Fic story rov รวมเรือผีที่ไม่ค่อยมีคนจิ้น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 4,004 Views

  • 148 Comments

  • 66 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    758

    Overall
    4,004

ตอนที่ 39 : fic rov specia ยำรวมมิตรไม่ใส่หอมใหญ่ใส่แต่เห็ดหูหนู(2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 152
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    25 ธ.ค. 61

   หอพักเมจ
   "อร๊ายยยยย!!!" เสียงหล่อทุ้มกรี๊ดลั่นหอเมจจนทุกคนพากันชะงัก
   "เมื่อกี้มันอะไรน่ะ หอเรามีกระเทยด้วยเหรอ?" ลิเลียน่าถาม
   "ไม่รู้สิ นอกจากตาแก่กิลเดอร์ที่ถูกแซวว่าเป็นกระเทยถึกในหอนี้จะมีใครอีกล่ะ" เตียวเสี้ยนตอบแอบแขวะกิลเดอร์นิดๆ
   "เสียงมาจากห้องของคริกซี่นะ" ลอเรียลบอกนิ้วเรียวชี้ไปทางห้องของภูตตัวน้อย
   "ไปดูกัน" เซฟีร่าบอกก่อนจะเป็นเดินนำไปคนแรก
   แล้วทุกคนก็มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องของคริกซี่ นาตาเลียยกมือขึ้นเคาะประตูสองสามทีแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ
   "คริกซี่เกิดอะไรขึ้น ขอฉันเข้าไปได้รึเปล่า?" เตียวเสี้ยนตะโกนถาม
   "ยะ...อย่าเข้ามานะ!!" เสียงทุ้มมีเสน่ห์ตะโกนบอกปนสะอื้น
   "....." ทุกคนมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ลิเลียน่ากับนาตาเลียจะถีบประตูห้องเปิดออกเผยให้เห็นด้านในห้องที่ปกติจะสว่างสไวแต่ตอนนี้กลับมืดสนิทแล้วจ้องไปที่ชายหนุ่มเรือนผมสีชมพูใบหน้าหล่อเหลาซึ่งนั่งคุคคู้อยู่บนเตียง
   "ทะ...ทำไมพวกเธอ" คริกซี่ถามเสียงสั่นมือจับผ้าห่มไว้แน่น
   "มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย" ลอเรียลยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ
   "หูย หล่อกว่าลิโป้อีก" เตียวเสี้ยนว่า
   "ฮัดเช้ย!!! อะไรน่ะ เหมือนจะเป็นหวัดเลยแหะ" ลิโป้พึมพำพลางขยี้จมูก
   "นายคือคริกซี่งั้นเหรอ?" ลิเลียน่าถาม
   คริกซี่ในร่างผู้ชายพยักหน้าหงึกหงักเป็นการตอบ เธอรู้สึกอายที่ทุกคนมาออกันอยู่ที่ห้องเธอ
   "แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันน่ะ" นาตาเลียถามบ้าง
   "คือ...ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันตื่นขึ้นมาก็กลายเป็นผู้ชาย ...เมื่อกี้กรี๊ดเพราะตกใจน่ะ" คริกซี่ตอบ
   "เธอคงไมได้ไปกินยาอะไรแปลกๆ ของอเลสเตอร์หรอกนะ" นาตาเลียถามต่อ
   "ไม่นะ" คริกซี่ตอบพร้อมส่ายหัว
   "แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับสาวน้อยน่ารักของฉันเนี่ย" ลอเรียลครวญ
   "ยังไงก็เถอะ ตอนนี้รีบหาเสื้อผ้าผู้ชายให้คริกซี่ใส่ก่อนเถอะ" ลิเลียน่าบอก
   "อ๊ะ จริงด้วย" นาตาเลียเดินตรงไปที่ห้องของอเลสเตอร์ เธอหยิบเสื้อผ้าของอเลสเตอร์สองสามชุดแล้วเดินกลับไปที่ห้องของคริกซี่
   "เอาของอเลสเตอร์ไปใส่ก่อนนะ" นาตาเลียบอกพร้อมยื่นชุดให้คริกซี่
   "ขอบคุณนะ" คริกซี่รับไปก่อนจะปรายตามองทุกคน
   "เอ่อ...พวกเราจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ" แล้วทุกคนก็รีบออกไปจากห้องของคริกซี่อย่างรวดเร็ว
   "เฮ้อ...นี้มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันนะ" คริกซี่พึมพำก่อนจะผุดตัวออกจากผ้าห่มมองหุ่นตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกที่ดูดีอย่างไม่น่าเชื่อว่าเธอเคยเป็นผู้ชายมาก่อน
   เดี๋ยวก็คงชินเองแหละเนอะ ...คริกซี่ปลอบใจตัวเอง

   หอพักแครี่
   ลินดิสกับไวโอเล็ตกำลังวุ่นกับการทำขนมอยู่ภายในครัวของหอพัก ลินดิสฮัมเพลงเบาๆ ขณะที่บีบครีมตกแต่งคุกกี้รูปหมีให้ดูน่ารัก
   "โอ้โห คุกกี้น่าตาน่ากินจัง" เสียงของแวนดังขึ้นที่ด้านหลังของไวโอเล็ตเขายื่นมือจะไปหยิบคุกกี้มากิน
  เพี๊ยะ!
