Fic story rov รวมเรือผีที่ไม่ค่อยมีคนจิ้น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 4,002 Views

  • 148 Comments

  • 66 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    756

    Overall
    4,002

ตอนที่ 42 : (Preyta x Lauriel) ต้นเมเปิล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 74
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    9 ม.ค. 62

   ร่างสูงของชายหนุ่มสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าที่แท้จริงเอาไว้เสื้อที่สวมไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่าออกจะทะมัดทะแมงหากแต่สีนั้นเป็นสีฟ้าเหลือบเขียวมรกตที่ออกจะดูหม่นหมองเสียหน่อย เขายืนอยู่ภายใต้เงาของต้นเมเปิลอย่างโดดเดี่ยวและไม่ได้สนใจที่จะแลเหลียวมองคนรอบๆ ที่เดินผ่านไปมา
   ไม่รู้ด้วยสาเหตุอะไรถึงได้ดึงดูดให้ดวงตากลมโตสีฟ้าสวยจับจ้องเขาย่างไม่วางตา ดวงหน้าหวานแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์เบาบางให้ดูมีสีสัน ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูระเรื่อเมมสนิท มือเล็กที่มีนิ้วเรียวดั่งลำเทียนเท้าแก้มอย่างครั่นคร้าม เรือนผมสีทองอร่ามยาวพริ้วถึงบั้นเอวยิ่งขับให้ผิวขาวสว่างขึ้นกว่าเดิม ร่างอรชนอ้อนแอ่นหากมีสัดส่วนโค้งเว้าที่พอดีสวมอาภรณ์สีขาวขลิบทองเบาบางน่ามองยิ่ง
   ลอเรียลแอบมองชายหนุ่มสวมหน้ากากประหลาดๆ มาสักพักใหญ่ๆ แล้ว เธอไม่เห็นว่าเขาจะทำอะไรเลยนอกจากยืนอยู่นิ่งๆ ใต้ต้นเมเปิล
   "เราควรกลับสวรรค์ได้แล้วนะลอเรียล" แองโจโร่ เทวทูตตัวน้อยเอ่ยบอก
   "อื้ม..." ลอเรียลขานรับสั้นๆ แล้วกางปีกทั้งหกออกบินขึ้นสู่สรวงสวรรค์หากแต่สายตายังคงไม่ล่ะจากร่างสูงที่สวมหน้ากากจนกระทั่งลับสายตา

