(ตีพิมพ์กับ สนพ.บ้านวายบุ๊ค) Hate or Love : เกลียดให้ตาย...สุดท้ายก็รัก [Yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,164 Views

  • 20 Comments

  • 311 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    47

    Overall
    5,164

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 : รองเท้าคู่ของ น.น.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 582
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    30 มี.ค. 61

บทที่ 4

รองเท้าคู่ของ น.น.

เราอยู่ในโลกที่อะไรๆก็มีคู่กันทั้งนั้น  พระอาทิตย์คู่กับพระจันทร์  แสงสว่างคู่กับความมืด  ดินสอคู่กับยางลบ ขนาดรองเท้ายังมีเป็นคู่เลย แล้วนับประสาอะไรกับคนที่ไม่ชอบขี้หน้ากัน จะคู่กันไม่ได้…


พาร์ทของนนท์

“หมอนนท์”  เสียงเรียกของใครบางคนที่คุ้นหูดังขึ้น  ความเงียบงันที่ใต้ตึกคณะสัตวแพทย์บริเวณห้องน้ำชายที่ตอนนี้ไม่มีเงามนุษย์หน้าไหนสักคนเดียวช่วยยืนยันว่าเสียงนั้นเป็นเสียงของคนที่ผม…ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินที่นี่

ไอ้เชี่ยไนท์!   มัน…เป็นมันจริงๆด้วย

“มะ มึง!  มึงมาได้ยังไง”   ผมพูดตะกุกตะกักพลางหันมองซ้ายมองขวาด้วยความงุนงงว่ามันมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง 

“ก็ตั้งใจมาหาหมอนนท์นั้นแหละ  เอานี่ ผมซื้อมาให้”   มันยื่นถุงใบหนึ่งให้ผมข้างในมีขวดน้ำสองขวดอยู่

“อะไร”

“ก็เห็นอยู่ว่านมช็อคโกแลต”    มันตอบหน้าตาย ทำสีหน้ากวนตีนที่ไม่ต้องใช่สมองเลยก็รู้ว่ามันแฝงไปด้วยคำด่าผมอยู่ในสีหน้านั้น

“มึงจะเอามาให้กูทำไม” 

“ก็เห็นว่าชอบ วันนั้นเห็นกินจนหมดขวดเลย”   

“มึงเห็น?”     เวรแล้วไงไอ้นนท์  คิดว่าไม่มีคนเห็นแล้วเชียว มีคนมาเห็นจนได้ที่สำคัญดันเป็นมัน คนที่ผมไม่อยากให้เห็นที่สุดมาเห็นอีก

“อืม  เต็มๆตาเลย กินจนหมดขวด”    ไอ้สลัด! มึงไม่ต้องมาย้ำ เออ กูกินจนหมดขวดเองแหละ กินหมวดขวดแล้วจะทำไม  ผมพยายามประคองสีหน้าไม่ให้ซีดไปกว่านี้เพราะถูกมันจับได้  พยายามข่มตาให้ฉายแววดุดันไว้ เชิดหน้าหน่อยๆ แล้วไง เห็นแล้วไงนนทการณ์ไม่แคร์สื่อเว้ย 

“กูไม่ได้ชอบสักหน่อย”   ผมปฏิเสธเสียงแข็ง

“อ๋อออ  อย่างนี้นี่เอง   ไม่ชอบก็ไม่ชอบ ว่าแต่หายโกรธผมหรือยัง”   มันยิ้มรับอย่างขอไปทีทำเป็นว่าเชื่อที่ผมพูด แต่จะดีกว่านี้ถ้ามึงช่วยทำสีหน้าเชื่อกูบ้าง 

“ทำไมกูต้องหายโกรธมึง  กูไม่ได้โกรธอะไรมึงสักหน่อย”

“ไม่โกรธแล้วทำไมต้องทำหน้าบึ้งตึงเวลาเจอผมด้วย  แถมยังชอบส่งสายตาดุๆมาอีก เตะบอลก็ไม่เห็นไปเลย นึกว่าหมอนนท์ไม่ชอบหน้าผมซะอีก”   

“ก็...แค่ไม่ถูกชะตานิดหน่อย”    น้ำเสียงผมถึงกับแผ่วเบาลงพอถูกมันถามจี้จุดแบบนั้น ผมเองก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมถึงต้องไม่ชอบขี้หน้ามันขนาดนั้น

“อะไรนะครับ ได้ยินไม่ค่อยถนัด”     มันยื่นหน้าเข้ามาถามใกล้ๆจนจมูกเกือบจะชนกันตอนผมเผลอหันหน้ากลับไปหามัน

