กับดักสวาทของจอมมาร

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,269
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    3 ต.ค. 59





บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซีรี่ส์1 เลี้ยวเข้ามายังลานจอดรถของโรงแรมดังในหัวหินราวๆหกโมงเย็น ดวงตากลมโตมองความโกลาหลที่เกิดขึ้นด้วยความสงสัย พร้อมๆกับที่พาตัวเองลงจากรถ ไปหยิบกระเป๋าด้านหลัง แล้วเข้าไปเช็คอินท์ที่หน้าฟรอนท์

“สวัสดีค่ะ” พนักงานต้อนรับยกมือไหว้ เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้มครองขวัญจึงยิ้มตอบ

“สวัสดีค่ะ”

“จองห้องพักไว้หรือเปล่าคะ”

“จองค่ะ ครองขวัญ คาราลิน่า เรมาเดสค่ะ” เธอบอกชื่อนามสกุลของตัวเองไป พนักงานจึงจัดการเปิดห้องพักให้ ระหว่างนั้นเอง ที่ครองขวัญเห็นตำรวจหลายนายเดินออกมาจากลิฟต์ พร้อมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยอีกหลายคน

“เรียบร้อยแล้วค่ะ ห้องสี่ศูนย์สี่นะคะ” พนักงานของโรงแรมแจ้งหมายเลขห้องด้วยน้ำเสียงสุภาพ หญิงสาวจึงหันกลับไปรับคีย์การ์ดมาถือเอาไว้

“ขอบคุณค่ะ”

“เดี๋ยวให้เบลบอยยกกระเป๋าขึ้นไปให้นะคะ”

“ค่ะ ขอบคุณค่ะ” ว่าแล้วครองขวัญก็เดินตรงไปยังลิฟต์ แล้วกดหมายเลขไปยังชั้นที่ต้องการรออยู่ไม่นานเสียงเตือนก็ดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะเปิดออก ฝ่าเท้าเล็กภายใต้รองเท้าแบรนด์ดัง ก้าวไปตามพื้นพรม เพื่อไปยังห้องพัก ทว่าก่อนจะถึงห้องเธอเพียงห้องเดียว กลุ่มคนนับสิบคนก็ยืนเบียดกันอยู่ที่ประตู

ครองขวัญหยุดยืนดูเหตุการณ์ตรงหน้า คิ้วเรียวสวยสีเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย แต่อีกไม่กี่วินาทีต่อมาหญิงสาวก็ได้คำตอบ เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนย้ายวัตถุบางอย่างที่ถูกห่อด้วยผ้าสีขาว เมื่อพวกเขาเดินเข้ามาใกล้ๆ ครองขวัญเห็นร่างไร้วิญญาณของในห่อผ้า หญิงสาวถึงกับช็อค

“หลีกทางด้วยครับคุณผู้หญิง” เสียงเจ้าหน้าที่ที่กำลังเคลื่อนย้ายศพบอกเบาๆ หญิงสาวจึงขยับตัวหลบ ดวงตากลมโตมองตามร่างที่อยู่ในผ้าสีขาวไปด้วยใจระทึก

“คดีนี้ท่าทางจะปิดยากอยู่นะเธอ ฆ่าแล้วเอาศพยัดไว้ในตู้เสื้อผ้า” ผู้หญิงคนหนึ่งพูดกับเพื่อนที่เดินมาด้วยกัน

“นั่นสิ โหดจังเลยเอามีดปาดคอจนเกือบขาด น่ากลัว”

“นั่นสิ สงสัยจะหึงโหด”

“อาจจะฆ่าชิงทรัพย์ก็ได้นะ” สองสาวยังคุยกันต่อไปจนกระทั่งหายเข้าไปในลิฟต์ เสียงต่างๆจึงเงียบลง ครองขวัญได้ยินบทสนทนานั้นทุกประโยค หญิงสาวเริ่มใจคอไม่ดี หัวใจเต้นแรง มือไม้เย็นเฉียบ รู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก

“คุณผู้หญิงครับ” เสียงเรียกข้างหลังทำให้เจ้าของเรือนร่างบอบบางสะดุ้งเบาๆ ก่อนจะหันไปมอง จึงพบว่าเป็นเบลบอยที่ยกกระเป๋าขึ้นมาให้เธอ

