OS/SF:BTS STORY :TO YOU

ตอนที่ 2 : SUNSHINE (MINV)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 ม.ค. 62


Sunshine 



[MINV]












สำหรับผมแล้ว รอยยิ้มของเขาเป็นสิ่งที่ทำให้ผมได้รับรู้ว่าในชีวิตอันมืดมนของผม อย่างน้อยก็ยังมีรอยยิ้มของเขาเป็นแสงสว่างที่คอยนำทางในชีวิต


ทุกคนต่างก็มีเรื่องยากลำบากที่ไม่อาจพูดขึ้นมาหรือไม่อาจปรึกษาใครได้ แต่ผมเชื่อว่าสักวันนึง ทุกคนจะเจอสิ่งที่ทำให้เราปลดปล่อยความทุกข์ในใจไปจนหมดได้แน่ๆ 
ก็เหมือนกับตัวผมในตอนนี้ที่ปลดปล่อยความทุกข์ในชีวิตและได้อยู่เคียงข้างกับแสงสว่างของผมจนถึงวันนี้


ผมลอบมองคนข้างๆที่ตอนนี้สายตาของเขาจับจ้องไปยังพระอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า แสงแดดกระทบกับผืนน้ำทะเลดูระยิบระยับสวยงามรามกับเพชร ดวงตากลมโตที่ฉายแววอ่อนโยนเปล่งประกายราวกับผืนน้ำต้องแสงแดดทำให้ผมจ้องมองเขาราวกับโดนมนต์สะกด




ใบหน้าที่งดงามราวกับพระเจ้าบรรจงสร้างขึ้นมาอย่างประณีตถูกแสงแดดอ่อนๆขับให้ใบหน้าสวยหวานอ่อนโยนนั้นงดงามราวกับประติมากรรมชั้นสูงที่ไม่อาจประเมินค่าได้




รอยยิ้มอันมีค่าถูกส่งให้ผมเมื่อมือของสองเราสอดประสานเข้าด้วยกัน เราต่างก็รับรู้ถึงความรักระหว่างเราผ่านความอบอุ่นของมือที่กุมกันไว้โดยที่ไม่ต้องกล่าววาจาใดๆ


“ที่นี่สวยมากๆเลย นายคิดเหมือนฉันมั้ยจีมิน”


ใจจริงผมอยากจะบอกว่าไม่มีอะไรสวยไปกว่านายแล้วแทฮยอง แต่กลัวว่าคนข้างๆจะโมโหกลบเกลื่อนด้วยความเขิน ผมจึงทำได้แค่เพียงยิ้มรับบางๆเท่านั้น




"นี่ก็ปีที่ห้าแล้วใช่มั้ยที่เราได้มาทะเลด้วยกันแบบนี้"




"อืม ปีนี้ปีที่ห้าแล้ว" 




ปีที่ห้าแล้วที่เราตัดสินใจใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ตัดสินใจที่จะเป็นอนาคตของกันและกัน และปีนี้ก็เป็นปีที่ห้าแล้วที่เรามาฉลองวันครบรอบการแต่งงานของเราที่ทะเลแห่งนี้




สถานที่ที่ทำให้เราได้พบกัน




เราทั้งคู่หันมาสบตากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ผมจึงยิ้มให้เขาพลางส่งความรู้สึกผ่านสายตาไปให้คนข้างๆ ส่งความรู้สึกจากหัวใจให้เขารับรู้ว่าผมรักเขาแค่ไหน แทฮยองกอบกุมมือของผมเอาไว้ก่อนจะหันกลับไปมองแผ่นฟ้าตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม




"ก็เหมือนกับทุกปี ขอบคุณที่เป็นอนาคตของฉันนะจีมิน ฉันเชื่อ เชื่อว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนนายจะทำให้ฉันภูมิใจเสมอที่ได้ยืนเคียงข้างนายตรงนี้ และแน่นอน ไม่ว่านานแค่ไหนฉันก็ยังจะยืนข้างนายไม่เปลี่ยนแปลง" 




คำพูดที่ไม่ได้สวยหรูอะไร แต่กลับเป็นดั่งยาใจที่คอยเยียวยาความเหนื่อยล้าทุกสิ่งสำหรับผม แทฮยองคือของขวัญจากพระเจ้าที่ประทานมาให้ชีวิตอันมืดมนของผม


ผมคิดเสมอว่าตัวเองช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้ยืนอยู่ตรงนี้กับคนๆนี้


และถ้าย้อนไปได้ ผมก็ยังอยากที่จะรู้จักคนที่เป็นดั่งแสงสว่างที่คอยส่องนำทางอย่างแทฮยองอยู่ดี




"ฉันสิที่ต้องขอบคุณนาย เพราะถ้าฉันไม่มีนาย ฉันก็คงไม่ได้มีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ ขอบคุณนะแทฮยอง ขอบคุณที่เข้ามาเป็นกำลังใจของฉัน เป็นครึ่งนึงของชีวิตฉัน เป็นอากาศสำหรับฉัน และเป็นแสงสว่างให้กับฉัน" 




มือเรียวกอบกุมใบหน้าหวานอย่างทะนุถนอมก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปที่หน้าผากของคนน้องอย่างแผ่วเบา แต่อบอุ่นไปทั้งหัวใจของคนทั้งคู่




ผมส่งยิ้มที่คิดว่าหวานที่สุดให้เขาพร้อมกับเอ่ยความในใจออกมา




"คิดมั้ยว่าการพบกันระหว่างเรามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ"




"นายกำลังทำตัวเสี่ยวๆอยู่นะรู้ตัวมั้ย" คนตัวเล็กเอ่ยขำๆ แต่ใบหน้ากลับขึ้นริ้วแดงจางๆอย่างน่ารักทำให้ผมอดใจไม่ไหว ประทับจูบไปที่หน้าผากอีกครั้งนึง




"เสี่ยวใจเธอคนใดไง"




"ใส่ใจเธอคนเดียว? มุกนี้เก่าแล้วนะ"




"แล้วรักมั้ยละ"




"ก็ต้องแน่นอนอยู่แล้วสิ!" กล่าวจบเราทั้งคู่ก็มองหน้ากันเพียงอึดใจเดียว ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมๆกันอย่างไม่ตั้งใจ เสียงหัวเราะของเราเคล้าคลอไปกับเสียงของคลื่นลมทะเลอย่างเหมาะเจาะ




ผมจับมือของคนรักตรงหน้ามาวางไว้ตรงตำแหน่งหัวใจ หัวใจที่ยังเต้นรัวยามได้สบตากับคนรักไม่เคยลดน้อยลงเลยแม้จะผ่านมาแล้วห้าปีก็ตาม




แทฮยองจ้องมองการกระทำของผมอย่างไม่เข้าใจและดูขัดเขิน ผมจึงยิ้มให้คนตัวเล็กอย่างเอ็นดูและดึงเขาเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของผมอย่างรักใคร่




"ชีวิตที่ผ่านมาผมมอบให้คุณไปครึ่งชีวิตแล้ว"




"..."




"อีกครึ่งนึงที่เหลือ ฝากด้วยนะครับ"




ไม่มีคำตอบใดๆนอกจากการกระทำจากอีกคนที่กอดตอบ เพียงแค่นี้ก็ทำให้รู้แล้วว่าอีกครึ่งนึงของชีวิตผมคงไม่ต้องโดดเดี่ยวแล้วล่ะครับ




"ฝากด้วยนะครับ"




คุณความรัก












The end. 




1 ความคิดเห็น