Fic story rov รวมเรือผีที่ไม่ค่อยมีคนจิ้น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 4,111 Views

  • 152 Comments

  • 67 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    865

    Overall
    4,111

ตอนที่ 11 : (Nakroth x Krixi) ท่วงทำนองแห่งภูต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 143
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    28 ต.ค. 61

ณ ป่าแห่งมนตรา Twilight forest
   "ฮิๆ ฮิๆ วันนี้เจ้าเบ่งบานได้งดงามมากเลย" เสียงหวานใสของภูตสาวนามว่าคริกซี่เอ่ยกับหมู่ดอกไม้ที่บานสะพรั่ง
   ในยามเช้าตรู่คริกซี่มักจะตื่นขึ้นมาทักทายเหล่าต้นไม้ ดอกไม้และสัตว์ป่า น้ำเสียงสดใสของนางทำให้ป่าสดชื่น
   ฟุ่บ!
   "เอ๊ะ!? อะไรน่ะ" คริกซี่หันไปมองพุ่มไม้ที่ไหววูบ
  ฟุ่บ!
  ฟุ่บ!
  ฟุ่บ!
  พรึ่บ!!
  "โถ่ เจ้ากระต่ายน้อยนั้นเอง ข้าตกใจหมดนะรู้ไหม" คริกซี่เอ่ยพร้อมกับบินไปลูบหัวกระต่ายขนขาวราวกับสำลีดวงตาสีแดงทับทิบใบหน้าที่ควรตั้งกลับตกลงดูราวลูกสุนัขตัวน้อยๆ ก็ไม่ปาน
   'ท่านคริกซี่ได้โปรดระวังตัวด้วยนะครับ' กระต่ายน้อยเอ่ยบอกก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในป่า
   "หืม? ระวัง? ที่นี้คือป่ามนตราไม่มีใครบังอาจเหยียบย่างเข้ามาที่นี้หรอก" คริกซี่เอ่ยพร้อมหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะบินไปหาเปย์น่าที่อยู่ในป่าส่วนลึก
  ถัดไปไม่ไกลนักตรงบริเวณพุ่มไม้มีนัยน์ตาสีแดงเลือดจ้องมองคริกซี่จนหายลับสายตาก่อนที่จะหายไป