“พักห้องสี่ศูนย์สี่ใช่ไหมครับ” เขาถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“ค่ะ... ใช่ ใช่ค่ะ” เธอตอบตะกุกตะกัก

“เดี๋ยวผมเปิดห้องให้ครับ” ครองขวัญจึงส่งคีย์การ์ดให้ พนักงานหนุ่มจึงเดินผ่านห้องที่มีการฆาตกรรมกันเกิดขึ้น ไปยังห้องของหญิงสาวจึงอยู่ติดกัน ครองขวัญเดินตามไป แต่ก็ยังไม่วายหันหน้าไปมองห้องดังกล่าว ซึ่งบัดนี้ว่างเปล่า ไม่มีใครสักคน หญิงสาวรู้สึกเหมือนถูกจ้องมอง จึงรีบสาวเท้าเร็วๆ เดินไปยังห้องพักของตัวเอง

“เรียบร้อยครับคุณผู้หญิง” เสียงพนักงานหนุ่มบอก

“อย่าเพิ่งไปค่ะ สักครู่นะคะ” หญิงสาวบอกเบลบอย ซึ่งอีกฝ่ายก็รับคำยืนนิ่งอยู่ที่ประตู ในขณะที่ลูกค้าของโรงแรมกำลังเปิดตู้เสื้อผ้า ก่อนจะเดินไปที่ห้องน้ำ เปิดม่านออก ดูอ่างอาบน้ำ เธอเดินสำรวจไปทั่วห้อง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดปิดบังซ่อนเร้น จึงหันมาให้ทิปกับพนักงาน

“ขอบคุณครับ” เบลบอยกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงสุภาพ ก่อนจะก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินออกจากห้องไป โดยที่ไม่ลืมที่จะปิดประตูให้เธอด้วย

แต่แล้วเสียงประตูที่ปิดเบาๆ กลับทำให้ครองขวัญสะดุ้ง เธอรู้สึกขวัญผวา ภาพความน่ากลัวของร่างไร้วิญญาณที่ถูกเคลื่อนย้ายลงไปข้างล่างยังติดหูติดตาอย่างชัดเจน เจ้าของเรือนร่างบอบบางเดินไปทรุดตัวนั่งที่ริมเตียง ซึ่งเตียงในห้องนี้เป็นแบบเตียงแฝด และคืนนี้เธอนอนคนเดียว ถ้ามีใครอีกคน มานอนมองหน้าเธอตอนกลางดึกล่ะ!! โอ๊ยยย  ครองขวัญไม่อยากจะคิด เธอจะทำยังไงดี คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน ความรู้สึกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งปลอบตัวเองว่า ไม่มีอะไรหรอก ส่วนอีกฝ่ายหนึ่ง ยังถูกความกลัวเข้าครอบงำ นาทีนี้จึงเกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงในใจของหญิงสาว

เมื่อเวลาผ่านไป ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ยิ่งรู้สึกหลอน และหวาดกลัวมากขึ้น เธอจึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วโทรหาแฟรงคลิน หญิงสาวรออยู่ไม่นานคนที่ต้องการคุยด้วยก็รับสาย

“พี่แฟรงค์” ครองขวัญกรอกเสียงตื่นๆลงไป ทำให้อีกฝ่ายขมวดคิ้วเข้าหากัน

“ว่าไงลีน่า ทำไมทำเสียงตื่นเต้นแบบนั้น”

“ลีน่ากลัว”

“กลัวอะไร เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า แล้วนี่ถึงโรงแรมหรือยัง” แฟรงคลินถามอย่างอดห่วงไม่ได้ ถึงแม้ครองขวัญจะมีตำแหน่งเป็นถึงผู้ช่วยผู้จัดการ แต่ลึกๆแล้วชายหนุ่มก็รู้ดีว่า เธอยังมีความเป็นเด็กอยู่ในตัวมากทีเดียว

“ถึงแล้วค่ะ เพิ่งถึงเมื่อครู่นี้เอง”

“แล้วลีน่ากลัวอะไร” เขาถามกลับมาเสียงเรียบ คล้ายๆเหมือนจะไม่ใส่ใจในความรู้สึกเธอนัก

