(ตีพิมพ์กับ สนพ.บ้านวายบุ๊ค) Hate or Love : เกลียดให้ตาย...สุดท้ายก็รัก [Yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,394 Views

  • 20 Comments

  • 328 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    213

    Overall
    5,394

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 : อย่าใจอ่อนกับนมช็อคโกแลต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 525
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    28 มี.ค. 61

บทที่ 3

อย่าใจอ่อนกับนมช็อคโกแลต


มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่หัวใจอ่อนไหวง่ายที่สุด  ทั้งกับคนที่เราชอบและคนที่เราเกลียด หรือแม้แต่กับนมช็อคโกแลตแค่ขวดเดียว

 

พาร์ทของนนท์ 

หลายวันต่อมานับจากวันที่ผม เอ่อจูบ กับไอ้ไนท์วิศวะปากหมาไปวันนั้น  เหมือนมีเวทมนตร์หรืออะไรบางอย่างมารบกวนจิตใจของผม  เพราะไม่ว่าผมจะทำอะไรก็เห็นแต่หน้ามันลอยมาอยู่ตลอดเวลา ผมพยายามไม่ปล่อยตัวเองให้ว่าง ทำอะไรทุกอย่างที่จะเบี่ยงเบนความคิดไม่ให้นึกถึงหน้ามัน  ทั้งการอยู่ติวหนังสือกับเพื่อนตอนเย็น  ไม่ไปเตะบอลตอนเย็นมาหลายวัน  แต่ดูเหมือนสิ่งเหล่านี้มันก็ช่วยผมได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น  สุดท้ายแล้วยังไงผมก็กลับมาคิดถึงหน้ามันอยู่ดีเพียงแต่ผมไม่รู้ว่าที่ผมคิดถึงมัน เป็นเพราะเกลียดขี้หน้ามันหรือความรู้สึกอะไรกันแน่

 

วันนี้เป็นเช้าวันเสาร์ที่ผมและเพื่อนๆมาเป็นอาสาสมัครที่สวนสัตว์จังหวัดลพบุรี ถึงผมจะออกอาการเซงๆที่ต้องสูญเสียวันหยุดที่ผมคิดว่ามีค่าที่สุดไปหนึ่งวัน แต่อย่างน้อยการมาที่นี่ก็อาจจะทำให้ผมมีอะไรทำและเลิกฟุ้งซ่านถึงไอ้คนที่มาฝากรอยจูบไว้ที่ปากผมไปได้ อย่างน้อยๆแค่ชั่วขณะหนึ่งก็ยังดี

ไอ้นนท์ มึงเป็นอะไรกูเห็นมึงชอบเหม่อลอยแล้วจับปากตัวเองมาหลายหนแล้ว  ไอ้ลีโอหันมาถาม ขณะที่ผมกำลังยื่นเหม่ออยู่กลางวงสนทนาของเพื่อนๆในกลุ่มที่กำลังคุยเรื่องของไอ้หมอกกับไอ้คนที่ชื่อตะวันฉายอะไรนั้น  เรื่องของไอ้หมอกเป็นเรื่องฮิตติดกระแสของกลุ่มพวกผมช่วงเวลานี้ทำให้ทุกคนหันไปสนใจแต่ไอ้หมอกกันหมด  มีแต่ไอ้ลีโอคนเดียวนี่แหละมัวแต่มาเผือกเรื่องของผมอยู่ได้

อะไร  กูเหม่อเหรอ  ผมตอบเลิกลั่ก พยายามปฏิเสธอย่างแนบเนียน  

แต่ผมเห็นนนท์เหม่อจริงๆนะครับ   มงคลเพื่อนอีกคนหนึ่งพูดเสริม   เฮ้ย! ความเผือกไม่ควรเกิดขึ้นกับมึงนะมงคล คนที่ถือศีลเยอะพอๆกับพระแบบมึงไม่ควรทำตัวแบบนี้

นั้นไงเห็นไหมละ  มงคลยังเห็นเลย มึงเหม่อจริงๆ  เหม่อลอยจับปากตัวเองแบบนี้ หรือว่ามึงไปแอบจูบกับใครมาหรือเปล่า

จะจูบเชี่ยไรของมึง กูเปล่าสักหน่อย

เหรอ  ทำไมต้องพูดติดอ่างด้วยละ ไม่เอาน่า บอกเพื่อมาเถอะเรื่องแค่นี้เอง ว่าแต่คนที่มึงจูบด้วยสาวคณะไหนวะ สวยเปล่า?”  

