ตอนที่ 3 : บทที่ 2 : เกลียดยังไงก็ควรจะเกลียดอย่างนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 607
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    22 มี.ค. 61


บทที่ 2

เกลียดยังไงก็ควรจะเกลียดอย่างนั้น

 

กับคนที่เราไม่ชอบหน้า คนที่เราไม่อยากสนใจอะไรในตัวเขาเลย วันหนึ่งเราอาจจะตั้งคำถามกลับตัวเองว่าทำไมเขากลับกลายเป็นคนที่น่าสนใจที่สุด...ในสายตาเราไปได้

 

พาร์ทของนนท์

เฮีย!”

ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก!

เฮีย!”

เออ รู้แล้วๆ  เคาะอะไรนักหนาวะ

ก็เรียกแล้วเฮียไม่เปิดประตูสักที นึกว่าเป็นอะไรไปแล้วซะอีก  

มาเคาะประตูมีอะไร 

เห็นป๊าบอกเฮียจะออกไปข้างนอกเหรอ

อืม จะไปห้างใกล้ๆมหาลัย ทำไม 

ก็ไม่ทำไม ก็แค่จะขอออกไปข้างนอกด้วยได้ไหม นัดเพื่อนไว้  

เออๆ  มึงนี่นะ รอกูอาบน้ำแต่งตัวก่อนแล้วกัน 

เช้าวันใหม่อันแสนสุขของนนทการณ์ถูกทำลายลงด้วยเสียงเรียกหนวกหูของไอ้นัทน้องชายตัวแสบที่อายุห่างกันหนึ่งปีของผม  คนกำลังจะนอนเพลินๆ กะว่าจะตื่นสายสักหน่อยดันมาแหกปากเรียกอยู่ได้ นัดสาวไว้ตอนบ่ายนี่พึ่งจะสิบโมงเช้า ถ้าต้องไปส่งไอ้นัทด้วยแบบนี้ก็คงต้องออกจากบ้านก่อนเวลา จะปฏิเสธมันก็ไม่ได้ ไม่งั้นป๊าด่าหูชาอีก

โอ้ยย! รู้งี้ไม่กลับมานอนบ้านก็ดี  เอาเช้าวันเสาร์ของนนทการณ์คืนมานะเว้ย!

 

ขอบใจมากนะเฮีย  ส่งแค่นี้ก็พอ  ไอ้นัทหันมาบอกผมหลังจากเรามาถึงห้างสรรพสินค้าแล้ว

ไม่ต้องขอบใจหรอก ถ้าไม่เห็นแก่ป๊ากูไม่พามึงมาด้วยหรอก   ป๊านะป๊าไม่น่าไปบอกไอ้นัทมันเลย เห็นไหมเลยต้องพามันมาด้วยเลยเนี่ย

ไหนๆเฮียก็จะมาที่ห้างนี่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ให้น้องให้นุ่งติดรถมาด้วยจะเป็นอะไรไป หรือว่าเฮียนัดสาวที่ไหนไว้หรือเปล่า   ไอ้นัทหรี่ตาถามอย่างรู้ทัน

ไม่มีสาวที่ไหนทั้งนั้นโว้ย กูมาซื้อของ  ผมปฏิเสธ   เรื่องที่นัดดาว นักศึกษาแพทย์คนสวยไว้ จะให้มันรู้ไม่ได้ นัทรู้โลกรู้ มีหวังทั้งป๊าทั้งมันล้อผมตายแน่

ไม่มีก็ไม่มี แต่ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วยล่ะเฮีย  ผมเกือบจะเชื่อแล้วนะเนี่ย  แต่ถ้าเฮียมีอะไรดีๆให้ ผมก็อาจจะเชื่อก็ได้นะ    

เอานี่ไป แล้วเงียบปากซะ  ผมควักแบงค์พันสองใบยื่นให้มันอย่างเซงๆ  ก็มันเล่นยื่นมือมาซะขนาดนั้น  ถึงมันจะไม่พูดว่าต้องการอะไรผมก็พอจะดูออก

ว่าแต่มึงเถอะไอ้นัท  ไหนบอกนัดเพื่อนไว้ไง กูไม่เห็นจะมีใครสักคน  ผมถามพลางหันมองไปรอบๆ  เพื่อนไอ้นัทผมก็รู้จักหลายคน แต่มองไปมองมากี่ทีก็ไม่เจอคนที่คุ้นหน้าเลยสักคน

หรือว่ามึงไม่ได้นัดเจอเพื่อน  บอกเฮียมาซะดีๆ มึงนัดใครไว้ไอ้นัท   ถึงคราวผมหรี่ตาถามบ้าง  เผลอๆถ้ารุกมันหนักๆหน่อยอาจจะได้เงินสองพันคืนด้วยซ้ำ

เฮ้ย!  นัดเพื่อนมาจริงๆเฮีย  ผมน่ะ รักไม่ยุ่งมุ่งแต่เรียน นัดเจอพวกมันก็จะไปสมัครเรียนพิเศษนี่แหละ  นั้นไง มาโน้นแล้วคนหนึ่ง   

