กับดักสวาทของจอมมาร

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    5 ต.ค. 59





เสียงโทรศัพท์ของแอนโทนี่กรีดร้องเรียกความสนใจจากเจ้าของที่กำลังยืนมองคนที่เจ้านายให้มาคอยตามดูแล บอดี้การ์ดหนุ่มจึงต้องรับสายและกรอกน้ำเสียงสุภาพลงไป

“ครับบอส”

“ยัยเด็กเจ้าปัญหานั่นเป็นยังไงบ้าง” คำถามของแฟรงคลิน ทำให้อีกฝ่ายมองไปที่ครองขวัญ และผู้ชายที่นั่งกินข้าวกับเธอ ก่อนจะตอบคำถาม

“กำลังกินาหารเช้ากับเพื่อนใหม่มั้งครับ” คิ้วสีเข้มขมวดเข้าหากันในทันทีที่ได้ยินคำว่าเพื่อนใหม่

“เพื่อนใหม่เหรอ หมายความว่ายังไง”

“ผมเห็นคุณลีน่ากำลังกินอาหารเช้าพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน เลยคิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนใหม่ของคุณลีน่าครับ”

“ผู้ชายอย่างนั้นเหรอ”

“ครับบอส ท่าทางจะคุยกันถูกคอทีเดียว คุณลีน่ายิ้ม หัวเราะตลอด” แอนโทนี่รายงานไปตามที่เห็น

“ดี!!” แฟรงคลินกระแทกเสียงใส่เพียงสั้นๆ ก่อนจะวางสายไป บอดี้การ์ดหนุ่มจึงมองอย่างงงๆ กับปฏิกิริยาของเจ้านาย ก่อนจะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นอีกครั้ง แล้วถ่ายรูปครองขวัญ กับเพื่อนใหม่ของเธอส่งไปให้แฟรงคลินดู

แอนโทนี่คอยเฝ้าดูจนหญิงสาวและผู้ชายคนนั้นจนทั้งสองแยกจากกัน ครองขวัญเดินไปขึ้นรถ แล้วก็ขับออกไป โดยมีแอนโทนี่ตามไป แน่นอนว่าแอนโทนี่ไม่สามารถที่จะแสดงตัวให้หญิงสาวเห็นได้ เพราะไม่รู้ความคิด ไม่รู้อารมณ์ของเด็กเจ้าปัญหาของเจ้านาย ที่จริงแล้วบอดี้การ์ดหนุ่มก็ไม่เห็นว่าเธอจะทำตัวเป็นปัญหาที่ตรงไหน จะมีแต่เจ้านายของเขานี่แหละ ที่ชอบทำให้มันเป็นปัญหา  

ทางด้านแฟรงคลินก็กำลังเปิดรูปที่คนสนิทส่งมาให้ เขาขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจนัก เมื่อเห็นผู้ชายที่มีลักษณะภูมิฐาน นั่งอยู่ใกล้ๆครองขวัญ และคุยกันด้วยท่าทางสนิมสนม

“พี่ส่งเธอไปทำงานนะลีน่า ไม่ได้ส่งไปนั่งคุยเล่นกับคนอื่น” ว่าแล้วแฟรงคลินก็อดรนทนไม่ได้ กดโทรศัพท์หาหญิงสาว ทว่าปลายนิ้วใหญ่กลับต้องชะงัก ก่อนที่มันจะแตะลงบนปุ่มโทรออก

“ทำเป็นเล่นไปเถอะ ถ้าไม่ได้งานกลับมา น่าดูแน่ลีน่า” ว่าแล้วเขาก็เก็บโทรศัพท์ด้วยความหงุดหงิด ท่าทางที่ไม่ค่อยสบอารมณ์ของเจ้านาย ทำให้แบรททำตัวไม่ค่อยถูกนัก เขาจึงได้แต่นั่งเงียบๆ อยู่ใกล้ๆ รอเวลาเครื่องบิน Take off

 

ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัท อาร์แอนดี เดินออกจากห้องประชุมเล็กๆ โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดสาขานี้เดินประกบซ้ายขวา

