STRAY PIRATES #BangChanxMinho : Stray Kids

ตอนที่ 3 : Second Wave : THIEF (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    27 เม.ย. 62

S T R A Y P I R A T E S

Second Wave

THIEF

โจร

 


 

              //

ฝ่ามือของใครคนหนึ่งที่กำลังปิดปากเขานั้นกดแน่นจนเจ็บร้าวไปทั้งช่วงคางและกราม มือกร้านและแข็งราวกับเหล็กได้โอบครอบใบหน้าช่วงล่างของมินโฮได้หมดจด นอกจากนี้การพยายามสร้างแรงในทิศทางตรงข้ามกันนั้นจะสร้างความเจ็บปวดกว่าเดิม เพราะคนที่ถูกจับกำลังพยายามที่จะขัดขืนอย่างสุดความสามารถ

มินโฮผู้ดิ้นสุดแรงเกิดนั้นดิ้นจนไม่รับรู้ตัวว่าถูกลากพามาใต้ซากเรือที่มีเสากระโดงสองเสาหลักที่มีแค่ครึ่งลำโดยตั้งหันหัวเรือเข้าทางฝั่ง ติดอยู่กึ่งกลางของบานกระจกขนาดใหญ่ ทำให้เหมือนเรือลำนี้กำลังพุ่งทะลุกระจกเข้ามาภายในอาคาร

กระทั่งถูกดันไหล่จนหลังไปกระแรกกับกระจกที่กั้นระหว่างอากาศภายในฮอลล์และใต้ท้องทะเลภายนอกเท่านั้น มือข้างหนึ่งยังปิดปากและกดดันให้ชายหนุ่มมีหัวชิดแนบกำแพง ขณะที่อีกข้างรวบข้อมือทั้งสองข้างของมินโฮไว้ ทั้งสองหันหน้าเข้าหากัน

ดูจากรูปร่างที่ใหญ่โตกว่าพอสมควร รวมถึงความพละกำลังและสัมผัสที่ใช้กับเขาแล้ว มินโฮก็เดาได้ว่านักดำน้ำที่ตอนนี้ไม่มีหน้ากากดำน้ำและตีนกบแล้วเป็นชายวัยไม่เกินสามสิบแน่นอน แต่ทั้งตัวรวมถึงใบหน้าตั้งแต่สันจมูกลงมายังมีชุดดำน้ำปิดบังไว้อยู่ มินโฮจึงสามารถมองดวงตาของชายตรงหน้าได้อย่างชัดเจน ดวงตาเรียวเล็กสีดำสนิทกับคิ้วสีน้ำตาลที่มีรอยแหว่งบากช่วงกลางของคิ้วซ้ายและช่วงจมูกระหว่างตาที่โผล่ออกมาให้เห็นก็ทำให้เห็นว่าเขาเป็นคนจมูกโด่ง รวมถึงผิวที่ขาวจนซีด ซีดจนมินโฮสงสัยว่าคนที่อยู่กับทะเลจะสามารถขาวได้มากขนาดนี้ได้อย่างไร

“ต้องการอะไรจากฉัน”

เป็นโทนเสียงผู้ชายที่ไม่ต่ำและห้าวมากนักแต่มีความแหบที่ห่างเสียงขณะเดียวกันก็มีความนุ่มเนิบ

มินโฮที่ตอนนี้กำลังร้องไห้โฮออกมาด้วยปีติเมื่อเห็นว่านักดำน้ำไม่ใช่ชายผมน้ำเงิน น้ำตาที่เกิดจากความซาบซึ้งรื้นขึ้นตรงขอบตาและหยดแหมะลงบนมือของนักดำน้ำที่กดลงบนปากเขาด้วยน้ำหนักที่เบาลงก่อนจะปล่อยออกเมื่อเห็นอีกฝ่ายร้องไห้

