กับดักสวาทของจอมมาร

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,073
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    3 ต.ค. 59

               หญิงสาวเรือนร่างบอบบาง ในชุดแซกสีดำสั้นเหนือเข่า ซึ่งคลุมทับด้วยเสื้อสูทดีไซน์เก๋สีขาว เดินลงบันไดมาจากชั้นบนอย่างไม่รีบร้อน หญิงสาวกระชับกระเป๋าและเอกสารในมือ ก่อนจะยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาจาก ปาเตก ฟิลลิป ราคาแพงที่คล้องอยู่บนข้อมือเล็ก และแล้วดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้น จากที่เดินช้าๆเมื่อครู่ กลับกลายเป็นต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งมายังห้องรับประทานอาหาร เสียงตึงตังที่ดังมาก่อนตัว ทำให้คนที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โต๊ะอาหาร ต้องละสายตาจากสื่อที่อยู่ในมือ แล้วมองตรงไปยังประตู ซึ่งตอนนี้มีร่างเพรียวระหงของบุตรสาวกำลังพรวดพราดเข้ามา

“เดี๋ยวก็ชนโต๊ะ ชนเก้าอี้หรอกลูก” โดมินิก เรมาเดส บอกกับบุตรสาวคนเดียวด้วยความเอ็นดู หญิงสาวไม่ยอมวางเอกสารในมือ แต่ใช้มือข้างที่ว่าง หยิบแซนวิชอบร้อนๆขึ้นมาถือเอาไว้

“ไม่ทันแล้วค่ะแด็ด ลีน่าต้องรีบไป เดี๋ยวไม่ทันเข้าประชุม จะโดนบ่นหูชา” ครองขวัญ คาราลิน่า เรมาเดส หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัท อาร์แอนดี  ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่มีสาขาอยู่มากมายเกือบทุกประเทศในยุโรป แต่เพิ่งจะมาเปิดสาขาที่เมืองไทย เป็นที่แรกของเอเชีย

“ไม่ทานข้าวต้มก่อนเหรอลูก” คุณแสงดาวเอ่ยถาม พลางนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆสามี พร้อมๆกับที่สาวใช้วางโถเซรามิค ที่บรรจุข้าวต้มทรงเครื่องลงบนโต๊ะกินข้าว

“ไม่ทันแล้วค่ะแม่ วันนี้ลีน่ามีประชุมเช้า ก่อนจะเดินทางตอนบ่าย ถ้าลีน่าเข้าประชุมไม่ทัน พี่แฟรงค์ กินหัวลีน่าแน่ๆ ลีน่าไปนะคะอีกสองสามวันเจอกันค่ะ”

“ให้เอริกไปช่วยขับรถไหมลูก” โดมินิกถามบุตรสาว ใจจริงแล้วเขาอยากที่จะให้มีบอดี้การ์ดคอยติดตามดูแลครองขวัญ เวลาไปต่างจังหวัด ทว่าคนเป็นลูกหันกลับมาหาแล้วตอบสั้นๆ

“ไม่ค่ะ”

“ลีน่า หนูเป็นผู้หญิงไปต่างจังหวัดคนเดียว มันอันตรายนะลูก” คนเป็นพ่อพยายามเกลี้ยกล่อม ทว่าครองขวัญ ยืนยันคำเดิม

“ไม่ค่ะแด็ด เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะคะ ลีน่าจัดการตัวเองได้ และถ้าลีน่าเห็นว่าคนของแด็ดตามลีน่าไป ลีน่าจะไล่กลับ แต่ถ้าไม่กลับลีน่าจะไล่ออก” ครองขวัญขู่ แล้วก็เดินไปหอมแก้มบิดามารดา ก่อนที่จะเดินออกไปที่รถ ซึ่งคนขับรถได้ เตรียมพร้อมรอตั้งแต่เช้า หญิงสาวเดินไป จับแซนวิชในมือยัดใส่ปากไปแล้วก็เคี้ยวตุ้ยๆด้วยความเอร็ดอร่อย ทว่าโดมินิกกลับถอนหายใจยาวในความดื้อดึงของบุตรสาว คุณแสงดาวจึงมองยิ้มๆ

