Fic story rov รวมเรือผีที่ไม่ค่อยมีคนจิ้น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,566 Views

  • 249 Comments

  • 122 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    705

    Overall
    7,566

ตอนที่ 9 : (Zepye x Liliena) คุกกี้ช็อกโกแลต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    28 ต.ค. 61

ความรักก็เหมือนช็อกโกแลต มีทั้งหวานและขมผสมกันไป

"เฮ้อ วันนี้ทำงานเหนื่อยมาทั้งวันเลยเว้ย" น้ำเสียงเหนื่อยจัดของชายร่างสูงสวมเกราะสีเงินเหลือบม่วงเอ่ยขึ้นก่อนจะทิ้งตัวนั่งที่โซฟาตัวหนา เซฟิสถอดหมวกเหล็กเผยให้เห็นใบหน้าเต็มๆ ของเขาที่มีเพียงเพื่อนยมทูตจะได้เห็น
"บ่นเป็นตาแก่ไปได้เซฟิส โอ๊ะ! เจ้าก็มีอายุเกินร้อยปีแล้วนิ" เสียงหวานของยมทูตสาวสวย อวบ อึ๋ม มิน่าเอ่ยแซวก่อนจะได้รับมะเหงกจากเพื่อน
"เจ็บนะเจ้าบ้า!!" มิน่าบ่นอุบอิบพลางลูบหัวตัวเองป่อยๆ
"ข้าว่าเจ้าสมควรโดนแล้วล่ะมิน่า เจ้าว่าเซฟิสก็เหมือนกับว่าข้าไปด้วย" นาครอสว่า เขาเองก็ถอดหน้ากากเช่นกัน
"อุ๊บ! คุณปู่คุณตา กรี๊ด!!" มิน่าร้องลั่น เธอเกือบกระโดดหลบหอกและดาบแทบไม่ทัน
"เสียงดังอะไรกัน" เสียงทุ้มของชายร่างสูงผมสีเขียวเข้มที่ปลิวตามจังหวะการเดิน
"คริกเน็ต เจ้าสองตัวนั้นแกล้งข้า" มิน่ารีบไปหลบหลังคริกเน็ตร่างมนุษย์ก่อนจะแลบลิ้นน้อยๆ "แซวนิดแซวหน่อยทำเป็นโกรธ เชอะ"
"เดี๋ยวเถอะมิน่า" เซฟิสกับนาครอสดุ มิน่าเบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะเดินตามคริกเน็ตไปนั่งที่โซฟาตัวเดิม
เพราะมิน่าเคยเป็นมนุษย์และถูกทดลองจนกลายเป็นปีศาจแล้วจึงแปรผันมาเป็นยมทูตภายหลังอายุนางจึงน้อยกว่านาครอสและเซฟิสหรือคริกเน็ตที่มีชีวิตเป็นอมตะแต่เรื่องฝีมือเธอไม่ด้อยไปกว่าพวกเขาเลย ไม่งั้นคงไม่ถูกแต่งตั้งเป็นยมทูตหรอก
"ว่าแต่เจ้ามาประชุม มีเรื่องอะไรงั้นรึนาครอส?" เซฟิสเป็นคนเริ่มถาม
"ข้าได้รับคำสั่งจากมารอซให้จับตาดูผู้หญิงคนหนึ่ง" นาครอสเกริ่น
"ผู้หญิง??" คริกเน็ตทวน
"ใช่ นางไม่ใช่มนุษย์หรือเทพแต่เป็นปีศาจ" นาครอสหยิบภาพวาดมาวางกลางโต๊ะ "นางเป็นปีศาจจิ้งจอก แต่นางสอนวิทยาการเวทย์มนต์ให้กับมนุษย์ทำให้มนุษย์แข็งแกร่งขึ้น"
"มารอซกังวลเรื่องมนุษย์แข็งแกร่งขึ้นงั้นรึและถ้าให้ข้าเดามารอซคงคิดจะกำจัดต้นเหตุของความแข็งแกร่งงั้นนะสิ" เซฟิสเอ่ยตามที่เขาคิด
"คงจะเป็นอย่างนั้นแต่ว่า...." นาครอสเว้นวรรค "ตอนนี้ไม่รู้ว่านางอยู่ที่ไหนบนดินแดนของผู้กล้า ไม่มีใครพบเห็นนางเลย"
"ข้อมูลล่าสุดที่ข้ารู้ว่าคือนางน่าจะอยู่แถวๆ ป่ามนตรา" นาครอสบอก