          ผมหันมองตามทางที่ไอ้นัทมองไป เห็นร่างของเด็กหนุ่มอายุ 18ปี รุ่นเดียวกับไอ้นัทน้องผมกำลังเดินมา พอเด็กนั้นเห็นไอ้นัทก็โบกไม้โบกมือทักทาย เช่นเดียวกับไอ้นัทที่กำลังโบกมือทักทายกลับตามประสาเพื่อนสนิทกัน  ส่วนผมที่ถึงแม้จะรู้จักแต่ก็ไม่ได้สนิทสนมมากนักก็ได้แต่ยืนมอง

          หวัดดีครับพี่นนท์   เด็กนั้นยกมือไหว้ผมเมื่อเดินเข้ามาใกล้

          อืม เป็นไงบ้างนอร์ท  ผมยิ้มทักทายตอบ

          ไอ้นอร์ทมันก็เหมือนเดิมนั้นแหละเฮีย หน้าตาดี  สูง เรียนเก่ง สาวกรี๊ดเหมือนเดิม  ไอ้นัทพูดแทรกพลางกอดคอเพื่อนมันอย่างสนิทสนม

ผิดกับแกละสิท่า  ผมยิ้มเยาะน้องชาย

ผมก็หน้าตาดีนะเฮีย  แต่สู้ไอ้นอร์ทมันไม่ได้หรอก  ยอมให้เขาหน่อยคนนึง     

แล้วคนอื่นๆไปไหนหมดวะ  นอร์ทหันไปถามไอ้นัทน้องชายตัวแสบของผม

ไม่รู้เหมือนกันว่ะ  กูมาถึงก็ยังไม่เห็นใครสักคน  งั้นเราไปหาที่นั่งรอพวกมันกันก่อนเถอะ อย่างไงวันนี้พวกเราก็สบายตัวแล้ว  ใครมาคนสุดท้ายก็ให้มันเลี้ยงข้าว  ไอ้นัทว่า

เออ เอางั้นก็ได้ จะได้เลือกด้วยว่าจะกินร้านไหน  เอาแพงๆให้ล่มจมกันไปข้างเลย

เออได้ๆ   

แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน  รอยยิ้ม เสียงหัวเราะของเด็กม.ปลาย ทำให้ผมที่ยืนดูอยู่ข้างๆอดที่จะอมยิ้มและนึกย้อนไปถึงวันวานตอนที่ยังอายุเท่าพวกมันไม่ได้  เอาจริงๆ ชีวิต ม.ปลายนี่น่าจะมีความสุขสุดๆแล้วมั้ง  ขนาดต้องตื่นไปเรียนตั้งแต่เช้ายันเย็น มีเข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์แข่งกับเณรวัดข้างๆ กล่าวคำปฏิญาณเด็กดีที่เอาจริงๆผมเองก็ทำไม่ได้สักข้อ  แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นมันก็เป็นช่วงเวลาที่น่านึกถึงอยู่ดี

งั้นพวกผมไปแล้วนะเฮีย  ตอนเย็นเฮียจะให้ผมกลับด้วยเหรอ  ประโยคสุดท้ายไอ้นัทตัวแสบมันถามลองใจ ผมรู้ว่ามันจะหลอกให้ผมมารับมันกลับบ้านด้วย

ไม่ต้องเลยมึง  กลับเองกูมีธรุระ

ธุระจริงอ่ะ  ไอ้นัทลากเสียงกวนประสาท

ถ้าไม่รีบไปกูจะเตะมึง 

ไปแล้วๆ  ไอ้นัทรีบวิ่งหนีพอผมทำท่าจะวิ่งไล่เตะมันจริงๆ

ฮ่าๆ  งั้นผมไปแล้วนะครับ  หวัดดีครับพี่นนท์    นอร์ทกล่าวลาพร้อมกึ่งวิ่งกึ่งหัวเราะตามไอ้นัทไป

เอ๊ะ!  คุ้นๆแฮะ    ผมเคยเห็นหน้าเพื่อนของไอ้นัทคนนี้มาหลายครั้งแล้วเพราะเรียนโรงเรียนเดียวกัน  ไอ้นัทเคยพามาบ้านด้วยซ้ำ แต่วันนี้พอเห็นหน้ามันตอนยิ้ม ตอนหัวเราะ ตอนทำหน้ากวนแล้วมันรู้สึกคุ้นตาแปลกๆ

คุ้นๆ  แค่คุ้นเท่านั้น แต่จำไม่ได้ว่าหน้าเหมือนใคร

 

ผมสะบัดหัวทิ้งความสงสัยไว้ตรงนั้นเพราะไม่ว่าจะคิดยังไงก็คิดไม่ออกสักทีว่ามันหน้าเหมือนใครที่ผมรู้จัก  พอทั้งสองคนวิ่งห่างออกไปจนสุดสายตาผมก็ก้าวเท้าเดินต่อไปทำธุระของตัวเองบ้าง  ที่จริงผมไม่ใช่แค่นัดดาวมาเจอกันที่ห้างนี้อย่างเดียว การนัดเจอดาวเป็นแค่เหตุผลรองที่มาเสริมสร้างความสุขและความกระชุ่มกระชวยให้หัวใจเท่านั้น  ส่วนเหตุผลหลักก็คือผมต้องการมาเลือกซื้อรองเท้ากีฬาใหม่รวมไปถึงกางเกงยีนส์ตัวใหม่ด้วย หลังจากที่ตัวเดิมโดนไอ้หมอกพรากชีวิตไปแล้ว

