(OC) x(Fic Inazuma Eleven Go) My contract สัญญาที่ผมสัญญาคือนายหน้าหล่อสุดซึน

ตอนที่ 10 : Chapter 8 : กิจกรรมตอนกลางคืนกับความลับที่ถูกเปิดเผย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 พ.ค. 63

"ขอให้นักเรียนโรงเรียนดาเลียทุกคนมาที่จุดนัดพบด้วยครับ"

เสียงประกาศจากลำโพงของทางโรงแรมดังขึ้นนักเรียนทุกคนรวมถึงผมก็เดินออกไปยังจุดนัดพบตามที่นัดกับคุณครูเอาไว้ก็เดินมาถึงทุกคนนั่งลงฟังที่คุณครูพูด

"ทางนี้ครูจะให้จับคู่ทำกิจกรรมสองคน เริ่มจับคู่ได้คะ"

เมื่อสิ้นสุดเสียงประกาศจากคุณครูเพียง 5 วินาทีผมรู้สึกเหมือนมีคนมาจับมือทั้งสองข้างเอาไว้อย่างแน่นข้างนึงคือโรมิโอ ส่วนอีกข้างก็คงและมีคนโซล(ไทโย)กับคุณสนีโอ(ยูคิมูระ) คุณริว เทลส์แคท อาเรี่ยน ที่ยืนจับจ้องพวกผมอยู่

"จะเลือกใคร?"

ทั้งสองหันมาจ้องเขม็งทางผม จะเลือกใครดีละ

"อืม"

ผมสบัดมือทั้งคู่ออกแล้ววิ่งไปข้างหลังเทลส์แคททันที

"ไม่เอาทั้งสองคนฮะ"

ผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

"งั้นมาคู่กับผมไหม?"

คุณสนีโอถามผม ทันที่ได้ยินผมพยักหน้าอย่างเต็มใจแล้วกระโดดกอดคอเขาหันไปแลบลิ้นใส่ทั้งสองคนที่กำลังยืนงงอยู่ วิคเตอร์คุงดูไม่ค่อยพอใจส่วนโรมิโอก็ไปคู่กับคุณโซลแทน

"ทางโรงเรียนมีกิจกรรมดังนี้นะคะ
1.ทดสอบความกล้า
2.พายเรือ
3.เกาะตะข่าย
4.ข้ามหิน
โดยกิจกรรมทั้งหมดจะต้องใช้การพายเรือเพื่อไปจุดต่างๆนะคะ มีเปียกแน่ๆคะฉะนั้นใครใส่ชุดสวยขอให้ไปเปลี่ยน ถ้าไม่ต้องการก็เชิญขึ้นเรือคะในเรือยจะมีไฟฉายเอาไว้ส่องทางเนื่องจากที่นี่มืดมากกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝันให้เป่านกหวีดยาวๆนะคะ"

สิ้นเสียงพูดของคุณครูผมกับคุณสนีโอก็ตรงไปที่เรือ....

"นักเรียนต้องเรียนรู้การพายเรือเอาเองนะคะ"

สบายมากๆทำไมน่ะหรอ?ก่อนที่ผมกับโรมิโอจะมาที่นี่พวกเรามีเวลาว่างเยอะที่เวนิส
เราเลยเรียนพายเรือกันมาแล้ว

"เดี๊ยวผมจะพายให้ สบายใจได้เลยนะฮะแล้วก็รบกวนส่องไฟฉายให้หน่อยนะฮะ"

"อื้อ"

(Hyouga Part)


ผมรู้สึกดีใจจริงๆที่ได้จูลิโอะมาคู่ด้วยเขาให้ผมส่องไฟฉายส่วนเขาจะพายเรือ พวกเรามาถึงจุดแรกด้วยกันอย่างปลอดภัย จุดนี้เป็นจุดที่ค่อนข้างมืดและไม่มีแสงสว่างโดยสิ้นเชิงทำให้พวกผมต้องใช้ไฟฉายในด้านการส่องหาอาจารย์ที่ยืนอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้


"ยินดีต้อนรับสู่ฐานทดสอบความกล้า"


"หวา"


เมื่อการกล่าวต้อนรับอย่างเป็นมิตร(มั้ง)และชูกระดาษให้พวกผมอ่าน


"ภายในถ้ำมีบ่อน้ำอยู่ให้ใช้ไฟฉายส่อง ให้นักเรียนเข้าไปที่บ่อน้ำจะมีที่วางเทียนให้วางเทียนและอธิษฐานเสร็จแล้วเดินออกมาเป็นอันเสร็จแต่ไม่รู้ว่าข้างในถ้ำมีอะไรอยู่หรือเปล่า"


ทันทีที่ผมเอาศพสุดตัวเล็กหลังผมก็ขนลุกขึ้นมามันจะกลัวสินะสัญญาด้วยมันเป็นรูปศีรษะเขาอย่างอ่อนโยนผมของจูลิโอะนิ่มมากก็เอาหน้าซุกที่อกผมแล้วพยักหน้า


"ไปกันเถอะฮะ"


"อือ''


"พอพวกเธอเข้าไปแล้วก็ช่วยมากหลอกคู่ต่อมาด้วยละ"


"ครับ/ฮะ"


พวกผมตอบพร้อมกันด้วยความเต็มใจแล้วเดินเอาไฟฉายเข้าถ้ำไปก็ถึงบ่อน้ำพวกเราวางเทียนและอธิษฐาน ขอให้ไทโยรักผมขอให้คนที่ผมรักมีความสุขขอให้ได้เจอกับรุ่นพี่ฟุบุคิสาธุ ผมอธิษฐานจบแล้วหันไปมองจูลิโอะที่เขาอธิษฐานเสร็จแล้วพวกเราเดินออกไปเอาผ้าที่อาจารย์เตรียมไว้สำหรับการหลอกมาใส่ทับและ


"แฮร่!!!"


