Fic story rov รวมเรือผีที่ไม่ค่อยมีคนจิ้น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,537 Views

  • 247 Comments

  • 122 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    676

    Overall
    7,537

ตอนที่ 27 : (Quillen x Annette) สายลมอันบริสุทธิ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 286
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    25 พ.ย. 61

Caty1317 : อย่ามาว่าสามีฉันเป็นเกย์นะย่าาาาาา!!!! ใครจับจิ้นกับทูเลนเดี๋ยวแม่ตามไปกัดคอถึงบ้านเลย แง่ง!!!!!!

   "เอ๊ะ ที่นี้ที่ไหนน่ะ" เด็กสาวเจ้าของเสียงใสพึมพำพยายามขยับตัวจะลุกขึ้นแต่มือและเท้าถูกตรวนด้วยโซ่หนักอึ้งเมื่อกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็พบแต่ความมืดมิดและความเย็นเฉียบของผนังหินขรุขระ
   ที่นี้คือคุกใต้ดิน
   "ฉันมาอยู่ที่นี้ได้ยังไง?" แอนเนตเต้พึมพำพลันเธอก็นึกออก ย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

   "เฮ้อ...ประชุมสภาเวทมนต์นี่เหนื่อยจังเลยน้า" แอนเนตเต้บ่นขณะที่ขี่คทากังหันมุ่งหน้ากลับหมู่บ้าน
   ครืนนนน
   เสียงฟ้าร้องพร้อมเมฆฝนดำทมึนทำให้แอนเนตเต้ต้องรีบกลับหมู่บ้านให้เร็วกว่าเดิมฟ้าแลบแปล๊บปล๊าบน่ากลัวน่าหวาดเสียวว่ามันจะแลบมาโดนเธอ
   "หวา ทำไมท้องฟ้าถึงได้ดูน่ากลัวจังนะวันนี้" เธอพูดพลางหลบสายฟ้า ถึงเธอจะเป็นแม่มดควบคุมลมฟ้าอากาศได้แต่แบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน เธอยิ่งเพลียๆ จากการประชุมสภาเวทมนต์ในใจได้แต่ภาวนาอย่าได้เกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้นก็พอแต่ว่าสวรรค์ช่างไม่เป็นใจเอาซะเลย
   เปรี๊ยะ!
   "อ๊ะ!? ไม่นะ!!!"
   แอนเนตเต้หลบสายฟ้าที่แลบลงมาไม่ทันมันช็อตกระแสไฟฟ้าทำให้แม่มดสาวเสียการควบคุมคทาและร่วงลงจากท้องฟ้าราวกับลูกนกปีกหัก
   "กรี๊ดดดดดดดดด!!!" เด็กสาวกรี๊ดลั่นพยายามควบคุมสายลมให้เธอลงพื้นโดยสวัสดิภาพแต่มันยากเหลือเกิน
   ตายแน่ เธอต้องตายแน่ๆ แอนเนตเต้ ฮิอ...
   "หือ? อะไร..."
   พลั่ก!!
   ตุ้บ!!
   "อุ้ก!"
   "เอ๊ะ!?" 
   แอนเนตเต้ที่หลับตาปี๋ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆกวาดตาสายตามองรอบๆ แล้วจึงมองตัวเองเธอลุกขึ้นนั่งยกมือจับใบหน้า แขน ขาตัวเอง
   ฟู่~ ยังมีชีวิตรอดร่างกายอยู่ครบ 32 ส่วนว่าแต่เธอตกลงมาทับกับอะไรถึงไม่เป็นอะไรเลย?
   คิดแล้วเธอก็ก้มลงมองสิ่งที่เธอนั่งทับอยู่ ไม่สิ ต้องเรียกว่านั่งคร่อมทับร่างคนอยู่แถมเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มเย็นชาน่ากลัวนั้นจ้องเธอราวกับจะเลือดกินเนื้อ
   "ออกไป..." น้ำเสียงนั้นฟังดูเย็นยะเยือกจนหนาวไปถึงกระดูกแอนเนตเต้จึงรีบลุกออกจากร่างสูงทันที
   "ขะ...ขอโทษค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยรักษาให้ค่ะ" เธอเอ่ยเสียงตะกุกตะกักพลางร่ายเวทย์รักษาให้ร่างสูงสายฟ้าแลบเกิดแสงสว่างวาบพลันหางตาของเธอก็เหลือบไปมองเห็นร่างของผู้หญิงนอนจมกองเลือดอยู่ไม่ไกลจากที่เธออยู่นัก
   ครืนนนน
   ซ่าาาา~
   สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงแอนเนตเต้เริ่มสั่นด้วยความหนาวแต่เธอก็ยังคงรักษาให้ชายร่างสูงที่เธอตกลงมาทับเขา
   "เรียบ...ร้อย...แล้ว....ค่ะ..." แอนเนตเต้พูดเสียงสั่นร่างกายเล็กๆ สั่นเทาด้วยความหนาว
   เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มลุกขึ้นนั่งสายตาจับจ้องเธอเขม็งก่อนจะคว้าข้อมือเธอไปจับแน่นจนคนตัวเล็กรู้สึกเจ็บ
   "เธอเป็นใคร!!" เขาตวาดใส่เธอเสียงดังจนร่างเล็กสะดุ้งเฮือก
   "ฉัน..."  แอนเนตเต้ตกใจและรู้สึกสับสนดวงตาสีเขียวมรกตเบิกกว้างด้วยความกลัวแต่เธอยังไม่ทันได้พูดอะไรก็มีบางอย่างหล่นลงมากระแทกหัวเธอ
   ฟิ้ว~
   พลั่ก!!
   "อ๊ะ...อื้อ..."  ดวงตาพร่าเลือนเห็นชายหนุ่มใบหน้าเย็นชาเป็นภาพสุดท้ายก่อนจะหมดสติไป
   "...." ชายหนุ่มมองเด็กสาวที่สลบลงสลับกับคทากังหันที่หล่นกระแทกหัวเธอก่อนจะขยับมือหยิบดาบขึ้นเงื้อง้าหมายจะแทงเด็กสาวให้ตายขณะที่ปลายดาบจะถึงลำคอระหงเขาก็ชะงักมือเก็บดาบจ้องมองเด็กสาวด้วยสายตาเรียบนิ่ง
   "จะพาไปด้วยก็แล้วกัน..."