มีอะไรให้ดิฉันช่วยไหมคะ  เสียงพี่พนักงานคนสวยร้องทักเมื่อผมเดินเข้ามาในร้าน

ผมจะมาดูรองเท้าคู่ใหม่ไว้เตะบอลครับ

งั้นเชิญด้านนี้เลยคะ มีรุ่นใหม่เข้ามาเยอะเลย

ผมเดินตามเธอไปอย่างว่าง่าย  รองเท้ากีฬาที่วางโชว์อยู่ช่างยั่วยวนให้กระเป๋าเงินของผมฉีกซะเหลือเกิน

 เงินเราอย่างพึ่งแตะ เงินป๊าใช้ให้เกลี้ยง  นี่คือคติประจำใจของนนทการณ์ แต่เอาจริงๆ เงินทุกบาทในกระเป๋าผมก็เงินป๊าทั้งนั้นแหละ เพราะฉะนั้นต้องใช้ให้แหลกเลย

คุณลูกค้าเชิญเลือกตามสบายเลยนะคะ  ยังไงสามารถเรียกดิฉันได้ตลอดเวลา 

ครับ  ผมก้มหัวยิ้มรับเบาๆให้กับความนอบน้อมของอีกฝ่าย บางทีคนไม่ค่อยมีมารยาทสักเท่าไหร่แบบผมพอมาเจอคนที่มีมารยาทดีเกินไปมันก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันแฮะ 

ผมเดินเลือกรองเท้ากีฬาอย่างสบายอารมณ์  เวลาคนเราได้มาอยู่ท่ามกลางของที่เราชอบนี่มันช่างมีความสุขจริงๆ  คู่นั้นก็สวย  คู่นี้ก็เท่ห์ แต่เงินจะพอซื้อหรือเปล่าอันนั้นก็อีกเรื่อง ขอแค่ได้มาเดินดูก็มีความสุขแล้ว  

ความสุขของผมยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆจนกระทั้งรู้สึกว่ามีอะไร หรือใครบางคนมาสะกิดหลัง

ใครวะ…?  

ผมหันกลับไปมองอย่างหัวเสียว่าใครมาแกล้ง กำหมัดแน่นเตรียมซัดมันแล้ว แต่...  ด้านหลังผมไม่มีใครเลย

 ผีหลอกหรือเปล่าวะไอ้นนท์  ไม่หรอกมั้งกลางห้างแบบนี้ผียังจะมาหรอกอีกเหรอวะ

ผมทำเป็นไม่สนใจแล้วหันกลับมาตั้งหน้าตั้งตาเลือกรองเท้าต่อ แต่ความรู้สึกหวั่นๆก็กลับมาอีกเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนหัวเราะคิดคัก รู้สึกเสียวสันหลังวูบเหมือนมีใครมาอยู่ข้างหลังอีกแล้ว  

เอาแล้วไงไอ้นนท์  โดนเล่นแน่เลยมึง  เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน  ผมกำหมัดแน่นรวบรวมความกล้า  ผีก็ผี วันนี้ไอ้นนท์จะต่อยผีให้ดู

โว้วๆ! ใจเย็นครับคุณหมอหมา ผมไนท์เองครับ    

ร่างสูงที่เกือบจะเท่าผมยืนทำหน้าตกใจอยู่ด้านหลัง  พอเห็นว่าผมหันหลังควับกำหมัดแน่นในท่าพร้อมต่อยเต็มที่  ก็คนคิดว่าผีมาแกล้งนี่หว่า  แต่จริงๆถ้ารู้ว่าเป็นมันแต่แรกไม่ชะงักมือก็ดี  แกล้งต่อยหน้าสักหมัดหนึ่งจะเป็นไง เกลียดเวลามันทำหน้ากวนประสาทนัก

ไอ้วิศวะปากหมา     

อย่าทำหน้าโมโหสิครับคุณหมอหมา  ผมแกล้งเล่นนิดเดียวเอง  มันตอบด้วยใบหน้ากวนๆแบบเดิม

มึงมาทำไม เอ่อกูหมายถึงมึงมาทำอะไรที่นี่   ผมถามกระชากเสียง

จริงอยู่ว่าที่นี่เป็นห้างสรรพสินค้าและใครจะเข้ามาที่นี่ก็ได้อยู่แล้ว  แต่ว่าโลกมันจะกลมไปหน่อยไหม ทำไมผมต้องเจอมันอยู่เรื่อย  ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงหงุดหงิดมากถ้าเจอหน้ามัน แต่หลังจากได้เตะบอลทีมเดียวกับมันมาสองสามวัน ความรู้สึกของผมที่มีต้องมันก็เหมือนจะดีขึ้นมาบ้าง