   ถ้ำแห่งความตาย Devil lair
  "อ๊า!! ในที่สุดก็ได้มีวันหยุดสักที" เสียงของยมทูตสาวซึ่งมีหน้าที่กักขังวิญญาณ 'มิน่า' ร้องขึ้นขณะเดินบิดขี้เกียจตามสองชายหนุ่มยมทูตส่งสารและผู้พิพากษา 'เซฟิสและนาครอส'
   "หนวกหูจริงมิน่า" เซฟิสว่า
   "อะไรย่ะ ก็ดีใจอ่ะจะทำไม" มิน่าตอบกลับอย่างกวนประสาท
   "อืม..."
   โป๊ก!!
   "ง่า~ เจ็บๆ เซฟิสเจ้าบ้าสับมาได้" มิน่าลูบหัวตัวเองป่อยๆ พร้อมมองค้อนเพื่อนยมทูต
   "หึ สมควรโดนกวนข้าดีนัก" เซฟิสแลบลิ้นให้มิน่าทำให้สาวยมทูตฉุน
   "ไอ้เจ้าบ้าเซฟิส!! นาครอสดูเซฟิสสิแกล้งข้าง่า" มิน่าหันไปขอความช่วยเหลือจากนาครอส
   "ดูทำไมข้าก็เจอหน้ามันทุกวันจนเบื่อล่ะ" นั้นคือคำตอบ
   "นาครอส ฮึ๋ย! ข้าไม่ยุ่งกับพวกเจ้าแล้วไปอาบน้ำอุ่นที่บ้านดีกว่า" มิน่างอน!!!
   เซฟิสมองมิน่าที่เดินงอนตุ๊บป่องกลับบ้านพักของเธอจนลับสายตาก่อนจะหันกลับมามองนาครอส
   "...เอาล่ะ เจ้ามีอะไรจะคุยกับข้ารึเปล่านาครอส" เซฟิสพูดขึ้น
   "หึ! รู้ดีไปหมดนะเจ้าน่ะ" นาครอสเค้นเสียงหัวเราะ "ไปคุยกันที่บ้านข้าดีกว่า"
   "ไปบ้านข้าดีกว่า ข้าสาบานว่าไม่ทำอะไรเจ้าแน่นอน ฮ่าๆ ฮ่าๆ " เซฟิสหัวเราะ
   "หนวกหู!!!" ยังอุตสาห์จะวกมาวายอีกนะนังแมวผี(อุ๊ย! รู้ทัน ฮิๆ ฮิๆ)
   บ้านนาครอส
   "เอาล่ะ มีอะไรจะเล่าก็เล่ามาให้หมดเปลือกเลย" เซฟิสพูดขึ้นหลังจากถอดหมวกเหล็กออกวางไว้บนโต๊ะเผยใบหน้าหล่อคมคาย ผมสีเงินเหลือบม่วงยาวละต้นคอตัดกับผิวขาว นัยน์ตาสีม่วงเมทิลส์เป็นประกายลึกลับน่าหลงใหล
   "เรื่องภารกิจลับของมารอซ..." นาครอสตอบ เขาเองก็ถอดหน้ากากเช่นกัน ใบหน้าเรียวคม ผิวขาว ผมสีเงินยวงยาวเกือบถึงกลางหลัง ดวงตาคมดุจเหยี่ยวนัยน์ตาสีแดงเลือดเย็นชาน่ากลัว
   "ภารกิจลับของมารอซ?" เซฟิสทวน
   "ใช่แล้ว มารอซให้ข้าไปพาตัวภูตมาที่นี้" นาครอสตอบ
   "แล้วภูตที่ว่านั้นคือ...."
   "คริกซี่..." น้ำเสียงของนาครอสยามเอ่ยชื่อนั้นฟังดูเย็นยะเยือกจนขนลุก
   เซฟิสถอนหายใจเล็กน้อยพลางเอนหลังพิงพนักโซฟา ก็แน่ล่ะ สงครามกับพวกมนุษย์คราวก่อนคริกซี่เล่นงานนาครอสไว้ซะเจ็บแสบ ไม่แปลกที่นาครอสจะแค้นฝังหุ่น แต่ว่า...
   "อย่าไปหลงเสน่ห์ความไร้เดียงของนางเข้าล่ะ..." เซฟิสเอ่ยเตือน
   "ไม่มีทาง..." นาครอสตอบน้ำเสียงเย็นชา "ข้าไม่มีทางหลงรักผู้ที่ทำร้ายข้าหรอก"
   และข้าจะทำให้นางรับรู้ถึงความทรมานให้สาสมกับที่เคยทำไว้กับเขา!!
   "....."
   แต่ก็เป็นนางนั้นแหละที่ช่วยให้นาครอสรอด ทั้งยังอุตสาห์รักษาแผลและยังพามาส่งที่ปากถ้ำแห่งความตาย เซฟิสยังจำได้

   'ข้าขอโทษนะค่ะที่ทำร้ายสหายของท่าน ข้าไม่อยากทำเลย' คริกซี่เอ่ยกับเซฟิส

   แม้กระทั่งเขาเองยังเผลอใจอ่อนกับความไร้เดียงสาของภูตตนนั้นเลย ที่ทำได้ก็เพียงให้นางดื่มยาลบความทรงจำของมาแกงก้า
   "งั้นถ้าต้องการความช่วยเหลือเจ้าก็เรียกข้าได้เสมอ" เซฟิสบอกก่อนจะลุกขึ้นยืนหยิบหมวกเหล็กขึ้นสวม
   "เจ้าไม่มีคำพูดอะไรเลยเหรอ?" นาครอสถาม
   "หึ ข้าจะเข้าไปสอดงานของเจ้าทำไม" เซฟิสตอบ "ไปล่ะ โชคดี"
   เซฟิสเดินออกจากบ้านของนาครอส เขาเดินคิดเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยๆ จนถึงบ้านของตนเอง
   