"อืม...แล้วเจ้าคิดจะทำยังไงต่อ" มิน่าถามทิ้งความซุกซนก่อนหน้านั้นไปโดยสิ้นเชิง
"ข้าว่าพวกเราต้องแยกกันตามหานาง" นาครอสตอบ
เซฟิสยกมือห้ามก่อนโน้มตัวไปหยิบภาพวาดมาจ้อง "ข้าทำมันเอง"
"หืม...เจ้าพูดจริงดิ" มิน่าจ้องเซฟิสนิ่ง
"ข้าขอทำงานนี้เอง จะได้ไม่ต้องลำบากกันมาก" เซฟิสบอก
"ไม่ใช่ว่าเจ้าสนใจนางหรอกนะ" คริกเน็ตเอ่ยอย่างรู้ทัน
เซฟิสหยักไหล่สายตายังคงภาพวาดนิ่ง บางอย่างมันสะกดให้เขาไม่สามารถละสายตาจากภาพนั้นได้ เขาจะเป็นผู้ล่าจิ้งจอกเอง
"เอาเป็นว่า เซฟิสเป็นผู้รับงานนี้ เอาล่ะแยกย้าย" นาครอสบอกก่อนจะหยิบหน้ากากมาสวม
"ชื่อของนางล่ะ?" เซฟิสถาม
"ลิเลียน่า" นาครอสตอบก่อนจะเดินออกไป
มิน่าจ้องเซฟิสอย่างรู้ทันก่อนจะเอ่ยขึ้น "อย่าทำนางบอบช้ำนักล่ะก่อนที่จะถึงมือมารอซน่ะนะ"
"ข้ารู้แล้วน่า..." เซฟิสพึมพำแล้วจึงเก็บภาพวาดนั้นก่อนจะหยิบหมวกเหล็กมาสวม
ลิเลียน่า เป็นเจ้าไม่ผิดแน่

หลายเดือนก่อน
ณ ดินแดนผู้กล้า
เซฟิสกำลังงีบหลับที่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ด้วยความอ่อนเพลียจากการเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณ
"นี้ท่าน ตื่นเถอะ ที่นี้มันมืดแล้วมันอันตรายนะ"
เสียงหวานเอ่ยปลุกพร้อมกับแรงเขย่าทำให้เซฟิสตื่นมาอย่างงัวเงีย
"คิกๆ ดูหน้าท่านสิ ดูราวกับเด็กเลย" หญิงสาวหัวเราะ
เซฟิสได้แต่คิดอย่างงงงวยว่าสตรีตรงหน้าเป็นใครและยังสามารถมองเห็นยมทูตเช่นเขาได้ ไม่นานานคำถามของเขาก็ได้คำตอบเมื่อสังเกตุเป็นใบหูแหลมคล้ายจิ้งจอกสีฟ้าบนหัวของหญิงสาว
นางเป็นปีศาจแต่กลิ่นอายไม่คลุ้งเฉกเช่นปีศาจทั่วไป
"มีอะไรติดหน้าข้างั้นหรือ?" นางถามพลางเอียงคอน้อยๆ ดูน่ารัก
"เปล่า ไม่มีอะไร" เซฟิสตอบพลางเสหน้าไปมองทางอื่น
นางช่างเป็นปีศาจที่งดงามมาก ใบหน้าจิ้มลิ้ม ผมสีขาวเงิน นัยน์ตาสีฟ้าขุ่น ดวงตาคมมีเสน่ห์ ปากนิดจมูกหน่อย ช่างดูลงตัวน่าหลงใหล ผิวก็ขาวเนียนน่าสัมผัส
จ๊อก~
จู่ๆ ท้องของเซฟิสก็ร้องขึ้นเขาอายจนแทบเอาหน้ามุดดินหนี หญิงสาวตรงหน้าหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะหยิบห่อบางอย่างยื่นให้เขา
"กินสิ ข้าได้มาจากคนในหมู่บ้านแถวๆ นี้"
เซฟิสลังเลหากแต่สายตายังคงจับจ้องห่อตรงหน้า
"ไม่มีพิษหรอก คุ้กกี้นี้อร่อยดีนะยิ่งขนมปังยิ่งนุ่มละมุนลิ้น" นางบอก
"ขอบคุณ..." สุดท้ายเขาก็ทนความหิวของตนเองไม่ไหว นั้นเป็นเพราะกลิ่นหอมอ่อนๆ ของขนมปังมันยั่วน้ำลายเขานะสิ
เซฟิสเปิดห่อนั้นออกมีขนมปังและคุกกี้ช็อกโกแลตอยู่เต็มห่อ เขาหยิบขนมปังขึ้นมากัดกินคำเล็กๆ ก็รู้สึกถึงความนุ่มละมุนลิ้นตามที่หญิงสาวบอกเขาจึงกินจนหมดก้อน
"อุ้ก! แค่กๆ " เซฟิสทุบหน้าอกตัวเองเพราะขนมปังติดคอ
