Fic story rov รวมเรือผีที่ไม่ค่อยมีคนจิ้น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 4,011 Views

  • 148 Comments

  • 66 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    765

    Overall
    4,011

ตอนที่ 4 : (Zanis x Mina) ยมทูตพเนจร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 80
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    27 ต.ค. 61

ย้อนไปก่อนที่มิน่าจะเข้ามาทำงานเป็นยมทูตลงโทษวิญญาณที่นรกอย่างเป็นทางการ ก่อนที่นาครอทจะเจอแล้วรับเธอมาเป็นยมทูต
.
.
.
.
.
.
.
"ไง สาวน้อยเธอหิวใช่มั๊ย?" ชายวัยกลางคนถาม
เด็กหญิงผมดำขลับสวมเสื้อผ้าขาดหวิ่น ใบหน้ามอมแมม เนื้อตัวผอมแห้ง ดวงตาสีแดงทับทิมจ้องขวดที่มีน้ำสีสวยในมือชายคนนั้นอย่างไม่วางตา
"หิวก็รับไปสิ ฉันยกให้เธอสาวน้อย" เขายิ้ม เป็นรอยยิ้มที่น่ากลัว
น่ากลัวจังแต่หิวเหลือเกิน
เด็กหญิงหวาดกลัวในทีแต่สัญชาติญาณเอาตัวรอดบวกความหิวโหยที่ไม่ได้กินอะไรมา 5 วันทำให้หนูน้อยยื่นมือไปคว้าขวดน้ำสีสวยนั้นมาดื่มด้วยความกระหาย
"อึก! แค่กๆ แค่กๆ "
ตุ้บ!!
ร่างเล็กของเด็กหญิงล้มลงไปนอนดิ้นกับพื้นด้วยความทรมาน ชายคนนั้นมองหนูน้อยที่ดิ้นทุรนทุรายอย่างอำมหิต
น่ากลัว!! ต้องหนี!!
อยากหนีแต่ขาไม่มีแรงจะวิ่ง!!
อยากกรีดร้องแต่ไม่มีเสียงพอให้ร้อง!!
"ช่างเป็นหนูทดลองที่เยี่ยมจริงๆ หึหึหึ"
นั้นคือประโยคสุดท้ายก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับไป เสี้ยวหน้าที่สยดสยอง รอยยิ้มอันแสนอำมหิตมันตราตรึงในหัวสมองของเธอราวกับฝันร้ายอันไร้ที่สิ้นสุด

.........................

"กรี๊ดดดดด!!!"
เสียงกรีดร้องดังลั่นโกดังร้างในป่าอันแสนลึกจนไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้ เหล่านกที่อยู่บริเวณนั้นต่างตกใจบินหนี
"รอเดี่ยวนะที่รัก เดี่ยวมันก็ผ่านพ้นไปแล้วเธอก็กลายเป็นคนใหม่" ชายคนนั้นยิ้มหลังจากที่ฉีดสารบางอย่างเข้าไปในร่างกายของหญิงสาวผมดำที่โดนมัดอยู่บนเตียง
"ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ เจ้าช่างเป็นหนูทดลองชั้นเลิศจริงแถมยังเป็นผลงานชิ้นเอกของข้าด้วย สำเหนียกไว้ซะ! ฮ่าๆ ฮ่าๆ "
ชายผู้นั้นหัวเราะด้วยความสะใจก่อนจะหมุนตัวเดินล้วงกระเป๋าเสื้อกราวด์เดินออกจากห้องทดลองไป
ตลอด 5 ปี เด็กสาวถูกทรมานโดยการทดลองอันแสนโหดร้าย ถูกกรอกนั้น ฉีดนี้ ดัดแปลงนู่น สารพัดอย่างจนมันตัดประสาทรับรู้ทั้ง 5 ของมนุษย์อย่างเธอ
เกลียด!!
ทรมาน!!
ข้าจะฆ่ามัน!!!
พรึ่บ!!
เชือกที่มัดเด็กสาวได้สลายหายไป เธอลุกขึ้นยืน ใบหน้าเรียวสวยเรียบเฉยราวกับหุ่นยนต์ ดวงตาสีแดงทับทิมลุกวาวด้วยความแค้น
"เอาล่ะ คำตอบที่ถูกต้องคืออะไร?" เธอเอ่ยถามเสียงเย็นชา
"มันเกิดอะไรขึ้น ดะ...เดี๋ยวสิ" ชายชราวัยกลางคนร้องลั่นเขาพยายามหนีแต่ก็โดนเคียวดึงเข้าไปหาและยังไม่ทันจะคิดหนีหรือพูดอะไรต่อเข้าก็ตายเสียแล้ว
"อ๊ากกกกก!!!!"
ตุ้บ!!
ร่างที่ถูกตัดจนขาดครึ่งหล่นลงไปนอนที่พื้น ใบหน้าของเด็กสาวฉายความเย็นชาและเต็มไปด้วยคราบเลือดแต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร
ต่อมาไม่นานโกดังร้างที่ภายในคือห้องทดลองเถื่อนก็ถูกเผาทำลายจนไม่เหลือเศษซากและเด็กสาวคนนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

.........................

