[BTS] Empty Air {All x Jin}

ตอนที่ 3 : Empty Air 02 : Heart pounding

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    15 เม.ย. 62

   ในที่สุดวันคัมแบ็คของพวกเขาก็มาถึงเสียที เพลงใหม่ถูกปล่อยในเวลา16.00น.ตรงอย่างที่ได้แจ้งให้กับแฟนๆให้ได้รับรู้กันไปทั่วโลกตั้งแต่ปล่อยทีเซอร์ไปเมื่อไม่นานมานี้ การปล่อยเพลงออกมาครั้งนี้ยังคงประสบความสำเร็จเหมือนกับคราวก่อนๆเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เพราะเพียงระยะเวลาที่ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของสัปดาห์ยอดวิวเข้าการรับชมเอ็มวีเพลงใหม่นี้นั้นก็สามารถขึ้นทะลุหลัก50Mได้อย่างง่ายๆโดยไม่ต้องลุ้นอะไรให้มากความ

 

   ดูสิๆเพลงของเราติดอันดับมาแรงที่2ด้วยนะ

 

   อ้ายพูดขึ้นพออย่างพึงพอใจขณะที่กำลังเดินถือโทรศัพท์เครื่องหรูก้าวซ้ายขวาตรงมายังที่โซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่นรวมที่มีพวกพี่ๆกำลังนั่งพักผ่อนหย่อนใจกันอยู่โดยมีแดซองกำลังนั่งจดจ่ออยู่กับหนังสือ ซอกจินกำลังนั่งเสียบหูฟังดูคลิปอะไรบางอย่าง และซอนมินกับลูวิสกำลังนั่งถือจอยเกมเล่นเกมกันอย่างดุเดือดแบบไม่มีใครยอมใคร

 

   ไอเด็กเวรไปตายซะ ซอนมินเอ่ยออกมาอย่างหัวร้อนเมื่อโดนตัวละครของคนเด็กกว่าปล่อยสกิลใส่อยู่เรื่อยจนจนตายแล้วตายเล่า ชายหนุ่มขว้างจอยเกมลงบนโต๊ะเมื่อผลแพ้ชนะออกมาอย่างเอกฉันท์ว่าเขาแพ้เข้าให้แล้วพร้อมกับทิ้งตัวลงพิงโซฟาไป การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่เพราะคนอย่างเขามันอารมณ์ขึ้นง่ายอยู่แล้ว

 

   ไหน เอามาดูหน่อยสิผู้ชนะของเกมหันไปตบบ่าผู้เป็นรุ่นพี่เบาๆเป็นเชิงปลอบใจก่อนจะวางจอยเกมลงไว้บนโต๊ะเช่นเดียวกันแล้วลุกเดินไปหาอ้ายแล้วรับโทรศัพท์มาดูหลังจากที่อีกคนยื่นให้

 

   ทำไมที่2 ปกติเราที่1หลังจากที่ได้ก้มมองอันดับมาแรงแล้วก็ได้แต่ทำหน้าสงสัยอัดอ้ายไป

 

   ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆน่าแค้นไม่เบา อ้ายตอบกลับไปแล้วลงไปนั่งแทนที่ลูวิส ก่อนจะหยิบจอยเกมของน้องขึ้นมาถือแล้วสะกิดให้ซอนมินลุกขึ้นมาเล่นแข่งกับตน

   ลูวิสมองโทรศัพท์ของอ้ายแล้วใช้มือมือกดไปยังหน้ามาที่จัดอันดับมาแรงของยูทูปเพื่อที่จะดูว่าสรุปแล้วคลิปไหนกันที่บังอาจมาติดอับดับที่1แทนที่จะเป็นเพลงของพวกเขา

 

   “BTS?” เขาขมวดคิ้วเข้ากันกันจนแทบผูกเป็นปมเมื่อเห็นชื่อวงรุ่นน้องที่ตนรู้จักไปโผล่อยู่ในชื่อคลิปของอันดับ1 ด้วยความฉงนใจเลยกดเข้าไปดู

 

   ไม่ต้องสงสัยว่ามันคือคลิปอะไร..คลิปที่มาสั้นๆเพียงไม่กี่10วินาที แถมยังเผยวันที่และเวลาลงไปในท้ายคลิปอีก ดูก็รู้ว่ามันคือทีเซอร์เพลงใหม่ที่จะต้องปล่อยออกมาในเร็วๆนี้เป็นแน่ ลูวิสจ้องโทรศัพท์ด้วยแววตานิ่งเฉย มองไปยังวันที่อัพคลิป

 

