Fic story rov รวมเรือผีที่ไม่ค่อยมีคนจิ้น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,606 Views

  • 254 Comments

  • 123 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    745

    Overall
    7,606

ตอนที่ 33 : (Quillen x Annette) งานเลี้ยง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 236
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    9 ธ.ค. 61

    "หวาาาาาา ใครก็ได้ช่วยด้วยยยยยยยยย" เสียงเล็กใสของเด็กสาวเรือนผมสีทองร้องตะโกนลั่นฟ้าก่อนที่ร่างของเธอจะหล่นลงบนพื้นทรายเสียงดัง ตุ้บ ใหญ่ๆ
   "ท่านนายกไม่เป็นอะไรนะครับ?" เสียงของชายสูงวัยเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
   "ฉันไม่เป็นอะไรค่ะ แค่จุกนิดหน่อย" แอนเนตเต้ยิ้มเธอหันไปหยิบคทากังหันมาถือก่อนจะลุกขึ้นยืนปัดเศษทรายออก
   แอนเนตเต้เป็นแม่มดที่ถูกส่งมาดูแลเมืองริมทะเลและถูกตั้งเป็นนายกโดยที่เธอยังอายุเพียง 17 ปีถึงเธอจะยังเด็กแต่ก็พยายามดูแลเมืองได้เป็นอย่างดี
   "ช่วงนี้อากาศปลอดโปร่งสามารถออกหาปลาได้นะค่ะ" แอนเนตเต้บอกแก่ชาวประมง
   "ครับท่านนายก"
   "งั้นฉันขอตัวกลับที่พักนะค่ะ"
   "ระวังด้วยนะครับ่ท่านนายก"
   แอนเนตเต้ยิ้มก่อนจะขึ้นขี่คทากังหันลอยขึ้นบนท้องฟ้ามุ่งหน้ากลับบ้านพักของเธอ เมื่อถึงบ้านทาสีขาวครีมขนาดกลางเธอก็ร่อนลงจอดหยิบกุญแจไขประตูเข้าไปในบ้านถอดหมวกไปแขวนและเก็บคทาอย่างเรียบร้อยก่อนจะเดินขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมทำงานเอกสารต่อ
   แกว๊ก!
   "หืม? นกพิราบส่งข่าว??" แอนเนตเต้วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะก่อนจะเดินไปหยิบซองจดหมายจากขาของนกพิราบมาเปิดดู
   "บัตรเชิญไปงานเลี้ยงของพระราชาเธนงั้นเหรอ" แอนเนตต้ร้องด้วยความตื่นเต้น
   พระราชวังใหญ่โต งานเลี้ยงเต้นรำ อาหารหรูหรา เธออยากไปเร็วๆ จัง

