Fic story rov รวมเรือผีที่ไม่ค่อยมีคนจิ้น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,605 Views

  • 254 Comments

  • 123 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    744

    Overall
    7,605

ตอนที่ 31 : (Nakroth x Krixi) ภูตของปีศาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    5 ธ.ค. 61

   
   ป่ามนตราเป็นป่าที่มีสัตว์ในเทพนิยายอาศัยอยู่มากมายเช่นเอลฟ์ ภูต นางฟ้า เซนทอร์ เป็นสถาณที่งดงาม น่าหลงใหล และอันตราย
   "ฮ้า~ วันนี้อากาศเย็นสบายจริงๆ เล้ยยย" น้ำเสียงซุกซนของผู้มีพลังควบคุมวิญญาณแห่งพงไพรเอ่ยขึ้นขณะเดินเล่นเรื่อยเปื่อยในป่า
   "ไปหาเจ้าสามตาขาลมดีมั๊ยนะ อื้ม..." อารัมยกมือขึ้นจับคางอย่างครุ่นคิดรอยยิ้มซุกซนปรากฏตกมุมปาก
   อารัมวิ่งกึ่งกระโดดตรงไปทางโพรงต้นไม้ใหญ่ซึ่งเป็นที่อยู่ของเปย์น่า อมมนุษย์ครึ่งกวางผู้มีพลังแห่งการรักษา
   "เปย์น่า~ ลิเลียน่าอยู่ไหม?" อารัมโผล่เข้าไปหาเปย์น่าที่กำลังรักษาขาให้กระต่ายขาวตัวหนึ่ง
   "นั่งเล่นกับทูเลนที่ต้นไม้สีรุ้ง เจ้ามีธุระอะไรกับนาง?" เปย์น่าถามย้อน
   "ฮิ~ ไม่มีอะไรหรอก ข้าไปก่อนนะ" อารัมรีบตรงไปหาลิเลียน่าทันทีระหว่างทางก็เจอคริกซี่กำลังพูดคุยกับดอกไม้สีชมพูหวานดอกเล็กน่ารัก
   "ไง คริกซี่" นางทัก
   "จะไปไหนเหรออารัม?" คริกซี่ถาม
   "ไปหาลิเลียน่าน่ะ อืม...ข้าขอดอกไม้นี้ได้มั๊ย?" อารัมชี้ไปที่ดอกไฮยาซิสซัสสีแดงสด
   "ได้สิ ตามสบายเลย"
   "ขอบใจ" อารัมเด็ดดอกไฮยาซิสซัสมาสองสามกิ่งพอหันกลับมาก็ไม่เจอร่างของภูตตัวน้อยแล้วนางไม่ได้คิดอะไรตรงไปหาลิเลียน่าที่อยู่กับทูเลนตรงต้นไม้สีรุ้ง
   "เฮ้! ลิเลียน่าาาาา"
   "หืม นั้นอารัมนี้" ลิเลียน่าหันไปมองร่างเพรียวที่วิ่งกึ่งกระโดดมาหานาง
   "โอ้ว ข้ามากวนรึเปล่าเนี่ย" อารัมหยุดมองทูเลนที่นอนหลับพริ้มอยู่บนตักลิเลียน่าอย่างสบาย
   "ไม่หรอก ว่าแต่เจ้ามีอะไรถึงมาที่นี้กัน?" ลิเลียน่าถาม
   "อ้อ คือข้าอยากให้เจ้าช่วยอะไรข้านิดหน่อยน่ะแต่ตอนนี้เจ้าไม่ว่างก็ช่างมันเถอะ" อารัมตอบพลางเกาหัวถึงนางจะซนแต่นางก็รู้จักกาลเทศะอยู่บ้าง
   "เจ้าคิดจะไปแกล้งซิลอีกแล้วสินะ" ลิเลียน่าพูดอย่างรู้ทัน
   "แฮะๆ " อารัมแลบลิ้นน้อยๆ เมื่อโดนจับได้ "ยังไง...ข้าไปหาเจ้าสามตาขาลมก่อนล่ะกัน"
   "เอ่อ...เดี๋ยวก่อนอารัม" ลิเลียน่าเรียกอารัมไว้แต่ไม่ทันซะแล้วเจ้าตัววิ่งกึ่งกระโดดเข้าไปในป่าลึกส่วนที่พักของซิลองครักษ์ของราชินีเอลฟ์เทล'อันนาส
   "แย่ล่ะ ข้ารู้สึกเหมือนมีอะไรเกาะหัวนางไปด้วย หวังว่าจะเป็นแค่แมลงธรรมดานะ" ลิเลียน่าพึมพำสีหน้าแสดงความเป็นกังวล

