กับดักสวาทของจอมมาร

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,838
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    3 ต.ค. 59

ประกาศค่ะ 

แจ้งให้สาวๆทุท่านทราบนะคะ 
ไรท์ขอเปลี่ยนชื่อนางเอก จากคุลิกา เป็นครองขวัญ นะคะ 
เนื่องจากว่า คุลิกา ความหมายไม่สวยเท่าไหร่ 555555555+  
ไม่สมกับหน้าตาสวยๆของนาง 
และเพื่ออรรถรสในการอ่าน ไรท์จึงไล่เปลี่ยนชื่อนางเอกมาตั้งแต่ตอนแรก  
 จึงเรียนมาเพื่อแซ่บ!!   ไปดูพี่กันเถอะค่ะ  พี่กำลังจะโดนตีท้ายครัวล้าวววว 



แฟรงคลินวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะข้างโคมไฟ ชายหนุ่มเดินไปเปิดประตูกระจก แล้วออกไปยืนรับลมที่ริมระเบียง เขากำลังคิดถึงเรื่องราวเมื่อสิบกว่าปีก่อน ตอนนั้นครองขวัญยังเป็นเด็กน่ารัก ตัวอวบอ้วนแก้มยุ้ย น่าหอม น่าจับมาฟัดที่สุด แม่หนูน้อยคนนั้นชอบวิ่งตามเขาตะโกนเรียกเมื่อเจ้าหล่อนวิ่งไม่ทัน 

“พี่แฟรงค์ขา รอลีน่าด้วย” ตอนนั้นแฟรงคลินแกล้งไม่สนใจ เขาแกล้งไม่ได้ยินเสียงเล็กๆนั้น แล้วเดินจ้ำอ้าวไปข้างหน้า ยัยเด็กเจ้าปัญหาก็ตามไม่ลดละ จนสะดุดขาตัวเองล้ม ร้อนถึงเขาต้องมาแบกขึ้นหลังเดินกลับบ้าน

หรือแม้กระทั่งตอนที่ครองขวัญหายไปจากคฤหาสเรเมเดส ที่สวีเดน ทุกคนต่างก็ออกตามหาแม่หนูน้อย เพราะเกรงว่าจะโดนจับตัวไป แฟรงคลินร้อนใจถึงกับไม่ยอมไปโรงเรียน เขายอมหยุดเรียนเพื่อที่จะออกตามหาน้อง

“ลีน่า  ลีน่า ได้ยินพี่ไหม ลีน่า” แฟรงคลินตะโกนลั่น เขาแยกไปหาที่บ้านหลังเล็กใกล้ท่าน้ำ เพราะที่นั่นยังไม่มีใครไปดู เด็กหนุ่มค่อนข้างมั่นใจว่าครองขวัญจต้องไปเล่นซนที่นั่นแน่ๆ

“ลีน่า ลีน่า” เสียงตะโกนที่ดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ทำให้ครองขวัญ ที่อยู่บนต้นไม้ ต้องยิ้มจนตาหยี เธอจำเสียงของเขาได้ แฟรงคลิน เดอเรนโซ ไม่ผิดแน่

“พี่แฟรงค์ พี่แฟรงค์ขา ลีน่าอยู่นี่” แม่หนูน้อยตะโกนเรียกเขา ทั้งๆที่ยังห้อยโหนอยู่บนกิ่งไม้ แม้จะไม่สูงนัก แต่ก็ทำให้คนที่อยู่ช้างล่างใจหายวาบ

“ลีน่า ลงมานะ ขึ้นไปทำอะไรบนนั้น ลงมาเดี๋ยวนี้” แฟรงคลินดุเสียงดัง ยกมือสองข้าวเท้าเอวสอบ เงยหน้ามองแม่หนูน้อยที่แปลงร่างเป้นลิงเป็นข้างห้อยโหนอยู่บนกิ่งต้นไม้ใหญ่

“พี่แฟรงค์มาเล่นกับลีน่าสิคะ ปีนขึ้นมา ขึ้นมาเลย” แม่หนูน้อยตะโกนบอกเสียงใส ชวนเขาปีนต้นไม้ขึ้นมาเล่นกับเธอยิกๆ โดยไม่รู้เลยว่าคนเป็นพี่ชักจะโกรธกรุ่นๆ ที่แม่หนูน้อยเล่นโลดโผนขนาดนี้  