ใจจริงมินโฮก็แอบคิดว่าจะหนีเสือปะจระเข้หรือไม่ แต่ด้วยสัญชาตญาณบางอย่างบอกให้เขาขอความช่วยเหลือจากชายคนนี้แม้ตอนนี้คนๆนั้นจะกำลังขมวดคิ้วและจ้องเขาด้วยดวงตาแข็งกร้าว

“ร้องไห้ทำไม”

เขาพูดเสียงแข็งขึ้นด้วยภาษาเกาหลีกลางที่มีการออกเสียงแบบแปร่งๆเล็กน้อย เหมือนคนที่ไปอยู่ต่างประเทศมานานทำให้มีการขยับริมฝีปากและลิ้นในการออกเสียงต่างจากคำเกาหลี แต่ก็น้อยมากๆจนแทบฟังออกแต่มินโฮเห็นแบบนี้ได้เพราะเขาเคยคุยหลายครั้งกับพี่ชายจองอูที่เรียนจบจากประเทศอังกฤษ

มินโฮยกชายแขนเสื้อสเว็ตเตอร์ที่ยาวเท่าปลายนิ้วกลางของตัวเองขึ้นเช็ดน้ำตาออกเร็วๆแล้วเงยหน้าขึ้นมองอีกคนด้วยรอยยิ้มกว้างเห็นฟันและมุมปากที่มีรอยพับขึ้น ดวงตาโตที่มีนัยน์ตากลมสีน้ำตาลสุกใสก็หยีลง

แต่ถึงมินโฮจะกำลังยิ้มจนตาหยี มันก็ยังโตกว่าดวงตาของชายนักดำน้ำอยู่มากทีเดียวแม้ว่าตอนนี้ชายคนนั้นจะกำลังถลึงตาใส่มินโฮอยู่ก็ตาม

“ดีใจไง ซึ้งด้วย” มินโฮเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สดใสกว่าเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนสิบเท่า

“ดีใจทำไม”

อีกคนขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม

“ก็...” มินโฮเม้มปากครุ่นคิด ตาแวววับที่เปี่ยมไปด้วยความดีใจเสมองไปทางประตูห้องที่เห็นอยู่ไกลๆแล้วทันใดแววตาสุกใสนั้นก็เปลี่ยนเป็นไหวระริกด้วยความหวาดกลัว “ก็ดีใจที่มีคนมาอยู่ในนี้เป็นเพื่อนไง” พูดด้วยเสียงสั่นๆแล้วกลับมามองชายตรงหน้า

“ทำไมต้องอยู่เป็นเพื่อน”

“ก็...จริงๆแล้วเราหมายถึงคุณมา...แบบ...เราบอกให้คุณมาช่วยแล้ว...คุณก็มาอ่ะ” ท้ายประโยคเสียงมินโฮค่อยๆเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน “คือ...แบบ...พูดแบบนี้มันจะเหมือนหลงตัวไง ท...ที่ว่าคุณเข้ามาเพราะเราเรียกอ่ะ เลยพูดว่ามาอยู่เป็นเพื่อน”

แล้วชายคนนั้นก็คลายคิ้วที่ขมวดออกก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นแทน

“ใช่ หลงตัวเอง ฉันไม่เข้ามาในนี้เพราะนายเรียก”

มินโฮเบิกตากว้าง ความอับอายทำให้ผิวหน้าแดงขึ้นมาทันที “อ...อ้าว”

“ฉันมีธุระที่นี่อยู่แล้ว”

“ธุระ...ในนี้อ่ะนะ” ชายหนุ่มที่กำลังหน้าแดงเพราะอายที่เข้าใจผิดเริ่มยื่นปากล่างออกมาและคิ้วก็ขมวดแทนชายอีกคนที่คิ้วคลายออกแล้ว

“ใช่”

“นึกว่ามาดำน้ำเล่น”

“เปล่า”

“ธุระอะไรอ่ะ ในนี้อ่ะนะ เป็นเจ้าหน้าที่เหรอ หรือมาทำอะไรทำไมต้องดำน้ำมา เข้าทางประตูปกติไม่ได้เหรอ” มินโฮรัวคำถามด้วยความสงสัย