"อร๊ายยยย!"


"ว้ายยยย!"


"กรี๊ดเป็นตุ๊ดแตกเลยนะโรมิโอ"


"สาวออกเลยนะไทโย"


ผมถอดผ้าออกแล้วที่บ้านให้ทั้งสองคนฟัง หลังจากการรอทั้งสองคนทำการอธิษฐานสักครู่จนเรียบร้อยพวกผมก็เอาผ้าให้พวกไทโยและพายเรือไปยังจุดที่สองซึ่งหมูสำหรับจูลิโอะมากๆนั่นก็คือการให้ทั้งนั้นก็คือการส่งคนใดคนนึงเป็นพายเรือเพื่อรับคู่ของตนที่เราบนก้อนหินเล็กๆสำหรับเดินไปท่าเทียบเรือผมเริ่มไปนั่งเรือของอาจารย์เพื่อจะได้ไปยืนรอบนก้อนหินที่จะตกลงไปเมื่อไหร่ก็ได้ผมพยายามทำตัวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ผมเริ่มมองเห็นจูลิโอะที่ภายในแบบชิวๆ ผมขาแข็งไปหมดแล้วก็ค่อยพายเรือมาเออ...สงสารผมบ้างก็ได้


"มาแล้วฮะ"


ผมกล้าลงไปนั่งแล้วหยิบไฟฉายขึ้นมาส่องทางโดยไม่ลืมที่จะเอ่ยถามเมื่อกี้


"ทำไมคุณพายเรือดูชิลจังเลยละ"


"ลองพายแบบเวนิสดูน่ะฮะ"


ในเมื่อเขาพูดออกมาแบบนั้นผมว่าอะไรไม่ได้หรอกเพราะมันเป็นสไตล์บ้านเขานี่นะ พวกผมไม่รอช้ารีบพายเรือไปจุดที่สามบอกเลยว่าจูลิโอะนี่พายเรือเก่งมากพูดแล้วก็มาถึงจุดที่สาม


"พวกเธอเห็นตะข่ายเหนือน้ำนี้ไหม?"


"ครับ/คะ/ฮะ"


"ให้ทำยังไงก็ได้ให้ไปถึงอีกฝั่งแล้วเอาธงมาปาใส่ไห ทำได้ไหม?"


"ครับ/คะ/ฮะ"


"นายจะไปเอาธงไหม?"


"อืม...ขอปาธงดีกว่าฮะ"


"ได้"


ผมเดินมาที่ตรงตะข่ายกระโดดลงไปดูท่าผมตะเดินได้สบายๆเลยแต่คนอื่นต้องนอนลงไปแล้วไต่ไปทีละนิด บางคนก็ตกน้ำบ้าง แต่ไม่มีใครเดินเหมือนผมสักคน ผมเดินไปหยิบธงได้แบบสบายๆแล้วเอาไปให้จูลิโอะ เขาปามันลงไปในไหได้ในครั้งเดียวพวกผมเอาเรือออกเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดสุดท้าย


"ห...หินอีกแล้วหรอ!?"


ผมนี่หน้าซีดเลยครับคราวก่อนยืนรอจูลิโอะจนขาแข็งคราวนี้อะไรอีกละผมหันไปมองอาโออิที่เดินข้ามหินด้วยทีท่ากลัวๆโชคดีจังที่แค่เดินข้ามพวกผมมาถึงฝั่ง


"ให้พวกเธอข้ามไปแค่นั้นเป็นอันจบ"


"ครับ/ฮะ/คะ"


ผมไม่รอช้าที่จะกระโดไปพบหินมันแรกแลัอันที่สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด และ


ตู้ม(เสียงน้ำกระเด็น)


ตกน้ำครับเย็นสบายใจเลยทีนี้ ผมยื่นมือไปคว้าคว้าก้อนหินอีกก้อนตรงหน้าไว้และดึงตัวเองขึ้นมา


"ไม่เป็นไรใช่ไหมฮะ?"


"อือ"


ผมหันไปมองหน้าเขาที่ทำหน้าเป็นห่วงอยู่ ผมยิ้มเพื่อทำให้เขาสบายใจและไม่รอช้าที่จะกระโดดไปอันต่อๆไปละอันสุดท้าย


ตู้ม(เสียงน้ำกระเด็น)


ตกน้ำอีกรอบ ผเอามือไปเกาะบริเวณขอบๆแล้วดันตัวขึ้นไป ผมก้าวขาลงอย่างมีชัยและยิ้มให้เขา ผมมองดูจูลิโอะและยืนให้กำลังใจเขารอเขาราวสิบนาทีได้


"ทั้งาองคนทำได้ดีมาก"


อาจารย์กล่าวชมผมและจูลิโอะอย่างชื่นชม พวกเราลสอาจารย์แล้วพายเรือกลับไปที่จุดเริ่มต้นซึ่งมีรุ่นพี่ปีสองปีสามรออยู่ พวกเราบังเอิญสวนทางกับไทโนและโรมิโอ เขายิ้มให้ผมเหมือนทุกครั้งผมเขินจนหน้าแดง คนบ้าชอบทำให้ผมเขินอยู่เรื่อย


"กลับดีๆนะเฮียวกะ"


ฉ่า...หน้าแดงเป็นมะเขือเทศสุกเลยทีนี่


"อ...อืม"


เดี๋ยวนะปรกติเขาไม่เรียกชื่อจริงผมนะไว้ตอนก่อนนอนค่อยถามละกันนะ


"ไม่สบายรึเปล่าฮะ?"