   แอนเนตเต้จำได้แล้ว เธอถอนหายใจแรงพลางเอนหลังพิงผนังหินเย็นเฉียบอย่างสิ้นหวัง
   ทั้งที่ช่วยไว้แท้ๆ ทำไมต้องเอาเธอมาขังไว้ที่คุกใต้ดินด้วยถึงตอนแรกเธอจะหล่นไปกระแทกเขาจนทำให้ได้รับบาดเจ็บก็เถอะ
   จ๊อก~
   "หิวข้าวจัง..." เธอพึมพำเสียงแผ่ว อยากอาบน้ำอุ่น นอนบนที่นอนนุ่มๆ ตอนนี้เหนียวตัวจะแย่อยู่แล้วเจ้ากุญแจมือนี้เธอจะใช้พลังทำลายก็ได้แต่เธอไม่มีเรี่ยวแรงเอาซะเลย ให้ตายสิ
   ตึก! ตึก! ตึก!
   เสียงฝีเท้าจำนวนมากเดินตรงมาที่เธอแสงไฟจากคบเพลิงทำให้เธอมองเห็นพวกเขาเพียงเลือนลางอาจเป็นเพราะเธอไม่ได้สวมแว่นด้วยจึงมองไม่ค่อยเห็น
   แกร๊ง!
   เสียงไขประตูเหล็กดังขึ้นประตูกรงจึงถูกเปิดออก ทหารคนหนึ่งเดินมาไขกุญแจตรงเท้าให้แอนเนตเต้ก่อนจะกระชากตัวเธอลุกขึ้น
   "โอ๊ย! พวกคุณจะพาฉันไปไหนเนี่ย?" เธอร้องถามขณะถูกกระทุ้งให้เดินไปข้างหน้า
   "หุบปากแล้วเดินไปซะถ้ายังไม่อยากตาย" ทหารพูดเสียงแข็ง แอนเนตเต้กลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัวฟังจากน้ำเสียงแล้วทหารทำจริงแน่นอนเธอจึงเดินสะเปะสะปะไปอย่างจำยอม
   จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องทหารคุกเข่าลงตะโกนบอกคนข้างใน
   "ท่านคิวเลนกระผมพาตัวเธอมาแล้วครับ"
   "เอาตัวเข้ามา..." เสียงด้านในตอบแอนเนตเต้จึงถูกพาเข้าไปด้านในห้องซึ่งกว้างขวางมากเธอถูกจับให้นั่งคุกเข่าลงที่พื้น
   "ฉันเจ็บนะค่ะ" เธอร้องพร้อมดิ้นสะบัดมือทหารที่กดไหล่เธอไว้
   "พวกนายออกไปให้หมด..." เขาสั่งเสียงเรียบเหล่าทหารและองครักษ์ทำความเคารพเขาก่อนจะถอยออกไปจากห้อง
   "เอาล่ะ ทีนี่ก็เหลือแค่ฉันกับเธอแล้ว" เขาพูดน้ำเสียงเนิบนาบขณะก้าวเดินจากบัลลังค์ลงไปหาร่างเล็ก
   "ตอบมาว่าเธอเป็นใคร ต้องการอะไร มีจุดประสงค์อะไร" เขาจับใบหน้าเล็กเงยขึ้นบีบแก้มนุ่มนิ่มเพื่อให้เธอตอบ
   แอนเนตเต้พยายามจ้องมองผู้ชายหน้าด้วยสายตาพร่าเลือน รู้สึกเจ็บแก้มที่ถูกบีบ
   "ตอบมาสิ!" เขาตะคอก
   ร่างเล็กสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจสร้างสายลมขึ้นเป็นเกราะพัดเอาร่างสูงถอยร่นออกไปกุญแจมือก็พังออก
   "ฉันชื่อแอนเนตเต้ เป็นแม่มดไม่ได้มีเจตนาทำร้ายคุณสักหน่อย!" เธอตะโกนตอบเขา
   "ฉันอยู่ทางนี้ ทางนั้นมันเสา..." คิวเลนบอกเสียงเรียบ
   "อะ...เอ่อ" แอนเนตเต้เกาแก้มตัวเองแก้เขินก่อนจะหันไปทางคิวเลน
   "ก็อย่างที่พูดไปเมื่อกี้ ฉันไม่ได้มีเจตนาทำร้ายคุณแม้แต่นิดแค่ระหว่างทางโดนฟ้าแลบใส่เลยร่วงไปหล่นใส่คุณก็เท่านั้นอะ...เอง" ท้ายประโยคเธอเริ่มพูดเบาลงเรื่อยๆ ก่อนจะก้มหน้างุดมองพื้นพรมสีแดงเลือดนก
   "เธอเป็นแม่มดก็เพียงพอที่จะฆ่าแล้ว"  เขาพูดเสียงเรียบเย็นมองเศษซากกุญแจมือที่แหลกเป็นชิ้นที่พื้นก่อนจะก้าวไปใกล้เด็กสาว
   "หมายความไง ฉัน...ไม่ได้ทำร้ายอะไรคุณสักหน่อยแล้วยังรักษาบาดแผลให้อีก" แอนเนตเต้ก้าวถอยหลังหนีเขา