ไม่ถึงกลับชอบ...แต่ก็ไม่ได้เกลียดแบบเก่าแล้ว  ไม่ได้อยากเข้าไปต่อยหน้ามันเหมือนเดิม แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่จะมายิ้มทักทายกันอะไรแบบนั้น  อันนั้นก็สนิทเกินไป แต่อย่างไงมันก็ไม่ควรจะมาเจอกันบ่อยแบบนี้ไหม ไปที่ไหนมันก็ตามมากวนประสาทผมอยู่ได้

แหม แกล้งเล่นนิดเดียวเอง ไม่ต้องทำหน้าโกรธผมขนาดนั้นก็ได้ 

ไม่ได้โกรธ  กูรำคาญ    ผมบอกอย่างหัวเสียก่อนจะหันหลังกลับมาเลือกรองเท้าตามเดิม

รำคาญแต่ไม่ได้ไล่ แสดงว่าผมอยู่ต่อได้สินะ

ไล่แล้วมึงจะไปไหมละ  

เชี่ย!  ผมร้องอุทานออกมาเสียงดังพร้อมๆกับร่างกายที่สะดุ้งโหยงเซถอยหลังอย่างตั้งตัวไม่ทัน  ก็ไอ้ไนท์ตัวดีมันเล่นยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมตอนไหนไม่รู้  ใกล้จนจะเอาคางมาวางเกยบ่าผมได้อยู่แล้ว

มึงจะทำอะไร   ผมถามตะกุกตะกัก เพราะยังใจเต้นแรงไม่หายที่หันหน้ากลับมาแล้วเกือบจะชนเข้ากับปากของมัน

คุณหมอหมานี่ก็ตลกดีนะครับ ผมก็แค่ยืนดูคุณหมอหมาเลือกรองเท้า ทำไมต้องตกใจอะไรขนาดนั้น

ถามมาได้ ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น  ก็มึงเล่นเข้ามาใกล้ซะขนาดนั้น จะไม่ตกใจได้ยังไงวะ

ว่าแต่ทำไมหัวใจของผมจะต้องเต้นแรงขนาดนี้     หรือว่าจะเป็นเพราะความรู้สึกนั้น  ความรู้สึกที่ว่าผมไม่ได้เกลียดขี้หน้ามันมากเท่าก่อนหน้านี้  ผมอาจจะเผลอตัวทำอะไรบางอย่างที่ทำให้มันถือโอกาสมาทำตัวสนิทสนมกับผม

ไม่ได้แล้วไอ้นนท์  มึงต้องแสดงออกให้มากกว่านี้  มึงเกลียดขี้หน้ามัน  มึงไม่ถูกชะตากับมัน  ท่องไว้ไอ้นนท์ ท่องไว้

 

คุณหมอหมาว่าคู่นี้ดีไหมครับ

คู่นั้นไม่ได้ มันใช่รองเท้าเตะบอลที่ไหน

แล้วคู่นี้ละครับ

ยี่ห้อนี้ไม่ดี 

ช่วงเวลาในร้านรองเท้าหลังจากที่ผมเจอมัน คนที่ผมไม่อยากเจอมากที่สุดกลายเป็นช่วงเวลาแห่งความปวดหัวของนนทการณ์  ก็ไอ้วิศวะปากหมาตัวดี มันเอาแต่ถามผมไม่เลิกว่ารองเท้าคู่ไหนดี คู่ไหนไม่ดี บางทีผมก็อยากจะแกล้งๆบอกมั่วให้มันรู้แล้วรู้รอดไป  แต่คิดดูดีๆก็สงสาร ราคารองเท้าแต่ละคู่ก็ไม่ใช่เล่นๆถึงท่าทางมันก็น่าจะมีฐานะพอตัวก็เถอะ  แต่การที่ผมไม่ชอบขี้หน้ามัน ก็ไม่ได้หมายความว่าผมต้องทำเรื่องไม่ดีหรือแกล้งมันนี่น่า

ยี่ห้อนั้นดีเหรอ   คนถามชะโงกหน้าเข้ามาถาม พอเห็นว่าผมตัดสินใจเลือกรองเท้าได้แล้ว

อืม   ผมตอบสั้นๆอย่างไว้เชิง

โห เท่ห์ระเบิดเลย  คุณหมอหมานี่ตาถึงจริงๆ  คนพูดทำตาลุกวาว จนผมอดยิ้มกับคำชมนั้นไม่ได้

งั้นผมเอารุ่นนี้ด้วยดีกว่า

เรื่องอะไรละ  มึงเลือกคู่อื่นไปเลยไม่ต้องมาซื้อซ้ำกับกู

ก็ผมอยากได้รุ่นนี้บ้างนี่ครับ  เราอยู่ทีมเดียวกันนะ คุณหมอหมาไม่อยากให้ผมมีรองเท้าดีๆใส่บ้างหรือไง

รองเท้าดีๆคู่อื่นมีตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องมาใส่เหมือนกันกับกู  

ทำไมอ่ะ หรือคุณหมอหมากลัวว่าผมจะเล่นเก่งกว่างั้นเหรอ    มันทำหน้ากวนๆให้

หึ!  ตบปากตัวเองตามอายุแล้วพูดใหม่ดีกว่าไหมไอ้น้อง คนอย่างนนทการณ์นี่นะจะมากลัวไอ้วิศวะปากหมาอย่างมึง

ว่าไง คุณหมอหมากลัวผมเหรอ  มันยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆทำสีหน้ากวนๆ

ไม่กลัวเว้ย    คนอย่างนนทการณ์จะให้ใครมาลูบคมไม่ได้ มันยื่นหน้ามาผมก็ยื่นหน้ากลับ  มันทำหน้ากวนผมก็ทำหน้ากวนกลับ 

กวนมากวนกลับไม่โกง!