   คลิปทีเซอร์โง่เง่านี่มันพึ่งจะถูกปล่อยเมื่อคืนนี้แต่ได้ยอดวิวไปถึง10กว่าล้าน จึงไม่แปลกที่จะขึ้นเป็นอับดับที่1...น่ากลัวนะแบบนี้ แต่น่าหงุดหงิดเสียมากกว่า

 

   เขาหัวเราะในลำคอออกมาเบาๆแล้ววางโทรศัพท์ของอ้ายลงบนโต๊ะแล้วเผอิญหันไปเจอซอกจินที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียวเหมือนคนบ้าพอดี เลยเดินเข้าไปหาหยุดต่อหน้าอีกคนเป็นการยืนค่ำหัว แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามซอกจินก็ไม่มีทีท่าว่าจะเงยขึ้นจากจอโทรศัพท์แล้วมามองเขาสักนิด

 

   ...น่าโมโห...

 

   ทำอะไรน่ะ!” ซอกจินเผลอขึ้นเสียงใส่เมื่อหูฟังใส่ชมพูหวานแหวนทีตนกำลังใช้อยู่ถูกดึงจากหูของตัวเองไปด้วยฝีมือคนที่ยืนค้ำหัวตัวเองอยู่

 

   ทำไม? มีปัญหาอะไร ลูวิสตอบกลับไปด้วยท่าทีที่ไม่สะทกสะท้านใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องมากลัวคนอย่างคิม ซอกจินนี่นาจริงมั้ย?

 

   สายตาของลูวิสเริ่มมองเล็งไปที่โทรศัพท์เครื่องสวยที่อยู่ในมือซอกจินด้วยความคิดที่ว่าอยากรู้จะรู้ให้ได้ว่ามันมีอะไรซ่อนอยู่ข้างในนั้นกัน อีกฝ่ายถึงได้มองจ้องแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ได้ตลอดเวลา

 

   ไม่มี...ฮยองขอตัวก่อนนะ ซอกจินสัมผัสได้ว่าโทรศัพท์ของตนจะต้องถูกแย่งไปแน่ๆ...เดาได้จากสายตานั่น...เลยรีบตัดบทเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงแล้วคว้าหูฟังออกมาจากมือลูวิสทันที แล้วรีบลุกขึ้นจากโซฟาวิ่งกลับเข้าห้องนอนตัวเองไป

 

   ทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบหลังจากที่ซอกจินปิดประตูห้องลง

 

   คิดจะดูความลับของหมอนั่นน่ะฝันไปเถอะลูวิสแดซองที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นด้วยท่าทีสบายๆขณะที่กำลังปิดหนังสือแล้ววางไว้บนตักส่วนมืออีกข้างก็ถอดแว่นสายตาออกเป็นการพักสายตา

 

   หมายความว่าไง?” เขาขมวดคิ้วใส่

 

   เอาเป็นว่าตามนั้นแล้วกันนะน้องชาย แดซองหัวเราะเบาๆแล้วลุกขึ้นแนบหนังสือไวที่ฝ่ามือขวาส่วนมือซ้ายก็ยกขึ้นไปตบที่บ่าของลูวิสเบาๆก่อนจะเดินออกไปทิ้งให้คนน้องยืนงงอยู่แบบนั้น

 

 

 

 

   ซอกจินปิดประตูห้องนอนของตัวเองแล้วรีบล็อคทันทีเพราะกลัวว่าลูวิสจะเดินตามเข้ามาถึงในห้อง เขาถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อไม่ได้ยินเสียงฝ่าเท้าของคนตามไล่หลังมา

 

   เกือบไปแล้วซอกจิน.... ยกมือขึ้นมากุมอกที่แล้วเดินไปหย่อนตัวนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะคอม หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วเสียบสายชาร์จแบตเข้าที่ก้นโทรศัพท์หลังจากที่มันแจ้งเตือนเรื่องแบตตอรี่ต่ำมานานพอสมควร 

 

   ไม่ปลอดภัยเลยจริงๆ... มองโทรศัพท์แล้วถอนหายใจออกมาแล้วหันไปเปิดคอมแทน

 

   เมื่อคอมเปิดขึ้นเขาก็เข้าเว็บประจำที่เข้าชมอยู่ทุกวันดั่งงานอดิเรกทันทีนั่นก็คือVLIVE และเมื่อคลิปไลฟ์สดโผล่ของผู้ชายร่างสูงที่ตนดูค้างไว้เมื่อครู่จากมือถือของตัวเองโผล่ขึ้นมาบนหน้าจอ ซอกจินก็ปล่อยให้ทุกส่วนของร่างกายเอนหลังพิงไปกับเบาะเก้าอี้เหมือนกับของเหลวด้วยท่าทีสบายๆทันที

 