   "เธอตกลงมาทำให้ฉันได้รับบาดเจ็บอีกอย่างเธอต้องเรียกฉันว่า ท่าน เพราะฉันคือดยุคของอาณาจักรนี้" เขาก้าวเข้าตามเธอไปเรื่อยๆ
   "ฉันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อยมัน...เป็นอุบัติเหตุ"
   "เธอทำให้ฉันบาดเจ็บสาหัสก็ต้องถูกประหารอยู่ดี"
   "อึก!"
   แอนเนตเต้ถอยหลังหนีจนหลังชิดกับผนังคิวเลนยกแขนขึ้นกั้นปิดทางไม่ให้เธอหนีก้มหน้าลงไปใกล้คนตัวเล็กเรื่อยๆ และเธอไม่มีท่าทีหลบหนีกลับจ้องเขากลับหรืออาจเป็นเพราะไม่ได้สวมแว่นจึงมองไม่เห็นได้ชัด
   "ถ้าคุณจะฆ่าฉันทำไมไม่ฆ่าตั้งแต่ทีแรกล่ะ พาฉันมาที่นี่ทำไม?" เธอถามเสียงดัง
   "เอามา...ทรมานเล่นล่ะมั้ง" เขาตอบเชยคางของคนตัวเล็กให้เงยขึ้นสบตากับเขา
   แอนเนตเต้กระพริบตาถี่ๆ พยายามมองหน้าของคิวเลนแต่สิ่งที่เธอเห็นมันพร่าเลือนเธอจึงยื่นมือไปแตะแก้มเขา
   "เธอทำอะไร?" คิวเลนถามเสียงเย็นหากแต่ไม่ปัดมือเล็กออก
   "คุณอยู่ตรงนี้ใช่มั๊ย คือ...ฉันมองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะ" แอนเนตเต้ลดมือลงแล้วกลับไปก้มหน้าลงเหมือนเดิม
   "...."
   "ฉันขอแว่นฉันคืนได้มั๊ย?"
   "...."
   เขาไม่ตอบหรือแม้จะยื่นแว่นคืนเด็กสาวก่อนจะช้อนตัวเธอขึ้นบนไหล่เดินออกจากห้อง
   "คุณจะพาฉันไปไหน ปล่อยฉันนะ นี่คุณ!" แอนเนตเต้ดิ้นพยายามทุบหลังชายหนุ่มแต่เขาไม่สะทกสะท้านต่อแรงมดกัดนี้นัก
   ตุ้บ!
   คิวเลนโยนร่างเล็กลงพื้นก่อนจะหันไปสั่งสาวใช้เสียงเรียบ
   "พาเธอไปอาบน้ำแล้วพาไปห้องฉัน" เขาสั่งก่อนจะหมุนตัวจะเดินออกไปก็หยุดหันไปหาแอนเนตเต้
   "ถ้าเธออยากได้แว่นกับคทาคืนห้ามขัดขืนหรือหนี ไม่อย่างนั้นฉันจะตามไปฆ่าเธอแน่!" เขาพูดเสียงต่ำมือใหญ่บีบแก้มนุ่มนิ่มแน่น
   "โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ" แอนเนตเต้ร้อง
   "หึ! พาเธอไป" เขาเดินออกจากห้องไปสาวใช้จึงพาแอนเนตเต้ไปที่ห้องอาบน้ำ
   "เดี๋ยวสิ นี่พวกคุณจะทำอะไรน่ะ หยุดน้าาาาา!!!" แอนเนตเต้ร้องโวยวายในขณะที่สาวใช้พากันถอดเสื้อผ้าเธอโยนทิ้งอย่างไม่ใยดีแล้วเริ่มขัดศรีฉวีวรรณเธอโดยมีเสียงใสร้องท้วงเป็นระยะ
   เวลาต่อมาแอนเนตเต้ก็อยู่ในชุดกระโปรงเปิดไหล่ยาวกร่อมข้อเท้าสีน้ำเงินเข้มผมสีทองถูกหวีสยายยาวไปกับแผ่นหลังใบหน้าจิ้มลิ้มแต่งแต้มเครื่องสำอางค์เบาบางให้ดูมีสีสันแล้วเธอก็ถูกพาไปที่ห้องนอนของคิวเลน
   "นะ...นี่เดี๋ยวสิ" แอนเนตเต้เรียกสาวใช้ไว้แต่ไม่มีใครหันไปมองเธอแม้แต่คนเดียวต่างพากันเร่งฝีเท้าออกจากบริเวณหน้าห้องของนายท่านอย่างรวดเร็ว
   "อะไรกันล่ะเนี่ย..." แอนเนตเต้พึมพำอย่างไม่เข้าใจพยายามกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องและรู้สึกโล่งใจที่ร่างสูงเจ้าของตาสีน้ำเงินเข้มไม่อยู่
   เธอเดินไปนั่งที่เตียงขนาดใหญ่พลางถอนหายใจอย่างเป็นกังวล เธอเป็นห่วงหมู่บ้าน เป็นห่วงทุกคน อยากกลับไปที่หมู่บ้านเร็วๆ เหลือเกิน
   จ๊อก~
   และตอนนี้เธอก็หิวและง่วงมากๆ ด้วย