“เปล่า ไม่มีอะไร  เอาเป็นว่ากูไม่ได้โกรธมึงแล้วกัน”   ผมผงะหน้าออก ผลักอกมันให้ออกห่าง  มึงนี่ชักจะสนิทกับกูมากเกินไปแล้วนะไอ้เชี่ยไนท์

“ผมไม่เชื่อหรอก  ถ้าคุณหมอนนท์ไม่ได้โกรธผม งั้นก็รับนมช็อคโกแลตขวดนี้ไปสิครับ ไม่งั้นผมจะถือว่าคุณหมอนนท์โกรธผมจิรงๆ”   มันยื่นถุงขวดนมช็อคโกแลตให้ผมอีกครั้ง  พอผมไม่รับมันก็ยื่นให้อีกจนนมจะฟาดหน้าผมอยู่แล้ว  ไอ้ห่ากูไม่ใช่เด็กอนุบาลไม่ต้องเอานมมาล่อกู

“ไม่เอา  จะคิดยังไงก็เรื่องของมึง”  ผมหันหลังกลับกำลังจะก้าวเท้าเดินหนี   แต่มันวิ่งมาขวางทางไว้ไม่ให้ผมเดินต่อ 

“ถ้าคุณหมอนนท์ไม่ยอมรับมันไป  ผมก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น”   ว่าจบมันยื่นขวดนมให้ผมอีกครั้ง   มึงดูหนังจีนมากไปเปล่าวะ เล่นมาขู่กันแบบนี้มึงคิดว่าตัวเองเป็นหงอคงมาง้อพระถังซัมจั๋งหรือไงวะ

“มึงนี่น่ารำคาญฉิบหาย”  ผมรับขวดนมมาอย่างเลี่ยงไม่ได้  เปิดฝาขวดกระดกต่อหน้ามันด้วยความรำคาญ

 “มึงพอใจยัง”

“ดีมากครับ”   มันยิ้มภูมิใจเป็นเด็กๆ  ไอ้บ๊องเอ้ย! แค่กูยอมแดกนมช็อคโกแลตของมึงแค่นี้ดีใจอะไรนักหนา

“พอใจก็ไปได้แล้ว กูจะไปเรียน”    ผมเดินผ่านตัวมันมาด้านข้าง  พยายามอดกลั้นไม่ให้ตัวเองฝืนยิ้มออกมาให้มันเห็น

“คุณหมอนนท์ครับ”    เสียงมันตะโกนตามหลังมา

“อะไรอีกละ”

“รับนมช็อคโกแล็ตผมแล้ว ผมถือว่าคุณหมอนนท์ไม่ได้โกรธอะไรผมอีกต่อไป  ถ้างั้นเย็นนี้ไปเตะบอลด้วยนะครับ  …คิดถึง”

“...”     รอยยิ้มน้อยๆของนนทการณ์เมื่อกี้หายไปจากใบหน้าในแทบจะทันที  หมายความว่ายังไงว่าที่ว่า…คิดถึง

“ผมหมายถึงทุกคนคิดถึงนะครับ  กลับมาเตะบอลด้วยกันได้แล้ว”

“อะ…อ๋อ” 

“ตกลงไปนะครับ”  มันถามอีกครั้ง

“ไม่รู้ กูดูก่อน”    ผมไม่รับปากเพราะไม่แน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง  ไม่แน่ใจแม้กระทั่งว่าทำไม…ใจถึงเต้นแรงแบบนี้  ถ้าเป็นแบบนี้บางทีผมอาจจะไม่ไปก็ได้  มันอันตรายต่อหัวใจเกินไป



แยกจากไอ้ไนท์ที่หน้าห้องน้ำมาไม่นาน  สติผมเริ่มกลับมาตามจำนวนก้าวที่ผมก้าวเดิน  มันมาหาผมที่คณะได้ยังไง  แล้วมันมาทำไม  ท่าทางของมันตอนแรกใครดูก็รู้ว่ามันเองก็ไม่ได้ชอบขี้หน้าผมสักเท่าไหร่ ทุกๆครั้งที่เจอหน้ามันก็เอาแต่กวนประสาทผมอยู่ตลอด  จนล่าสุดมันมาทำผมเจ็บตัวที่สวนสัตว์วันนั้นอีก

จริงด้วย! มันคงอาจจะรู้สึกผิดแล้วก็อยากขอโทษที่ทำผมเจ็บตัว แต่ถึงแม้มันจะอยากขอโทษเรื่องที่ทำผมเจ็บตัว ก็ไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้มันมาหาผมถึงคณะได้  แถมยังลงทุนเอานมช็อคโกแลตสองขวดนี้มาให้ผมอีก  มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอวะ?