   ถ้ำแห่งความตาย
   มิน่ากอดอกมองกระดาษที่มีข้อความซึ่งเขียนด้วยลายมือของนาครอทในมือเซฟิสสีหน้าบ่งบอกถึงความงอน!!! ของเจ้าตัว
   หมับ!
   "เจ้าจะพองแก้มเป็นอึ่งอ่างไปถึงไหนหึมิน่า" เซฟิสหยิกแก้มของมิน่าด้วยความหมั้นเขี้ยว
   "ก้อ...นาครอทกับคริกเน็คเล่นไปเที่ยวกันแค่สองคนนี้ ชิๆๆๆๆๆ" มิน่าบ่นเป็นหมีกินผึ้ง
   "เจ้าก็คิดมากไปเราก็แค่ตามสองคนนั้นไปก็จบแล้ว คงมีเรื่องสนุกๆ ให้ดูแน่" เซฟิสยิ้มสนุกพลางโยกหัวมิน่าเล่น
   "เรื่องสนุก?" มิน่ามองเซฟิสด้วยความสงสัย
   เขายิ้มพร้อมโน้มหน้าไปหามิน่า "เจ้าคิดว่านาครอทไปป่ามนตราทำไมกันล่ะ?"
   ตุ้บ
   "อ๊ะ! รึว่า..." มิน่าทุบมืออย่างนึกขึ้นได้นางหันมองเซฟิสเขาเพียงยิ้ม
   "ไปกัน~"
   "ฮี่~ ไปกันเลย"
   หมับ!
   "!!!" มิน่ากับเซฟิสหันมองเจ้าของมือเรียวด้วยความตกใจ
   "ข้าไปด้วย..." โอเม็นเอ่ยขึ้น ...อย่าทิ้งข้าไว้คนเดียวสิโว้ย!!!
   "งั้นพวกเราก็ไปกันเลย~" มิน่าพูดขึ้นพร้อมกระโดดตัวลอย
   "ข้าพึ่งรู้ว่าเจ้าก็ขี้เกียจเป็น" เซฟิสเอ่ยแซวโอเม็น
   "แหม~ มีเรื่องน่าสนุกให้สนใจข้าก็ขอทิ้งงานบ้างสิ" โอเม็นยิ้ม