   คิวเลนเดินออกจากห้องทำงานใบหน้าหล่อเหลาไม่แสดงสีหน้าอะไรหากแต่ในหัวคิดนู่นคิดนี่ไปเรื่อยเปื่อยก่อนจะนึกถึงเด็กสาวแม่มดที่เขาสั่งให้พาไปไว้ที่ห้องของเขาไม่รู้ตอนนี้อาละวาดพังข้าวของเขาอยู่รึเปล่า
   นึกขึ้นได้เขาก็เดินตรงไปที่ห้องนอนของเขาทันทีเปิดประตูเข้าไปก็พบแต่ความเงียบกริบข้าวของไม่มีเสียหายเมื่อมองไปที่เตียงก็พบร่างเล็กนอนหลับอยู่บนนั้นเขาจึงเดินเข้าไปใกล้
    ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาต้องไว้ชีวิตเด็กสาวคนนี้แล้วยังพามาไว้ที่ห้องเขาอีก
   "งึมๆ สปาเก็ทตี้ ยำหอยเซลล์ ไก่งวง กุ้งแลบเตอร์ ราซานย่า งึมๆ " คนตัวเล็กพึมพำน้ำลายไหลเยิ้มตรงมุมปากท่าทางหิวจัด
   "...." คิวเลนยิ้มกลั้นขำแล้วกลับมาตีหน้านิ่งเหมือนเดิมก่อนจะลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำ
   เมื่อคิดจะนอนเขาก็ชะงักมองดูคนตัวเล็กที่นอนเหยียดแขนเหยียดขากินบริเวณเตียงก่อนจะจัดการจัดท่านอนเธอให้เรียบร้อยแล้วเขาก็ขึ้นไปนอนขณะที่กำลังเคลิ้มหลับเขาก็รู้สึกเหมือนมีคนมาซุกตัวกอดและพบว่าเป็นเด็กสาวที่กอดเข้าแน่นราวกับลูกลิง
   "ท่านพ่อ..." เธอพูดเสียงเบาพร้อมซุกเบียดกอดเขาแน่นกว่าเดิม
   "ฉันไม่ใช่พ่อเธอสักหน่อย" คิวเลนเอ่ยเสียงเรียบแต่ก็ไม่ได้ผลักหรือขยับตัวหนีร่างเล็กปล่อยให้เธอนอนกอดอยู่อย่างนั้นจนหลับไป