“ห้องข้างๆลีน่า เกิดการฆาตกรรมขึ้นค่ะ ลีน่าขึ้นมาทันเห็นเขากำลังย้ายศพลงไป ลีน่ากลัวค่ะพี่แฟรงค์” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ลีน่า โรงแรมที่ลีน่าพัก ระดับห้าดาวนะ พี่ว่าไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว จินตนาการอย่าล้ำเลิศมาก ไร้สาระ ไปหาอะไรกิน แล้วอาบน้ำนอนซะพรุ่งนี้ต้องไปตรวจงาน ถ้าพี่รู้ว่าว่าเราเหลวไหลนะ น่าดู” แฟรงคลินยังไม่วายขู่เสียงเข้ม ก่อนที่เขาจะวางสายไป ครองขวัญน้ำตาแทบล่วง เธอไม่เคยรู้สึกน้อยใจเขาเท่านี้มาก่อนเลย

“พี่แฟรงค์ ทำไมใจร้ายกับลีน่าขนาดนี้” หญิงสาวพ้อเสียงสั่น ก่อนจะกดโทรศัพท์โทรหาเพื่อนรักของเธอ หญิงสาวสูดจมูกเบาๆ

“ฮัลโหลลีน่า ถึงโรงแรมหรือยัง” แคทรียาส่งเสียงถามมาตามสาย

“ถึงแล้วแคท ข้างห้องฉันมีการฆาตกรรม ฉันขึ้นมาทันเห็นเจ้าหน้าที่กำลังย้ายศพพอดีเลย”

“แกกลัวใช่ไหม” อีกฝ่ายถามกลับมา

“กลัวสิแก ภาพยังติดตาฉันอยู่เลย”

“นอนได้หรือเปล่า ให้ฉันไปนอนเป็นเพื่อนไหม” แคทรียาเสนอตัวอย่างอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้ เธออยู่แค่ปราณบุรี บึ่งรถไปหัวหินไม่กี่นาทีก็ถึง

“คิดว่านอนได้อยู่นะ เดี๋ยวเปิดไฟนอน แต่คงดึกแหละกว่าจะหลับ”

“แกเป็นอะไรหรือเปล่าลีน่า เสียงไม่ค่อยดีเลย” หญิงสาวถามกลับไป เมื่อได้ยินเสียงเพื่อนที่มาไกลเกือบสองร้อยกิโลอ่อยผิดปกติ

“ฉันโทรไปเล่าให้พี่แฟรงค์ฟัง แต่เขากลับว่าฉันมโนล้ำ ฉันเสียใจว่ะ” ครองขวัญบอกไปตามตรง เธอไม่เคยมีเรื่องปิดบัง เพราะแคทรียาคือเพื่อนที่สนิทที่สุด

“จะเสียใจทำไมลีน่า แกยังไม่ชินอีกเหรอ เขาเคยสนใจแกที่ไหนกัน กี่ครั้งแล้วที่เขาทำเป็นทองไม่รู้ร้อน เพิกเฉยเย็นชากับความรู้สึกของแก ฉันว่าแกเลิกรักเขาเถอะ ไม่งั้นตัวแกเองจะเจ็บปวดซ้ำๆอย่างไม่รู้จักจบสิ้น” แคทรียาบอกอย่างรู้เส้นทางความรักของเพื่อนดี

“มันเลิกได้ง่ายๆเหมือนเลิกเล่นขายของไหมแคท ถ้าเลิกได้ง่ายแบบนั้น แกคิดว่าฉันอยากจะจมปรักอยู่กับบุคคลไม่สนใจโลกอย่างพี่แฟรงค์เหรอ”

บุคคลไม่สนใจโลก คือสมญานามที่ครองขวัญตั้งให้แฟรงคลิน ไม่ว่าเธอจะทำอะไร เขาก็นิ่งเฉย ประหนึ่งไม่รับรู้ว่าเธอมีตัวตน ไม่ให้ความสนใจ ไม่ให้ความสำคัญ ใจเจ้ากรรมก็ยังทนต่อความเจ็บช้ำซ้ำซาก จนบางทีเธอเองก็สงสัยว่าตัวเองจะทนไปเพื่ออะไร แต่เมื่อไรก็ตาม ที่ครองขวัญกำลังจะก้าวถอยออกมา ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือตั้งใจ แฟรงคลินจะมีปฏิกิริยาตอบโต้ต่อเธอทุกครั้ง หญิงสาวก็ใจอ่อนอีกเหมือนเดิม