"คิกๆ นี้น้ำ" นางยื่นน้ำให้เซฟิส เขารับไปดื่มอย่างรวดเร็วก่อนจะรู้สึกโล่งคอ
"ขอบคุณนะ" เซฟิสกล่าวขอบคุณหญิงสาวเพียงส่งยิ้มหวานให้เขา
"ลองชิมคุกกี้ดูสิ" นางบอกพร้อมกับหยิบคุกกี้ออกมากัด "ข้าชอบมันมาก"
เขาจึงหยิบคุกกี้ช็อกโกแลตขึ้นมากัดกินดูบ้าง "ขมแหะแต่ก็หวานอยู่บ้าง" เซฟิสพึมพำ
"แล้วอร่อยมากด้วยใช่มั๊ย" นางถามก่อนจะกินคุกกี้จนหมดชิ้น
"อื้ม อร่อยจริงๆ นั้นแหละ" เซฟิสเห็นด้วย
"ถ้าท่านชอบก็กินให้หมดนะ ข้าต้องไปแล้วล่ะ" นางลุกขึ้นยืนร่มเวทย์มนต์ถูกกางออก
"ไปแล้ว เจ้าจะไปไหน?" เซฟิสถามด้วยความสงสัย
"ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ " นางหันมายิ้มก่อนจะเดินจากไปหายไปกับแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์

"ไม่คิดว่าข้าจะต้องมาล่าเจ้า ไม่สิต้องเรียกว่าจับตาดูสินะ" เซฟิสพึมพำเขาไม่ได้สวมเกราะ ไม่ได้ถือหอก เขาอยู่ในสภาพที่เหมือนกับมนุษย์ธรรมดา
ไม่อย่างนั้นคริกซี่ไม่ยอมปล่อยให้เขาเพ่นพ่านแถวป่ามนตราเป็นแน่
"เป็นภูตที่น่ารำคาญจริงๆ " เขาบ่น "หืม..."
ขณะที่เขากำลังจะเอนตัวลงนอนบนกิ่งไม้สายตาก็เหลือบไปเห็นจิ้งจอกเก้าหางกำลังเดินไปทางน้ำตก เขารู้สึกติดใจดวงตาสีฟ้าขุ่นจึงสะกดรอยตามไป
บริเวณน้ำตกจิ้งจอกเก้าหางหยุดดื่มน้ำก่อนจะกลายร่างเป็นมนุษย์หญิง เซฟิสเบิกตากว้างเพราะหญิงสาวตรงหน้าคือคนที่เขาตามหา 
ลิเลียน่า ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ผู้สอนวิทยาการเวทย์มนต์ให้กับมนุษย์
"เจอตัวแล้ว" เซฟิสเอ่ยสายตายังคงจับจ้องร่างเพรียวที่กำลังนั่งหย่อนขาลงในน้ำที่โขดหิน
"อยู่นี้เองหรอกรึ"
เซฟิสหันไปมองต้นเสียงหวานของมิน่า เขาแทบจะกลั้นขำไม่อยู่เพราะมิน่าอยู่ในชุดกระโปรงยาวที่นางรู้สึกว่าพะรุงพะรังที่สุด
คงโดนคริกซี่จับแต่งตัวมา
"อุ๊บส์! มิน่าเจ้าแต่งตัวอะไรของเจ้ากันน่ะ อุ๊บส์ คิกๆ คิกๆ คิกๆ " ถึงอย่างนั้นก็อดเซฟิสหัวเราะ มิน่าค้อนขวับ
"ข้าโดนคริกซี่จับแต่งตัวนะสิ หยุดหัวเราะสักทีเถอะน่าท่านปู่อายุร้อยปี" มิน่าแขวะกลับ
"โห นี้ปากเจ้า!" เซฟิสทำท่าจะเขกหัวมิน่าแต่นางไหวตัวทันไปยืนอยู่อีกกิ่งหนึ่ง
"เหอะ! ว่าแต่นั้นนะหรือคือปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ข้าแทบจะไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายของปีศาจเลย" มิน่าหันไปสนใจลิเลียน่า
"ใช่ อาจเป็นเพราะนางอยู่ที่ที่มีแต่พวกมนุษย์ล่ะมั้ง"
"ข้าได้ยินมาว่านางท่องไปทั่วดินแดนมนุษย์ ไม่มีใครรู้ว่าเป้าหมายของนางคืออะไร" มิน่าบอก
"ช่างเป็นปีศาจที่แปลกเสียจริง"
"ข้าว่านางแตกต่างมากกว่า"
"นั้นสิ..." 