   "โอ๊ย! ตีฉันทำไมเนี่ยไวโอ" แวนร้องพลางสะบัดมือที่โดนตี
   "อย่าพึ่งหยิบกินสิย่ะ มืออ่ะล้างยังไปล้างเลยไป!!" ไวโอเล็ตไล่แวนพร้อมดันเขาไปทางอ่างล้างมือ
   "แหม ชิ้นเดียวเองอ่ะ"
   "ไม่ได้ ต้องล้างมือก่อนไม่รู้ว่าไปจับอะไรมาบ้าง"
   "งั้นเธอก็ป้อนฉันสิ"
   "บ้า!!!"
   ไวโอเล็ตเขินหน้าแดงแปร๊ดราวกับมะเขือเทศแวนหัวเราะหลังจากล้างมือเสร็จเขาก็ได้กินคุกกี้อย่างที่ใจต้องการ
   "นี้ๆ เป็นไงบ้างอ่ะ" ไวโอเล็ตถามสายตาจ้องแวนที่เคี้ยวคุกกี้แก้มป่อง
   "ก็อร่อยดี ไม่ได้แย่เหมือนคราวก่อนเท่าไหร่" แวนตอบหน้านิ่ง
   "ไม่ต้องกินแล้ว!!" ไวโอเล็ตแย่งจานคุกกี้จากแวนเดินหนีเขาด้วยความโกรธ
   "อ้าว นี้ฉันยังพูดไม่หมดเลยนะ" แวนคว้าแขนไวโอเล็ตไว้แล้วดึงเข้าหา "คุกกี้นี้อร่อยจนฉันกินจนไม่รู้เบื่อเลยล่ะ"
  "...." ไวโอเล็ตก้มหน้าลงซ่อนความเขินแวนหัวเราะก่อนจะจุ๊บหน้าผากของเธอ
   "ฮ้า~ ตกแต่งเสร็จแล้ว อุ๊ย!" ลินดิสแทบอยากแทรกตัวลงดินพอเธอเงยหน้าขึ้นมาก็เจอฉากกุ๊กกิ๊กกรุ๊งกริ๊งตรงหน้าเฉยเลย
   "อ้าว ลินดิสก็อยู่นี้ด้วยเหรอ?" แวนถามขึ้นมือแย่งจานคุกกี้จากไวโอเล็ตมากินต่อส่วนไวโอเล็ตอายจนแทบแทรกดินหนี
    นี้ไม่เห็นเธอเลยเหรอเนี่ย
   "อยู่นานแล้วคะ..." ลินดิสตอบขณะจัดคุกกี้ใส่ห่อ
   "ฮะๆ เธอก็มาทำคุกกี้ด้วยเหรอขอฉันชิมได้มั๊ย หืม..." แวนจ้องคุกกี้รูปพระอาทิตย์กับพระจันทร์ในถาด ลินดิสรีบหยิบไปวางอีกด้าน
   "เอ่อ...นี้ค่ะส่วนที่จะให้คุณชิม" ลินดิสยื่นถาดที่เต็มไปด้วยคุกกี้รูปสัตว์ไปให้แวน
   "โอ้ แต๊งกิ้วนะ" แวนบอกแล้วหยิบคุกกี้รูปแมวสีส้มมากิน
   "คะ" ลินดิสยิ้มก่อนจะหันไปจัดการจัดคุกกี้ใส่ห่อ
   หลังจากจัดการเก็บกวาดห้องครัวเสร็จลินดิสก็เดินถือห่อคุกกี้ออกไปจากห้องครัวอย่างรวดเร็ว
   "ลินดิสดูรีบๆ จัง" ไวโอเล็ตถามด้วยความสงสัยขณะรินชาใส่แก้ว
   "สุริยุปราคา" แวนพูดเสียงระรื่น
   "ห๊า???" ไวโอเล็ตมองแวนอย่างงุนงง "วันนี้จะมีสุริยุปราคาเหรอ?"
