Begin again [Yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 54 Views

  • 0 Comments

  • 2 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1

    Overall
    54

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

การที่ผมออกเดินทาง มันเป็นเพราะผมต้องการที่จะหนี หรือต้องการตามหาอะไรบางอย่างกันแน่?


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


Begin again








จุดมุ่งหมายของการเดินทาง คืออะไร?
คุณออกเดินทางเพื่ออะไร?
แล้วครั้งสุดท้ายของการเดินทางที่คุณไปน่ะ เมื่อไหร่เหรอ?
....
ส่วนของผม...ก็คงจะเป็นวันพรุ่งนี้




++++++++++++++
เราตั้งใจว่าจะลงเรื่องสั้นให้ได้เดือนละหนึ่งเรื่อง
ไม่รู้ว่าโปรเจ็คนี้จะสำเร็จหรือเปล่า
ยังไงก็ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้เราด้วยนะ
นัก(หัด)เขียน :>

twitter : @Chongnarng_



เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 15 มิ.ย. 61 / 00:14

บันทึกเป็น Favorite


Begin again

By : Chongnarng_

 


คราวนี้ไปนานไหมลูก?”

แม่ถามพร้อมกับพับเสื้อตัวสุดท้ายให้ผม

ไปนานมั้ย? ยังไม่รู้เลยครับ

 

ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆก็แล้วกัน

แม่ยิ้มให้ผมอีกครั้ง ก่อนจะลุกออกจากห้องของผมไป

 

ผมชื่อเมฆ ตอนนี้อายุ 27 แล้ว ทำงานฟรีแลนซ์ จริงๆไม่รู้จะเรียกว่าอะไรมากกว่า เพราะงานของผมมันไม่ได้เหมือนงานซะทีเดียว เพราะผมเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ แล้วเก็บเอาข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้รับมาเขียนลงหนังสือ

 

มันเหมือนไปเที่ยวแล้วจดบันทึกการเดินทางมากกว่า..

 

จุดเริ่มต้นของการเดินทางของผม มันเริ่มต้นขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว..หลังจากเรียนจบ และเลิกกับใครคนหนึ่งซึ่งรักหมดหัวใจ

 

ในวันนั้น...ผมทำใจไม่ได้

มันฟุ้งซ่านจนต้องออกเดินทางไปในที่ใหม่ๆ เพื่อไม่ให้อดีตที่ผ่านมามันทำร้าย

 

ทีแรกก็ไปไกลๆก่อน ไปในที่ที่ยังไม่เคยไป ไปในชนิดที่ว่า ไปตายเอาดาบหน้า

จองตั๋ว โรงแรม แลกเงิน แล้วก็ไปเลย..

ประเทศแรกที่ผมหนีความจริงไปคือประเทศญี่ปุ่น ไม่ต้องขอวีซ่า ไม่ไกลมาก แล้วก็ยังเป็นเอเชียอยู่

 

สนุกดีครับ แต่ก็ไม่ช่วยให้ทำใจได้ แต่สิ่งดีๆที่เกิดขึ้นจากการไปในครั้งนั้นคือมันทำให้ผมรู้ว่าผมรักการเดินทาง

 

จากวันนั้น จนถึงวันนี้ผมก็เดินทางเป็นว่าเล่นเลยครับ ต่างประเทศบ้าง ในประเทศบ้าง จนนับแทบไม่ถ้วนแล้วว่าไปที่ไหนมาบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นคนที่อยู่ในหัวใจก็ยังคงอยู่ในนั้นเรื่อยมา

ไม่เคยลืม..

 

น้องเก้า

 

และที่ล่าสุดที่ผมกำลังจะไปวันนี้ นครราชสีมา ครับ

อยากไปเขายายเที่ยง อยากไปลองปลูกป่าลอยฟ้า แล้วก็อยากไปดูเขื่อนที่ลำตะคองด้วย

บังเอิญเห็นข้อมูลเขื่อนป่าสักที่ลพบุรีผ่านๆเมื่อคืน เลยอยากลองไป แต่ดูๆแล้วไม่ค่อยมีอะไรดึงดูดเท่าไหร่ เลยหาเขื่อนที่อื่นดู มีตัวเลือกสองที่ที่ผมสนใจเป็นพิเศษ คือเขื่อนลำตะคอง และเขื่อนรัชชประภา

 

แต่ที่เลือกไปลำตะคองเพราะช่วงนี้เป็นฤดูฝน ทางใต้ก็คงจะไม่เหมาะนัก ส่วนโคราชก็คงจะอากาศดีเหมาะแก่การเที่ยว ต้นไม้ก็คงจะเขียวกว่าทุกฤดู คิดว่าภาพที่ได้จะสวยมากทีเดียว

 

การเดินทางในครั้งนี้ผมเลือกที่จะขับรถมาด้วยตัวเอง มันไม่ไกลจากรุงเทพมาก และที่สำคัญ ผมจะจอดหรือหยุดแวะพักตรงไหน เมื่อไหร่ก็ได้

 