ปีศาจของกองทัพมารอซนั้นชั่วร้ายและจิตใจต่ำช้าที่สุด มันเป็นฝันร้ายที่เลวร้ายเกินบรรยายที่จะนึกภาพออก
"ข้ามีธุระต้องไปจัดการ ข้าไปล่ะ" พูดจบมิน่าก็หายไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายปีศาจเบาบางก่อนจะจางหายไปกับสายลม
มาแล้วก็ไป เซฟิสคิดแต่ก็รู้นิสัยของมิน่าที่คงเป็นห่วงเขาเลยแวะมาหา
พอมองไปที่โขดหินบริเวณน้ำตกเขาแทบหันหน้ากลับมาแทบไม่ทัน เพราะลิเลียน่ากำลังเปลือยกายแหวกว่ายเล่นน้ำอยู่
บ้าจริง นี้นางไม่คิดจะระวังตัวบ้างเลยรึไงถึงที่นี้จะเป็นป่ามนตราแต่ก็เป็นเขตที่พวกมนุษย์สามารถเข้ามาได้ ถ้าเกิดว่ามีมนุษย์ตัวผู้มาเห็นเข้าจะทำอย่างไร
และความคิดของเซฟิสก็เป็นจริง มีชาวบ้านมาเก็บสมุนไพรในป่าและกำลังมุ่งหน้าไปทางน้ำตกที่ลิเลียน่ากำลังเล่นน้ำอยู่
"ชิ!" เซฟิสสบถก่อนจะมุ่งตรงไปทางมนุษย์ชาวบ้าน
ฟุ่บ!
"อ๊ะ!? อื้อ...."
ตุ้บ!
"หลับไปก่อนแล้วกันนะเจ้าน่ะ" เซฟิสเอ่ยหลังจากที่ร่ายมนต์หลับใหลใส่มนุษย์ก่อนจะกลับไปต้นไม้ต้นเดิม
ลิเลียน่าเลิกเล่นน้ำแล้วนางแปลงร่างเป็นจิ้งจอกเก้าหางก่อนออกเดินเข้าไปในป่าลึกแน่นอนว่าเซฟิสต้องตาม
ลิเลียน่าเดินหายเข้าไปในถ้ำ เซฟิสจึงต้องลงจากต้นไม้เดินสะกดรอยตามนางไปอย่างเงียบเชียบจนมาหยุดที่โถงกลางถ้ำซึ่งมีคริสตัสสีฟ้าฟ้าสว่างรายรอบอากาศก็สดชื่นทั้งๆ ที่เป็นถ้ำกลางภูเขา นางทิ้งตัวลงขดนอนเซฟิสแอบมองอยู่ตรงโขดหินรอให้ลิเลียน่าหลับดีจึงค่อยเข้าไปใกล้ตัวยนาง
เมื่อรอจนแน่ใจว่าลิเลียน่าหลับไปแล้วเซฟิสจึงเดินเข้าใกล้ เขาอดใจที่ยื่นมือไปลูบขนสีขาวนุ่มนั้นไม่อยู่ ขนสีขาวนุ่มลื่นมือเหลือเกิน
พรึ่บ!!
"อ๊ะ!?"
พลั่ก!!
โครม!!