"กรี๊ด!!!! ช่วยด้วยยย ฮือๆ ใครก็ได้ช่วยด้วย"
หญิงสาวกรีดร้องดังลั่นซอยที่ไร้ผู้คน มีกลุ่มผู้ชายหน้าตาเหมือนกัปปะล้อมรอบ
"ฮ่าๆ ร้องไปก็ไม่มีใครได้ยินหรอก มาเล่นกับพี่เถอะนะจ้ะ หึหึหึ" หนึ่งในนั้นเอ่ยพร้อมจ้องร่างหญิงสาวอย่างหื่นกระหาย
"ฮือๆ ไม่! ใครก็ได้...ช่วยด้วย ฮือๆ "
"หึหึหึ มาสนุกกับพวกพี่ดีกว่านะจ้ะน้องสาว"
ชายคนนั้นยื่นมือหยาบหนาจะคว้าตัวหญิงสาวแต่เจ้าหล่อนหลบและสั่นด้วยความกลัว
"น่ารำคาญจริงๆ มาทำให้จบๆ ดีกว่า" ชายอีกคนหนึ่งบอกก่อนจะคว้าแขนของหญิงสาวไว้ด้วยมือข้างเดียวแล้วใช้อีกมือหนึ่งฉีกชุดของหล่อน เธอกรีดร้องทั้งน้ำตาพร้อมกับดิ้นเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุม
ฉับ!!
มือหยาบหนากระเด็นไปอยู่ที่พื้น เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่ว
"อะ...อ๊ากกกกกก!!!" ชายร่างอ้วนร้องลั่นพร้อมจับแขนที่โดนฟัน
"เจ้าพวกโสโครก..." เสียงหวานทว่าเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น
"คะ...ใครน่ะ" ชายร่างผอมแห้งตะโนถามด้วยความหวาดกลัว
ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก
ครืด!!
เสียงรองเท้ากระทบพื้นเป็นจังหวะตามด้วยเสียงคล้ายลากของบางอย่างดังก้องไปทั่วซอยทำให้พวกผู้ชายหน้าตาอัปลักษณ์หันไปมองเป็นตาเดียว
"สกปรกซะจริง..."
ปรากฏเป็นร่างของหญิงสาวผมดำสลวยมัดหางม้าสูงในชุดรัดรูปเน้นสัดส่วนมือของเธอถือเคียวสีชมพูที่แผ่ไอความตายออกมา
"ฮ่าๆ ผู้หญิงนี้หว่า สนใจมาร่วมวงกับพวกพิ..."
ฉับ!!!
ตุ้บ!!!
ยังไม่ทันได้กระพริบตาร่างของชายร่างอ้วนก็ขาดเป็นสองท่อนและไม่รอให้พวกมันได้หายใจทั่วท้องหญิงสาวผมดำก็พุ่งเข้าใช้เคียวตัดพวกนั้นจนขาดออกเป็นสองท่อนสามท่อน เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณพร้อมกลิ่นคาวคลุ้ง ภาพตรงหน้าช่างหน้ากลัวจนหญิงสาวที่เกือบจะโดนกระทำชำเราอาเจียนออกมาแล้วสลบไปในทันที
"....."
หญิงสาวผมดำมองตรงไปที่ร่างบอบบางนั้นก่อนจะตัดสินใจอุ้มนางขึ้นในท่าอุ้มเจ้าสาวแล้วพาเดินออกจากซอยแห่งนั้นเมื่อเจอบ้านหลังหนึ่งจึงฝากนางให้เจ้าของบ้านดูแลแล้วตัวนางก็หายไป

.......................