   เวลาผ่านไป ฤดูกาลเปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ผลิ
   ร่างแบบบางของนางฟ้าหกปีกแห่งสรวงสวรรค์เหยียบย่างหญ้าสีเขียวชะอุ่มใบหน้าสวยแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้ม เทวทูตตัวน้อยบินเคียงข้างกาย
   ลอเรียลเดินเล่นไปเรื่อยๆ ท่ามกลางทุ่งหญ้าที่มีดอกไม้นานาชนิดเบ่งบานบรรดาผีเสื้อภู่ภมรต่างดอมดมผสมเกสรให้แก่ดอกไม้ เท้าเรียวหยุดชะงักเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างของชายหนุ่มสวมหน้ากากคุ้นตาเอนหลังพิงหลับอยู่ใต้ต้นเมเปิลต้นเดิม
   "น่าแปลก เรามาเดินเล่นที่นี้ทุกครั้งก็เจอเขาอยู่ที่ต้นเมเปิลนั้นทุกครั้ง" ลอเรียลเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยพลันรอยยิ้มซุกซนก็ฉายบนใบหน้างาม
   "เจ้าจะไปไหนน่ะ?" แองโจโร่ร้องถามและห้ามร่างบางไม่ทัน 
   ลอเรียลวิ่งตรงไปหาร่างสูงที่หลับใต้ต้นเมเปิลไม่สนใจคำเรียกของแองโจโร่ เมื่อเข้าใต้ต้นเมเปิลนางก็ชะลอฝีเท้าลงค่อยๆ ย่างไปใกล้ร่างสูงอย่างเงียบกริบราวกับแมวย่องแล้วคุกเข่าลงข้างๆ เขา ดวงตากลมโตสีฟ้าสวยกวาดมองสำรวจร่างสูงอย่างละเอียด
   หน้ากากก็ประหลาด เกราะก็สวมไว้ตลอดไม่ร้อนรึไงนะ ตัวก็ดูสูง มือก้อ...ใหญ่จัง
   ลอเรียลลองเอามือไปเทียบกับมือของชายหนุ่ม มือของเธอดูเล็กกว่าเขาเป็นไหนๆ พอเงยหน้าขึ้นก็สบตาเข้ากับหน้ากากประหลาด
   อยากเห็นหน้าจัง...
   มือไวเท่าความคิดลอเรียลยื่นมือไปจะถอดหน้ากากออกแต่ทว่า...
   "จะทำอะไร..." น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยถามขณะที่มือใหญ่คว้าข้อมือเล็กเอาไว้แน่นจนลอเรียลรู้สึกเจ็บ
   "เจ็บ!!" เธอร้องอุทานพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากมือใหญ่
   "หืม? ทำไมถึงได้มีเด็กสาวตัวน้อยมาอยู่ตรงหน้าข้าได้" เขาพูดน้ำเสียงอ่อนลงเมื่อสังเกตุว่าตรงหน้าคือหญิงสาวร่างแบบบางหน้าตางดงาม(ถ้าขี้เหร่พ่อเสกเป็นแบคทีเรียแน่)
   ลำเอียงชิบ ไอ้พ่อมดหน้าม่อ!!! - Caty1317
   "อะ...เอ่อ ช่วยปล่อยข้าก่อนได้มั๊ย" ลอเรียลส่งสายตาเว้าวอนให้ร่างสูงและเขาก็ยอมปล่อยตามที่บอก
   "ขออภัย..." เขาบอกสายตาคมใต้หน้ากากจ้องมองหญิงสาวผมทองตรงหน้าโดยไม่วางตา
   "เจ้ามาทำอะไรที่นี่?" เขาเอ่ยถามเสียงนุ่ม
   "เอ่อ...ข้า..." ลอเรียลอึกอักเธอกรอกตาไปมาเหมือนเด็กทำความผิด
   "เอาเถอะ ยังไงก็ไม่เกี่ยวกับข้าอยู่แล้ว" ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนขยับหน้ากากของตัวเองให้แน่นขึ้น ลอเรียลมองตา
   "ท่านจะไปแล้วเหรอ?" เธอถาม
   "ไม่มีธุระอะไรที่ข้าจะต้องอยู่ต่อที่นี้แล้ว" เขาตอบพร้อมกับเสกคทาออกมาเรียกมังกรสีฟ้าคราม
   "มังกร!!" ลอเรียลกับแองโจโร่ร้องด้วยความตะลึง
   "ลาล่ะ..." เขาเอ่ยบอกแล้วทำท่าจะกระโดดขึ้นไปขี่มังกร
   "เดี๋ยวก่อน!!" ลอเรียลเรียกมือเล็กคว้ามือใหญ่ของชายหนุ่มไว้
   "มีอะไร?"
   ลอเรียลอึกอักก้มหน้าลง "คือ...ท่านจะมาที่นี้อีกรึเปล่า?"
   "ข้า...."
   "....."
   "...ถ้าว่างก็จะมา" เขาจำต้องกลืนประโยคที่จะพูดลงคอเมื่อเห็นสายตาอ้อนวอนจากร่างเล็ก
   มันยากที่จะปฏิเสธน่ะนะ
   "จริงนะ"
   "อืม..."
   "สัญญาสิ" ลอเรียลยื่นนิ้วก้อยไปตรงหน้าชายหนุ่ม เขามองดูครู่หนึ่งก่อนจะยื่นนิ้วก้อยของตนไปเกี่ยวกับนิ้วเรียวเล็ก
   "ข้ามีนามว่าลอเรียล แล้วท่านล่ะ?" ลอเรียลบอกชื่อของเธอด้วยเสียงใส
   เขาปืนขึ้นไปนั่งบนหลังของมังกร "เพรย์ต้า" ตอบแค่นั้นแล้วสั่งให้มังกรบินขึ้น
   "แล้วเจอกันใหม่นะ~" ลอเรียลส่งยิ้มและโบกมือให้เขาจนมังกรบินลับสายตาไป
   "กลับกันเถอะลอเรียล" แองโจโร่บอก
   "อื้ม..." ลอเรียลกางปีกทั้งหกออกแล้วโผบินขึ้นสู่สรวงสวรรค์