   เช้าวันต่อมา...
   แสงแดดอ่อนๆ ส่องเล็ดลอดผ่านช่องหน้าต่างสัมผัสผิวแก้มเนียนของแอนเนตเต้ เสียงนกร้องสลับกันไปมา เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นสิ่งแรกที่เธอเห็นคือใบหน้าของคิวเลนที่เลือนลางเธอจึงขยับไปดูใกล้ๆ และพบว่าเขาจ้องมองเธออยู่
   "ตื่นแล้วก็ลุกไปอาบน้ำซะ..." คิวเลนบอกเสียงเรียบก่อนจะผุดตัวลุกขึ้นนั่ง
   "คุณมานอนอยู่บนเตียงนี้ได้ไง" แอนเนตเต้ร้องถามด้วยใบหน้าที่แดงก่ำพร้อมกระถดถอยหนีร่างสูง
   "นี่ห้องฉัน เตียงฉัน ฉันก็นอนได้.." เขาตอบสะบัดผ้าห่มออกเดินไปยืนบิดขี้เกียจตรงหน้าต่าง
   "คุณ...ไม่ได้ทำอะไรฉันใช่มั๊ย?" เธอถามมือกุมผ้าห่มแน่น
   คิวเลนก้าวไปประชิดตัวแอนเนตเต้ผลักเธอนอนราบกับเตียง "ถ้าฉันคิดจะทำอะไรเธอจริงๆ ฉันคงฆ่าเธออย่างเดียวล่ะนะ"
   "ทำไมคุณต้องฆ่าด้วย"
   "...."
   แอนเนตเต้จ้องหน้าเขาเพื่อรอคำตอบคิวเลนเผยยิ้มเย็นชาก่อนจะตอบ
   "เพราะผู้อ่อนแอจะต้องถูกกำจัด ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอดและเธอก็คือผู้อ่อนแอ..."
   "เพราะคุณถือคติแบบนี้ผู้คนถึงได้กลัวคุณสินะค่ะ"
   "แล้วมันยังไงล่ะ สุดท้ายแล้วคนที่แข็งแกร่งก็อยู่เหนือห่วงโซ่"
   แอนเนตเต้ผลักคิวเลนออกแล้วลุกขึ้นนั่งจ้องเขาด้วยสายเข้มแข็งและเรียบนิ่ง
   "คุณปกครองผู้คนด้วยความหวาดกลัวสักวันคุณจะไม่เหลือใคร"
   คิวเลนเพียงหยักไหล่อย่างไม่แยแสก่อนจะหยิบกล่องแว่นตาขึ้นแล้วโยนไปตรงหน้าแอนเนตเต้
   "ปากกล้าดี นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเธอต้องติดตามฉันไปทุกที่" เขาพูดเสียงเรียบเย็นก่อนจะเดินไปทางห้องอาบน้ำ
   แอนเนตเต้หยิบแว่นมาสวมก่อนจะวิ่งตามเขาไป "คุณจะบ้าเหรอ ฉันก็มีที่ที่ฉันต้องกลับนะ"
   "จนกว่าฉันจะเป็นคนอณุญาติเธอไม่มีสิทธิ์ไปที่ไหนทั้งสิ้น" พูดจบเขาก็ก้าวเข้าห้องอาบน้ำไปทิ้งให้แอนเนตเต้ยืนเอ๋ออยู่ด้านนอก
   "ฉันนี้โชคร้ายจริงๆ " แอนเนตเต้บ่นพลางหมุนตัวเดินไปนั่งที่เตียง
   คทากังหันก็ยังไม่ได้คืนเธอก็ไม่มีทางออกจากปราสาทนี้ เฮ้อ...
   สักพักก็มีสาวใช้เปิดประตูเข้ามาแล้วพาเธอไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วพาไปห้องอาหารทานอาหารร่วมโต๊ะกับคิวเลน
   แอนเนตเต้มองอาหารมากมายบนโต๊ะด้วยความตะลึงเธอกลืนน้ำลายลงคอขณะเลื่อนเก้าอี้นั่งข้างๆ คิวเลนกระเพาะของเธอบิดเป็นเกลียวด้วยความหิวจากเมื่อวานที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย
   "กินสิ..." เขาบอกขณะใช้มีดตัดเบค่อนและแฮมด้วยท่าทางสง่างาม
   "งั้น...ไม่เกรงใจนะค่ะ" แอตเนตเต้จัดการขนมปังทาแยมช็อกโกแลตหมดไปหลายแผ่นแล้วจึงหันมาจัดการกับเป็ดย่างตัวโตต่อหั่นเป็นชิ้นพอดีคำแนบด้วยมะเขือเทศชิ้นบางแล้วราดด้วยน้ำส้ม อื้ม...
   "...." คิวเลนหยุดมองดูแอนเนตเต้ที่มุ่งมั่นอยู่กับการกินอาหารบนโต๊ะที่หมดไปอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของเธอ
   "ฮ้า อิ่มแปล้~" แอนเนตเต้ดื่มน้ำส้มจนหมดแก้วแล้วจึงหยิบผ้าขึ้นเช็ดบางเหลือบไปเห็นคิวเลนกำลังจ้องเธออยู่เธอจึงจ้องกลับด้วยความสงสัย