“ลงมาเดี๋ยวนี้นะลีน่า”

“พี่แฟรงค์อยากให้ลีน่าลงไปเหรอคะ”

“ใช่ ลงมาเดี๋ยวนี้ ค่อยๆปีนลงมานะ เดี๋ยวตกไปแข้งขาหัก” แม้จะดุแต่ก็ยังมิวายห่วง ครองขวัญยิ้มตาหนี นึกสนุกอยากแกล้งพี่ชาย

“ปีนลงมันช้า พี่แฟรงค์รอรับลีน่าด้วยยย”  แม่หนูน้อยตะโกน พร้อมกับปล่อยมือ ทิ้งตัวลงมาจากกิ่งไม้ โดยไม่สนใจว่าตัวเองอาจจะแข้งราขาหักแม้แต่น้อย  

“ลีน่า อย่า!!” แฟรงคลินตะโกนห้ามเสียงหลง ทว่าไม่ทัน เพราะครองขวัญปล่อยมือจากกิ่งไม้ เด็กหนุ่มตกใจ ต้องวิ่งถลาเข้าไปรอรับร่างอ้วนป้อม ที่กำลังลอยลงมาจากด้านบน แม้ว่ามันจะไม่สูงนัก แต่ถ้าตกลงมา ก็ทำให้เจ็บได้ไม่น้อยทีเดียว

ตุบ!! ร่างอวบอ้วนตกลงมาในอ้อมแขนของแฟรงคลินพอดี ถ้าเขาวิ่งเข้าไปช้าอีกเสี้ยววินาที มีหวังได้แขนขาหัก หรือไม่ก็หัวร้างข้างแตกกันบ้าง

“พี่แฟรงค์เก่งจังเลยค่ะ รับลีน่าทันด้วย” แม่หนูน้อยยังมีหน้ามากล่าวชมพี่ชายหน้านิ่งของเธอ โดยที่ยังไม่รู้สึกถึงความผิดของตัวเอง

“มาแอบเล่นอะไรตรงนี้ เขาตามหากันจนทั่วบ้าน” แฟรงคลินเอ็ดเด็กน้อยในอ้อมแขน แม้จะดุยังไง ก็ไม่ยอมปล่อยเธอลง เขายังคงอุ้มเธอเดินกลับสู่คฤหาสน์เรมาเดสที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกล

“ลีน่าไม่ได้แอบมานะคะ ลีน่าเดินมาเฉยๆ ตอนที่ไม่มีใครอยู่”

“มันน่านักนะลีน่า” เมื่อพี่ชายดุ ครองขวัญจึงประจบเอาใจด้วยการ ซบหน้ากับไหล่ของแฟรงคลิน แล้วกอดรอบลำคอเขาเอาไว้

“พี่แฟรงอุ้มลีน่าดีๆสิคะ ถ้าลีน่าตกลงไป ลีน่าจะฟ้องคุณป้าด้วย” แม่หนูน้อยขู่เบาๆ แฟรงคลินจึงต้องกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด เขาไม่ได้กลัวว่าเธอจะฟ้องคุณนาตาลี แต่กลัวว่ายัยลูกหมูในอ้อมแขนจะตกลงไปแล้วได้แผลต่างหาก แฟรงคลินเดินต่อไปไม่พูดไม่จา เช่นเดียวกับที่ครองขวัญเงียบเสียง ไม่นานนัก เขาเธอกลับมาถึงคฤหาสน์เรเมเดส

“แฟรงค์ ไปเจอน้องที่ไหนลูก” คุณแสงดาวเอ่ยถามพลางพุ่งตัวเข้าไปหา

“บ้านเล็ก ที่ท่าน้ำครับ”

“ลีน่า มาหาแม่ลูก พี่แฟรงค์เมื่อยแย่แล้ว” คุณแสงดาวเรียกลูกสาว ทว่าครองขวัญกลับเงียบไม่ยอมไปหามารดา ยังคงซุกซบอยู่กับไหล่พี่ชายไม่ขยับ

“แฟรงค์ดุน้อง ตีน้องหรือเปล่า” คุณนาตาลีเอ่ยถามบุตรชาย แฟรงคลินจึงถอนหายใจ ก่อนจะตอบมารดา