เฮ้ย!   เสียงร้องเบาๆในหัวใจดังขึ้น  ผมเผลอตัวยื่นหน้าเข้ามาสบตากับมันใกล้ขนาดนี้ได้ยังไงกัน ไม่ใช่แบบนี้ดิไอ้นนท์ มึงต้องไม่ทำแบบนี้

อืมๆ   ผมแกล้งกระแอมในคอเบาๆพร้อมเบี่ยงหน้าหนี  หางตายังเห็นไอ้วิศวะปากหมาแอบยิ้มมาทางผมอยู่

ยิ้มห่าไร  กูก็แค่ลืมตัว  ไม่ได้คิดจะญาติดีหรือสนิทสนมกับมึงสักหน่อย เห็นว่าต้องแตะบอลอยู่เทียวเดียวกันหรอก กูถึงยอมคุยดีๆด้วย

จะไปได้ยังละ  ผมพูดกึ่งตวาดเพื่อให้อีกคนเลิกยิ้มแล้วมองผมสักที

ไปไหนครับ

ไปจ่ายเงินไง  มึงจะเอาคู่นี้เหมือนกูไม่ใช่เหรอ

ตกลง คุณหมอหมายอมให้ผมซื้อคู่นี้แล้วเหรอ 

เออ  มึงจะซื้ออะไรก็เรื่องของมึง  กูจะไปห้ามได้ยังไง

แหม เห็นทำหน้านิ่งๆดุๆบ่อยๆ จริงๆคุณหมอหมาก็เป็นคนใจดีเหมือนกันนะเนี่ย   คนพูดไม่ได้พูดเปล่า ส่วนสูงที่สูงจนเกือบจะใกล้เคียงกับผมทำให้มันเอื้อมมือมาวางพาดบ่าอีกข้างหนึ่งของผมได้  ตัวของมันแนบชิดตัวผมจากด้านหลังเหมือนโดนมันกอด   เจ้าตัวไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเลย  มันทำราวกลับว่าเป็นเรื่องธรรมดา ราวกับว่าผมกับมันสนิทสนมกันมานาน  ต่างจากผมตอนนี้ที่หัวใจเริ่มเต้นแรงแปลกๆอีกแล้ว

เยอะไปแล้วมึง   ผมแกะมือมันออกจากบ่า  ไป ไปจ่ายเงิน  พูดมากอยู่ได้

ครับผมมม!”

 

ที่ว่ากันว่าการอยู่กับคนบ้าอาจจะทำให้เราบ้าไปด้วยเห็นท่าจะจริง  วันนี้คนปากหมาที่ผมไม่ชอบขี้หน้าดูท่าจะเข้าขั้นคำว่าบ้ากว่าทุกครั้งที่เจอ  มันยิ้มและพูดหยอกล้อได้กับทุกคนที่มันเจอ ทั้งคนที่มาเลือกซื้อรองเท้าข้างๆหรือแม้แต่พนักงานที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน มันยิ้มและหัวเราะกับเขาไปได้ทุกคน ถ้ามันไม่รั่วก็บ้าแน่ๆ และผมเองก็คงติดอาการมาจากมันด้วย ถึงได้มองดูมันแล้วยิ้มแบบนี้

ยิ้มอะไรครับคุณหมอหมา    เสียงเรียกของมันทำให้สติผมกลับคืนมา

อะไร กูไม่ได้ยิ้ม  ผมรีบปฏิเสธ  มึงซื้อเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นก็กลับบ้านไปได้แล้ว

โหย อะไรอ่ะ ผมอุตส่าห์ขอส่วนลดให้ พอซื้อเสร็จก็มาไล่กันซะงั้น  

ใครสั่งใครสอนมันมึงทำหน้างอแงแบบนั้นวะไอ้ไนท์กูถามจริง

กูมีนัดต่อ  มึงอย่ามาทำตัวงอแง มึงไม่กลับก็เรื่องของมึง แต่กูจะไปแล้ว   ว่าจบผมรีบหันหลังเตรียมก้าวเท้าเดินแยกจากไอ้คนที่ทำหน้างอแงแบบกวนประสาท  ถึงมันจะไม่ได้ทำให้ผมโมโหหรือหงุดหงิดอย่างแต่ก่อนก็เถอะ แต่ว่าตอนนี้ใกล้จะถึงเวลานัดกับดาวแล้ว แยกกับมันไปตอนนี้เลยดีกว่า

เดี๋ยวๆ   มันวิ่งมาดักหน้าผมไว้

อะไรของมึงอีกล่ะ

เลี้ยงข้าวหน่อย  

หา?”  ผมถามอย่างไม่เชื่อหู  ก็พอจะรู้ว่าความกล้าแสดงออกของมันดูจะเยอะเกินไปเมื่อเทียบกับคนอื่น  แต่อยู่ดีๆมึงจะมาขอให้คนอื่นเลี้ยงข้าวดื้อๆแบบนี้เลยเหรอวะ