   แวนมองไวโอเล็ตครู่หนึ่งก่อนจะเผยรอยยิ้มขัน "ไม่แน่ สำหรับสองคนนั้นนะ"
   "สองคนนั้น??" ไวโอเล็ตก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
   "ยัยเด๋อเอ๊ย" แวนว่าก่อนจะโดนฝ่ามืออรหันต์จากไวโอเล็ตฟาดใส่แขนเขารัว
   ลินดิสเดินลัดเลาะไปทางสวนของหอพักแครี่กวาดสายตามองไปทั่วก่อนจะไปปะทะกับร่างสูงของชายหนุ่มผมทองสุกสว่าง
   "มานั่งทำอะไรคนเดียวอยู่นี้น่ะ?" ลินดิสถามขึ้นพร้อมกับเดินไปนั่งข้างๆ ยอร์น
   "ก็แค่คิดเรื่อยเปื่อยน่ะ" ยอร์นตอบพร้อมถอนหายใจ
   "ลงแรงค์แพ้มาเหรอ?" ลินดิสถาม
   "ก็..." ยอร์นอึกอัก
    เพราะยอร์นเป็นแครี่ขาตายเวลาจะทำอะไรก็ต้องระวังตัวเต็มที่เพราะตัวล้วงทีเดียวหาย ที่ลงมาคราวที่แล้วถ้าอารัมไม่คอยปกป้องเขาจนตัวเธอกลายเป็นคนแจกก็คงไม่แพ้หรอก
  "เอ้า"
   ตุ้บ!
   "!?" ยอร์นมองห่อคุกกี้ในมือก่อนหันมองลินดิส
   "ว่างน่ะเลยลองทำดู ไม่รู้จะอร่อยรึเปล่า" ลินดิสพูดพลางม้วนปลายผมเล่นแก้เขิน
   "ขอบคุณนะ" ยอร์นบอกก่อนจะแกะห่อคุกกี้ออกเผยให้เห็นคุกกี้รูปพระอาทิตย์กับรูปพระจันทร์เสี้ยวน่ารักๆ
   "คือ...พิมมันหมดน่ะ" ลินดิสบอกแก้มนวลเริ่มขึ้นสีชมพูระเรื่อ
  ยอร์นหยิบคุกกี้รูปพระอาทิตย์ขึ้นมากัดกินแล้วจึงหันไปยิ้มให้ลินดิส
   "อร่อยดีนะ"
   "งะ...งั้นเหรอ งั้นก็กินให้หมดห้ามเหลือเลยนะ" ลินดิสบอกทั้งๆ ที่หน้าแดงแจ๋
   "อื้ม..."
   "...."
   เจ้าบ้าทำไมถึงได้ทำตัวน่ารักจังนะ ...ลินดิสว่ายอร์นในใจ
   พุ่มไม้ไม่ห่างจากลินดิสกับยอร์นมากนัก
   "ฉันบอกแล้วว่ามีสุริยุปราคา" แวนพูดขึ้น
   "อ้อ งี้เอง" ไวโอเล็ตพยักหน้าตามแวน

  ที่สวนเขตหอพักเมจร่างเพรียวของเซฟีร่านั่งเล่นที่ศาลากลางสวน นิ้วเรียวบรรจงดีดพิณเสียงเสนาะกังวานไปทั่ว น้ำพุพุ่งตามจังหวะการบรรเลงอย่างน่าอัศจรรย์
   "อ๊ากกกก!!"
   โครม!!
   เสียงดังโครมทำให้เซฟีร่าหยุดชะงักหันไปมองต้นเสียงก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นเดินไปดู
   "อู๊ย~ เจ็บชะมัด" เสียงทุ้มของชายหยุ่มผมสีน้ำตาลเข้มสบถ
   "เป็นอะไรรึเปล่าวีโร่?" เซฟีร่าถามขณะย่างเท้าไปใกล้ร่างสูงที่นั่งกุมขมับอยู่ตรงโคนต้นไม้
   "เจ็บหัวนิดหน่อย โนรึเปล่าเนี่ย" วีโร่บ่น
   "ขอฉันดูหน่อยสิ" ไม่พูดเปล่าเซฟีร่ายื่นมือไปแตะตรงหน้าผากวีโร่
   เมื่อปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนผิวเขาก็ราวว่ามีกระแสน้ำเย็นแล่นผ่านร่างกายทำให้รู้สึกสดชื่นอาการเจ็บปวดก็หายไปแล้ว
   "หายแล้วล่ะ" เซฟีร่าบอกพร้อมรอยยิ้ม
   "ขอบใจนะ" วีโร่บอกขอบคุณ เขาเผลอสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอมาด้วยมันเป็นกลิ่นหอมสดชื่นเหมือนกลิ่นมิ้นต์
   "แล้วไปทำอีท่าไหนล่ะถึงมาอยู่ที่นี้ได้?" เซฟีร่าถามมุมปากยกยิ้มขันชวนมอง
   "กะ...ก้อกำลังฝึกอยู่น่ะแล้วจู่ๆ ก็มีลมพายุพัดฉันจนกระเด็นมานี้น่ะ" วีโร่ตอบพลางเกาแก้มแก้เขิน
   "ลมพายุ?" เซฟีร่าทวน ที่มีคนใช้พลังของลมก็มีแค่ซิลกับแอนเนตเต้ แต่ที่น่าจะทำให้กระเด็นได้คงมีแค่แอนเนตเต้ล่ะมั้ง
   "นายไปยุ่งอะไรกับแอนเนตเต้รึเปล่า?" เซฟีร่าถาม
   "เอ่อ...ก็เปล่านะ ฉันก็ฝึกอยู่ของฉันดีๆ อ่ะ" วีโร่ตอบ จะว่าไปเหมือนเขาจะได้ยินเสียงของแอนเนตเต้กำลังโวยวายอยู่นี้นา
   "เอาเถอะ ตอนนี้นายควรพักร่างกายก่อนนะ" เซฟีร่ายื่นมือไปตรงหน้าวีโร่ให้เขาจับ
   วีโร่ยื่นมือไปจับกับมือเรียวบอบบางก่อนจะโดนเธอดึงลุกขึ้นยืน
   "ตามฉันมาสิ ไปนั่งดื่มชากัน"
   "อืม..."
