Fic story rov รวมเรือผีที่ไม่ค่อยมีคนจิ้น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,869 Views

  • 145 Comments

  • 66 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    623

    Overall
    3,869

ตอนที่ 43 : (Tulen x Liliana) Dream

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 104
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    12 ม.ค. 62


    ร่างสูงของชายหนุ่มเรือนผมสีขาวเงินลอยอยู่เหนือสระบัวขนาดใหญ่ท่ามกลางหุบเขา กลางสระบัวมีวิหารกลางน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ไม่มีสะพานให้เดินเข้าไปแต่แปลกที่เขากลับลอยไปหยุดลงที่ระเบียงหน้าประตูไม้บานใหญ่ได้
   ที่นี้...คือที่ไหนกัน
   สายตาคมเหลือบมองสังเกตุไปรอบๆ ตัว ประตูไม้ขนาดใหญ่สลักลวดลายของสัตว์ในเทพนิยาย เช่น หงส์ทอง เซนเทอร์ นกฟีนิกซ์เป็นต้น
   ทูเลนจ้องมองไปที่รูปสลักจิ้งจอกเก้าหางที่อยู่ด้านบนสุดของประตูอย่างสนใจ
   แปลก ...เขามาอยู่ที่นี้ได้ยังไงกันในเมื่อเขาจำได้ว่าเขากำลังนอนหลับอยู่ที่สวนของลอเรียล พลันก็แว่วได้ยินเสียงพิณดังมาจากข้างใน
   เขาเอื้อมมือจะผลักบานประตูก็ต้องชะงักลงด้วยความลังเล หากข้างในคือปีศาจล่ะ อืม...เขาก็แค่สังหารมันก็จบ
   แอ๊ด~
   ทูเลนตัดสินใจผลักบานประตูเข้าไปด้านในเสียงลั่นของบานพับดังเบาๆ ขณะที่เขากวาดสายตามองไปทั่วห้องขนาดใหญ่ที่ตกแต่งไว้อย่างงดงามผสมผสานระหว่างจีนกับยุโรปไว้ด้วยกัน ในแจกันลายครามมีดอกบัวสีชมพูถูกพับกลีบอย่างงดงามจัดไว้ กลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ฤดูหนาวลอยอบอวลไปทั่วห้อง เขามองเลยไปที่ฉากบังลมที่วาดลวดลายเป็นจิ้งจอกเก้าหางสีเทาขาวกำลังกระโจนไปยังดอกบัวบานหางทั้งเก้าดูพลิ้วไหวคล้ายกับของจริง เขาเห็นเงาคนคล้ายหญิงสาวกำลังดีดพิณอย่างอ่อนช้อยอยู่หลังฉากบังลม
   น่ามอง ...แม้เป็นเพียงแค่เงา
   แตร๊ง!
   เสียงพิณหยุดชะงักทูเลนลมหายใจติดขัดด้วยความกังวล เงาหลังฉากบังลมนั้นหันหน้ามามองทางเขา
   "เจ้าเป็นใครกัน?" เสียงหวานมีเสน่ห์เอ่ยถามฟังดูไม่ตื่นตระหนกที่รู้ว่าเขาอยู่ที่นี้
   "คือว่า...ข้า...." ทูเลนอึกอักพูดอะไรไม่ออก เขาได้ยินเสียงสวบสาบของการเสียดสีของผ้าเบาๆ ท่ามกลางความเงียบที่แสนน่าอึดอัด
   "เดี๋ยวก่อน เหมือนข้าเคยเห็นเจ้าที่ไหนมาก่อน" เธอเปรยขึ้นก่อนที่เงานั้นจะลุกขึ้นยืนเดินออกจากฉากบังลมปรากฏตัวให้ทูเลนเห็น
   หญิงสาวตรงหน้าแทบทำให้เขาหยุดหายใจเหมือนกับว่าเวลาได้หยุดเดินไปชั่วขณะเมื่อเขาได้สบตากับนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างสวย ขนตายาวงอนเป็นแพรับกับดวงตาคมกลมโต จมูกโด่งสวยรับกับริมฝีปากกระจับสีชมพูระเรื่อดูอวบอิ่มเย้ายวน ดวงหน้าสวยหวาน ผิวขาวเนียนละเอียด พวงแก้มใสจนเห็นเลือดฝาด ผมสีเงินยวงเป็นเงาถูกรวบไปด้านหลังปักด้วยปิ่นไม้สลักเป็นลายดอกบัว ชุดผ้าไหมตัดเย็บอย่างดีให้เข้ากับรูปร่างสีเทาตัดขาวขลิบทองดูเป็นเอกลักษณ์มีผ้าแพรสีชมพูบางพาดผ่านไปถึงด้านหลังที่คล้ายผ้าคลุมขนสัตว์หางจิ้งจอกห้าหาง ปลอกแขนชายยาวประดับเหล็กดัดเป็นดอกบัวห้อยถ่วงดุลไว้ แม้กระทั่งปลอกกำไลแขนทองก็สลักเป็นดอกบัวแต่ที่น่าสนใจคือหูจิ้งจอกแหลมสีเงินบนหัวเธอที่ดูโดดเด่นราวกับมงกุฏ
   ดูเลิศหรูมีเสน่ห์ดึงดูดชวนมองทุกท่วงท่าการเดินแม้กระทั่งการขยับตัวเพียงเล็กน้อยก็น่ามอง
   "เจ้าดูเหมือนเด็กน้อยสายฟ้าบนสรวงสวรรค์เลยนะ" เธอพูดขึ้นทำให้ทูเลนหลุดจากภวังค์
   "ข้าไม่ใช่เด็กน้อยเสียหน่อย!" ทูเลนแย้งเพราะเขาไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ที่ถูกหญิงสาวตรงหน้าเรียกเขาว่าเด็กน้อย
   "หึๆ หยิ่งผยองซะจริง" เธอยกยิ้มขณะที่ก้าวเดินตรงมาหาเขา
   "อย่ามาเข้าใกล้ข้านะ ไม่อย่างนั้นข้าจะเผาเจ้าแน่" เขาไม่ได้แค่ขู่เรียกสายฟ้าออกมาจริงๆ
   "ช่างน่ากลัวเสียนี้" เธอยิ้มไม่มีท่าทีจะถอยหนีเขาแม้น้อยแต่ตรงกันข้ามกลับก้าวมาใกล้เขาเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขาเพียงหนึ่งก้าว
   "ถอยออกไปซะ!" ทูเลนพูดเสียงต่ำ
   "แล้วถ้าไม่ล่ะ...เจ้าจะฆ่าข้าหรือ?" เธอยังคงยิ้ม "ดวงจิตหลุดมาไกลซะจริง"
   "!!?" ทูเลนหยุดชะงักจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความสงสัย
   "อยากถามหรือ? ถามมาสิ" เธอเอียงคอเล็กน้อย
   "เจ้า...ที่พูดมาเมื่อกี้หมายความว่าไง"
   เธอเพียงส่งยิ้มให้เขาอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวไปนั่งตรงเบาะตรงเก้าอี้ขาโค้งหกขาแล้วผายมือให้เขานั่งเบาะที่อยู่ตรงข้าม
   "นั่งก่อน แล้วข้าจะตอบเจ้าเด็กน้อย"
   "....."
   เมื่อทูเลนนั่งลงแล้วหญิงสาวเสกกาน้ำชาขึ้นมาแล้วรินใส่ถ้วยชากระเบื้องเคลือบลายดอกบัวแล้วยื่นส่งให้เขา
   "ดื่มสิ ชานี้ข้าเป็นคนคิดเอง"
   "...."
   ทูเลนรับมาอย่างจำใจเขายกถ้วยชาขึ้นจิบเพียงเล็กน้อยก็รู้สึกถึงรสชาติที่หวานหอมกลมกล่อมชวนให้ผ่อนคลาย
   "ที่ข้าบอกเจ้าว่าจิตหลุดมาไกลนั้นก็ไม่มีอะไรมากหรอก มันคงจะคล้ายๆ วิญญาณหลุดออกจากร่างแล้วร่อนเร่มาไกลถึงที่นี้"
   "วิญญาณหลุดจากร่าง แบบนั้นมันเหมือนพวกมนุษย์ที่กำลังจะตายแล้ววิญญาณออกจากร่างไม่ใช่เหรอ"
   "ใช่...แต่เจ้าเป็นเทพไงล่ะ"
   "แล้วข้าจะกลับร่างตัวเองยังไง"
   "เพียงแค่เจ้าตื่นจากห้วงนิทราทุกอย่างที่นี้ก็เหมือนกับความฝัน"
   "เจ้าเป็นใครกันทำไมถึงได้รู้ว่ามันจะเป็นแบบที่เจ้าพูด"
   "เอ~ ข้าเป็นใครกันนะ?" หญิงสาวลากเสียงหวานยียวนพลางเอียงคอส่งยิ้มให้เขา
   "ไม่คิดจะแนะนำตัวเองเลยรึไง?" ทูเลนว่า
   "เจ้าเป็นผู้บุกรุกโดยพละการ ไม่สิ ตอนนี้ข้าต้องเรียกเจ้าว่าแขก เจ้าต่างหากที่ควรจะแนะนำตัวกับข้าเด็กน้อย" เธอพูดน้ำเสียงราบเรียบไม่ทุกข์ไม่ร้อนขณะยกชาขึ้นจิบด้วยท่าทางสง่างาม
   "...." ทูเลนเม้มริมฝีปากแน่นจ้องมองเงาตัวเองที่สะท้อนในน้ำชา
   "หากสงสัย ...เมื่อเจ้าตื่นจงไปค้นหาที่ห้องสมุดของโลกมนุษย์ดูเถอะเทพสายฟ้า" เธอพูดพร้อมกับวางถ้วยชาลงยังที่รองถ้วย
   แกร๊ก!
   พลันภาพทุกอย่างก็พร่าเลือนเหมือนกับว่ามีหลุมดำดูดกลืนทุกอย่างจนหายไปหมด รอยยิ้มสุดท้ายที่ชายหนุ่มได้เห็นนั้นดูงดงามและลึกลับ
   "หวังว่าเจ้าจะหาเจอนะ"

◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇

   "...เลน พี่ทูเลน พี่ทูเลนตื่นสิ!" เสียงใสแจ๋วของอลิซร้องส่งเสียงปลุกอยู่ข้างหูพร้อมกับมือเล็กที่เขย่าร่างเขาไม่หยุด
   "อื้อ! อลิซมีอะไร?" ทูเลนงัวเงียลืมตาตื่นมองดูเทพนักกษัตตัวน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ เขา
   "งื้อ พี่ทูเลนไม่ยอมพาอลิซไปเล่นเลย อลิซเหงาจะแย่อยู่แล้ว!!" หนูน้อยโวยวาย
   "อืม...ข้าขอโทษ ข้าเพลียนิดหน่อยเลยเผลอหลับไปน่ะ" เขาพูดขอโทษพลางยกมือขึ้นลูบหัวที่เต็มไปด้วยเส้นผมสีชมพูนุ่มดุจใยไหม
   "ไม่รู้ล่ะ อลิซโกรธพี่ทูเลนแล้ว!!" อลิซกอดอกแน่นเชิดหน้าไปอีกทางพร้อมพองแก้มจนป่องดูแล้วน่าหยิก
   "อ่าๆ ข้าทำเจ้างอนซะแล้ว" ทูเลนลุกขึ้นนั่งยื่นมือไปดึงตัวอลิซมากอด
   "พี่ทูเลนไม่ต้องมากอดข้าเลยข้าไม่หายโกรธง่ายๆ หรอก ฮึ! ปล่อยนะ!!" อลิซร้องโวยวายพร้อมกับดิ้นไปมาในอ้อมแขนของทูเลน เขาหัวเราะเบาๆ ขณะที่สายตาก็เหลือบไปเห็นสมุดนิทานภาพของอลิซที่เปิดค้างไว้หน้าหนึ่งมีรูปจิ้งจอกกำลังย่างกรายจะขย้ำลูกแกะกินเป็นอาหาร

   'หากสงสัย ...เมื่อเจ้าตื่นจงไปค้นหาที่ห้องสมุดของโลกมนุษย์ดูเถอะเทพสายฟ้า'

   พลันเขาก็นึกถึงประโยคของหญิงสาวหูจิ้งจอกในฝันขึ้นมา เขาหยุดแกล้งอลิซพยายามครุ่นคิดว่าสิ่งที่เขาฝันมันคือเรื่องจริงรึเป็นแค่ความฝันลมๆ แร้งๆ ในช่วงกลางวัน
   ในเมื่อสงสัยก็ต้องลงไปค้นหา เขายิ่งเป็นพวกไม่ชอบให้มีอะไรมาขุ่นข้องคาใจซะด้วย แต่ว่า....
   นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้ลงไปที่โลกมนุษย์ตั้งแต่วันนั้น.... วันที่ตัดสายสัมพันธ์กับ 'เธอ'
   ช่างเถอะ เรื่องในอดีตเขาจะเก็บมาใส่ใจทำไม เรื่องมันก็ผ่านมาตั้งสองปีแล้ว
   "อลิซ..." ทูเลนเรียกชื่อเทพตัวน้อยที่กำลังงอนตุ้บป่องให้หันมามอง
   "อะไรพี่ทูเลน?"
   "ไปเที่ยวโลกมนุษย์กัน"
   อลิซยิ้มแก้มปริพร้อมพยักหน้ารัวๆ "ไปค่ะพี่ทูเลน"
   "งั้นไปกันตอนนี้เลย"
   "เย้ๆ ไปกันเลย~"
    เพียงพริบตาเดียวทูเลนก็พาอลิซมาถึงโลกมนุษย์ เขาพาอลิซเดินไปตามถนนของเมืองสายตาคมกวาดหาห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดโดยไม่สนใจสายตาทอดสะพานของบรรดาผู้หญิงที่จ้องมองเขา
   "พี่ทูเลนจะไปไหนเหรอ?" อลิซเอ่ยถามขึ้นหลังจากสังเกตุเขามาสักพัก
   "ข้าจะไปห้องสมุดน่ะ เจ้าอยากมาด้วยกันมั๊ยล่ะ?" เขาตอบ
   อลิซส่ายหัวพร้อมพองแก้ม "อลิซอยากไปเล่นมากกว่าอ่านหนังสือ"
   "งั้นเจ้าไปเที่ยวเล่นที่ป่ามนตราก็ได้ ข้าเสร็จธุระจะไปรับ" เขาบอกพร้อมลูบหัวอลิซ
   "เย้~ อลิซไปก่อนนะคะ" อลิซกระโดดด้วยความดีใจก่อนจะวิ่งไปตามถนนโดยไม่สนใจทูเลนอีกเลย เขาจึงได้แต่ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วมุ่งตรงไปยังห้องสมุดของเมือง
   เมื่อมาถึงทูเลนก็แทบอยากทึ้งผมตัวเองด้วยความหงุดหงิดเพราะห้องสมุดของเมืองนี้ทั้งใหญ่และกว้างมากมีชั้นหนังสืออยู่มากมายจนมองแล้วรู้สึกลายตา
   "เฮ้อ...ในอยากรู้ว่าหล่อนเป็นใครข้าก็ต้องหาคำตอบให้ได้" ทูเลนพูดกับตัวเองก่อนจะเดินไปด้านใน
   ว่าแต่จะเริ่มค้นหายังไงก่อนดีล่ะ อืม ...ทูเลนยืนจับคางอย่างครุ่นคิดอยู่หน้าชั้นหนังสือพยายามนึกถึงลักษณะของหญิงสาวปริศนาในฝัน
   หน้าตาสวยงดงาม รูปร่างอรชนสมส่วน ท่าทางสง่างาม มีหูเหมือนจิ้งจอก
   จิ้งจอกเก้าหาง!!!
   ทูเลนนึกถึงบานประตูที่สลักลวดลายของสัตว์ในเทพนิยายและนึกถึงจิ้งจอกเก้าหางที่อยู่สูงสุดเหนือสัตว์เทพต่างๆ เขาจึงมุ่งตรงไปยังหมวดหนังสือเกี่ยววรรณกรรมเทพนิยาย
   จิ้งจอกเก้าหาง ตำนานเทพจิ้งจอกเก้าหาง ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางแห่งการยั่วยวน ทูเลนเลือกหยิบหนังสือเกี่ยวกับจิ้งจอกเก้าหางมาทั้งหมดแล้วหามุมอ่านอย่างเงียบๆ
  