“คุณครองขวัญมีอะไรจะเพิ่มเติมไหมคะ”

“อืม... ตอนนี้เท่าที่ฟังดูก็พอจะทราบได้ว่า เรายังไม่ทราบว่าปัญหาที่ทำให้ยอดขายนิ่งคืออะไร คือจริงๆแผนการตลาดที่บริษัทแม่วางไว้ ก็สามารถใช้ได้กับทุกสาขา แต่สำหรับสาขานี้ยอดนิ่งจนน่าแปลกใจ”

“ทางเราก็ดำเนินการ ตามแผนการตลาดที่บริษัทแม่ส่งมาให้ทุอย่างนะคะ” ครองขวัญยิ้มบางๆ กับท่าทางที่แสดงถึงความร้อนอกร้อนใจของอีกฝ่าย

“อย่าเพิ่งกังวลไปเลยนะคะ เดี๋ยวเรามาหาทางช่วยกันแก้ดีว่าค่ะ แต่ดิฉันขอไปปรึกษากับผู้บริหารท่านอื่นๆก่อนนะคะ ว่าเราจะกระตุ้นยอดขายยังไงดี แล้วดิฉันจะให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมานะคะ”

“ขอบคุณมากค่ะคุณครองขวัญ”

“ยินดีค่ะ ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” ครองขวัญยิ้มให้ทุกคน ก่อนจะเดินออกมา หลังจากที่เรือนร่างเพรียวบางลับสายตากันแล้ว เสียงอื้ออึงจึงดังขึ้นในทางชื่นชม

“คุณครองขวัญ คาราลินา ใช่เจ้าของบริษัทไหมคะคุณอุทัยวรรณ” พนักงานสาวคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น

“คุณโดมินิกคุณพ่อของคุณครองขวัญ มีหุ้นอยู่ในบริษัท ร่วมกับตระกูลเดอเรนโซ จะว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้”

“แล้วทำไมเธอถึงเป็นแค่ผู้ช่วยผู้จัดการ ไม่เป็นประธานบริษัทไปเลยล่ะคะ”

“อาร์แอนดี มีคุณแฟรงคลิน เดอเรนโซ เป็นซีอีโออยู่แล้ว ส่วนคุณครองขวัญเธอเรียนจบการตลาดมาโดยตรง อนาคตของเธอไม่หยุดอยู่แค่ตำแหน่งนี้หรอก”

“คุณครองขวัญเธอสวยมากนะคะ ดูเป็นสาวมั่นด้วย”

“เห็นสวยๆแบบนั้น ข่าวว่าดุไม่ใช่เล่นเลยนะ” อุทัยวรรณบอก

“ไม่จริงหรอกค่ะ หนูเห็นเธอยิ้มแย้มดีนะคะ ไม่ได้มีท่าทางน่ากลัวเลยสักนิด” พนักงานสาวแย้งตามที่เห็น

“ก็นั่นแหละ เห็นยิ้มๆแบบนั้น ถ้างานพลาดขึ้นมา เธอเอาตาย เรียกว่าสวยประหารไงล่ะ คุณครองขวัญถึงแม้จะอายุยังน้อย แต่เธอเฉียบคมในเรื่องงาน เชื่อเถอะถ้ามาเองแบบนี้ เธอจะต้องมองเห็นปัญหา และวิธีการกระตุ้นยอดขาย ต่อไปสาขาของเรายอดขายถล่มทลายแน่นอน ฉันมั่นใจ”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีสิคะคุณวรรณ ถ้ายอกตกกว่านี้ มีหวังปิดตัว พวกหนูจะต้องตกงานกันแน่เลยค่ะ”

“ไม่ต้องกลัวฉันมั่นใจว่ามันจะต้องดีขึ้น ฉันเชื่อว่าคุณครองขวัญทำได้ แต่เราก็ต้องเผื่อใจ เพราะถ้าหากมันกระตุ้นยอดไม่ไหว สาขานี้ปิดตัวลงบริษัทก็ไม่ทิ้งพนักงาน เพราะคุณแฟรงคลินมีนโยบายว่า พนักงานทุกคนเป็นเหมือนญาติพี่น้อง ถ้าทำงานที่นี่ไม่ได้ ก็ให้ย้ายไปสาขาอื่น”