   พักสักหน่อยก็แล้วกัน ...วีโร่คิดพลางเดินตามร่างเพรียวสูงของเซฟีร่าไปที่ศาลากลางสวน เธอรินชาใส่ถ้วยกระเบื้องเคลือบก่อนจะส่งให้วีโร่
   "ขอบคุณ" วีโร่รับชาไปจิบ กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
   เซฟีร่ายิ้มบางก่อนจะบรรจงดีดพิณในมือ เสียงดนตรีไพเราะเสนาะชวนเคลิ้มบวกกับกิริยาท่าทางยามเล่นดนตรีทำให้วีโร่ไม่อาจละสายตาไปไหนได้
   งดงามจริงๆ
   ภาพของทั้งสองดูราวกับภาพวาดของศิลปินที่บรรจงพู่กันวาดลงผืนผ้าใบ ภาพของหญิงสาวผู้งดงามกำลังดีดพิณในมือโดยมีชายหนุ่มนั่งจิบชาฟังอยู่ไม่ห่าง

   วิโรจน์ เอ๊ย!!! วีโร่ :P

   แอนเนตเต้กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นไม้เธอพุ่งสมาธิทั้งหมดไปที่หนังสือจนไม่ทันสังเกตุเห็นร่างสูงของควิลเลนกับเอมิลี่เดินคุยกันมา
   "คุณอยากจะลอง1-1กับฉันหรือค่ะ?" เอมิลี่ถามขึ้น
   "อืม...ก็ฉันกำลังเบื่อนิ" ควิลเลนตอบ
   "ขอปฏิเส..."
   "ห้ามปฏิเสธ"
   "ห๊า!? อย่างนี้ฉันก็แพ้คุณน่ะสิทำไม่ไป1-1กับคุณลิโป้หรือคุณโอเม็นเล่า" เอมิลี่โวยเพราะวันนี้เธอเหลือเกินจะ1-1กันใคร
   "หืม? เสียงอะไรกันน่ะหนวกหูจัง" แอนเนตเต้พึมพำพลางเงยหน้าขึ้นจากหนังสือมือขยับแว่นตาให้เข้าที่ก่อนจะเหลือบไปเห็นควิลเลนกับเอมิลี่กำลังคุยกันอยู่
   เพราะอะไรไม่รู้แอนเนตเต้ถึงได้หลบแบบอัตโนมัติ ในใจกำลังตีกันสับสนวุ่นวายเพราะใจหนึ่งอยากหนีแต่อีกใจหนึ่งอยากรู้ว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน
   จะว่าไปแล้ว...คุณเอมิลี่เป็นคนโปรดของคุณควิลเลนเลยนี้ ต้องสนิทกันมากๆ เลย
   พลันหน้าของแอนเนตเต้ก็หน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินเมื่อเธอดันไปคิดถึงเรื่องไม่เป็นเรื่องเข้า
   "บ้า!! นี้ฉันคิดอะไรอยู่เนี่ย" แอนเนตเต้ตบหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติ
  ฟุ่บ!
   เฮือก!!!
   "โอ๊ะ มีกระต่ายอยู่แถวนี้ด้วย" ควิลเลนพูดขึ้นรอยยิ้มสนุกผุดบนใบหน้าหล่อเหลา
   "กรี๊ด!!! ฉันตกใจนะคะคุณควิลเลน" แอนเนตเต้ร้องลั่นก่อนจะลุกขึ้นหนีเขา
   "ฉันสิที่ต้องถามเธอว่ามาทำอะไรแถวนี้" ควิลเลนถามน้ำเสียงเนิบนาบ
   "มะ...มาอ่านหนังสือคะ" แอนเนตเต้ตอบ
   "อ้อ งั้นเหรอ" ควิลเลนเหลือบมองหนังสือในอ้อมแขนของแอนเนตเต้ก่อนจะจ้องร่างเล็กที่ค่อยกระถดกระถอยหนีเขาไปทีละน้อย
   "คุณจะไป1-1กับคุณเอมิลี่เหรอค่ะ?" แอนเนตเติถาม "คือฉันบังเอิญได้ยินน่ะคะ"
   "ก็ใช่...แล้วเธอมีอะไร" ควิลเลนถามกลับพลันในหัวก็นึกเรื่องสนุกๆ ออก
   "สู้ๆ นะคะ" แอนเนตเต้บอกเธอกำลังจะหมุนตัววิ่งหนีแต่ก็โดนคว้าแขนไว้ก่อน
   "ถ้าฉันชนะฉันขอจูบเธอได้มั๊ย?"