ร่างสูงสวมชุดคลุมสีดำสนิทปิดมิดชิดเดินไปผ่านผู้คนที่สัญจรไปมาก่อนจะไปหยุดที่หน้าบาร์แห่งหนึ่ง เสียงหัวเราะ เสียงเอะอะ เสียงดนตรีที่บรรเลงดังคลอไปทั่วบริเวณ ก่อนที่จะตัดสินใจเดินเข้าไปข้างในตรงไปนั่งที่เก้าอี้ขาเดียวตรงบาร์
"เหล้าเชอร์รี่" เขาสั่งสั้นๆ ในขณะที่สายตาเหลือบมองไปที่เวที
นักเต้นหญิงสาวสวมชุดวาบหวิวขยับฝีเท้าเต้นโชว์และยั่วยวนในที หากแต่สะกดสายตาจนไม่อาจละสายตาออกมาได้
เป็นการระบำผ้าที่งดงามที่หลงใหลเหลือเกิน
"นักเต้นของร้านเราสวยสินะครับ" บาร์เทนเดอร์เอ่ยขณะวางแก้วและเหล้าเชอร์รี่ให้เขา
"...." คนภายใต้ชุดคลุมไม่ตอบหากแต่หยิบแก้วเหล้าขึ้นกระดก
"สนใจให้ข้าดื่มเป็นเพื่อนมั๊ยค่ะ?"เสียงหวานแหลมเอ่ยขึ้น
เขาเพียงเหลือบไปมองเล็กน้อยพลางส่ายหัวแล้วจึงกระดกเหล้าต่อ สั่งอาหารเพิ่มอีกเล็กน้อย
หญิงบริการในชุดรัดรูปคว้านคอลึกเพียงแค่ก้มก็เห็นอะไรต่อมิอะไร ใบหน้าที่เติมแต่งไปด้วยเครื่องสำอางค์เบ้เล็กน้อยก่อนจะตื้อคนในชุดคลุมต่อ
"น่านะ ให้ข้านั่งเป็นเพื่อนท่านเถิด ท่านจะได้มีเพื่อนคุยไง นะค่ะท่าน" นางอ้อนออเซาะ
"....." 
เขาไม่เอ่ยอันใดเช่นเคยเพียงแค่แกะมือเล็กออกจาแขนตนอย่างนุ่มนวลก่อนจะเอื้อมมือไปถอดฮู้ดคลุมหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าเรียวสวย ผมสีน้ำตาลอมแดง ดวงตาคมนัยน์ตาสีแดงทับทิม จมูกโด่งเชิดรับกับริมฝีปากกระจับสีชมพูระเรื่อ
"ข้าไม่นิยมไม้ป่าเดียวกัน..." นางเอ่ยบอกเสียงเรียบก่อนจะหันไปสนใจอาหารที่สาวเสิร์ฟนำมาเสิร์ฟพร้อมกับสวมฮู้ดกลับเหมือนเดิม
"เกือบไปแล้วมั๊ยล่ะ" หญิงบริการเอ่ยติดตลกก่อนจะเดินไปหาเหยื่อรายอื่น
"เจ้ามาจากไหนงั้นหรือ?" บาร์เทนเดอร์ถามอย่างเป็นมิตร
"ข้า...." นางเว้นวรรคอยู่ครู่หนึ่ง "ข้าเป็นนักพเนจร ไร้ถิ่นฐาน ไร้บ้านให้กลับ" นางตอบ
"งั้นหรือ..." บาร์เทนเดอร์รู้สึกเห็นใจหญิงสาว
เมื่อจัดการอาหารและเหล้าหมดแล้วหญิงสาวจึงหยิบเงินออกจ่ายก่อนจะเดินออกจากร้านเพื่อไปหาที่พักภายในเมืองและหางานทำด้วย
วูบ!
จู่ๆ หญิงสาวในชุดคลุมก็รู้สึกถึงไอเย็นประหลาด นางพยายามกวาดตามองไปรอบก่อนจะไปสะดุดกับร่างสูงสวมชุดเกราะมิดสีดำชิดมีเพียงปอยผมสีเงินยวงที่เล็ดลอดออกมา และอีกคนที่สวมชุดเกราะสีเงินเหลือบม่วงหากแต่ไม่ได้ปิดบังใบหน้าเหมือนอีกคน
พวกเขาทั้งสองกำลังเดินตรงมาทางนาง แต่งตัวประหลาดขนาดนั้นกลับไม่มีใครมองเห็นหรือสังเกตุเห็น เดี๋ยวนะ สังเกตุเห็นงั้นหรือ
ไม่มีใครมองเห็นพวกเขาเลยด้วยซ้ำ เดินผ่านไปมาราวกับอากาศธาตุ แล้วทำไมนางเห็น?
วิญญาณ หรือว่า ยมทูต!!!
อึก!
หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบากก่อนจะทำเป็นมองไม่เห็นแล้วเดินพวกเขาทั้งสองไป ทำตัวให้เหมือนกับมนุษย์คนอื่นๆ ที่มองไม่เห็นยมทูตแต่ทว่า...