ร่างของเซฟิสถูกปัดกระเด็นไปกระแทกกำแพงด้วยแรงเหวี่ยงของลิเลียน่าในร่างจิ้งจอก
"โอ๊ย เจ็บชะมัด" เซฟิสบ่นอุบอิบก่อนจะขยับตัวออกจากกองหินแต่ลิเลียน่าไวกว่า นางพุ่งเข้าไปกดร่างเซฟิสลงไม่ให้ขยับเขยื้อนพร้อมกับจ้องเขาเขม็งด้วยความโกรธจัด
"เจ้าเป็นใคร บังอาจมากที่รุกร้ำมาในเขตของข้า" นางกดเสียงต่ำถาม
"เฮ้ๆ ใจเย็นๆ ข้าแค่หลงทางมา" เซฟิสตอบอย่างใจเย็นแต่ลิเลียน่ากดอุ้งเท้าแรงกว่าเดิม
"โกหก เจ้ามีกลิ่นอายความมืด" ลิเลียน่าจ้องเซฟิสเขม็ง แปลกที่นางรู้สึกคุ้นเคยกับดวงตาสีม่วงเมทิลส์นี้
เหมือนเคยเจอที่ไหน...แต่นางนึกไม่ออก
"ตอบข้ามาว่าเจ้าตามข้ามาทำไม?" ลิเลียน่าถามอย่างเกรี้ยวกราด
"ก็เปล่านิ ข้าแค่หลงทางเท่านั้นเอง" เซฟิสยังคงตอบหน้านิ่ง

'เซฟิส...'
เซฟิสเบิกตาเล็กน้อย นาครอสโทรจิตมาหาเขา
'อยู่ที่ไหน'
'ข้าอยู่กับลิเลียน่า' เขาตอบพร้อมกับดิ้น
'ดีเลย คำสั่งจากมารอซคือให้จับตัวนางมาที่นรก'
'โอ้ ได้เลย'

จู่ๆ ลิเลียน่าก็รู้สึกถึงแรงกดมหาศาลจากชายที่นางกดอยู่ก่อนจะกระโดดถอยหลังหลบหอกที่พุ่งมาจากไหนไม่รู้อย่างรวดเร็ว
"อา...อย่างนี้ค่อยขยับตัวได้สบายหน่อย" เซฟิสพึมพำพลางเอียงคอไปมาจนกระดูกลั่น หอกลอยไปอยู่ในมือเขาพร้อมชุดเกราะประจำตัว
"เจ้า...คือยมทูต!!" ลิเลียน่าอุทาน
"อ่า ใช่แล้ว" เซฟิสตอบ "ข้าก็อยากจะขอบคุณเรื่องขนมที่เจ้าให้ข้าอยู่น่ะนะ แต่นี้มันเป็นภารกิจข้าคงต้องพาตัวเจ้าไปแล้วล่ะ" เขาขยับหอกในมือก่อนจะพุ่งตรงใส่ลิเลียน่า
ลิเลียน่าหลบได้แล้วแปลงร่างเป็นร่างมนุษย์โจมตีกลับซึ่งเซฟิสก็สามารถหลบได้ก่อนจะโจมตีโดนนางจนกระเด็นไปกระแทกกำแพง
"อั่ก! หอกนั้นอันตรายจริง" ลิเลียน่าพึมพำมองรอยแผลถากๆ จากคมหอกของเซฟิส
"ถ้ายอมไปกับข้าดีๆ เจ้าจะได้ไม่เจ็บตัวมาก" เซฟิสเสนอ
"ไม่มีทาง ข้าจะไม่ยอมไปกับเจ้าเด็ดขาดแม้จะไม่รู้จุดประสงค์ของพวกเจ้าก็ตาม" ลิเลียน่าโจมตีเวทย์ใส่เซฟิสจนเขากระอัก
พลังเวทย์เยอะจริงแม่คุณ
ลิเลียน่าแปลงร่างกลับเป็นจิ้งจอกและพุ่งเข้าโจมตีใส่เซฟิสอย่างต่อเนื่องก่อนจะปล่อยลูกบอลเวทย์มนต์ใส่เป็นอันจบ
ตู้ม!!!
เศษหินและคริสตัสแตกกระจายและร่วงหล่นลงพื้นจนเกินฝุ่นควันคลุ้งไปทั่ว ลิเลียน่าหอบหายใจอย่างเหนื่อยล้าเพราะลูกบอลเวทย์มนต์กินพลังเวทย์ของนางเยอะมาก
ฉึก!
"เฮือก!!!??"
ลิเลียน่าเบิกตากว้างจ้องมองหอกที่เสียบที่อก นางพลาดไป นางประมาทไป ไม่นะ...