“ลูกเราโตแล้วนะคะ ดูแลตัวเองได้ค่ะ คุณอย่าห่วงเกินไปนักเลยนะคะ”

“แต่ลีน่าเป็นผู้หญิง” เขาอดที่จะค้านไม่ได้

“แล้วยังไงคะ เป็นผู้หญิงต้องพึ่งพิงผู้ชายตลอดหรือไง คุณเองสอนลูกให้เข้มแข็งมาตลอด สอนให้แกรู้จักเอาตัวรอดมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วทำไมไม่เชื่อในตัวลูกบ้างล่ะคะ ว่าดูแลตัวเองได้”

“คนเป็นพ่อนะซินดี้ รักที่สุดก็คือลูก ยังไงก็อดห่วงไม่ได้”

“ฉันก็เป็นแม่ ฉันก็ห่วงลีน่าไม่น้อยกว่าคุณ แต่เราต้องเตือนตัวเองค่ะ ลูกเราโตแล้ว ถึงแม้เป็นผู้หญิง แต่ก็ดูแลตัวเองได้ อย่าให้ความรัก ความห่วงใยที่ไม่มีขอบเขตของเรารังแกลูกสิคะ คิดสิคะโดมินิก ลูกต้องอยู่ได้ แม้ไม่มีเราคอยดูแล ถ้าคุณมัวโอ๋อยู่แบบนี้ ลีน่าก็ไม่รู้จักโตกันพอดี”

“แต่ว่าลีน่ายังเด็กนะซินดี้” สามียังอดแย้งไม่ได้

“เด็กค่ะ เวลาที่อยู่กับเรา แต่แกโตพอที่จะเผชิญโลกภายนอกได้เพียงลำพังแล้วนะคะ ที่รักคะลูกสาวเราอายุจะครบยี่สิบห้าอีกไม่กี่วันแล้วนะคะ อย่าเป็นพ่อแม่รังแกฉันเลยนะคะคุณ” คุณแสงดาวพูดเสียงนุ่ม ฝ่ายคนที่เป็นพ่อของลูกก็ถอนหายใจยาวด้วยความห่วงลูกสาวคนเดียว

“นั่นสินะ ลูกเราโตจนจะแต่งงานได้อยู่แล้ว แต่ผมก็ยังเห็นแกเป็นเด็กเล็กๆทุกที”

“ฉันเข้าใจคุณค่ะที่รัก แต่เราต้องทำใจนะคะ วันหนึ่งข้างหน้าลีน่าต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง ต้องมีครอบครัวเป็นของตัวเอง” คุณแสงดาวโน้มน้าวเสียงนุ่ม

“ครอบครัวเหรอครับ ผมยังไม่เห็นเลยว่าจะมีใครที่เหมาะสมกับลูกสาวเรา”

“จริงเหรอคะ ไม่เห็นหรือไม่ยอมรับกันแน่” ภรรยาพูดยิ้มๆ โดมินิกจึงหัวเราะเบาๆ

“ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตเถอะครับ” พ่อที่ทั้งรัก ทั้งหวงลูกสาวมากๆอย่างโดมินิก เรมาเดส ไม่อยากนึกถึงวันที่ลูกต้องออกจากอก ไปสร้างครอบครัวของตัวเองนักหรอก คุณแสงดาวหัวเราะอีกครั้ง แล้วชวนสามีกินอาหารเช้า

“กินข้าวต้มกันดีกว่าค่ะ ร้อนๆเลยนะคะ”

“เสียดายนะ ลีน่าไม่ได้กินข้าวต้มฝีมือคุณ กุ้งตัวโตๆแบบนี้ ของโปรดลูกเลย”

“คุณนี่นะ หายใจเข้าก็เป็นลูก หายใจออกก็เป็นลูก”

“ก็ผมรักของผมนี่ครับ” คุณแสงดาวถอนหายใจยาว ขี้เกียจเถียงกับสามี ไอ้นิสัยดื้อดึงแบบนี้แหละ ที่โดมินิกถ่ายทอดไปให้บุตรสาวเต็มๆ

