามเดิม แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบจากพรรณวรท ชายหนุ่มจึงรั้งไหล่บางให้หันกลับมาหา แล้วกวาดมองไปทั่วร่างกายของเธอ เมื่อไม่เห็นร่องรอยใดๆ ก็เบาใจ ทว่าวิธีการมองของเขา มันกลับทำให้เธอแก้มร้อนผ่าว หญิงสาวปัดมือเขาออกจากหัวไหล่ แล้วสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง ไม่ยอมมองหน้าเขาอีกเลย จนกระทั่งเขามาส่งเธอที่โรงแรม พรรณวรทลงไปจากรถโดยไม่หันกลับมามองเขาแม้แต่น้อย

ชายหนุ่มจึงมองตามแผ่นหลังบอบบางไปจนลับตาแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอทำให้เขาเสียการควบคุมตัวเองอย่างไม่น่าให้อภัย ราฟาเอลยอมรับเลยว่าพรรณวรททำให้เขาทั้งโกรธทั้งโมโห เขาอยากจับเธอมาตีแรงๆ พอๆ กับปกป้องเธอในคราวเดียวกัน

 

พรรณวรทรีบโทร. หาแจ็คสันทันทีที่กลับถึงห้อง เธอกับเขาพลัดหลงกันในที่ชุมนุม ดีว่าตกลงกันเอาไว้ก่อนแล้วว่าถ้าหากเกิดอะไรขึ้นให้รีบกลับมาที่โรงแรม และใครถึงก่อนต้องติดต่ออีกฝ่ายทันที หญิงสาวรอสายอยู่ไม่นาน แจ็คสันก็รับโทรศัพท์ของเธอ

“แจ็ค คุณอยู่ไหน คุณโอเคไหม เป็นอะไรหรือเปล่า” พรรณวรทถามด้วยความรวดเร็ว

“ผมกำลังจะกลับโรงแรม คุณอยู่ไหนวิว ถึงโรงแรมแล้วหรือยัง”

“ถึงแล้วค่ะ เพิ่งถึงเลย”

“ปลอดภัยดีใช่ไหม”

“ฉันโอเคค่ะ คุณรีบกลับมานะคะ”

“อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงเจอกันครับ” พรรณวรทวางสายด้วยความโล่งใจ อย่างน้อยเพื่อนร่วมชะตากรรมของเธอก็ปลอดภัย

“ฉันควรจะขอบคุณอะไรดี ที่ทำให้ฉันรอดจากความเจ็บความตายมาอย่างหวุดหวิด” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลันใบหน้าหล่อคมของราฟาเอลก็ปรากฏขึ้นมาในมโนสำนึก

“ไม่!! คุณมันตัวอันตราย” หญิงสาวหงุดหงิดขึ้นมาทันที เธอรีบปัดเขาออกจากความคิด ถึงแม้จะรู้ดีแก่ใจว่าชายหนุ่มเป็นคนที่ช่วยเธอให้รอดปลอดภัยมาจนถึงนาทีนี้

พรรณวรทตั้งสติอีกครั้ง เธอรีบติดต่อกลับไปหาอลิซทันที จึงได้รู้ว่าปีเตอร์ เคทลีย์ ประธานบริษัทยักษ์ใหญ่จากอเมริกาที่ร่วมทุนกับแอลเอสกรุ๊ปกำลังเดินทางมาบราซิลเพื่อที่จะร่วมมือกันจัดการกับปัญหานี้ หญิงสาววางสายจากอลิซ เป็นเวลาเดียวกับที่แจ็คสันกลับมาพอดี

“คุณเป็นยังไงบ้างวิว โอเคหรือเปล่า” ช่างภาพหนุ่มกวาดสายตามองเพื่อนสาว ทันทีที่เข้ามาในห้องพักของเธอ

“ฉันโอเค คุณล่ะ บาดเจ็บตรงไหนไหม” หญิงสาวถามพลางกวาดสายตามองเพื่อนหนุ่ม

“ไม่เลย ผมโอเค”

“แจ็ค ฉันโทร. กลับไปหาคุณอลิซมาเมื่อกี้ระหว่างรอคุณ”

“คุณอลิซว่ายังไงบ้าง”

“ปีเตอร์กำลังมาที่นี่ เขาจะมาจัดการกับปัญหานี้ ฉันเลยคิดว่าเราควรได้ข่าวเด็ดจากการมาบราซิเลียของปีเตอร์” พรรณวรทกระตุกยิ้มที่มุมปาก

“คิดจะทำอะไรน่ะวิว”