"ไม่มีอะไรหรอก ขอบคุณนะที่เป็นห่วง:)"


"ฮะ"


ผมกับจูลิโอะคุยกันตามประสาพวกเราจนไปถึงจุดเริ่มต้นซึ่งมีพวกรุ่นพี่ปีหนึ่งปีสองนั่งรออยู่เมื่อเรือเทียบท่าพอผมสังเกตุดีๆตัวรุ่นพี่ทุกคนเปียกซกปละมีแป้งอยู่เต็มตัวไปหมดไม่เว้นแต่รุ่นพี่คิริโนะกับรุ่นพี่ชินโดผมพอได้ยินเสียงลางๆจากพวกเขา


"หนาว...เมื่อไหน่พวกปีหนึ่งจะมาสักคนนะ"


ฟังดูแล้วเหมือนพงกเขากำลังนั่งรอพวกปีหรึ่งอย่างพวกผมที่เพิ่งมาถึง อาจารย์อนุญาตให้ปีหนึ่ง สอง สาม ไปอาบน้ำพักผ่อนเข้านอนกันได้แล้วเว้นแต่พวกผมที่กำลังนั่งรอเพื่อนร่วมห้องของตนเองและฉุกรุ่นพี่ทั้งสองมานั่งรอด้วย 


"รุ่นพี่คิริโนะ รุ่นพี่ชินโด เป็นไงบ้างครับ?"


"อย่างที่เห็น โดนน้ำเย็นราดใส่แบบจัดเต็ม"


"น่าอิจฉาพวกนายที่ได้ไปพายเรือกันจังดีกว่าพวกฉันอีก"


"แล้วเกิดอะไรขึ้นหรอ?"


"คุณโซล/ไทโย!" จู่ๆไทโยก็โผล่มากับ


"โรมิโอ! ทำเปียกซกขนาดนั้นละ?"


ครับตามชื่อเลยเปียกกันมาทั้งสองคนเช่นเดียวกับพวกผมยกเว้นจูลิโอะเพราะเขาค่อยๆก้าวทีละก้าว สภาพตอนนี้เรียกว่า'ลูกหมาตกน้ำ'ครับและแน่นอนอากาศวันนี้ดี๊ดี(กับผีอะ)จูลิโอะนั่งตากลมเย็นสบายใจส่วนพวกผมหนาวสั่นแกร็กๆจนเข้าขั้นปอดบวมแล้ว


"ห...หนาว"


"โรมิโอสั่นใหญ่เลยไหวรึเปล่า?"


"อ...อืม"


"เอ่อ...ผมว่าแยกย้ยกันก่อนจะมีใครปอดบวมตายดีกว่านะครับ"


ผมพูดแล้วลากไทโยกลับมาที่ห้อง เขาเดินไปเปิดประตู ผมเข้าไปในห้องกับเขา


"นายจะอาบน้ำก่อนไหม?"


ผมถามเพราะตอนนี้เราสองคนก็เปียกไม่แพ้กันแต่คำตอบที่ได้กลับมานั้นเหนือความคาดหมายของผมมาก


"ก็อาบด้วยกันสิ"


"เอ๋!?คุณจะบ้าหรอ?"


"ก็ผู้ชายด้วยกันนิ"


"ข...เข้าใจแล้วละ"


ไม่รู้ว่าอะไรมำให้ผมตอบอย่างนั่นไปแต่พอรู้ตัวอีกทีก็แช่น้ำอยู่กับเขาไปซะแล้ว


"นี่...ยูคิมูระ"


"หืม"


"ถ้าฉันเรียกนายว่า'เฮียวกะ'จะว่าอะไรไหม?"


ผมส่ายหัว


"เรียกผมสิ"


"เฮียวกะ"


"อื้อ"


ผมดีใจมากที่ไทโยเรียกชื่อของผมผมรู้สึกเหมือนเราได้สนิทกันไปอีกขั้นหนึ่งในสถานะของผมมันก็แค่'เพื่อน'เท่านั้นถึงแม้ว่าผมคิดกับเขามากกว่า'เพื่อน'แต่เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะคิดกับผมแบบนั้นยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจ


"นี่เฮียวกะ"


"หืม"


"ฉันมีอะไรจะบอก นายช่วยรับฟังได้ไหม?"


"ได้สิ"


เขาขยับเข้ามาใกล้ผมและกอดผมไว้แนบตัวของเขา เขาซุกหน้าลงมาที่คอของผมแล้วพูดในสิ่งที่ทำให้ผมดีใจ


"เฮียวกะ...ฉันชอบนายนะ"


ผมเบิกตากว้างหยดน้ำตาแห่งความดีใจเริ่มไหลรินออกมาจากตา ผมตอบกอดของไทโยอย่างแน่นเหมือนไม่อยากให้เขาจากไปไหน


"แล้วนายละชอบฉันไหม?"