   ระหว่างที่เขานั่งดูผู้ชายร่างสูงที่ดูรวมๆแล้วน่าจะสูงกว่าตนพูดกับกล้องพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างไปมาคำชมเชิงบวกหลายๆคำก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขามากมายดั่งดอกเห็ด....ซึ่งคำแรกและคำที่สองที่เขานึกออกคือ

 

   น่ารัก.....บุคคลในไลฟ์สดนี้น่ารักมากๆ

 

   อบอุ่น.....บุคคลคนนี้ดูอบอุ่นจนเขานึกอิจฉาคนที่จะมีเป็นคู่ชีวิตของคนๆนนี้ในอนาคตเลยล่ะ

 

   เอาล่ะ...ผมว่าตอนนี้ผมหลงทางแล้ว... คงเพราะผมไม่ค่อยได้มาแถวนี้เลยไม่ค่อยชินทางเท่าไหร่ ทุกคนให้กำลังใจผมกันด้วยนะครับฮะๆ

 

   ชายร่างสูงหัวเราะแห้งๆใส่กล้องแล้วมองซ้ายขวาไปเรื่อยๆคงเผื่อว่าจะเจอป้ายบอกทาง ซอกจินก็เช่นกันเขาพยายามมองไปยังรอบๆด้านในไลฟ์สดเพื่อที่จะหาว่าที่นั่นคือที่ไหนหรือมีจุดเด่นอะไร หากตนรู้จักจะได้พิมพ์บอกไปในช่องแชทได้

 

   และเขาก็ไปสะดุดตาเข้ากับตึกใหญ่ยักษ์ที่ผู้ชายคนนี้เดินผ่านไปเมื่อครู่

 

   มันคือตึกหอพักที่ตนอยู่...

 

   โอ้ะ เจอแล้วๆๆผมไม่หลงทางแล้วครับ เดินตามหามานานก็ประสบความสำเร็จในการเดินทางจนได้ เขาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงดีใจให้กับจุดหมายของตนที่อยู่ข้างหน้า ก่อนจะหันมายิ้มให้กล้องทีนึงแล้วรีบวิ่งเข้าไปที่นั่นทันที

 

   ซอกจินมองไปยังจุดหมายในจอคอมด้วยความรู้สึกตื่นเต้นปนตกใจเล็กน้อย เพราะที่แห่งนั้นเป็นร้าน
คาเฟ่ที่เขาไปใช้บริการซื้อกาแฟและเบเกอรี่เป็นประจำ

 

   จะผิดไหมหากเขาจะเดินออกจากห้องนอนของตัวเพื่อไปสอดส่องบุคคลที่เขาชื่นชอบที่ร้านคาเฟ่แห่งนั้น..

 

   ยังไม่ทันให้ความคิดด้านชั่วด้านดีได้ออกมาตบกันซอกจินก็ตัดสินปิดคอมรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง คว้ากระเป๋าตังค์และมือถือออกมาจากสายชาร์จแบตมาใส่ในประเป๋ากางเกงของตัวเองทันที ก้าวเท้าไปยังหน้ากระจกแล้วหยิบหวีออกมาหวีผมให้ให้ยุ่งและกระเซอะกระเซิง

 

   ทุกอย่างเรียบร้อย เสื้อผ้าหน้าผม รองเท้า กระเป๋าตังค์ โทรศัพท์

 

   และที่ขาดไม่ได้ก็คือ กล้องโพราลอยด์..สิ่งสำคัญแทบจะที่สุดในชีวิตที่ตนมักจะใช้ถ่ายรูปเวลาต้องการจะเก็บความทรงจำเสมอๆ

 

   แอ๊ดด...

 

   มือเล็กค่อยๆเปิดประตูห้องของตัวเองออกมาเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังจนเกินไป เพราะเกรงว่าน้องๆคนอื่นจะมาเห็นเข้าแล้วซักไซ้จนได้ความว่าตนกำลังจะออกไปไหน

 

   ประตูถูกปิดลงด้วยฝีมือของเจ้าของห้อง ซอกจินค่อนๆย่องออกไปทางประตูหลังหอพัก โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุดน้องๆทุกคนเลยมักใช้เวลาอยู่กับตัวเองในห้องส่วนตัวไม่ก็ลงมารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นซึ่งห่างไกลจากประตูหลังหอพักที่เขาใช้เป็นทางออกในวันนี้ไปมากโข

 

 

 

 

   ตอนนี้ซอกจินกำลังจะกลายเป็นซาแซง...อ่านไม่ผิดหรอก..เพราะตอนนี้ซอกจินกำลังทำตัวลับๆล่อๆอยู่ที่หน้าร้านคาเฟ่ร้านโปรดของตัวเองด้วยเหตุผลที่ว่ากำลังสอดส่องผู้ชายร่างสูงออร่าจับในร้าน

 