ก็บอกว่าไม่ได้จูบไง  ผมปฏิเสธหน้าตายอีกครั้ง  ดีนะที่ผมแค่ถือศีลหนึ่งข้อเลยโกหกได้ ถ้าถือศีลห้านี่แย่เลย ยิ่งศีลเป็นร้อยแบบมงคลนี่อย่าได้หวัง

จริงเหรอออ เพื่อนนท์ไม่ได้จูบกับใครมาจริงๆเหรอ   ไอ้ลีโอลากเสียงกวนตีน

เออออ  ผมลากเสียงกวนมันกลับบ้าง

เลิกเถียงกันได้แล้วทั้งสองคน ไปเร็วพี่ต้นน้ำนัดไปเจอกันที่ศูนย์อาหาร   วิหันมาบอกทำให้สงครามลากเสียงกวนตีนของผมกับไอ้ลีโอสิ้นสุดลง

จูบกับสาวมาก็ไม่เล่าให้เพื่อนฟังบ้างเลยนะมึง  

เสือก ผมกระทุ้งแขนไล่หันมันเดินนำหน้าไปก่อน จะได้เลิกถามสักที 

 ระหว่างเดินตามกลุ่มเพื่อนไปผมเผลอยกมือขึ้นกรีดนิ้วที่ปากอย่างไม่รู้ตัว  อาการที่ผมมักจะเป็นเองโดยไม่รู้ตัว  นับตั้งแต่จูบกับไอ้ไนท์วันนั้น  ถ้าไอ้ลีโอรู้ว่าคนที่ผมจูบด้วยไม่ใช่สาวสวยที่ไหน แต่เป็นไอ้ไนท์  เป็นผู้ชายด้วยกัน มันคงล้อผมยันลูกบวชแน่ๆ

 

ระยะทางจากลานจอดรถด้านหน้าสวนสัตว์มาถึงศูนย์อาหารของที่นี่ไม่ใช่ระยะทางที่ไกลอะไรมากมาย  แต่แสงแดดที่ร้อนประดุจเดินอยู่บนผิวดวงอาทิตย์ของเมืองไทยก็ทำให้ทุกย่างก้าวของผมเหนื่อยและร้อนเหมือนเดินมาแล้วสักร้อยกิโล  แต่ในที่สุดผมของแบกร่างกายอันมีค่าของเดือนสัตวแพทย์อย่างผมมาถึงศูนย์อาหารจนได้

ทุกคนทางนี้   เสียงของผู้ชายตัวบางกำลังโบกมือร้องทักพวกเราที่กำลังเดินไปใกล้  ผมจำได้ในทันทีว่าเขาคือพี่ต้นน้ำลูกพี่ลูกน้องของไอ้หมอกเขา แล้วยังเป็นรุ่นพี่ร่วมคณะของพวกผมอีก  พี่แกเป็นสัตวแพทย์ประจำอยู่ที่สวนสัตว์ลพบุรีแห่งนี้ และเป็นคนที่จะมาดูแลพวกผมสำหรับงานอาสาในวันนี้ด้วย

สาวๆพวกนี้ดูตื่นเต้นดีเนอะ พอได้เจอพี่ต้นน้ำเนี่ย  ลีโอถามขณะที่พวกผมกำลังกอดอกยื่นดูวิกับปริมที่มีอาการดี๊ด๊าอย่างออกหน้าออกตาเมื่อเจอหน้าพี่ต้นน้ำ  อาการของทั้งสองคนดูเหมือนจะละลายไปซะให้ได้

ก็พี่แกเล่นหล่อซะขนาดนั้น  แถมยังเป็นสัตวแพทย์ที่นี่อีก  ใครๆก็รู้ว่างานหนักแถมเงินน้อย พี่แกเล่นเป็นคนดีขนาดนั้น เป็นใครก็กรี๊ดว่ะ พวกเราก็แห้วแดกไปดิ   ผมตอบอย่างเห็นด้วย

แต่มึงคงไม่แห้วหรอกมั้งไอ้นนท์  ยังไปจูบปากกับสาวมาอยู่เลยไม่ใช่ไง  ไอ้เวรลีโอ  วกเข้ามาเรื่องนี้อีกแล้วไอ้ห่า  ผมส่ายหน้ามองค้อนให้มันเบาๆก่อนจะเดินตามกลุ่มเพื่อนเข้ามาในศูนย์อาหาร

 

เห็นหมอกบอกว่าจะมีเพื่อนมาด้วยอีกคนนึงไม่ใช่เหรอ  อยู่ไหนล่ะ   พี่ต้นน้ำถามขึ้นขณะที่ทุกคนกำลังกินข้าว