   พระราชวังของพระราชาเธน
   "ที่นี้คือห้องพักของท่านค่ะ" หญิงรับใช้เอ่ยบอกกับร่างสูงของชายหนุ่มผมดำนัยน์ตาสีน้ำเงินผู้มีใบหน้านิ่งเรียบและหล่อเหลา
   "ขอบใจ เธอออกไปได้แล้ว" เขาเอ่ยไล่
   หญิงรับใช้พากันโค้งให้เขาก่อนจะรีบพากันออกมาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้โซฟาบุนวมสวยตาคมนิ่งเรียบจ้องมองออกไปข้างนอก
   "ออกมาได้แล้ว..." เขาเอ่ยขึ้นทำให้ร่างสูงของหญิงสาวผมเทาผิวสีน้ำผึ้งก้าวออกมาจากเงามืด
   "ขออภัยที่มารบกวนค่ะท่านคิลเลน" เธอเอ่ยพร้อมกับโค้งให้เขา เธอคือ เอมิลี่ สมาชิกที่เป็นชื่นชอบขององค์กร Shadow of hands(เป็นช่วงที่ก่อนเอมิลี่จะหนีออกจากองค์กรนะจ้ะ)
   "มิธุระอะไร?" เขาถามน้ำเสียงราบเรียบขณะที่สายตาเพ่งมองนก ไม่สิ บางอย่างบนท้องฟ้า
   "ดิฉันแค่ตามมาอารักษ์ขาท่านค่ะ" เอมิลี่ตอบ
   "...ไปพักผ่อนซะ" เขาสั่งพร้อมกับลุกขึ้นยืนเมื่อสิ่งที่เขามองนั้นเป็นเด็กสาวผมทองขึ่คทากังหันลงจอดที่หน้าพระราชวัง
   "ตามบัญชาค่ะท่าน" เอมิลี่ตอบก่อนจะหายกลับเข้าไปในเงามืด
   คิลเลนทอดสายตามองท้องฟ้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินออกจากห้องพักไปยังด้านล่างเพื่อจะไปเดินเล่นและก็เห็นเด็กสาวถือคทากังหันด้วยท่าทางประหม่าเดินตามหญิงรับใช้
   "ท่านแอนเนตเต้เชิญทางนี้ค่ะ" หญิงรับใช้เอ่ยบอกพร้อมกับผายมือนำทางไปยังห้องพัก
  "คะ...คะ"
   ตึก ตึก ตึก ตึก
   คิลเลนเดินสวนกับเด็กสาวผมทองกลิ่นหอมสดชื่นจางๆ ลอยติดจมูกเขาจนทำให้ต้องหันไปมองแผ่นหลังบอบบางที่กำลังเดินตามสาวใช้ไป
   ตัวเล็กกะทัดรัดดีแหะ ...คิลเลนคิดก่อนจะเดินไปทางสวน
   หลังจากเก็บของที่ห้องพักเรียบร้อยแล้วแอนเนตเต้ก็คิดจะเดินสำรวจพระราชวังที่ใหญ่โตมโหฬาร ความหรูหราทำให้เด็กสาวตื่นเต้นเดินชมเพลินจนมาโผล่ที่สนามฝึกของเหล่าทหาร
   "ย๊า!!!!"
   เคร้ง!!
   เสียงเหล็กกระทบกันทำให้เด็กสาวหยุดมองดูการฝึกซ้อมด้วยความสนใจและยิ่งสนใจเมื่อเห็นหญิงสาวผมแดงกำลังถือดาบขนาดใหญ่สู้กับชายหนุ่มสวมเกราะสีทอง
   "ทำได้แค่นี้เองเหรอแอสทริค" เขาเอ่ย
   "แฮ่กๆ แฮ่กๆ ฉันไม่ยอมแพ้นายหรอก แฮ่ก!" แอสทริคใช้ดาบพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนก่อนยกขึ้นเหวี่ยงใส่เธน เขาเพียงตั้งท่ารับแล้วผลักกลับไปทำให้เธอขาพลิกล้มลงไปนั่งที่พื้น
   "โอ๊ย!!" แอสทริคร้องเหลือบตามองข้อเท้าอย่างเจ็บปวด
   "อ๊ะ! แอสทริคเป็นอะไรรึเปล่า?" เธนรีบตรงไปดูหญิงสาวด้วยความเป็นห่วง
   "โอ๊ย! สงสัยขาพลิก" แอสทริคตอบเบ้หน้าด้วยความเจ็บเมื่อเธนจับตรงข้อเท้า
   "แย่ล่ะ คืนนี้มีงานเต้นรำด้วยถ้าเธอเจ็บข้อเท้าแบบนี้ก็..."
   "ไม่เอา ฉันจะไปงาน"
   "แต่ข้อเท้าเธอเจ็บอยู่นะ"
   ตึก!
   "เอ่อ...ขออณุญาตินะค่ะ" แอนเนตเต้ถือวิสาสะเดินเข้าไปหาทั้งสองด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ
   "เธอเป็นใคร?" เธนถามเสียงกร้าว
   "คะ...คือฉันบังเอิญเดินผ่านมาน่ะค่ะไม่ได้เจตนาจะเข้ามากวนนะค่ะ" แอนเนตเต้ตอบพลางเหลือบตามองข้อเท้าแอสทริค
   "ข้อเท้าของคุณฉันสามารถรักษาได้ค่ะ" เธอบอกพร้อมนั่งลงข้างๆ แอสทริค
   "หืม..." เธนมองดูแอนเนตเต้มือจับดาบแน่น เธอหันไปส่งยิ้มเกรงๆ ให้เขาก่อนจะร่ายเวทย์รักษาข้อเท้าให้แอสทริค
   สายลมเย็นสดชื่นพัดโชยมาทำให้อาการบาดเจ็บหายไปรวมทั้งอาการเหนื่อยล้าทั้งหมดมลายจนหมดสิ้น แอสทริคมองแอนเนตเต้ด้วยความตะลึง
   "หายแล้ว..." เธอพูดขึ้นพร้อมขยับข้อเท้า
   "อาการเหนื่อยขอองฉันก็หายไปด้วย" เธนพูดขึ้นบ้างเหลือบมองแอนเนตเต้
   "ฉันชื่อแอนเนตเต้เป็นนายกของเมืองริมทะเลค่ะ" เธอแนะนำตัว
   "อ้อ...ไม่คิดว่านายกของเมืองริมทะเลจะเด็กขนาดนี้" เธนเอ่ยขึ้น
   "แหะๆ " เธอเกาแก้มแก้เขิน
   "ขอบคุณที่รักษาอาการบาดให้นะแอนเนต" แอสทริคพูดขอบคุณ "เดี๋ยวฉันจะให้คนไปดูแลเธออย่างดี"
   "เอ่อ...ไม่เป็นไรคะ แบบนี้ก็สบายมากพอแล้วคะ" แอนเนตเต้โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน
   "ไม่ได้ ยังไงเธอก็มาอยู่ที่พระราชวังนี้ในฐานะแขกแล้วฉันก็ดูแลให้ดียิ่งเป็นผู้มีพระคุณด้วยแล้ว" เธนเสริมน้ำเสียงฟังดูจริงจังจนเด็กสาวไม่อาจขัดได้
   "ก็ได้ค่ะ..." เธอตอบเสียงแผ่ว
   "งั้นพวกเราขอตัวไปพักผ่อนก่อนล่ะเชิญเธอตามสบายเลย" เธนบอกพร้อมกับพยุงตัวแอสทริคขึ้น
   "ค่ะ" เธอตอบก่อนจะถอนหายใจยาวเมื่อทั้งคู่เดินหายไปแล้ว
   แอนเนตเต้เดินเหม่อไปที่สวนของพระราชวังเธอหยุดอยู่ตรงลานน้ำพุยื่นมือไปเล่นน้ำที่พุ่งขึ้นมาเป็นระลอกสีหน้าที่เคยนิ่งเรียบก็คลี่ยิ้มออกมา
   ตึก
   "...."
   ร่างสูงสง่าของคิลเลนหยุดมองดูร่างบอบบางของแอนเนตเต้ที่กำลังสนุกอยู่กับการเล่นน้ำพุ รอยยิ้มน่ารักฉายบนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นชวนมองจนไม่สามารถละสายตาไปไหนได้
   เขากำลังจะเข้าไปทักทายเด็กสาวก็มีชายหนุ่มอีกคนมาทักเธอตัดหน้าเขาซะก่อนนั้นก็คือซานิส
   "..." เขาจึงเพียงแค่ยืนดูอยู่ห่างๆ
   "สวัสดี เธอมาจากเมืองไหนเหรอ?" ซานิสทักทาย
   "เอ่อ...มาจากเมืองริมทะเลค่ะ" เธอตอบ
   "ติดตามใครมารึเปล่า ดูท่าทางเธอยังเด็กที่จะมางานเลี้ยงแบบนี้"
   "ไม่ค่ะ ฉันได้รับบัตรเชิญมาในฐานะนายกของเมืองค่ะ"
   "โหว ไม่เลวเลยที่เธอเป็นนายกตั้งแต่อายุยังน้อย"
   "ค่ะ"
   แอนเนตเต้รู้สึกกลัวเมื่ออยู่ใกล้ซานิสอาจจะมาจากท่าทีคุกคามของเขาเลยทำให้เธอกลัว เขาทำให้เธออึดอัดจนอยากจะเดินหนีแต่เพราะต้องรักษามารยาทเธอจึงทำได้แค่ยิ้มรับอย่างเดียว
   "อ้าว หาตั้งนานมาอยู่นี้เองเหรอ" คิลเลนเดินเข้าไปคว้าข้อมือแอนเนตเต้
   "เอ๊ะ?" แอนเนตเต้จ้องคิลเลนด้วยความงุนงง
   "ผมมีธุระต้องคุยกับเธอ ขอตัวนะครับคุณซานิส" คิลเลนหันไปบอกซานิสก่อนจะจูงมือแอนเนตเต้ออกจากบริเวณนั้น
   "อุ๊ย! นกตัวเบ้อเริ่มเลย" แวนกับไวโอเล็ตเอ่ยขึ้นพร้อมกันก่อนจะโดนสายตาพิฆาตของเขาไล่ทำให้ทั้งสองหนีไป
   แอนเนตเต้เดินตามร่างสูงของคิลเลนมาเรื่อยๆ จนเมื่อถึงโถงทางเดินเขาก็หยุดทำให้แอนเนตเต้ที่ไม่ทันระวังชนแผ่นหลังเขาเต็มๆ
   "ขะ...ขอโทษค่ะ" เธอบอกเสียงเบาก้มหน้าลงจ้องมองมือใหญ่ของคิลเลนที่จับข้อมือเธอแน่นไม่ยอมปล่อย
   มือใหญ่จัง ...แอนเนตเต้คิดจู่ๆ หัวใจก็เต้นแรงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ
   คิลเลนสัมผัสได้ว่าชีพจรของเด็กสาวเต้นแรงผิดปกติจึงหันหลังกลับไปจ้องเธอพร้อมกับยื่นมือไปแตะหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา
   "อ๊ะ!?" แอนเนตเต้สะดุ้งกระพริบตามองดูคิลเลนตัวความงงแก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อ
   "ก็นึกว่าไม่สบาย..." เขาเอ่ยเสียงเนิบนาบก่อนจะผละจากเด็กสาวเหยียดตัวยืนเต็มความสูง
   "เอ่อ...ฉันสบายดีค่ะแต่..." แอนเนตเต้จ้องมือของคิลเลน
   เขารู้ตัวจึงปล่อยมือจากเด็กสาว แอนเนตเต้ก้มมองพื้นไม่กล้าสบตากับนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดูลึกลับของคิลเลน
   "ว่าแต่คุณมีธุระอะไรจะคุยกับฉันงั้นเหรอค่ะ?" แอนเนตเต้ถาม
   "ไม่มีอะไรหรอก แค่พึ่งเคยเห็นเธอมางานเลี้ยงน่ะ" เขาตอบ
   "เอ๊ะ! พระราชาจัดงานเลี้ยงบ่อยเหรอค่ะ?" แอนเนตเต้ถามด้วยความอยากรู้
   "ก็ไม่เชิงหรอก เธอไม่เคยมาประชุมอะไรบ้างเลยเหรอ"
   "ไม่เลยค่ะ ฉันพึ่งเป็นนายกได้ไม่นานเอง" เธอตอบพลางยกมือเกาแก้ม
   "งั้นหรอกเหรอ" คิลเลนพยักหน้าช้าๆ กวาดสายตามองสำรวจร่างของเด็กสาวบอบบางที่ไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างพิจารณา
   เด็กสาวท่าทางเซ่อซา ขี้อาย ไร้เดียงสานี้นะเป็นนายก พิลึกดีแท้...
   "อืม...จะว่าไปฉันยังไม่ได้แนะนำตัวกับเธอเลย ฉันชื่อ คิลเลน เป็นนักการเมืองน่ะ" เขายื่นมือไปตรงหน้าเด็กสาว
   "เอ่อ...แอนเนตเต้ค่ะ" แอนเนตเต้ยื่นมือไปจับกับคิลเลนด้วยความประหม่า
   "ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ" เธอเผยรอยยิ้มสดใสจนคิลเลนมองด้วยความตะลึงเพียงวูบเดียวเขาก็กลับมาสงบนิ่งเหมือนเดิม
   "อืม..." เขาเพียงขานรับในลำคอ