   "ฮิๆ ฮิๆ พวกเจ้านี้งดงามเหมือนเดิมเลยนะ" คริกซี่เอ่ยขึ้นอย่างร่าเริงขณะลอยตัวอยู่เหนือทุ่งดอกไฮยาซิสซัสสีม่วงอ่อน
   ภูตตัวน้อยที่มีเรือนผมสีชมพูใบหูแหลมยาวปีกบางใสเป็นประกายเมื่อกระทบกับแสงแดดกำลังร่ายรำท่ามกลางหมู่ดอกไม้สีสวยโดยไม่ห่างไกลจากบริเวณนั้นมีร่างของชายหนุ่มสวมชุดเกราะกำลังนอนถอนอารมณ์มองดูภูตร่ายรำด้วยความเพลินตา
   "อยู่นี้เองนาครอท" เสียงทุ้มของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเรือนผมสีเขียวมรกตส่วนหน้าม้าเป็นสีแดงถูกมัดจุกขึ้น เขาคือ คริกเน็ค ในร่างมนุษย์
   "มีอะไร?" นาครอทถามเสียงเย็นชา
   "เปล่า ข้าแค่นึกว่าที่นี้มีอะไรน่าดูนัก" คริกเน็คตอบยกมือขึ้นปิดจมูกไม่ให้จามพลางเหลือบมองดูคริกซี่ร่ายรำท่ามกลางดอกไม้
   "ก็ดีกว่าอยู่ที่ถ้ำแห่งความตายไม่ใช่รึไง" นาครอทตอบพลางเอนหลังพิงต้นไม้
   "อึก! ข้าไปดีกว่าข้าแพ้กลิ่นดอกไม้" พูดจบคริกเน็คก็แปลงเป็นด้วงตัวเล็กๆ บินออกไปจากบริเวณทุ่งดอกไม้
   "ระวังองครักษ์ของราชินีเอลฟ์ด้วยล่ะ" นาครอทเอ่ยเตือนคริกเน็ค
   ถึงป่ามนตราจะยินยอมให้เทพจากถ้ำแห่งความตายเข้ามาพักผ่อนได้แต่ถ้าทำความวุ่นวายให้กับป่าก็จะโดนลงทัณฐ์ทันทีจากองครักษ์ของราชินีเอลฟ์แล้วยังมียัยหนูสิงโตที่ดูไม่ค่อยชอบนาครอทอีกด้วย
   ถึงนาครอทจะเตือนอย่างนั้นแต่ไม่รู้ว่าคริกเน็คมาอยู่บนหัวของอารัมได้ยังไงกันแถมนางยังตรงไปหาซิลซึ่งเป็นองครักษ์ของราชินีเอลฟ์อีกต่างหาก
   หวังว่าพวกเขาจะใจดีกับข้านะ ...คริกเน็คคิดในใจขณะเกาะผมของอารัมแน่นเพื่อให้ถูกลมพัดปลิว
   นาครอทมองคริกซี่อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนึกแผนการบางอย่างได้มุมปากถูกยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แสนกล
   "100 ปีที่ข้าไม่ได้เจอเจ้า เรามาเตือนความจำกันสักหน่อยนะคริกซี่..."
   เมื่อเห็นว่าเริ่มเย็นแล้วคริกซี่จึงบินกลับที่พักของนางอย่างร่าเริง(มีคนบอกว่าคริกซี่เป็นนกเงือกรึไงบ้านอยู่สู๊งสูง555+)
   "ลั๊ลล๊า~ วันนี้มีดาวตกด้วยนี่นารอดูดีกว่า" คริกซี่พูดอย่างร่าเริงขณะบินลงตรงหน้าประตู
   "น่าเสียดายที่อลิซไม่ได้มาเที่ยวกับทูเลนจะได้ชวนมาดูดาวด้วยกัน" คริกซี่พึมพำอย่างหงอยๆ นางเดินตรงไปทางระเบียงก่อนจะยกมือขึ้นเท้าคางมองท้องฟ้า
   ตึก!
   "!?"
   "ไง...."
   "กรี๊ดดดดดดด!!!"
   พลั่ก!!
   "ฮะ...เฮ้ย!!!"
   คริกซี่ผลักนาครอทตกระเบียงด้วยความตกใจที่จู่ๆ เขาก็โผล่มาเมื่อนึกขึ้นได้ว่านางผลักเขาตกนางจึงรีบบินไปช่วยเขาทันทีพาบินขึ้นมาที่ระเบียงอย่างปลอดภัย
   "จะ...เจ้าไม่เป็นอะไรใช่มั๊ย" คริกซี่ถามปนหอบเพราะนาครอทตัวหนักมากยังดีที่บินขึ้นมาถึงระบียงได้
   "หน้ากากข้าหลุดแถมได้แผลอีก..." นาครอทเอ่ยเสียงเย็นชาดวงตาคมสีแดงเลือดนกแข็งกร้าวด้วยความหงุดหงิด
   "ขะ...ข้าขอโทษเดี๋ยวข้าจะไปเอา...นาครอท" คริกซี่เอ่ยเรียกชื่อนาครอทเสียงเบาหวิวภาพความทรงจำเมื่อ100ปีก่อนย้อนกลับเข้าในสมองราวกับหนังถูกรีเพลย์
   "เจ้ามาทำอะไรที่นี้..." คริกซี่เอ่ยเสียงเย็นชาดวงตากลมโตสีมรกตสวยแข็งกร้าวขึ้นทันที