เลี้ยงข้าวหน่อย ผมหิวแล้ว

หิวก็เรื่องของมึงดิ  มึงก็ดูท่าทางไม่ได้ยากจนอะไรขนาดนั้นมั้ง รองเท้าคู่ตั้งหลายพันมึงยังซื้อได้   ใช่ รองเท้าตั้งหลายพันมันยังซื้อได้ นับประสาอะไรกับแค่กินข้าว หรือว่ามันแค่จะแกล้งกวนประสาทผมเล่นๆ

ตังน่ะก็มี แต่ผมอุตส่าห์ขอส่วนลดค่ารองเท้าได้ คุณหมอหมาจะไม่ตอบแทนผมบ้างเหรอครับ  

งั้นมึงเอาเงินนี่ไปเลย  ผมควักเงินยื่นให้มันไป  จะได้เลิกเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างสักที

เอาไป จะเอาไม่เอา   ไอ้ไนท์ไม่ยอมรับเงิน มันยังยืนกอดอกทำหน้างอนไม่เลิก  ทำไมมันดื้อจังวะ น่าจับเตะก้นสักป๊าบ

เออๆ กูยอมแล้ว เลิกทำหน้างอนกวนตีนแบบนั้นเหอะ มันไม่ได้น่ารักเลยกูบอกตรงๆ  ผมส่ายหน้าให้มันเบาๆ ทำไมนนทการณ์ต้องมายอมให้มันด้วยนะ

ไม่น่ารักจริงเหรอ   มะมันยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆอีกแล้ว 

มึงจะทำอะไรของมึง  แทนที่ระบบป้องกันตัวของผมจะทำงานด้วยการต่อยหน้ามันไปสักหมัด แต่ร่างกายผมกลับเอียงตัวหลับมันที่กำลังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆแทน  สายตากวนๆ ใบหน้าที่ยิ้มอย่างทะเล้นของมันทำให้ระบบป้องกันตัวเองของผมหยุดทำงาน

เห็นไหมละผมบอกแล้วว่าจริงๆ คุณหมอหมาเป็นคนน่ารัก ดูสิแกล้งเล่นนิดเดียวหน้าแดงเชียว   มันไม่พูดเปล่า มันยื่นมือมาบีบแก้มผมเล่นไปด้วย 

ชะช็อต     ร่างกายผมช็อตไปชั่วขณะทันทีที่มือของมันสัมผัสเข้ากับแก้มของผม  จริงอยู่ว่ามือมันไม่ได้นิ่มอะไรมากมายขนาดนั้น ก็เป็นมือที่ให้สัมผัสธรรมดาทั่วๆไป  แต่อีกหนึ่งใจหนึ่งของผมก็บอกว่ามันไม่ธรรมดา

แล้วคุณหมอหมาไปนัดใครไว้ที่ไหนครับ

ระร้านไอติม

เฮ้ยจริงดิ  งั้นเราไปกินไอติมกันดีกว่าไม่กินข้าวแล้ว

ก็ได้  เอ้ย! ไม่ได้ ไปไม่ได้   นัดดาวไว้ที่ร้านไอติมด้วย ถ้าหากดาวมาเจอมันเข้าแล้วมันไปกวนประสาทดาวขึ้นมาจะทำยังไง  ไหนจะอาการแปลกๆที่ผมเป็นเวลาอยู่กับมันอีก  ไม่ได้ ให้มันไปไม่ได้

ทำไมล่ะครับ คุณหมอหมาเคยสัญญาไว้แล้วนะว่าจะเลี้ยงไอติมผม มันขมวดคิ้วสงสัย

บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้ไง ไอ้เลี้ยงน่ะกูเลี้ยงแน่แต่ยังไม่ใช่วันนี้  ผมทำเสียงเข้มขึ้น หวังจะให้มันกลัวบ้าง

โอเคงั้นเราไปกันเลย   แต่ที่ไหนได้นอกจากมันจะไม่กลัวแล้ว มันยังนิ่งเฉยซะอีก  เฉยชนิดที่ว่าไม่สะทกสะท้านเลยก็ว่าได้   รู้ตัวอีกทีผมก็ถูกมันคว้าข้อมือพาวิ่งไปที่ร้านไอติมซะแล้ว

 

ไอติมถ้วยแล้วถ้วยเล่าถูกสั่งมาเพิ่มเรื่อยๆไม่หยุดตั้งแต่มันลากผมเข้ามาในร้านไอติม  ผมที่แม้แต่ถ้วยแรกยังกินไม่หมดได้แต่นั่งมองมันกินไอติมอย่างบ้าคลั่ง