   ผู้หญิงตัวนิดเดียวกินอาหารบนโต๊ะจนหมดเธอเอาไปยัดไว้ส่วนไหนกันนะ ...คิวเลนได้แต่นึกสงสัยพลางยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม
   "เอาล่ะ ได้เวลาไปทำงานแล้ว" เขาวางแก้วลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืนแอนเนตเต้จึงลุกขึ้นตามไป
   แอนเนตเต้ต้องตะลึงเมื่อพบว่าคิวเลนนั้นทำงานอย่างมากมาย พบปะผู้คนมากมาย เข้าประชุมที่นานเป็นชั่งโมงและตลอดเวลาครึ่งเดือนที่เธอติดตามเขาเธอก็พบว่าเขานั้นทั้งเก่งและฉลาดมาก เรื่องไหนที่เธอคิดว่ายากแต่เขากลับทำมันได้ราวมันดูง่ายสำหรับเขายิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
   "เฮ้อ...ร้อนจริง" คิวเลนบ่นขณะเอนหลังพิงต้นไม้ใหญ่ พวกเขาปลีกตัวมาพักผ่อนที่สวนแต่วันนี้อากาศอบอ้าวมากไม่มีลมพัดมาแม้แต่นิดเดียว
   วิ้ว~
   แอนเนตเต้ผิวปากก็มีสายลมเย็นพัดมาคิวเลนเหลือบมองเธอเขม็ง เธอเพียงส่งยิ้มให้เขาและก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารต่อ
   "เธอเป็นแม่มดสินะ" เขาถามขึ้นแอนเนตเต้จึงหันไปพยักหน้าตอบ
   "คะ ทำไมงั้นเหรอค่ะ?" เธอถามย้อน
   "แม่มดนี้มีพลังมากมั๊ย?"
   "ก็แล้วแต่คนค่ะ อย่างฉันยังถือว่าเป็นแม่มดฝึกหัดอยู่" แอนเนตเต้ตอบคิวเลนยังคงอยากรู้ต่อ
   "แล้วเธอมีความสามรถอะไร?"
   "ฉัน...ควบคุมลมฟ้าอากาศได้คะ" แอนเนตเต้ตอบพลางขยับมือสร้างกระแสลมเล็กๆ ขึ้นคิวเลนจ้องดูด้วยความสนใจ
   "แต่ฉันไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนแม่มดอาวุโสหรอกค่ะ ฉันน่ะอ่อนแออย่างที่คุณเคยว่าไว้นั้นแหละ พลังก็มีน้อยนิดกว่าแม่มดคนอื่นดูเป็นตัวถ่วงยังไงไม้รู้" เธอกำมือกระแสลมก็หายไปพลางถอนหายใจ
   "สายลม...ไม่ได้อ่อนแอเสมอไป" คิวเลนพูดขึ้นสายตามองขึ้นไปบนท้องฟ้า
   "...."
   "เมื่อเป็นสายลมที่พัดให้ความเย็นสบายก็สามารถเป็นพายุที่พัดทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง"
   แอนเนตเต้กระพริบตามองคิวเลนก่อนจะยิ้มให้เขา "ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ"
   "...ฉันก็แค่พูดไปตามเรื่อง" คิวเลนเมินหน้าหนี
   และอีกอย่างหนึ่งที่เธอค้นพบจากคิวเลนคือลึกๆ แล้วเขาเป็นคนอ่อนโยนคนหนึ่งแต่จะดีกว่านี้หากคืนคทาให้เธอสักที
   เป็นห่วงหมู่บ้านจังเลยน้าหวังว่าจะไม่มีพายุเข้านะ
   จ๋อม~
   เสียงหยดน้ำดังไปทั่วห้องอาบน้ำร่างเพรียวนอนแช่อ่างน้ำที่โรยกลีบกุหลาบอย่างสบายใจ แอนเนตเต้ได้อาบน้ำเองโดยที่ไม่ต้องมีสาวใช้มาคอยอาบให้แล้วแต่พวกเธอก็ยังคงยืนเฝ้าดูแลอยู่ไม่ห่าง
   "อื้ม...ออยส์กลิ่นนี้หอมจังเลยน้า" เธอพูดขึ้นขณะเอนหลังพิงขอบอ่างอาบน้ำมือลูบไล้ไปตามขาเรียวก่อนจะพริ้มตาลง
   คิดถึงหมู่บ้านจังเลย...
   ร่างสูงของคิวเลนเปลือยท่อนบนไหล่ผึ่งผายท่อนแขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามสวยแผ่นอกกว้างน่าซุกหน้าท้องเต็มไปด้วยซิกแพ็คแน่นช่างเป็นร่างกายที่ทำให้หญิงสาวอ่อนระทวยได้เลยทีเดียวท่อนล่างสวมเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวเดินย่างอย่างแผ่วเบาราวกับแมวตรงไปที่อ่างอาบน้ำซึ่งมีร่างเพรียวของแอนเนตเต้หลับอย่างไม่รู้ตัวอยู่ 