พลั่ก!
"อ๊ะ!"
หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อเดินไปชนไหล่ของชายสวมเกราะสีเงินก่อนจะรีบเดินออกจากบริเวณนั้นทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ต่อไปได้แต่ภารนาอย่าให้ยมทูตตนนั้นตามมา
"เมื่อกี้นี้มัน...." ชายเกราะสีเงินเหลือบม่วงเอ่ยขึ้นพลางมองตามร่างที่สวมชุดคลุมไป
"มีอะไร 'เซฟิส' ?" ชายที่สวมชุดเกราะปิดมิดชิดเอ่ยถาม
"เมื่อกี้มีคนเดินชนข้าน่ะ 'นาครอท' " เซฟิสตอบ เขาคือยมทูตส่งสาร
"มนุษย์งั้นหรือ พวกเขามองไม่เห็นเราแถมยังสัมผัสตัวตนพวกเราไม่ได้ เจ้าคงคิดไปเอง" นาครอทเอ่ย เขาคือผู้พิพากษาแห่งยมโลก
"ก็คงงั้นล่ะมั้ง..." เซฟิสเอ่ย แต่ท่าทีตกใจนั้นมันติดใจจนแทบสลัดไม่ออกเลยที่เดียว
"ไปกันเถอะ เรามีงานนะอย่ามามัวโอ้เอ้" นาครอทบอกพร้อมกับก้าวนำไป
เฮ้อ ข้าคงเหนื่อยมากไปล่ะมั้งเลยคิดว่ามนุษย์มาเดินชนไหล่ข้า ...เซฟิสคิด
ทางด้านหญิงสาว นางเดินมาเรื่อยๆ หลังจากโล่งอกว่ายมทูตสองตนนั้นไม่สนใจไล่ล่านาง นางคิดว่าตัวเองจะตายเสียแล้ว เฮ้อ....
"เฮ้อ..." นางทิ้งตัวนั่งลงที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ผืนหญ้าเขียวขจีนุ่มจนอยากเอนตัวลงนอน คิดแล้วก็นอนเลยดีกว่า...
นางไม่ได้มีความรู้สึกกลัวมานานแค่ไหนแล้วนะ อืม...
นางเอนหลังพิงต้นไม้พลางหลับตาลงอย่างง่วงจัด เหล้าเชอร์รี่และอาหารทำให้ง่วงได้ สายลมเอื่อยๆ พัดมาทำให้รู้สึกเย็นสบายขณะที่นางกำลังจะเคลิ้มหลับด้นบนหัวนางก็มีเสียงกิ่งไม้ขยับดังซ่อกแซ่ก นางก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคิดว่าเป็นกระรอกมากัดกินผลแอปเปิ้ล
ตุ้บ!
"โอ๊ย! เกิดอะไรขึ้น" นางร้องเมื่อลูกแอปเปิ้ลหล่นโดนศีรษะนางเต็มคล้ายเหมือนมีใครจงใจแกล้งโยนใส่
"แอปเปิ้ล?" นางหยิบผลแอปเปิ้ลสีแดงสดขึ้นมาดูก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองด้านบน
ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!
และคราวนี้มันไม่ได้มาลูกเดียวมาทีสี่ห้าลูกเลยแล้วมันยังไม่หมดแค่นั้น ยังมีหล่นมาอีก!!
ซ่อกแซ่ก ซ่อกแซ่ก
เป๊าะ!!
"หวาๆ แย่แล้ว!!!"
มีเด็กด้วย กำลังจะตกลงมาแล้ว
หญิงสาวหลบกิ่งไม้หักที่หล่นลงมาพอดีก่อนจะอ้าแขนรอรับร่างของเด็กชายเอาไว้ได้ทันก่อนตกถึงพื้น
"อื้อ...." เด็กชายหลับตาแน่นเตรียมรับความจุกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรู้สึกว่าตนเองลอยอยู่จึงลีมตาขึ้นช้าๆ
"...." หญิงสาวไม่เอ่ยอันใดทั้งที่ยังค้างอยู่อย่างนั้น
"...." เด็กชายกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาเพราะแสงย้อนจึงมองเห็นใบหน้าของคนที่อุ้มเด็กชายไว้อย่างลำบาก รู้แต่เพียงว่าเขามีดวงตาสีแดงทับทิมสวย