มึงนี่ท่าจะชอบแดกไอติมเนอะ 

ผมทำตัวเหมือนชอบกินเหรอ   ยังจะมีหน้ามาถามอีก  อย่างมึงนี่ไม่น่าจะแค่ชอบธรรมดานะเรียกว่าใจรักเลยแหละ ขนาดตอนมันตอบผมมันยังไม่เงยหน้าขึ้นมาจากถ้วยไอติมเลย  นี่มันไล่สั่งทุกถ้วย ทุกรูปแบบ ทุกรสชาติจนจะหมดเมนูอยู่แล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะหยุดกิน  ผมยิ้มและส่ายหน้ามองมันเบาๆ ไม่คิดว่าคนที่ภายนอกก็ไม่ได้ดูอ่อนแออะไรแบบมันจะมาแพ้ต่อไอติมธรรมดาๆแบบนี้ได้  มันยังคงตั้งหน้าตั้งตากินต่อไป

ในขณะที่ผมกำลังเท้าคางยิ้มมองดูมันกินไอติมอยู่นั้น  คำถามหนึ่งคำถามก็ผุดขึ้นในหัว  คำถามที่ว่าทำไมกันนะทั้งๆที่ตอนแรกเคยคิดไว้ว่าไม่อยากเจอ ไม่อยากเห็นใบหน้านี้แล้วแท้ๆ  แต่ทำไมตอนนี้มันถึงเข้ามาอยู่ในสายตาผมได้

คุณหมอหมาไม่กินเหรอ  

กิน เดี๋ยวกูก็กิน  มึงไม่ต้องมามองเลย   ผมเอามือป้องถ้วยไอติมของผมไว้เพราะเห็นสายตาที่ไม่เป็นมิตรต่อถ้วยไอติมของผมถูกส่งมา

อยากลองกินรสช็อคโกแลตบ้าง   มันหมายถึงไอติมในถ้วยผม

มึงก็สั่งใหม่ดิ จะกินเท่าไหร่ก็สั่งไปเถอะ เดี๋ยวกูเลี้ยงเอง แล้วก็รีบๆแดกด้วยจะได้รีบไป   ผมกำชับเพราะใกล้จะถึงเวลานัดกับดาวแล้ว

อยากกินรสช็อคโกแลตบ้าง   อย่ามาทำหน้าเว้าวอน  บอกว่าไม่ได้ก็ไม่ได้ไง

มึงจะทำอะไร   ผมถามเพราะไอ้ไนท์มันลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมานั่งฝั่งเดียวกับผม

คุณหมอหมาไม่กิน งั้นผมขอกินแทนแล้วกัน   ว่าจบมันก็ยื่นช้อนที่เป็นอาวุธประจำกายเดียวที่มันพกมาด้วยจะมาตักไอติมจากถ้วยของผม

 ไม่ได้โว้ย  ใครบอกกูไม่แดก กูกำลังจะแดกนี่ไง ใครจะเหมือนมึงล่ะ แดกเร็วยังกับเททิ้ง 

ขอกินหน่อย

ไม่ได้โว้ย

สงครามย่อมๆเกิดขึ้นในร้านไอติม  ไม่รู้สายตากี่สายตามองมาทางพวกผมบ้าง ผมกับไอ้ไนท์สลับกันรุกรับแย่งไอติมกันอยู่สักพัก ไอ้ไนท์ก็ยื่นมือมาตักไอติมรสช็อคโกแลตของผมได้สำเร็จ  แต่ไม่มีทางซะหรอก! คนอย่างนนทการณ์จะปล่อยให้มันมาลูบคมไม่ได้

เอามานี่ 

ขอกินห่อย

ผมพยายามดึงมือของไอ้ไนท์ที่ถือช้อนไอ้ติมให้เคลื่อนเข้ามาใกล้ปากผมที่อ้ารอไว้อยู่แล้ว แต่พอใกล้จะมาถึงปากแล้วแท้ๆไอ้ไนท์ก็ดึงมือมันกลับไปจนได้ 

เชี่ย!

สงครามสงบลงพร้อมๆกับสัมผัสบางอย่างที่ปากของผม  รอยเลอะคราบไอติมที่หล่นลงมาโดนเสื้อเชิ้ตของผม รวมไปถึงสายตาที่จับจองมาที่พวกผมมากขึ้นไม่มีความหมายอะไรเลยเมื่อเทียบกับปากของไอ้ไนท์ที่จูบลงบนปากผมอยู่ตอนนี้

ชาชาไปทั้งตัว ถึงนี่จะไม่ไช่จูบแรกในชีวิตก็ตามเถอะ แต่มันก็เป็นครั้งแรกกับผู้ชายด้วยกัน  จูบที่เกิดขึ้นจากความบังเอิญ  เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ อุบัติเหตุหรืออะไรก็แล้วแต่  ทั้งผมและไอ้ไนท์เองก็ต่างคนต่างตกใจและทำตัวไม่ถูก ทั้งผมและมันก็เลยจูบแช่มันอย่างนั้น  สายตาผมมองไปไม่เป็นเป็นทิศทางเพราะไม่กล้าสบตาและไม่รู้จะทำยังไงต่อดี

นนท์   เสียงร้องของใครบางคนดังขึ้น  ดังพอที่จะทำให้สติของผมและไอ้ไนท์กลับมาได้

ดาว   ผมหันไปตามต้นเสียง เห็นดาวผู้หญิงที่ผมนัดเธอมาวันนี้กำลังยืนตกตะลึงมองมาทางพวกผมอยู่ 

