เลิกแล้วต่อกัน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 306 Views

  • 1 Comments

  • 18 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    91

    Overall
    306

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

เมื่อคนรักเก่ากลับมา... ต้องทำอย่างไร?


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
การตกหลุมรัก มันไม่ง่าย
แต่การเลิกรักคนที่เรารักนั้นมันยากยิ่งกว่า

และเมื่อ...
จะต้องกลับมาเจอกับคนที่ทำให้เราเจ็บปวดมากมายขนาดนั้น

น้ำตา
ความทรงจำดีๆ
ความเสียใจ
ความรักที่ยังคงอยู่

.
.
.
.

เป็นคุณจะเลือกอะไร?







#เลิกแล้วต่อกัน
#Chinegiin (Twitter)

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 19 มี.ค. 62 / 20:10

บันทึกเป็น Favorite


หญิงสาวรูปร่างโปร่ง ผิวขาว ดวงตายาวรีบ่งบอกถึงเชื้อชาติของเจ้าของ เดินเข้ามาในห้องประชุม ณ โรงแรมหรูใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยมาดนักธุรกิจไฟแรง เธอเดินเอากระเป๋าถือของเธอไปวางไว้ยังโต๊ะที่ถูกจัดให้ชิดกำแพงของห้องประชุมโดยปล่อยพื้นที่ว่างให้อยู่ตรงกลาง

วันนี้เป็นวันเรียนการตลอดออนไลน์ ซึ่งเป็นคอร์สเรียนพิเศษสั้นๆเพียง 1 วัน จัดโดยมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในประเทศไทย เธอเองก็เลือกลงคอร์สนี้เพื่อนำความรู้เพิ่มเติมกลับไปใช้ในธุรกิจของเธอ และค่าสมัครเรียนที่แพงอยู่มากนั้น ก็การันตีว่าเธอจะได้เพื่อนใหม่ในวงการธุรกิจกลับไปบ้าง ไม่มากก็น้อย...

              จากหางตาของสาวหมวย เธอรับรู้ได้ว่า มีคนที่เข้ามาร่วมคอร์สนี้เดินเข้ามาในห้องประชุมอย่างไม่ขาดสาย แต่มันมีคนหนึ่ง ที่เธอสะดุดตากับความสูงเกินหญิงสาวของคนทั่วไป รวมไปถึงกิริยาท่าทางการเดินของเขานั้น สะกิดให้ความทรงจำถึงใครสักคน ผุดขึ้นมาในสมองอย่างฉับพลัน

            ได้แต่หวังว่า จะไม่ใช่....

              คำขอร้องในใจของหญิงสาวนั้นไม่เป็นผล เมื่อคนตัวสูงนั้นเดินตรงมาที่เธอ สาวหมวยจำใจเงยหน้าขึ้นมองให้ชัดเต็มตา และก็เป็นคนในความทรงจำของเธอจริง ๆ ที่กำลังเดินยิ้มเข้ามาหา

              “สวัสดีคริส” เสียงทุ้มของเขาทักทายเหมือนที่เคยทำมาก่อน รอยยิ้มของเขาก็ยังเหมือนเดิม และ... กลิ่นของเขาที่เธอเคยบอกว่าชอบนั้น ก็ยังเหมือนเดิม

              “สวัสดี” คริสตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หลบตา

              “บีดีใจที่ได้เจอคริสที่นี่วันนี้”

              “อืม” คริสตอบรับในลำคอเท่านั้น เธอก็เดินแยกออกไปตรงโต๊ะลงทะเบียน

 

              ดูเหมือนว่า การประกฎตัวของบีนั้นจะรบกวนใจคริสอยู่ไม่น้อย....

              เพราะหลังจากลงทะเบียนเสร็จแล้ว คริสก็ไปนั่งที่เก้าอี้ที่ตั้งชิดมุมห้องอยู่คู่กับโต๊ะที่ตนเองวางสัมภาระไว้ จากที่ตั้งใจว่าจะทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ให้มากที่สุด แต่ตอนนี้ เธอทำได้เพียงนั่งเหม่อลอย กัดเล็บ

              “สวัสดีครับ ผมขอแนะนำตัวก่อน ผมชื่อวิศรุต จะมาเป็นวิทยากรณ์บรรยายเกี่ยวกับการตลอดในวันนี้ แต่ก่อนที่เราจะเข้าเรื่อง ผมอยากให้เรามีการละลายพฤติกรรมกันก่อน ดังนั้น ขอให้ทุกท่านที่เข้าร่วมอบรม รวมกวนมารวมตัวกันที่ว่างตรงกลางด้วยครับ” เสียงของวิทยากรหนุ่มตี๋ที่ตอนนี้อยู่บนเวที ดึงความสนใจจากผู้เข้าร่วมสัมมนาจำนวนเกือบร้อยคนนั้นให้หันไปมองเขา ทุกคนขยับเขยื้อนไปตรงกลางห้อง ตามที่เขาบอก

              “เอาล่ะ ผมอยากจะให้พวกคุณจับคู่กัน เพราะตลอดการอบรมครั้งนี้ เราจำเป็นต้องมีคู่ครับ” สิ้นเสียงประกาศออกไมค์นั้น ความวุ่นวายก็บังเกิด เมื่อทุกคนพยายามจับคู่ ใครที่มีเพื่อนมาด้วยก็จับคู่กันเอง แต่สำหรับคนที่มาคนเดียวอย่างคริสนั้น ....