   นาครอทกระตุกยิ้มมุมปากคว้าข้อมือเล็กกระชากมาใกล้โน้มหน้าลงกระซิบเสียงต่ำที่หูเล็กแหลม "มาพักผ่อน..."
   "ปล่อยข้า!" คริกซี่พยายามบิดข้อมือให้หลุดออกจากนาครอท
   นาครอทกระชากตัวคริกซี่มาใกล้มืออีกข้างรั้งเอวบางมาแนบชิดตัวเขาเชยคางมนขึ้นก่อนจะโน้มตัวลงประกบริมฝีปากกับริมฝีปากจิ้มลิ้มบดขยี้อย่างรุนแรงและเร้าร้อน คริกซี่อ้าปากร้องแต่นั้นเป็นการเปิดทางให้ลิ้นเรียวสอดเข้าไปกวัดเกี่ยวกับลิ้นเล็กดูดกลืนน้ำหวานล้ำ
   "อื้อ!!" คริกซี่พยายามดิ้นให้หลุดจากนาครอทแต่เรี่ยวแรงของนางมันหดหายไปเพราะจูบของเขาราวกับถูกดูดกลืนไปจนหมดยังดีที่เขาประคองตัวนางไว้ไม่อย่างนั้นคงร่วงไปกองที่พื้นแล้วสติของนางก็เริ่มจะลางเลือนขึ้นเรื่อยๆ
   "อื้ม..." นาครอทผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่งน้ำสีใสยืดเปื้อนมุมปากของภูตตัวเล็ก ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงก่ำด้วยความอายคริกซี่หอบเอาอากาศหายใจเข้าปอดอย่างรวดเร็วนางจ้องมองนาครอทอย่างโกรธเคืองก่อนจะออกแรงผลักร่างสูงออกตวัดมือจะตบหน้าหล่อเหลาของเขาแต่ก็โดนคว้าไว้
   "จุ๊ๆ ช้าไป" นาครอทยิ้มเยาะเย้ยก่อนจะรวบร่างเล็กขึ้นอุ้มพาดไหล่
   "เดี๋ยวสิ! นี้ปล่อยข้าลงนะเจ้าจะพาข้าไปไหน!!" คริกซี่ดิ้นออกแรงทุบกำปั้นลงบนแผ่นหลังของเขาด้วยความโมโหแต่ไม่กระทบกระเทือนต่อนาครอท
   "ไปอาบน้ำ..." นาครอทตอบสั้นๆ พร้อมเปิดประตูห้องน้ำออกวางร่างคริกซี่ลงอ่างอาบน้ำก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดน้ำใส่อ่าง 
    "จะ...เจ้า!!" คริกซี่หน้าแดงยิ่งกว่าเดิมเพราะนาครอทถอดเสื้อออกหมดเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่าแล้วเข้ามานั่งร่วมอ่างอาบน้ำกับนาง
   "ถอดเสื้อผ้าสิจะอาบน้ำทั้งอย่างนั้นรึไง" เขาเอ่ยบอกพลางเอื้อมมือไปจะปลดชุดของคริกซี่ออกแต่นางถอยหนี
   "ข้า...ถอดเองได้" นางบอกเสียงตะกุกตะกักก่อนจะหันหลังให้นาครอทถอดเสื้อผ้าของตนเองออกแล้วไม่หันกลับไปอีก
   นาครอทเอนหลังพิงขอบอ่างด้วยท่าทางสบายพลางยกมือขึ้นเท้าแก้มจ้องมองร่างเล็กของคริกซี่ที่นั่งก้มหน้าหันหลังให้เขาเพราะอ่างค่อนข้างแคบคริกซี่จึงยึดขอบอ่างอีกฝั่งจนแทบจะสิงเข้าไปให้ได้ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดต้นคอของนาง
   "ยะ...อย่าเข้ามาใกล้ข้านะ!" คริกซี่ร้องลั่นเมื่อรู้ว่านาครอทขยับตัวมาใกล้แถมยังยกมือกั้นไม่ให้นางหนีอีก
   "ทำไม...รังเกียจข้าขนาดนั้นเลยรึไง" นาครอทถามซุกหน้าลงกับไหล่มนของคริกซี่ขบกับเบาๆ มือเรียวหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนของรางเล็ก
   "อย่านะ! ไม่เอา! ไม่เอา!!!" คริกซี่ดิ้นปัดมือของนาครอทออกดวงตากลมโตคลอไปด้วยน้ำตา
   "...." นาครอทหยุดชะงักอยู่ครู่หนึ่งก้มมองคริกซี่ที่สะอื้นก่อนจะกลับไปเอนหลังพิงขอบอ่างเหมือนเดิมหากแต่มือรั้งเอวบางของภูตตามมาด้วย
   "ไม่เป็นไร ข้าจะค่อยๆ ทำให้เจ้าชินกับข้าก็แล้วกัน" นาครอทเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำพลางกรีดไล่น้ำตาออกให้คริกซี่
   "ได้โปรด...อย่าทำอะไรข้าเลย" คริกซี่อ้อนวอน
   "ไม่ต้องห่วง ข้าจะพยายามอ่อนโยน"