"อื้อ ผมชอบคุณ ชอบมาตลอดฮึกๆ"


"ร้องไห้ทำไมละ?"


"ผมดีใจ"


เขาเอามือมาลูบศีรษะของผมอย่างอ่อนโยนทำให้ผมเลิกร้องไห้ได้ตอนนี้เราใส่ชุดนอนแบบเรียวกังของโรงแรมนั่งอยู่ที่เตียง


"เฮียวกะ"


"หืม"


"งั้นนายมาคบกับฉันนะ"


"จะดีหรอ?"


"อือ"


"ตกลง"


"ขอบคุณนะ????"


พูดจบเขาก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้หน้าผม


"ให้ทำได้ไหม?"


"อื้อ"


"แล้วก็นะฉันอยากฟังเสียงครางของนาย"


ฉ่า หน้าผมแดงแล้วครับ ไทโยค่อยๆถอดชุดของผมและเขาออก


(ตัดภาพมายังหน้าประตูห้องของทั้งคนมีแปดหน่อกำลังเผือกเรื่องของเขาอยู่อันได้แก่ 

เทนมะ คิริโนะ ชินโด คินาโกะ โรมิโอ จูลิโอะ สึรุงิ ฮาคุริว


"เอาไงต่อดีอะ?"


"ค่อยรอแซวมันพรุ่งนี้ ส่วนวันนี้"


"แยกย้ายครับ"


ฟิ้ว~~~หายไปกับสายลมกันทุกราย)


(Taiyou Part) 


ผมค่อยๆโน้มตัวไปประกบริมฝีปากของเฮียวกะและสอดลิ้นเข้าไปกวาดความหวานทั่วโพรงปากนิ่มของเขาจนหมด หวานจังเลยแฮะ


"อือ"


เริ่มประท้วงแล้วสินะ ผมถอนจูบออกจากเฮียวกะที่ตอนนี้มองดูแล้วโครตยั่วยวนผมเลย คืนนี้ไม่ให้นอนง่ายๆหรอกนะเฮียวกะหึๆ


"อ้าขาออกหน่อยสิ~"


''อ่า"


ผมสอดเจ้าน้องชายใส่เข้าไปในรูของเขาค่อยๆโยกเข้าไปในรูของเขาจนเร็วขึ้นๆ


"อะ อื้อ อ่า อ๊า"


เสียงครางของเฮียวกะโครตหวานเลยอ่าคนอะไรทำให้ผมหลงได้ทุกวี่ทุกวันจะน่ารักเกินไปแล้วนะเฮียวกะ


"ไทโย อือ อ่า ไม่ต้องรีบก็ได้ฉันไม่หนีไปไหนหรอกนะ"


เล่นน่ารักแบบนี้ผมก็ไม่ไหวนะเฮียวกะเอ๊ย และผมก็ทำกับเฮียวกะจนเผลอหลับไปในที่สุดตื่นมาอีกทีก็


"เจ็ดโมงตรงมีกินข้าวตอนเจ็ดโมงสิบห้าซวยแล้ว"

*

บห*ยแล้วครับ ผมรีบพุ่งและลากเฮียวกะที่เพิ่งตื่นไปอาบน้ำแต่งตัวรีบออกจากห้องในทันที


"เอ๋!?นั้นโรมิโอกีบจูลิโอะนี่น่า คงจะไปช้าเหมือนเราแน่ๆเลย"


ผมพูดเพื่อปลอบใจตัวเองเพราะอย่างน้อยก็ยังมีคนสายเท่าผมกับเฮียวกะล่ะนะ


"อ้าว อรุณสวัสดิ์ฮะทั้งสองคน"


"ทำไมถึงตื่นเช้าจังละครับ?"


"เอ๋!?ก็วันนี้มีนัดกินข้าวเจ็ดโมงสิบห้าไม่ใช่หรอ?ตอนนี้เจ็ดโมงกว่าเองนะ"


โรมิโอเอามือมากุมไหล่ของผมแล้วถอนหายใจอย่างเซ็งๆ


"นี่มันเพิ่งตีหน้าสิบห้าโว้ย!"


"จริงดิ"


ผมหันไปมองหน้าจูลิโอะกับเฮียวกะที่ยืนขำอยู่


"บอกไปแล้วนะครับว่านาฬิกาห้องคุณมันเสีย"


"ขอโทษครับ"


ผมนี่ขี้หลงขี้ลืมจริงทั้งๆที่โรมิโอกับจูลิโอะแถมพนักงานทำความสะอาดอุตส่ามาบอกตอนแรกพยักงานบอกจะเปลี่ยนให้แต่ผมไม่เอาสุดท้ายเป็นแบบนี้ก็สมควรแล้ว


"แล้วะวกคุณมาทำอะไรในเช้ามือแบบนี้ละ?''


"พอดีว่าจะมาเดินเล่นแถวๆสวนหย่อมก็เลยแวะไปขอบคุณทางโรงแรมที่เอาเครื่องดื่มมาให้น่ะฮะ"


"เดินไปก่อนนะจูลี่ ฉันมีเรื่องต้องคุยกับสองคนนี้ เดี๊ยวตามไปนะ"


"ฮะ"


พูดจบจูลิโอะก็เดินออกไปผมรู้เลยมันตะพูดอะไรเพราะเมื่อคินได้ยินเสียงคนหย้าประตูโดนแน่ๆ


"นายสองคนคบกันใข่ไหม?"


โรมิโอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแล้วเอามือมากอดคอผมกับเฮียวกะไว้


"ช...ใช่" เฮียวกะตอบไปอย่างอายๆ


"ว๊าย ตายแล้วดีใจด้วยนะ"


เสียงโครตตุ๊ดเลย มันพูดแล้วโบกมือลาเดินไปที่สวนหย่อมอย่างสบายๆรู้สึกอย่างเตะก้านคอมันจริง

.

.

.

.

.

เวลาทานอาหาร


"นี่ๆยูคิมูระกับไทโยเป็นไงบ้างหรอ?"


เริ่มมาก็เปิดประเด็นเลยนะคาริยะจะเอาไงดีพูดออกไปก็กลัวเฮียวกะเสียหน้าอีกเอาเป็นว่าเนียนๆไปก่อนละกัน


"ยังไงนี่คือ?"


"คบกันแล้วใช่ไหมละ?"


คนเค้าอุตส่าจะเนียนแล้วนะจำไว้เถอะ


"ยังหรอก"


"ท...ไทโย"


"เลิกตีหน้าซื่อได้แล้วครับสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีตรงนี้รู้กันหมดแล้วครับเพราะฉะนั้นพูดมาซะดีๆหรืออยากกินกระสุนแทนอาหารหรอครับ?" ไอโรมิโอจำเอาไว้นะ


"ใช่คบกันแล้ว"


ใครมันจะกล้าเนียนต่อล่ะเล่นเอาปืนขึ้นมาแถมยังมาเล็งมาทางผมซะด้วย


"หึๆสุดท้ายก็ยอมรับแล้วสินะครับ"


มันพูดพร้อมแสยะยิ้มชั่วร้ายออกมาแต่ทำไมผมถึงเห็นหางกับเขาควายเอ้ยเขาปิศาจงอกออกมาละเจ้านี่นี่มันน่ากลัวจริงๆ


"พอๆเลิกๆกินข้าว"


ขอบคุณครับรุ่นพี่ชินโดรุ่นพี่คือฮีโร่ของผมจริงๆ


"แต่ว่า...ผมสงสัยฮะ"


ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่จูลิโอะต่างสงสัยว่าคำถามนั้นคืออะไร


"ทำไมคุณโซลกับคุณสนีโอแล้วก็เทลส์แคทกับคุณริวทำไมถึงคบกันทั้งที่เป็นผู้ชายเพศเดียวกันแท้ๆผมไม่เข้าใจแล้วเวลาจูบ หอม กอดกันมันไม่รู้สึกแปลกๆไม่รู้สึกขยะแขยงหรือรังเกียจบ้างหรอฮะ?"


ทุกคนต่างงงงวยในคำถามของจูลิโอะทั้งที่เขาเป็นคนดูจะไม่ค่อยสนใจเรื่องแบบนี้เลยสักนิดไม่เคยมีใครคิดว่าจะมีใครถามหรือพูดอะไรแบบนี้ออกมา


"จูลี่ถามแบบนี้มัน..."


โรมิโอดูมีทีท่าไม่ค่อยพอใจกับคำถามของเพื่อนสนิท(เจ้านาย)ของตนเท่าไหร่นัก


"ฉันจะตอบเอง"


"ชินโด"


รุ่นพี่นี่สมแล้วที่เป็นฮีโร่ของผมจริงๆไม่ว่าอะไรก็จะเคลียร์ได้หมดช่างน่าชื่นชมเสียจริง


"เพราะคำว่า'รัก'ไม่ได้ห้ามว่าจะไม่สามารถชอบหรือรักเพศเดียวกันได้ทุกคนต่างเข้าใจหัวใจและความรู้สึกของตัวเองจึงสามารถบอกความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองออกมาได้ บางคนเพียงได้อยู่ด้วยกันก็มีความสุขส่วนเรื่องหอม จูบ กอดก็เพราะ'รัก'ถึงได้ทำลงไปเพราะมันคือการแสดงความรักเหมือนกับที่นายกอดทุกคนไงล่ะ"


รุ่นพี่พูดได้ดีมากจนผมกับเฮียวกะแล้วก็ทุกคนจะร้องไห้ออกมาแล้วครับ ใช่แล้วล่ะรุ่นพี่พูดถูกว่ายังไงความรักไม่ได้ห้ามให้รักเพศเดียวกันได้นิเนอะ


"แล้วถ้าความรักที่เรามีให้กับอีกฝ่ายแต่ฝ่ายไม่รับรักเราล่ะฮะ?" เล่นเอาทุกคนชะงักไปอีกแล้ว


"วันนี้แกกรอกยาอะไรใส่เจ้านายวะ?"


สึรุงิถามโรมิโอด้วยความสงสัยโดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ไม่ทราบเช่นเดียวกัน


"ไม่รู้ครับ"


"แล้วไป"


"มันก็ไม่แน่หรอกนะบางคนแค่ได้คุยด้วยกันอยู่ด้วยกันสักพักแค่นั้นก็มีความสุขแล้วแต่ก็มีพวกที่อยากจะครอบครองพยายามเอาคนที่ไม่ได้รักเรามันเป็นของเราให้ได้ด้วยการข่มเหง ขู่ ทำร้ายอย่างมากที่สุดก็คือทำร้ายคนที่เรารักหรือรักเรา ฉันว่าแบบนั้นไม่ใช่ความรักหรอกนะมันคือ'ความอยากเอาชนะ'กับ'ความริษยา'ต่างหากล่ะ"


"อือ เข้าใจแล้วฮะ"


เขาไม่พูดอะไรต่อแล้วเอาอาหารใส่ปากเล็กๆต่อไปจนหมดเช่นเดียวกับทุกคนจะนั้นก็เดินออกไปแต่ผมและทุกคนเว้นจูลิโอะถูกรุ่นพี่คิริโนะกับรุ่นพี่ชินโดเรียกไปคุยด้วย


"คืองี้นะทุดคน ฉันคิดว่าจูลิโอะอาจมีความรู้สึกไม่ค่อยพอใจกับพวกรักเพศเดียวกัน แล้วคือเลยสงสัยว่าเขามีปมด้อยอะไรรึเปล่า?"