   ในยามค่ำคืนดวงจันทร์กลมโตทอประกายสีเหลืองนวล ท่ามกลางม่านหมอกร่างของจิ้งจอกขนเทาขาวเก้าหางกระโจนผ่านใบบัวขนาดใหญ่ไปจนหยุดอยู่วิหารกลางน้ำขนาดใหญ่ก่อนจะกลายร่างเป็นหญิงสาวเรือนร่างอรชนงดงาม ผมสีเงินยวงถูกเกล้าไว้ด้านหลังปักด้วยปิ้นที่สลักเป็นลายดอกบัวอย่างอ่อนช้อย ใบหูจิ้งจอกเงินขยับเล็กน้อย ดวงตาคมนัยน์ตาสีฟ้าดั่งทะเลกระจ่างใสกลมโตน่ามอง ดวงหน้าหวานเย้ายวนงดงามไร้ที่ติ อาภรณ์ที่สวมใส่เป็นผ้าไหมสีขาวเทาสวยมีผ้าคลุมคล้ายหางจิ้งจอกสวมไว้ มือเรียวสวยกระชับร่มในมือมั่น
   ลิเลียน่าก้าวเท้าเข้าไปในวิหารกลางสระบัวของตนอย่างไม่รีบไม่ร้อนต่างจากคนที่ยืนรออยู่ด้านในที่ใจเป็นกระวนกระวายดั่งไฟสุม
   "ท่านมาที่วิหารของข้ามีธุระอะไรงั้นหรือ?" น้ำเสียงหวานนุ่มทรงเสน่ห์เอ่ยถามบุรุษเรือนผมสีทองสว่าง
   "เคารพท่านลิเลียน่า" เขาค้อมศีรษะลงทำความเคารพลิเลียน่า เธอเพียงยกยิ้มบาง
   "นั่งก่อนสิ เดี๋ยวข้าจะไปยกชามาให้" เธอบอกน้ำเสียงนุ่มนวล
   "มิได้ ที่ข้ามาที่นี้เพราะมีธุระด่วนที่ต้องการให้ท่านช่วย" เขาบอก
   "เร่งด่วนขนาดที่ต้องปฏิเสธน้ำชาข้าเชียว" ลิเลียน่าเอ่ยกระเช้าทำให้ร่างสูงถึงกับเหงื่อตก
   "คือข้า..."
   "พูดมาธุระของเจ้าสิ..." ลิเลียน่าทิ้งตัวลงนั่งที่ตั้งของตนสายตาจับจ้องไปที่ร่างสูง
   "อะแฮ่ม! เทพีอิลูเมียต้องการเชิญท่านให้ไปร่วมประชุมเกี่ยวกับสงครามระหว่างเทพกับปีศาจขอรับ"
   "นี้หรือธุระด่วนของเจ้า" ลิเลียน่าเหยียดยิ้มขณะยื่นมือไปสัมผัสกลีบดอกบัวที่ถูกจัดไว้ในแจกันลายคราม
   "ขอรับ เทพีต้องการพบท่านตอนนี้เลยขอรับ"
   ลิเลียน่าหันไปยิ้มให้ร่างสูง "แล้วถ้าข้าไม่ไปล่ะ"
   "เอ่อ...ถ้าแบบนั้น...." เหงื่อของชายหนุ่มไหลอาบหน้าเมื่อนึกสภาพตอนที่เทพีอิลูเมียโกรธ
   "คิกๆ ข้าล้อเล่นนาดูหน้าเจ้าสิซีดเซียวหมดแล้ว" ลิเลียน่าหัวเราะ
   "ขอรับ..."
   "แต่ข้าจะไม่ร่วมสงครามด้วยหรอกนะเพียงแค่ไปช่วยชี้แนะก็เท่านั้น" ลิเลียน่าบอกละมือจากดอกบัวแล้วลุกขึ้นยืน
   "ไปกันเถอะ..."