   พลบค่ำ งานเลี้ยงเริ่มขึ้น
   แอนเนตเต้ในชุดราตรีกระโปรงยาวเหนือเข่าสีขาวแขนพองขลิบทอง ผมสีทองสว่างถูกปล่อยสยายแล้วถักเปียเล็กๆ ครึ่งหัว ใบหน้าจิ้มลิ้มถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางค์เบาบางจนเธอดูราวนางฟ้าตัวน้อยเลยทีเดียว
   "แหม...ท่านแอนเนตเต้น่าจะถอดแว่นออกนะค่ะ ต้องสวยมากๆ เลย" สาวใช้บอกพร้อมรอยยิ้ม
   "ไม่เอาหรอกค่ะ" แอนเนตเต้บอกพลางจ้องมองตัวเองในกระจก
   "ฉันน่ะ จะแต่งยังไงก็ดูเฉิ่มเบ๊อะอยู่ดีนั้นแหละค่ะ" เธอพูดเสียงเบาหวิวยื่นมือไปแตะผิวกระจก
   "ท่านก็ดูถูกตัวเองเกินไปนะค่ะ" สาวใช้แย้งอย่างปลอบโยน
   "ช่างเถอะค่ะ ไปงานกันเถอะ" เธอบอกก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องพัก รองเท้าส้นสูงทำให้เจ้าตัวเซเล็กน้อยก่อนจะเริ่มชินแล้วเดินได้อย่างปกติ
   "ว้าววววว" แอนเนตเต้มองเหล่าบรรดาสาวสวยที่สวมชุดราตรีสวยๆ ด้วยความตื่นเต้นพอมองมาที่ตัวเธอเองพลันก็หน้าหมองลงทันที เธอจึงเลือกที่จะเดินสำรวจบริเวณงานอย่างเงียบ
   โคมไฟระย้าใหญ่สวยบนเพดานดึงดูดดวงตาสีเขียวมรกตให้จ้องมองด้วยความสนใจ เสียงดนตรีบรรเลงคลอทำให้เด็กสาวเดินชมงานเพลินจนไม่ทันระวังชนเข้ากับร่างสูงของคิลเลนเข้า
   "อ๊ะ! ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเดินชนคุณเลยนะค่ะ" เธอบอกขอโทษด้วยความลนลาน
   "เธอไม่เป็นอะไรนะ?" เขาถามเสียงราบเรียบพลางก้มมองสำรวจใบหน้าเล็กที่ถูกแต่งแต้มจนดูน่ารักราวกับนางฟ้าตัวน้อยถ้าหากแว่นตากลมนี้ไม่บดบังใบหน้ากว่าครึ่งอยู่ก็มีคงชายหนุ่มมาขอเธอเต้นรำเป็นโขยงแน่
   คิดแล้วเขาชิงขอเธอเต้นรำไว้ก่อนจะดีกว่า หืม...เดี๋ยวสิ ทำไมเขาต้องทำตัวเหมือนหวงเด็กสาวนี้ด้วย
   "แอนเนตอยู่นี้เองเหรอ" เสียงหวานพร้อมด้วยร่างเพรียวของแอสทริคในชุดกระโปรงสีฟ้าแขนพองตุ๊กตาเดินตรงมาหาแอนเนตเต้ด้านหลังมีร่างของผู้หญิงผมทองมัดแกละสวมชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนยาวเหนือเข่าท่าทางทะมัดทะแมง
   "อ๊ะ คุณแอสทริค" แอนเนตเต้ทักทาย
   "ยินดีที่ได้พบครับท่านหญิงโรส" คิลเลนโค้งให้แอสทริค
   "เรียกฉันว่าแอสทริคเถอะ" เธอบอกพร้อมรอยยิ้มก่อนจะหันไปคุยกับแอนเนตเต้
   นักฆ่าในเงามืด บัตเตอร์ฟราย มาเป็นองครักษ์ของท่านหญิงแห่งตระกูลโรสงั้นเหรอ ...คิลเลนจ้องบัตเตอร์ฟรายนิ่งเรียบ
   "...." บัตเตอร์ฟรายรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากคิลเลน เธอจึงหันไปจ้องกลับด้วยสายตาเรียบนิ่งไม่ต่างกัน
   ข้องใจวัดได้ ...เธอยิ่งไม่สบอารมณ์ที่ถูกแอสทริคลากมางานเลี้ยงเต้นรำสุดแสนน่าเบื่อนี้
   "อ๊ะ! เธนมาแล้วเดี๋ยวฉันต้องไปหาเขาแล้วล่ะ ไว้มาคุยกันอีกนะแอนเนต" แอสทริคบอกก่อนจะเดินตรงไปหาเธนแล้วทั้งคู่ก็เต้นรำเปิดฟลอร์
   แอนเนตเต้เพียงส่งยิ้มบางๆ ให้แอสทริคก่อนจะทำท่าเดินไปทางโต๊ะอาหารหากแต่โดนคิลเลนรั้งตัวไว้ก่อน
   "มีอะไรค่ะ?" เธอถามพลางแกะมือคิลเลนออกจากแขน
   "ถ้ามีคนมาขอเธอเต้นรำก็ปฏิเสธให้หมดซะ" เขาบอกแกมสั่ง
   แอนเนตเต้กระพริบตาจ้องมองเขาด้วยความสงสัยกำลังจะอ้าปากถามเขาก็พูดขึ้นก่อน
   "เพราะฉันจะเป็นคู่เต้นรำให้เธอ เข้าใจนะ"
   "เอ่อ ค่ะ"
   คิลเลนยิ้มมุมปากอย่างพอใจก่อนจะปล่อยมือจากแขนเล็กแอนเนตเต้จึงตรงไปหาของกินทันที
   เอมิลี่ที่แอบมองอยู่ในเงามืดรู้สึกแปลกใจที่คิลเลนสนใจหญิงสาวพลางยกมือปิดปากเพื่อกลั้นขำ
   "เป็นเกียรติเต้นรำกับผมได้รึเปล่าครับ" หนุ่มน้อยผมสีน้ำตาลเข้ามาขอแอนเนตเต้เต้นรำ
   "ขอโทษด้วยค่ะ ฉันมีคนชวนเต้นรำแล้วค่ะ" แอนเนตเต้บอกเสียงอ่อนโยนพลางตักพุดดิ้งผลไม้กินต่อ