ก่อนออกมาแม่บอกว่าอยากได้แยมองุ่นที่ทำเสร็จใหม่ๆ เพราะที่ทางนี้นิยมปลูกองุ่นกันมาก เลยตั้งใจจะซื้อกลับไปฝาก แต่ยังไม่แน่ใจนะว่าจะกลับวันไหน

จริงๆโรงแรมยังไม่ได้จองเลยด้วยซ้ำ กะวอคอินเสี่ยงดวงเอา แต่ก็น่าจะได้อยู่เพราะนี่เพิ่งวันอังคาร และไม่ใช่วันหยุด ที่พักคงจะมีอยู่บ้าง

 

ยังตัดสินใจไม่ได้เลยว่าจะพักแถวไหน

อาจจะเขาใหญ่ หรือปากช่องแถบๆใกล้ๆเขื่อนดี?

 

ยังตัดสินใจไม่ได้แฮะ..

 

สายตาเหลือบไปเห็นป้ายชื่อของรีสอร์ทเปิดใหม่ ไม่รู้เหมือนกันว่ามีอะไรดลใจให้กดตบไฟเลี้ยวอย่างไม่ลังเล จากป้ายบอกระยะทางประมาณห้าร้อยเมตร สองข้างทางที่ขับผ่านมีโครงเหล็กคล้ายกับอุโมงค์ ปลูกด้วยดอกเล็บมือนางสีชมพูปนขาว นอกจากจะสวยแล้วยังให้ร่มเงาอีกด้วย คิดว่ารีสอร์ทนี้คงเป็นของมหาเศรษฐีคนใดคนหนึ่งที่น่าจะโรแมนติกพอสมควร

 

ด้วยความที่เป็นรีสอร์ทเปิดใหม่ ที่นี่จึงคนค่อนข้างน้อยและไม่วุ่นวาย..

 

มองไปรอบๆบริเวณแล้วสวยราวกับอยู่ต่างประเทศ ก็เจ้าของเล่นตกแต่งสไตล์สวนอังกฤษเสียขนาดนี้ ไม่รวยก็คงทำไม่ได้ ไม่รู้ว่าลงทุนไปกี่สิบล้านกัน ถึงจะเนรมิตรสถานที่แบบนี้ขึ้นมาได้

 

กดล็อครถแล้วกระชับสายเป้ที่สะพายอยู่ข้างบ่าก่อนเดินตรงไปที่รีเซบชั่นเพื่อเช็คอิน สถานที่สวยแบบนี้ก็แอบลุ้นอยู่เหมือนกันว่าจะมีห้องว่างหรือเปล่า

 

คงจะเป็นรีสอร์ทเปิดใหม่อย่างที่คาด เพราะห้องพักยังมีเหลือ แถมได้โปรโมชั่นที่ดีเสียด้วย พนักงานบริการดี ยิ้มแย้มแจ่มใส นอบน้อมจนเกรงใจ ทำเอาอดสงสัยไม่ได้ว่านี่โรงแรมห้าดาวหรือเปล่า

 

จากบรรยากาศก็ได้รับความประทับใจจากผมไปแล้วมากพอสมควร ลองพักสักคืนแล้วจะเขียนรีวิวให้ว่าจะได้ความพึงพอใจจากผมไปสักเท่าไหร่กันเชียว

 

จัดการเอาของไปเก็บเรียบร้อยแล้วก็เดินสำรวจรอบๆเสียหน่อย อยากลองไปชิม afternoon tea ที่พนักงานคุยอวด อยากรู้ว่าจะสมราคาคุยไหม เพราะเชิญชวนมากเหลือเกิน ตั้งใจว่าพรุ่งนี้พอเช็คเอาท์แล้วค่อยไปที่เขื่อน แล้วไปหาซื้อของฝากแม่ เพราะอยู่ๆก็เกิดปิ๊งไอเดียอยากจะไปเชียงรายเสียดื้อๆ

 

ช่วงนี้ผมอารมณ์ไม่ค่อยคงที่เลย..

 

ยกกล้อง DSLR คู่ใจขึ้นมาแล้วมองบรรยากาศโดยรอบผ่านเลน รอยยิ้มสดใสของใครบางคนที่ไม่อาจลืมปรากฏสู่สายตา หัวใจเต้นระรัว..

 

“พี่เมฆ..” ข้าวของวาจายิ้มกว้าง

“ไง..” ออกปากทักไปตามารยาท แต่ทว่าสายตากับจ้องเขาอย่างไร้มารยาท ขัดกับคำพูดที่เอ่ยออกไป “สบายดีนะ?”
                “สบายดีครับ” รอยยิ้มยังสดใสเหมือนเดิม “ถ้าไม่รังเกียจเชิญก่อนครับ”

“...” ผมไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ยิ้มให้บางๆและนั่งลงตรงข้ามตามคำเชิญ เพื่อไม่ให้เสียมารยาทมากไปกว่านี้ ซ้ำยังอยากทำอะไรตามที่จอยากจะทำด้วย

“มาเที่ยวเหรอครับ?” ไม่รู้ว่าผมจ้องมากไปจนเขาประหม่าหรือเปล่า เขาถึงได้แก้เก้อด้วยการยกแก้วชาขึ้นมาจิบ

“ครับ..” ผมไม่ได้ละสายตาจากคนตรงหน้าไปไหน

 

ใบหน้าที่คุ้นเคย รอยยิ้มสดใสที่ผมเคยเป็นเจ้าของ..