“อยากดุ อยากตีเหมือนกันครับมัม แต่ทำไม่ลง” คุณนาตาลีจึงยิ้มกับคำตอบชองบุตรชาย

“ลีน่า คราวหลังอย่าไปเล่นซนคนเดียวนะลูก ป้าเป็นห่วง ดูสิพี่แฟรงค์ก็เป็นห่วง ต้องมาตามหาหนู” มารดาของเด็กหนุ่มเอ่ยขึ้น แต่กลับไม่มีเสียงตอบอย่างที่ควรจะเป็น คุณแสงดาวจึงขยับอ้อมไปด้านหลังบุตรชายของเพื่อนสามี แล้วก็ต้องอมยิ้มออกมา

“หลับไปแล้ว ส่งน้องมาให้อาเถอะแฟรงค์ เดี๋ยวอาจะพาขึ้นไปนอนข้างบนเอง”

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมพาน้องขึ้นไปเอง ตื่นขึ้นมาตอนนี้ เดี๋ยวก็งอแงอีก”

“งั้นก็ตามอามาเลยจ้ะ”  คุณแสงดาวเดินนำขึ้นบันไดไป จึงไม่ได้เห็นว่าแฟรงคลิน ยกมือขึ้นลูบศีรษะเล็กๆ ที่ซุกซบอยู่กับซอกคอของเขาด้วยกิริยาอ่อนโยน

“วางน้องบนเตียงเลยลูก เดี๋ยวอาไปบอกให้เด็กหาผ้ามาเช็ดตัวให้น้อง” คุณแสงดาวบอก ก่อนจะเดินออกไปจาห้องของบุตรสาว แฟรงคลินจึงวางร่างอ้วนในอ้อมแขน ลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม ก่อนที่เขาจะคุกเข้าลงข้างเตียง ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม ทอดมองแม่หนูน้อยหน้าตามอมแมมด้วยสายตาอ่อนโยน

“ยัยเด็กเจ้าปัญหา สร้างแต่ปัญหาให้พี่นะลีน่า” แม้ปากจะว่าน้อง แต่กลับค่อยๆเลื่อนหน้าเข้าไปขโมยหอมแก้มยุ้ยๆของน้องสาว อย่างอดใจเอาไว้ไม่ไหว เสียงประตูที่เปิดออก ทำให้เขาต้องลุกขึ้นยืน และเดินออกไป สวนกับคุณแสงดาว ที่เดินตามหลังเด็กรับใช้ที่ถืออ่างใบใหญ่ กับผ้าขนหนูเข้ามา

“แฟรงค์ อาขอบคุณแฟรงค์มานะลูก ที่ตามหาน้องจนเจอ”

“ไม่เป็นไรครับอาซินดี้” แสงดาวดึงเด็กหนุ่มเข้ามากอด ฝ่ามือบางลูบแผ่นหลังเบาๆอย่างอ่อนโยน

“อาฝากแฟรงค์ช่วยดูแลลีน่าด้วยนะ”

“ครับ” เด็กหนุ่มรับคำ แล้วเดินลงไปหามารดา ที่รออยู่ด้านล่าง

จากวันนั้นจนถึงวันนี้แฟรงคลินจึงคอยดูแลครองขวัญตลอด ไม่ว่าเธอจะสร้างปัญหาให้เขาปวดเศียรเวียนเกล้าขนาดไหน ชายหนุ่มก็ไม่เคยเลิกคิดที่จะดูแลเธอ หญิงสาวจึงเป็นคนพิเศษ ที่เขาจะต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะรับปากกับคุณแสงดาวเอาไว้ตั้งแต่วันนั้น

“ยัยเด็กเจ้าปัญหาของพี่” ริมฝีปากหยักสวยพึมพำเรียกด้วยความเคยชิน ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆออกมา ยามเมื่อนึกถึงเรื่องราวมากมายระหว่างเขาและเธอ

 

ครองขวัญลืมตาตื่นขึ้นมาประมาณหกโมงเช้า หญิงสาวบิดขี้เกียจเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงที่ยับยู่ยี่ เมื่อคืนหลังจากกลับมาจากผับ เธอก็อาบน้ำ แล้วก็เข้านอน อาจจะเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป บวกกับความเมื่อยล้าที่ขับรถมาไกล ทำให้หญิงสาวหลับสนิทตลอดคืน ลืมเรื่องน่ากลัวที่เจอเมื่อวานไปเสียสนิท