  ทางด้านคริกเน็ค
   "เจ้าสามตาขาลมมมมมมม~" เสียงใสของอารัมตะโกนดังขึ้นก่อนจะผลักประตูเข้าไปในที่พักของซิลอย่างถือวิสาสะ
   นิสัยแบบนี้ทำให้คริกเน็คนึกถึงมิน่าแต่อารัมดูเด็กกว่า
   "มีธุระอะไร?" น้ำเสียงเย็นชาของชายหนุ่มร่างสูงเรือนผมสีเทาควันเอ่ยขึ้นขณะที่มือกำลังควงดาบเล่นสายตาคมจ้องมองอารัมอย่างเหนื่อยหน่าย
   "เจ้าเป็นใคร?" อารัมเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้านิ่งๆ ดอกไฮยาซิสซัสในมือเกือบถูกปาใส่ชายหนุ่มถ้าเขาไม่เอ่ยดักไว้ก่อน
   "ข้าเอง ซิล" เขาบอก
   อารัมชะงักมือจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา คริกเน็คเองก็เช่นกัน ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย เรือนผมสีเทาควันตัดกับผิวขาว ดวงตาคมดุจเหยี่ยวนัยน์ตาสีดำสนิท จมูกโด่งสันรับกับริมฝีปากเรียวหยักสวย ตัวสูง มีหุ่นที่สมส่วน ที่สำคัญคือขา!!!
   "เจ้า...เจ้าคือซิลจริงเหรอ คือซิลที่ข้ารู้จักต้องเป็นปีศาจลมสิแล้วก็ไม่มีขา..." อารัมจ้องขาซิลด้วยความอึ้ง
   "ก็ข้านี้แหละซิลยัยหนูสิงโต" ซิลเอ่ยขึ้นน้ำเสียงราบเรียบ
   "ห๊า!? คำนี้มีแค่ไม่กี่คนที่กล้าเรียกข้านอกจากเทล'อันนาสกับเจ้าสามตาขาลม เอ๊ะ! รึว่าเจ้าคือซิลจริงๆ เหรอเนี่ย" อารัมยกมือขึ้นปิดปากดวงตาสีฟ้าสวยเบิกกว้างด้วยความตะลึง
   "เฮ้อ..เจ้านี้มันเป็นพวกความรู้สึกช้ารึไง" ซิลยกมือขึ้นเกาหัวอย่างเบื่อหน่อย
   "แหะๆ ก็ข้าพึ่งรู้นี้ว่าเจ้ามีร่างมนุษย์ด้วย" อารัมแลบลิ้นก่อนจะยื่นดอกไฮยาซิสซัสให้ซิล "เอ้า เอามาฝาก"
   "ขอบใจ หืม?" ขณะที่ซิลรับดอกไม้มาจากอารัมเขาก็สังเกตุเห็นด้วงตัวเล็กสีเขียวมรกตที่เกาะอยู่ตรงผมหางม้าของอารัม
   แย่ล่ะ โดนเห็นเข้าซะแล้ว ...คริกเน็คเริ่มลนลานจะบินหนีไปก็ไม่กล้า
   "หืม? มีอะไรติดหัวข้ารึไงจ้องอยู่ได้" อารัมถามด้วยความงง
   "มีสิ" ซิลตอบพร้อมยื่นมือไปคว้าตัวคริกเน็คออกจากผมของอารัม
   "อ๊าก! ปล่อยข้านะ!" คริกเน็คโวยวาย
   "โหว มีด้วงมาเกาะผมข้าตอนไหนล่ะเนี่ยถึงว่าหนักๆ หัว" อารัมพึมพำพลางจ้องด้วงสีเขียวมรกตในมือซิล
   "นี้ไม่ใช่ด้วงธรรมดา" ซิลเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะโยนคริกเน็คไปทางกำแพง
   พรึ่บ!
   "เหวอ! ทำไมต้องรุนแรงกับข้าด้วยเล่า" คริกเน็คโวยหลังจากที่กลายเป็นร่างมนุษย์
   "หูย~ ด้วงน้อยน่ารัก♡" อารัมคว้าตัวคริกเน็คไปกอดเพราะขนาดตัวของคริกเน็คนั้นเรียกได้ว่าเตี้ยกว่าอารัมเป็นไหนๆ