เชีย!  ผมเดินเหม่อลอยมานานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ จนปะทะเข้ากับร่างหนาๆยังกับควายของใครบางคน  พอมองดูดีๆถึงได้รู้ว่าเป็นไอ้ลีโอเจ้าเก่าที่มาพร้อมคุณมงคลคู่หูคู่เฮี้ยนของมัน

“มึงเป็นอะไรไอ้นนท์   เดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มึงไปเจอใครมา”   ไอ้ลีโอถาม

เหรอวะ?  กูยิ้มเหรอวะ?

“เปล่า กูไปเข้าห้องน้ำมา”    ผมหุบยิ้มปฏิเสธ  ค่อยๆซ่อนถุงนมช็อคโกแลตของไอ้ไนท์ไว้ด้านหลัง

“จริงอ่ะ หน้ามึงเหมือน...”

“บอกว่าไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรไง  อย่างขี้เผือกดิวะ  เออ!ไอ้ลีโอ  เย็นนี้ไปเตะบอลกัน”  ผมเปลี่ยนเรื่อง

“เดี๋ยวนะ  มึง...ไม่สบายหรือเปล่าไอ้นนท์”

“ทำไม”   ผมขมวดคิ้วถามพลางปัดมือมันที่จะยื่นมาแตะหน้าผากผมออก

“กูชวนมึงตั้งหลายครั้งไม่ยอมไป ไม่รู้จะอินดี้อะไรนักหนา  ถามเหตุผลก็ไม่ตอบแถมด่ากูอีก วันนี้คึกอะไรขึ้นมาจะไปเตะบอล”

“พูดมากน่า กูอยากไปกูก็ไปทำไมต้องมีเหตุผล”   คึกอะไร  จะเตะบอลต้องคึกอะไรด้วยหรือไง นนทการณ์ซะอย่าง อยากไปก็ไปไม่เห็นต้องมีเห็นผล

“แต่มึง..”

“เลิกบ่นได้แล้ว  ไป! ไปเข้าเรียนเลย”     ผมออกแรงกึ่งดันกึ่งผลักให้ไอ้ลีโอคนขี้เผือกเดินไปเข้าห้องเรียนสักที  ทำไมนับวันเพื่อนคนนี้ถึงขี้เผือกจังวะ  แต่ไม่เป็นไรวันนี้กูอารมณ์ดี ถือว่าให้อภัยมึงวันหนึ่ง



“ไอ้ลีโอไปเร็ว”   ผมสะกิดบอกไอ้ลีโอทันทีที่ออดดังขึ้น  หมดเวลาเรียนสักที  ถ้าผมน่ารักได้ครึ่งนึงของเทเลทับบี้จะร้องว่าหมดเวลาเรียนแล้วสิ หมดเวลาเรียนแล้วสิให้ลั่นห้องเลย 

“อ้าว! นนท์ไม่ติวเหรอ วันนี้พี่ปีสองจะติวเรื่องที่จะควิซให้นะ”   ปริมหันมาบอกขณะที่ผมกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บหนังสือลงกระเป๋าจนไม่ได้ตั้งใจฟังที่เธอพูด

“นนท์”

“อย่าไปกวนสมาธิมันเลยปริม  วันนี้ไม่รู้มันเป็นอะไรใจจดใจจ่อแต่จะไปเตะบอล  เตือนเราทุกสิบห้านาที เตือนบ่อยกว่านาฬิกาปลุกที่เราตั้งไว้ตอนเช้าอีก”  ไอ้ลีโอว่า

“แล้วเรื่องติวละ” ปริมถามต่อ

“เดี๋ยวให้มงคลอยู่ไง  เดี๋ยวคืนนี้กลับหอมันก็ติวให้เราเองแหละ”

“พวกแกนี่นะ”  

“ไปยังไอ้ลีโอ”  พอเก็บของเรียบร้อยแล้ว ผมสะกิดไหล่ไอ้ลีโอไม่ยั้งเร่งให้มันเลิกพูดแล้วรีบลุกออกจากห้องนี่สักที  ตกลงมึงชื่อลีโอหรือลีลากันแน่วะ ช้าจริง  เอ๊ะ!  หรือเป็นผมต่างหากที่รีบ

“เร็วไอ้ลีโอ”

“เออเร็วแล้ว  รีบจริงเว้ย”



ที่ว่ากันว่าใครมีรถคนนั้นก็มีวิญญาณนักแข่งนี่เห็นท่าจะจริงแฮะ ผมขับซิ่งปราดเดียวจากตึกสัตวแพทย์อันไกลโพ้นก็มาถึงสนามกีฬากลางของมหาวิทยาลัย  จุดรวมพลของคนชิคๆแบบพวกผมแล้ว