   "เอ๊ะ!?"
   "ตกลงนะ"
   "คุณควิลเลนฉันพร้อมแล้ว" เอมิลี่เข้ามาแทรก
   "โอเค ไปกันเลย" ควิลเลนผละออกจากแอนเนตเต้ไปที่สนามประลอง
   "เอ๊ะ!? เดี๋ยวสิค่ะคุณควิลเลน โถ่ ไปซะแล้ว" แอนเนตเต้ถอนหายใจก่อนจะทรุดตัวนั่งที่พื้นในใจภาวนาขอให้เอมิลี่ชนะ
   "คนอะไรพูดเอาแต่ได้" แอนเนตเต้บ่นพลางถอนหายใจ
   ผ่านไป 10 นาทีควิลเลนเดินกลับมาที่สวนด้วยท่าทางมีความสุขต่างจากเอมิลี่ที่หงุดหงิดเต็มทีพร้อมที่จะระเบิดได้ทุกเวลา
   ในตอนแรกเอมิลี่สามรถกดดันควิลเลนได้แต่ไม่นานก็โดนเขาต้อนกลับคืนและไม่รู้รีบมาจากไหนตีป้อมแตกอย่างเดียว
   "อ๊ะ! ผลเป็นไงค่ะ?" แอนเนตเต้ถลาเข้าไปถามเอมิลี่เธอคิดแค่ว่าเอมิลี่ต้องชนะอย่างแน่นอน
   "ฉันแพ้เขาน่ะ" เอมิลี่ตอบอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะแยกกลับหอ
   "งะ...งั้นก็หมายความว่า..." แอนเนตเต้หันไปมองควิลเลนอย่างหวาดๆ
   "ฉันชนะ..." ควิลเลนตอบพลางเดินไปประชิดตัวแอนเนตเต้อย่างรวดเร็วมือหนารั้งเอวบางมาใกล้พร้อมโน้มหน้าลงไปใกล้เรื่อยๆ
   "เดี๋ยวสิค่ะ ฉันยังไม่ได้เตรียมใจเลย" แอนเนตเต้ร้อง
   ครืน!!!
   แอนเนตเต้สร้างฮอริเคนวอร์ขึ้นทำให้ควิลเลนไม่สามรถเข้าใกล้เธอได้ชั่วขณะแต่พอเธอจะหนีก็โดนไล่ตามทันอยู่ดี
   "...."
   "....."
   ควิลเลนจ้องมองแอนเนตเต้เขม็งก่อนจะดึงแว่นตาของเธอออกแล้วประกบปากจูบคนตัวเล็กอย่างหิวกระหาย
   "อื้อ!!!" แอนเนตเต้ครางพร้อมกับดิ้นให้หลุดจากการกอดของคนตัวโตแต่พอยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งจูบรุนแรงขึ้น ไม่ช้าแอนเนตเต้ก็ค่อยๆ สงบปล่อยให้ควิลเลนจูบจนกว่าเขาจะพอใจเพราะเหมือนกับว่าเรี่ยวแรงของเธอได้ถูกดูดไปหมดที่ทำได้ก็เพียงยึดเสื้อของเขาไว้แน่น
   "อื้ม หวาน" ควิลเลนพูดขึ้นหลังจากถอนจูบจากร่างเล็กที่ตอนนี้กำลังหอบเอาอากาศหายใจเข้าปอดอย่างเอาเป็นเอาตาย
   "คุณ...มันบ้าที่สุดเลย!!!" แอนเนตเต้ตะโกนใส่ควิลเลนทั้งใบหน้าแดงก่ำ
   "......"
   "พูดอะไรเอาแต่ได้ทำอะไรไม่นึกถึงใจฉันเลย"
   "...."
   "เกลียดที่สุดเลย!!"
   "แต่ฉันชอบเธอนะ"
   "ห๊ะ!?"
   แอนเนตเต้เงยหน้าขึ้นมองควิลเลนด้วยความตะลึงหน้าแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมเมื่อสบตากับสายตาคมที่จ้องมองเธออย่างอ่อนโยน
   หมับ!!