   "โอ๊ย! ปล่อยข้านะ ข้าอึดอัด" คริกเน็คร้องขณะที่ดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนของอารัมใบหน้าเล็กแดงก่ำด้วยความเขินอายเพราะหน้าอกของอารัมแนบชิดอยู่เต็มหน้าเขา
   "อารัมปล่อยเขา" ซิลบอก อารัมเบะปากเหมือนเด็กไม่พอใจก่อนจะยอมปล่อยคริกเน็ค
   "ว่าแต่เจ้านี้เป็นใครกัน" อารัมถามขึ้น
   "เจ้าไม่รู้ตัวเลยรึไงว่ามีเทพของถ้ำแห่งความตายเกาะมาด้วย"
   "ไม่อ่ะ..." อารัมหันไปตอบหน้ามึนๆ ก่อนจะโดนซิลดีดหน้าผากไปหนึ่งที
   "ข้าคือคริกเน็คเป็นหนึ่งในยมทูตของถ้ำแห่งความตาย" คริกเน็คเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง
   "อ้อ...งั้นเหรอ งั้นเจ้าก็คงมากับเจ้าตะขาบนั้นสินะ" อารัมเปลี่ยนท่าทีทันทีจนคริกเน็ครู้สึกขนลุก
   "เอ่อ....คือข้าแค่มาพักผ่อนเฉยๆ แล้วบังเอิญแพ้กลิ่นดอกไม้เลยหล่นไปเกาะผมเจ้าจนมาที่นี้ ถ้า...ไม่มีธุระข้าขอตัวก่อนนะ" คริกเน็ครีบหาทางชิ่งหนีแต่กโดนร่างสูงของซิลขวางไว้ก่อน
   "ใครอณุญาติให้เจ้าไปกัน" อารัมถือมีดของซิลขึ้นมาดูหางตาเหลือบมองคริกเน็คเขม็ง
   "เอ่อ...ข้าไม่ได้มาทำความวุ่นวายให้ป่ามนตราเสียหน่อยนะ" คริกเน็คบอกเสียงสั่นซิลมองดูแล้วคิดว่ามันดูน่ารัก
   "เลิกแกล้งได้แล้วอารัมแล้วก็วางดาบข้าลงด้วย" ซิลดุ
   "ฮ่าๆ ข้าแค่แกล้งเจ้าเล่นนิดเดียวทำไมต้องกลัวข้าขนาดนั้นด้วยเล่า" อารัมหัวเราะก่อนจะส่งยิ้มให้คริกเน็คนางวางดาบลงที่เดิมก่อนจะเดินไปหาคริกเน็ค
   "ว่าแต่เจ้านาครอทนั้นน่ะอยู่ไหน ข้ามีเรื่องจะไปคุยกับเจ้านั้นหน่อย" อารัมเอ่ยถามน้ำเสียงจริงจัง
   "ข้าเห็นเขาอยู่ที่ทุ่งดอกไม้น่ะ" คริกเน็คตอบ
   "อา ขอบใจที่ตอบ ข้าไปก่อนนะซิลเดี๋ยวคราวหน้าจะมาทำอาหารให้กิน" อารัมโบกมือให้ซิลก่อนจะเดินออกไปตรงไปทางทุ่งดอกไม้ทิ้งให้คริกเน็คอยู่กับซิล
   "นาง..." คริกเน็คมองตามอารัมอย่างมึนงง
   "เฮ้อ...ชอบป่วนไม่เข้าเรื่องจริงๆ " ซิลพึมพำพลางมองดูคริกเน็ค
   "เจ้ากับนางดูสนิทกันดีนะ" คริกเน็คเอ่ยขึ้น
   "นางยังเด็ก นางก็เหมือนน้องสาวข้านั้นแหละ" ซิลตอบ
   "เหรอ น่าอิจฉาที่เจ้ามีคนเคารพนะ" คริกเน็ดเอ่ยขึ้นที่ถ้ำแห่งความตายไม่ค่อยมีปีศาจตนไหนกลัวเขาเลย
   "ในเมื่อเจ้ามาพักผ่อนที่ป่ามนตราสนใจเที่ยวชมกับข้ามั๊ยล่ะ" ซิลเสนอ
   "อ๊ะ จริงเหรอ"
   "อื้ม" ซิลตอบพร้อมยื่นมือไปตรงหน้าคริกเน็ค จู่ๆ เขาก็รู้สึกใจเต้นแปลกๆ ขณะที่ยื่นมือไปจับกับมือใหญ่ของคนตรงหน้า เทียบกันแล้วมือของคริกเน็คดูเล็กไปเลย
   "คืนนี้มีดาวตกด้วย เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปสถาณที่ดูดาวสวยๆ "