“สัมภาษณ์สิ ฉันมั่นใจว่าถ้าเราได้สัมภาษณ์เขาพร้อมกับตัวแทนจากแอลเอสกรุ๊ป เราต้องได้ข่าวเด็ด เรียลไทม์ต้องดังเป็นพลุแตกแน่ๆ”

“เท่านี้ยังไม่พออีกเหรอวิว คุณก็รู้ว่าปีเตอร์ไม่ธรรมดา จะเข้าถึงตัวเขาไม่ใช่เรื่องง่าย”

“แต่มันก็ไม่ยากจนเกินไปหรอกนะ ถามสั้นๆ คุณจะลุยกับฉันไหม” นักข่าวสาวหันไปถาม

“ลุยสิ มาจนขนาดนี้แล้ว เอาไงก็เอากัน”

“โอเค พรุ่งนี้เตรียมเกาะติดสถานการณ์ได้เลย” พรรณวรทบอกอย่างหมายมาด ยังไงเธอต้องได้ข่าวใหญ่แน่นอน

 

แม้เวลานี้จะดึกมากแล้วแต่ราฟาเอลก็ยังคงนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในห้องทำงานของเขาที่อยู่ภายใต้ชายคาคฤหาสน์กราเบียลลาส ทว่าในหัวของเขาไม่ได้มีเรื่องงานแม้แต่น้อย ความคิดของชายหนุ่มยังคงโลดแล่นวนเวียนอยู่กับพรรณวรท

ใบหน้าสวยหวานของเธอยังคงฉายชัดอยู่ในความคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็นการพบกันครั้งแรกที่บ้านของพ่อแม่เธอ ภาพตอนที่เธอหลั่งน้ำสังข์ลงบนมือของน้องชายเขา พร้อมทั้งคำขู่ที่แสนจะน่ารัก วีรกรรมของเธอ เหตุการณ์ที่เธอช่วยเขาจากอุบัติเหตุเมื่อหลายวันก่อน จนกระทั่งภาพเมื่อตอนกลางวัน และรสจูบหวานๆ ที่เขาปล้นมาอย่างไม่ชอบธรรม ยังคงซ่านอยู่ที่ปลายลิ้น

“แม่จอมแสบ ขยันหาเรื่องเสียจริง” ชายหนุ่มพึมพำเบาๆรอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏบนมุมปาก ดวงตาสีฟ้าอมเทาแพรวพราวขึ้น เมื่อนึกถึงเจ้าของใบหน้าสวยหวานที่แสดงความตกใจระคนโกรธที่ถูกเขาจูบ

“ตัวแค่นี้ จะเก่งสักแค่ไหนกันเชียว” ราฟาเอลพูดยิ้มๆ ยามเมื่อนึกถึงพรรณวรท ผู้หญิงในแบบที่เขาไม่เคยเจอ

ส่วนคนถูกปล้นจูบ ก็ไม่ต่างกันนัก เมื่อราฟาเอลพาตัวเองมาอยู่ในสมอง แทนที่ความคิดเรื่องงานของเธอไปจนหมดสิ้น แทนที่พรรณวรทจะทำงานได้ แต่กลับทำไม่ได้เพราะถูกชายหนุ่มรบกวน หญิงสาวทิ้งตัวลงบนที่นอนอย่างหงุดหงิด โดยที่ไม่รู้ว่าหงุดหงิดเขา หรือหงุดหงิดตัวเองกันแน่

รสจูบหวานล้ำยังคงตรึงอยู่ในความรู้สึก จูบแรกในชีวิตที่เขาพรากไปจากเธอโดยไม่ทันได้ตั้งตัว แต่กลับทิ้งความรู้สึกแปลกๆเอาไว้ และดูท่าทางว่าสิ่งที่เกิดขึ้น มันจะไม่สามารถควบคุมได้เสียด้วย

“ราฟาเอล ฉันจะทำยังไงกับคุณดี ฮึ” หญิงสาวหัวเสีย สุดท้ายก็ดึงผ้าห่มขึ้นมา แล้วเอื้อมมือไปปิดโคมไฟ นอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืด กำปั้นเล็กๆซัดลงบนเตียงนุ่มแรงๆ ด้วยความหงุดหงิดในหัวใจ

 

ห้องประชุมกว้างของบริษัทแอลเอสกรุ๊ปเปิดต้อนรับผู้ร่วมทุนคนสำคัญอย่างปีเตอร์ เคทลีย์ ที่บินมาถึงเมื่อชั่วโมงที่แล้ว เพื่อที่จะจัดการกับปัญหาการชุมนุมประท้วงโดยเฉพาะ

“ผมต้องการคำอธิบายสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นคุณลูคัส” ปีเตอร์เอ่ยถามขึ้น ดวงตาที่ผ่านโลกมานานกว่าสี่สิบปีจ้องมองคนที่เขาตัดสินใจร่วมทุนด้วย