ข้ายังไม่ตายใช่มั๊ยเนี่ย เด็กชายคิดพลางกัดริมฝีปากตนเองและรู้สึกเจ็บ
ตุ้บ
หญิงสาววางร่างของเด็กชายลงพื้นอย่างนุ่มนวลพลางมองสำรวจหาบาดแผลแต่ก็ไม่พบนอกจากรอยข่วนเล็กๆ จากกิ่งไม้ตรงแขน
"ขะ...ขอบคุณท่านครับ" เด็กชายเอ่ย
"...." หญิงสาวไม่เอ่ยอะไรนางเพียงแค่ยืนขึ้นและทำท่าจะเดินออกไปแต่ก็มีมือเล็กๆ มารั้งชายชุดคลุมไว้
"อย่าพึ่งนะครับ ชะ...ช่วยอยู่เล่นเป็นเพื่อนข้าก่อนได้ไหม?" เด็กน้อยอ้อนวอนดวงตาสีฟ้าใสส่งสายวิ้งๆ ให้หญิงสาว
"....." นางจ้องเด็กชายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะย่อตัวลงลูบกลุ่มผมสีน้ำตาล
"ท่านจะเล่นกับข้าใช่มั๊ย?" เด็กน้อยถามด้วยความดีใจ
"อืม..." นางตอบสั้นๆ
"เย้!" เด็กน้อยกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจก่อนจะวิ่งเก็บแอปเปิ้ลที่ตกไปทั่วมากองไว้แล้วหยิบลูกทีคิดว่าหวานที่สุดมายื่นให้หญิงสาว
"..." นางรับแอปเปิ้ลมาถือ เด็กชายอ้าปากกัดแอปเปิ้ลสีแดงสดคำโตเคี้ยวจนแก้มป่องน่าหยิก
"ข้าชื่อ 'ซานิส' แล้วท่านล่ะ ...ทำไมไม่กินแอปเปิ้ลสักที?" เด็กน้อยเอ่ยขึ้น
"....." นางเงียบ 
ชื่ออย่างงั้นหรือ... หญิงสาวเหม่อมองไปทางบ้านหลังหนึ่ง
"ทำไมเงียบล่ะ?" ซานิสท้วง
"ข้าชื่อ 'มิน่า' พอใจเจ้าหรือยัง?" นางตอบ เริ่มรู้สึกรำคาญเด็กน้อยนี้ตะหงิดๆ
"พอใจมากกกก" ซานิสยิ้มกว้าง
มิน่าถอนหายใจก่อนจะเดินไปนั่งพิงต้นไม้ ซานิสเดินมานั่งข้างๆ หลังจากกินแอปเปิ้ลหมดไปสามลูก
ซานิสกินหมดไปสามลูกแต่นางยังไม่ได้กัดสักคำ...
"อืม...."
ขวับ!
"...มีอะไร?" นางเอ่ยถามเสียงเย็น
"กะ...ก็แค่สงสัยว่าท่านเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็เท่านั้น ปิดหน้าปิดตาซะมิดชิดขนาดนี้" ซานิสตอบ
"ไม่จำเป็นต้องรู้" นางบอกเสียงเย็นชา
"ก็อยากรู้" ซานิสยังดื้อดึงต่อ เด็กน้อยขยับไปนั่งตรงหน้าหญิงสาวพร้อมเอื้อมมือไปปลดฮู้ดออกอย่างว่องไว
พรึ่บ!
หญิงสาวหลบมือซานิสอย่างรวดเร็วแล้วขยับฮู้ดให้แน่นขึ้น
"ทำไมถึงไม่เปิดหน้าล่ะ?" ซานิสถามเสียงใส
"ข้าบอกแล้วว่าไม่จำเป็นต้องรู้" มิน่าเอ่ยเสียงเรียบ
"กะ...ก็ได้...." ซานิสตอบเสียงเบา ก่อนจะเงยหน้ามองสบตาสีแดงทับทิม "งั้นจะเล่นอะไรดีล่ะ"
"...." มิน่าไม่ตอบ นางเองก็ไม่เคยเล่นกับเด็กจึงทำเพียงนั่งเงียบ
"งั้นท่านตอบคำถามข้านะ นะ นะ" ซานิสอ้อน
"....." นางพยักหน้า
"งั้นเอาล่ะนะ ท่านเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย?"
"หญิง"
"ท่านมาจากไหน"
"หลายๆ ที่"
"เอ๋! ท่านไม่มีบ้านเหรอ?"
"คงงั้น...."
ซานิสเงียบไปอย่างรู้สึกผิดแล้วค่อยๆ เงยหน้ามองมิน่า
"ท่านมาอยู่กับข้ามะ...มั๊ย?" ซานิสเอ่ยชวน