“เอาเถอะ ใจแข็งเมื่อไหร่แกก็เลิกรักเขาได้เมื่อนั้น แต่ถ้าแกยังใจอ่อนอยู่แบบนี้ แกก็ทนเจ็บต่อไป”

“ฉันเสียใจว่ะแคท”

“ฉันรู้ เดี๋ยวฉันไปอยู่เป็นเพื่อนแกดีกว่า หัวหินแค่นี้ขับรถไม่กี่นาทีก็ถึง”

“ไม่เป็นไรแก ฉันอยู่ได้ แกพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ต้องทำงาน”

“เอางั้นเหรอ” แคทรียายังลังเล เพราะความเป็นห่วง

“อืม ตามนั้นแหละ เดี๋ยวฉันลงไปหาอะไรกินข้างล่างหน่อย เริ่มหิวแล้ว” หญิงสาวบอกก่อนจะวางสาย

 

ครองขวัญเดินออกมานอกห้องพัก หญิงสาวปิดประตูเบาๆ ดวงตากลมโตมองไปยังประตูห้องข้างๆ ซึ่งบัดนี้มันปิดสนิท เธอยืนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ว่าจะลงไปข้างล่างดี หรือว่าจะสั่งรูม เซอร์วิช ขึ้นมาดี  เปลือกตาบางกะพริบเบาๆสองสามครั้ง สูดลมหายใจเข้าปอดเรียกความกล้า แล้วเดิน ก้มหน้าก้มตาผ่านห้องเจ้าปัญหานั้นไปด้วยความรวดเร็ว ปลายนิ้วเรียวเล็กกดลิฟต์เบาๆ ในระหว่างที่รอ ก็ยังมิวายหันไปมองประตูห้องนั้น ด้วยความกลัวว่าจะมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดออกมาให้เห็น

ติ๊ง!! สัญญาณเตือนเบาๆ ก่อนที่ประตูลิฟต์จะเปิดออก ทำให้เจ้าของเรือนร่างบอบบางสะดุ้งน้อยๆ หญิงสาวก้าวเข้าไปด้านใน รอไม่กี่ลมหายใจกล่องโลหะเคลื่อนที่ก็พาเธอลงมาถึงชั้นล่าง ครองขวัญเดินตรงไปยังฟรอนท์ทันที

“คุณผู้หญิงต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าคะ” พนักงานของโรงแรมเอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พร้อมให้บริการ

“ฉันต้องการเปลี่ยนห้องนอนค่ะ” หญิงสาวแจ้งความต้องการของตัวเอง เธอคงนอนหลอนทั้งคืนแน่ ถ้าหากว่าภาพน่าสยดสยองนั้น ยังติดตาอยู่แบบนี้

“เกิดอะไรขึ้นภายในห้องพักคะ หรือว่าห้องพักไม่สะอาด”

“เปล่าค่ะ ห้องพักสะอาดมาก แต่ห้องที่ดิฉันพักอยู่ติดกับห้องที่เอ่อ... เจ้าหน้าที่ขนศพลงมาเมื่อครู่ ดิฉันกลัวค่ะ” ครองขวัญบอกไปตามตรง พนักงานคนนั้นจึงหันหน้ามองกัน ที่เธอให้ครองขวัญขึ้นไปยังห้องพักได้ เพราะคิดว่าด้านบนน่าจะเรียบร้อยแล้ว แต่กลายเป็นว่า ลูกค้าสาวได้มีโอกาสรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นด้วย

“เดี๋ยวดิฉันเช็คห้องพักให้นะคะ”

“ขอบคุณค่ะ” ว่าแล้วพนักงานสาวก็ก้มลงมองจอคอมพิวเตอร์ แต่เพียงไม่กี่นาทีก็เงยหน้าขึ้น ใบหน้าที่แต่งแต้มเอาไว้จนสวยยังคงมีรายยิ้มปรากฏอย่างสม่ำเสมอ ไม่ได้แสดงความรู้สึกรำคาญ หรือเบื่อหน่ายเลยแม้แต่น้อย