   "ว้าว~ น้ำชานี้อร่อยจัง" ลอเรียลเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นขณะจิบชาที่ส่งกลิ่นหอมในถ้วยชากระเบื้องเคลือบที่ลงลวดลายปลาทองกำลังแหวกว่ายน้ำ
   "นี้เป็นชาสมันไพรที่ข้าคิดสูตรเองน่ะ" เพรย์ต้าบอกเสียงเรียบ
   "อร่อยมากเลยล่ะ"
   "อืม...ดีแล้วที่ถูกปากเจ้า"
   ลอเรียลคลี่ยิ้มหวานแล้วดื่มชาจนเหลือครึ่งแก้ว นับตั้งแต่วันนั้นลอเรียลก็มักจะลงจากสวรรค์เพื่อมารอเพรย์ต้าอยู่ที่ต้นเมเปิลนี้เสมอและเพรย์ต้าก็ไม่เคยทิ้งให้เธอรออย่างเดียวดาย
   "คราวนี้ท่านมีนิทานอะไรจะเล่าให้ข้าฟังเหรอ?" ลอเรียลถามอย่างอยากรู้ และทุกครั้งที่มาเข่มักจะมีเรื่องเล่าสนุกๆ มาเล่าให้เธอฟังตลอด บางเรื่องก็ดูเศร้าสลดจนอดสงสารไม่ได้
   "หืม...ขอข้านึกก่อนนะ" เพรย์ต้าทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเมื่อเห็นดวงตาสีฟ้าใสแจ๋วที่จ้องมองเขาราวกับเด็กน้อยรอฟังนิทานจากผู้ใหญ่ทำให้เขาหลุดอมยิ้มใต้หน้ากากแล้วยื่นมือไปลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู
   "งั้นเอาเรื่องนี้ก็แล้วกัน เรื่องของนางฟ้าหกปีกตกสวรรค์เป็นไง" เขาบอกน้ำเสียงอ่อนโยน
   "นางฟ้าหกปีกตกสวรรค์งั้นหรือ?" ลอเรียลเอียงมองเขาด้วยความสนใจ
   แองโจโร่บินมานั่งตักลอเรียลเพื่อรอฟังนิทานของเพรย์ต้าด้วยเช่นกัน เขากระแอมไอเบาๆเพื่อเริ่มเล่านิทาน

   กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว....ได้มีนางฟ้าหกปีกตนหนึ่งเกิดผลัดตกสวรรค์และได้พบกับชายหนุ่มพ่อค้าเร่เข้า ชายหนุ่มคนนั้นได้จับตัวนางฟ้าหกปีกไปกักขังไว้ยังที่ซึ่งไร้แสงสว่าง ไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน
   วันหนึ่งนางฟ้าหกปีกได้อ้อนวอนขอให้ชายหนุ่มพ่อค้าเร่คนนั้นปล่อยตัวนางไปแต่...พ่อค้าเร่คนนั้นไม่ฟังกลับหักและดึงปีกของนางฟ้าออกหนึ่งปีก นางฟ้ากรีดร้องร่ำไห้ด้วยความน่าสงสารหากแต่เขาไม่สนใจ
   วันที่สองนางฟ้าก็ได้อ้อนวอนชายหนุ่มอีกครั้งเพื่อให้ปล่อยเธอไปแต่เขากลับดึงปีกของนางฟ้าออกอีกหนึ่งปีก เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วห้องพร้อมกับเสียงกรีดร้องของนางฟ้า ชายหนุ่มยิ้มร่าด้วยใบหน้าที่เปื้อนเลือดของนางฟ้า
   วันที่สามนางฟ้าได้อ้อนวอนเขาอีกแต่ไร้ผลเขาดึงปีกของเธอ วันที่สี่ วันที่ห้า ก็เช่นเดียวกันเขาดึงปีกของนางฟ้าขว้างทิ้งลงพื้น นางฟ้ากอดปีกของตนและร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดที่แสนเศร้า
   วันที่หก ชายหนุ่มได้เด็ดปีกสุดท้ายออกเหลือไว้แต่เพียงบาดแผลที่เคยมีปีกอยู่... ปีกทั้งหกศูนย์หาย ความเศร้าถูกครอบงำปีกสีดำขลับถูกงอกขึ้นมาแทนปีกสีขาวทั้งหก
   วันที่เจ็ด นางฟ้าได้กลายเป็นปีศาจร้าย เธอฆ่าชายหนุ่มพ่อค้าเร่ที่กักขังและเด็ดปีกเธอ เผาทำลายหมู่บ้านเข่นฆ่าผู้คน ใบหน้างามเปื้อนไปด้วยน้ำตาที่ไหลเป็นสายเลือดที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง
   จากความรักแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง อารมณ์ของมนุษย์ถูกเผาไหม้และไหลผ่านเข้าไปในหัวของนางฟ้า เสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลืออันแสนน่าเวทนาเผาจิตใจของเธอจนเหลือแต่เถ้าถ่านดั่งหมู่บ้านที่เธอทำลาย