   ...............................................................

   "อื้อ" คริกซี่ครางแผ่วเบาขณะขยับตัวจะลุกขึ้นนั่งแต่รู้สึกเหมือนร้าวไปทั้งตัวและหนักที่ตัวพอเหลือบมองข้างๆ ก็ปะทะกับใบหน้าหล่อเหลาของนาครอทที่นอนหลับพริ้มกอดตัวนางไว้แน่น
   คริกซี่รู้สึกว่าตัวโล่งๆ จึงลองเสี่ยงเปิดผ้าห่มดูและพบว่าร่างของทั้งคู่กำลังเปลือยเปล่าอยู่แถมขาของนางยังเกาะเกี่ยวอยู่กับท่อนขาของนาครอท คริกซี่จึงค่อยๆ ยกขาออกอย่างหวั่นๆ ใบหน้าเล็กแดงก่ำด้วยความอายเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืน นางช่างดูเป็นคนไร้ยางอายซะจริง
   "ตื่นแล้วเหรอ" นาครอทเอ่ยถามเสียงแหบพร่าเพราะคริกซี่ขยับตัวยุกยิกจนไปโดนแก่นกายของเขาทำให้มันตื่นขึ้น
   "อะ...เอ่อ" คริกซี่ก้มหน้างุดเพื่อซ่อนความอายนาครอทรั้งเอวบางเข้าไปใกล้ขยับใบหน้าไปซุกไซร้ซอกคอระหงลมหายใจร้อนๆ เป่าผิวกายทำให้คนตัวเล็กสะดุ้งวาบหน้าแดงซ่าน
   "โดนกระตุ้นง่ายดีจังนะ" นาครอทเอ่ยขณะพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างของคริกซี่
   "อ๊ะ! เดี๋ยวสิเจ้าจะทำอะไรน่ะ" คริกซี่ร้อง
   "เมื่อคืนข้ายังไม่อิ่มเลยเจ้าก็ดันสลบซะก่อนนี้ เพราะงั้นเจ้าต้องชดใช้" พูดจบนาครอทก็ก้มลงจูบคริกซี่ นางดิ้นเพื่อให้หลุด นาครอทรู้สึกรำคาญมือเล็กจึงหาเชือกมามัดไว้พร้อมกับหาผ้าปิดตานางไว้ก่อนจะเริ่มสนุกกับร่างกายเล็กของภูตอย่างหื่นกระหาย
   ที่ด้านหน้าประตูบ้านของคริกซี่อารัมยืนค้างอยู่ในท่าเตรียมเคาะ ใบหน้าเล็กแดงก่ำด้วยความเขินอายก่อนจะรีบลงจากบ้านบนต้นไม้ของคริกซี่ไปกรี๊ดดังลั่นป่ามนตรา
   "ไอ้นาครอททททททททททททททท!!!!!"