“ไอ้นนท์  มึงเป็นอะไรวันนี้กูถามจริง  ขับรถเร็วจนกูเกือบช็อค”  ไอ้ลีโอเปิดฉากด่าผมทันทีที่จอดรถ

“ก็พามึงมาถึงโดยสวัสดิภาพแล้วนี่ไงเพื่อน มึงจะโวยวายไปทำไมวะ  คนเลวๆแบบพวกเรานรกไม่ต้องการ ยังไงก็ตายยาก”

“ไอ้ห่า”   มันมองค้อนก่อนจะหันกลับไปทำหน้าผะอืดผะอมจะอ้วกเหมือนเดิม

“มึงมีปากกาเมจิกเปล่าไอ้ลีโอ”

“มี ทำไมวะ”

“ไม่ต้องถามเอามายืมก่อน” 

ผมรับปากกาเมจิกมาอย่างอารมณ์ดี  ค่อยๆเปิดท้ายรถหยิบกล่องรองเท้าคู่ใหม่ผมที่ผมซื้อมา ร้องเท้าสีขาวสะอาดตาที่แค่เห็นก็รู้ได้ว่าวันนี้ผมต้องทำประตูได้อย่างถล่มทลายแน่นอนถ้าผมใส่มัน

“เรียบร้อย  เอาปากกามึงคืนไปเลย

“พอหมดประโยชน์แล้วถีบหัวส่งเลยนะ”

“เท่ห์ไหมรองเท้ากู”

“เท่ห์ดี  สีขาวสวยอยู่ แล้วมึงเขียนอะไรลงบนรองเท้า”

“ตัวย่อชื่อกูไง น.”

“เอาอีกแล้วมึงเขียนชื่อตัวเองใส่ของอีกแล้ว สมุด หนังสือ กูเห็นมึงเขียนหมด”

“ก็เขียนไว้กันหมาบางตัวชอบเอาของกูไปใช้ไง”  ผมรีบดึงรองเท้ากลับมาจากไอ้ลีโอเพราะรู้ทันสายตาของมันว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“กับเพื่อนกับฝูงงกจังนะมึง”

ผมส่ายหน้าให้มันเบาๆก่อนจะก้มลงสวมร้องเท้าคู่ใหม่  พอได้สวมรองเท้าคู่ใหม่แล้วผมรู้สึกได้ถึงพลังขึ้นมาเลย ไม่ต้องเป็นเจไดในสตาร์วอร์หรือหรือน้องชายกัปตันอเมริกาก็ยังสัมผัสได้   ยิ่งก้มมองรองเท้าที่เขียนคำว่า น. แล้วยิ่งรู้สึกฮึกเหิมพร้อมรบดีจริงๆ



บรรยากาศสนามกีฬากลางตอนเย็นยังครึกครื้นเหมือนเดิมที่มันเคยเป็น  มีทั้งคนมาเล่นกีฬา  อาม่ามารำไทเก๊ก  พี่น้อยคนขายน้ำมาเต้นแอโรบิค  นี่มันสนามกีฬามหา’ลัยหรือสวนลุมวะเนี่ย

“ยังไม่มีใครมาสักตัว”  ผมหันไปพูดกับไอ้ลีโอน้ำเสียงเซงๆ สายตาทอดยาวไปยังสนามบอลที่อยู่ตรงหน้า ยังไม่มีชาวแก๊งค์ตัวไหนมาสักตัว

“มันคงมาให้มึงหรอก ปกติก็นัดกันหนึ่งทุ่ม มึงก็แถมตลอดนัดหนึ่งทุ่มมาสองทุ่ม วันนี้เสือกคึกอยากจะมาก่อน พระอาทิตย์ยังไม่ตกดินเลย”   

“เออๆ เลิกบ่นได้แล้ว ไปเดี๋ยวกูเลี้ยงน้ำ”   พูดมาก บ่นเป็นเมียกูเลยนะมึง   

ผมกอดคอไอ้ลีโอออกแรงบังคับให้มันเดินตามไปที่ร้านน้ำ แน่นอนมันขัดขืนอยู่แล้ว พอมันหลุดจากวงแขนผมได้ก็เปิดฉากด่าผมยกใหญ่

“เออ ไอ้นนท์กูถามจริง มึงกับไอ้ไนท์นี่เป็นอะไรกัน”

“...”    แดกจุดไปสิครับ  น้ำอัดลมในปากแทบจะพุ่ง    คำถามมีร้อยแปดพันเก้า ไอ้ลีโอเขาถามเชี่ยอะไรของเขา