“มีห้องพักชั้นสามว่างอยู่พอดีเลยค่ะ แต่ว่าเป็นอีกโซนหนึ่ง เป็นการ์เดนท์ วิว ไม่ทราบว่าได้ไหมคะ” คำตอบของสาวสวย ทำให้ครองขวัญยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา ถ้าอย่างนั้น ดิฉันขอย้ายนะคะ”

“ได้ค่ะ” อีกฝ่ายตอบรับอย่างมีใจบริการ

“ขอบคุณมากค่ะ ยังไงรบกวนช่วยส่งพนักงานขึ้นไปเอากระเป๋าให้ด้วยนะคะ”

“ได้ค่ะ คุณผู้หญิงรอสักครู่นะคะ” ว่าแล้วพนักงานสาวก็จัดการส่งพนักงานชายคนเดิม ขึ้นไปเอากระเป๋าเสื้อผ้าของครองขวัญที่ชั้นสี่ ลงมาไว้ที่ห้องใหม่

“ขอบคุณมากนะคะ ถ้าไม่มีห้องว่าง ดิฉันต้องนอนกลัวทั้งคืนแน่เลยค่ะ”

“ด้วยความยินดีค่ะ ถ้าหากว่าคุณผู้หญิงต้องการอะไรเพิ่มเติมติดต่อพนักงานของเราได้ตลอดเวลานะคะ”

“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ” ครองขวัญส่งยิ้มสดใสให้อีกฝ่ายด้วยความจริงใจ ก่อนจะเดินออกไปยังรถที่จอดอยู่ แล้วพา บีเอ็มดับเบิ้ลยู ซีรี่ส์ 1 ขับไปถามถนนเลียบชายหาด จนกระทั่งมาหยุดที่ร้านอาหารริมทะเล และใกล้ๆกันนั้น เป็นผับหรูชื่อดัง ที่นักท่องเที่ยวมักจะใช้เป็นสถานที่พักผ่อนยามราตรี ครองขวัญมองมันนิ่ง ใบหน้าสวยหวานระบายยิ้มบางๆ เมื่อคิดถึงแผนการบางอย่างได้ เจ้าของเรือนร่างบอบบางเดินเข้าไปในร้านอาหาร แล้วก็สั่งเมนูโปรดมาเป็นอาหารเย็น กินไป ชมวิวยามค่ำคืนไป มันก็พอที่จะทำให้ลืมความน่ากลัวไปได้บ้าง ยิ่งได้ย้ายห้องพักด้วยแล้ว หญิงสาวยิ่งสบายใจมากขึ้น  

จนกระทั่งถึงเวลาที่เหมาะสมจึงได้โทรศัพท์ไปหาแฟรงคลิน แล้วรีบวาง โดยไม่รอให้เขารับสาย ก่อนที่จะเดินเข้าไปในผับ ซึ่งหมายตาเอาไว้ตั้งแต่แรก เธอเดินไปหาที่นั่ง แล้วสั่งเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์อ่อนๆมาดื่มรอเวลา ครองขวัญไม่ใช่สาวน้อยที่ไม่ประสีประสาต่อแอลกอฮอล์ เธอไม่ได้คอพับคออ่อน เพียงเพราะดื่มเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์เพียงห้าเปอร์เซ็น หรือสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ไม่ได้คอแข็งจนดื่มวอดก้าได้เป็นขวด 


พี่แฟรงค์คะ !!  คือน้องบอกว่าน้องกลัวค่ะ  รู้จักมั้ยคะ คำว่า "กลัว"  เนี่ยค่ะ 

เย็นชาอะไรเบอร์น้านนนนนน  พ่อคู๊ณณณณณณณณณณ 

เฉยชาจนน่าจับฟัด!!!  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

587 ความคิดเห็น

  1. #6 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 00:54
    พี่เฉยชาเราจะหลงกลหรือเปล่า รอนะคะ
    #6
    0
  2. #5 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 09:59
    ชอบมากมายค่ะ

    รอนะคะไรท์

    รอพี่แฟรงค์ค่ะ
    #5
    0
  3. #4 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 09:59
    ชอบมากมายค่ะ

    รอนะคะไรท์

    รอพี่แฟรงค์ค่ะ
    #4
    0