"ฝันจบลงแล้ว..."
ร่างของลิเลียน่าล้มลงเซฟิสดึงหอกออก ก่อนที่ร่างของนางจะกลับกลายมาเป็นร่างมนุษย์
"หึ!" เซฟิสเค้นเสียงหัวเราะก่อนจะก้มลงช้อนร่างเพรียวขึ้นอุ้ม
นางยังไม่ตายหรอก เขาแค่ดูดพลังวิญญาณของนางมาจึงทำให้นางสลบไป เมื่อไปถึงดินแดนปืศาจเขาถึงคืนพลังวิญญาณให้นาง

"อะ...อื้อ ปวดหัวจัง" ลิเลียน่าครางพลางยกมือขึ้นกุมศีรษะแล้วจึงสังเกตุว่านางถูกใส่กุญแจมือผนึกพลัง
"นี้มันอะไรกันเนี่ย!?" นางโวยขึ้นพยายามจะลุกเดินลงจากเตียงขนาดใหญ่แต่ไม่มีแรง
"ฟื้นแล้วเหรอ?"
ลิเลียน่าหันไปมองต้นเสียงร่างสูงของเซฟิสก้าวเข้ามาในห้อง นางพยายามนึกทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาและรู้ว่าหอกนั้นดูดพลังวิญญาณของนางไปจึงทำให้นางอ่อนแรง
"ปล่อยข้าออกไปนะ เจ้าจับข้ามาทำไม?" นางตะโกนถาม
"ข้าปล่อยเจ้าไปไม่ได้หรอกเพราะมันเป็นคำสั่งของมารอซ" เซฟิสตอบ
"จับข้ามาฆ่างั้นรึ ก็เอาเลย เอาเลย ข้าพร้อมที่จะตาย!!" ลิเลียน่าจ้องเซฟิสอย่างท้าทาย
"ไม่หรอก ถ้าฆ่าก็น่าเสียดายน่าดู" เซฟิสเอ่ยพลางใช้สายตาจ้องไล้ตั้งใบหน้าจิ้มลิ้มลงมาหยุดตรงหน้าอกอวบอิ่ม
ถึงจะเล็กกว่าของมิน่ากับทาร่าแต่ก็น่ากินไม่น้อยเลย
"จะ...จ้องอะไรของเจ้า" ลิเลียน่ากอดตัวเองแน่น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย
เซฟิสเกิดนึกสนุกอยากแกล้งปีศาจจิ้งจอกขึ้นมา เขาผลักนางให้นอนราบไปกับเตียงตรึงมือของนางไว้เหนือหัวก่อนที่มือจะขยุ้มหน้าอกอวบอิ่มของลิเลียน่า
"ยะ...หยุดนะ เจ้ายมทูตลามก หื่นกาม" ลิเลียน่าพยายามดิ้นขัดขืนแต่แรงนางมีไม่พอ
เซฟิสยังคงสนุกที่ได้บีบคั้นหน้าอกอวบอิ่มพอดีมือ ไม่สนเสียงโวยวายของนางใต้ร่างก่อนจะดึงชุดรัดรูปเกาะอกออกทำให้หน้าอกเต้งตึงโผล่ออกมาเต็มตา เซฟิสแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างหื่นกระหาย
"ไม่! อย่านะ! ออกไป!! อ๊า!!!" 
ลิเลียน่าร้องลั่นเมื่อเซฟิสทาบริมฝีปากดูดยอดสีชมพูส่วนอีกข้างเขาขยี้และบีบเบาๆ ร่างเล็กบิดเร้าและครางเสียงหวานกระเส่าเรียกอารมณ์ดิบของเขาได้เป็นอย่างดี เขาเลียและขบกัดยอดสีชมพูนั้นอย่างสนุกจนกระทั่ง...
"ฮึก! ได้โปรดพอเถอะ ข้าขอร้อง..." ลิเลียน่าเอ่ยขอร้องเสียงสั่นดวงตางามคลอไปด้วยน้ำตา
"....."
"ได้โปรดอย่าทำอะไรข้าเลย ฮึก! ฮึก!"