“แต่หนูไม่อยากไปไกลบ้าน”

“เอาเถอะ รอดูก่อนแล้วกัน แต่ฉันเชื่อในความสามารถของคุณครองขวัญ เคยเกิดปัญหาแบบนี้ที่สาขาอื่น แต่เธอก็แก้จนมันผ่านพ้นไปได้” อุทัยวรรณบอกอย่างมั่นใจ

 

 ครองขวัญกลับมาถึงโรงแรมในช่วงเย็นๆ  หญิงสาวยกนาฬิกาขึ้นดู เมื่อพบว่ามันเป็นเวลาสี่โมงเย็นเศษๆ จึงยิ้มออกมา ป่านนี้แคทรียาเพื่อนรักของเธอ คงจะกำลังมาถึง หญิงสาวกำลังจะขึ้นลิฟต์กลับไปพักที่ห้อง แต่ได้ยินเสียงเรียกจากทางด้านหลังเสียก่อน ปลายนิ้วที่กำลังจะกดปุ่มเรียกลิฟต์จึงชะงัก แล้วหันไปมอง ก่อนจะคลี่ยิ้มสดใสให้กับคนที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอ

“คุณกวิน มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“ผมจะมาชวนคุณลีน่าไปกินข้าวเย็นด้วยกันครับ” กวินภพบอกความต้องการของตัวเองอย่างไม่อ้อมค้อม

“ว้า... ช้าไปแล้วล่ะค่ะ พอดีลีน่านัดเพื่อนเอาไว้แล้ว คงกำลังจะมาถึงแล้ว เอาไว้โอกาสหน้านะคะ” หญิงสาวบอกพร้อมกับส่งยิ้มให้เขา

“เสียดายจังเลยครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ โอกาสหน้ายังมี”

“แล้วพรุ่งนี้ล่ะครับ” กวินภพยังถามอย่างมีความหวัง

“เสียใจจริงๆค่ะคุณกวิน พรุ่งนี้ลีน่าก็นัดเพื่อนเอาไว้แล้วเหมือนกันค่ะ  นั่นไงคะมาโน่นพอดีเลยค่ะ” ครองขวัญมองไปยังผู้หญิงที่กำลังโบกไม้โบกมือ แล้วเดินเข้ามาหาเธอ

“ลีน่า ฉันมาแล้วแก” แคทรียาเรียกเพื่อนด้วยความดีใจ จนแทบจะกระโดดกอด เพราไม่ได้เจอกันมานานหลายเดือน ได้แต่คุยโทรศัพท์กันเท่านั้น

“นึกว่าจะมาช้ากว่านี้ จะขึ้นไปนอนรอบนห้องอยู่แล้ว”

“แหม นี่ก็รีบสุดๆเลยแก ฉันกลัวแกจะหลับรอ ยิ่งปลุกยากปลุกเย็นอยู่ด้วย” เพื่อนรักที่คบกันมานานนับสิบปี บอกอย่างรู้นิสัยครองขวัญดีว่าขี้เซาขนาดไหน ยังผลให้คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ต้องระบายยิ้มออกมา ครองขวัญจึงหันไปมองเขาอย่างอายๆ ที่ยัยเพื่อนตัวดีดันเอาความลับมาเปิดเผย

“นี่แก มาถึงก็พูดไม่หยุดเลย รู้จักคุณกวินก่อน  คุณกวินคะนี่แคท เพื่อนลีน่าค่ะ” ครองขวัญแนะนำให้เพื่อนรัก และเพื่อนใหม่ของเธอได้รู้จักกัน

“สวัสดีครับคุณแคท” กวินภพทักทายเพื่อนของหญิงสาวที่เขาหมายตาด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่สุภาพ