              “คริส มีคู่หรือยัง?” เสียงทุ้มที่เธอคุ้นชินดังขึ้นอีกครั้ง

              นั่นไง .... สาวหมวยบ่นในใจ แต่เมื่อเธอหันซ้ายหันขวา ก็พบว่าทุกคนแทบจะมีคู่กันอยู่แล้ว เธอจึงจำเป็นที่จะต้องตอบไปอย่างขัดใจว่า

              “ยัง”

              “ถ้าอย่างนั้นบีคู่กับคริสได้หรือเปล่า?

              “อืม” คริสรับอย่างเสียไม่ได้ แต่น้ำทิพย์นั้นยิ้มกว้าง

              “ผมอยากจะคุณทำความรู้จักกับคู่ของคุณ โดยผมจะมีหกคำถามให้คุณถามเพื่อนของคุณ แต่มีข้อแม้ว่าคุณห้ามจด คุณต้องจำรายละเอียดเหล่านั้นให้ได้ หกคำถามนั้นคือ 1. คู่ของคุณชื่ออะไร 2. คู่ของคุณทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร 3. คู่ของคุณบ้านอยู่แถวไหน 4.คู่ของคุณชอบกินอะไร 5. คู่ของคุณมีแฟนหรือยัง 6.เสปกผู้ชาย/ผู้หญิงในฝันของคู่ของคุณเป็นแบบไหน เอาล่ะครับ ผมให้เวลาพวกคุณ 10 นาทีในการถาม คุณต้องจำให้ได้นะ เพราะผมจะมีการสุ่มถาม” เสียงวิทยากรเอ่ยกติกาของเกมส์ขึ้นมาให้ทุกคนได้รับรู้โดยทั่วกัน

              คู่ของเธอ คริสเงยหน้ามองคนตัวสูงที่กำลังยืนยิ้มเผล่อยู่ตรงหน้า เขาชื่อบี น้ำทิพย์ เขาทำธุรกิจเกี่ยวกับ ร้านอาหาร บ้านอยู่แถวลาดพร้าว เขาชอบกินอาหารทุกอย่างที่ดีต่อสุขภาพ ไม่รู้หรอกว่าชอบจริงไหม แต่เขาจะเลือกกินแต่อาหารเหล่านั้นควบคู่กับการออกกำลังกาย และ..... เขามีแฟนอยู่แล้ว แฟนคนนั้นที่มาต่อจากเธอ....

              พอคิดถึงตรงนี้ สาวหมวยก็กัดริมฝีปากตนเอง บ้าจริง..! เรื่องมันก็ผ่านมาเป็นปีแล้ว..

              “เราจะไม่ถามกันหน่อยเหรอ?” น้ำทิพย์ถามขึ้นก่อน

              คริสพยายามวางสีหน้าให้เป็นปกติ

              “คุณชื่ออะไร?” เสียงแหบถาม

              “บี บีน้ำทิพย์” เขาตอบ

              “คุณทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร?

              “ร้านอาหาร”

              “บ้านอยู่ตรงไหน?

              “ลาดพร้าว”

              “ชอบกินอะไร?

              “ผักกับผลไม้ อะไรก็ได้ที่ดีต่อสุขภาพอ่ะ”

              คริสอึกอักอยู่ชั่วครู่ แล้วถามคำถามต่อไป

              “คุณมีแฟนหรือยัง?

              “โสด....”

              คำตอบนั้นทำให้คริสตัดสินใจสบตาเขาอย่างค้นหา และสิ่งที่ได้กลับมาคือแววตาที่มีความจริงอยู่ในนั้น แต่ที่มากกว่านั้น คริสสัมผัสได้ทันที ที่สายตาประสานกัน นั่นก็คือ ความหวั่นไหวของตนเอง

              “บีโสด” คนตัวสูงย้ำอีกครั้ง

              คริสพยักหน้ารับ

              “เอาล่ะครับ หมดเวลาแล้ว ผมหวังว่าพวกคุณจะจำรายละเอียดคู่ของคุณได้” เสียงวิศรุตประกาศออกไมค์อย่างนั้น ทำให้บีหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา

              “บียังไม่ได้ถามคริสเลย” คนตัวสูงหันมากระซิบกับคนตัวเล็กข้างๆหู

              ความใกล้ชิดนั้นส่งผลให้หัวใจดวงน้อยของสาวหมวยสั่นระรัว เธอไม่ชอบเลย ไม่อยากให้อาการแบบนี้เกิดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้เขา เพราะในความจริง เขาต้องไม่มีอิทธิพลอะไรกับเธออีก