เซฟิสปล่อยมือจากลิเลียน่าก่อนจะจับชุดของนางมาใส่ไว้เหมือนเดิมแล้วเช็ดน้ำตาให้นางอย่างอ่อนโยน
"พอก่อนก็ได้ เพราะถึงเวลาที่ข้าต้องพาเจ้าไปหามารอซพอดี" เซฟิสเอ่ยก่อนจะหยิบหมวกเหล็กมาสวมก่อนจะช้อนร่างของลิเลียน่าขึ้นอุ้ม
"จะ...เจ้าจะทำอะไร!?" ลิเลียน่าดิ้นด้วยความตกใจ
"อยู่นิ่งๆ " เซฟิสสั่งเสียงเข้มลิเลียน่าจึงตัวแข็งทื่อทันที
"เด็กดี" เขายิ้มอย่างพอใจก่อนจะหายตัวไปปรากฏที่ปราสาทของมารอซ
"มาแล้วรึเซฟิส" มารอซเอ่ยทักขึ้น เขาวางลิเลียน่าที่เก้าอี้โซฟาตัวเดี่ยวที่ตั้งอยู่ด้านหน้าบัลลังก์ของมารอซก่อนจะไปยืนข้างๆ นาครอส
"เจ้ารึคือจอมปีศาจมารอซ?" ลิเลียน่าที่พึ่งสงบสติของตัวเองได้ถามขึ้น
"ใช่แล้ว" มารอซตอบ
"ข้าพอจะเดาจุดประสงค์ของเจ้าได้แล้วล่ะ" ลิเลียน่าเอ่ยพร้อมกับเชิดหน้า
"โอ้ ฉลาดสมเป็นเจ้าดี แล้วเจ้าสนใจจะมาเป็นกำลังในการทำสงครามกับข้ารึเปล่าล่ะ"
"ข้าขอปฏิเสธ" ลิเลียน่าตอบเสียงแข็ง
"นางชักจะดื้อด้านเกินไปแล้วนะ" วีร่าเริ่มหงุดหงิด
"ไม่เป็นไรวีร่า" มารอซห้ามก่อนจะจ้องลิเลียน่า "ฟังนางก่อน"
"เจ้าก็รู้ว่าที่ข้าชื่นชอบเหล่ามนุษย์นั้นก็เพราะวิทยาการของพวกนั้นสามารถพัฒนาได้ตลอดและข้าไม่ชอบสอดมือเข้าไปยุ่งกับสงครามเท่าใดนักหรอก ไม่ว่าจะเป็นปีศาจกับมนุษย์หรือปีศาจกับเทพก็ตาม"
"...."
"เหตุผลแค่ก็คงจะพียงพอแล้วล่ะมั้ง" ลิเลียน่ายกยิ้ม
"แล้วทำไมเจ้าถึงสอนเวทย์มนต์ให้กับมนุษย์?" อเลสเตอร์เอ่ยถาม
"ข้าก็บอกไปแล้วว่าข้าชื่นชอบมนุษย์ พวกมนุษย์นำมันไปพัฒนาเอง" ลิเลียน่าตอบ "ซึ่งมันน่าอัศจรรย์"
"สรุปว่าเจ้าจะไม่เข้าร่วมสงครามกับข้า" มารอซถาม
"ใช่ และข้าจะไม่ขัดขวางเจ้าหรอกนะมารอซ เพราะสงครามน่ะก็ถือว่าเป็นมโหรสพที่น่าดูชมนักเชียว" ลิเลียน่ายิ้ม "โดยเฉพาะสงครามกับเทพ"
นางเหลือบมองไปที่เซฟิส "ทีนี้จะปล่อยข้าไปได้รึยัง" ลิเลียน่ายกแขนที่มีกุญแจผนึกพลังขึ้น "และเอาพลังวิญญาณข้าคืนมาด้วย"
"ก็ได้ เซฟิสเจ้าจงคืนพลังวิญญาณให้นางและพานางไปส่งที่ป่ามนตราด้วย แยกย้ายได้" พูดจบมารอซก็ลุกขึ้นเดินออกไปวีร่าตามไปติดๆ
"ท่านคิดดีแล้วหรือที่ปล่อยตัวนางไป จะให้ข้าผสมยาให้นางมาเป็นทาสเราก็ได้นะ" วีร่าเอ่ย
"ไม่เป็นไร ยังไงนางก็ไม่เข้าๆปยุ่งกับสงครามแน่นอน แต่ถ้าเราได้ตัวนางมาก็ถือว่าเป็นอาวุธที่ร้ายแรงพอดู" มารอซกล่าวเขาลูบหัววีร่า "ขอบใจเจ้าที่ช่วยข้าเต็มที่นะวีร่า"
"ข้าก็แค่..." วีร่าเบือนหน้าหนีมารอซก่อนจะรีบเดินหนีไปที่ห้องทำงานของนาง
ทางด้านเซฟิส
"เอาพลังวิญญาณข้าคืนมานะ" ลิเลียน่าเริ่มโวยวาย
"ก็กำลังจะคืนให้อยู่นี้ไงแต่ว่า...."