คำถามของพี่ต้นน้ำไม่ได้สร้างความแปลกใจให้พวกผมมากนัก  เพราะไอ้หมอกมันบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าไอ้คนที่ชื่อตะวันฉายอะไรนั้นจะมาด้วย พวกผมยังแซวมันอยู่เลยว่ามันสองคนเป็นแฟนกันหรือเปล่า เพราะรู้จักกันไม่นานก็สนิทสนมกัน จนบางทีมันคุยกันเยอะกว่าผมที่เป็นเพื่อนสนิทมันตั้งแต่ม.ต้นอีกมั้ง

กำลังเดินทางมาครับ  คงใกล้ถึงแล้ว  ไอ้หมอกตอบสีหน้าแหยๆ  ดูก็รู้ว่ามันพูดไปอย่างงั้น บางทีมันอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไอ้ตะวันฉายอะไรนั้นจะมาหรือเปล่า

เฮ้ย!”  

เสียงไอ้หมอกร้องตะโกนขึ้น  ไอ้ห่าหมอกอยู่ดีๆก็แหกปากร้องคนตกใจหมด  คนกำลังนั่งเล่นมือถือเพลินๆ อยู่ดีๆมาแหกปากร้องแบบนั้น ขนาดผมเป็นผู้ชายอกสามศอกยังเกือบร้องออกมาเหมือนกัน

เหม่ออะไรอยู่  คิดถึงกูอยู่เหรอ  เสียงของชายผู้มาใหม่พูดขึ้น  ผมมองไปตามต้นเสียง เจ้าของเสียงเป็นผู้ชายอายุน่าจะเท่ากับผม  หน้าตาก็งั้นๆ ไม่ได้หล่ออะไรมาก  ตัวสูงเท่าๆกับผม  ดูจากสายตาที่ไอ้หมอกมองกลับมันไป  คนนี้น่ะเหรอที่ชื่อตะวันฉายอะไรนั้น 

เป็นธรรมดาของวิกับปริม พอไอ้ตะวันโผล่หัวมาทั้งสองคนก็หันไปสนใจเหยื่อรายใหม่ของพวกเธอแทน ยิ่งได้กินน้ำที่มันซื้อมาฝากด้วยแล้ว พวกเธอถึงกับทิ้งให้พี่ต้นน้ำเป็นหมา เอ่อหมอหัวเน่าอยู่อย่างนั้น

อะแฮ่ม   ลืมผมไปหรือเปล่าครับเพื่อนตะวัน  

ผมสะดุ้งเฮือก เบิกตากว้างขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงของใครอีกคนหนึ่งดังขึ้น  เสียงที่คุ้นเคย  พระเจ้าเมตตาผมด้วยเถอะ  อย่าให้เป็นอย่างที่ผมคิดไว้เลย

ลืมบอกไป วันนี้ชวนเพื่อนมาได้คนเดียวคือไอ้ไนท์นี่แหละ คนอื่นไม่ว่างหมดเลย  ผมค่อยๆหันไปตามที่ไอ้ตะวันมันพูด  ทั้งชื่อที่ไอ้ตะวันมันพึ่งเรียก  และภาพที่ผมเห็นตรงหน้ายืนยันชัดเจนว่าเป็นมัน!

ไอ้ไนท์  ไอ้วิศวะปากหมา  คนที่ผมพยายามหลบหน้ามันมาตลอดหลายวัน  เชื่อแล้วว่าโลกเรานี่แม่งกลมมากจริงๆ

หลังจากนั้นไอ้หมอกก็แนะนำเพื่อนของมันให้พวกผมรู้จัก ตอนไอ้ตะวันแนะนำตัวผมไม่ได้รู้สึกอะไร ก็เหมือนเพื่อนใหม่แนะนำตัวกันทั่วไป  แต่พอมาถึงตอนไอ้ไนท์แนะนำตัว  ทำไมพอผมเห็นรอยยิ้มของมันถึงหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก  ทั้งๆที่มันพึ่งก่อเรื่องไว้แท้ๆ ทั้งมาจูบปากผม ทั้งทำให้ผมโดนดาวบอกเลิก ยังจะมีหน้ามายิ้มให้ผมอีก

“อ้าว!  คุณหมอหมามาด้วยเหรอครับ  ดีจังไม่ได้เจอหน้าตั้งนานนะครับ”  ไอ้ไนท์แกล้งทำเป็นทักผม น้ำเสียงราวกับว่าพึ่งเจอกับผมครั้งแรก  ทั้งๆที่มันเห็นผมตั้งแต่มันเดินเข้ามาแล้วมั้ง  กวนประสาทชะมัด

ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแต่ทำเป็นหูทวนลมฟังไม่ได้ยินกลับไปแทน  

เฮ้ย!  มึงมึงมานั่งตรงนี้ทำไม   ผมถามน้ำเสียงตกใจเล็กน้อยที่ไอ้ไนท์มันมานั่งลงตรงเก้าอี้ข้างๆผม

ก็ตรงนี้มันว่างนี่ครับ หรือว่ามีคนนั่งแล้ว

ไม่มีแต่กูไม่ให้นั่ง  ผมตอบเสียงแข็ง

มึงจะหวงที่นั่งทำไมวะไอ้นนท์ ก็ให้เขานั่งไปดิ  ไอ้ลีโอที่นั่งอยู่ข้างๆหันมาบอก

ก็…”

ก็อะไรล่ะ พูดดิ ปากเป็นอะไรอยู่ดีๆก็ปากแข็งไม่ยอมพูดซะงั้น    ไอ้ห่าลีโอ  ก็คนมันคิดเหตุผลไม่ทันไง มึงเข้าใจเพื่อนหน่อยสิวะ 

คุณหมอหมาปากไม่แข็งหรอกครับ  นุ่มซะด้วยซ้ำ 

ผมเบิกตากว้างเป็นครั้งที่สองหลังจากได้ยินไอ้วิศวะปากหมาพูดแบบนั้น ไอ้ไนท์  มึง!  มันพูดด้วยสายตาที่มองริมฝีปากผมแบบนั้นได้ยังไง ทั้งๆที่วันนั้นมันทำท่าเหมือนรู้สึกผิดแล้วแท้ๆ  แต่ทำไมถึงมาทำหน้ากวนประสาทแบบเดิมอีกแล้ว 

ผมกำหมัดแน่นอย่างคนทำตัวไม่ถูก  ความรู้สึกโกรธเกิดขึ้นพร้อมๆกับความรู้สึกอายเพราะไอ้ลีโอหันมามองหน้าผมอย่างเอาคำตอบ แต่สิ่งหนึ่งที่แปลกไปคือถึงแม้ผมจะกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค่ไหน ผมกลับไม่ได้รู้สึกอยากจะต่อยหน้ามันเลย   หรือผมจะเป็นบ้าไปแล้ว 

 

พอคนมาครบทุกคนแล้ว พี่ต้นน้ำพาเรามาที่อาคารสำนักงานของสวนสัตว์เพื่อมอบหมายให้เราอยู่ในความดูแลของพี่ๆคีพเปอร์ หรือเจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ของที่นี่  สำหรับงานที่เราได้รับมอบหมายแบ่งออกเป็นสามงานคือ งานทำความสะอาดกรงสัตว์   งานเตรียมอาหารสำหรับสัตว์ และงานทาสีกรงสัตว์  พี่ๆคีพเปอร์มีกันสองคน  พี่ต้นน้ำแนะนำให้เรารู้จักเรียบร้อยแล้ว  คือพี่ฟาร์มและพี่เก๋ ซึ่งดูท่าแล้วทั้งสองคนก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะดุร้ายเหมือนสัตว์ที่พี่เขาดูแลเลย  ถ้าผมแอบอู้งานสักหน่อยก็คงจะไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง

 “สำหรับงานที่เราจะช่วยกันทำวันนี้ พี่แบ่งออกเป็นสามทีมตามงานแล้วกันนะ  กลุ่มแรกกลุ่มทำความสะอาดกลุ่มนี้พี่ขอแรงหมอกหน่อยได้ไหม”    พี่ต้นน้ำบอกไอ้หมอก

“ได้ครับพี่ต้นน้ำ”   ไอ้หมอกขานรับ

“สำหรับ…   ว่าไงครับน้องตะวัน”    การแบ่งกลุ่มของพี่ต้นน้ำต้องหยุดชะงักลง เพราะอยู่ๆไอ้ตะวันมันก็ยกมือขึ้นมา

“ผมขออยู่กลุ่มเดียวกับหมอกได้ไหมครับ”

“เอ่อ…ก็ได้ครับ  งั้นให้น้องนนท์กับน้องไนท์ไปด้วยแล้วกันนะ”   อ้าว! ไอ้พี่ต้นน้ำครับ  ทีแรกผมก็ชมพี่ไปเยอะนะครับ  แต่พี่ทำแบบนี้ผมไม่โอเคเลย  ขอคำชมผมคืนทันไหมเนี่ย  คนมีตั้งเยอะแยะทำไมต้องให้ผมคู่กับมันด้วย  ส่งผมไปคู่กับเสือในกรงยังดีซะกว่า