"....." มิน่าเงียบ นางไม่ค่อยชอบอยู่กับที่ที่มีคนเยอะๆ นางชอบอยู่คนเดียวมากกว่า
"นี้...." ซานิสคว้าแขนมิน่ามาเขย่าอย่างอ้อนวอน
"ข้าขอปฏิเสธดีกว่า..." นางตอบ
"เอ๊!!!!!!" ซานิสหน้าเหวอไปทันทีก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความเศร้า
"ข้าเป็นนักพเนจร ไม่สามารถหยุดอยู่ที่ใดที่หนึ่งหรอก ข้าชอบท่องเที่ยวมากกว่า" มิน่าเอ่ย
"อื้ม...." ซานิสขานตอบน้ำเสียงหงอยๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นเหมือนนึกอะไรขึ้นได้
"งั้นท่านช่วยเล่าเกี่ยวกับที่ต่างๆ ที่ท่านผ่านมาให้ข้าฟังนะ" และเป็นอีกครั้งที่ซานิสอ้อน
"......"
ช่างชัก ช่างถาม ช่างพูด ช่างจาจนน่ารำคาญจริงเด็กคนนี้ ..มิน่าคิด แต่ก็รู้สึกดีไม่หยอก
"ไม่ได้หรือ?"
"ก็ได้..."
มิน่าเล่าเกี่ยวกับเมืองต่างๆ ที่นางเดินทางผ่านมา ความใจดีของแม่เสือที่เลี้ยงลูกมนุษย์ที่ถูกทอดทิ้ง ความเลวของพวกมนุษย์ที่ทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของเหล่าภูต และเรื่องต่างๆ อีกมากมายซี่งซานิสก็ตั้งใจฟังจนเวลาล่วงเลยไปถึงเวลาพลบค่ำ
"...ข้าว่าเจ้าควรกลับได้แล้วนะเด็กน้อย" มิน่าเอ่ยบอกพลางเหม่อมองแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะหายไปแล้วแทนที่ด้วยความมืด
"ว้า ข้าไม่อยากกลับเลยอ่า" ซานิสเริ่มงอแง
"....."
"ง่า~ ท่านอย่าเงียบสิ ไปส่งข้านะ"
ก็กะไว้อยู่ว่าเด็กนี้ต้องมีจุดประสงค์บางอย่าง ..มิน่าคิดก่อนจะพยักหน้า
อย่างน้อยๆ ก็ดีกว่าปล่อยให้เดินกลับคนเดียว
"เย้! ท่านใจดีที่สุดเลย" ซานิสกระโดดด้วยความดีใจก่อนจะถลาไปกอดเอวมิน่าอย่างลืมตัว
"...." นางมองด้วยสายตาที่เรียบนิ่งไม่ได้เอ่ยอันใด
"แหะๆ ข้าชอบทำตอนที่ข้าดีใจน่ะ แหะๆ " ซานิสเกาแก้มก่อนจะจับมือของมิน่าแล้วพาเดินลงจากเนินเขากลับไปทางบ้าน
ใช้เวลาสักพักก็มาถึงบ้านของซานิสซึ่งเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่และหรูหรา บรรดาเมดต่างพากันดีใจที่คุณชายน้อยประจำบ้านกลับมาแล้ว
"คุณชายน้อยกลับมาแล้ว"
"คุณชายน้อยหายไปไหนมาค่ะ พวกข้าตามหาซะทั่วเลย"
"คุณผู้หญิงเป็นห่วงนะคะ"
บรรดาเมดต่างพากันชักถามจนซานิสแทบไม่ได้ตอบคำถาม
"ข้าแค่ไปเล่นที่เนินเขาเท่านั้นเองแล้วก็เจอกับ...อ้าว หายไปไหนแล้ว??"
ซานิสพยายามมองหามิน่า แต่นางไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว หายตัวไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ
"หาใครรึค่ะ ตอนนี้เข้าไปอาบน้ำกันก่อนเถอะค่ะ" เมดร่างท้วมเอ่ยบอกก่อนจะจูงมือซานิสเดินเข้าไปในคฤหาสน์ ซานิสได้เหลี่ยวหลังมามองแต่ก็พบแต่ความว่างเปล่า
ข้าจะได้เจอท่านอีกไหมนะ ท่านหญิงที่มีดวงตาสีแดงทับทิม