"แต่ว่า...."
"มันต้องแลกด้วยร่างกายของเจ้า" เซฟิสยิ้มกรุมกริม
"ไม่ตลกนะ!!" ลิเลียน่าตวาด
"จุ๊ๆ เรามาต่อจากก่อนหน้ากันดีกว่า"
เซฟิสผลักร่างบางนอนราบลงกับเตียงกอนจะก้มลงจุมพิตริมฝีปากสวยส่งผ่านพลังวิญญาญโดยการจูบที่แสนเร้าร้อน ลิเลียน่าครางอู้อี้พร้อมกับดิ้นเมื่อมือของเซฟิสลูบไล้ไปทั่วร่างกายของนางเพียงพริบตาเดียวทั้งสองก็ไร้ซึ่งสิ่งปกปิดร่างกาย เซฟิสปลดกุญแจผนึกพลังออกให้ลิเลียน่านางมิได้ขัดขืนอะไรกลับตอบสนองเขาได้เป็นอย่างดีเสียอีก ปล่อยให้มันเป็นตามท่วงทำนองของจังหวะร่างกาย
มันช่างหอมหวานเมื่อได้เจอและขมขื่นเมื่อต้องจากลาราวกับคุกกี้ช็อกโกแลตที่ทั้งหวานและขม

"ข้ามาส่งเจ้าได้แค่นี้เอง" เซฟิสเอ่ยเสียงเศร้า
"คิกๆ ทำหน้าเศร้าไปได้นะยมทูตส่งสาร" ลิเลียน่าหัวเราะพร้อมรอยยิ้ม
"ก็เจ้าจะเดินทางไปที่อื่นอีกนี้ แล้วเมื่อไหร่ข้าจะได้เจอเจ้ากันอีกเล่า" 
"เจ้านี้ทำตัวเป็นเด็กไปได้ ถึงอายุเจ้าจะน้อยกว่าข้าก็เถอะ" ลิเลียน่าว่าก่อนจะยื่นมือไปลูบใบหน้าของเซฟิส
"ข้าเชื่อว่าสักวันจะได้พบกันอีกแน่เพราะงั้นอย่าเศร้าไปเลย"
เซฟิสกุมมือที่ลูบแก้มเขา "ข้าจะรอแล้วกัน เจ้าก็รอข้าด้วยนะ"
"อืม...ได้สิ"
เซฟิสคว้าตัวลิเลียน่ามากอดแน่นก่อนจะก้มลงมอบจูบที่หอมหวานที่สุด อ่อนหวานที่สุด เร้าร้อนที่สุด ตราตรึงใจที่สุดก่อนที่ทั้งสองจะค่อยๆ ผละออกจากกัน
"งั้นข้าไปก่อนนะ" ลิเลียน่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับกางร่มเวทย์
"อ๊ะ เดี๋ยวก่อน" เซฟิสหยิบห่อผ้ายื่นให้ลิเลียน่า
นางรับไปเปิดดูก่อนจะยิ้มหวาน "ขอบใจนะเซฟิส"
"ข้าทำเองน่ะ กินให้หมดด้วย"
"แน่นอน มันต้องเป็นคุกกี้ที่อร่อยมากๆ แน่"
เซฟิสมองลิเลียน่าที่เดินหายเข้าไปในป่ามนตราจนลับสายตาก่อนจะหันหลังกลับไปที่นรกบ้าง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #82 RouEmpire-D (@RouEmpire-D) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 12:20

    เอ่อ... นี่ผมอ่านนิยายอะไรอยู่
    #82
    0
  2. #47 Black Melody (@BlackMdy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 14:03
    น่ารักกกก ชอบมากค่ะ ›‹
    #47
    1
    • #47-1 Caty1317 (@Caty1317) (จากตอนที่ 9)
      1 ธันวาคม 2561 / 21:17
      โง๊ย~
      #47-1