“อะไรของมึงวะ  ถามเชี่ยไรกูเนี่ย  หรือว่ามึงไปเห็นอะไรมา”    ถามแบบไม่ค่อยร้อนตัวเลยผม  หรือว่ามันจะเห็นตอนไอ้ไนท์มาหาผมที่คณะเมื่อเช้า  ผมว่าผมดูดีแล้วนะว่าแถวนั้นไม่มีใคร

“เปล่า  ก็แค่ถามดู ก็ตอนแรกเห็นมึงเกลียดมันอย่างกับอะไรดี  แต่มาหลังๆเห็นมึงสนิทกับมันจัง” 

“สนิทเชี่ยไร  กูนี่นะสนิท”  ก็แค่คุยกันธรรมดา สนิทเชี่ยไรมึงไอ้ลีโอ

“ไม่สนิทก็ไม่สนิทสิวะ ทำไมมึงต้องกรอกตาสามร้อยหกสิบองศาขนาดนั้น”

“เปล่า” 

“เออ แล้วที่มึงบอกว่ากูไปเห็นอะไรมา  เห็นอะไรวะ”  มันยื่นหน้าเข้ามาถาม

“เห็นว่ากูหล่อไง”   พอสบายใจที่มันไม่ได้เห็นอะไร ผมก็กวนตีนมันกลับ ค่อยยังชั่วนึกว่ามันจะมาเห็นซะแล้ว ถึงผมกับไอ้ไนท์จะไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆก็เถอะ  แต่การที่มีผู้ชายด้วยกันเอานมช็อคโกแลตบุกมาให้ถึงคณะแบบนั้น ถ้าใครรู้เข้ามันคงฟังดูแปลกๆ

“ถุ้ย! ถ้ากูไม่เสียดายน้ำที่มึงอุตส่าห์ซื้อเลี้ยงกูเนี่ย กูจะอ้วกแม่งตรงนี้เลย”

“แต่กูก็หล่อจริงหรือเปล่าวะ”

“หล่อก็หล่อเพื่อน  เพื่อนนนท์ของกูเป็นเดือนคณะนี่หว่า อย่างน้อยๆปีนี้ทั้งปีคณะเราก็ไม่มีใครหล่อสู้มึงได้”

“ดีมากเพื่อน”



พอปิดปากไอ้ลีโอคนที่สืบทอดความขี้บ่นมาจากวิกับปริมด้วยน้ำอัดลมและขนมสองสามห่อได้แล้ว  พระอาทิตย์เพื่อนคู่กายของคนไทยที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนไอแดดและความร้อนก็ตามเราไปเสมอก็ได้ลับขอบฟ้าไปแล้ว  บรรยากาศรอบๆสนามกีฬาก็ดูเหมือนจะยิ่งคึกคักกว่าเดิม  อาม่า อากงก็ยังคงรำไทเก็กอย่างต่อเนื่อง เวทีแอโรบิคยิ่งมันส์ไปใหญ่ถึงแม้ท่าเต้นของคนบนเวทีกับคนข้างล่างจะไม่เหมือนกันก็เถอะ

“เฮ้ย! ไอ้นนท์”   ไอ้พีทร้องทัก วิ่งเข้ามายื่นมือลูบแก้มสลับจับส่วนต่างๆของร่างกายผม

“ทำเชี่ยไรของมึงเนี่ย”    ผมปัดมือมันออกอย่างรำคาญ

“กูจับดูไง ว่ามึงตัวจริงหรือภาพลวงตา ร้อยวันพันปีกูไม่เห็นมึงมาถึงสนามก่อนพวกกูเลย  ผีเข้ามึงหรือเปล่าวะ”

“ผีเข้าเชี่ยไรละ  กูอยากมาตอนไหนกูก็มา มันแปลกตรงไหน”

“เออๆ  ไม่แปลกก็ไม่แปลก ว่าแต่มึงหายไปไหนมาตั้งหลายวัน ไอ้ลีโอบอกมึงอกหักเหรอ”   ผมหันควับไปส่งสายตาอาฆาตให้ไอ้ลีโอทันที