มิน่ามองซานิสที่เดินเข้าไปในคฤหาสน์ก่อนจะกระโดดลงจากต้นไม้ กระซับฮู้ดคลุมใบหน้าแล้วเดินตรงไปที่บาร์เดิมที่นางเคยเข้าไปหาอะไรกินแล้วจึงค่อยไปหาที่พัก
นอนบนต้นไม้ดีมั๊ยนะ ไม่อยากเสียค่าอาหารไปกับที่พักที่โกโรโกโสเท่าไหร่
คิดดังนั้นมิน่าจึงเดินกลับไปยังเนินเขาลูกเดิมแล้วปืนป่ายขึ้นไปนอนบนต้นไม้เลือกกิ่งที่ใหญ่ที่สุดเพื่อนอนแล้วหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า....ก่อนจะสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงคนคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้ที่นางนอนอยู่ นางจึงคิดจะอยู่เงียบๆ และเงี่ยหูฟัง
"งานครั้งนี่นี้เล่นเอาเหนื่อยจริงๆ นะนาครอท" เซฟิสเอ่ย
"อืม...ข้าก็ว่างั้น" นาครอทตอบก่อนจะสัมผัสได้ว่ามีใครอยู่บนต้นไม้แต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไร
"เจ้าคิดว่าอิลูเมียจะใช้เราทำอะไรต่ออีกมั๊ย?"
"ไม่รู้สิ รู้แต่ว่าตอนนี้ข้าอยาก..."
พรืด!!
"อ๊ะ!?"
"หืม??"
สองยมทูตเงยหน้าขึ้นมองด้านบนและเห็นเพียงแต่ผ้าที่ปลิวสะบัดเซฟิสอ้าแขนรับอย่างมีนงงและสิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนเขาคือหญิงสาวผมสีน้ำตาลอมแดงและดวงตาสีแดงทับทิมที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
"ปละ...ปล่อยข้าลง" มิน่าเอ่ยขึ้นจึงทำให้เซฟิสปล่อยมิน่าลงพื้นทันที
"โอ๊ย! ไร้มารยาทเสียจริง" มิน่าบ่นพลางกุมเอวน้อยๆ ของนาง
"เจ้า...ทำไมถึงมองเห็นพวกข้าได้" นาครอทเอ่ยถามทันที
"ข้าจะไปรู้เหรอ รู้แต่ว่าพวกเจ้าอันตราย" ว่าจบมิน่าก็ถอดออกห่างพร้อมกับเรียกเคียวสีเงินของตนมาก่อนที่เส้นผมของนางจะเปลี่ยนเป็นสีดำและเคียวก็กลายเป็นสีชมพูแผ่ไอของความตายออกมา
"เจ้า...เป็นปีศาจสินะ" นาครอทยังเอ่ยต่ออย่างใจเย็น
"ข้า...ข้าก็ไม่รู้ว่าข้าเป็นตัวอะไรกันแน่ แต่ช่างเถอะยังไงข้าก็ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไปแล้ว" น้ำเสียงท้ายประโยคนั้นฟังดูสั่นและเศร้า
"...เอาไงล่ะท่านพิพากษา" เซฟิสถาม
"...." นาครอทครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนึกอะไรออก "เอานางไปที่ยมโลก"
"!?" มิน่าตกใจในทันที เซฟิสกระตุกยิ้มกวนก่อนจะพุ่งเข้าไปหามิน่าที่กำลังหาทางหนี
เคร้ง!!
เสียงของหอกและเคียวปะทะกันจนดังสะนั่นเกิดประกายไฟลุกขึ้นก่อนที่ทั้งสองจะถอยห่างออกจากกันเพื่อตั้งหลัก แล้วเซฟิสจึงพุ่งเข้าแทงหอกใส่นางอย่างรวดเร็วหากแต่มิน่าหลบทันแล้วจึงหมุนตัวสะบัดเคียวไปรอบๆ ปะทะกับหอกคู่ของเซฟิส
"....." นาครอทมองดูทั้งคู่ต่อสู้อยู่สักพักก่อนจะคิดว่าได้เวลาปิดฉากเสียแล้ว เขาจึงพุ่งเข้าไปฟันข้างมิน่าอย่างรวดเร็ว มิน่าที่ไม่ทันระวังตัวจึงโดนโจมตีเต็มๆ ก่อนนางจะล้มลงนอนกับพื้นอย่างหมดแรง
"ไม่เป็นไร ข้าจะนุ่มนวลสาวน้อย" นาครอทเอ่ย แล้วสติของนางก็หลุดไป