"เอาจริงๆแล้วผมไม่ค่อยอยาก้ล่านักหรอกครับ แต่ว่านี่ผมเห็นแก่พวกคุณเพราะฉะนั้นกรุณาตั้งใจฟังด้วยครับ"


ทุกคนต่างใจจดใจจ่อกับคำพูดของโรมิโอ


"ย้อนไปสมัยแม่ฉันสาวๆ แม่ของฉันกับจูลิโอะเป็นพี่น้องกัน แม่ฉันเป็นคนเรียบร้อยมีเหตุผลตรงข้ามกับแม่ตัวอย่างสิ้นเชิง แม่จูลิโอะเป็นเลสเบี้ยนชอบมีอะไรกับเพศเดียวกันคนในครอบครัวต่างรู้คุณตาคุณยายของคุณแม่ยอมรับได้แต่คุณแม่คนเดียวที่ยอมรับไม่ได้แต่ลึกๆก็เป็นห่วงอยู่จนวันนึงแม่จูลิโอะไปผับแล้วมีอะไรกับผู้ชายจนท้องผู้ชายคนนั้นไม่รับผิดชอบต่อมาพ่อจูลิโอะเข้ามาเจอก็ชอบคอแม่จูลิโอะแต่เธอไม่ได้สนใจอะไรมีอะไรกับผู้หญิงต่อไปเพื่อพ่อแม่รู้เข้าจึงบังคับให้แต่งงานด้วยสุดท้ายก็ต้องยอมพอแต่งงานไปแล้วแม่จูลิโอะก็เอาผู้หญิงมานอนที่บ้านเรื่อยๆจนคลอกจูลิโอะออดมาก็ไม่สนใจจนโตมาอายุแปดปีแม่จูลิโอะก็ยังไม่ได้ทำเลิกแบบนั้นจากนั้นจูลิโอะจึงเอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้องสมุดเพื่อจะได้เป็นผู้บริหารแบบที่พ่อคาดหวังเอาไว้จนตอนนี้แม่เป็นโรคเอดส์ซึ่งรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลในไทยบางครั้งก็จะส่งเสื้อผ้ามาให้"


พวกผมฟังแล้วก็ร้องไห้สงสารเขาด้วยความที่ว่าเป็นเด็กที่ไม่มีใครสนใจและยังถูกคาดหวังมากมายจากครอบครัว


"แต่จะทำให้เขายอมรับได้ยังไง?"


"ให้โรมิโอไปเกลี่ยกล่อม"


"งี้ภาระก็เป็นของผมดิ"


"เอาน่า"


"ไม่"


สุดท้ายก็เถียงกันมาจนถึงสวนน้ำจนได้ข้อสรุปว่าจะช่วยกันพูดแค่นี้ก็จบแล้วจะเถียงอะไรกันไปทำไมแค่ช่วยกันพูดก็จบแล้วแผนแรกคือให้เฮียวกะกับโรมิโอเข้าไปคุย


"ส่วนผมมานั่งสอดส่องไม่ใช่ๆมาดูเฮียวกะแบบห่างๆ


"โอ๊ย เจ็บ"


เฮียวกะของผมแกล้งทำเผ็นลื่นล้มโรมิโอบทคนดีเข้าไปประครองไม่ใช่เพื่อเพื่อนนี่ผมไม่ยอมนะขอบอก


"ยูคิมูระเป็นอะไรรึเปล่า?"


"เจ็บนิดหน่อยน่ะ"


"ยังไงก็ไปห้องพยาบาลก่อนนะ"


"อื้อ"


โรมิโออุ้มเฮียวกะไปห้องพยาบาลแต่แววตาจูลิโอะดูเปลี่ยนไปให้ความรู้สึกน่ากลัวเหมือนกำลังแผ่รังษีอำมหิตออกมา


"แฟนตัวเองก็ไม่ใข่ยังมีหย้าด้านไปยุ่งอีกนะส่วนไอคนที่ดูอยู่อย่ามาทำไก๋รีบๆออกมาด๊แลแฟนสิ"


"ครับ"


ผมตอบเสียงสั่นๆด้วยความกลัวไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อนเลยอย่างกับคนละคนกันอย่างสิ้นเชิงเโรมิโอวางเฮียวกะลงแล้วสะกิดผม


"เดี๋ยวฉันจัดการเอง"


"อืม"


ผมพาเฮียวกะออกมาดูอบบห่างๆเพื่อจะได้ไม่รบกวนขณะที่พวกเขาคุยกัน


(Romeo part) 


"จูลี่ คุยกันหน่อยสิ"


"อะไรละ?"


ผมนั่งลงข้างๆจูลี่ค่อยๆเอามือกดศีรษะของเขามาวางบนตักเขาดูตกใจเล็กใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร


"เมื่อก่อนนายชอบแบบนี้ไม่ใช่หรอ?"