ชายนักดำน้ำถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินไปที่แท่นโชว์สิ่งของหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วหยิบถุงใส่ของกันน้ำที่พับอยู่จากกระเป๋าใบเล็กที่ติดบนหลังที่ตอนนี้ไม่มีถังออกซิเจนอยู่แล้ว

จากนั้นเขาก็หยิบอุปกรณ์หนึ่งออกมาจากกระเป๋าที่มีลักษณะคล้ายกระเป๋าคีย์บอร์ด เป็นกระเป๋าสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มินโฮก็ไม่แน่ใจว่ามันวางอยู่ตรงนั้นตั้งแต่ตอนไหน อุปกรณ์นั้นเป็นชะแลงหรือเครื่องมือที่ทำจากเหล็ก ปลายด้านหนึ่งงอและแบน อีกด้านเป็นง่ามยาวสองขา รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆเช่น สว่าน เลื่อยไฟฟ้า

มินโฮเดินเข้าไปหลังชายคนนั้นด้วยความสงสัย “ทำ...ทำอะไรอ่ะ”

คนถูกถามแค่มองด้วยหางตาแล้วกลับไปมองข้าวของมากมายที่วางไว้ในตู้ มันเป็นอัญมณีสีสันสดใสรวมถึงทองแท่ง เหรียญ ทองคำรูปพรรณที่กองเป็นเนินอยู่บนโขดหินที่ถูกจำลองขึ้นมาเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการจัดแสดงให้สมจริงกับสถานที่ที่ของถูกพบ “ธุระที่ว่าไง”

คนถามอ้าปากขึ้นเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็หุบลงเมื่อเปลี่ยนใจ

“เอาอันไหนดี นายว่าอันไหนสวยที่สุด” ชายนักดำนั้นชี้นิ้วโป้งข้ามไหล่ตัวเองไปในตู้เมื่อหันมายืนกอดอกพิงกระจกตู้โชว์ ดวงตาเรียวเล็กสองข้างจ้องมองมาทางมินโฮที่ยืนนิ่งโดยที่ปากสองข้างเม้มเข้าหากันแน่น แววตาไม่มองตู้แต่จ้องชายตรงหน้าด้วยแววตาวูบไหว

“ว่าไง นายคิดว่าชิ้นไหนสวยที่สุด”

มินโฮที่นิ่งไปได้เอ่ยละล่ำละลักออกมาเหมือนสติเพิ่งลอยกลับเข้าหัว ใบหน้าที่เคยแดงเถือกตอนนี้กลับซีดจนเกือบขาว “พ...ไพลิน...ส...สี...น้ำเงิน”

เพราะคิดอะไรไม่ออก เขาจึงเอ่ยสิ่งที่ไม่คาดคิดออกมา

ใช่ ไม่คาดคิดเพราะไม่รู้จะตอบอะไรดี เหตุการณ์ที่เกิดในเวลาชั่วโมงก่อนก็ได้ลอยเข้าหัวมา และภาพเจ้าของผมสีน้ำเงินก็ไหลเข้าสู่ห้วงความคิดที่สับสนและตกใจอย่างกะทันหัน

คนถามถึงกับเลิกคิ้วขึ้นสูงจนหน้าผากย่นยับ “อะไรกัน ตอบได้ยังไง นายยังไม่ได้เดินมาดูใกล้ๆเลยนะ”

ใช่ มินโฮยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองเห็นรัตนชาติและสมบัติต่างๆในตู้นั้นได้ไม่หมดเนื่องจากชายตรงหน้ายืนบังส่วนหนึ่ง

“ค...คุณเป็น...ข...ขโมยเหรอ” เสียงแผ่วจางจากคนถาม เขาไม่กล้าสบตาคนที่ตัวเองกล่าวหาว่าเป็นขโมยจึงก้มลงมองพื้นด้วยดวงตาตกตะลึงเท่านั้น

มินโฮไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำสีหน้าอย่างไร จะโกรธแค่ไหน โกรธจนจะฆ่าเขาตายหรือเปล่า เห็นแค่เพียงเท่าเปล่าของชายตรงหน้าที่ขยับมายืนตัวการวางเท้าสองข้างลงน้ำหนักที่เท่ากันและเลิกพิงกระจกแล้ว

“ก็...ไม่เชิง”

เท้าคู่นั้นค่อยๆก้าวมาทางคนกล่าวหาช้าๆ

“จริงๆแล้วธุระหลักฉันคือ...” เสียงของชายคนนั้นฟังดูเยือกเย็นและนิ่งกว่าเดิม ขณะที่คนฟังก็ค่อยๆก้าวขาสั่นๆถอยหลังโดยจังหวะและข้างที่ก้าวเป็นไปตามการก้าวของผู้ที่กำลังก้าวมาหาเขา “มาเอาสมบัติส่วนตัวของฉันที่ถูกไอ้หน้าโง่กลุ่มหนึ่งยึดมาและนำมาโชว์ที่นี่ แต่ขโมยของอย่างที่นายว่าคือธุระรอง ...แค่ของแถม”

หลังของมินโฮชนเข้ากับแท่นวางของที่เป็นกราบเรือทำจากไม้ เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายตรงหน้าพร้อมชะแลงเหล็กในมือก้าวมายืนห่างจากมินโฮไปแค่สองช่วงแขน

นี่เขาหนีเสือปะจระเข้จริงๆเหรอ

“...”

ชายคนนั้นยังไม่หยุดก้าว เขาเดินเข้ามาจนชิดคนที่ตัวเล็กกว่า ลมหายใจร้อนๆรดลงบนปลายจมูกมินโฮ เขาเห็นมือที่ถือชะแลงค่อยๆยกขึ้นจึงหลับตาลงปี๋ลง ในใจเรียกร้องหาพระเจ้าหรือใครสักคนให้ช่วยเขาด้วย

“จะว่าไป...”

แต่เขาคาดผิด ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่เจ็บ สติไม่ดับ วิญญาณไม่ออกจากร่าง เขายังหายใจโดยที่อกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างแรงด้วยความหวาดกลัว มีเพียงสัมผัสเย็นๆจากโลหะแข็งๆที่แนบเข้าใต้กรามด้านหนึ่งแล้วดันขึ้นอย่างแรงให้มินโฮเงยหน้าขึ้น

สัมผัสที่เย็นจนขนลุก

“ลืมตา” เสียงนิ่งๆจากชายตรงหน้า ใกล้จนมินโฮเกร็งกว่าเดิม

มินโฮลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วและพบใบหน้าของนักดำน้ำที่ห่างจากใบหน้าของตนเพียงหนึ่งความยาวมือสั้นๆของตัวเอง ดวงตาเล็กๆนั่นกำลังจ้องเขม็งเข้ามาในนัยน์ตาของเขา

“จะว่าไป...ตานายก็เหมือนอัญมณีพวกนั้นนะ” มือสากๆอีกข้างยกขึ้นมาจับคางมินโฮที่กำลังกลั้นหายใจและเบิกตาโพล่งให้หันซ้ายทีขวาทีอย่างช้าๆและพินิจพิจารณา “สุกสกาว แวววาว ระยิบระยับ งดงามจริงๆ”

“...”

“ตอนนี้ฉันไม่อยากได้ของในตู้นั้นแล้วว่ะ”

พระเจ้าช่วย

“ฉันอยากได้ตานายมากกว่า”

ไอ้...ชิบ...หาย...