“แฮ่ๆ  กูขอโทษ กูลืมไปว่ามึงไม่ให้บอกใคร”  ไอ้ลีโอแกล้งทำเสียงอ่อยอย่างรู้สึกผิด

“มึงอย่าไปโกรธมันเลย เรื่องแค่นี้เองจะปิดเพื่อนทำไมวะ  โดนสาวทิ้งไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร หล่อๆแบบมึงยังไงก็หาใหม่ได้”   ผมยิ้มแห้งๆให้ไอ้พีทที่กอดคอทำท่าจะปลอบใจผมอยู่   คนอย่างนนทการณ์ไม่เคยโดนสาวเทเลยสักครั้งเดียว กลับต้องมาโดนเทเพราะโดนผู้ชายด้วยกัน...จูบปาก  แถมยังโดนจูบต่อหน้าคนเต็มร้านไอติมอีกต่างหาก  โชคดีแค่ไหนที่พวกมันไม่รู้เรื่องนั้น  ไม่งั้นผมได้เอาปี๊บคลุมหัวแน่

พูดถึงไอ้ไนท์  วันที่ทำไมมันถึงยังไม่มา  ทั้งๆที่เป็นคนชวนให้ผมมาแท้ๆ

“มึงชะเง้อหาใครไอ้นนท์”  ถามอย่างเดียวก็พอ ไม่ต้องเสือกชะเง้อคอตามกูก็ได้มั้งไอ้พีท

“เปล่า”

“มองหาเพื่อนใหม่เขาไง”  ไอ้ลีโอแทรกขึ้น  ดึงความสนใจของไอ้พีทไปที่หน้ามัน

“จริงเหรอวะลีโอ  ใครวะ?” ไอ้พีทถามน้ำเสียงเอาคำตอบ  การที่นนทการณ์จะมีเพื่อนใหม่มันน่าตื่นเต้นขนาดนั้นเลยไง

“ก็ไนท์ไง เห็นช่วงแรกเกลียดขี้หน้ากันจะตายมาหลังๆไม่รู้แอบไปสนิทกันตอนไหน”

“จริงเหรอวะไอ้นนท์”

“จริงเชี่ยไรละ  กู…กูก็ไม่ได้สนิทอะไรขนาดนั้น ก็แค่พูดคุยกันตามประสา ไอ้ลีโอมันมั่ว”  ผมจะหันไปเพ่นกะบาลไอ้คนพูดสักทีแต่มันหลบทันซะก่อน

“เหรอออ กูว่าไม่ใช่มั้ง สายตาที่มึงมองเขามันดูแปลกๆนะเพื่อนนท์”  ไอ้ลีโอแซวต่อ

“แปลกเขี่ยไรละ  กวนตีนกูนักมาให้กูเตะก้นเลยมึง”

“เฮ้ยอย่าๆ  กูยอมแล้ว”   สายไปแล้วไอ้ลีโอ บังอาจมาลูบคมนนทการณ์ ไม่ได้เตะก้นมึงวันนี้ให้เรียกกูว่าหมาได้เลย

คุณสมบัติของคนกวนตีนแบบไอ้ลีโอคือมักจะเกิดมาพร้อมฝีเท้าและชั้นเชิงในการหลบบาทาได้เป็นอย่างดี  ออกแรงวิ่งไล่กวดมันอยู่นานก็ยังไม่ได้สัมผัสแม้แต่ปลายก้นของมัน พวกไอ้เชื่ยพีทก็เอาแต่ขำอยู่ได้ กูไม่ได้มาแสดงละครลิงให้ดูนะไอ้พวกห่านี่

“เฮ้ย! โทษๆ”    ผมวิ่งไล่กวดไอ้ลีโอจนไม่ทันได้สังเกตว่าพุ่งมาชนกับใครคนหนึ่งเข้า  สองมือพยายามพยุงตัวอีกฝ่ายให้ยืนขึ้น แต่ใบหน้ายังหัวเราะค้างหันไปทางไอ้ลีโออยู่

“ไม่เป็นไรครับหมอนนท์”   

เสียงนั้น  มันแน่ๆ  ไอ้ไนท์!  

เจอหน้ามันมาก็หลายครั้ง แต่ทำไมต้องรู้สึกวูบเหมือนมีลมพัดแปลกๆ  ทำไมต้องรู้สึกตื่นเต้นเหมือนอยากเจอหน้ามันตลอดเวลา ทั้งๆที่วันนี้ผมก็รู้ว่ายังไงมันก็ต้องมาเตะบอล

“กูขอโทษ”  ผมพูดแก้เก้ออย่างทำตัวไม่ถูก เพราะคนที่ผมสัมผัสตัวไปหลายจุดเมื่อกี้คือมัน

“ไม่เป็นไร แค่นี้สบายมาก” 

“เหรอ  เออ ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”  ตามองตา ปากเหมือนชาไปชั่วขณะเพราะไม่รู้จะพูดอะไร  ทั้งที่กูทำตัวไม่ถูกอยู่แบบนี้ ทำไมมึงถึงดูปกติจังวะไอ้ไนท์