“แต่พี่ต้นน้ำ  คือ…”  ผมพยายามจะปฏิเสธ

“ทำไมละคุณหมอหมา  ไม่อยากอยู่กลุ่มเดียวกันเหรอ  หรือว่ากลัวอะไรหรือเปล่าครับ”  ไอ้ไนท์หันมาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ  แต่ผมเห็นชัดๆว่ามันยกยิ้มมุมปากให้ผม  มันกำลังท้าทายผมอยู่

ท้าทายกูเหรอ ได้!  คนอย่างนนทการไม่กลัวอยู่แล้วเว้ย

“ไม่มีอะไรครับ ผมอยู่กลุ่มนี้”   ผมตอบพี่ต้นน้ำเสียงเข้ม  แต่เป็นการตอบที่ผมไม่ได้มองหน้าอีกฝ่ายเลย  สายตาผมตอนนี้คงมองอะไรไม่ได้นอกจากหน้าไอ้วิศวะปากหมาที่ยิ้มกวนๆให้ผมอยู่ตอนนี้

“โอเค งั้นพี่แบ่งกลุ่มต่อนะ  เอาเป็นว่า หมอก  ตะวัน  นนท์  ไนท์  จะรับหน้าที่ทำความสะอาดกรงสัตว์  ส่วนปริม กับวิ ผู้หญิงสองคนพี่อยากให้ไปช่วยงานเตรียมอาหารสัตว์นะ  สุดท้ายงานทาสีกรงสัตว์ จะมีอาสาอีกกลุ่มหนึ่งช่วยทำอยู่แล้ว  งั้นพี่ขอแรงน้องลีโอกับน้องมงคลไปช่วยพี่ๆเขาหน่อยนะ   ยังไงพี่จะให้พี่ๆคีพเปอร์ช่วยแนะนำเรื่องงานให้พวกเราอีกทีนะครับ   ยังไงก็สู้ๆนะครับ”

“ครับผม”

“สู้ค่ะ”

ทุกคนตอบรับด้วยเสียงดังฟังชัดในแบบฉบับของคนที่กินข้าวมาเต็มอิ่มแล้ว และมีความพร้อมมากสำหรับงานอาสาในครั้งนี้

 

“อันนี้เป็นอุปกรณ์ที่น้องๆต้องใช้นะครับ”   พี่ฟาร์ม  พี่คีพเปอร์ชี้ให้พวกเราดูอุปกรณ์ทำความสะอาดที่จะต้องใช้ มีทั้งไม้กวาดทางมะพร้าว  น้ำยาสำหรับขัดพื้น  แปรงขัดพื้น และถังน้ำ  สำหรับจุดรับผิดชอบของพวกผมในวันนี้คือกรงม้าแคระ  รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั้น  ว่าที่สัตวแพทย์ที่หล่อที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างผมต้องมาขัดกรงมาแคระ แถมยังต้องมาขัดกับไอ้เชี่ยไนท์อีกต่างหาก  เซงเป็ดชะมัด!

“ถ้ามีปัญหาอะไรก็เรียกพี่ได้นะครับ  พี่อยู่กรงถัดไปนี้เอง  ยังไงก็ขอให้สนุกกับงานนะครับ”    พูดจบพี่ฟาร์มก็แยกตัวออกไป ตอนนี้ในกรงมีแค่พวกผมสี่คนเท่านั้น

กรงม้าแคระมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่คนสี่คนจะมาทำงานรวมกันในจุดเดียวกันได้ พวกผมเลยตกลงกันว่าจะแยกกันไปทำความสะอาดคนละจุด

ไม้กวาดมีสองอันเองว่ะมึง  งั้นมึงไปกวาดพื้นกับหมอกแล้วกันนะ  เดี๋ยวพวกกูจะขัดพื้นกับผนังกรงเอง   ไอ้ไนท์จัดการแบ่งหน้าที่กับไอ้ตะวันเพื่อนของมัน และแน่นอนครับผมก็ต้องคู่มันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน  ผมไม่มีอะไรต้องกลัวอยู่แล้ว  มันต่างหากที่จะต้องกลัวผม

“คุณหมอหมาเอานี่!”    ไอ้ไนท์โยนแปรงขัดพื้นให้ผมหนึ่งอัน   ผมรับมาโดยไม่ได้พูดอะไร

“งั้นเราไปขัดผนังกันก่อนแล้วค่อยขัดพื้นนะคุณหมอหมา”  