 

//

 

50% 

 

 

//

พระเจ้าๆๆๆๆๆๆ

มินโฮสวดมนตร์ในใจ

นิ้วมือที่กำลังจับคางเล็กเรียวของเจ้าของดวงตาแร่รัตนชาติค่อยๆเลื่อนขึ้นไปเบาๆ เบาจนเหมือนกับว่าผิวของนิ้วทั้งสามนิ้วนั้นสัมผัสบนยอดไรขนบนใบหน้าทำให้ผู้ถูกสัมผัสรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวนั้นได้จากการเอนไหวของขนอ่อนเหล่านั้นแทนที่จะเป็นสัมผัสโดยตรง และนั่นยิ่งทำให้มินโฮรู้สึกขนลุกมากกว่าเดิม

เมื่อมือนั้นเลื่อนมาถึงหางตาข้างซ้ายของมินโฮ แล้วเลื่อนผ่านแพขนตาของชายหนุ่มที่เบิกตาโพล่งจ้องมองผู้คุกคามตรงหน้าอย่างระทึกขวัญ

ช่างเป็นสัมผัสที่เบาบาง อ่อนโยนทะนุถนอมแต่สร้างความร้อนรุ่มที่แผดเผาภายในแต่ผิวกายกลับเย็นยะเยือกราวกับภูเขาไฟใต้ท้องทะเลที่ตื่นจากการหลับใหลได้ปะทุขึ้นมา

ถึงในหัวมินโฮจะมีสิ่งต่างๆมากมายไหลทะลักผ่านรอยรั่วเข้ามาราวน้ำทะเลที่ไหลทะลักเข้ามาในเรือที่ชนกลุ่มหินโสโครกจนเกิดชำรุด แต่ร่างกายกลับไม่ตอบรับและทำตามคำสั่งมากมายที่ไหลทะลักเหล่านั้นได้เลย

มินโฮ สู้มันสิ

มินโฮ วิ่ง

มินโฮ เตะเป้ามัน เอาแรงๆให้จุกแล้ววิ่งหนี

มินโฮ แย่งท่อนเหล็กนั่นมาแล้วฟาดมันซะ

มินโฮ มึงต้องทำอะไรสักอย่าง

มินโฮ มึง-ต้อง-รอด

มินโฮ...

คิดได้แต่ทำไม่ได้มันก็เป็นอย่างที่เขาเป็นตอนนี้

“งดงามมาก” เสียงเบาแทบจะเป็นกระซิบ “จนไม่มีทฤษฎีใดทางสุนทรียศาสตร์ที่อธิบายได้ งดงามกว่าประกายระยิบระยับบนผิวน้ำที่ต้องแสงอาทิตย์ เหมือนภาพสะท้อนของทางช้างเผือกที่ล่องลอยบนผิวน้ำทะเลในวันที่ไร้ซึ่งคลื่นลม”

เป็นครั้งแรกที่ถูกชมด้วยถ้อยคำที่ฟังแล้วเสนาะหูราวกับบทเพลงคลาสสิคของโมสาร์ทแต่ในสถานการณ์เช่นนี้มินโฮไม่ได้รู้สึกยินดีแต่อย่างใด

มินโฮ ช่วยบอกมินโฮทีว่าไอ้นี่มันเพ้อเจ้อบ้าอะไร

มินโฮ มันสติไม่ดี หนีไปซะ

ชายนักดำน้ำก็ใช้มือข้างนั้นที่เพิ่งเลื่อนผ่านแพขนตาของมินโฮไปก็เลื่อนกลับมาโดยที่นิ้วชี้และโป้งแตะที่กลางเปลือกตาและใต้ตาถ่างออกจากกัน ส่วนอีกมือก็ใช้ปลายชะแลงเหล็กด้านที่งอในมือดันคางมินโฮให้เงยหน้าขึ้นให้ลำแสงสลัวจากดวงอาทิตย์ที่ส่องทะลุน้ำทะเลลงมากระทบลงบนดวงตาดวงตาที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นอัญมณีล้ำค่าเต็มๆและเกิดประกายสุกสว่าง

“เพทายสีน้ำตาล”

มินโฮ หนีไป

มินโฮที่กำลังจะทำอะไรสักอย่าง ในวินาทีที่ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งเร้าอย่างสัมผัสลึกลับน่าพิศวงของชายตรงหน้า ในวินาทีที่เข้าเกิดรู้สึกอยากจะสู้ขึ้นมา แต่กลับมีอุปสรรคมาขัดขวางเสียนี่

“ดังนั้น---”

อุปสรรคที่เป็นตัวขัดขวางความตั้งใจและทางรอดของมินโฮแต่ขณะเดียวกันมันกลับช่วยเขาให้อีกฝ่ายถอยห่างจากเขาไปได้ในทันที

ชายนักดำซึ่งได้กระโดดโหยงถอยหลังออกจากมินโฮไปราวสองเมตรในเสี้ยววินาทีที่แล้วกำลังยืนนิ่งก้มมองมือและชุดดำน้ำช่วงอกและท้องรวมถึงบนใบหน้าซึ่งเต็มไปด้วย...