   เขากวักมือไล่สาวใช้ออกไปแล้วค่อยๆ หย่อนตัวลงในอ่างเอื้อมมือไปหยิบกลีบกุหลาบตรงแก้มออกให้เธอแล้วจึงกลับมาพิงขอบอ่างอยู่ห่างๆ รอดูปฎิกิริยาตอนที่เธอตื่นมาเห็นเขา
   เขาจ้องมองใบหน้ายาวหลับของเด็กสาวอย่างพิจารณา ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มราวตุ๊กตาผมสีทองยาวสยายคลอเคลียกับผิวขาวนวลเนียนถ้าเกิดมีรอยแดงแต่งแต้มคงน่ามองไม่น้อย ดวงตากลมปิดสนิทขนตายาวเป็นแพพริ้มอยู่บนแก้มเนียน จมูกโด่งเชิดรั้นน่าบีบและริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่อน่าครอบครอง เขาไล่สายตาลงต่ำมองดูร่างกายเปลือยเปล่าที่อยู่ใต้ผิวน้ำมีกลีบดอกกุหลาบลอยปกปิดเอาไว้ 
   แอนเนตเต้รู้สึกเหมือนมีใครจ้องอยู่เธออยู่จึงลืมตาขึ้นและพบกับเงาอันเลือนลางคุ้นตาถึงเธอจะไม่ได้ใส่แว่นแต่เธอก็นึกออกว่าคนที่แช่อยู่ในอ่างอาบน้ำคือใคร
   "กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!!!"
   เสียงกรี๊ดของแอนเนตเต้ดังไปจนถึงห้องโถงจนบรรดาทหารและสาวใช้ต่างตกใจและมองหน้ากันด้วยความงง คิวเลนเอียงคอพลางยกมือขึ้นเท้าแก้มมองดูแอนเนตเต้ที่ถอยหนีเขาไปอยู่ขอบอ่างฝั่งตรงข้าม
   "คุณเข้ามาได้ไงค่ะ..." แอนเนตเต้ถามเสียงสั่นยกมือขึ้นปกปิดร่างกายของตนเองและพยายามซ่อนตัวให้กลีบกุหลาบบังตัวเธอไว้
   "เดินเข้ามา..." คิวเลนตอบน้ำเสียงเนิบนาบ
   "อันนั้นรู้ค่ะ แต่คุณเข้ามาแบบนี้มัน..."
   "นี่มันห้องอาบน้ำในปราสาทฉัน ฉันมีสิทธิ์เข้าออกได้"
   "..."
   แอนเนตเต้เถียงไม่ออกเธอจึงได้แต่ซ่อนตัวใต้กลีบกุหลาบ คิวเลนกระตุกยิ้มก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาร่างเล็กที่นั่งสั่นอยู่ในน้ำแล้วทิ้งตัวนั่งตรงขอบอ่างใกล้ๆ เธอและจงใจนั่งเบียดเธอ
   "ห้ามขยับ นวดไหล่ให้ฉันนี้เป็นคำสั่ง!" เขาพูดเสียงเฉียบ
   "เอ่อ...แต่ว่า..."
   "ไม่มีแต่..."
   "อึก!"
   แอนเนตเต้จำใจยื่นมือไปนวดไหล่ให้คนตัวสูงด้วยอาการสั่นบวกกับการเขินอาย เธอหลับตาปี๋ขณะที่บีบนวดไหล่ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อใจดวงน้อยเต้นแรงโดยไม่รู้สาเหตุ
   คิวเลนเหลือบมองคนตัวเล็กที่อายจนหน้าแดงก่ำล่ามไปถึงลำคอและใบหูอย่างขำก่อนจะหันไปคว้าข้อมือเธอดึงตัวเข้ามาใกล้
   "อ๊ะ!?" แอนเนตเต้ลืมตาโพล่งด้วยความตกใจ ใบหน้าเธออยู่ใกล้กับคิวเลนมากจนสัมผัสถึงลมหายใจของกันและกันได้
   "ตอนนี้เธอเห็นฉันชัดรึเปล่า?" เขาถามขณะเคลื่อนหน้าลงต่ำจนหน้าผากแตะกับแอนเนตเต้
   "ชัดมากเลยค่ะ" แอนเนตเต้ตอบเสียงเบาหวิว
   "และเธอเห็นฉันเป็นคนยังไง?"
   "คุณเป็นคนเก่ง ฉลาด สุขุมเป็นผู้นำที่ดีคนหนึ่งและ..."
   "และ..."
   "คุณเป็นคนอ่อนโยน"
   "อย่างนั้นเหรอ..."
   "คะ"
   "ฮึๆ ฮึๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ "
  คิวเลนผละออกจากแอนเนตเต้ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะ เธอมองเขาด้วยสายตาใสซื้อปนงุนงงเมื่อเขาหัวเราะจนพอใจแล้วจึงมองแอนเนตเต้ด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออกเขายกมือขึ้นเสยผมไปด้านหลังอย่างลวกๆ
   "พรุ่งนี้ฉันจะคืนคทาให้เธอและให้อิสระกับเธอ แอนเนตเต้"