   "ว้าย!!! คุณควิลเลนปล่อยฉันนะคะ!!!" แอนเนตเต้ร้องโวยวายที่จู่ๆ ก็ถูกอุ้มพาดบ่า
   "ฉันหมายถึงชอบแกล้งเธอต่างหากล่ะ" ควิลเลนบอกพร้อมรอยยิ้มยกมือขึ้นตีก้นของร่างเล็กอย่างแรงด้วยความหมั่นเขี้ยว
   ก็แกล้งเธอมันสนุกนี้นา หึหึหึ

   ปากแข็งเอ๊ย!!

   "เฮ้อ..." คริกซี่ถอนหายใจขณะที่เธอกำลังเล่นอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ของเธอ
   ต้องอยู่ในร่างผู้ชายอีกนานแค่ไหนนะ
   ตึก!
   "นายเป็นใคร?" เสียงทุ้มนุ่มคุ้นหูทำให้คริกซี่หันไปมองด้วยความดีใจก่อนที่เธอจะกระโจนกอดร่างสูง
   "นาครอท ฮึก! ฮือๆ " คริกซี่กอดนาครอทแน่นใบหน้าหล่อเหลาอาบไปด้วยน้ำตา
   "อึก! นี้ปล่อยนะเฟ้ย! ฉันอึดอัด" นาครอทร้องโวยวาย เขาดิ้นเพื่อให้หลุดจากอ้อมแขนของผู้ชายแปลกหน้าที่จู่ๆ มากอดเขา
   "งื้อ นาครอทนี้ฉันเองไง" 
   "ฉันไม่เคยรู้จักแก ปล่อยเว้ย!!!"
   "ฉันคือคริกซี่ไง"
   "ห๊ะ!?"
   นาครอทเงยหน้าขึ้นจ้องคริกซี่ในร่างผู้ชายอย่างตะลึง เขาพอจะจำดวงตาสีมรกตคู่สวยได้แต่ว่าทำไมถึงได้อยู่ในร่างผู้ชายแถมสูงกว่าเขาอีก
   "คริกซี่จริงเหรอ?" นาครอทถามเพื่อความแน่ใจ
   "อื้ม!!" คริกซี่พยักหน้า
   "แล้วทำไมถึงมาอยู่ในร่างผู้ชายล่ะ?"
   "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน พอตื่นขึ้นมาก็อยู่ในร่างของผู้ชายแล้ว"
   นาครอทจับหน้าคริกซี่หันซ้ายหันขวาเพื่อสำรวจแล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นรอยคิสมาร์กที่เขาเป็นคนทำไว้ที่ซอกคอด้านหลังพร้อมกับรอยเขี้ยวของเขา
   "เธอจริงๆ เหรอเนี่ยคริกซี่" นาครอทถามอีกครั้งด้วยความไม่เชื่อแต่ก็ต้องเชื่อ
   "ก็ใช่นะสิ" คริกซี่ตอบ
   "แล้วปีกนางฟ้าเธอล่ะ?" นาครอทจ้องด้านหลังของคริกซี่ซึ่งไร้ปีกบางใสเหลือเพียงหูแหลมเล็กคล้ายเอลฟ์มากกว่าภูต
   "ไม่รู้สิ" คริกซี่ตอบอย่างหงอยๆ ปกติเธอจะบินไปไหนมาไหนด้วยปีกแต่พอไม่มีปีกเธอเลยต้องเดิน
   อีกอย่างพอกลายเป็นคนตัวสูงแล้วเธอก็มองอะไรที่แตกต่างจากเดิมเยอะมากเลย
   "ว่าแต่นาครอทนายนี้ดูเตี้ยจัง" คริกซี่ว่าพลางใช้มือวัดความสูงของเธอกับเขา นาครอทสูงแค่ไหล่คริกซี่เอง
   "หุบปากไปเลยยัยบ๊อง!!" นาครอทตวาดเสียงขุ่น
   "เฮ้อ...แล้วต้องทำยังไงเธอถึงจะกลับไปเป็นผู้หญิงเหมือนเดิมล่ะเนี่ย" นาตรอททิ้งตัวลงนั่ง
   คริกซี่นั่งกอดเข่ามองเรื่อยเปื่อย "ไม่รู้สิ"
   "ไปถามอเลสเตอร์หรือมาแกงก้าดูยังล่ะ"
   "พวกเขากำลังหาทางช่วยอยู่นะ"
   "งั้นเหรอ..."
   แล้วทั้งคู่ก็เงียบ คริกซี่เหลือบมองนาครอทที่กำลังทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยปากถาม
   "ถ้าฉันเป็นผู้ชายตลอดไปนายจะยังชอบฉันอยู่รึเปล่า?" คริกซี่ถามพลางฟุ่บหน้าลงกับหัวเข่า
   "...." นาครอทหันไปมองคริกซี่ที่มีท่าทางเศร้าสร้อยก่อนจะยื่นมือไปลูบหัวของเธออย่างอ่อนโยน
   "ก็ยังชอบอยู่สิ ไม่ว่าจะเป็นตัวอะไรฉันก็ยังชอบอยู่ดี"
   "จริงเหรอ"
   "อื้ม..."