              “มันก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่คุณจะต้องถาม และมันก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่คุณจะต้องรู้” คริสตอบเสียงห้วง สะบัดหน้าออก คนตัวสูงเลิกคิ้ว แต่ก็ไม่พูดอะไรต่อ

              “เอาล่ะครับ เรามาถามฝั่งนี้กันบ้าง” วิทยากรก็แสนรู้เหลือเกิน เมื่อเขาเดินเข้ามาหาคนตัวสูงที่ยืนข้างเธอ

              “ผมหวังว่าคุณจะจำได้นะ” วิศรุตหลิ่วตาให้บีทีนึง

              “ค่ะ”

              “คู่ของคุณชื่ออะไรครับ?

              “คริสค่ะ ศิริน หอวัง”

              “คู่ของคุณทำธุรกิจอะไรครับ”

              “ทำแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นของตัวเองค่ะ”"

              “แล้วคู่ของคุณอยู่ที่ไหนครับ?

              “อยู่ราชพฤกษ์ กรุงเทพฯนี่แหละค่ะ แต่ชอบมาอยู่คอนโดที่ทองหล่อ” คนตัวสูงเสริม

              “แล้วคุณคริสชอบกินอะไรครับ?

              Scallop ค่ะ แล้วก็อาหารญี่ปุ่นค่ะ” บีตอบอย่างมั่นใจ

              พอเถอะ .... คริสคิดในใจ เธอไม่มองหน้าบีแม้แต่วินาทีเดียวที่เขากำลังตอบคำถามเกี่ยวกับเธอ แต่เธอไม่สามารถปิดหูของเธอได้นี่ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาพูดออกมาทุกอย่าง มันก็แปลว่าเขาจำทุกอย่างเหล่านั้นเกี่ยวกับเธอได้อย่าง ถูกต้อง

มันสับสน เจ็บใจจน

 ทนไม่ไหว ....

              “เอาล่ะ! ที่คุณบีพูดมาถูกต้องไหมครับคุณคริส?” วิทยากรหนุ่มหันมาถามหญิงสาวหมวยที่หลบหน้าหลบตาอยู่ เธอพยักหน้ารับแกนๆ ด้วยสีหน้าเฝื่อนๆ แต่วิทยากรหนุ่มนั้นไม่ได้สังเกต

              “โอ้โห! นี่แปลว่า เขาต้องรู้จักคุณดีมากแน่ๆ” วิศรุตเบิกตาโต

              ดีมาก ดีจนรู้เลยแหละว่าจะทำให้ฉันเจ็บปวดได้ยังไง

              “ถ้างั้นสองข้อสุดท้าย ผมจะถามคุณคริสบ้าง ว่า คุณบีมีแฟนหรือยังครับ?” วิศรุตยื่นไมค์มาจ่อปากคริส

              เขาบอกว่า เขาโสดค่ะ” คริสเน้นคำว่า เขาบอกว่า อย่างชัดเจน

              “แล้วสเปกผู้ชายในฝันของคุณบีเป็นอย่างไรเหรอครับ?” วิศรุตก็ไม่สำเหนียกต่อการกระแทกเสียงนั้นของคริสอยู่ดี

              คริสขยับปาก เธอนึกถึงแฟนใหม่ของบีน้ำทิพย์ คนที่เข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับเขา และเขาก็เลือกคน ๆนั้นที่ไม่ใช่เธอ

              “อันนี้ บีขอตอบเองค่ะ” น้ำทิพย์กล่าว “บีไม่ได้ชอบผู้ชายค่ะ บีชอบผู้หญิง” เสียงฮือฮาดังขึ้นในห้องประชุม “และผู้หญิงคนนั้น ตัวเล็กกว่าบี สูงเกือบ 170 เซนติเมตร หน้าหมวยมาก เสียงแหบ ผิวขาว นิสัยดี ถึงจะขี้บ่นไปบ้าง เขาชอบกิน Scallop และอาหารญี่ปุ่นค่ะ”

              “โอ้โห” วิศรุตทำตาโตอีกครั้ง มองหน้าบีกับคริสสลับกันไปมา “ที่พูดมานี่ เหมือนคุณคริสเป๊ะเลยนะครับ”

              “ไม่ใช่หรอกค่ะ” เสียงแหบของสาวหมวยกล่าวขึ้นมาเรียบ ๆ “คนที่เขาพูดถึง ไม่ใช่ฉัน

..................