“เรื่องเข้าใจผิดน่าคุณปีเตอร์ ไม่มีอะไรหรอก” ลูคัสตอบด้วยท่าทางสบายๆ ไม่ได้สนใจต่อกระแสสังคมที่ต่อต้านแอลเอสกรุ๊ปแม้แต่น้อย

“เรื่องเข้าใจผิด แค่นั้น?” ปีเตอร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจ เมื่อได้รับคำตอบแบบขอไปทีจากอีกฝ่าย

“ใช่ครับ แค่นั้น”

“แต่การที่คนลุกขึ้นมาต่อต้านนับพันนับหมื่นคน มันคงไม่ใช่แค่นั้นหรอกนะคุณลูคัส ผมต้องการคำอธิบายที่ชัดเจนและมีสาระกว่านี้”

“มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดจริงๆ”

“ผิดยังไง ผิดที่คุณสั่งให้ขยายเขตเหมือง โดยที่ไม่ปรึกษาผม หรือไม่ทำทุกอย่างให้ถูกต้องกันล่ะ ผมจะบอกให้นะลูคัส ลูกน้องไม่กล้าทำอะไรโดยพลการหรอก ถ้าหากว่าไม่ได้รับคำอนุญาตจากเจ้านาย”

“อย่าซีเรียสไปเลยคุณปีเตอร์ ผมจัดการได้” ลูคัสบอกอย่างมั่นใจ

“ยังไง ไหนลองบอกวิธีการจัดการของคุณให้ผมรู้หน่อยเถอะ กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงมามากกว่าสิบวัน ยังไม่มีวี่แววว่าจะยุติการชุมนุมใดๆ ตรงกันข้ามกลับเพิ่มจำนวนมากขึ้น ถ้าการจัดการของคุณหมายถึงความเพิกเฉยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ผมไม่โอเค”

“มันประท้วงกันได้ก็ปล่อยมันไปสิ มันไม่หมดแรงก็ให้รู้ไป เราไม่จำเป็นต้องแคร์เลยสักนิด”

“นี่ใช่ไหม คำตอบของคุณ ผมบินมาที่นี่ เพื่อที่จะได้ฟังคำตอบสวะๆ แบบนี้น่ะเหรอ” ปีเตอร์พูดด้วยความหงุดหงิด

“งั้นคุณต้องการให้ผมทำอะไรล่ะ บอกมาสิครับหุ้นส่วน” ลูคัสถามกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“คุณต้องทำให้ภาพลักษณ์ของแอลเอสกรุ๊ปดีขึ้น หยุดกลุ่มผู้ชุมนุมให้ได้ ถ้าคุณทำไม่ได้ภายในสามวัน ผมจะยกเลิกการร่วมทุนในครั้งนี้” ปีเตอร์บอกด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

“คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะคุณปีเตอร์”

“ผมจะทำยังไง นั่นมันก็ขึ้นอยู่ที่การแก้ปัญหาของคุณ ผมจะกลับไปรอฟังข่าวที่อเมริกา หวังว่าคุณจะมีวิธีการจัดการปัญหาที่ดูมีสมอง และเป็นที่น่าพอใจสำหรับผม” ปีเตอร์พูดเพียงแค่นั้น ก็เดินออกไปจากห้องประชุม ตามด้วยบอดี้การ์ดอีกสองคน เดิมทีเขาจะมาจัดการปัญหานี้ด้วยตัวเองโดยวิธีที่ถูกต้อง แต่พอมาเจอลูคัสที่ไม่คิดจะรับผิดชอบอะไร ปีเตอร์จึงเปลี่ยนใจในนาทีสุดท้าย ปล่อยให้ลูคัสเผชิญปัญหาตามลำพัง และหาโอกาสที่จะยกเลิกการร่วมทุนแทน

ลูคัสขบกรามแน่นด้วยความไม่พอใจ ดวงตาของเขากร้าวขึ้นเมื่อมองตามผู้ร่วมทุนที่หายออกไปจากห้องประชุม มือใหญ่กำแน่น ถ้าหากไม่ติดว่าปีเตอร์คือบ่อเงินบ่อทองของเขาล่ะก็ ลูคัสจะไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายเดินออกไปง่ายๆ แบบนี้แน่

“มาแค่นี้ จะมาทำไมวะ ไอ้ปีเตอร์มันคิดว่ามันเป็นเจ้านาย แล้วฉันเป็นขี้ข้ามันหรือยังไง มันถึงมาสั่งให้ฉันทำตามคำสั่งมันแบบนี้”

“ใจเย็นๆ ครับคุณลูคัส เราต้องช่วยกันแก้ปัญหาก่อนครับ” หนึ่งในผู้ร่วมประชุมเอ่ยขึ้นเป็นเชิงปราม