"...หมายความว่าเจ้าจะให้นางมาเป็นยมทูตด้วยงั้นรึ?" คริกเน็ตเอ่ยขึ้น
"อืม..." นาครอทเพียงตอบสั้นๆ
"ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฝีมือนางไม่เลวเลยนะ" เซฟิสเอ่ยบ้าง
"จะเอาไงก็เอา เฮ้อ...พวกเจ้านี้น้า" คริกเน็ตถอนหายใจพลางมองร่างอรชนที่อยู่บนเตียง
ตอนที่เซฟิสอุ้มมานางเต็มไปด้วยคราบเลือดและบาดแผลที่กำลังพยายามสมานตัวเองอย่างช้าๆ
"คงต้องให้นางทำการทดสอบฝีมือและพลังก่อนล่ะนะถึงให้ขึ้นทำงานเป็นยมทูตเต็มตัว" นาครอทบอก
"ขืนเจ้าให้นางขึ้นทำงานเป็นยมทูตเลยรับรองว่ามีคนคัดค้านกันเป็นแน่" คริกเน็ตบอก
"อะนะ รับรองได้ว่าจะไม่มีใครเคารพผู้พิพากษาแห่งนรกเป็นแน่ ฮ่าๆ ฮ่าๆ " เซฟิสหัวเราะ
"หนวกหูน่า" นาครอทเอ่ยพร้อมกับเขกหัวเซฟิสไปหนึ่งที
"อะอืม..." เสียงครางเบาๆ จากร่างของหญิงสาวเรียกความสนใจของสามยมทูตให้หันไปมองเป็นจุดเดียว
"ข้าอยู่ที่ไหน ข้ายังไม่ตายอีกรึ" นางพูดพลางพยายามชันตัวลึกขึ้นนั่งแล้วกวาดตามองไปรอบๆ จนมาสะดุดที่สามยมทูต
"ทำไมข้ามาอยู่ที่นี้ หรือที่นี้คือยมโลก"
"ใช่แล้ว ที่นี้คือยมโลก" เซฟิสตอบ
"ตายแล้วงั้นรึ?"
"ยัง เจ้ายังไม่ตาย" นาครอทตอบ
"แล้ว...."
"ข้าสนใจเจ้า อยากให้เจ้ามาทำงานเป็นยมทูต" นาครอทเอ่ยดัก "ข้าลองตรวจสอบสิ่งที่เจ้าทำบนโลกมนุษย์แล้ว เจ้าลงโทษผู้ทำตัวน่าเกลียดเหมือนสัตว์เดรัจฉานเปรียบเสมือนยมทูตที่มีหน้าที่ลงโทษวิญญาญาณบาป ดังนั้นข้าจึงอยากให้เจ้ามาทำหน้าที่นี้ซะ"
"......"
"แต่ก่อนอื่นเจ้าก็ต้องทดสอบฝีมือก่อนล่ะนะ"
"...."
"เจ้าชื่อมิน่าสินะ ข้าชื่อนาครอทเป็นผู้พิพากษาแห่งยมโลก"
"ข้าชื่อเซฟิส เป็นผู้ส่งสารของยมโลก"
"ข้าคริกเน็ต รู้แค่นี้ก็พอ"
มิน่ายังคงมึนๆ อยู่แต่เพียงครู่เดียวก็ปรับตัวเข้ากับสถาณการณ์
"ข้าเข้าใจแล้ว..." มิน่าเอ่ย
"ก็ดี เอาล่ะพักผ่อนซะพรุ่งนี้เจ้าต้องเริ่มการทดสอบแล้ว" นาครอทบอกก่อนจะเดินออกไปเป็นคนแรก
"แล้วเจอกันสาวน้อย" เซฟิสถือวิสาหะลูบหัวมิน่าแล้วออกไปคริกเน็ตเพียงแค่ขยับปีกเล็กน้อยเป็นการอำลา
นับตั้งแต่วันนั้นมิน่าก็เข้าทดสอบการเป็นยมทูตและผ่านไปได้อย่างฉลุยและนางก็ทำหน้าที่ยมทูตนั้นตลอดมาและลืมเรื่องของเด็กชายที่หล่นมาจากต้นแอปเปิ้ลไปหมดจนกระทั่ง...

"มิน่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!"
"โว้ย! อะไรไอ้คุณศรีไพร!!"
"เซฟิสโว้ย!!"
"แล้วพวกนายจะแหกปากทำเพื่อ?"

นั้นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งคู่เจอกันอีกครั้ง....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #4 sasrikran9 (@sasrikran9) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 13:29
    อย่าลืมของหนูนะค่ะ
    #4
    1
    • #4-1 Caty1317 (@Caty1317) (จากตอนที่ 4)
      27 ตุลาคม 2561 / 13:40
      รับทราบค่า
      #4-1