   กล้องโพราลอยด์ถูกมือทั้งสองข้างยกขึ้นมาให้อยู่ที่ระดับดวงตาซ้าย เขาหยีตาเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัสสายตาเพื่อที่จะมองภาพผ่านเลนส์กล้องได้ชัดเจน เขาปรับมุมไปมาเพื่อหาทิศทางที่พอถ่ายรูปออกมาแล้วจะได้ภาพที่สวยที่สุด จนเมื่อได้มุมที่พอใจแล้วนิ้วผิดรูปก็กดถ่ายทันที

 

   ซอกจินจ้องรูปใบน้อยในมือด้วยแววตารักใคร่และหวงแหน

 

   ซอกจินชอบรูปนี้..เป็นโชคดีที่ตอนที่เขากดชัตเตอร์เป็นจังหวะที่นายแบบคนหล่อยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มพอดี และเมื่อมองไปยังสายตาของเขาในรูปนั้นก็เหมือนว่าตัวเขาเองกำลังตกอยู่ในมนต์สะกด

 

   สายตาคู่นั้นดูอบอุ่นมากๆอย่างบอกไม่ถูก

 

   ซอกจินเก็บรูปโพราลอยด์ที่พึ่งได้มาไว้ในกระเป๋าเสื้อของตัวเองก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาเพื่อเข้าแอพๆเดิมเพื่อที่จะดูว่าชายคนนี้กำลังพูดอะไรกับกล้องภายในร้านทั้งๆที่สายตายังคงะออกจากหน้าจอคอยไปมองใบหน้าจริงในร้านนั่นอยู่เรื่อยๆ

 

   ถามว่าทำไมเขาไม่เข้าไปในตัวร้านน่ะหรอ...เขาว่าเขามีเหตุผลนะ...ก็คงจะเป็นเพราะว่ากลัวตัวเองตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูกนี่แหละ เขาเลยเลือกที่จะไม่เข้าไปแล้วยืนดูนอกร้านดีกว่า

 

   กาแฟที่นี่อร่อยมากเลย สงสัยผมคงต้องมาบ่อยๆแล้วฮะๆ หวังว่าคืนนี้ผมจะไม่ตาค้างนะ

 

   ซอกจินยิ้มขำให้กับประโยคแสนน่าเอ็นดูของชายร่างสูงในร้าน กล้องโพราลอยด์ตัวเกงถูกยกขึ้นมาทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง ซอกจินถ่ายรูปของชายหนุ่มผู้นี้อีกครั้งแต่ในคราวนี้เลือกที่จะเก็บวิวและบรรยากาศรอบๆไปด้วยเพื่อความสวยงาม

 

   จนกระทั่งโดนใครก็ไม่รู้มาชนเข้าที่หลังอย่างจังจนเขาสะดุดล้ม

 

   ขอโทษนะครับ! คุณเป็นอะไรมั้ย เสียงทุ้มดังขึ้นมาขณะที่มือหนาก็ถูกยื่นมาตรงหน้าเขาหวังว่าจะเป็นที่พึ่งให้สำหรับคนที่หกล้มได้

 

   ไม่เป็นครับ...ขอบคุณ....ว่าแต่ผมมองคุณไม่ชัดเลย ซอกจินเอื้อมมือไปจับมือหนาของอีกคนแล้วยืนขึ้น จนตอนนั้นเขาก็ตรัสรู้ได้ว่าคอนแทคเลนส์ของตัวเองได้หลุดหายออกไปแล้ว

 

   แต่จะถือว่ายังเป็นโชคดีที่กล้องตัวสำคัญเขาไม่ตกหล่นจนเสียหาย

 

   ชายคนนั้นมีท่าทีชะงักไปเล็กน้อยเมื่อร่างที่สูงน้อยว่าตนเล็กน้อยพยายามหยีตาจ้องมองมาที่เขาอย่างใกล้ๆ ด้วยความเคอะเขินเลยรีบก้มลงที่พื้นเพื่อช่วยซอกจินหาคอนแทคเลนส์ทันที

 

   แต่ท้ายที่สุดแล้วก็หาไม่เจอ...

 

   และด้วยความที่คิดว่าคนมีชื่อเสียงสองคนไม่ควรจะมายืนสนทนากันข้างถนนแบบนี้เสียเท่าไหร่ เลยถือวิสาสะพยุงซอกจินให้เข้าไปที่ร้านคาเฟ่ที่ตนพึ่งจะออกมา ดันคนที่มองอะไรไม่ชัดสักอย่างให้นั่งลงกับเก้าอี้ส่วนตัวเองก็เดินอ้อมไปนั่งฝั่งตรงข้าม

 

   “ขอบคุณครับ... ซอกจินเอ่ยออกไป

 

   เอาจริงๆตัวเขาแอบตัวเกร็งไปครู่หนึ่งยามที่โดนชายร่างสูงพยุงเข้าไปในร้านแล้วก็ได้กลิ่นน้ำหอมลอยออกมาติดจมูกจากเสื้ออีกคน...เหมือนโรคจิตชะมัด...