   แอนเนตเต้เบิกตาด้วยความดีใจเธอคว้ามือเขามากุมแน่น
   "คุณพูดจริงเหรอค่ะ?" เธอถามเสียงใส
   "ไม่มีประโยชน์ที่ฉันจะกักขังเธอไว้และจำไว้ว่าอย่าได้หวนกลับมาที่นี้อีกไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าเธอแน่" พูดจบคิวเลนก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องอาบน้ำไป
   แอนเนตเต้มองตามร่างสูงที่เดินหายลับสายตาด้วยความขอบคุณก่อนจะขึ้นไปแต่งตัวบ้าง
   วันต่อมา...
   คิวเลนเอาคทามอบคืนแอนเนตเต้ที่สวนหลังปราสาท เธอรับไปกอดด้วยความคิดถึงก่อนจะมองคิวเลนที่ตีสีหน้าเรียบนิ่ง
   หมับ!
   "ทำอะไรของเธอน่ะ?" คิวเลนถามขึ้นเพราะถูกจู่โจมด้วยการกอดโดยไม่ทันตั้งตัวจากแอนเนตเต้
   "ขอบคุณที่ดูแลมาตลอดนะค่ะคุณคิวเลน" แอนเนตเต้พูดพร้อมเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้เขา
   "...."
   "ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ"
   "ไปได้แล้วก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ"
   "ค่ะ"
   แอนเนตเต้ผละจากคิวเลนก่อนจะขึ้นขี่คทากังหันลอยขึ้นเหนือปราสาทเธอโบกมืออำลาคิวเลนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะมุ่งหน้าบินกลับหมู่บ้านริมทะเลที่เธอเป็นผู้ดูแล
   "...." คิวเลนมองแอนเนตเต้จนลับสายตาก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าปราสาท
   "คุณปล่อยเธอไปแล้วจะดีเหรอครับ?" องครักษ์ที่แอบซุ่มอยู่ในเงามืดของปราสาทถามขึ้น
   "ดีแล้ว..." เขาตอบ
    เธอบริสุทธิ์เกินไปที่จะทำให้แปดเปื้อน เพราะเธอยังไม่เคยเห็นอีกด้านของเขาจึงได้มองเขาแบบนั้นซึ่งมันดีกว่าแล้วถ้าให้เธอมาเห็นอีกด้านของเขาคงหวาดกลัวต่อเขามากและคงไม่กล้าโผกอดเขาเป็นแน่ น่าแปลกที่เขาไม่อยากให้เห็นด้านมืดของเขา
   เขาเป็นนักการเมืองที่สุขุมเยือกเย็นในยามกลางวัน หากในยามราตรีเขาคือนักฆ่าที่เลือดเย็นที่สุด
   มันแตกต่างจากเธอที่ทำเพื่อปกป้องทุกคน เส้นทางของเขาและเธอมันแตกต่างกันเหมือนขาวกับดำ

   End.



เครดิตในภาพค่า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #223 เหมยลี่ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 01:23

    ชอบมากเลยค่ะ แต่งต่อได้ไหมคะ สู้ๆค่ะไรท์

    #223
    0
  2. #40 23052548 (@23052548) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 21:30

    จะจบเเบบนี้ม่ายได้มันค้างงงง//ของภาค2ด่วนนน
    #40
    0
  3. #39 23052548 (@23052548) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 21:29

    เราขอภาค2ได้ป่าววนะๆๆ
    #39
    0
  4. #38 Praw (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 15:17

    ลงเรือยั้ด้วยคะ ฟิน เอ้า!!พาย

    #38
    4
    • #38-3 Caty1317 (@Caty1317) (จากตอนที่ 27)
      26 พฤศจิกายน 2561 / 08:41
      คุคุคุ มีต่อแน่นอนค่ะ เพราะแมวชอบแนวผู้ใหญ่กินเด็ก(โลลิ)//อุ๊ย ใจบาป
      #38-3
    • #38-4 23052548 (@23052548) (จากตอนที่ 27)
      26 พฤศจิกายน 2561 / 21:31
      รักไรท์ที่สุดเลยยย~~
      #38-4