   "ขอบคุณนะ..." คริกซี่อิงหัวซบไหล่นาครอทพร้อมยิ้มอย่างมีความสุข
   "หึ" นาครอทหัวเราะในลำคอพลางอิงหัวซบกับคริกซี่
   วีร่าที่บังเอิญเดินผ่านมาเห็นภาพของทั้งคู่ถึงกับยกมือปิดปากเพื่อกลั้นเสียงกรี๊ด เธอยกกล้องที่ยืมนาตาเลียมากดถ่ายรูปของทั้งสองไว้
   "แหมๆ แบบนี้ก็ดูน่ารักไม่เบานะคริกซี่ นาครอท" วีร่ายิ้มให้กับรูปที่พึ่งถ่ายพลันเธอก็เหมือนนึกอะไรออก
   "อะแฮ่ม! ขอโทษที่มาขัดจังหวะนะจ้ะ" วีร่าเดินเข้าไปหาทั้งคู่
   นาครอทรีบผละออกจากคริกซี่พลางเบือนหน้ามองทางอื่นเพื่อซ่อนความเขิน
   "มีอะไรเหรอวีร่า?" คริกซี่ถามเสียงใส
   "ฉันแค่นึกถึงวิธีที่ทำให้เธอกลับเป็นเหมือนเดิมได้น่ะ" วีร่าตอบทำให้นาครอทหันมาสนใจ
   "บอกวิธีมาวีร่า" นาครอทพูดขึ้น
   "แหมๆ ใจร้อนจริงนะ ฉันแค่ลองคิดว่ามันเป็นสมมุติของฉันน่ะ"
   "สมมุติ?" นาครอทพูดทวน
   "ก็แบบนิทานเจ้าชายกบไง เจ้าหญิงจุมพิตกบแล้วกลับกลายเป็นเจ้าชายอย่างเงี้ย" วีร่าบอก
   "จูบงั้นเหรอ" คริกซี่หันไปมองนาครอท
   "มันก็สมมุติพวกนายจะลองทำหรือไม่ทำก็เรื่องของพวกนาย" พูดจบวีร่าก็เดินออกไปหามารอซต่อ
   "...." ทั้งคริกซี่และนาครอทต่างเงียบไม่พูดอะไรกันอีกเลย
   "นี้ นาครอท..." คริกซี่เรียกนาครอทเป็นการทำลายบรรยากาศที่เงียบมาตั้งนาน
   "หืม มีอะไร?" เขาถาม
   "เรามาลองจูบกันดีมั๊ย?" คริกซี่เสนอพร้อมขยับตัวไปใกล้นาครอท
   "ห๊ะ เธอจะเอาจริงเหรอ" นาครอทถามพลางขยับตัวหนีคริกซี่ ...ขอเตรียมใจก่อนสิโว้ยถึงเธอจะคือคริกซี่แต่ว่าตอนนี้อยู่ในร่างผู้ชายนะเว้ย
   "ลองดูก็ไม่เห็นเสียหายนี่" คริกซี่พูดด้วยใบหน้าจริงจัง
   หมับ!
  นาครอทสะดุ้งโหยงมองมือของคริกซี่ที่โอบเอวเขาไว้พร้อมใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนปลายจมูกชนกัน
   ตึกตัก ตึกตัก ตักตัก
   "....." นาครอทกำเสื้อของคริกซี่แน่นขณะที่เธอกำลังโน้มหน้าลงมาใกล้เรื่อยๆ หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นแรงเหลือเกิน ...นี้คงเป็นมุมของคริกซี่ตอนที่เขาจูบเธอสินะ
   จุ๊บ!
   "หืม ไม่เห็นเปลี่ยนร่างเลย" คริกซี่ว่าหลังจากจุ๊บริมฝีปากของนาครอทแล้วผละออกอย่างรวดเร็ว
   "เฮ้อ...ยัยบ๊องเอ๊ยแบบนั้นเค้าไม่เรียกว่าจูบหรอก" นาครอทว่าก่อนจะยืดตัวขึ้นโน้มคอคริกซี่ลงมาแล้วบดขยี้ริมฝีปากจูบเธออยู่นาน จากที่อ่อนโยนก็ค่อยๆ เร่งจังหวะเป็นเร้าร้อนจนแทบละลาย
   "อา..." นาครอทผละริมฝีปากออกจากคริกซี่แก้มเนียนแดงระเรื่อด้วยความเขินจัด
   "นาครอท..." คริกซี่เรียกชื่อเขาเสียงสั่นเครือใบหน้าเธอแดงระเรื่อราวกับเป็นไข้เพียงวูบเดียวร่างนาครอทก็ถูกผลักให้นอนราบไปกับพื้นหญ้า
   "ธะ...เธอเป็นอะไรไปน่ะ" นาครอทถามพลางทำท่าจะลุกขึ้นนั่งแต่ก็ถูกคริกซี่ผลักลงนอนเหมือนเดิมตอนนี้เขาโดนเธอคร่อมตัวไว้เรียบร้อยและกำลังโดนเธอซุกไซร้ที่ซอกคอ
   "ไม่รู้...เหมือนกัน...รู้แค่ว่า...ฉันต้องการนาย" คริกซี่บอกเสียงสั่นมือสอดไปใต้เสื้อของนาครอท
   "อ๊ะ! เดี๋ยวสิคริกซี่" นาครอทร้องลั่นพยายามเรียกสติของตัวเองไว้ในขณะที่คริกซี่กำลังลวนลามเขา
   ให้ตายเถอะปกติต้องเป็นเขาสิที่อยู่ด้านบนแล้วทำไมตอนนี้เขาต้องอยู่ข้างล่างด้วย โว้ย!