"อื้อใช่"


"วันนี้อากาศดีนะ"


"อือตบหัวแล้วลูบหลังสิฉลาดดีนี่คงไม่รู้สิว่า...นายกำลังโดนต้มจนเปื่อยเลย"


"แล้วเรื่องที่สงสัยละ?"


"ก็สงสัย"


ค่อยยังโล่งอกหน่อยที่เขายอมรับได้แต่พวกผมโดนต้มจนเปื่อยจริงนั้นแหละก็จูลี่โกหกเก่งแถมยังเก็บความรู้สึกเก่งอีกต่างหากมันทำให้ผมอดเป็นห่วงเขาไม่ได้


"เอ่อวันนี้แสบนักนะ"


"ฮ่าๆแค่ลองแกล้งเล่นๆน่า"


"เนียนเกินไปแล้งนะฉันแยกไม่ออกเลยนะ"


"คนข้างหลังก็เลิกแอบดูได้แล้วฮะ"


"กึ๋ยรู้อยู่แล้งหรอ?"


"พอดีเห็นผมสีน้ำเงินทึบโผล่ออกมาจากพุ่มไม้น่ะฮะ"


"นายนี่มันร้ายจริงๆ"


"ก็แน่ละเพราะผมคือ'The Prince Pretending'ไงละ"


สมแล้วที่เป็นจูลี่ที่ผมรู้จักฉายากับสโลแกนคล้องกันเลยแหะสโลแกนคือเห็นซื่อๆแต่ดื้อนะไม่แปลกเลยที่ได้ฉายานี้มา


"แล้วก็นะโรมิโอ สุขสันต์วันเกิด!"


"หา..."


เออวะวันนี้วันเกิดผมนี่หว้าอย่างน้อยก็ยังมีคนจำวันเกิดผมได้ละนะ


"Caio!"


"พ่อ!แมรี่!"


"มาทำอะไรที่นี่หรอ?"


"ก็มาหาเจ้าลูกชายตัวดีไงละ"


โอ๊โหพูดญี่ปุ่นซะด้วยสงสัยมาทำธุรกิจแล้วผ่านมาพอดี


"อ่ะนี่ของขวัญ"


พ่อ จูลี่ แมรี่ยื่นของขวัญให้กับผม ผมไม่รอช้าที่จะแกละมันออกของจูลี่คือนาฬิกา แมรี่คือเสื้อกันหนาว ส่วนะ่อคือกล้องถ่ายรูปกับอุปกรณ์กล้อง


"ขอบคุณครับ!"


ผมกระโดดกอดทั้งสามคนด้งยความดีใจ


"แล้วมาที่นี่ได้ไง?"


"ก็พูดญี่ปุ่นที่บ้านเลยให้มาไงละ"


"งั้นก็แปลว่า..."


"พรุ่งนี้ฉันจะไปเรียนที่ดาเลีย!"


"เย้"


ผมโห่ร้องออกมาอย่างดีอกดีใจในที่สุดก็ได้อยู่ด้วยกันครบสามคนสักทีพวกเรานั่งคุยกันสักพักพ่อก็จะออกไปทำงานผมวิ่งไปกอดพ่อจากด้านหลังเขาหันมากอดผมและเดินจากไป เฮ้ออยู่ต่ออีกนิดไม่ได้รึไงนะ ไม่ได้ว่างเหมือนผมที่ทำงานเป็นคนรับใช้ซึ่งพ่อจูลี่จะรับมาเป็นลูกเลี้ยงชั่วคราวแค่ผมปฎิเสญธและขอเป็นคนรับใช้แทนซึ่งผมมีทั้งเงินเดือนทั้งเสื้อผ้าทั้งที่ที่พักทุกอย่างที่คนรับใช้ได้แค่ผมได้อยู่กับจูลี่ก็กำไรที่สุดละแน่นอนว่าพวกเราต้องกลับโรงเรียนคอนนี้แต่ผมไม่อาจลืมการมาเที่ยวครั้งนี้ได้ลงเลยสักนิดทั้งได้สนุก ผ่อนคลาย กวนไทโยแถมได้ของขวัญจากพ่ออีกแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆแต่ก็สนุก

(End Romeo Part) 

.

.

.

.

.

ถึงโรงเรียนดาเลีย


"เฮ้อการไปเที่ยวครั้งนี้แปบเดียวเองเนอะจูลิโอะ"


เสียงของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลทรงเพกาซัสเอ่ยทักกับเพื่อนตัวเล็กกว่าข้างๆ


"แต่ก็สนุกดีนะฮะ"


"ก็นะอาทิตย์นี้มีนี่มีงานวัฒนธรรมด้วยแถมได้เล่นเกมตลอดทั้งวันโดยจะเปิดเป็นรอบของชมรม"


รุ่นพี่นาม'ซังโกคุ'เอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยๆแล้วเอามือไปลูบหัวแมวเปอร์เซียตรงหน้าที่นอนเล่นอย่างสบายกายสบายใจ


"ห๊ะ งานวัฒนธรรมของโรงเรียนหรอคะ/ครับ/ฮะ"


ทุกคนจากที่ดูหมดแรงกับสะดุ้งเฮือกขึ้นมาด้วยความรู้สึกว่า'กิจกรรมอีกแล้วเหรอ?'เนื่องด้วยโรงเรียนเป็นโรงเรียนที่มีกิจกรรมทุกเดือนนักเรียนที่นี่ถ้ามีศักยภาพสูงเลยทีเดียวทั้งความรู้ความสามารถต่างๆนะว่าเป็นโรงเรียนที่มีผู้หมายตามากเลยทีเดียว


"เห็นบอกว่างานวัฒนธรรมต้องช่วยทั้งชมรมทั้งตัวเองด้วยนะ"


เสียงที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีของเราสมาชิกชมรมเจ้าของเสียงคือ'เอนโดมาโมรุ'และ'คิโด ยูโตะ'เพื่อนของเขานั่นเอง


"แค่ได้ยินก็เหนื่อยแล้วล่ะแล้วพวกเราจะทำ..."