   "จบแล้ว..." เพรย์ต้าพูดขึ้น ลอเรียลกระพริบตาจ้องเขาด้วยสายตาเรียบนิ่ง
   "น่าสงสารนางฟ้าตนนั้นจัง..." เธอพูดเสียงเบาขณะลูบหัวแองโจโร่ที่หลับไปอย่างอ่อนโยน
   "งั้นหรือ...ถ้าเป็นเจ้าจะทำแบบนางฟ้าตนนั้นรึเปล่าล่ะ" เพรย์ต้าลองถามหยั่งเชิง
   "ข้า....ก็ไม่รู้เหมือนกัน" ลอเรียลตอบเสียงเบา
   "หึ..." เขาหัวเราะในลำคอคล้ายเยาะเย้ยแต่ลอเรียลไม่ทันได้สังเกตุ
   "เฮ้อ...ข้าล่ะไม่ชอบนิทานของท่านเลย" ลอเรียลเอ่ยขึ้น
   "หืม...?"
   "ก้อ...ตอนจบไม่เคยจะจบแบบดีๆ เลยสักครั้งนี้ น่าสงสารตัวละครพวกนั้น"
   "ก็แค่นิทานเจ้าอย่าคิดมากไปหน่อยเลย" เพรย์ต้าดีดหน้าผากของลอเรียล
   "เจ็บนะท่าน!" เธอแหวยกมือขึ้นลูบหน้าผากป่อยๆ
   "หึ ก็ทำให้เจ็บนะสิ" เขาหัวเราะแล้วเอนหลังพิงต้นไม้
   ลอเรียลเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์แล้วจ้องไปที่หน้ากากของเพรย์ต้าเขม็งจนเขารู้สึกตัว
   "มีอะไร?" เพรย์ต้าถาม
   "เปล่า ก็แค่...อยากเห็นหน้าท่านใต้หน้ากากนี้น่ะ" ไม่พูดเปล่าเธอใช้นิ้วเรียวจิ้มหน้ากาก
   "ทำไมถึงอยากเห็นนักล่ะ?"
   "ก็แค่อยากเห็น ท่านหน้าอัปลักษณ์รึไงถึงได้สวมปิดเอาไว้"
   "แล้วถ้าบอกว่าข้าอัปลักษณ์เจ้ายังจะอยากดูอยู่รึเปล่า?"
   ลอเรียลพยักหน้าพูดทั้งรอยยิ้ม "ถึงหน้าตาจะอัปลักษณ์ข้าก็ยังจะอยากจดจำเอาไว้ในความทรงจำ"
   "...."
   "แค่ครั้งเดียวเอง" ลอเรียลส่งสายตาอ้อนเพรย์ต้า
   "เฮ้อ...ก็ได้ๆ ไหนๆ ก็จะไม่ได้เจอกันอีกแล้วข้าจะให้เจ้าดูเป็นของขวัญแทนการจากลาแล้วกัน" เพรย์ต้าพูดอย่างจำยอม
   "หมายความว่าไงที่จะไม่ได้เจอกันอีก" ลอเรียลอุทานด้วยความตกใจ
   "ก็หมายความตามที่พูดนั้นแหละ ข้ากับเจ้าคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว" น้ำเสียงของเขาเศร้าลงเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
   "แบบนั้นไม่เอาไม่ได้เหรอ"
   "ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน..."
   "..."
   เพรย์ต้าลูบหัวลอเรียลอย่างอ่อนโยนก่อนจะถอดหน้ากากของเขาออกเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง
    ลอเรียลจ้องมองเขาตาค้าง ใบหน้าเรียวคม ผมขาวเนียนตัดกับผมสีดำขลับ คิ้วเรียว ดวงตาคมรับกับนันย์ตาสีน้ำเงินดั่งทะเลสาบ จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากเรียวหยักสวย เขาไม่ได้อัปลักษณ์เลยหากแต่หล่อเหลามากทุกอย่างช่างลงตัวเหมาะเจาะ
   "หึ ดูให้พอใจซะ" เขายกยิ้มแล้วสวมหน้ากากของตนให้ลอเรียลก่อนจะโน้มตัวลงจุมพิตบริเวณหน้าผาก
   "...." ลอเรียลเบิกตากว้างใบหน้าแดงจัดภายใต้หน้ากากหัวใจดวงน้อยเต้นระรัว ในท้องปั่นป่วนราวกับมีผีเสื้อจำนวนมากบินอยู่ภายใน
   "ถ้าเป็นไปได้ข้าก็อยากจะเจอเจ้าแบบที่ควรจะเป็น..." เขาเอ่ยด้วยความเศร้าขณะดึงหน้ากากไปสวมเหมือนเดิม ลอเรียลมองเขาด้วยความงง
   "ท่านพูดอะไรน่ะ?"
   "ไม่รู้สิ..."