มือนุ่มนิ่มเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือมาเปิดดู หญิงสาวเปิดไลน์ เมื่อเห็นว่าเพื่อนรักส่งข้อความมาคอนเฟิร์มถึงนัดเย็นนี้ ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อคลี่ยิ้มบางๆ เมื่อเห็นสติ๊กเกอร์ไลน์น่ารักๆที่แคทรียาส่งมาให้  จึงดาวโหลดความน่ารักมาเก็บไว้ ก่อนจะทำการส่งมันไปทักทายยามเช้ากับแฟรงคลิน ครองขวัญไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะอ่านมันในทันที เพราะรู้ดีว่าชายหนุ่มจะเปิดไลน์ก็ต่อเมื่อว่างเท่านั้น เธอหวังเพียงแค่ว่าความน่ารักของสติ๊กเกอร์ที่เธอส่งให้ มันจะช่วยทำให้เขายิ้มได้บ้าง หญิงสาววางโทรศัพท์เอาไว้ที่เดิม แล้วลงจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ แล้วจัดการตัวเองให้พร้อมสำหรับการตรวจดูงานฝ่ายการตลาดที่ร้านอาร์แอนดี ในสาขาประจวบคีรีขันธ์ ที่จะเริ่มต้นในอีกราวๆอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

เมื่อแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย เธอจึงแต่งแต้มเครื่องสำอางบนใบหน้าสวยหวาน ทำให้ดูน่ารักน่ามองขึ้นอีกหลายเท่าตัว ครองขวัญเป็นผู้หญิงสวย ตอนไม่แต่งหน้าว่าสวยแล้ว พอแต่งหน้าก็สวยไปอีกแบบ เจ้าของเรือนร่างบอบบางขยับมายืนหน้ากระจกเงาบานใหญ่ ที่สามารถส่องให้เห็นร่างกายเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้ม เห็นหญิงสาวนางหนึ่งสวมกางเกงแสลคขายาวสีเทาเข้ม กับเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านใน และคลุมทับด้วยเสื้อสูทแขนยาวสีเดียวกับกางเกง ใบหน้าสวยหวานปรากฏรอยยิ้มบางๆ มองตัวเองอย่างพอใจ เธอหมุนตัวอีกครั้ง แล้วเดินไปหยิบกระเป๋าสะพาย และแฟ้มเอกสารมาถือเอาไว้ แล้วสวมรองเท้าคัชชูส้นสูงราวๆสามนิ้ว เดินออกจากห้องพักไปยังลิฟต์ เพื่อลงไปทานอาหารเช้า ก่อนเข้าจะเข้าไปตรวจงานในเวลาเก้านาฬิกา

ครองขวัญวางกระเป๋าเอาไว้ แล้วลุกไปตักอาหารที่ทางโรงแรมจัดเตรียมเอาไว้บริการให้กับลูกค้าที่เข้ามาพัก เช้าวันนี้เธอเลือกทานข้าวต้มทรงเครื่องกลิ่นหอมชวนรับประทาน กับสลัดผลไม้จานเล็กๆ และน้ำส้มคั้น แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะส่งอาหารเข้าปาก เสียงห้าวทุ้มของใครบางคนก็ดังขึ้นข้างหู

 “ขอโทษครับ” ครองขวัญหันไปมองเขา ดวงตากลมโตฉายแววสงสัย

“คะ”

“ ผมขอรบกวนนั่งด้วยคนได้ไหมครับ พอดีที่นั่งเต็มหมดเลย” หญิงสาวหันไปมอง จึงพบว่าภายในห้องอาหารแห่งนี้นั้นคลาคล่ำไปด้วยผู้คน หญิงสาวจึงหันไปยิ้มให้เขาอย่างคนมีอัธยาศัยดี ก่อนจะอนุญาตให้ชายหนุ่มนั่งร่วมโต๊ะกับเธอ

“เชิญค่ะ”

“ขอบคุณครับ” ผู้ชายคนนั้นกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงสุภาพ เขาวางเอกสารลงบนโต๊ะ แล้วไปตักอาหาร ไม่นานนักก็กลับมาพร้อมกับอเมริกันเบรคฟาสจานใหญ่ ครองขวัญยิ้มให้ แล้วทานอาหารตรงหน้าต่อไปเงียบๆ

“คุณมาประชุมเหรอครับ” เขาเอ่ยขึ้นอย่างชวนคุย

“เปล่าค่ะ แต่คุณคงมาประชุมใช่ไหมคะ” เธอเอ่ยเป็นเชิงถาม

“ครับ พอดีบริษัทของผมจัดอบรบพนักงานที่นี่  ผมกวินภพครับ ยินดีที่ได้รู้จักคุณ...”