   "ใครกัน..." เด็กหนุ่มรู้สึกเสียหน้า
   "ฉันเอง..." คิลเลนที่โผล่มาตอนไหนไม่รู้จากด้านหลังของเด็กหนุ่มสายตามองเลยไปหาแอนเนตเต้ที่กินพุดดิ้งเปื้อนมุมปาก
   "อ๊ะ นายหรอกเหรอ" เด็กหนุ่มมองคิลเลนอย่างหวาดๆ เพราะบรรยากาศรอบตัวเขาดูเย็นยะเยือก
   "เธอกินเปื้อนแล้วแน่ะ" เขาบอกพร้อมกับยื่นมือไปเช็ดพุดดิ้งออกแล้วเอามากินต่อ
   "อะ...เอ่อ" แอนเนตเต้หน้าแดงแปร๊ดด้วยความเขินอายก่อนจะก้มหน้างุด
   "รีบๆ กินสิจะได้ไปเต้นรำกัน" เขาบอกพลางเหลือบมองสาวๆ ที่ทอดสะพานมาที่เขาอย่างเบื่อหน่าย
   "คะ...ค่ะ" แอนเนตเต้จึงรีบสวามปามพุดดิ้งผลไม้หมดอย่างรวดเร็วจัดการเช็ดปาดให้เรียบร้อย
   คิลเลนยกยิ้มก่อนจะโค้งตัวให้เธอ "เป็นเกียรติเต้นรำกับผมสักเพลงนะครับ"
   "ค่ะ" แอนเนตเต้ยื่นมือไปวางบนมือใหญ่ของคิลเลนแล้วทั้งคู่ก็เดินไปสู่ฟลอร์เต้นรำ
   "ว้าว ฉันพึ่งเคยเห็นคิลเลนขอสาวเต้นรำนะเนี่ย" ไวโอเล็ตพูดขึ้น
   "มางานเลี้ยงทุกครั้งไม่ยักกะเห็นขอสาวเต้นรำแสดงว่าเด็กคนนั้นต้องมีอะไรเป็นพิเศษแน่ๆ " แวนเสริม
   "...." ซานิสไม่พูดอะไรหากแต่จับจ้องร่างของทั้งคู่เต้นรำอย่างพริ้วไหวบนฟลอร์
   "เต้นรำเก่งนี้" คิลเลนชม
   "ขอบคุณที่ชมค่ะ" แอนเนตเต้ยิ้มขณะหมุนตัวจนกระโปรงปลิวไหว
   สิ่งหนึ่งที่แอนเนตเต้ชอบก็คือการเต้นรำและตอนนี้เธอยังได้เต้นรำกับหนุ่มหล่อด้วย ถึงตอนแรกจะเขินๆ อยู่บ้างก็เถอะ แอนเนตเต้กับคิลเลนขยับตัวเต้นรำราวกับอยู่บนปุยเมฆ พวกเขาทั้งคู่ไม่รู้ว่าถูกจ้องมองจากทุกคนที่เต้นรำอยู่รอบๆ
   "เหมือนปีศาจกับนางฟ้าเลยแหะ" ไวโอเล็ตชม
   "งดงามมากนางฟ้าตัวน้อย" คิลเลนชมขณะกอดร่างเล็กไว้พร้อมโน้มหน้าลงไปชิดเธอจนจมูกชนกัน แอนเนตเต้เกาะคอของคิลเลนแน่นความเขินอายฉายชัดเต็มใบหน้า หัวใจก็เต้นเร็วผิดจังหวะจนแทบออกมาเต้นนอกอก
    คิลเลนปล่อยผละจากแอนเนตเต้อย่างนุ่มนวลก่อนจะโค้งให้เธอและเธอก็ถอนสายบัวให้เขาเช่นกัน คิลเลนว่าจะชวนแอนเนตเต้ออกไปเดินเล่นต่อข้างนอกพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเอมิลี่กำลังส่งสัญญาณบางอย่างกับเขา
   "เดี๋ยวฉันมานะ" เขายอกแอนเนตเต้
   "คะ" แอนเนตเต้ยิ้มให้เขาก่อนจะรู้สึกเสียวสันหลังจากสายตาริษยาของสาวๆ ที่อยากจะเต้นรำกับคิลเลน
   รีบๆ ออกจากแถวนี้ดีกว่า ...แอนเนตเต้คิดเธอกำลังจะเดินหลีกหนีไปทางระเบียงก็มีบ๋อยเดินเอาน้ำผลไม้สีสวยมาเสิร์ฟให้เธอ เธอรับมาแล้วเดินตรงไปทางระเบียงทันทีโดยไม่รู้ว่าน้ำนั้นคือเหล้าขนาดแรง
   "...มีเรื่องแค่นี้สินะ" คิลเลนพูดขึ้น
   "ค่ะท่าน" เอมิลี่ตอบพร้อมโค้งให้เขา
   "งั้นเธอก็ช่วยไปจัดการตามที่ฉันสั่งด้วยนะ"
   "รับทราบค่ะท่าน"
   เอมิลี่รับคำสั่งเสร็จเธอก็หายไปในเงามืดอย่างรวดเร็วคิลเลนจึงกลับเข้าไปในงานเต้นรำพอมองไปรอบๆ ก็ไม่เจอร่างของเด็กสาวผมทองก่อนจะสังเกตุเห็นเธอยืนที่ระเบียงเขาจึงเดินเข้าไปหาทันที
   เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงได้สนใจเด็กสาวคนนี้นัก
   "อยู่นี้เองเหรอ....!?"
   ขวับ!
   "ฮืออออ....."
   "!?"
   คิลเลนถึงกับยืนอึ้งค้างเป็นรูปปั้นอนุศาวรีย์ชัยเพราะจู่ๆ แอนเนตเต้ก็โผกอดเขาทั้งหน้าอาบไปด้วยน้ำตา
   "เอ่อ...." เขาเองก็รับมือกับผู้หญิงร้องไห้ไม่เป็นซะด้วยสิ
   "ฮือๆ แงงงง คุณคิลเลน แงๆ " แอนเนตเต้ร้องไห้งอแงเธอซุกหน้ากับอกแกร่งมือขยุ้มเสื้อของเขาแน่น
   "เธอเป็นอะไรไป?" เขาถามน้ำเสียงนุ่นวล
   "ก้อ...คุณน่ะทิ้งให้ฉันรอตั้งนาน ฮึก! ฉันเหงามากเลยนะ ฮือๆ " แอนเนตเต้ตอบปนเสียงสะอึกสะอื้น
   ความผิดเขาเหรอ?
   "ในงานฉันไม่รู้จักใครสักคน คุณเล่นทิ้งให้ฉันรออยู่คนเดียวง่า ฮือๆ "