   "ฉันรักนายนะนาครอท" คริกซี่พูดเสียงหวานพลางไล่ริมฝีปากอยู่แถวแผงอกของนาครอท
   "เฮ้อ...รู้แล้วน้ายัยภูตบ๊อง" นาครอทลูบหัวของคริกซี่ก่อนจะดึงเธอมาจูบ
   ก็พูดไปแล้วนิว่าไม่ว่าเธอจะกลายเป็นตัวอะไรเขาก็ยังรักเธออยู่ ...ถึงจะต้องอยู่ข้างล่างเถอะ
   พรึ่บ!!
   "นาครอท..." คริกซี่เรียกชื่อเขาเสียงหวานใสเป็นเสียงของผู้หญิงไม่ใช่เสียงทุ้มนุ่มของผู้ชาย
   นาครอทจ้องมองคริกซี่ร่างเปลือยเปล่าที่คร่อมอยู่บนตัวเขาในร่างของภูตสาวตัวน้อยด้วยความตะลึง ปีกบางใสกางอยู่ที่หลัง
   "กลับเป็นเหมือนเดิมแล้ว" นาครอทบอกพลางยื่นมือไปลูบแก้มของคริกซี่ที่สติเริ่มพร่าเลือน
   "นาครอท..." คริกซี่เรียกชื่อเขาเสียงแผ่วเบาก่อนจะสลบลงบนตัวเขา
   "เฮ้อ...อันตรายจริงน้า" นาครอทพึมพำก่อนจะลุกขึ้นนั่งโดยแขนโอบกอดร่างเปลือยเปล่าของคริกซี่ไว้แนบตัวเขายิ้มละไมแล้วก้มหน้าลงจุมพิตหน้าผากมนของเธออย่างอ่อนโยน
   เกือบแล้วมั๊ยล่ะนาครอท เฮ้อ...
   นาครอทถอดเสื้อของเขาออกสวมให้คริกซี่ก่อนจะอุ้มเธอกลับไปส่งที่หอพักเมจก่อนที่เขาจะอดใจไม่ไหวปล้ำเธอซะตรงนี้เลย
   วีร่าเผยรอยยิ้มพลางวาดนิ้วในอากาศเป็นรูปหัวใจบนตักของเธอมีชายหนุ่มผมสีแดงเพลิงมีเขาบนหัวกำลังนอนหนุนตักอยู่
   "ยิ้มอะไรเหรอวีร่า?" มารอซถามพลางพลิกตัวหันหน้าเข้าหาวีร่าโอบแขนกอดเอวเธอ
   "เปล่าหรอก" วีร่าตอบพลางลูบผมสีแดงเพลิงของมารอซเล่น
   หากจะรักกันแล้วต้องยอมรับในตัวของกันและกันใช่ว่าจะรักกันเพียงหน้าตาที่เป็นเพียงเปลือกนอก 
   แต่กรณีของนาครอทเธอเผลอแกล้งแรงไปรึเปล่านะเล่นทำให้คริกซี่เป็นผู้ชายคงจิตตกน่าดูแต่เหมือนนาครอทจะยอมรับได้ล่ะนะ ฮิๆ ฮิๆ

   ยัง...ยังมีต่ออีกตอนนึงนะจ้ะ เหอๆ เหอๆ

  Merry Christmas♡

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #75 Blackskull19919 (@Blackskull19919) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 13:03
    ไรต์!!!!ต่marja kriknakให้หน่อยอยากรู้ว่าเค้าทำอะไรกันรู้สึกค้าง
    #75
    3
    • #75-2 magefern12 (@magefern12) (จากตอนที่ 39)
      25 ธันวาคม 2561 / 14:57
      ไรท์~ เอลสุกับร็อกซี่เค้าจะมีสกินคู่ด้วยอ่าาาาาาาาาาา //กริ้ดเบาๆ
      #75-2
    • #75-3 Caty1317 (@Caty1317) (จากตอนที่ 39)
      25 ธันวาคม 2561 / 16:21
      เย้ๆ กำลังรอเปย์ค่ะ 555+
      #75-3