   "ลัลลั๊ลลา~ " คริกซี่ฮัมเพลงไปเรื่อยๆ นางบินขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของนาง
   บ้านของคริกซี่นั้นสร้างอยู่บนต้นไม้ใหญ่อยู่สูงเกินกว่าที่สัตว์จะปีนขึ้นมาได้และมุมสูงๆ นี้ทำให้นางสามารถมองเห็นป่าได้กว้างขึ้น
   "ลั๊ลลา วันนี้จะทำอะไรก่อนดีน้า~"คริกซี่พูดขณะบินลงตรงระเบียงหน้าประตูก่อนจะสังเกตุว่าประตูถูกแง้มออกเล็กน้อย
   "ใครมาทำอะไรบ้านข้า" คริกซี่พูดเสียงเบาและทำใจดีสู้เสือเปิดประตูเข้าไป
   หมับ
   ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
   ปัง!!
   "ใครอยู่ในบ้านข้า!!!"
   "อ้าว คริกซี่กลับมาแล้วเหรอ?" เสียงหวานห้าวของ 'อารัม' ผู้ควบคุมวิญญาณแห่งพงไพรพูดขึ้นในมือถือหม้อที่มีกลิ่นหอมของซุปลอยฟุ้งไปทั่ว
   "เอ๋ อารัมหรอกเหรอ?" คริกซี่พึมพำยกมือขึ้นทาบอกด้วยความโล่งใจ
   "หืม ขอโทษที่มาโดยไม่บอกเจ้า ข้าคิดว่าจะมาพักกับเจ้าน่ะช่วงนี้" อารัมบอกพร้อมยกหม้ซุปไปวางบนโต๊ะ
   "มาพักกับข้างั้นเหรอ ดีเลยๆ ข้าจะได้มีเพื่อนคุย" คริกซี่พูดขึ้นด้วยความดีใจก่อนจะเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้
   "อืม...จะว่ายังไงดีล่ะ ข้าแค่รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเกี่ยวกับเจ้าน่ะ" อารัมตักซุปใสใส่จานวางให้คริกซี่
   "ทำไมเหรอ?"
   "ก็กำลังมีคนหมายหัวเจ้าอยู่น่ะสิ"
   "เอ๋???" คริกซี่เอียงคอเล็กน้อย ใครจะมาฆ่านางงั้นเหรอข้าไม่ได้ไปทำเรื่องไว้ให้เคียดแค้นสักหน่อย
   "เอาเป็นว่า ช่วงนี้เจ้าอย่าอยู่ผู้เดียวจะดีที่สุด ข้าเป็นห่วงเจ้าจริงๆ " อารัมบอก
   "อื้ม..." คริกซี่พยักหน้ารับ
   หลังจากทานซุปเสร็จคริกซี่ก็แยกไปอาบน้ำ อารัมเดินออกมารับลมที่ระเบียงข้างนอก นางได้ยินข่าวจากสัตว์ป่าว่าพบคนลึกลับที่เข้ามาในป่าท่าทางน่าสงสัย นางก็คิดแล้วว่าจะต้องเป็นคนจากถ้ำแห่งความตายเป็นแน่เพราะสงครามกับมนุษย์เมื่อคราวก่อนคริกซี่ได้ออกไปร่วมรบด้วยและยังแสดงพลังหมาศาลทำลายกองทัพปีศาจจนย่อยยับ แต่ว่า....
   จะใช่อย่างที่นางคิดรึเปล่า นางก็เพียงแต่ภาวนาให้มันเป็นแค่ความรู้สึกที่ไม่ดีเฉยๆ
   "อารัมคิดอะไรอยู่เหรอ?" คริกซี่ที่พึ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จถามขึ้น
   "เปล่า ข้าแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย" อารัมตอบ "เดี๋ยวข้าไปอาบน้ำบ้างดีกว่า"
   "อื้ม~ "
   อารัมเหลือบมองคริกซี่อยู่แวบนึงก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ คริกซี่ยืนเท้าคางตรงระเบียงเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวที่ส่องประกายวิบวับสวยงามบนท้องที่มืดสนิท
   สวยจัง ...คริกซี่คิด
   ฟึ่บ!
   หมับ!!
   "อื้อ!?" คริกซี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจที่จู่ๆ ก็มีคนมาปิดปากนาง เมื่อหันไปสบตากับนัยน์ตาสีแดงเลือดน่ากลัวพลันทั้งตัวก็ขนลุกซู่
   "ดูดวงดาวเหล่านั้นให้เต็มตาเจ้าซะเพราะมันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เจ้าเห็น..." น้ำเสียงนั้นเอ่ยอย่างเย็นชาก่อนที่สติของนางจะดับวูบไป
   อารัม...ช่วยด้วย....
   ปัง!!
   "คริกซี่!!!!" อารัมพรวดพราดออกมาจากห้องน้ำเมื่อกี้นี้นางสัมผัสได้ถึงไอของความตายและเมื่อมองไปรอบๆ บ้านก็ไร้วี่แววของภูตตัวน้อยพอออกไปที่ระเบียงก็ไม่เจอ
   "ไม่นะ ไม่นะคริกซี่ ไม่นะ...." อารัมพึมพำขณะลงจากบ้านต้นไม้ไปหาเลโอที่นางให้นอนเฝ้าอยู่ข้างล่างและพบว่ามันโดยมนต์สะกดให้หลับ
   "ไม่!!!!!!" อารัมกรีดร้องดังไปทั่วป่ามนตรา