   "เอ่อ...ฉันขอโทษ หืม" คิลเลนเหลือบไปเห็นแก้วทรงสูงที่เหลือร่องรอยของเหล้าผลไม้อยู่นิดหน่อยตรงขอบระเบียงจึงรู้ว่าคนตัวเล็กนี้คงดื่มเข้าไป
   "แงๆ แงๆ ฮืออออ"
   เมาแล้วงอแงแหะ
   "เธอเมามากแล้วนะ" เขาบอกพร้อมกับดันตัวคนตัวเล็กออก
   "ฮึก! คุณคิลเลนใจร้าย แงงงงง" เธอว่าเขาเสียงดังพร้อมกับกำปั้นเล็กที่ทุบใส่อกเขาระรัว
   "เฮ้อ..." เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับยกมือขึ้นเสยผมไปด้านหลังอย่างหงุดหงิดก่อนจะรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้แน่น
   "กลับห้องพักได้แล้ว..." เขาบอกเสียงต่ำแว่วตานิ่งเรียบจนดูน่ากลัว
   "ฮึก!"
   "....."
   "ฮืออออออออ แงๆ ฉันเจ็บนะคุณคิลเลนใจร้ายที่สุดเลย แงๆ "
   "อา...."
   คิลเลนไปไม่ถูกเขายอมให้แอนเนตเต้กอดและร้องไห้จนพอใจ เสื้อที่เรียบร้อยยับยู่ยี่ด้วยฝีมือของเธอที่ขยุ้มจนหมดสภาพแถมยังเปียกไปด้วยน้ำตาอีก
   "อื้อ..." จากเสียงสะอึกสะอื้นเริ่มเบาลงกลายเป็นเสียงครางแผ่วเบาเขารู้สึกลมหายใจที่สม่ำเสมอ เมื่อก้มมองก็พบว่าเธอหลับไปแล้ว
   "เฮ้อ...กว่าจะสงบ" เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มในท่าอุ้มเจ้าสาวและลุกขึ้นเดินไปยังห้องพักของเธอ
    รับมือกับผู้หญิงเมาแล้วยั่วยังง่ายกว่าผู้หญิงเมาแล้วร้องไห้อีก
   เมื่อถามทางกับสาวใช้เขาก็มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าห้องพักของแอนเนตเต้ นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะให้สาวใช้พาเข้าไปหรือเขาจะพาเข้าไปเองและสุดท้ายเขาก็พาเข้าไปเอง
   คิลเลนวางร่างเล็กบอบบางลงบนเตียงอย่างอ่อนโยนเอื้อมมือไปถอดแว่นตาทรงกลมออกวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงแล้วจึงเคลื่อนไปถอดรองเท้าส้นสูงออกก่อนจะหยิบผ้าห่มมาคลี่ห่มให้เธอ
   "เรียบร้อย" เขาพึมพำขณะปัดผมที่ปรกหน้าเธอออก นิ้วเรียวลูบไล้ไปตามแก้มเนียนใสนุ่มนิ่มที่แดงระเรื่อด้วยฤทธิ์แอลกอล์ฮอล สายตาคมจดจ้องริมฝีปากจิ้มลิ้มที่เผยอเล็กน้อยราวกับเชิญชวนให้ลิ้มลอง
   เขาสะบัดหน้าตัวเองเพื่อเรียกสติแล้วจึงลุกขึ้นยืนกำลังจะก้าวออกไปก็มือมาคว้าแขนเขาไว้พร้อมกับออกแรงฉุดกระชากจนเขาเซถลาริมฝีปากเรียวประกบเข้ากับริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้ม แขนเรียวยกขึ้นคล้องคอเขาไว้ไม่ยอมให้ไปไหน
   "อื้อ อย่าไปนะ..." เธอพูดเสียงอู้อี้ขณะจูบเขาอย่างไม่ประสา
   เธอเป็นคนเริ่มเองนะ ...คิลเลนคิดก่อนจะประคองใบหน้าเล็กไว้บดขยี้ริมฝีปากเล็กอย่างไม่ปราณีเคล้าคลึงจนคนตัวเล็กสะท้าน
   "แลบลิ้นออกมาสิ" เขาบอกแอนเนตเต้ทำตามอย่างใสซื่อ คิลเลนเผยยิ้มก่อนจะแลบลิ้นเลียลิ้นเล็กตวัดเกี่ยวดูดดึงกลืนกินน้ำหวานแสนบริสุทธิ์
   เขาจูบกับร่างเล็กอยู่นานจนเธอทุบอกเขาเมื่อเริ่มขาดอากาศหายใจเขาจึงผละออกอย่างอ้อยอิ่งไล้ริมฝีปากลงมาที่ซอกคอขาวผ่องจูบเม้มขบกัดเบาๆ สร้างรอยแดงสีกุหลาบแสดงความเป็นเจ้าของแล้วไล้ริมฝีปากลงต่ำมาหยุดอยู่ตรงเนินอวบนุ่มนิ่มเขาเอื้อมมือไปปลดซิปเลื่อนลงจนชุดแสนสวยหลุดลงจากร่างเล็ก
   "อื้อ...หนาว" แอนเนตเต้สะท้านวาบเมื่อจู่ๆ ก็โดนลมเย็นพัดผิวกาย
   "!?" คิลเลนได้สติจ้องมองใบหน้าเล็กที่ปรือตามองเขาอย่างเย้ายวนโดยที่เจ้าตัวไม่ได้สติ เขาเบือนหน้าไปอีกทางขณะที่มือสวมชุดให้เธอดั่งเดิมแล้วจึงยกผ้าห่มขึ้นห่มให้เธอ
   "ราตรีสวัสดิ์" เขาเอ่ยเสียงกระซิบพร้อมกับจุมพิตที่หน้าผากมนแล้วจึงลุกเดินออกจากห้องพักของเธอไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันกลับไปมอง
  