“ครองขวัญค่ะ เรียกมาคุก็ได้นะคะ” หญิงสาวบอกยิ้มๆ

“อะไรนะครับ” กวินภพถามซ้ำ เขาทำหน้าปั้นยากเหมือนกำลังสงสัยว่าตัวเองได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า คนอะไรจะชื่อมาคุ ครองขวัญหัวเราะออกมาเบาๆ

“ฉันล้อเล่นค่ะ ฉันครองขวัญ คาราลีน่า เรมาเดส เรียกลีน่าก็ได้ค่ะ” หญิงสาวแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ

“ครับคุณลีน่า”

“คุณลีน่ามาทำอะไรที่หัวหินเหรอครับ” กวินภพเอ่ยถามอย่างชวนคุย

“ทางบริษัทส่งลีน่ามาตรวจงานที่สาขานี้ค่ะ คุณกวินภพจัดอบรมพนักงานที่นี่ นั่นก็แปลว่าในห้องอาหารนี้มีพนักงานในบริษัทของคุณกวินภพเป็นส่วนใหญ่ใช่ไหมคะ” หญิงสาวตอบยิ้มๆ ก่อนจะส่งข้าวต้มเข้าปาก แล้วเคี้ยวช้าๆ ลิ้มรสความอร่อยของมัน

“เรียกผมว่ากวินก็ได้ครับ พนักงานของผมที่มาอบรมก็ราวๆหกสิบคนครับ ทางเราจัดอบรมแล้วก็พาเที่ยวไปในตัว เป็นสวัสดิการให้พนักงานเราครับ” เขาบอก พร้อมรอยยิ้ม

“ดีจังเลยค่ะ คนทำงานจะได้มีกำลังใจ บริษัทของลีน่าเองก็มีกิจกรรมแบบนี้ให้พนักงานเหมือนกันค่ะ ว่าแต่คุณกวินพักชั้นไหนคะ”

“ชั้นสี่ครับ ห้องสี่ศูนย์สี่” หญิงสาวชะงักมือที่กำลังตักข้าวต้ม แล้วมองหน้าเขายิ้มๆ พานคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวานขึ้นมาอีกครั้ง กวินภพคือคนที่ไปอยู่แทนห้องเดิมของเธอนั่นเอง

ครองขวัญและเพื่อนใหม่ของเธอ กินอาหารเช้าไป คุยกันไปอย่างถูกคอ ความน่ารักและเป็นกันเองของหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกพอใจจนต้องเอ่ยปากขอเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ สำหรับติดต่อ ครองขวัญก็ยินยอมให้แต่โดยดี เพราะถูกใจในความมีอัธยาศัยที่ดีของเขาเช่นกัน รู้จักกันไว้ก็ไม่เสียหายอะไร หญิงสาวไม่ได้คิดอะไรเกินเลย แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้เห็นว่าครองขวัญเป็นเพื่อนเสียแล้ว


อ้าวๆๆๆๆๆ  เฮียคะเฮียยยยยยยย  อย่ามัวโอ้เอ้เก๊กท่าสิคะ  

เฮียจะโดนตีท้ายครัว รัวๆแล้วนะคะเฮียยยยยยยยยยย

ถ้าเฮียช้า และเย็นชาแบบนี้ แม่ยกเฮียอาจจะอยากให้ลีน่าไปหาผู้ใหม่นะคะ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

587 ความคิดเห็น

  1. #48 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 16:04
    คู่แข่งมาแล้วนะคะพี่แฟรงค์
    #48
    0
  2. #10 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 21:47
    ดีมากเอามากระตุ้นต่อมความรู้สึกของเฺฮียหน่อย
    #10
    0