   "ฮ้า~ มาพักผ่อนที่ป่ามนตรานี้ดีจริงๆ " มิน่าพูดขึ้น
   "พวกเจ้ามาได้ไง?" นาครอทถามเสียงเย็น
   "ก็มาพักผ่อนไม่ได้รึไงท่านผู้พิพากษา" โอเม็นแทรก
   "....ได้เวลากลับไปทำงานแล้วอย่ามาอู้" นาครอทบอก
   "เชอะ รีบไล่เชียวนะ" มิน่าเบ้ปากอย่างหงุดหงิดก่อนจะโดนเซฟิสคว้าตัวไปแบกพาดไหล่
   "ไปๆ กลับๆ กันได้แล้ว" เซฟิสตีก้นมิน่าด้วยความหมั้นเขี้ยว
   "ไอ้เจ้าเซฟิสปล่อยข้าลงนะ ข้าเดินเองได้!!" มิน่าโวยวาย
   "ฮ้า~ ข้าคิดถึงพวกวิญญาณซะแล้วสิ" โอเม็นพึมพำขณะเดินตามทั้งสองไป
   "พวกเจ้ารอข้าด้วย!!!" เสียงของคริกเน็คดังมาพร้อมกับร่างด้วงบินตามมิน่ากับเซฟิสไปด้านหลังมีร่างของซิลมองตามเมื่อคริกเน็คหันมามองเขาก็ส่งยิ้มอ่อนโยนให้
   "หืม...ข้าพึ่งเคยเห็นเจ้าสามตาขาลมยิ้มแหะ" อารัมเอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปมองนาครอทกับคริกซี่
   "ไว้ข้าจะมาหาบ่อยๆ " นาครอทเอ่ยขณะลูบผมสีชมพูของคริกซี่เล่น
   "อื้ม..." คริกซี่ตอบเสียงแผ่วเบารู้สึกหนาวขึ้นมาที่นาครอทกำลังจะไป ปีกบางใสกระพือถี่อย่างคนเป็นกังวล
   นาครอทสังเกตุเห็นจึงคว้าแขนคริกซี่ดึงเข้าไปใกล้มอบจูบแสนหวานล่ำและตราตรึงให้ก่อนจะผละออกอย่างอ้อยอิ่งคลอเคลียริมฝีปากอยู่นาน คริกซี่เซถลาไปกอดนาครอทเพราะโดนจูบที่ราวกับดูดเรี่ยวแรงของนางไปจนหมดสิ้น
   "ข้าเป็นพวกหวงของ อะไรที่เป็นของข้า ข้าไม่ยอมปล่อยให้ใครง่ายๆ หรอก" นาครอทก้มลงกระซิบบอกคริกซี่ที่ใบหูแหลมเล็ก
   "ให้มันน้อยๆ หน่อยเว้ย" อารัมโวยขณะกอดอกเชิดหน้ายืนมองอยู่ไม่ไกล
   "เจ้าอิจฉารึไง" นาครอทว่า
   "ข้าไม่ได้อิจฉาสักหน่อย ข้าแค่จะบอกว่าตลอด 100 ปีคริกซี่ไม่เคยยุ่งกับภูตตัวผู้คนไหนเลย" อารัมบอก คริกซี่หน้าแดงแปร๊ด
   "นางมีแค่เจ้าอยู่ในใจผู้เดียวยังไงล่ะ" อารัมบอกก่อนจะเชิดหน้าไปอีกทาง เพราะอารัมเป็นคนดูแลคริกซี่เลยรู้ว่าคริกซี่มีใจให้นาครอทแค่คนเดียว
   "อย่างนั้นเหรอ" นาครอทเผยรอยยิ้มขณะก้มมองคริกซี่ที่เอาแต่ซุกหน้ากับอกของเขา
   "งั้นข้าคงพาไปอยู่กับข้าได้งั้นสิ"
   "ไม่ได้โว้ย!!!" อารัมโวย
   "อันนี้ข้าเห็นด้วยกับอารัม" ซิลเสริม
   "ข้าพูดเล่น..." นาครอทยิ้มก่อนจะหยิบหน้ากากขึ้นสวมคลายอ้อมแขนจากร่างเล็กแล้วมุ่งหน้ากลับถ้ำแห่งความตายอย่างรวดเร็ว
   ภูตตัวน้อยนั้นเป็นของเทพแห่งการพิพากษาแห่งนรก ปีกสีสวยที่ถูกกรงเล็บของปีศาจยึดเอาไว้เชยชมเพียงผู้เดียว

   จบเถอะ....

แปะลิงค์ที่มีฉากncแน่นอน55555+ (คัดลอกไปหาเอาในกูเกิลดูนะค่ะ)

https://my.w.tt/0VbnuPfqoS



เครดิตในภาพจ้ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

0 ความคิดเห็น