   ................................

   "อะ...อื้อ" เสียงครางแผ่วเบาของร่างเล็กก่อนที่ดวงตาสีมรกตจะเบิกกว้างด้วยความตกใจ คริกซี่ลุกพรวดขึ้นบินแต่ว่า...
   กริ๊ง!!
   ที่ข้อเท้ามีโซ่ล่ามเข้าไว้พอมองนางกวาดตาไปรอบๆ ห้องก็มีแต่ความดำมืดและความเย็นที่ทำให้นางต้องยกแขนขึ้นกอดตนเอง
   "ทะ...ที่นี้ที่ไหนน่ะ อารัมอยู่ไหน..." คริกซี่เอ่ยเรียกแผ่วเบา นางกลัว กลัวเหลือเกิน
   ตึก ตึก ตึก ตึก
   เสียงฝีมือเท้าเดินเป็นจังหวะดังก้องไปทั่วคริกซี่ถอยหนีไปจนติดผนังหินเย็นเฉียบเงาของร่างสูงฉายทาบทับเข้ามาตรงประตูกรง
   แอ๊ด
   ตึก ตึก ตึก ตึก
   "ฟื้นแล้วงั้นรึ?" เสียงเย็นชาเอ่ยขึ้นขณะที่เดินไปใกล้คริกซี่
   "ยะ...อย่าเข้ามานะ" คริกซี่พยายามถอยร่นหนีร่างสูงก็ก้าวตามมาติดๆ และมันไม่มีทางให้หนีแล้ว 
  นางจนมุมไร้ทางหนีอย่างสิ้นเชิง
   หมับ!
   "ปละ...ปล่อยข้านะ!!!" คริกซี่พยายามดิ้นให้หลุดจากมือใหญ่ที่บีบแก้มนาง มือนั้นจับหน้าให้หันไปสบตากับนัยน์ตาสีแดงเลือดเย็นชา
   "ปะ...ปีศาจตะขาบยักษ์"
   "....."
   "โอ๊ย!!!" คริกซี่ร้องเมื่อโดนบีบแก้มแรงขึ้นนางพยายามแกะมือนั้นออกแต่ไร้ผล
   "ยินดีต้อนรับสู่นรก ภูตตัวน้อย" นาครอสเอ่ย
   "นรก!? เจ้าพาข้ามาทำไม ปล่อยข้าออกไปนะ!!" คริกซี่ดิ้น
   "แก้แค้น...." นาครอสก้มลงกระซิบข้างหูแหลมเล็กของคริกซี่ "แล้วเจ้าจะได้รับรู้ถึงความทรมานที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตเจ้า"
   "!?"
   นาครอสปล่อยมือจากแก้มของคริกซี่ก่อนจะปลดโซ่ที่ขา คริกซี่ได้โอกาสจึงผลักนาครอสออกแล้วตรงไปที่ประตูแต่ก็โดนนาครอสจับได้แล้วเหวี่ยงร่างเล็กไปกระแทกกำแพง
   "ไม่ ไม่ ข้าแค่จะเปลี่ยนวิธีทรมานเจ้าก็เท่านั้นเอง ไม่ได้จะปล่อยเจ้าสักหน่อย" นาครอสบอกขณะจับคริกซี่ล็อคข้อมือกับผนัง