อุปสรรคของมินโฮที่เกิดจากตัวมินโฮเอง

อุปสรรคที่เรียกว่า...อ้วก...

เขา...คนที่เป็นเจ้าของของเหลวน่าขยะแขยงเหล่านั้นไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง อย่างน้อยๆเขาก็คิดว่ามันอาจจะช่วยให้นักดำน้ำนั่นถอยห่างออกไปในชั่วเวลาสั้นๆได้ แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาอาจจะถูกฆ่าตายด้วยความโกรธแทนที่จะเป็นความต้องการดวงตาเขาอย่างที่โจร...หรือว่าที่ฆาตกรในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเพราะอีกฝ่ายกำลังเงยหน้ามามองเจ้าของผลงานด้วยดวงตาที่แข็งกร้าวมากๆ ซึ่งเป็นดวงตาที่อยู่ท่ามกลางคราบอาเจียนที่เละบนใบหน้า

“...”

ไม่อะไรเกิดขึ้นแม้แต่คำพูดจากคนที่กำลังโกรธเกรี้ยวในดวงตา มีเพียงการเคลื่อนไหวของมินโฮเท่านั้น

แม้ตอนนี้จะรู้สึกวิงเวียนศีรษะจนแทบจะอาเจียนอีกรอบแต่มินโฮก็ไม่สนใจอีกแล้ว เขาถือโอกาสนั้นพุ่งตัวออกไปอีกทางด้วยขาที่อ่อนแรงแทบจะรับน้ำหนักตัวไว้ไม่อยู่

อาจจะเป็นอาการของความกลัวทะเลของมินโฮที่อยู่ๆเกิดกำเริบขึ้นมาทั้งๆที่หายไปในช่วงเวลาเนื่องจากความกลัวต่อสิ่งอื่นรวมถึงความดีใจขั้นสูงสุดกดโรคความกลัวประจำตัวของเขาไว้

หรือจะเป็นเพราะยาระงับอาการหวาดกลัวหมดฤทธิ์แล้ว...

แต่วิ่งไปได้ยังไม่ถึงไหนเขาก็หมดแรงและล้มลงคุกเขากับพื้น

มินโฮซุกหน้าลงชิดเข่าและร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

วันนี้หนักหนาเหลือเกิน

มินโฮ มึงคงไม่รอดจริงๆแล้ว

เจอทั้งผี(หรือเปล่า) เจอทั้งโจรที่อาจจะเป็นฆาตกร

ทั้งยังอยู่ในสถานที่ที่เขาเกลียดและกลัวที่สุด

ท่ามกลางทะเลรายล้อม...

ไม่ไหวแล้ว...

มินโฮอาเจียนออกมาอีกครั้งขณะที่มีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาข้างหลังพร้อมกับกลิ่นเค็มของทะเลที่ชัดเจนขึ้นมา

คงถึงเวลาตายของเขาแล้วสินะ

“เป็นอะไรอีก”

มินโฮถูกจับไหล่ให้หันมาไปเผชิญหน้ากับอีกคน ร่างทั้งร่างของเขายังตั้งตรงอยู่ได้เพราะอีกฝ่ายยึดต้นแขนทั้งสองข้างของเขาไว้ ดวงตาทั้งสองข้างพร่าเลือนเพราะน้ำตาทำให้มองไม่เห็นว่าชายนักดำน้ำกำลังมีสีหน้าอย่างไร

“เป็นอะไร”

มินโฮส่ายหน้าช้าๆเริ่มสะอื้นจนตัวโยนจากการร้องไห้หนักขึ้น

“หรือเป็นเพราะไฟดับ เครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน อากาศในนี้บางเบามากเลยหน้ามืดและอาเจียน”

มินโฮไม่ตอบเพราะแรงหมดไปกับการสะอื้นเสียแล้วมีแต่คำตอบในหัวเท่านั้น

ก็ส่วนนึง...