ผมไม่ตอบ แต่หยิบแปรงขัดพื้นพร้อมกับถังน้ำเดินแยกออกไปขัดกำแพงอีกด้านโดยมีไอ้ไนท์เดินตามมาติดๆ  กูอุตส่าห์ทำตัวออกห่างจากมึงตั้งหลายวันเพื่อไม่ให้คิดถึงหน้ามึง แต่แม่งก็ยังจะโคจรมาวนเวียนในชีวิตกูอีก  กูไม่ยอมให้มึงเข้ามาอยู่ในสายตากูมากไปกว่านี้หรอกไอ้ไนท์

 

เราลงมือขัดกำแพงกันก่อนแล้วกันนะครับ

“…”

ไม่ตอบ  คุณหมอหมายังโกรธผมอยู่เหรอ  ที่ผม…”   เสียงไอ้ไนท์ขาดตอนไปเพราะผมหันกลับไปมองค้อนใส่มันอย่างรู้ทันว่ามันจะพูดอะไรออกมา

อะๆ ไม่พูดแล้วก็ได้  แต่คุณหมอหมายังไม่หายโกรธผมอีกเหรอครับ  เรื่องวันนั้นมันเป็นอุบัติเหตุจริงนะ ผมไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย

ผมไม่ได้พูดอะไรตอบ  ยังคงทำตามอุดมการณ์เดิม คือจะไม่พูด ไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรอีกแล้ว  มันอันตรายเกินไปแล้วสำหรับการที่คนอย่างมันเข้ามาวนเวียนอยู่ในความคิดของผมช่วงหลายๆวันที่ผ่านมา  ผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นมากกว่านั้น  ไม่สิ!  ต้องไม่ให้มันเกิดขึ้นเลยมากกว่า   ไอ้ไนท์เองก็คงจะรู้ตัวว่าผมไม่อยากคุยกับมัน  มันถึงได้หยุดถามไปสักทีแต่ผมก็ยังแอบเห็นด้วยหางตาว่ามันยิ้มให้ผมอยู่  มันคงกำลังคิดหาวิธีกวนประสาทผมอยู่ละสิ

 

คุณหมอหมาขอแปรงหน่อยครับ

“…”

คุณหมอหมาขอสายยางหน่อยครับ

“…”

คุณหมอหมาขอน้ำยาทำความสะอาดหน่อย 

กูหมดความอดทนแล้วนะโว้ย!

มึงเอาไปเลยไป  ผมยื่นขวดน้ำยาทำความสะอาดให้มันอย่างหัวเสีย  เป็นครั้งแรกที่ผมคุยกับมัน  ดูก็รู้ว่ามันจงใจกวนประสาทผมชัดๆ  ขวดน้ำยาตั้งอยู่ห่างจากมันไม่ถึงสามก้าว ถึงผมจะอยู่ใกล้กว่ามันก็เถอะแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรที่มันจะเดินมาหยิบเอง

ขอบคุณนะครับคุณหมอหมา   มันยิ้มตอบผมอย่างผู้ชนะที่ผมหมดความอดทนและยอมคุยกับมันจนได้

“โอ้โห!  คุณหมอหมาขัดกำแพงเก่งจังเลย  ขัดซะสะอาดเชียว”  มันเปลี่ยนเรื่องชวนผมคุยต่อ

เลิกเรียกกูแบบนั้นได้ปะ?” 

งั้นคุณหมอหมาจะให้ผมเรียกว่ายังไงล่ะ

กูชื่อนนท์ จะเรียกก็เรียกชื่อ แล้วก็ไม่ใช่นนทบุรีแบบมึงเคยเรียกด้วย 

งั้นผมเรียก หมอนนท์ แล้วกันนะครับ  สั้นกว่าเดิมจำง่ายด้วย

“…”     ถึงมันจะไม่ได้ต่างจากคำว่าหมอหมามาก  แต่ทำไมพอมันเรียกผมแบบนั้นแล้วถึงได้ รู้สึกดี

“ว่าไงอ่ะ ขอเรียกแบบนี้ได้ไหม”  มันถามย้ำอีกครั้งพอเห็นว่าผมนิ่งเงียบไป

เออ!  จะเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะ

ครับ คุณหมอนนท์” 

เลิกยิ้มแบบนั้นแล้วก็ทำงานได้แล้ว   ผมบอกมันอย่างรำคาญ   ยิ้มอยู่ได้  แค่กูให้เรียกว่าหมอนนท์มันมีอะไรน่ายิ้มตรงไหน

 