 

“มาเที่ยวเหมือนกันเหรอ?” ถามกลับไปบ้างจะได้ไม่อึดอัด

“ครับ..” เขายิ้ม “ทริปฮันนีมูน”
                “...” หัวใจกระตุกวูบราวกับก้าวพลาดจากการปีนผา ความรู้สึกสูงสุดที่กำลังจะก้าวข้ามไปแตะกลับร่วงลงสู่พื้นอย่างรวดเร็ว..

“..แต่งงานแล้วเหรอ?” ถามทำไมทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ
                “ครับ เดือนที่แล้ว แต่เพิ่งมีโอกาสได้พาเขามาเที่ยว”

“อ้อ...” เจ็บปวดดีไหมกับการกรีดแผลเก่าให้เป็นรอยซ้ำๆ

 

“พี่เก้า..” เสียใสของบุคคลที่สามเอ่ยเรียกคนตรงหน้า

“พรีม..” เขายิ้มให้กัน “นี่พี่เมฆ....เพื่อนพี่น่ะ”

 

เพื่อน...

 

“สวัสดีค่ะ” คนสวยตรงหน้ายกมือไหว้

“สวัสดีครับ” ฝืนยิ้มออกไปเพื่อรักษามารยาท

“มาเที่ยวเหมือนกันเหรอคะ?”

“จริงๆมาทำงานด้วยน่ะ” ฉีกยิ้มอีกครั้ง “ตามสบายเลยนะ พี่ขอตัวก่อน”

“ไม่อยู่ทานด้วยกันก่อนเหรอครับ?”

“ไม่ล่ะ..” ผมยิ้มให้เขาอีกครั้ง..

 

คิดว่ารอยยิ้มนี้คงเป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดตั้งแต่เจอหน้ากันในวันนี้..

 

“โชคดีนะ..” เอ่ยออกไปอีกครั้งก่อนหันหลังเดินออกมา

 

ไม่สนใจหรอกว่าเขาจะได้ยินหรือเปล่า ภรรยาของเขาจะเข้าใจไหม แต่การที่เขาให้เกียรติผมเป็นได้แค่เพื่อนก็ดีมากแค่ไหนแล้ว..

 

เรื่องราวของผมมันคงกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้..

คนไม่ได้รักกัน แต่ให้พยายามมากแค่ไหนมันก็ไม่มีทางสมหวัง

 

ความรักควรจะเกิดขึ้นมาจากคนสองคน ไม่ใช่จากใครแค่คนหนึ่งคนเดียว

ความจริงข้อนี้ผมต้องยอมรับให้ได้..

 

จริงๆมันก็ชัดเจนตั้งแต่เมื่อห้าปีที่แล้วแล้ว เก้าชัดเจนกับผมตั้งแต่คราวนั้น เขากล้าหาญพอที่จะเอ่ยความจริงจากใจให้ผมได้รับรู้ แต่กลับเป็นผมเสียเองที่ไม่ยอมรับความจริง

 

ระยะเวลาที่ผ่านมานี่ไม่ได้ช่วยอะไรผมสักนิดเลย..

ระยะเวลาไม่ได้ช่วยให้ผมเจ็บน้อยลงหรือหายเจ็บ

แต่ระยะเวลาจะทำให้ผมยอมรับความจริงและอยู่กับมันจนได้...

 

อาจจะใช้เวลามากกว่าคนอื่นหน่อย..แต่ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่งผมจะยอมรับความจริงได้

 

จริงๆแล้วผมว่าการเดินทางมันคือการไปเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และมันเกิดขึ้นได้อย่างไม่สิ้นสุด.. อย่างวันนี้การเดินทางของผมก็มีอะไรที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น..

บางทีน้องเก้าอาจจะเป็นหนึ่งในระยะทางของผม ที่ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่ใช่จุดหมายปลายทางของผมอยู่ดี เขาเป็นได้แค่เพียงความทรงจำระหว่างทางที่ผมบังเอิญไปผ่านอย่างไม่คาดคิดและไม่อาจลืมได้ ก็เท่านั้นเอง..

ผมคงต้องออกเดินทางอย่างจริงจังอีกครั้งหนึ่งเสียแล้ว...

ต้องเริ่มต้นออกเดินทางอีกครั้งเพื่อค้นหาความหมายของการเดินทาง...ในเส้นทางใหม่ๆ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ความสุขของการเดินทางมันคือระยะทาง หาใช่จุดหมายปลายทางไม่

 

 

-The end-

 


บางคนก็เป็นได้แค่ความทรงจำ 

บางความรักก็ไม่มีวันที่จะสมหวัง

เสียใจจัง... TT

:> คุณช้อง


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Chongnarng_ จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น