   "ฮึก! ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าไปทำอะไรให้เจ้าแค้นกัน" คริกซี่เอยเสียงสั่นดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา
   "เจ้าจำไม่ได้เลยเหรอเมื่อครั้งสงครามปีศาจกับมนุษย์" นาครอสตอบพลางหยิบมีดขึ้นไปจ่อตรงอกคริกซี่
   "เสื้อผ้านี้ไม่เหมาะกับเจ้าหรอก" เขากรีดมีดตัดชุดของคริกซี่จนขาดหลุดร่วงเผยให้เห็นร่างกายที่เปลื่อยเปล่า
   "ไม่เอานะ ได้โปรด...." คริกซี่อ้อนวอนแม้เจ้าของนัยน์ตาจะไม่สน
   "เก็บคำขอร้องของเจ้าไว้จะดีกว่านะ..." นาครอสหยิบแส้หนังสัตว์ขึ้นมาลูบก่อนจะตวัดไปที่ร่างเล็ก
   เพี๊ยะ!!
   "กรี๊ด!!!"
   "เป็นเสียงร้องที่ดีทีเดียว" นาครอสแสยะยิ้มก่อนจะตวัดแส้ฟาดร่างเล็ก
   "กรี๊ด!!!"
   คริกซี่กรีดร้องลั่นแส้หนังสัตว์กรีดผิวของนางสร้องรอยแผลไว้มากมายบนร่างกายเล็กและนาครอสก็ยังสนุกกับการตวัดแส้ฟาดร่างเล็ก เสียงแส้สลับกับเสียงกรีดร้องดังก้องไปทั่วคุกทรมานจนกระทั่งเสียงนั้นเงียบหายไป
   "อะไรกันข้ายังไม่สนุกเลยนะ" นาครอสเอ่ยขณะเชยคางคริกซี่ขึ้น 
   นางสลบไปแล้วตามร่างกายมาแต่บาดแผลกลิ่นเลือดลอยคละคลุ้งไปทั่ว
   "เฮอะ ไว้จะมาเล่นด้วยใหม่แล้วกัน" พูดจบนาครอสก็เดินออกไปทิ้งให้คริกซี่ห้อยกับกำแพงอยู่อย่างนั้น
   เมื่อเดินมาถึงภายในบ้านก็เจอกับสองสหายยืนรอ
   "อะไรกันๆ เจ้าไปได้ของเล่นใหม่งั้นเหรอนาครอส" มิน่าถามขึ้น
   "ใช่ ของเล่นใหม่..." นาครอสตอบพร้อมยิ้มเหี้ยม
   "...เจ้าเอานางไปให้มารอซแล้วเหรอ?" เซฟิสถามบ้าง
   "มารอซยกให้ข้าทำอะไรกับนางก็ได้ เพราะที่นำนางมาก็เพื่อสร้างความปั่นป่วนกับคนของป่ามนตรา" นาครอสตอบ
   "เห งี้เจ้าก็สนุกเต็มที่เลยสิ" มิน่าว่านางแตะเลือดที่เปื้อนแก้มนาครอสมาดู
   "มันพึ่งเริ่มเท่านั้นเอง..." นาครอสตอบ
   ข้าไม่อยากจะนึกถึงสภาพของผู้ที่ถูกนาครอสทรมานเลย มิน่าคิด