“สวัสดีค่ะคุณกวิน ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” แคทรียาทักทายกลับด้วยรอยยิ้มสดใส

“ลีน่าต้องขอตัวก่อนนะคะคุณกวิน เอาไว้เจอกันโอกาสหน้าค่ะ”

“ครับ ถ้ายังไงกลับถึงกรุงเทพฯแล้วผมจะโทรหา เราไปกินข้าวด้วยกันนะครับคุณลีน่า” กวินภพยังคงมีความหวัง ว่าจะได้ทำความรู้จักกับครองขวัญมากกว่านี้

“ได้ค่ะ แล้วพบกันนะคะ” ครองขวัญยิ้ม ก่อนจะพาแคทรียาเดินเข้าไปในลิฟต์ เมื่อประตูลิฟต์ปิดลง สองสาวจึงหันหน้าเข้าหากัน

“เขาจีบแกแน่ลีน่า” แคทรียาบอกด้วยความมั่นใจ เธอเห็นสายตาที่กวินภพมองเพื่อนเธอแล้วคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้

“แกคิดมากไปแล้วแคท”

“หรือแกไม่คิด” แคทรียายื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเพื่อน แล้วจ้องตากับครองขวัญ พร้อมเอ่ยถามออกมา

“แกก็รู้ ฉันมีเวลาไปมองใครที่ไหนกันล่ะ”

“ก็เพราะว่าแกมีแต่เวลามองแต่พี่แฟรงค์ใช่ไหม ในสมอง ในหัวใจ ในสายตาแกมีแต่พี่แฟรงคลินไง แกถึงได้มองผ่านผู้ชายคนอื่นไปหมด เสียดายโอกาสว่ะลีน่า ฉันว่ามีคนอยากเข้ามาหาแกเยอะแยะเลยนะ”

“แต่ฉันก็สนใจแค่บุคคลไม่สนใจโลกคนนั้น” ครองขวัญตอบเสียงเบา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ประตูลิฟต์เปิดออก สองสาวจึงพากันเดินไปยังห้องพักที่อยู่ถัดไปอีกไม่กี่ห้อง

“ฉันว่าแกสนใจคนอื่นบ้างก็ดีนะ ในเมื่อเขาไม่สนใจเรา เฝ้ารักเขาไปก็เสียเวลาเปล่า” แคทรียาบอก เธอพูดแบบนี้กับครองขวัญมาหลายครั้งแล้ว แต่ดูเหมือนมันยังไม่ได้ผล เพื่อนของเธอก็ยังเฝ้ามองแต่แฟรงคลินอยู่ร่ำไป

“แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง ฉันรักเขาไปแล้ว”

“ถ้าแกเลือกที่จะรักเขาต่อไป นั่นแปลว่าแกจะต้องทนต่อความเย็นชาอย่างไร้สติของเขาให้ได้ลีน่า” ครองขวัญถอนหายใจยาว เธอเผชิญกับความเย็นชาของเขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทำไมจะไม่รู้ว่าเขาเย็นชาขนาดไหน

“เอาไว้ฉันแข็งแรงพอ ฉันจะพาตัวเองออกมาจากเขา” แคทรียาไม่พูดอะไรต่อ เธอเพียงแต่ยกมือโอบไหล่บอบบางของเพื่อนเอาไว้อย่างให้กำลังใจเพียงเท่านั้น 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

587 ความคิดเห็น

  1. #13 กุลกานต์ rose (@kulakarn_rose) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 23:57
    ผู้หญิง ก้อ ชอบความท้าทาย
    #13
    0
  2. #12 Chariyaiem (@Chariyaiem) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 21:59
    ทำตัวเองให้มีคุณค่า อะไรก็ดีสมบูรณ์ไปหมด อยากไปสนใจเลยผู้ชายที่ทำมึนไม่สนใจเราคนเดียว
    #12
    0
  3. #11 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 14:26
    ตอนนี้ทีมลีน่าไปก่อนค่ะ ถ้าต่อไปเฮียแฟรงคินทำตัวดีน่ารักจะตามไปเป็นลูกทีม
    #11
    0