   จิ้งจอกเก้าหาง" หรือ 九尾の妖狐(คิวบิโนะโยโคะ)ซึ่งตามภาษาญี่ปุ่นนั้นค่อนข้างตรงตัว 九尾 หมายถึงหาง 9 หาง ส่วน 妖狐 นั้นแปลว่า ปีศาจจิ้งจอกเป็นปีศาจในตำนานพื้นบ้านของญี่ปุ่น ปกติแล้ว 狐 หรือ คิทซึเนะ จะเป็นคำเรียกสุนัขจิ้งจอกทั่วๆไปซึ่งผู้คนเชื้อว่าจิ้งจอกที่อาศัยตามป่าเขานั้นจะมีพลังพิเศษต่างๆ อีกทั้งเจ้าเล่ห์ชอบแกล้งผู้คนที่เดินทางไปมาตามป่าเขาอีกด้วย

   "ในตำนานจิ้งจอกเก้าหางคือปีศาจ สามารถแปลงเป็นหญิงสาวงดงามใช้เสน่ห์ล่อลวงชายหนุ่มให้ลุ่มหลงแล้วกินวิญญาณ บ้างก็เป็นเทพสวรรค์ที่ต้องโทษถูกขับไล่จากสวรรค์ลงมาอยู่ที่โลกมนุษย์" ทูเลนพึมพำหลังจากพลิกหน้าหลังสือไปมาก่อนจะปิดแล้วรวมเอาไปเก็บที่ชั้นเดิม
   สรุปแล้วหล่อนคือปีศาจงั้นหรือ? แล้วทำไมไม่ทำร้ายเขาล่ะ? ดูเหมือนหล่อนจะรู้ด้วยว่าเขาเป็นใครหรือจะใช้คิดจะล่อลวงเขากันนะ?
   ขณะที่ทูเลนกำลังคิดไปเรื่อยมือหยิบหนังสือเข้าล็อคเดิมก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่งสันปกมีสัญลักษณ์ดอกบัวคล้ายกับเหล็กดัดที่ห้อยอยู่ชายปลอกแขนของหญิงสาวคนนั้นเขาจึงเอื้อมมือไปจะหยิบก็มือมือเล็กคู่หนึ่งมาหยิบเหมือนกัน
   "ทูเลน..."
   "บัตเตอร์ฟราย..."
   ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความตะลึง ทูเลนรีบผละมทอออกบัตเตอร์ฟรายจึงหยิบหนังสือมาถือ หญิงสาวผมสีทองสุกสว่างดั่งเนยสีทองคือบัตเตอร์ฟรายเป็นองครักษ์ของแอสทริคคุณหนูตระกูลโรส เธอจ้องมองร่างสูงด้วยความตกใจปนตะลึง
   "นายจะเอาหนังสือเล่มนี้เหรอ?" เธอถาม
   "เธอต้องการมันก็เอาไปเถอะ" ทูเลนบอกแล้วหมุนตัวจะเดินออกไป
   "เดี๋ยวก่อนทูเลน..." บัตเตอร์ฟรายเรียกเขาทำให้รางสูงชะงักหันไปมอง
   "มีอะไร?"
   "นายเอาไปเถอะ ฉันไปหาเล่มอื่นอ่านก็ได้" เธอยื่นหนังสือไปให้ทูเลน
   "ไม่ล่ะ เธอเอาไปอ่านเถอะ" เขาบอกพร้อมดันหนังสือคืนบัตเตอร์ฟรายอย่างนุ่มนวล
  "แต่ว่านาย..."
   "อย่าดื้อ ฉันบอกแล้วว่าไม่เอาก็คือไม่เอา" ทูเลนบอกพร้อมยื่นมือไปขยี้ผมของบัตเตอร์ฟรายอย่างลืมตัวเมื่อรู้สึกตัวจึงรีบชักมือกลับ
   "หมดธุระฉันไปล่ะ..."
   "...."
   บัตเตอร์ฟรายมองตามร่างสูงที่เดินออกไปจากห้องสมุดจนลับสายตาก่อนจะเดินไปหาบรรณารักษณ์เพื่อลงทะเบียนยืมหนังสือ
   มันก็แค่อดีตที่ผ่านมาแล้วจะเฝ้าหวนนึกถึงมันทำไม
   ทูเลนเดินเรื่อยไปตามถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของ
   "ดอกไม้จ้าดอกไม้ ดอกไม้งามๆ สำหรับจัดแจกัน ดอกไม้จ้า~ มีดอกกุหลาบให้คนรักด้วยนะจ้ะ" เด็กน้อยหน้าตาน่ารักถือตะกร้าใส่ดอกไม้หลากสีเอาไว้มากมายเดินเร่ขาย ทูเลนเห็นว่าส่วนใหญ่ที่ขายดีคือดอกกุหลาบสีแดงสวย จู่ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นดอกบัวดอกหนึ่งในตระกร้า
   "หนูน้อย" ทูเลนเรียกทำให้เด็กหญิงหันมามองแล้ววิ่งมาหาเขา
   "พี่ชายต้องการดอกไม้ดอกไหนเหรอค่ะ?" หนูน้อยถามพร้อมชูตระกร้าขึ้นสูง
   "ดอกบัวนี้ราคาเท่าไหร่?" เขาถามพร้อมเอื้อมมือไปหยิบดอกบัวออกมาจากตระกร้า
   "เอ่อ...ที่ดอกบัวนั้นหนูแค่เก็บมาจากสระบัวถ้าพี่ชายชอบก็เอาไปเลยคะ"
   "อืม..." เขาพยักหน้าแล้ววางถุงเหรียญทองใส่ตระกร้าดอกไม้ของเด็กน้อยแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
   หนูน้อยหยิบถุงนั้นขึ้นมาเปิดดูก็ต้องเบิกจากว้างด้วยความดีใจ เงินในถุงสามารถเลี้ยงปากท้องของครอบครัวได้แล้ว ทั้งยังจ่ายค่าบ้านเช่าและหนี้ได้อีกและยังเหลือไว้ใช้ต่อทุนได้อีก
   "ขอบคุณคะพี่ชาย" หนูน้อยยิ้มแล้วรีบวิ่งเอาเงินไปให้พ่อของเธอด้วยความดีใจ
   ทูเลนมาถึงป่ามนตราเห็นอลิซกำลังเล่นสนุกอยู่กับพวกคริกซี่จึงไม่อยากเขาไปยุ่ง เขาจึงเดินไปหามุมสงบนั่งเล่นมือหมุนก้านดอกบัวไปมา
   "ดอกบัว...จิ้งจอกเก้าหาง...วิหารกลางสระบัว..." ทูเลนพึมพำพลางจ้องมองดอกบัวในมือ กลีบบัวสีชมพูหวานอ่อนละมุนถูกเด็ดออกมากลีบหนึ่ง
   "เจ้าเป็นใครกันนะ?" เขาชูกลีบดอกบัวขึ้นแสงแดดส่องผ่านความบางของกลีบดอกไม้เห็นเส้นใย
   เมื่อกลับดินแดนสวรรค์ทูเลนส่งอลิซกลับวิหารเขาจึงปลีกตัวกลับมาที่วิหารของตนเองบ้าง นั่งเล่นที่ขอบระเบียงมือหมุนดอกบัวไปมาความง่วงงุนก็เขาครอบงำพาเขาจมดิ่งสู่ห้วงนิทรา