แม้ว่าครองขวัญจะดื้อดึงแค่ไหน หญิงสาวก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับใครบางคน ใครคนนั้นสามารถทำให้เธอสงบได้เพียงแค่มอง ใครคนนั้นที่ทำให้เธอเปลี่ยนจากแม่เสือสาว กลายเป็นแมวขี้อ้อนได้ในทันที ใครคนนั้น ที่ทำให้เธอยอมมอบหัวใจให้ทั้งดวง ใครคนนั้นที่เธอจะต้องนึกถึงเขาก่อนเสมอ ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ก็ตาม ... ใครคนนั้นที่เป็นคนพิเศษของเธอจริงๆ  

 

ครองขวัญเดินเข้ามาในห้องทำงานของตัวเอง ทันทีที่หญิงสาวทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น เจ้าของห้องจึงเอ่ยปากอนุญาตออกไป เลขานุการที่แลดูจะมากวัยกว่าจึงเข้ามาด้านใน

“คุณสายธาร นั่งก่อนสิคะ” ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายการตลาดเชื้อเชิญ

“ขอบคุณค่ะ ดิฉันจะเข้ามาถามคุณครองขวัญว่า จะเดินทางกี่โมงคะ ดิฉันจะได้แจ้งให้คนขับรถแสตนบายด์รอ” คำถามของอีกฝ่าย ทำให้ครองขวัญเงียบไปอย่างใช้ความคิด

“ไม่ต้องแจ้งคนขับรถหรอกค่ะ เผื่อว่าผู้บริหารท่านอื่นจะต้องเดินทาง เดี๋ยวดิฉันขับรถไปเองดีกว่าค่ะ”

“ไปคนเดียว จะดีเหรอคะคุณครองขวัญ” สายธารทักท้วงด้วยความเป็นห่วง

“ดีสิคะ” ครองขวัญบอกสั้นๆพร้อมรอยยิ้ม

“แต่ว่า...”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดิฉันขับได้ แค่ระยะทางร้อยกิโลกว่าๆเองค่ะ ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวตัดบท สายธารจึงจำเป็นจะต้องหุบปาก แล้วเดินออกมาจากห้องทำงานของเจ้านาย เป็นที่รู้กันดีว่าครองขวัญเป็นคนเด็ดขาด คำไหนคำนั้น ห้ามเซ้าซี้ ไม่อย่างนั้นจะโดนสายตาพิฆาตได้

“ตกลงว่ายังไงครับคุณสายธาร” เจ้าของรูปร่างสูงใหญ่ อย่างผู้ชายชาวต่างชาติเอ่ยถามด้วยภาษาไทยสำเนียงแปร่งๆ 

“ยืนยันว่าจะไปเองค่ะคุณแบรท”

“โอเคครับ ขอบคุณมาก” แบรทจากไปทันทีที่ได้รับคำตอบ เขาต้องรีบกลับไปรายงานเจ้านายให้ทราบ

 

ดวงตากลมโตปรายตาดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ หญิงสาวเซฟงาน และชัทดาวน์เครื่องคอมพิวเตอร์ ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของตัวเอง ตรงไปยังห้องทำงานของซีอีโอหนุ่มหล่อของบริษัทเหมือนเช่นทุกวัน  

หญิงสาวเคาะประตูอยู่เพียงไม่กี่ครั้ง ก็เปิดเข้าไปด้านใน เธอพาตัวเองไปยืนหน้าโต๊ะทำงานของเจ้าของห้อง ดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อน ทอดมองเจ้าของเรือนร่างสูงใหญ่ ที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ด้วยสายตาที่แสดงความรู้สึกเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

“พี่แฟรงค์คะ เงยหน้ามองลีน่าหน่อยสิคะ” หญิงสาวเรียกเขาเสียงใสอย่างคนคุ้นเคย

“มีอะไรก็พูดมาสิลีน่า ไม่เห็นเหรอครับว่าพี่กำลังทำงาน” คนถูกก่อกวนยังไม่ละสายตาจากจอสี่เหลี่ยมตรงหน้า คนก่อกวนจึงเท้ามือลงบนโต๊ะ แล้วโน้มหน้าลงไปใกล้