“ใช่ครับ ตอนนี้เราต้องทำให้กลุ่มผู้ชุมนุม ยุติการชุมนุมประท้วงให้ได้”

“โธ่โว้ย ไอ้พื้นที่ป่าที่ขยายเขตเหมืองไป ก็ไม่ได้มากมาย แค่ห้าสิบหกสิบเอเคอร์ ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยวะ” ลูคัสพูดอย่างหัวเสีย

“เราจะทำยังไงกันดีครับคุณลูคัส ผมคิดว่าปีเตอร์เอาจริง”

“พรุ่งนี้ ฉันจะไปที่ชุมนุม”

“นักข่าวรุมทึ้งคุณแน่ มีสำนักข่าวหลายสำนัก เกาะติดสถานการณ์การชุมนุมอยู่ สื่อต่างประเทศเองก็เล่นข่าวนี้มาหลายวันแล้ว”

“ก็ให้พวกมันทึ้งไป แล้วมันจะได้รู้จักลูคัส เรลเอสได้ดีขึ้น”

“แต่ผมคิดว่า...”

“หุบปาก!! ฉันไม่อยากได้ยินเสียงแก” ลูคัสตวาดเสียงกร้าว แล้วผลุนผลันออกไปด้วยความโกรธ ทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมจึงหันมามองหน้ากัน แล้วถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย 

จูบเสร็จแล้วพาน้องวิ่ง  อ่ะ โอเค ให้อภัย 555555555+

แต่ดูท่าทางพี่ราฟจะหลงจูบหนูวิวซะแล้วววว  


*********************
 
แฝงไว้ด้วยใจรัก  พร้อมโหลดแล้วนะคะ  





โปรยยยยย

รักของพี่เปลี่ยนไปแล้วชลีย์” ติณณภพบอกเสียงนุ่ม

พี่ติณ...หมายความว่ายังไงคะ

รักของพี่ไม่เหมือนเดิม” ชายหนุ่มบอกก่อนจะก้มลงจรดปลายจมูกและริมฝีปากกับหลังมือช้ำๆ อย่างอ่อนโยน แล้วเงยหน้ามองเธอ รมชลีย์หัวใจเต้นแรงขึ้นกว่าเดิมเมื่อสบตากับเขา

ยัง...ยังไงคะพี่ติณ

รักของพี่เปลี่ยนแปลงรูปแบบไปนานแล้วชลีย์ แต่พี่ก็ไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไร ในสายตาของพี่เธอไม่ใช่น้องสาวตัวอ้วนกลม แต่เป็นผู้หญิงที่พี่รัก และปรารถนาที่จะใช้ชีวิตด้วยตลอดไป

พี่ติณ!!” รมชลีย์เรียกเขาอย่างตกใจ นี่เขากำลังบอกรักเธออยู่ใช่ไหม หัวใจดวงน้อยเต้นรัวราวกับกลองศึกที่ถูกลั่นเพื่อให้สัญญาณออกรบ มันทั้งเต้นแรงและเร็ว จนกลัวว่าเขาจะได้ยิน

พี่จะไม่ถามว่าชลีย์รู้สึกยังไงกับพี่ รู้สึกเหมือนพี่หรือเปล่า พี่แค่อยากบอกให้เธอรู้ถึงความรู้สึกของพี่เท่านั้นเอง

ทำไมคะ” หญิงสาวถามเสียงแผ่วราวกับละเมอ

พี่กลัว...ว่าจะไม่มีโอกาสได้บอกให้เธอรู้ ส่วนเธอจะตอบรับหรือปฏิเสธ มันก็เป็นสิทธิ์ของเธอ ซึ่งพี่พร้อมยอมรับทุกอย่าง ถ้าวันนี้ชลีย์ไม่อยู่กับพี่แล้ว พี่คงเสียใจที่แม้แต่คำว่ารัก พี่ก็ไม่มีโอกาสที่จะพูดให้เธอได้ยิน

พี่ติณ... ชลีย์...

ปลายนิ้วแข็งแรงประทับเบาๆ บนริมฝีปากแห้งผากเป็นเชิงห้ามไม่ให้เธอได้พูดอะไรต่อ ติณณภพยิ้มอบอุ่น เขาเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆ แล้วจูบหน้าผากนูนเกลี้ยงเบาๆ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 70 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #30 ยัยอ้วนกินจุ (@0830719626) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:33

    รอๆๆๆ กำลังฟินนน อ๊ากกกกกกกก ฟินมาก
    #30
    0
  2. #29 Taa Mon (@taamon) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:18

    รอความฟินนนนน

    #29
    0