              หลังจากจบประโยคที่ศิรินพูดออกไมค์นั้น วิศรุตก็สัมผัสได้เสียทีว่ามีความผิดปกติของคนทั้งคู่ เขาจึงทำเนียนไปถามคู่อื่น ๆ และเล่นกิจกรรมอีก 1-2 กิจกรรม ก่อนจะปล่อยพักเบรกในช่วงเช้า

              “คริส อาหารเบรกมีสตอร์เบอร์รี่ช็อตเค้กของชอบคริสด้วยนะ” น้ำทิพย์พูดพร้อมยื่นเค้กที่เขาเดินไปหยิบมาให้ศิริน

              “ขอบคุณค่ะ แต่คุณไม่ต้องลำบากหรอก” ศิรินรับมา และวางไว้ตรงหน้า ใจจริงก็อยากจะตอกเขากลับไปให้แรงกว่านี้ แต่เพราะว่าเป็นเขา เธอไม่ใจแข็งพอที่จะทำได้

              “คริสยังโกรธบีอยู่ใช่ไหมคะ?” น้ำทิพย์ตัดสินใจถามขึ้นมา

              ศิรินไม่ตอบ เธอทำทีเหมือนไม่ได้ยินด้วยซ้ำ สาวหมวยทำเป็นจ้องโทรศัพท์และไถโซเชียล น้ำทิพย์เห็นอย่างนั้นจึงไม่ถามอะไรต่อ แต่ยังคงนั่งข้างๆเธอ แต่เขาหารู้ไม่ว่า ศิรินอ่านข้อความในโซเชียลนั้น ไม่รู้เรื่องเลย

              หลังจากพักเบรก วิทยากรหนุ่มก็เริ่มเข้าสู่เนื้อหาการทำการตลาดออนไลน์ โดยเริ่มจากหัวข้อง่าย ๆ อย่างโซเชียลมิเดียที่ทุกคนคุ้นเคย

              “เอาล่ะครับ ผมจะให้คุณลองทำกับคู่ของคุณ โดยกำหนดสินค้าบางอย่างขึ้นมา และขายทางเฟสบุ๊ค”

              “ขายอะไรดีอ่ะคริส?” น้ำทิพย์หันไปถามคู่ของตัวเอง

              “ขนมของคุณก็ได้ ง่ายดี” ศิรินตอบ น้ำเสียงกลับมาเป็นปกติ

              “หรือจะขายเสื้อผ้าแฟชั่นของคริส” น้ำทิพย์ถาม

              “ไม่ ขายของคุณนั่นแหละ” ศิรินยังยืนยันคำเดิม

              เมื่อตกลงกันได้ดังนั้น น้ำทิพย์ก็เริ่มสร้างเพจ และคอยหันไปถามความคิดเห็นของศิริน ที่ดูจะตอบเขาง่าย ๆ เมื่อเป็นเรื่องงาน

              วิทยากรปล่อยให้ผู้เข้าอบรมสร้างเพจให้สร้างสรรค์ โดยมีเขาคอยเดินแนะนำและตอบคำถาม จนกระทั่งใกล้เวลาอาหารกลางวัน เขาก็ประกาศว่า

              “ให้ทั้งสองท่านเป็นแอดมินของเพจนะครับ”

              “คริส” น้ำทิพย์หันไปเรียกสาวหมวย “บีจะแอดคริสเป็นแอดมิน แต่ บีหาเฟสคริสไม่เจอ.... อันบล็อกบีหน่อยสิ”

              ศิรินชะงัก สีหน้าที่ดูราบเรียบไม่ยินดียินร้ายนั้นมีความเย็นชาแผ่ออกมาทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น แต่ในเมื่อมันเป็นงาน และเธอก็มืออาชีพพอดังนั้น เธอจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เข้าไปยังรายชื่อผู้ติดต่อที่ถูกบล็อกก่อนจะปลดบล็อกเขา

              ทว่าความเย็นชานั้นก็กลับมาเป็นความสับสนอีก เมื่อเธอเห็นว่าดิสเพลย์เฟสบุ๊คของเขา เป็นรูปคู่กับเธอเมื่อสมัยที่ยังคบกันอยู่ ในรูปภาพนั้น เธอและขามีสีหน้ายิ้มแย้ม มีความสุขอย่างเห็นได้ชัด 

.......เธอเผลอมองมันอย่างคิดถึง.......

              คริสต้องเข้าใจสิ ว่าความรักมันเกิดขึ้นมาได้ มันก็หายไปได้ เสียงในวันวานดังก้องตอกย้ำเข้ามาในหัว และวันนี้บีไม่รักคริสแล้ว บีจะผิดอะไร คริสอย่าฟูมฟายให้มันน่ารำคาญได้ปะ?!’

              ……ใช่! ฉันมันน่ารำคาญ…….