   ทูเลนพบว่าเขายืนอยู่ที่ระบียงนัางเล่นของวิหารเบื้องหน้ามีร่างบางของหญิงสาวหูจิ้งจอกนั่งเอาขาแช่น้ำเล่นอย่างสบายใจข้างๆ มีโต๊ะขาโค้งสีขาตัวเล็กตั้งอยู่มีกาน้ำชาและขนมหนึ่งชุด
   "ไง เจออะไรบ้างรึเปล่าเด็กน้อย" เธอพูดขึ้นขณะมือยกกาชาขึ้นรินน้ำชาใส่ถ้วย
   "ข้าไม่ใช่เด็กน้อย!" ทูเลนแย้งเสียงแข็งทำให้ร่างบางหัวเราะ
   "แน่นอนเจ้าไม่ใช่เด็กน้อยเทพสายฟ้า แต่สำหรับข้าเจ้าก็เด็กอยู่ดี" เธอวางกาชาลงแล้วลุกขึ้นยืนหยิบถ้วยใส่น้ำชามายื่นให้ทูเลนพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน
   "ข้าก็มีชื่อ..." ทูเลนรับน้ำชามาแต่ไม่ดื่ม
   "งั้นชื่อของเจ้าคือ..."
   "ข้าชื่อทูเลน"
   "ทูเลนงั้นหรือ เป็นชื่อที่เยี่ยมดี" เธอชมก่อนจะกลับไปนังหย่อนขาแช่น้ำเหมือนเดิม
   "แล้วชื่อเจ้าล่ะ?" ทูเลนถามย้อน
   เธอตบที่นั่งข้างๆ "มานั่งก่อนสิ"
   ทูเลนจึงถอดรองเท้าออกพับขากางเกงขึ้นถึงเข่าแล้วนั่งหย่อนขาข้างเธอ
   "เมื่อเจ้าบอกชื่อเจ้ามาข้าก็ควรจะบอกชื่อของข้าด้วยเช่นกันสินะ"
   "ใช่"
   "ก่อนอื่นเจ้าก็เล่าสิ่งที่เจอบนโลกมนุษย์ให้ข้าฟังก่อนรวมถึงดื่มชาได้แล้วเดี๋ยวจะเย็นชืดจะเสียรสชาติเอา"
   "เรื่องมากจริง..." ทูเลนบ่นหากแต่ยอมดื่มชาเขารู้สึกว่าครั้งนี้รสชาติมันหวานขึ้นเล็กน้อยแถมยังมีรสเปรี้ยวผสมมาด้วย
   "อร่อยรึเปล่า?" เธอถามเสียงอ่อนโยน
   "อร่อยมาก" ทูเลนตอบแล้วยกดื่มจนหมดถ้วย
   "ข้าผสมน้ำผึ้งและมะนาวเข้าไปเพื่อเพิ่มรสชาติให้กลมกล่อม"
   "เจ้าคิดขึ้นเองงั้นเหรอ?"
   "ก็ไม่เชิงหรอก แค่ลองใส่นู่น ใส่นี่ ผสมไปเรื่อยๆ ถ้าถูกใจก็เอามาทำดื่มบ่อยๆ " เธอตอบขณะหยิบขนมแป้งก้อนกลมสีขาวนวลมายื่นให้เขา
   "ชิมดูสิ"
   ทูเลนรับขนมแป้งนุ่มมากัดกินคำหนึ่งก็เจอไส้ถั่วแดงกับถั่วดำ
   "ซาลาเปานี่ใส่ไส้สองไส้" ทูเลนพูดขึ้น
   "ใช่"
   ทูเลนกินซาลาเปาจนหมดแล้วเหลือบมองหญิงสาวหูจิ้งจอกที่รินชาแล้วยื่นส่งให้เขาพลางคิดว่าเธออยู่ที่นี้คนเดียวหรือ
   "ขอบคุณ" เขารับถ้วยชามา
   "เจ้าเจออะไรเกี่ยวกับข้าบนโลกมนุษย์บ้าง?" เธอวกเข้าประเด็นเดิม
   "ที่ข้าเจอคือเจ้าเป็นปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง" ทูเลนตอบ
   "คิกๆ นี้พวกมนุษย์บันทึกเรื่องของข้าไว้แบบนั้นหรอกหรือ" เธอหัวเราะแกว่งขาไปมาในน้ำ
   "เจ้าเป็นปีศาจจิ้งจอกเก้าหางจริงๆ น่ะหรือ?" ทูเลนถามเพราะบนสรวงสวรรค์จิ้งจอกเก้าหางถือว่าเป็นเทพเหมือนกันแต่มีบางพวกที่กลายเป็นปีศาจ
   เธอหันมายิ้มให้เขา "ถูกและไม่ถูก"
   "หมายความว่าไง???" เขายิ่งงงในคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า
   "ข้าจะบอกใบ้ให้สักหน่อยก็แล้วกันว่าตัวข้าเกิดในช่วงที่โลกยังวุ่นวาย โลกที่พึ่งกำเนิด โลกที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงเพื่อเอาตัวรอด"
   ทูเลนมองหญิงสาวด้วยความตะลึง เธอเกิดเมื่อหลายล้านพันปีก่อน(แก่โคตร)
   "เจ้ามีอายุมากว่าพันปีแล้วงั้นเหรอ?" ทูเลนเสี่ยงถาม
   "ใช่ ทำไม?" เธอหันไปมองทูเลนด้วยนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างสงบนิ่ง
   "ก็แบบ เอ่อ...ข้าก็แค่แปลกใจที่เจ้ามีชีวิตยืนยาวได้ขนาดนี้แถมยัง..."
   "แถมยัง....?"
   สวยมากๆ จนแทบหยุดหายใจ ...ทูเลนจ้องมองเธออยู่นานจนต้องเป็นฝ่ายหันหน้าหนีเธอ
   "ช่างเถอะ" แก้มของทูเลนขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย ย้ำว่าเล็กน้อย!!!
   "หากเจ้าอยากรู้ว่าข้าเป็นใครจริงๆ ลองไปถามซุสดูสิเขาอาจจะตอบเจ้าได้"
   กล้าเรียกแค่ชื่อมหาเทพแห่งสรวงสวรรค์เฉยๆ แสดงว่าเธอไม่ธรรมดาซะแล้ว
   ทูเลนนั่งชมจันทร์กับหญิงสาวหูจิ้งจอกอยู่นาน ลมเอื่อยๆ พัดมาปะทะกับร่างกายทำให้ร่างบางสั่นเล็กน้อยซึ่งทูเลนสังเกตุเห็นว่าเธอสวมเสื้อผ้าสั้นเขินและบางทำให้หนาวง่าย
   "อากาศเย็น เจ้าควรกลับเข้าห้องได้แล้วนะ" ทูเลนเตือนหากแต่เธอหันมาส่งยิ้มอ่อนให้เขา
   "ได้เวลาที่เจ้าต้องไปแล้ว ครั้งนี้ข้าหวังว่าเจ้าจะรู้จริงๆ " เธอส่งยิ้มให้เขาแล้วทุกสิ่งก็ถูกดูดกลืนหายไปอีกครั้ง
   "และ...ข้ากับเจ้าคงได้เจอกันอีกไม่ช้านี้"