นนท์ทำแบบนี้ได้ยังไง

มันไม่ใช่อย่างที่ดาวคิดนะ

ไม่ใช่ได้อย่างไง  หลักฐานมันก็เห็นอยู่คาตา  

เฮ้ย!  มึงลุกออกไปเลย   ผมออกแรงผลักหน้าอกของไอ้ไนท์ที่ทับอยู่บนตัวผมออก  

ขอโทษๆ    มันตอบเสียงแผ่วเบาอย่างทำตัวไม่ถูก    

เออ มึงควรทำตัวไม่ถูก  กล้าดีอย่างไงมาจูบปากพี่นนท์คนนี้ได้ 

ดาว  รอนนท์ด้วย  ผมไม่ได้สนใจอะไรไอ้ไนท์มากนัก เพราะปัญหาตรงหน้าหนักหนากว่านัก  นัดสาวมาเที่ยวแท้ๆ แต่ดันให้เขามาเห็นตอนจูบกับคนอื่นได้ แถมยังเป็นผู้ชายด้วยกันอีก  ถึงมันจะเป็นอุบัติเหตุก็เถอะ

เพียะ!

เสียงตบหน้าเต็มแรงที่ดาวมอบให้ผมแทนคำตอบหลังจากที่ผมวิ่งตามเธอมาจนทัน 

ดาว มันไม่ใช่อย่างที่ดาวคิดนะ ฟังนนท์อธิบายก่อน

นนท์ไม่ต้องพูดอะไรหรอก ดาวเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น

แต่…”

เราเลิกกันเถอะ    ไม่มีโอกาสที่ผมจะได้พูดอะไรต่อ  คำว่าเลิกกันเถอะที่ออกมาจากปากดาวมันให้ความรู้สึกเจ็บอย่างบอกไม่ถูก  ถึงเราจะยังไม่ได้คบกันเป็นแฟนจริงจังอะไรแบบนั้น แต่นี่มันเป็นครั้งแรกที่นนทการณ์โดนผู้หญิงบอกเลิกเลยนะเว้ย    แถมยังโดนบอกเลิกกลางห้างอีก   อายชะมัดเลยไอ้นนท์เอ้ย

เป็นไงละมึง   ผมหันกลับมาถามไอ้ไนท์ที่วิ่งตามผมออกมา 

ไอ้เวร! แค่เขาเห็นมึงจูบปากกูเขาก็โกรธพออยู่แล้ว  ยังวิ่งตามกูมาอีก จบเลยคราวนี้นนทการณ์คงขายไม่ออกไปอีกนาน 

ขอโทษ   มันพูดหน้าเสีย

ขอโทษแล้วช่วยอะไรได้ไหมละ  ผมเดินเข้าไปกระชากคอเสื้อไอ้ไนท์ กำหมัดข้างขวาชูขึ้นทำท่าจะต่อย เพราะความเว้าวอนกวนตีนของมันแท้ๆ เล่นไม่เข้าเรื่องจนทำให้เกิดเรื่องแบบนั้น

ทั้งๆที่คิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับมันคงจะดีขึ้นแล้วแท้ๆ  กลับมาเกิดเรื่องแบบนี้ซะได้  คนกวนตีนยังไงก็ยังกวนตีนอยู่วันยังค่ำ  กูกับมึงคงเข้ากันไม่ได้จริงๆว่ะไอ้ไนท์  เป็นเพื่อนกันมันคงยากไป ตอนนี้แค่คนรู้จักกันกูยังไม่รู้จะเป็นกับมึงได้หรือเปล่าเลย  

แดกเสร็จก็กลับบ้านไปซะ กูจะกลับแล้ว    สุดท้ายผมก็ต้องยอมแพ้ให้กับสายตาและสีหน้าสลดอย่างคนผิดของมัน  ถึงจะโกรธมันมากขนาดไหน แต่นนทการณ์ก็ไม่ใช่คนไม่มีเหตุผลขนาดนั้น ยังไงก็เข้าใจว่ามันเป็นอุบัติเหตุ  ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

แต่ว่าทำไมต้องใจสั่นด้วยนะ

ไม่ได้แล้วนะไอ้นนท์  มึงจะเป็นแบบนี้ไม่ได้  มึงต้องเกลียดมัน  มึงต้องไม่ชอบขี้หน้ามัน ท่องไว้ไอ้นนท์ ท่องไว้!





______________________________________________________

ไรท์ต้องขออภัยที่เงียบหายดั่งตายจากไปเลย  พอดีต้นฉบับเรื่องวิศวะตัวร้ายกับนายหมอหมาต้องแก้ไขนิดหน่อยเลยหายตัวไปแก้ไขทางนั้นมา ตอนนี้ก็เรียบร้อยไปแล้ว  ต่อไปเราก็จะกลับมาปั่นนนท์ไนท์กันต่อเนอะ  ไรท์ก็คงยังใช้สูตรเดิมคือไปเรื่อยๆ ไม่มีคอนเซ็ปตายตัว คิดอะไรออกก็เขียน  เขียนทีละเรื่องให้จบไปทีละเรื่อง ยังไงก็ไม่ทิ้งแน่นอน แต่อาจจะดองบ้าง เอิ้กๆ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

20 ความคิดเห็น