“นึกว่ามึงจะไม่มา” ผมบอก

“รอผมอยู่เหรอ  โหย แอบดีใจนะเนี่ย ดีใจที่หมอนนท์ยอมมาแสดงว่าหายโกรธผมแล้วใช่ไหมละ”

“…”

“กอดกันเลยไหม”    ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไร ไอ้พีทเดินเข้ามามือเท้าเอว ตาจ้องมองมาทางผม  พอผมก้มลงมองตามสายตาของมันผมก็สะดุ้งเฮือกใหญ่เพราะเผลอไม่กอดตัวไอ้ไนท์มันตอนไหนไม่รู้

“อือ…อืม” 

“ไม่ต้องมาแกล้งไอกลบเกลื่อนเลยคุณนนทการณ์  กูชักจะคิดจริงๆแล้วนะที่ลีโอมันพูด”  ไอ้พีทเอามือลูบปลายคางทำหน้าครุ่นคิด 

“ไม่มีเหี้ยอะไรทั้งนั้นแหละไอ้ห่าพีท” 

“ไม่มีอะไรจริงเหรอ”  มันทำเสียงกวน  “ไอ้ไนท์มึงกับไอ้นนท์สนิทกันเหรอช่วงนี้”  มันหันไปถามไอ้ไนท์

“ไม่รู้สิ  กูยังไงก็ได้มีแต่หมอนนท์ไม่ค่อยจะอยากสนิทกับผมเท่าไหร่”     ไอ้ไนท์ทำเสียงตัดพ้อแต่ก็ยังแอบส่งสายตากวนตีนมาให้ผม

“มันก็เก๊กไปงั้นแหละ  ทำเป็นเข้มทำเป็นหน้าดุ พอสนิทกันแล้วรั่วฉิบหาย”    ไอ้สัดพีท  เขาไม่ได้เรียกเก๊กเว้ย เขาเรียกวางตัวดี  มึงย้ายไปเรียนการตลาดเลยไป แม่ง! ขายเพื่อนอยู่ได้

“ทำไมมึงสองคนใส่รองเท้าเหมือนกันเลยวะ”  ไอ้พีทเดินรอบๆผมสองคน ตอนนี้ผมก็พึ่งสังเกตเห็นว่าวันนี้ไอ้ไนท์ใส่รองเท้าคู่ใหม่ที่มันซื้อพร้อมกับผมมาด้วย

  ไอ้เชี่ยเอ้ย! ลืมคิดไปเลยว่าต้องมาเตะบอลด้วยกัน  บรรลัยแล้วไงไอ้นนท์ โดนพวกแม่งล้อไม่ได้ผุดได้เกิดแน่ แล้วไอ้ห่าไนท์นี่ก็เป็นเชี่ยไรเสือกมาซื้อเหมือนกันอีก  รู้แบบนี้วันนั้นผมน่าจะห้ามมันก็ดี

“แล้วทำไมรองเท้าของพวกมึงต้องเขียนตัว น  ด้วยวะ”  ไอ้พีทถามต่อ มองหน้าผมสองคนสลับไปมา  

ผมเบิกตากว้างกับสิ่งที่ได้ยิน เชี่ยแล้วไง  เชี่ยมาก  อย่าบอกนะว่ามัน…เชี่ยยย!!    พอมันยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นมาทำให้เห็นตัวอักษรที่มันเขียน มันเขียน  น หนูเหมือนกันกับผมเลย

“น กับ น  คืออะไรวะ”  ไอ้พีทถามต่อ

“ก็ย่อมาจากไนท์ไง ชื่อกูเอง”  ไอ้ไนท์ตอบ

“แล้วของมึงละไอ้นนท์ ย่อมาจากชื่อมึงเหมือนกันเปล่า”  

“เออ…”  ผมพยักหน้าตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ มองดูสายตาพวกมันทุกตัว พร้อมใจกันหัวเราะคิกคักเลยนะมึง ทำไมล่ะ กูเขียนชื่อตัวเองมันผิดตรงไหน  สาบานดิว่าตอนอนุบาลพวกมึงไม่เคยทำ

“น.น.  รองเท้าคู่กันซะด้วย คล้ายๆพวกเสื้อคู่รักอะไรแบบนี้ปะ  นนท์ ไนท์ แค่ชื่อแม่งก็เข้ากันแล้ววะ”

“คู่รักหน้ามึงดิไอ้พีท  กูก็เขียนของกูอยู่แล้ว คู่เก่ากูก็เขียนมึงไม่เห็นไง”

“ไม่คู่ก็ไม่คู่ดิ ทำไมต้องโกรธด้วยวะ  โกรธมากไปไม่ดีนะครับคุณ น.น.”