   ทูเลนเดินตรงไปยังวิหารของมหาเทพซุสด้วยความอยากรู้ในหัวครุ่นคิดถึงปริศนาคำใบ้เล็กๆ น้อยๆ ที่หญิงสาวหูจิ้งจอกบอกใบ้
   เธอเป็นใครกันแน่ ต้องไม่ใช่แค่ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางธรรมดา เธอเกิดตอนที่โลกวุ่นวาย รู้เรื่องราวของเขา เธอรู้ทุกอย่าง
   เธอมีตัวตนจริงหรือเป็นแค่นางในฝันกันแน่
   "เจ้ามาที่วิหารของมหาเทพมีเรื่องอันใด?" เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทูเลนโค้งให้เทพีอิลูเมียก่อนจะตอบ
   "ข้ามีเรื่องที่อยากรู้จึงมาถาม" เขาตอบ
   "ตอนนี้มหาเทพไม่อยู่ เจ้าอยากจะฝากข้อความไว้รึไม่"
   "มหาเทพไม่อยู่?" ทูเลนทวนคำแต่เมื่อลองนึกดูก็พอจะรู้ว่ามหาเมพไปที่ไหน
   "ถ้าหากไม่อยู่งั้นข้า..." จู่ๆ ก็มีลมพัดมาวูบหนึ่งพัดเอากลิ่นหอมของดอกบัวในสวนของสวรรค์ลอยฟุ้งมาแตะจมูก
   "ข้าลาล่ะ" ว่าจบร่างสูงก็ก้าวยาวๆ ตรงไปยังสวนของสวรรค์เรื่อยไปตามสะพานหินก็พบกับร่างเพรียวของหญิงสาวเรือนผมสีเงินยวงยืนกางร่มอยู่ข้างๆ สระบัวถึงจะเห็นแค่ด้านหลังแต่เขาก็จำผ้าคลุมหางจิ้งจอกนั้นได้
   "หล่อนคือคนในฝันจริงๆ งั้นเหรอ" ขณะที่ทูเลนคิดจะเข้าไปหาเธอก็ได้หายตัวไปแล้วเหลือเพียงกลีบดอกบัวที่ปลิวว่อนไปทั่วมีกลีบหนึ่งลอยมาอยู่ในอุ้งมือของเขา
   "หายไปแล้ว..." ทูเลนพึมพำจ้องกลีบดอกบัวในมือ
   "สนใจนางงั้นเหรอ?" เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นจากด้านหลังทูเลนจึงหันไปมอง
   "ไหนเทพีอิลูเมียบอกว่าท่านไม่อยู่" ทูเลนถามหันไปมองร่างสูงที่มีใบหน้าหล่อเหลาไว้ล่อลวงสาวๆ ให้หลงไหล
   "หลังจากที่ประชุมหารือเรื่องสงครามเทพกับปีศาจข้าก็ออกไปเดินเล่นสูดอากาศน่ะ ว่าแต่เจ้าเถอะดูมีเรื่องจะถามข้าอยู่สินะ" มหาเทพซุสถามขณะเดินไปยังสระบัวทูเลนเดินตาม
   "ใช่ ข้ามีเรื่องจะถามท่านเกี่ยวกับนาง" ทูเลนชูกลีบดอกบัวขึ้น
   มหาเทพซุสยกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเริ่มพูด "นางคือ ลิเลียน่า นางเกิดเมื่อโลกกำลังวุ่นวาย นางชอบเรียนรู้จึงได้แปลงกายเป็นสิ่งชีวิตต่างๆ เพื่อศึกษาการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ และที่นางชอบมากที่สุดก็คือมนุษย์ในทีแรกนางคิดว่ามนุษย์นั้นน่าเบื่อไม่น่าสนใจ ในยามที่เกิดสงครามที่ปีศาจรุกล้ำมนุษย์ก็ได้นางที่ช่วยบอกใบ้ในการใช้เวทมนต์และมนุษย์นั้นรู้จักพัฒนาฝีมือของตนอยู่เรื่อยๆ ทุกๆ 100 ปีนางจะออกจากการปลีกวิเวกมาแปลงกายเป็นมนุษย์เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งตอนนี้นางกลายไปเป็นผู้นำข่าวสาร์นของกองทัพอาณาจักรมนุษย์และมีศัตรูต้องการตัวนางแต่หาได้กลัวกลับสนุกที่ได้เรียนรู้พวกมนุษย์"
   "...." ทูเลนรู้สึกตะลึงในขณะที่ฟังมหาเทพเล่าประวัติของหญิงสาวหูจิ้งจอก ไม่สิ ต้องเรียกเธอว่า ลิเลียน่า
   "ไม่มีใครรู้ว่าตัวตนของนางคืออะไรแต่ร่างที่นางชอบที่สุดคือร่างจิ้งจอกเก้าหางมีแต่อาจารย์ของนางละมั้งที่รู้ตัวตนของนาง"
   "นางมีอาจารย์ด้วยงั้นเหรอ?"
   "มี เผ่าจิ้งจอกเก้าหางมีอาจารย์ของนางอยู่ ที่ข้ารู้จิ้งจอกตนนั้นเป็นทั้งอาจารย์และที่ปรึกษาของนางที่นางเคารพมากๆ "
   "สรุปว่าไม่มีใครรู้ตัวตนจริงๆ ของนาง" ทูเลนว่า
   "ใช่" มหาเทพซุสตอบแล้วยกมือขึ้นตบบ่าทูเลน
   "เจ้านี้ช่างใฝ่สูงจริง อยากได้ของที่ไม่อาจเอื้อมถึง"
   "ห๊ะ!? นี้ท่านเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า" ทูเลนโวย
   "เข้าใจอะไรผิด ข้าผ่านอะไรมาก่อนเจ้าตั้งมากแค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเจ้าหลงรักนาง"
   "ท่านอย่าพูดจาเหลวไหลนา..." ทูเลนปัดมือของมหาเทพซุสออกแล้วหมุนตัวไปมองดอกบัวในสระ
   "เจ้าเองก็น่าจะตัดใจจากแม่เด็กสาวคนได้แล้วนี้ ถ้าหากเจ้าอยากเจอลิเลียน่าอีกข้าจะสร้างฉากให้เจ้าได้เจอนาง"
   "มะ...ไม่ต้อง! รบกวนท่านแล้ว"
   ทูเลนโค้งให้มหาเทพซุสก่อนจะรีบเดินออกไปจากสวนสวรรค์อย่างรวดเร็วโดยไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มของเขา
   "เด็กหนอเด็ก ช่างปากแข็ง"
   ข้าน่ะหรือชอบนาง ...พลันใบหน้าของทูเลนก็แดงแปร๊ดเมื่อนึกถึงดวงหน้าหวานของลิเลียน่า

◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇◇

   ทูเลนยืนอยู่หน้าประตูวิหาร เสียงดีดพิณจีนดังแว่วออกมาจากในห้องไพเราะเสนาะหูเขายื่นมือไปผลักบานประตูเปิดออกเห็นร่างเพรียวกำลังดีดพิณอยู่กลางห้อง
   "ยินดีต้อนรับ นั่งก่อนสิ" ลิเลียน่าเงยหน้าขึ้นมองทูเลนแวบหนึ่งในขณะที่นิ้วเรียวยังคงดีดพิณต่อ
   "...." ทูเลนทิ้งตัวลงนั่งที่เบาะไม่ห่างจากลิเลียน่าสายตาคมจับจ้องใบหน้าหวานที่กำลังจดจ่อสมาธิกับการบรรเลงนิ้วดีดสายพิณ
   "รู้เรื่องเกี่ยวกับข้าแล้วใช่มั๊ยเทพสายฟ้า" ลิเลียน่าเอ่ยถามขึ้น
   "ใช่ แต่ก็ไม่รู้ตัวตนของเจ้าอยู่ดี" ทูเลนตอบแล้วเท้าคาง
   "นางฟ้าก็ไม่ใช่ จิ้งจอกก็ไม่ใช่ ทายซิข้าคือใครกัน?" เธอพูดพลางอมยิ้ม
   ทูเลนจ้องลิเลียน่านิ่ง "เจ้าคือใครกัน?"
   ลิเลียน่าเพียงยิ้มตอบนิ้วเรียวบรรเลงเพลงต่อไปเรื่อยๆ จนจบเพลงเธอลูบมือไปตามสายพิณอย่างแผ่วเบาก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินไปรินน้ำชาใส่ถ้วยส่งให้ทูเลน
   "ตอนนี้ข้าคือจิ้งจอกเก้าหางที่ชื่นชอบเดินทางทางไปทั่วดินแดนของมนุษย์ เจ้าแค่นี้ก็พอ"
   หมับ!
   ทูเลนคว้าข้อมือลิเลียน่าไว้ในขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นยืน สายตาของทั้งคู่สอดประสานสบตากันจ้องมองกันและกันอยู่นานทูเลนเคลื่อนใบหน้าไปใกล้ลิเลียน่าเรื่อยๆ เรื่อยๆ จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างแค่ฝ่ามือกั้นทูเลนก็ขยับไปใกล้อีกเมื่อลิเลียน่าไม่มีท่าทีจะหนี ริมฝีปากเรียวเคลื่อนไปใกล้ริมฝีปากกระจับสีชมพูระเรื่ออ
   จ๋อม!
   "!!!"
   เสียงปลากระโดดขึ้นจากน้ำทำให้ทูเลนและลิเลียน่าสะดุ้งได้สติคืนแล้วรีบผละออกจากกัน
   "ข้าขอโทษที่ล่วงเกินเจ้า" ทูเลนบอกขณะที่เสหน้าไปมองทางอื่น
   ลิเลียน่าเพียงส่งยิ้มอ่อนหวานวางถ้วยชาลงตรงหน้าทูเลนแล้วกลับไปนั่งที่เดิมบรรเลงเพลงต่อ
   ทูเลนยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบด้วยท่าทีสงบหากแต่ในอกนั้นใจเต้นระรัวเร็วราวกับกลองรบจนแทบจะกระเด็นออกมาเต้นข้างนอก
   วันเวลาผ่านไปทูเลนเริ่มฝันถึงลิเลียน่าน้อยลง ในตอนที่เขาหลับในช่วงกลางวันเขาก็ไม่ได้ฝันว่าตัวเองอยู่ที่วิหารกลางสระบัวอีกแล้วมันมีแต่ความมืดมิด เขารู้สึกกังวลจนกระทั่งมหาเทพซุสสังเกตุเห็นจึงชวนเขาไปเดินเล่นที่โลกมนุษย์
   "เป็นอะไรไปทูเลนเจ้าดูไม่ค่อยแจ่มใสเลยขนาดมาเที่ยวเจ้าก็ยังทำหน้าหม่นหมองอมทุกข์" มหาเทพซุสทักขึ้นขณะรินเหล้าใส่แก้วให้ทูเลน
   "ช่วงนี้ข้าไม่ฝันถึงนางเลย" ทูเลนพูดเสียงเบาหวิว
   "ฝันถึงนาง ถ้าให้ข้าเดาเจ้าคงฝันถึงลิเลียน่างั้นสินะ"
   "ใช่" ทูเลนตอบหยิบแก้วเหล้าขึ้นกระดก "ก่อนที่ข้าจะรู้จักนางจริงๆ จู่ๆ ข้าก็ฝันว่าตัวเองลอยอยู่กลางอากาศเหนือวิหารกลางสระบัวและหลังจากนั้นข้าก็ได้รู้จักนาง นางบอกว่าจิตของข้าหลุดไปยังวิหารของนางและทุกคืนข้าก็มักจะฝันถึงนางเสมอแต่ว่าตอนนี้...ไม่มีแม้แต่ภาพของวิหารกลางสระบัวนั้นอีกแล้ว"
   "เจ้าบอกว่าเจ้าฝันงั้นเหรอ?" มหาเทพซุสถาม
   "ใช่" ทูเลนตอบ
   "ทุกครั้งที่นอนหลับเจ้าฝันถึงนางงั้นเหรอ"
   "ใช่"
   "จนมาเดี๋ยวนี้เจ้าฝันถึงนางน้อยลงแล้วก็ไม่ฝันถึงอีกเลยสินะ"
   "ใช่"
   ทูเลนตอบสั้นแล้วกระดกเหล้าดื่มจนหมดแก้ว มหาเทพซุสจับคางตัวเองเพื่อใช้ความคิด
   หรือนี้จะเป็นโชคชะตาของทั้งสอง เพราะโดยปดิแล้ววิหารที่ปลีกวิเวกของลิเลียน่าไม่มีใครสามารถเข้าไปหาได้ง่ายๆ ยิ่งถอดจิตแฝงเร้นไปหายิ่งแล้วใหญ่เพราะเขตอาคมของนางจะบดทำลายจิตนั้นทันทีที่เข้าเขตของนางแต่ว่าทูเลนเข้าไปได่ง่าย วิหารดอกบัวนั้นก็ยอมรับเขาและดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะขยับขึ้นมานิดหน่อย
   แต่ว่า...ทำไมทูเลนถึงไม่ฝันถึงลิเลียน่าอีก มันคือลางบอกเหตุรึเปล่านะ
   อีกไม่นานทั้งคู่อาจจะได้เจอกันจริงๆ ก็ได้
   "เอาเถอะ ตอนนี้เราไปหาเดินเล่นกันดีกว่า" มหาเทพซุสชวนพร้อมกับพยุงตัวทูเลนขึ้นยืน
   ทูเลนเดินเคียงข้างมหาเทพซุสไปอย่างใจลอยไม่ได้สนใจบรรดาหญิงสาวที่พากันจับจ้องมาที่ทั้งคู่
   พลั่ก!
   จู่ๆ ก็หญิงสาวคนหนึ่งเดินชนไหล่ทูเลนจนเขาเซไปเล็กน้อย
   "ขอโทษด้วยพอดีข้ารีบ" เธอเอ่ยบอกแล้วกระชับร่มในมือเดินจากไปเพียงหันมาปรายหางตามองเขาแล้วก็หันกลับ
   "ลิเลียน่า.." ทูเลนพึมพำชื่อของจิ้งจอกเก้าหางที่เขาเฝ้าคิดถึงก่อนจะรีบตามร่างเพรียวนั้นไปอย่างรวดเร็ว
   "อา วันนี้จะได้ดูละครรักซะแล้ว" มหาเทพซุสพูดขึ้นก่อนจะตามทูเลนไป
   ทูเลนวิ่งตามร่างเพรียวจนมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำกวาดตามองไปทางไหนก็ไม่เจอลิเลียน่า
   "ตามหาใครอยู่หรือเด็กน้อย ดูรีบร้อนเหลือเกิน"
   ทูเลนเหลือบสายตาไปมองต้นเสียงหวานมีเสน่ห์พบว่าเจ้าเสียงยืนหันหลังให้เขาอยู่ตรงริมแม่น้ำใต้สะพานก่อนที่เธอจะค่อยๆ หันมามองสบตากับเขา
   "ยินดีที่ได้พบตัวเจ้าจริงๆ ทูเลน" ลิเลียน่าพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวานก่อนจะเซเพราะแรงกอดจากร่างสูงทำให้ร่มหลุดมือไปกลิ้งที่พื้นหญ้า
   "ในที่สุด...ก็ได้เจอจริงๆ " ทูเลนกระชับอ้อมแขนกอดลิเลียน่าแน่น เธอคลี่ยิ้มแล้วกอดทูเลนตอบ
   "คิดถึงข้าไหมเด็กน้อย" ลิเลียน่าพูดแหย่ขณะแตะแก้มทูเลน
   "ข้าไม่ใช่เด็กน้อยซะหน่อย" ทูเลนอดเถียงลิเลียน่าไม่ได้ก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่มนของเธออย่างออดอ้อน
   "ก็อย่างนี้ไงเล่าที่เรียกว่าเด็กแถมขี้อ้อนซะด้วย"
   ทูเลนผละหน้าจากไหล่มนจ้องมองลิเลียน่าเขม็ง "ข้าไม่ใช่เด็ก!"
   "สำหรับข้าเจ้าก็คือเด็กอยู่วันยังค่ำ"
   "งั้นข้าจะพิสูจน์ว่าข้าไม่ใช่เด็ก!"
   "เดี๋ยว! เจ้า...."
   คำพูดของลิเลียน่าถูกกลืนหายไปจนหมดสิ้นมีเพียงเสียงอู้อี้ที่เล็ดลอดออกมาระหว่างที่ทูเลนจูบ กว่าเขาจะยอมผละริมฝีปากออกก็แทบทำให้เธอขาดอากาศหายใจ
   "ทีนี้...ยังมองข้าเป็นเด็กอยู่อีกรึเปล่า" ทูเลนถามขณะแลบลิ้นเลียริมฝีปากหลุบสายตามองริมฝีปากที่บวมเจ่อของลิเลียน่าแล้วจึงคลี่ยิ้มอย่างผู้ชนะ
   "เจ้าก็ยังเป็นเด็กอยู่ดีนั้นแหละ" ลิเลียน่าแหวพร้อมกับเบือนหน้าหนีเขา
   "งั้นข้าจูบอีกนะ เอาให้เข่าอ่อนลงไปนั่งกับพื้นเลยเป็นไง" เขากระซิบขณะจรดจมูกกับแก้มเนียนนุ่มใสจนจนเห็นเลือดฝาดที่กระจายเต็มหน้าหวาน
   "นี่ๆ ดูนั้นสิ"
   "อ๊ะ! ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันจัง"
   "ผู้ชายก็หล่อ ผู้หญิงก็สวย น่าอิจฉา!"
   มหาเทพซุสเหลือบสายตามองผู้คนที่เดินผ่านไปมาบนสะพานที่ต่างจับจ้องไปที่ทูเลนและลิเลียน่า
   "อย่านะ มีคนมามุงดูเต็มไปหมดเลย" ลิเลียน่าดุพร้อมมองผ่านไหล่ทูเลนไปยังกลุ่มผู้คนบนสะพาน
   ทูเลนเหลือบไปมองแวบหนึ่งเห็นมหาเทพซุสขยิบตาให้ทีหนึ่งแล้วจึงหันกลับมาอุ้มลิเลียน่าขึ้นในท่าอุ้มเจ้าสาว
   "ข้าไม่สนใจใครทั้งนั้นนอกจากเจ้า" พูดจบก็ประกบริมฝีปากจูบโดยไม่ฟังคำท้วงของลิเลียน่าเธอได้แต่หลับตาลงหลบสายตาผู้คนที่จ้องมองแล้วจูบโต้ตอบเขา
   "เจ้ามันเด็กดื้อเสียจริง"
   "ว่าแต่ข้าเป็นเด็กอยู่เรื่อย เจ้าอยากถูกข้าจูบก็พูดมาตรงๆ สิ"
   "อย่ามาพูดบ้าๆ นะ!" ลิเลียน่าเขินหน้าแดงแปร๊ดเป็นลูกมะเขือเทศสุกงอมยกมือขึ้นทุบอกเขาเพื่อระบายความเขินอาย
   "งั้นข้าว่าพวกเราไปกันเถอะ"
   "อื้ม"
   พริบตาเดียวทูเลนก็พาลิเลียน่าหายไปจากริมแม่น้ำผู้คนที่มาดูต่างรู้สึกเสียดายเล็กน้อยก่อนจะแยกย้ายกันไป
   ท่ามกลางผู้คนมหาเทพซุสเห็นร่างบางของบัตเตอร์ฟรายยืนมองอยู่ห่างๆ ก่อนจะมีร่างของหญิงสาวอีกคนหนึ่งมาจับมือนางแล้วเดินจากไป
   "ไอริ..." บัตเตอร์ฟรายเอ่ยเรียก
   "หืม?" ไอริเอียงคอไปมองบัตเตอร์ฟราย
   "ข้าควรยินดีกับพวกเขาใช่มั๊ย?"
   "...."
   ไอริไม่ตอบหากแต่จับมือบัตเตอร์ฟรายมากุมก่อนจะยกขึ้นไปแนบแก้ม
   "ข้าอยู่กับเจ้าเสมอ..." ไอริบอกเสียงอ่อนหวาน
   บัตเตอร์ฟรายคลี่ยิ้มละไมก่อนจะปลดผ้าปิดปากของไอริลงมอบรสจูบอันหอมหวานให้เธอ