              ความสับสนที่ก่อตัวขึ้นมานั้นหายไปอย่างฉับพลัน สาวหมวยเงยหน้าขึ้นด้วยแววตามั่นคง

              “อันบล็อกแล้วนะคะ และคุณก็ควรจะเปลี่ยนรูปดิสเพลย์โปรไฟล์ด้วย คริสไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิด” ศิรินพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ ราวกับมันไม่กระทบจิตใจของเธอเลย

              “คริส” น้ำทิพย์ครางชื่อเธอออกมาอย่างแผ่วเบา เขาคิดว่ามันจะทำให้เธอใจอ่อนเสียอีก

              “ถ้าคุณคิดว่า รูปมันจะทำให้คริสคิดถึงเรื่องเก่า ๆ ล่ะก็ คุณคิดผิดค่ะ กรุณาเปลี่ยนด้วย เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว คุณก็ควรจะให้เกียรติฉัน”

              “คริส บีแค่อยากจะบอกคริส...”

              “คริสขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” ศิรินตัดบท แล้วเดินออกไปจากห้อง

...คิดว่าเธอนั้นคงไม่ลำบาก หากไม่มีฉันสักคน....

………………………………….

 

              “ขอโทษนะคะที่บีรบกวนใจคริส” น้ำทิพย์เกริ่นแล้วหย่อนตัวมานั่งข้าง ๆ ศิรินที่นั่งรับประทานอาหารอยู่คนเดียว

              “อืม” ศิรินรับคำ และแม้ว่าอยากจะลุกเดินหนี แต่ด้วยมารยาทแล้ว เธอก็รู้ว่ามันไม่สมควร

              “แต่บีรู้สึกผิดจริง ๆ นะคะ ที่เคยทำร้ายคริส” น้ำทิพย์กล่าวต่อ

              ศิรินหันกลับไปมองหน้าคนตัวสูง แววตาเธอเป็นประกายขึ้นมาอย่างน่ากลัว เธอเบะปากอย่างขมขื่น

              “ไร้สาระค่ะ” เธอพูดเท่านั้น

              “โธ่ คริส บีรู้ว่าบีผิด แต่บีคงไม่สบายใจถ้าไม่ได้พูดกับคริส”

              บีไม่รู้สึกอะไรคริสอีกแล้ว บีรักคนอื่นไปแล้ว คริสไม่เขาใจหรือยังไง? .... คริสเข้าใจไหม มันไม่มีบีคนเดิมของคริสอีกแล้ว!’ ประโยคสุดท้ายจากปากเขาที่เคยทำร้ายเธอให้รู้สึกดั่งตายทั้งเป็นย้อนกลับมาเข้ามาในมโนภาพของเธอ

              “ถ้าคุณยังไม่หยุด ฉันจะกลับเดี๋ยวนี้” ศิรินพูดด้วยเสียงเด็ดขาด “ฉันไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร แต่ฉันไม่ต้องการฟัง

.......ไม่มีเรา .... ไม่มีเธอ....

....อีกต่อไป....

              หลังจากนั้น ทั้งสองก็แทบไม่พูดอะไรกันอีก การเรียนในช่วงบ่ายระหว่างคนสองคนจึงเงียบ ไร้บทสนทนา และแม้ว่าทั้งสองจะต้องออกมาพรีเซ็นต์สิ่งที่ได้เรียนวันนี้หน้าห้อง แต่ศิรินก็ไม่ยอมพูดกับน้ำทิพย์อยู่ดี จนถึงเวลาสิ้นสุดของการอบรม

              สาวหมวยเก็บกระเป๋าอย่างรวดเร็ว แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่ร่ำไม่ลา ทำให้น้ำทิพย์ก็ต้องรีบเก็บสัมภาระของตนเองเช่นกัน เขาวิ่งตามศิรินที่เดินออกจากห้องไป ถือวิสาสะจับข้อมือข้องหญิงสาวให้หันมา

              “คริส ฟังบีก่อนได้มั้ย?” น้ำทิพย์เอ่ยอย่างขอร้อง

              “ปล่อย!” ศิรินตวาด

              “ไม่คริส ให้คริสฟังบีก่อน แค่ฟังบีก่อน แล้วหลังจากนี้ คริสอยากจะทำอะไร บีจะไม่ยุ่งกับคริสอีกเลย” เขาอ้อนวอน แววตาของคนตัวสูงเริ่มมีน้ำมาคลอ ๆ

              ศิรินชะงัก เธอจำได้ว่าเขาเป็นคนที่ร้องไห้ยากมากคนหนึ่ง และปฏิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้เธอใจอ่อน

              “มีอะไรก็พูดมา” ในที่สุด ศิรินก็ยอมฟัง

              “บีขอโทษ บีขอโทษกับเรื่องทุกอย่างที่ผ่านมา” น้ำทิพย์เริ่มต้นพูด “บีรู้ว่าบีทำร้ายจิตใจคริส บีรู้ว่ามันแย่ บีไม่ซื่อสัตย์ บีไม่เคยเป็นคนรักที่ดี บีนอกใจคริส” เขาเขยิบเข้ามาใกล้เธออีกนิดนึง “แต่คริสคือคนที่ทำให้บี มีความสุขที่สุด บีสบายใจที่สุด”