“หมอนนท์ ตรงนี้ทำไมมันขัดไม่ออกสักที”     ไอ้ไนท์พยายามจะขัดคราบสกปรกที่ติดบนผนังของกรงอก  ผมเห็นไอ้ไนท์พยายามขัดคราบตรงนั้นมาสักพักแล้ว แต่ว่าขัดยังไงก็ขัดไม่ออก

“ไหน? ออกแรงแค่นี้มันจะออกได้ยังไง  มึงเรียนวิศวะจริงหรือเปล่าวะ มานี่เดี๋ยวกูทำเอง”     ผมดันตัวไอ้ไนท์ให้หลบออกไปเพื่อที่ผมจะได้ขัดคราบสกปรกตรงนั้นเอง  เรียนวิศวะแท้ๆทำไมแรงมันน้อยจังวะ

ไม่ต้องเดี๋ยวทำเอง   ไอ้ไนท์ทำท่าจะไม่ยอม

กูเห็นมึงขัดตั้งนานแล้วยังไม่ออกเลย เดี๋ยวกูขัดเอง

ก็บอกว่าไม่ต้องไง” 

ไอ้นี่มันดื้อเงียบแฮะ  ก็เห็นอยู่ว่ามันออกแรงขัดตั้งนานคราบยังไม่ออกเลย  นี่มันขัดหรือสะกิดกันแน่   ผมออกแรงดันตัวมันให้หลบออกไปแต่มันก็ยังดื้อออกแรงดันตัวเองกลับมาจนได้  ยื้อแย่งออกแรงผลักกันอยู่สักพักจนผมรำคาญปล่อยมันให้มันออกแรงดันตัวผมฝ่ายเดียว  ดื้อฉิบหายจะทำไรก็ทำไปเลย

โอ้ย!”

ทันทีที่ผมไม่ออกแรงดันตัวมันแล้วเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มันแทรกตัวเข้ามาพอดีทำให้ผมที่ผ่อนแรงลงไปแล้วล้มลงกระแทกพื้นตามแรงดันของอีกฝ่าย  รู้สึกเจ็บชาที่ข้อมือข้างซ้ายที่กระแทกพื้นเข้าอย่างจัง

เกิดอะไรขึ้น  เสียงเรียกของไอ้หมอกกับไอ้ตะวันทำให้สติผมกลับมา  รู้ตัวอีกทีตอนนี้ผมลงมานอนกองกับพื้นโดนมีไอ้ไนท์ตัวต้นเหตุนอนทับตัวผมอีกที

แปลกที่แม้ผมจะโกรธที่มันเล่นไม่รู้เรื่อง  แต่ในใจกลับรู้สึกโล่งใจที่เห็นมันปลอดภัย

“เป็นไงบ้าง  เรา…ขอโทษ”   ไอ้ไนท์รีบพยุงตัวลุกขึ้น

เป็นไงละมึง  เล่นไม่รู้เรื่องดีนัก”  ผมบ่นทันทีหลังจากที่ไอ้ไนท์ลุกขึ้นแล้ว  คราวนี้ไอ้ไนท์ไม่เถียงหรือกวนประสาทกลับอย่างเคย มันคงรู้ตัวว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด ผิดที่มันมาล้มทับตัวผมแบบนี้ถึงสองครั้งแล้ว  ดีที่ครั้งนี้ไม่ได้จูบปกกับมันอีก

เราขอโทษ  นายเป็นอะไรมากไหม ไปหาหมอก่อนไหม”

จะไปหาหมอที่ไหนล่ะ ที่นี่สวนสัตว์มีแต่สัตวแพทย์เท่านั้นแหละ

“…”    มันหน้าเสีย  ไม่ใช่วิสัยคนกวนตีนแบบมันเลย

กูไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่ล้มกระแทกเท่านั้นแหละ แขนไม่ได้หักซะหน่อย นี่ไงๆ”   ผมยกแขนข้างที่เจ็บขึ้นให้มันดูว่าผมไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ เพราะรำคาญที่มีคนมายืนทำหน้ารู้สึกผิดอยู่ตรงนี้

โอ้ย!  