 

   หยา....ผมขอโทษจริงๆนะครับคุณ...ผมเดินไม่ระวังเองเลยเผลอสะดุดล้มไปชนคุณจนได้

 

   แถมยังทำคอนแทคเลนส์คุณกระเด็นหล่นหายอีก ผมนี่แย่จริงๆ เขาลูบหน้าตัวเองเบาๆด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

 

   ซอกจินได้ฟังดังนั้นก็หลุดขำออกมาเบาๆพร้อมกับส่ายหัวไปมา

 

   ไม่เป็นไรหรอกครับ...ผมมีแว่นสำรองอยู่น่ะฮะๆ ว่าจบก็วางกล้องโพราลอยด์ลงกับโต๊ะแล้วล้วงมือเข้าที่กระเป๋าเสื้อหยิบแว่นตาทรงกลมสีดำอ่อนออกมาใส่แล้วกระพริบตาเบาๆเพื่อปรับโฟกัส

 

   “…..”  เขาแทบจะเอาหัวของตัวเองโขกโต๊ะเมื่อเห็นหน้าของผู้ชายใจดีตรงหน้าชัดๆ

 

   เห็นผมชัดมั้ยชายตรงหน้าซอกจินทำมือโบกๆไปมาข้างหน้าซอกจินทั้งที่ใบหน้ายังไม่คลายความกังวล

 

   ช....ชัดครับ...

 

   ซอกจินมองไปที่ใบหน้าของอีกคนด้วยหัวใจที่เต้นเร็วระรัว มือสั่นๆที่ควบคุมไม่ได้ของตัวเองค่อยๆยกขึ้นดันแว่นของตัวเองที่ตกลงมาจนถึงจมูกให้กลับขึ้นไปดีๆ

 

   ดีเลย ผมค่อยโล่งใจหน่อย เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมจะพาคุณไปซื้อคอนแทคเลนส์คู่ใหม่นะครับ เขายิ้มออกมาเล็กน้อย

 

   ผมคิม นัมจุนนะ ชายหนุ่มยื่นมือมาตรงหน้าซอกจินเป็นเชิงอยากจับมือทำความรู้จักด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเล็กน้อย ในขณะที่คนถูกแนะนำตัวใส่กำลังยืนอึ้งและตกใจจนแทบจะเป็นลมไปแล้ว

 

   ผม..ผมคิม คิม ซอกจิน..ย..ยินดีที่ได้รู้จัก...ค...ครับ ตอบออกไปสั่นๆแล้วยื่นมือน้อยๆออกไป
เชคแฮนด์กลับไป

 

   ทำไม....บุคคลในไลฟ์สดที่เขาพึ่งจะดูไปถึงมาอยู่ตรงนี้...หมายถึงทำไมมันดูบังเอิญกันขนาดนี้กัน...ในเมื่อตอนเมื่อครู่นัมจุนยังอยู่ในร้านอยู่เลยนี่นา...แล้วออกมาจนชนตอนไหนกัน....

 

   แต่ที่สำคัญกว่านั้นน่ะนะ...

 

   คิม นัมจุนคนที่น่าหลงใหลคนนั้นตอนนี้มาอยู่ที่ตรงหน้าเขา...

 

   อยู่ต่อหน้าซอกจิน!

 

   ฮะๆ..ผมรู้จักคุณนะคุณซอกจินแห่งงวงVICTORY” นัมจุนพูดออกมาแล้วยกมือไปลูบๆหัวซอกจินด้วยความเอ็นดูในความเสียงสั่นนั่น

 

   โอ้ะ ขอโทษครับผมลืมไปว่าคุณแก่กว่า ยกมือขึ้นมาเกาท้ายทอยแก้เขิน

 

   ม...ไม่เป็นไรครับ... ซอกจินก้มหน้าส่ายหน้ารัวๆกลับไป มือเรียวเล็กค่อยๆดันแว่นที่ตกไปที่จมูกขึ้นไปอีกครั้งพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมานัมจุนด้วยใบหน้าแดงก่ำ

 

   ผม...ผมก็รู้จักคุณนะ...คุณดังมากเลย....เอ่อ..หมายถึงผมชอบวงคุณนะ เมื่อไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีก็เลยเบี่ยงบนประเด็นไปที่วงBTSที่เป็นที่ประทับของนัมจุนแทน ซึ่งพอนัมจุนได้ฟังดังนั้นเขาก็เกิดอาการหน้าแดงขึ้นมาทันทีเหมือนจะแข่งกันแดงกับซอกจิน

 

   เกิดมาไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนมาชมตัวเองแล้วเขินได้เท่านี้....นัมจุนคิดเช่นนั้น

 

   ชมแบบนี้ผมเขินนะครับเนี่ย...แต่ช่างมันก่อน อาจจะฟังแล้วดูแปลกๆแต่ผมอยากซื้อคอนแทคเลนส์มาคืนคุณนะ...