              ศิรินมองพื้นอย่างสับสน เสียงนึงในใจสั่งให้เธอหยุดฟังและหันหลังจากเขาไป แต่อีกใจก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เธอสงสารเขา เขาไม่เคยอ้อนวอนเธอด้วยน้ำตาแบบนี้ เขาที่เธอเคยรัก และเธอก็รู้ดี ว่าความรู้สึกนั้น.....ไม่เคยลดลงเลย

              “คริส... “ น้ำทิพย์เดินเข้ามาประชิดตัวศิรินมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเห็นว่าเธอไม่ถอยหนี “บีดีใจมากที่วันนี้เราเจอกัน บีอยากจะขอโทษคริสที่วันนั้นบีหน้ามืดตามัว แต่ช่วงเวลาที่เราห่างกัน บีไม่เคยมีความสุขเลย”

            ออกไปจากชีวิตบีเหอะ แค่เห็นหน้าคริส ความสุขบีก็หายไปหมดละ

              “บีเข้าใจแล้วว่า ใครที่ดี ที่เหมาะกับบีที่สุด ที่รักบีท่าสุด” น้ำทิพย์พูดต่อ

              คริสอย่าเอาคำว่ารักมารั้งบีไว้ได้ไหม คริสคิดดูดี ๆ นะ การรั้งของคริสมันไม่ใช่ความรัก มันคือความเห็นแก่ตัว!’

              “กลับมาเถอะนะคริส เราเริ่มทำความรู้จักกันใหม่ก็ได้ บีสัญญาว่าบีจะไม่ทำตัวแบบนั้นอีก บีจะรักคริสคนเดียว บีจะไม่ปล่อยให้คริสไปไหนอีกแล้ว” น้ำทิพย์เอื้อมมือมาจับมือของศิรินไว้

              ออกไปจากชีวิตบี เลิกขัดขวางความรักใหม่ของบีเสียที!’

              “นะคริส คริสคือผู้หญิงที่มีค่าที่สุดในชีวิตของบี”

            เลิกทำตัวไร้ค่า เลิกทำตัวเป็นผู้หญิงน่ารังเกียจ น่ารำคาญสักทีเหอะคริส!’

             

              น้ำทิพย์มองศิรินที่ก้มหน้าต่ำ เขารู้ว่าเธอกำลังหลบซ่อนความสับสนที่อยู่ในใจ แต่น้ำทิพย์มั่นใจเพราะเขารู้จักเธอดี   ศิรินเป็นคนใจอ่อน และยิ่งกว่านั้น เธอรักเขามาก และเขาคิดว่ามากพอที่จะให้อภัยเขาได้

              มือศิรินเย็นเฉียบ เธอใช้ฟันหน้ากัดริมฝีปากตนเองจนเลือดออก หลับตา ปล่อยมือทั้งสองข้างให้เขากุมไว้อย่างนั้น เธอสับสน เธอหวั่นไหว เธอปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอรักเขา รักมาตลอด และไม่เคยลดลงเลย แม้ว่าเขาจะทำร้ายเธอเพียงใด

              “บี....” ศิรินเอ่ยเสียงเครือ แต่นั่นเป็นการเรียกชื่อเล่นของน้ำทิพย์ครั้งแรกหลังจากที่กลับมาพบกัน

              “คริส คริสเข้าใจบีแล้วใช่ไหม คริสหายโกรธบีแล้วใช่ไหม?” น้ำทิพย์ยิ้มออกมา

              “บีปล่อยคริสไปได้ไหม?” แต่คำพูดที่กลับมามันไม่ใช่อย่างที่คนตัวสูงคิด “ปล่อยคริสไปนะ” หญิงสาววิงวอน น้ำตาเม็ดเล็ก ๆ ไหลลงอาบแก้ม

              “คริส... ทำไม?” น้ำทิพย์หน้าเสีย

              “คริสเคยรักบี คริสเคยรู้สึกกับบีมาก มากกว่าที่คริสรักตัวเองเสียอีก” ศิรินเริ่มสะอื้น “แต่มันไม่พอ บีทำให้คริสรู้สึกแล้วว่ามันไม่เคยพอ ความรู้สึกของคริสมันไม่เคยพอต่อบีเลย! เสียงแหบสั่นสะท้าน

              “คริสมันเป็นบีเองไงที่ไม่รู้จักพอ แต่ตอนนี้บีรู้แล้ว บีเข้าใจแล้ว”

              “แต่มันช้าไปแล้วบี วันนี้มันช้าไปแล้ว” น้ำตาสาวหมวยทะลักออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ “ไม่มีศิรินคนเดิมอีกแล้วบี ไม่มีคริสคนโง่คนนั้นอีกแล้วบี มันตายไปตั้งแต่วันที่บีไล่มันออกไปจากชีวิตบีแล้ว!!!!!!!!!!” ศิรินแผดเสียงอย่างบ้าคลั่ง คนที่ยังไม่กลับก็หันมามองเธอกับน้ำทิพย์ด้วยความอยากรู้ แต่เธอไม่สนใจ