   แอนเนตเต้ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าพร้อมด้วยอาการปวดหัว เธอยกมือขึ้นกุมหัวพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ
   "ฉันมาอยู่ที่ห้องได้ไง?" เธอพึมพำพร้อมกับพยุงตัวเองไปอาบน้ำและต้องตกใจเมื่อตรงซอกคอของเธอมีรอยแดงเป็นจ้ำๆ อยู่
   "เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นล่ะเนี่ย" แอนเนตเต้บ่นงึมงำกับตัวเองขณะที่กำลังเดินตรงไปยังห้องอาหาร
   พระราชาเธนเชิญชวนให้คนที่มาร่วมงานทานอาหารเช้าร่วมกับเขาก่อนจะออกไปขี่ม้าพักผ่อนที่น้ำตกของเมือง
   "ขอโทษที่มาช้าค่ะ?" เธอเอ่ยพร้อมกับลากเก้าอี้ออกนั่งตรงข้ามกับคิลเลน พอเธอหันไปส่งยิ้มให้เขา เขาก็เบือนหน้าหนีไปทางอื่น
   อะไรของเขา??
   เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จก็ได้เวลาไปขี่ม้าพักผ่อนที่น้ำตก แอนเนตเต้เคยแต่ขี่คทากังหันเธอไม่เคยขี่ม้าเธอจะรอดมั๊ยล่ะเนี่ย
   "คนที่ขี่ม้าไม่เป็นก็มีรถม้าให้ขึ้นอยู่นิ" คิลเลนบอกขณะจูงม้าสีดำหน้าผากแต้มสีขาวเดินผ่านแอนเนตเต้
   "...." แต่เธอก็ไม่อยากนั่งรถม้าอ่ะนะเธอแพ้ยานพาหานะจำพวกนี้ซะด้วย เอาคทากังหันมาขี่ดีกว่า
   "ฮิ~ แบบนี้ดีกว่าเยอะ" แอนเนตเต้ยิ้มขณะขึ้นขี่คทากังหัน
   "เห นั้นน่าสนุกจังเลยนะขอฉันขี่ด้วยได้มั๊ย" แอสทริคพูดอย่างร่าเริง
   "เอ๋ ได้ค่ะ" แอนเนตเต้ยิ้มแอสทริคจึงลงจากหลังม้าแล้วขึ้นไปขี่คทากังหันกับแอนเนตเต้
   ขบวนม้าเริ่มเคลื่อนแอนเนตเต้พาแอสทริคบินขึ้นสูง ทั้งสองพากันบินผาดโผนก่อนจะหัวเราะคิกคักด้วยความสนุก
   "...." คิลเลนกับเธนมองดูทั้งคู่อย่างนิ่งเงียบ จนเมื่อเดินทางมาถึงน้ำตกเหล่าพวกผู้ชายก็พากันแข่งกันขี่ม้าว่าใครจะไปถึงน้ำตกก่อนแน่นอนว่าคนที่ถึงก่อนก็คือเธน ตามด้วยซานิสและคิลเลน
   แอนเนตเต้จ้องมองหมู่ปลาที่แหวกว่ายในน้ำอย่างสนใจโดยไม่ทันได้รู้ตัวว่ามีคนเดินมานั่งข้างๆ
   "อยู่บนท้องฟ้านี้สนุกมั๊ย?" ซานิสเอ่ยถาม
   "เอ๊ะ ก้อ...สนุกค่ะ" แอนเนตเต้ตอบพร้อมรอยยิ้ม จากตอนแรกที่กลัวเขาตอนนี้เธอเริ่มหายกลัวเขาแล้วเพราะเมื่อตอนเช้าเขาคอยตักโน่นตักนี่บริการให้เธออย่างกับสุภาพบุรุษ
   "ขอฉันขี่บ้างได้มั๊ย?"
   "เอ๊ะ ก็ได้ค่ะถ้าคุณสนใจ"
   "ฮ่าๆ ฉันล้อเล่นน่า"
   "ถึงคุณไม่ล้อเล่นฉันก็จะพาคุณขี่ค่ะ"
   "ไม่เอาดีกว่าฉันกลัวคทาเธอหักซะก่อน ฮ่าๆ ฮ่าๆ "
   "ฮิๆ พูดอย่างกับคุณตัวใหญ่เท่าช้างแน่ะ"
   "ก็นะ..."
   "...."
   คิลเลนจ้องมองภาพของแอนเนตเต้กับซานิสที่กำลังหัวเราะด้วยกันอย่างมีความสุข ความไม่พอใจบางอย่างแล่นขึ้นมาบวกกับความหงุดหงิดที่แอนเนตเต้ไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย(นี้อยากให้เขามาง้อ???)
   "ชิ!" เขาสบถรู้สึกรำคาญเล็กน้อยที่มีคนเข้ามาชวนเขาคุยจนไม่ยอมปล่อยให้ไปหาแอนเนตเต้เลย
   หลังจากกลับจากการเที่ยวน้ำตกในตอนค่ำแอนเนตเต้ออกไปเดินเล่นที่สวนของวัง เธอหยุดยืนมองน้ำพุเทียมขนาดใหญ่แสงแวววาวทำให้น้ำพุนี้ดูสวยน่ามองขึ้น
   ตึก!
   "อ๊ะ!?" แอนเนตเต้หันไปมองต้นเสียงด้วยความตกใจและก็ต้องโล่งอกเมื่อพบว่าเป็นคิลเลน
   "คุณคิลเลน" แอนเนตเต้ทัก
   "เธอเนี่ย...วันก่อนยังทำท่ากลัวเขาตัวสั่นระริกๆ แล้วทำไมวันนี้ถึงได้หัวเราะคิกคักกับหมอนั้นได้" คิลเลนพูดเสียงเย็นชา
   "เอ๊ะ คุณหมายถึงอะไรค่ะ?" แอนเนตเต้ถามเขาด้วยความงง
   "อย่ามาทำเป็นไร้เดียงสาหน่อยเลย นี้คือวิธีหาผู้ชายของเธอรึไง"
   "คุณพูดอะไรของคุณค่ะ ฉันเนี่ยนะหาผู้ชาย"
   "ก็ใช้นะสิ เมื่อคืนเธอยังทำออดอ้อนออเซาะใส่ฉันจะให้นอนด้วยอยู่เลย!"
   เพี๊ยะ!
   ใบหน้าหล่อคมคายหันไปตามแรงตบของแอนเนตเต้รอยแดงเป็นรูปฝ่ามือฉายขึ้นบนแก้ม
   "หยาบคายที่สุด" พูดจบแอนเนตเต้ก็วิ่งออกไปทั้งน้ำตา
   "...." คิลเลนยกมือขึ้นแตะแก้มที่โดนตบสายตาคมจับจ้องไปที่แผ่นหลังบอบบางของแอนเนตเต้
   พรึ่บ!
   หมับ!
   "!?"
   "เธอคิดว่าจะหนีฉันพ้นรึไง..." คิลเลนพูดเสียงต่ำเพียงพริบตาเดียวเขาก็มาโผล่ที่ด้านหลังของเธอและล็อคตัวเธอไว้แน่นไม่ให้ดิ้นหลุด
   "ปล่อยนะค่ะ ปล่อย!!" แอนเนตเต้ดิ้นแต่ด้วยแรงของผู้หญิงตัวเล็กๆ ทำให้ไม่สามารถดิ้นหลุดได้
   "ฉันไม่ปล่อยผู้หญิงที่มาตบหน้าฉันไปง่ายๆ หรอก"
   "ปล่อยค่ะ!" แอนเนตเต้โวยวาย
   "ไม่มีทาง" เขาตอบเสียงเรียบ
   "ปล่อย!!" เธอตะโกนลั่นก่อนจะโดนมือใหญ่ปิดปากไว้
   "อยู่นิ่งๆ สิ" คิลเลนลากตัวแอนเนตเต้ไปทางสวนอีกด้านหากแต่คนตัวเล็กยังดิ้นไม่หยุด
   "อื้อ อื้อ อื้อ"
   "ถึงแล้ว..."
   พลั่ก!
   คิลเลนปล่อยตัวแอนเนตเต้ออกเธอหมุนตัวยกขาขึ้นจะเตะคอคิลเลนแต่เขาก็ใช้แขนป้องกันได้
   "แรงดีใช้ได้นะ..." เขาพูด "มองดูรอบๆ ตัวเธอสิ"
   แอนเนตเต้ชะงักแล้วหันมองรอบๆ ตามที่คิลเลนบอกก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตะลึง หิ่งห้อยมากมายบินไปทั่วส่องแสงระยิบระยับดูสวยงามราวกับความฝัน
   "สวยจัง..." แอนเนตเต้อุทานด้วยความตื่นเต้นก่อนจะหันไปมองคิลเลน
   "ฉันบังเอิญเจอที่นี้น่ะ" เขาตอบพลางเบือนหน้าไปอีกทางความโกรธและความโมโหละลายหายไปในพริบตาเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเธอ
   "เอ่อ...ฉันขอโทษที่เมื่อกี้ตบหน้าคุณนะค่ะ" แอนเนตเต้บอก
   "อืม ช่างเถอะฉันเองก็แค่หงุดหงิดนิดหน่อยเลยไปลงกับเธอแบบนั้น"
   "ว่าแต่เมื่อคืนฉันไปอยู่ที่ห้องได้ไงค่ะ?"
   "เมื่อคืนเธอเมาฉันเลยพาไปส่งที่ห้องพักนั้นแหละ"
   "ฉันเมา!?"
   "ใช่ งอแงเป็นเด็กเลย"
   "อา...ลำบากคุณเลย ต้องขอโทษด้วยนะค่ะ"
   "ไม่หรอก..." เขาต่างหากที่ต้องขอโทษเพราะเป็นฝ่ายล่วงเกินเธอ
   "แต่ที่นี้สวยมากเลย" แอนเนตเต้พูดขณะจ้องมองหิ่งห้อยที่มาเกาะมือเธอ
   "ขอบคุณที่พามานะค่ะ" เธอหันไปยิ้มให้คิลเลน
   "...." คิลเลนไม่ตอบเขาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ แอนเนตเต้พร้อมยกมือขึ้นลูบผมเธอเล่น
   "อยากอยู่แบบนี้นานๆ จัง" แอนเนตเต้พึมพำพลางถอนหายใจ
   "เวลามันเดินผ่านไปตลอดอยู่ที่เราจะซึมซับเอาช่วงเวลานั้นไว้ได้มากแค่ไหนก็เท่านั้นแหละ" คิลเลนบอก
   "งั้นฉันขอนั่งดูหิ่งห้อยกับคุณคิลเลนนานๆ นะค่ะ" เธอหันไปอ้อน
   "แล้วแต่เธอสิ..." เขาเสสายตาไปมองทางอื่นแอนเนตเต้ยิ้มกว้างก่อนจะขยับตัวไปนั่งพิงคิลเลน
   "มาเต้นรำกันหน่อยมั๊ย?" คิลเลนชวนพร้อมกับยื่นมือไปตรงหน้าแอนเนตเต้
   "ค่ะ" แอนเนตเต้ตอบพร้อมยื่นมือไปจับกับคิลเลนแล้วทั้งคู่ก็เริ่มเต้นรำท่ามกลางแสงของหิ่งห้อย
    ภาพของชายหนุ่มใบหน้าเย็นชาและเด็กสาวไร้เดียงสากำลังเต้นรำท่ามกลางแสงระยิบระยับของหิ่งห้อย เป็นภาพที่น่ามองราวกับภาพวาดของศิลปินที่สรรค์สร้างขึ้นมา
   บันทึกทุกวินาทีที่อยู่กับเขาไว้ในความทรงจำและสักวันโชคชะตาจะนำพาให้ทั้งคู่ได้มาพบกันอีกครา