   ลิเลียน่าลูบผมสีขาวเงินเรียบลื่นของทูเลนเล่นขณะที่เขานอนหนุนตักเธอ ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่วิหารกลางสระบัวของลิเลียน่า
   "ข้านึกว่าเจ้าจะหายไปซะอีก" ทูเลนพูดขึ้นน้ำเสียงฟังดูน้อยใจ
   "ข้าจะหายไปได้ยังไง" ลิเลียน่าถามพลางลูบผมของทูเลน
   "ก็อยู่ๆ ข้าก็ไม่ฝันถึงเจ้าอีกเลยข้าก็เลยกลัว..." เขาคว้ามือลิเลียน่ามาจุมพิต "กลัวว่าจะไม่ได้เจอเจ้าอีก"
   "อย่างนั้นเหรอ เจ้านี้ขี้กลัวจัง" ลิเลียน่าหัวเราะ
   "ก็ข้ากลัวจริงๆ นี้ ความฝันเป็นทางเดียวที่ข้าจะได้เจอเจ้า"
   "แล้วตอนนี้ล่ะ...เจ้าไม่ดีใจเหรอที่เจอข้าจริงๆ "
   "ดีใจสิ ดีใจมากๆ ด้วยเพียงแต่ว่า..."
   "เพียงแต่ว่าอะไร"
   "ข้ากลัวเจ้าจะหายไปอีก เหมือนกับจิ้งจอกสีขาวตัวนั้น"
   "จิ้งจอกสีขาว?"
   "ในตอนเด็กๆ ข้ายังถูกเลี้ยงที่โลกมนุษย์ตอนที่ข้าไปเดินในป่าก็เกิดไปพบจิ้งจอกสีขาวตัวหนึ่งติดบ่วงของนายพรานเลยช่วยไว้ข้านำมันกลับมารักษาจนมันหายดี มันคอยติดตามข้าราวๆ ปีหนึ่งได้แล้วก็หายตัวไปไม่กลับมาอีกเลย" ทูเลนเล่าด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
   ลิเลียน่าคลี่ยิ้มหวานละมุน "ถ้าข้าบอกว่าข้าคือจิ้งจอกน้อยตัวนั้นล่ะ เจ้าจะโกรธไหม?"
   "ห๊า!?"
   "ที่ข้าหายไปโดยไม่บอกลาเจ้านั้นก็เพราะข้ามีเรื่องต้องทำแต่เมื่อข้าจัดการทุกอย่างเสร็จกลับไปเจ้ายังที่นั้นก็พบเจ้าอีกเลย"
   "...เจ้า"
   "ข้ารักเจ้าทูเลน รักตั้งแต่ตอนที่เจ้าได้ช่วยชีวิตข้าจากบ่วงนายพรานวันนั้น"
   ลิเลียน่าสบตากับทูเลนอยู่เนิ่นนานจนทูเลนลุกขึ้นจากตักเธอแล้วหมุนตัวเธอให้ไปเผชิญหน้ากับเขา
   "ข้าโกรธเจ้าในตอนที่หายไปโดยไม่ลา ตอนนั้นข้าเศร้า เป็นห่วงเจ้ามาก แต่ก็ทำได้เพียงตัดใจแล้วในวันนี้ข้าก็ได้เจอเจ้าอีกครั้ง ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปอีกแน่" พูดจบทูเลนก็จูบลิเลียน่าอย่างรวดเร็ว รุนแรงและอ่อนหวานแล้วจึงผละออกเลื่อนไปจุมพิตที่หน้าผากของเธอ
   "ข้าก็รักเจ้าเช่นกันจิ้งจอกของข้า"