              “คริส บีขอโทษ” น้ำทิพย์ไม่ละความพยายาม

              “มันไม่ผิดหรอกบี สิ่งที่บีทำอ่ะ หมดรัก ก็บอกเลิก มันก็ถูกแล้วบี” ศิรินพูดด้วยเสียงสั่นๆปนแรงอารมณ์ประชดประชันของเธอ “แต่อย่ากลับมา อย่ามาให้คริสเห็นหน้า อย่ามาพูดว่ารักคริสอีก คำพูดพวกนั้นมันกำลังจะฆ่าคริส เข้าใจไหมบี?” ศิรินพร่ำออกมาอย่างเจ็บปวด ขนาดที่ว่าคนที่ยืนฟังด้วยความสอดรู้สอดเห็นก็อดเจ็บปวดไปกับเธอไม่ได้

              “อย่ากลับมาทำร้ายคริสอีกเลยนะบี คืนชีวิตให้คริสนะบี” น้ำเสียงของสาวหมวยเรื่องอ่อนแรง

              “คริส บีขอแค่โอกาส....”

              ศิรินสั่นศีรษะอย่างแรง

              “อย่าบี ไม่เอา ออกไป” เธอพูดอย่างวิงวอน ทำท่าเหมือนจะล้มลง เธอรู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะทนไม่ได้

              “คริส” น้ำทิพย์พยายามจะเข้ามากอดคนตัวเล็ก

              “คริส! ทว่ากลับมีอีกเสียงนึง ที่ดึงขึ้นมาก่อนที่เขาจะได้กอดกับเธอ “คริส วุ้นมารับแล้ว”

              หญิงสาวอีกคนรีบเดินมาหาศิริน ดึงมือของสาวหมวยออกจากการเกาะกุมของคนที่ตัวสูงกว่า แล้วดันเธอไปข้างหลัง

              “คุณทำอะไรคริส?” ผู้มาใหม่ถาม เธอรู้ดีว่าเขาคือใคร

              “แล้วคุณจะมายุ่งอะไร?” น้ำทิพย์พูดอย่างหาเรื่อง

              “ต้องยุ่ง! เพราะฉันทนไม่ได้ที่จะเห็นคริสกลับไปเจ็บปวดทรมานแบบนั้นอีก!” เสียงของวุ้นเส้นแทบจะตะโกน

              “ก็อย่า ! น้ำทิพย์ตะเบ็งกลับเช่นกัน ศิรินที่ยืนอยู่ข้างหลังก็กลัวว่าเรื่องจะบานปลาย จึงเข้ามากระชากแขนวุ้นเส้น

              “กลับกันเถอะวุ้น คริสอยากกลับบ้าน” ศิรินพูดแล้วออกแรงดึงแขนของคนที่มารับ

              “บอกว่าไม่รักบี ที่จริงเพราะอีนี่ใช่ไหม ที่ทำให้คริสไม่กลับมา!” น้ำทิพย์พูดอย่างโกรธจัด เรื่องที่เขาคิดว่ามันจะง่าย กลับไม่ง่ายอย่างที่เขาคิด

              แต่เพราะอาการโกรธจัดของน้ำทิพย์ ทำให้ศิรินมีสติขึ้นมา คำพูดของเขาทำให้เธอรู้ว่า เขาไม่ได้รักเธออย่างที่เขาพร่ำบอกมาทั้งวันนี้หรอก แต่มันเป็นเพราะว่าเธอเป็นคนที่ดีที่สุด เข้าใจเขา และ ยอม เขามากกว่าคนอื่นที่เขาเคยเจอมาต่างหาก เธอมองเขาอย่างเด็ดเดี่ยวระคนสมเพช ขาเรียวคู่นั้นพาเธอกลับมายืนเผชิญหน้ากับอดีตคนรัก ริมฝีปากสวยได้รูปเผยอขึ้น

              “โกรธเหรอ? ที่ไม่ได้ฉันคืน” เสียงของศิรินราบเรียบทีเดียว

              “คริส” น้ำทิพย์เรียกชื่อคนรักเก่าอีกครั้ง

              “ขอบใจนะ ที่ทำให้ฉันเข้าใจว่า ความรักกับความเห็นแก่ตัวมันต่างกันยังไง?” น้ำตาของสาวหมวยได้เหือดลงไปบ้างแล้ว พลังใจอันเด็ดเดี่ยวกลับมาแทนที่

              “คริส อย่าเข้าใจบีผิด” น้ำทิพย์รีบปฏิเสธ

              “อย่าพูดอีกเลยค่ะ ยิ่งพูดยิ่งเห็นแก่ตัว” ศิรินตัดบท “เราลากันตรงนี้เถอะ และคริสหวังว่าเราจะไม่เจอกันอีก ลาก่อนนะคะคุณบี”