 

   ครับ?...เอ่อ..ไม่เป็นอะไรหรอก...เดี่ยวผมไปซื้อใหม่ก็ได้ ยกมือขึ้นปฏิเสธโดยการปัดๆไปมา เขาเกรงใจจริงๆนะถ้าจะให้คนที่พึ่งเจอกันไม่ถึง10นาทีมาซื้อของให้แบบนี้

 

   ไม่ได้หรอกครับ...ผมเป็นต้นเหตุทำให้คุณต้องมาใส่แว่นเบบนี้นะ

 

   ผมคือ....

 

   ซอกจินทำหน้าลำบากใจพลางกัดเล็บไปด้วย...อยากไปก็อยากไปอยู่นะ แต่เขาค่อนข้างลำบากใจหากนักข่าวมาเจอเข้า..อีกอย่างเราพึ่งจะเจอกันไม่ถึง1ชั่วโมง ไม่สิ10นาทีด้วยซ้ำ...แล้วอย่างนี้เขาจะกล้าไปด้วยได้อย่างไร คิม ซอกจินก็ไม่ได้ใจกล้าขนาดนั้น

 

   ผมเข้าใจคุณอาจจะยังไม่ไว้ใจผม งั้นเอางี้มั้ยผมอยากจะขอค่าสายตาคุณไว้แล้วผมจะไปสั่งทำให้ จากนั้นก็จัส่งไปที่บริษัทของคุณ?”

 

   ร่างสูงพูดเสนอความคิดสุดแสนจะบรรเจิดโดยไม่ลืมที่จะหยิบกระดาษและปากกาออกมายื่นให้ซอก      จินด้วยอารมณ์ประมาณว่าเอาแบบนี้แหละไม่ต้องค้านอะไรทั้งสิ้นโดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าอีกคนกำลังทำหน้าเหวอแค่ไหน

 

   เอาแบบนั้นหรอครับ...ผมว่า....มันดูงงๆนะ...

 

   ถึงจะพูดแบบนั้นก็ตามแต่ซอกจินก็รับกระดาษและปากกามาจากมืออีกคนแล้วจดค่าสายตาลงไปอยู่ดี มือบางค่อยๆบรรจงเขียนลายมือให้สามารถอ่านง่ายที่สุดลงไปที่กระดาษ พอเขียนเสร็จก็ยื่นคืนให้

 

   นัมจุนรับกระดาษกลับมาแล้วก้มลงมองค่าสายตาที่ซอกจินเขียนมาให้ด้วยแววตาตกใจเล็กน้อย...ค่าสายตาเยอะแบบนี้มิน่าล่ะตอนที่คอนแทคเลนส์หลุดหายไปเมื่อครู่ถึงกับหยีตาจนดวงตากลมโตแทบจะหดหายจมลงไปกับใบหน้าน่ารักนั่น

 

   ค่าสายตาคุณเยอะจังเลย....แบบนี้เลนส์แวนคงหนักมากแน่ๆ...ขออนุญาตนะครับ

 

   นัมจุนเก็บกระดาษลงกระเป๋าเสื้อแล้วเดินไปใกล้ๆซอกจินเอื้อมมือขึ้นไปหยิบแว่นสีดำขลับออกมาสำรวจโดยการหมุนใช้มือจับแว่นหมุนไปมาจนครบรอบทิศทาง

 

   แว่นคุณหนักมากเลย...มิน่ามันถึงไหลลงมาที่จมูกตลอด ว่าแล้วก็สวมแว่นให้คนตัวเล็กกว่ากลับเข้าไปดังเดิมโดยที่ไม่ลืมจัดให้แว่นนั้นอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการใส่

 

   ซอกจินกำลังจะตาย.....ตอนนี้หัวใจดวงน้อยๆของเขากำลังเต้นตึกตักๆเสียงดังมากๆจนไม่รู้ว่าคุณนัมจุนจะได้ยินมันมั้ย...

 

   ค...ครับ...เป็น...เป็นตั้งแต่เด็ก

 

   ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงกลมทำท่าเลิ่กลั่กออกมาราวกับว่าไม่ชินกับการที่ต้องมาคุยกับคนแปลกหน้าเสียเท่าไหร่

 

   อย่าเกร็งแบบนั้นสิครับ ผมรู้สึกเกร็งตามไปด้วยเลย

 

   นัมจุนแก้สถานการณ์โดยการหัวเราะออกมาแห้งๆทั้งที่ก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าจะหัวเราะทำไม...ดูเหมือนเขาจะต้องไปเรียนรู้ทักษะการสนทนายังไงไม่ให้น่าเบื่อแล้วล่ะ...