เสียงร้องถูกเปล่งออกมาอย่างไม่ตั้งใจนัก ใครจะไปคิดว่ามันจะเจ็บขึ้นมาเล่า ไอ้ตัวต้นเหตุพอเห็นว่าผมร้องเจ็บทั้งๆที่พึ่งจะยกแขนโชว์มันไป มันก็ฉีกยิ้มเบาๆออกมา

 

พอแขนผมใช้งานไม่ได้ไปข้างหนึ่งแบบนั้นผมก็ไม่สามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติ หน้าที่ทั้งหมดเลยกลายเป็นของไอ้สามตัวที่เหลือ  ผมบอกพวกมันแล้วนะว่าผมยังไหว แต่มันก็ยืนกรานให้ผมมานั่งพัก  ถ้าอย่างนั้นก็ได้ เรื่องแบบนี้คนอย่างนนทการณ์ไม่ขัดใจเพื่อนอยู่แล้ว

 

น้ำครับคุณหมอหมา  

ขวดน้ำหนึ่งขวดถูกยื่นมาตรงหน้า  เมื่อมองดีๆถึงรู้ว่าเป็นนมช็อคโกแลตที่ผมชอบนี่น่า  แต่คนยื่นให้คือไอ้ไนท์  ไม่ได้! อดทนไว้ไอ้นนท์ อยากกินแค่ไหนก็ต้องอดทนไว้

อะไรของมึง  วางยากูเปล่าเนี่ย

 วางยาที่ไหนละ  รู้ว่าชอบช็อคโกแลต ก็เลยซื้อมาฝากแล้วก็จะมาขอโทษด้วย

หึ!  มึงจะขอโทษกูด้วยนมช็อคโกแลตนี่นะ

อืม ทำไมละครับ ผมรู้ว่าคุณหมอนนท์ชอบ

ใครบอกมึงกูไม่ได้ชอบสักหน่อย   มันรู้ได้ไงวะ  หรือผมจะแสดงออกมากไปตอนไปกินไอติมกับมัน มันถึงได้มองผมด้วยสายตารู้ทันแบบนั้น

ไม่ชอบก็ไม่ชอบครับ  เอาเป็นว่าผมขอโทษแล้วกันที่ไปล้มทับตัวหมอนนท์แบบนั้น แต่คราวนี้ถ้าคุณหมอนนท์จะจูบปากผมกลับก็ได้นะผมยอมเลย  ว่าจบมันก็ก้มหน้าลงมาใกล้ ยื่นปากเข้ามาทำท่าจะให้ผมจูบปากมันจริงๆ

เฮ้ย!  มึงจะทำอะไร กูกูต่อยมึงจริงๆนะ   

โอ้ย!

ผมกำหมัดทำท่าจะต่อยมันจริงๆ  ถึงแม้มันจะไม่ได้มีท่าทางจะกลัวผมเลยก็ตามเถอะ แต่ดันมากำหมัดแขนข้างที่เจ็บซะนี่ไอ้นนท์  ร้องเจ็บเสียงหลงเลย เสียฟอร์มชะมัด

เอาไว้ให้หมอนนท์หายดีก่อนแล้วกัน  จะต่อยหรือจูบปากผมกลับผมก็ยอมทั้งนั้น  มันยิ้มเยาะ

“…”    ใครบอกจะจูบปากมึงวะ

ผมล้อเล่น ไม่ต้องทำหน้ากลัวผมขนาดนั้นก็ได้

กูไม่ได้กลัว

ไม่กลัวก็ไม่กลัว  นมช็อคโกแลตนี่ผมวางไว้ตรงนี้นะครับ ถือว่าแทนคำขอโทษของผมนะ   ผมเบี่ยงหน้าไปทางอื่น ไม่มองที่ขวดนมช็อคโกแลตเลยสักนิดเดียว  ใครอยากจะกินกันเล่า  แถมยังเป็นของที่มันให้อีก ผมยิ่งไม่กินใหญ่เลย

แต่จะว่าไปตอนนี้มันก็เดินหายกลับไปทำความสะอาดกรงต่อแล้ว  ตอนนี้มีแต่ผมคนเดียว  นมช็อคโกแลตที่วางล่อสายตาผมอยู่ตรงนี้มันก็น่ากินเหมือนกันแฮะ

แต่มันบอกว่า แทนคำขอโทษของมัน

ไม่ได้!  นนทการณ์ มึงจะใจอ่อนกับนมช็อคโกแลตขวดเดียวไม่ได้นะ มึงไม่ชอบขี้หน้ามัน  มึงต้องไม่คุยไม่สนใจมัน

แต่มันก็น่ากินจริงๆนะ  กินแล้วหลอกมันว่าเอาทิ้งไปแล้ว  คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง ไหนๆมันก็ตั้งใจเอามาให้แล้วนี่







_______________________________________________________________

แอบมาลงนิยายตอนเที่ยงคืนอีกแล้ว  โปรดเห็นใจไรท์เตอร์จอมขี้เกียจด้วยน้า!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

0 ความคิดเห็น