              “มาว่าฉันเห็นแก่ตัว เธอเองก็เห็นแก่ตัวเหมือนกัน! เพราะมีมันเข้ามาใช่ไหมล่ะ เธอก็เลยไม่เลือกฉัน” น้ำทิพย์พูดอย่างหัวเสีย “ฉันรู้ว่าเธอยังหวั่นไหวกับฉัน ฉันสัมผัสได้ตลอดทั้งวันนี้ว่าเธอยังรักฉัน อย่าเล่นตัวจะดีกว่า ยังไงเธอก็ตัดฉันไม่ได้หรอก คริส”

“เหรอคะ?” สาวหมวยยิ้มเหยียด มองเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งรัก ทั้งแค้น ทั้งสมเพช ในคราวเดียวกัน “ที่จริงแล้ว ฉันต้องขอบคุณคุณด้วยนะ ที่ทำให้ฉันตาสว่างขึ้นมาได้... จริงอยู่ ฉันเคยรักคุณมากกว่าตัวฉันเองด้วยซ้ำ แต่คุณก็ไม่เห็นค่า ไม่สำนึกสักนิดว่าฉันให้อะไรคุณไปมากแค่ไหน คุณมันก็แค่คนที่ไม่รู้จักพอ” เธอยิ้มเยาะ “แต่วันนี้ ตอนนี้ ก็เป็นคุณอีกเหมือนกันที่ทำให้ฉันเห็นคุณค่าในตัวเอง ถ้าการที่ฉันจะรักตัวเอง ปกป้องตัวเองจากคนเห็นแก่ตัวอย่างคุณบ้างมันผิดเหรอคะ?

“คริส!

“และที่ฉันจะไม่เลือกกลับไปหาคุณ ไม่ใช่เพราะว่าฉันมีคนใหม่ แต่เพราะฉันเห็นคุณค่าในตัวฉันเองแล้วต่างหาก ไม่มีคุณฉันก็อยู่ได้ ไม่มีคุณฉันก็สบายดี ไม่มีคุณฉันก็ไม่ตาย ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร อารมณ์ดีกว่าช่วงที่เคยมีคุณเสียอีก ทุกข์ใจน้อยกว่า กังวลน้อยกว่า ไม่ต้องระแวงว่าคุณจะไปไหนกับใครเมื่อไหร่ ไม่ต้องมานั่งใส่ใจด้วยซ้ำ” ศิรินเชิดหน้าขึ้น “และถ้าหลังจากนี้ ฉันจะมีใครใหม่ มันก็ไม่เกี่ยวกับคุณแล้ว ขอบคุณที่ทำให้ฉันรู้ว่า ฉันต้องไปต่อ ฉันหลุดพ้นออกจากคนที่เห็นแก่ได้อย่างคุณแล้ว มันไม่มีประโยชน์ที่ฉันจะกลับไป”

              เธอมองเขาอย่างไม่รู้สึกใด ๆอีกต่อไป

              “และหลังจากนี้อยากให้คุณจำไว้ว่า ต่อให้คุณมาตายต่อหน้าฉัน ฉันก็จะไม่สนใจคุณ” สิ้นสุดประโยคสุดท้าย ศิรินก็หันไปยิ้มให้กับวุ้นเส้น ก่อนจะจูงแขนของคนที่มารับเธอ เดินออกไปจากบริเวณนั้น ออกไปจากสภาวะนั้น ออกไปจากวังวนความทุกข์ระทมนั้น...

 

เลิกแล้ว... ต่อกัน

อย่าฝัน ... อย่าเจอ

ไม่ขอ...รักเธอ

อย่าเจอ.... กันอีกเลย

เลิกแล้ว... จบที

จากนี้... ไม่เอา

ไม่ขอ...เป็นคนเก่า

ไม่มีเรา... ไม่มีเธอ

อีกต่อไป...



ปล. ชอบไม่ชอบบอกกันได้เด้อ สำหรับเรื่องยาวไรท์ยังไม่ทิ้งน้า 

แต่ไม่มีเวลาจริงๆ เอาสั้นๆไปคั่นเวลาก่อนแล้วกันเนอะ


ขอบคุณที่อ่านจบจบนะคะ :)

Chine 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Chine-G จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 21:54

    ชอบจังค่ะ ภาษาดี เขียนไหลลื่น เราแอบชอบจังหวะบีบเป็นพิเศษ5555 ตั้งแต่ตอนที่คำพูดของบีย้อนกลับเข้ามาเทียบกันกับคำพูดปัจจุบัน ไปจนถึงที่ตัดสินใจได้แล้วจากสิ่งที่บีแสดงออก อันนี้รู้สึกว่าอารมณ์ไต่ขึ้นตามพรวดๆเลยค่ะ ชอบมาก อินTT /ขอบคุณที่เขียนมาให้อ่านเช่นกันนะคะ

    #1
    1
    • 19 มีนาคม 2562 / 23:38
      ขอบคุณมากเลยนะคะ ที่อ่านจนจบ TT จะพยายามพัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อยๆนะคะ
      #1-1