“ไม่น่าบังเอิญหลงเข้ามาที่นี่ในวันที่ฉันทำธุระพอดีเลยนะ พวกเราจึงต้องหยุดการทำงานของระบบไฟฟ้าและปล่อยคลื่นรบกวนของเครื่องมืออิเล็คทรอนิคส์ทั้งหมดรวมถึงระบบสำรองฉุกเฉินและรักษาความปลอดภัยทุกอย่าง เรายังได้ของแถมเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ปั่นไฟสำรองฉุกเฉินไปใช้ด้วย เป็นวันที่ดีของฉันกับทีมมากๆเลย แต่มันคงจะเป็นวันที่แย่ของนายจริงๆ”

“...”

“ดังนั้น ฉันว่ารีบออกไปจากที่นี่เถอะก่อนจะขาดอากาศหายใจตาย”

มินโฮหยุดร้องไห้อย่างกะทันหัน กระพริบตาปริบๆเพื่อจะได้มองเห็นตาอีกฝ่ายชัดๆว่าไม่ได้ล้อเล่น

“หยุดร้องได้แล้วออกไปเดี๋ยวนี้เลย”

“...”

มินโฮรีบผงกหัวหงึกๆตอบรับคำพูดของชายตรงหน้าทันที

ชายนักดำน้ำลุกขึ้นยืนพร้อมกับออกแรงดึงต้นแขนทั้งสองข้างของคนที่ยังนิ่งอยู่และยังจ้องหน้าเขาด้วยดวงตาเบิกกว้าง น้ำตาตอนนี้หยุดไหลแล้วทำให้สามารถมองเห็นเม็ดเพทายสีน้ำตาลทั้งสองข้างได้ชัดเจนและประกายสุกใสได้กลับมาอีกครั้ง

“แต่ฉันคงไปส่งถึงด้านนอกไม่ได้”

มินโฮผงกหัวรับ

อย่างน้อยๆก็ยังมีเมตตา

เอ่อ แต่...ขออย่างนึงได้ไหม”

“...” มินโฮถาม

“อย่าไปบอกใครนะ...”

มินโฮผงกหัวเบาๆ

“ว่าฉันเซลฟี่กับปลาและชูสองนิ้วตอนเซลฟี่กับของพวกนี้”

เฮ้ย

คนถูกขอร้องอุทานในใจ จ้องมองดวงตาที่ฉายแววจริงจังไม่ล้อเล่นของอีกคนแล้วได้แต่สงสัยว่าไอ้โจรนี่มันเป็นคนอย่างไรกันแน่ ในสถานการณ์เช่นนี้หากคนร้ายจะขอร้องอะไรสักอย่างจากคนที่รับรู้เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ก็น่าจะเป็นการขอประมาณว่า อย่าไปแจ้งตำรวจได้ไหมทำนองนี้น่าจะดูเป็นไปได้มากกว่า

“...”

“ได้ไหม” เป็นคำขอร้องที่เปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง

มินโฮรีบผงกหัว

แล้วชายผู้ถ่ายเซลฟี่กับฝูงปลาและของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ด้วยการชูสองนิ้ว...ซึ่งมินโฮก็ไม่แน่ใจว่าเขาเห็นตอนชายคนนี้ชูสองนิ้วตอนไหนนั้นก็ค่อยๆปล่อยมือจากแขนที่จับอยู่

ก่อนที่ชายคนนั้นจะเดินนำออกไป

“ฉันจะปลดล็อคประตูให้ นายออกไปที่ล๊อบบี้นะ”