   เพรย์ต้านั่งอยู่หลังของมังกรคู่หูของเขาพลางนึกถึงใบหน้าหวานของลอเรียล
   "น่าเสียดายที่ข้าเป็นพ่อมดไม่ใช่เทพชั้นสูงแบบเจ้า..."

   Temple Of Light 
   ลอเรียลขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากที่รู้ว่านางได้เป็นผู้นำทัพกำจัดปีศาจที่มารุกรานสวรรค์แต่ที่นางขุ่นใจกว่าคือ...หญิงสาวที่มีหูจิ้งจอกนี้มาสั่งนางนี้แหละ
   "ข้ารู้ว่าเจ้าขุ่นใจเด็กน้อย แต่เจ้าก็ต้องทำ!" ลิเลียน่าพูดน้ำเสียงเนิบนาบไม่สนใจสีหน้าหงุดหงิดของลอเรียล
   "ที่ข้าจะชี้แนะเจ้าก็มีเพียงเท่านี้ หวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้สวรรค์ตกเป็นของพวกปีศาจนะ" เธอเอ่ยแหย่
   "อย่ามาดูถูกข้านะ!" ลอเรียลแหว
   "เจ้าอย่าเสียมารยาทกัยนางสิลอเรียล" เพทซุสเอ่ยปราม
   "งั้นก็หมดธุระของข้าแล้ว ข้ากลับวิหารของข้าล่ะ" ลิเลียน่ากางร่มแล้วหมุนตัวเดินออกไปด้วยท่าทางทีไม่รีบร้อนนัก
   ลิเลียน่าเดินเล่นบนสวนของสวรรค์ไปเรื่อยๆ โดยไม่ทันรู้สึกตัวว่ามีสายตาหนึ่งจับจ้องเธอ
   "เธอคือคนในฝันงั้นเหรอ?" ทูเลนพึมพำในขณะที่จ้องลิเลียน่าไม่วางตา
   เธอสวยจนไม่อาจล่ะสายตาไปได้เลย
   ลิเลียน่าหยุดอยู่ที่สระบัวของสวรรค์สายตาคมจับจ้องไปที่ดอกบัวสีทองที่กำลังเบ่งกลีบบาน รอยยิ้มทรงเสน่ห์ผุดพรายบนใบหน้างาม
   "โชคชะตานี้ช่างแปลกประหลาด ข้าก็หวังว่าพวกเขาจะได้พบกันอีกครั้งและสมดั่งใจที่ปราถนาต่อกัน...แต่ก็ช่างยากเย็นเหลือเกิน" ลิเลียน่าพึมพำเมื่อนึกถึงลอเรียลกับเพรย์ต้า
   และข้าก็เฝ้ารอที่จะได้เจอเจ้าเช่นกันเทพสายฟ้า...
   ลิเลียน่าหายตัวไปทิ้งเพียงกลีบบัวสีชมพูปลิวว่อนไปทั่ว ทูเลนมองตามด้วยความเสียดายในขณะที่กลีบบัวกลีบหนึ่งปลิวมาอยู่ในอุ้งมือเขา

   End.
.
.
.
.
.
.
.
Caty1317 talk
ฮาย~ กลับมาแล้วค่าสำหรับฟิคrov เพรย์ต้ากับลอเรียล คุคุคุ สกินUltimateของลอเรียลกะลิเลียน่าสวยมากและสกินEpicของเพรย์ต้าก็สวยเช่นกันแต่แมวผีไม่มีสักสกิน(ฮือ...เศร้า) ตอนนี้ค่อยๆ เติมคูปองไว้รอลดราคาอย่างเดียว คุคุคุ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น