   Happy ending

แถมสักนิด...ออกแนวสปอยย์ตอนต่อไป

   "ท่านอิลูเมีย ท่านจะไปไหนเหรอครับ?" เสียงทุ้มเอ่ยถามพร้อมกับร่างสูงบึกบึนในชุดเกราะสีขาว
    "ข้าจะลงไปตามซุส" อิลูเมียพูดตัวความร้อนรน
   "งั้นข้าจะตามไปคุ้มครองท่าน" เซีเนียลเอ่ยบอกพร้อมกับย่อตัวลงคุกเข่าชันขาขึ้นข้างหนึ่ง
   "ตามมาอย่ามากพิธี" อิลูเมียบอกแล้วหายตัวลงจากสวรรค์มายังโลกมนุษย์ นางเห็นสามีของตนกำลังคลุกเคลียนัวเนียอยู่กับสาวน้อยหน้าตาสะสวยอย่างมีความสุข
   "ซุส!!!" นางตวาดก้องขณะย่างเท้าเร็วๆ ไปหาสามี
   "อะ...อิลูเมีย เจ้ามาได้ยังไง" มหาเทพซุสเอ่ยถามภรรยาหากแต่นางไม่ได้สนใจเขากลับจ้องมองไปที่เด็กสาวที่ก้มหน้าลงด้วยสายตาอาฆาต
   "นางหน้าสะสวยดีนี้ ข้าขอได้มั๊ย" นางเอ่ยเสียงเรียบ
   "เจ้าจะเอานางไปทำไมในเมื่อวิหารของเจ้าก็มีนางกำนัลมากล้นแล้ว"
   เทพีอิลูเมียหันหน้าไปมองซุสดวงตาสีฟ้าสวยภายใต้หน้ากากเต็มไปด้วยไฟโกรธาที่พร้อมจะลุกไหม้ได้ตลอดเวลา
   "ใครบอกว่าจะเอาไปเป็นนางกำนัลกันเล่า" อิลูเมียใช้ปลายนิ้วเชยคางเด็กสาวขึ้นมองหน้าเธอ
   "ข้าจะเอาไปเป็นอาหารสัตว์ต่างหาก" นางพูดเสียงเย็นเฉียบทำให้เด็กสาวผวาด้วยความหวาดกลัว
   "ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ให้เจ้าตายในทีเดียวหรอกข้าจะค่อยทรมานเจ้าให้ตายอย่างช้าๆ ให้เจ้าได้ลิ้มรสชาติที่บังอาจมายุ่งกับของต้องห้าม" นางกระตุกยิ้มมุมปาก
   "ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย ฮือๆ ข้าไม่รู้ว่าเขามีภรรยาแล้ว"
   "เซเนียลเอาตัวนางไป" อิลูเมียสั่งเสียงเฉียบชายหนุ่มโค้งรับทำตามคำบัญชา
   "น้องรัก ไม่สิ สวามีของข้าท่านจะเสพสุขกับหญิงสาวมากมายต่อไปเรื่อยๆ ก็ได้แต่ถ้าหากข้ารู้เมื่อไหร่พวกนาง ตาย!!" พูดจบเทพีก็หมุนตัวกลับสวรรค์เตรียมลงโทษเด็กสาวทิ้งให้ซุสนั่งเหม่อมองตามอย่างไร้หนทางช่วย
   ความรักก็เป็นดอกกุหลาบ สวย สด งดงาม ประดับอยู่ในแจกันไม่นานก็เหี่ยวเฉาและถูกทิ้ง หากแต่เทพีอิลูเมียคือกุหลาบในครอบแก้ว ถูกรักษาอย่างดีแต่ก็เป็นแค่เครื่องประดับรอวันถูกทิ้ง
   "ข้าควรทำอย่างไรไม่ให้ท่านหลั่งน้ำตาอีก" เซเนียลเอ่ยขึ้นกับตนเองในขณะทีกำหมัดสายตามองลอดผ่านหน้ากากไปยังร่างบอบบางอ้อนแอ้นที่ฟุ่บหน้าร้องไห้กับตั้งอย่างทรมาน

.
.
.
.
.
.
Caty1317 talk
หูย~ ยาวเว่อร์ ช่วงนี้แมวผีติดหนังจีนอีกแล้ว555+ ดูข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียว สำนวนการแต่งก็เลยจะแปลกไปหน่อย หวังว่าจะชอบกันนะค่าาาา อารมณ์ช่วงนี้ก็ขึ้นๆ ลงๆ เหมือนจะกัดคอใครสักคนได้(สาเหตุไต่แรงค์แล้วดาวไม่ขึ้นสักที) คอมเมนต์เป็นกำลังใจด้วยน้าเค้าอ่านทุกเม้นแหละ><

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #91 RouEmpire-D (@RouEmpire-D) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 08:35
    เเมวผี ผมขอคู่ Payna กับ Baldum ได้ไหมฮะ มันเป็นม้าสานเขียวเหมือนกัน
    #91
    1
    • #91-1 Caty1317 (@Caty1317) (จากตอนที่ 43)
      13 มกราคม 2562 / 12:08
      มาเพิ่มอีกคู่แล้ว ...มันแต่งยากอยู่เหมือนกันนะเนี่ย ฮือ...
      #91-1
  2. #90 0990671099 (@0990671099) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 17:08
    เฮือก!!จุใจครับ เเต่อยากให้เเมวผีลองเเต่งรักสามเศร้าดู555 ได้ไหมฮะ
    #90
    1
    • #90-1 Caty1317 (@Caty1317) (จากตอนที่ 43)
      13 มกราคม 2562 / 12:06
      จะลองดูคะ ขอคิดก่อนว่าจะเอาไปลงที่คู่ใครดี555
      #90-1
  3. #89 Praw (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 13:37

    ฟิน!! ตายออย่างสงบ//ศพสีชมพู

    #89
    1
    • #89-1 Caty1317 (@Caty1317) (จากตอนที่ 43)
      12 มกราคม 2562 / 15:27
      555 ฟินาเล่
      #89-1