“ลีน่าจะไปแล้วนะคะ”

“ก็ไปสิ” เขาตอบสั้นๆ และยังคงไม่มองหน้าเธอเหมือนเช่นเดิม ครองขวัญชักเริ่มงอน หญิงสาวขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากัน

“ช่วยสนใจลีน่าบ้างได้ไหมคะพี่แฟรงค์” เธอเริ่มโวยวาย เมื่ออีกฝ่ายไม่สนใจ

“พี่ทำงานอยู่ลีน่า” ชายหนุ่มตอบกลับมาเสียงเข้ม

“แต่ลีน่าจะไปแล้วนะคะ” หญิงสาวย้ำคำเดิม แฟรงคลินถอนหายใจยาว แล้วเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยหวาน ที่เขาเองก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าครองขวัญ คาราลิน่า เรมาเดส คนนี้ งดงามจับตาจับใจไม่น้อยทีเดียว

“เชิญครับ” ครองขวัญอ้าปากค้าง หญิงสาวมองหน้าเขาเหมือนไม่เคยเห็น นี่เธอแค่หวังว่าเขาจะพูดสักคำว่า เดินทางปลอดภัยนะลีน่า แค่นี้เอง แต่ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะหวังสูงไป

“พี่แฟรงค์!!” หญิงสาวเรียกเขาอย่างโกรธๆ แล้วหมุนตัวเดินลงส้นออกไป ทว่า หญิงสาวยังไม่ทันที่จะก้าวพ้นประตูห้องทำงานของชายหนุ่ม เธอก็ชะงัก แล้วหันกลับมามองมนุษย์ผู้ชายไร้ความรู้สึกอีกครั้ง

“ลีน่าจะฟ้องคุณป้า” เสียงของแฟรงคลินดังขึ้น ก่อนที่ครองขวัญจะทันได้อ้าปากด้วยซ้ำ หญิงสาวจึงมองเขาตาโต ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องทำงานหรูไปด้วยความขุ่นเคืองใจ

แฟรงคลินอมยิ้มน้อยๆ กับความไม่รู้จักโตของครองขวัญ ตั้งแต่เล็กจนโต เวลาเขาทำให้เธอไม่พอใจ ครองขวัญมักจะขู่เขาเสมอว่า “ลีน่าจะฟ้องคุณป้า” คุณป้าของเธอก็คือ คุณนาตาลี เดอเรนโซ ผู้เป็นมารดาของเขา แต่แท้ที่จริงแล้ว ครองขวัญขู่ไปอย่างนั้นเอง เธอไม่เคยอ้าปากฟ้องมารดาของเขาจริงๆสักที 

ฮั่นแน่!!  เฮียยยยยยยยย  แอบอมยิ้ม  555555555555+

เอ็นดูเค้าล่ะสิ ผู้ฟอร์มจัด น่าจับฟัดมั้ยคะสาวๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

587 ความคิดเห็น

  1. #395 malinee polnongluang (@malineemoonlight) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2559 / 21:23
    นักเขียนใช้รูปแบบข้อความอะไร ตัวหนังสือเท่าไรอ่านง่ายดีจังนักเขียนใหม่จ้า แต่เป็นนักอ่านตัวยงอิอิ
    #395
    0
  2. #3 satamsomtua (@satamsomtua) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 21:32
    เป็นพี่เฉยอยู่ได้ สาวงอนตุ๊บป่องไปแล้ว
    #3
    0
  3. #2 kanchana2504 (@kanchana2504) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 20:44
    รอค่ะไรท์
    #2
    0
  4. #1 Love Have (@rakmee) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 19:53
    น่าจับฟัดวันละหลายครั้งเลยค่ะไรท์

    แบบว่าอ่านแค่บทนำก็รู้สึกหลงรักพระนางมากมายค่ะ

    รีบมาอัพต่อนะคะชอบมากมายค่ะ
    #1
    0