"คาเฟ่"


เสียงของเด็กหนุ่มผู้เยือกเย็นตัดบทพูดของเด็กสาวที่กำลังทักถาม


"ทำก็ทำใครเอาบ้าง?"


ทุกคนต่างกวาดสายตามองดูรอบอย่างไม่มีทางเลือกก็เอามือมาวางรวมกันแล้วตะโกน


"เอาด้วย!!!"


โค้ชทั้งสองก็เข้ามาร่วมมือกับเด็กหนุ่มกับเด็กสาว 


"ก็แยกย้าย"


ทุกคนต่างพากันแยกย้ายกันไปนอนเอาแรงในวันต่อไปที่จะถึงมาถึงค่ำคืนผ่านไปเข้าสู่รุ่งสางอาทิตย์ค่อยๆขึ้นมาชูขวดแสงตะวันยามเช้าเมื่อยามดวงจันทร์จะไปในยามรุ่งอรุณมักมีผู้คนออกมาวิ่งอย่างเช่นคนในชมรมฟุตบอล


"อรุณสวัสดิ์"


"โอ้ อรุณสวัสดิ์"


"หาว พงกนายนี้ตื่นเช้าจังเลยนะ"


"เป็นปกติน่ะ นอนหลับสบายหรือเปล่า?"

อื้อเตียงนุ่มมากเลยละผู้จัดการใหญ่ใจดีด้วย"

เด็กสาวตอบอย่างงัวเงียพร้อมเอา

แซนวิชของโปรดใส่เข้าปากซึ่งเป็นอาหารยามเช้าที่หากินได้ง่ายที่สุดในโรงเรียน


"เอ้านั้นไงมาแล้ว"


"ผมไปก่อนนะ"


"โชคดีจ้า"


"ถามหน่อยว่าไปเธอก็เรียนภาษาที่ไหนถึงเก่งขนาดนี้?"


"ก็อ่านหนังสือ"


"จริงดิ"


"จริง"

ทั้งสองคุยสนทนาประสาเพื่อนสนิทจวนจะได้เวลาเข้าเรียนแต่แล้วเสียงประกาศจากลำโพงก็ดังขึ้น


"ขอให้คุณเวสต์โต้โกเนส คุณเอลซาโน่ คุณโรซารี่มาที่น้ำพุด้วยคะๆ"


"นี่มันอะไรกันน่ะ"


"ก็คงต้องไปละนะ"


"อื้อ"


เมื่อได้ยินเสียงตอบรับก็ไม่ลังเลที่จะสาวเท้าเดินไปที่น้ำพุ


"ทำไมต้องเป็นที่น้ำพุ"


"อาจมีเรื่องสำคัญก็ได้มั้ง"


"นั่นไง!"


"พ่อ!"


"ไง จูลิโอะ โรมิโอ อลิซาเบ็ธ"


เสียงจากบุคคลที่ยืนข้างของผู้ชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างสูง


"ขอแนะนำนะนี่คือพี่ชายของลูก"


ชายวัยกลางคนแนะนำเด็กหนุ่มผมสีขาวเช่นเดียวกับเขาเพียงแต่เด็กชายผู้นั้นมี

ดวงตาสีฟ้าสดใสเช่นเดียวกับคนที่ผมสีน้ำเงิน


"ทั้งหมดนี่มันโกหกใช่ไหมฮะ?"


"มันคือความจริงคือลูกคนแรกของพ่อกับแม่พี่ฝากเรื่องไว้กับคุณอาจนตอนนี้ได้เวลาที่จะรู้ความจริงแล้ว"


 ติ๊ดๆ(เสียงโทรศัพท์)


"ครับจะรีบไป"


เขากดวางสายแล้วเข้ามากอดลูกชายสุดที่รัก


"ขอโทษนะต้องไปแล้วล่ะยังไงก็ต้องดูแลกันดีๆล่ะ"


"ฮะ"


"ฝากด้วยนะทั้งสองคน"


"ค่ะ/ครับ"


พูดจบก็เอามือไปลูบศีรษะของลูกชายคนโตแล้วเดินจากไปเด็กหนุ่มลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาใกล้เพื่อทักทายทั้งสามคนที่ยืนงง


"จูลิอาโน่ ยินดีที่ได้รู้จัก"


หลังจากเด็กหนุ่มแนะนำตัวเอามือไปจับมือของพี่ชายด้วยความยินดี


"จูลิโอะฮะ"


"อลิซาเบ็ธ โรซารี่ค่ะ"


"โรมิโอ เอลซาโน่ครับ"


ทั้งสามต่างทักทายและพูดคุยกันจนมาถึงห้องเรียนของปีสองห้องหนึ่ง


"ไปละ"


... To Be Continuous...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น