เขาหันกลับมาพูดแต่มินโฮไม่ได้เดินตามมาจึงเดินกลับมาจับต้นแขนข้างหนึ่งของมินโฮและออกแรงดึงให้เดินตาม

มินโฮเดินตามด้วยแรงดึงของอีกฝ่ายผสมกับแรงของตัวเองที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยหลังจากมีความหวังว่าจะได้ไปให้พ้นจากที่นี่

เพียงไม่นานพวกเขาก็เดินมาถึงหน้าประตูบานใหญ่ของฮอลล์จัดแสดงใต้น้ำที่แสดงแห่งนี้ ชายนักดำน้ำที่ตอนนี้เป็นโจรใช้ชะแลงเคาะไปที่ประตูสีดำบานใหญ่สูงถึงสี่เมตรเป็นจังหวะที่มินโฮไม่สามารถเข้าใจจนเกิดเสียงกังวานของโลหะกระทบกัน ไม่นานนักประตูก็เปิดออกและชายนักดำน้ำก็ผลักหลังมินโฮออกไปจนไปยืนนอกเขตของฮอลล์

“ลาก่อน”

มินโฮเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยขาข้างขวา

“หวังว่าจะได้พบกันอีกในอีกสองร้อยปีข้างหน้า”

มินโฮเดินก้าวที่สองด้วยขาข้างซ้าย

//

 

 

 

//

ทันทีที่มินโฮก้าวพ้นประตูทางเข้าหลักด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนก็ดังรัวขึ้นมาทันที

เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงมองข้อความมากมายที่ปรากฏบนหน้าจอ ทั้งข้อความแจ้งเตือนว่ามีเบอร์โทรเข้าสิบกว่าสายและยี่สิบข้อความจากแอพลิเคชั่นแชท

แต่มินโฮเลือกที่จะกดเบอร์หนึ่ง

ชายหนุ่มกระแอม

“ส...สวัสดีครับ เอ่อ ค...คุณตำรวจ มีการ...เอ่อ โจรกรรมเกิดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ Korean National Maritime Museum ครับ”

//

 

 

#PiratesChanMinho

SEA YOU NEXT WAVE

 

 

***

Fan-Fiction เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องแต่งขึ้น และได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานโจรสลัด หนังสือ ภาพยนตร์หลายเรื่อง

ซึ่งได้ดัดแปลงตำนานเรื่องราวหรือผสมเรื่องต่างๆเข้าด้วยกันหลายจุด

หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัย โดยสามารถติเตือนกันได้นะคะ

 

***

เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เราเขียนค่ะ ดังนั้น หากขาดๆเกินๆหรือผิดพลาด

ก็ต้องขออภัยอีกครั้งค่ะ

 

Thank you ♡♡♡

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

21 ความคิดเห็น

  1. #18 Jam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 01:08

    แสบนะมินโฮ

    #18
    0
  2. #11 An_nGOT (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 02:36
    ประเด็นน้องหนูกล้าโทรหาตำรวจหรอลูก ฮื่ออออออ
    #11
    0
  3. #10 chbnya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 12:40
    200 ปีเลยหรอพ่อ...
    #10
    0
  4. #9 ◡̈⃝ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 19:54
    อมกกก เดี๋ยวนะ อยากได้ตาน้องเนี่ยนะ😨
    #9
    0
  5. #8 chbnya (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 11:14
    .....
    ยังไงนะแม่
    เอาดีๆ
    อะไรนะ
    อยากได้ตา
    อาาดหพรเปหัึะบร้บสอวิ
    อยากทำลูกช้านนนนนนนนนน
    #8
    1
    • #8-1 chbnya(จากตอนที่ 3)
      24 เมษายน 2562 / 11:19
      อย่า* สิ อยากอะไร้ ;_; อินจนพิมผิดพิมถุกไปหมดแน้ว เห็นมั้ยคะไรท์
      #8-1
  6. #6 SNJ names (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 01:27
    ตาสวยก็ซวยได้
    #6
    0