   The end.


พิเศษส่งท้าย

Zanis: ทำไมฉันต้องได้บทที่ทำให้พระเอกหึงนางเอกด้วย?

Caty1317: นายดูเหมาะสุดล่ะ //กำลังหมั่นไส้ที่ถูกบัพให้แรงจนโกง

Zanis: มันไม่ยุติธรรมเลยนะเฟ้ย

Caty1317: ตอนต่อไปเอ็งก็ต้องได้รับบทนี้ต่อ...

Zanis: อยากตายใช่มั๊ย!!!

Caty1317: ลองดูสิ ฉันจะไม่ให้แกได้แสดงบทดีๆ เลย ...กำลังคิดจะแต่งเรือผีของแกกับไอริอยู่ด้วย

Zanis: ขอโทษคับ //ก้มหน้าอย่างจำใจ

Caty1317: ดี //ยิ้มหวาน

Zanis: ตอนแรกยังชอบที่ให้ฉันคู่กับมิน่าอยู่เลยนิ

Zaphys: นั้นมันแต่ก่อน ตอนนี้มิน่าเป็นของฉัน //กอดมิน่า

Mina: งั่มๆ //กินขนม

Caty1317: ฉันตามใจน้องสาวย่ะ

Zanis: โหดร้ายชะมัด

Valhein & Violet: นก!!!!

Tulen & Butterfly: ....//มองหน้ากันเขม็ง

Butterfly: ทำไมฉันต้องได้สกินคู่กับแกห๊ะไอ้ทุเรียน!!!

Tulen: ห๊า! แล้วคิดว่าฉันอยากได้สกินคู่กับยัยฟองน้ำอย่างเธอรึไง

Airi: อย่าทะเลาะกันเลยนะค่ะ //เข้าไปจับแขนบัตเตอร์ฟราย

Butterfly: ไอริของข้าโว้ย!!!//มองมูราด

Murad: ....//กำลังเล่นหางของอารัม

Liliana: น่าอิจฉาจังเลยนะ^^ //ยิ้มหวาน

Tulen: ฉันจะลากเธอไปทำลูกเดี๋ยวนี้แหละลิเลียน่า!!!

Liliana: ให้เกียรติผู้ใหญ่บ้างสิทูเลน ...ยังเจ็บสะโพกอยู่เลยนะ (ลิเลียน่ามีอายุมากกว่าพันปีแล้วนะจร้ะลองไปอ่านประวัตินางดู)

Tulen: ไม่อ่ะ....//มองอย่างหน้ามึนๆ

Arum: นายจะเล่นหางฉันอีกนานมั๊ยห๊ะ!!! //ถีบมูราด

Murad: ได้ข่าวจะมีสกินใหม่นี้ก็เลยหมั่นไส้!!! //บีบหางอารัม

Arum: ไอ้มูราดดดดดด!!! //เตะมูราด

Quillen: สนใจมาผ่าตัดกับฉันมั๊ยคุณนักบิน

Annette: ฉันกลัวเลือดค่ะ

Quillen: ก็ไม่ได้จะมีเลือดให้เห็นสักหน่อย มีแค่เหงื่อ...

Annette: ???

Murad & Arum: พรากผู้เยาว์

Quillen: เงียบ!!! เดี๋ยวพ่อฆ่าซะนี้

Arum: ก็ลองดูสิ ขืนมาใกล้ฉันอีกนิดนายโดนล็อคแน่

Murad: ถ้านายไม่มีอัลติก็แค่ลูกแมวตัวหนึ่งนั้นแหละ

L£*#¥#¥₩₩×75&9'@¥)×¥÷9×₩!{}[~0¤%%9₩?》~}¿¡

Caty1317: หนวกหูจริงโว้ย!!!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #58 pyeper (@pyeper) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 07:27

    ชอบบบบบบบบ
    #58
    0
  2. #56 YUSUI'05 (@0819961596) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 13:44
    ชอบคู่นี้มากเลยค่ะTT อ่านกี่รอบก็ยิ้มแก้มปริ ขอบคุณที่แต่งมานะคะ จะรออ่านเสมอค่ะ!<3
    #56
    1
    • #56-1 Caty1317 (@Caty1317) (จากตอนที่ 33)
      9 ธันวาคม 2561 / 14:33
      ค่า ขอบคุณที่ตามอ่านนะค่าาา
      #56-1
  3. #55 23052548 (@23052548) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 12:32

    อาจจะมีภาคต่อ...ก็เป็นได้
    #55
    2
    • #55-1 Caty1317 (@Caty1317) (จากตอนที่ 33)
      9 ธันวาคม 2561 / 14:33
      ก็ไม่รู้สินะ คุคุคุคุ
      #55-1
  4. #54 23052548 (@23052548) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 12:32

    งุ้ยยยยยย
    #54
    0