 

   เอ่อ..ขอโทษครับ..คือผมไม่ค่อยชินเท่าไหร่ ซอกจินตอบกลับมาพลางอมยิ้มเล็กน้อย เพราะตอนนี้สมองของเขามีความคิดที่ว่าเหตุการณ์แบบนี้พอนึกดูดีๆแล้วมันเหมือนคู่รักที่มาเดทกันแล้วฝ่ายหญิงก็โดนฝ่ายชายบอกรักจนเขินหน้าแดงไปหมดเลยล่ะ

 

   โอเค ยอมรับว่าเขาอ่านนิยายมากไป

 

   และมโนเพ้อฝันมากไป

 

   และไร้สาระมากไป

 

   ถ้างั้นผมขอเลี้ยงเครื่องดื่มคุณสักแก้วเป็นการไถ่โทษเรื่องคอนแทคเลนส์แล้วกันนะครับ

 

   นัมจุนหยิบเมนูมายื่นให้ซอกจินก่อนจะหันไปหาพนักงานเป็นเชิงให้เดินออกมารับเมนูที่ลูกค้ากำลังจะสั่ง ในขณะที่ซอกจินก็รีบปฏิเสธทันควันแบบไม่ต้องคิดอะไรเลย

 

   ผมเกรงใจ....คุณก็จะซื้อคืนผมแล้วนี่นา...

 

   งั้นไถ่โทษเรื่องที่ชนคุณล้มแล้วกัน...เอาน่า...ผมสบายใจนะที่ได้ทำแบบนี้นัมจุนมองเชิงขอร้อง

 

   เห้อ...งั้นก็ได้ครับงั้นผมเอานมเย็นนะ

 

   ร่างเล็กถอนหายใจออกมาอย่างยอมแพ้ให้กับลูกอีช่างตื้อของนัมจุนแล้วชี้ไปที่แก้วทรงสูงที่มีนมเย็นน่าตาน่ารักน่าสั่งในเมนูที่ถืออยู่

 

   โอเคครับนมเย็น หันไปพยักหน้าให้พนักงาน

 

 

 

 

   หลังจากนมเย็นที่สั่งมาวางถึงโต๊ะและหมดไปทั้งสองนั่งคุยกันไปเรื่อยๆจนถึงเย็น ความอึดอัดที่มีในช่วงแรกแล้วละลายหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกสนุกแทน วันนี้ซอกจินสามารถยิ้มได้อย่างสุดริมฝีปากอย่างที่ไม่เคยได้ทำมาก่อน และทำไปกี่รอบแล้วก็ไม่อาจทราบได้ ทั้งๆที่ปกติแล้วเขาจะทำเพียงแค่ยิ้มน้อยๆเท่านั้น

 

   อาจเป็นเพราะคนที่เราคุยด้วยเป็นผู้ชายที่เราชื่นชอบด้วยล่ะมั้งนะ...

 

   วันนี้ขอบคุณคุณนัมจุนมากๆเลยนะครับ ผมชอบมากเลย

 

   ซอกจินเอ่ยขึ้นมาขณะที่นัมจุนกำลังลุกขึ้นจากเก้าอี้ เพราะได้เวลาที่จะต้องแยกทางกลับหอพักแล้ว

 

   ผมก็ขอบคุณคุณซอกจินเหมือนกันครับ

 

   ถ้างั้น...กลับดีๆนะครับ.. ซอกจินยิ้มให้แล้วโบกมือให้นัมจุนที่หันหลังกำลังจะเดินออกจากร้านไป

 

   ซอกจินหันกลับมาที่แก้วนมเย็นที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงแก้วใบเปล่าไปแล้ว เขายิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะหยิบกล้องโพราลอยด์ออกมาถ่ายรูปแก้วใบนี้ไว้เพื่อเป็นที่ระลึกว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเขาได้เจอคิม นัมจุน

 

   ของคิม นัมจุน’   ซอกจินเขียนลงไปหลังรูปเช่นนั้น


   ซอกจินหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาดูเวลาก็พบว่าเป็นเวลา5โมงเเล้ว...เเละเขาควรกลับบ้าน....เเต่สิ่งที่พีคกว่านั้นคือ...

 

   เน็ต4Gของเขาหายไป...ซึ่งนั่นก็ตีความหมายได้อย่างก็คือ

 

   เขาลืมจ่ายค่าเน็ต....