“ถ้ามึงไม่เลิกล้อกู  กูต่อยปากมึงแน่”

“โหดจังวะ  กูล้อที่ไหน น.น. ก็ชื่อมึงอะ น หนูสองตัว กูล้อที่ไหน” 

“ไอ้เชี่ยพีท”   อมพระประธานมาพูดกูก็ไม่เชื่อ  หน้ามึงกวนตีนกูซะขนาดนั้น ก่อนจะออกตัวไล่เตะก้นไอ้พีทผมเหลือบตามองไปยังไอ้ไนท์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นมันยืนยิ้มอยู่ผมก็ส่งสายตาแรงให้มันไปทีนึง  ไอ้ฉิบหาย  กูว่ากูลิมิเต็ดแล้วนะที่ชอบเขียนชื่อตัวเองกับสิ่งของเนี่ย  ไอ้เชี่ยนี่เสือกมาทำตามอีก  โดนล้อยันลูกบวชแน่ไอ้นนท์คราวนี้ 



“หมอนนท์”  

“…”

“โกรธผมอีกแล้วเหรอ”

“กูจะไปโกรธมึงเรื่องอะไร” 

“ไม่รู้สิ  ก็เห็นทำหน้าบึ้งอีกแล้ว  ทำไมชอบทำหน้าดุตลอด”

“หน้ากูก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว มึงจะมาวิ่งตามกูทำไม ไปวิ่งตามลูกบอลโน้น”

“นมช็อคโกแลตเมื่อเช้าได้กินหรือเปล่า”

“กู…”    จะบอกมันว่ากินไปหมดแล้วดีเปล่าวะ  “กูไม่ได้แดก  ให้หมาที่คณะแดกไปแล้ว”

มันยิ้มกริ่มรู้ทัน

“ยิ้มเหี้ยไร”

“ไม่เป็นไร  เอาไว้เดี๋ยวเอาไปให้อีก”

“เอามาทำห่าไร ไม่ต้องมาแล้ว”    ผมรีบออกแรงวิ่งให้เร็วขึ้นเพื่อจะได้พ้นจากไอ้คนกวนตีนที่วิ่งจามผมอยู่ตอนนี้

“ถ้าไม่อยากให้เอาไปให้ก็หายโกรธผมก่อน”

“กูบอกแล้วไงว่าไม่ได้โกรธ”      ยิ่งวิ่งเร็วขึ้น มันก็ออกแรงวิ่งตามมา ตอนนี้ลูกบอลมาอยู่ที่ปลายเท้ามันแล้ว  มันไปเอามาตอนไหนวะ

“ไม่เชื่อหรอกว่าหายโกรธ  เมื่อกี้ยังทำหน้าบึ้งใส่ผมอยู่เลย  ถ้าหายโกรธแล้วจริงๆเย็นนี้พาไปเลี้ยงไอ้ติมด้วย” 

ผมหันควับไปมองอย่างไม่เชื่อหู  มึงของ่ายๆแบบนี้เลยเหรอวะ  ไม่มีทาง กูไม่มีทางพามึงไปอีกแล้ว  หนก่อนกูยังรู้สึกแปลกๆที่ปากอยู่เลย ถ้าไปอีกทีมีหวังกูได้มึงเป็นเมียแน่ 

“ทำไมกูต้องเลี้ยงมึงด้วย เงินมีก็ซื้อแดกเอง”

“ถ้างั้น…ถ้าผมยิงลูกนี้เข้า  หมอนนท์ต้องหายโกรธแล้วก็เลี้ยงไอติมผมด้วย” 

ผมมองมันด้วยสายตาท้าทาย แม้จะไม่ได้พูดอะไรออกไปแต่มันก็คงรับรู้ว่าผมกำลังคิดว่ายังไงมันก็ยิ่งไม่เข้า  ก็พวกไอ้พีทเล่นยืนอยู่หน้าประตูไม่รู้กี่ตัว  ถ้ายิ่งเข้ามันก็เป็นญาติกับอุลตร้าแมนแล้ว

แต่ว่า…เชี่ย!      มันยิ่งเข้า…!!!




_____________________________________________________

ว่าจะไม่มาเที่ยงคืนแล้วนะ แต่มันก็มาจนได้ จริงๆคิดว่าเราอินดี้หรือเปล่า พอนึกดูดีๆ อ้าว! ไม่ใช่ เราขี้เกียจ อ้าก! ลงดึกๆต้องขออภัย ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาอ่านก็ได้เนอะ  ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

0 ความคิดเห็น