 

   มิน่าล่ะ...เน็ตมันถึงทำให้ทุกอย่างดูดีเลย์ไปหมด

 




 

 

   อ้อใช่ผมลืมไปเลย

 

   ซอกจินหันไปที่ประตูก็พบกับนัมจุนที่ยังไม่ได้เดินออกไปแต่เลือกที่จะหยุดยืนอยู่หน้าประตูแทนด้วยใบหน้ากำลังคิดอะไรสักอย่างอยู่

 

   อ้อใช่ๆ ในเอ็มวีเพลงใหม่ของVICTORYน่ะ

 

   “?”

 

   รอยยิ้มคุณสวยมากเลยล่ะ แต่วันนี้สวยกว่านะ พูดแล้วหัวเราะปิดท้ายก่อนเดินออกไปเสมือนว่ามาปล่อยระเบิดเล่นๆ

 

   “…..”

 

   “คิม นัมจุนคนบ้า…

 

 

สาบานเลยว่าตอนนี้แก้มเขาไม่ได้แดงเลยสักนิด...ไม่ได้เขินด้วย...





มาแย้ววตอนที่2

ป๋านัมนี่จริงๆเลยความประทับใจแรกไม่ทำของไม่พังก็ไม่ได้5555

อย่าลืมเม้นท์น้า

รักทุกคนเลยจุ๊บๆๆ


 

นี่คือรูปที่พี่จินถ่ายนะคะ

 


  

 ส่วนอันนี้แว่นพิ่จินน ตะมุตะมิมากกกกก



รักทุกคนเลยน้าาาาา จุ๊บๆ>3<

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

41 ความคิดเห็น

  1. #14 hasnanatsiya (@hasnanatsiya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 22:42
    รออยู่น่ะ
    #14
    1
    • #14-1 MELON MILK (@Changebleach) (จากตอนที่ 3)
      18 เมษายน 2562 / 23:55
      จะรีบมาต่อนะค้าบบบ
      #14-1
  2. #13 markbamyug2 (@markbamyug) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 11:56
    นัมจุนคนอะไรช่างอบอุ่นกว่าไมโครเวฟ≧∇≦
    #13
    1
    • #13-1 MELON MILK (@Changebleach) (จากตอนที่ 3)
      16 เมษายน 2562 / 13:27
      รางวัลสามีเเห่งชาติต้องยกให้ป๋านัมมม
      #13-1
  3. #11 ArisaraJae (@rerla) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 20:24
    เพิ่งจะได้มีโอกาสมาเม้นเลยค่ะ ขอโทษจริงๆนะคะที่ตอนเเรกไม่ได้เม้น;____; สนุกมากๆค่ะ ยัยพี่จินน่ารักมาก อ่านตอนเเรกๆเเล้วทำเอาโมโหพวกน้องๆในวงเลยทำไมต้องว่าพี่ขนาดนี้ ฮึ่ย นัมจึนดึงตัวซอกจินไปเป็นสมาชิกใหม่เลยมั้ย!!! เเต่เเบบเขินนัมจุนอะ ไหนจะมาบอกว่ารอยยิ้มจินสวยอีก ชมขนาดนี้ไม่เป็นลมตายก็บุญเเล้วอะTTTTT
    #11
    1
    • #11-1 MELON MILK (@Changebleach) (จากตอนที่ 3)
      15 เมษายน 2562 / 23:02
      เเอเเงงง ขอบคุณมากนะค้าบบบ เป็นเม้นท์ที่อ่านเเล้วทำให้มีกำลังใจในการเเต่งขึ้นเยอะเลย!

      ส่วนยัยพี่ที่ไม่เป็นลมตรงนั้นเพราะเดี๋ยวอาจจะกลับไปหวีดกับตัวเองเงียบๆก็ได้นา5555
      #11-1
  4. #9 พลอย เจ็บปาก (@mkploy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 07:52
    เเงง​ชอบมากกกก
    รอตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #9
    1
    • #9-1 MELON MILK (@Changebleach) (จากตอนที่ 3)
      15 เมษายน 2562 / 11:43
      จะรีบมาต่อน้าาาา ขอบคุณที่เม้นท์ค้าบบบ>3<
      #9-1
  5. #8 ติ่งตลอดการ (@nuch0197) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 02:23

    อ๊ายยย ป๋านัมมมมม ไอเลิฟยูววววววว

    #8
    2
    • #8-1 MELON MILK (@Changebleach) (จากตอนที่ 3)
      15 เมษายน 2562 / 02:24
      ขอบคุณนะค้าบบบบบ
      #8-1
    • #8-2 MELON MILK (@Changebleach) (จากตอนที่ 3)
      15 เมษายน 2562 / 02:27
      ขอบคุณนะค้าบบบบบ
      #8-2