   เพี๊ยะ!
   "ปล่อย..."
   เพี๊ยะ!
   "ข้า..."
   เพี๊ยะ!
   "ไป..."
   เพี๊ยะ!!
   "อึก!!"
   เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
   "อ๊าาาาา!!!!!!!!!"
   นาครอสตวัดแส้ฟาดไปทั่วร่างกายของภูตสาวตัวน้อย ผิวที่เคยขาวเนียนตอนนี้เต็มไปด้วยบาดแผลและคราบเลือด คริกซี่พยายามกลั้นเสียงร้องเอาไว้ขณะที่เรียวแรงกำลังจะหมดลง นางไม่รู้เลยว่าถูกนาครอสทรมานมานานเท่าไหร่แล้ว รู้แต่ว่า...ทุกครั้งที่นาครอสเปิดประตูกรงเข้ามานางจะเป็นเพียงของเล่นชิ้นนึงเท่านั้น
   เป็นดั่งที่ระบายอารมณ์...
   "ปล่อย...ข้าไป...เถอะ..." คริกซี่เอ่ยเสียงแผ่วอยากจะทรุดเข่าลงก็ทำไม่ได้เพราะแขนถูกตึงไว้กับกำแพง
   หมับ!
   "ปล่อยเจ้างั้นเหรอ ไม่มีทางซะหรอกเจ้าจะต้องทรมานอย่างถึงที่สุด!!" นาครอสตะคอกใส่ร่างเล็กพร้อมบีบแก้มนางแแรงขึ้น
   "อึก! ข้า...ไปทำ...อะไร...ให้..." คริกซี่พยายามถาม
   "หึ!" นาครอสเค้นเสียงหัวเราะขณะยกขาของคริกซี่ขึ้นพาดเอวแล้วกดแก่นกายกระแทกกับร่างเล็ก
   เยื่อพรมจรรย์ฉีกขาด!!!
   "กรี๊ด!! ข้า...เจ็บ!!! เอามันออกไป!!! เอาออกไป!!!" คริกซี่กรีดร้องพร้อมกับพยายามดิ้นให้หลุดแต่นาครอสจับไว้และกระแทกมันแรงขึ้น แรงขึ้น และแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่สนเสียงครางปนเสียงสะอื้นของร่างเล็ก
   เมื่อพายุแห่งความใคร่ผ่านไป นาครอสสงบลงเขาเหลือบมองร่างเล็กซึ่งตอนนี้สลบสไลไปไม่รู้กี่รอบและเขาจะใช้น้ำเย็นราดให้นางตื่นแล้วทรมานต่อจนตอนนี้ร่างกายของนางเต็มไปด้วยบาดแผล คราบเลือดที่แห้งกรัง เนื้อตัวมอมแมมหมดสภาพของความเป็นภูตที่มีพลังมหาศาล
   "ได้เวลาเปลี่ยนที่ทรมานแล้ว..." นาครอสเอ่ยก่อนจะปลดโซ่ที่ตรึงข้อมือของคริกซี่ออกร่างเล็กจึงหล่นลงไปนอนที่พื้น
   "เกลียด...." เสียงนั้นเอ่ยอย่างแผ่วเบา
   นาครอสก้มลงขยุ้มหัวของคริกซี่ขึ้นก่อนจะตะคอกใส่นาง "ใช่ ข้าก็เกลียดเจ้าเช่นกัน!! เพราะงั้นจงทรมานต่อไป ข้าจะย่ำยีเจ้าให้ถึงที่สุดคริกซี่!!!"
   นาครอสปล่อยคริกซี่ทิ้งลงพื้นก่อนจะลุกขึ้นยืน เขาหลับตาสงบสติอารมณ์อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจอุ้มร่างเล็กพาดบ่าออกจากคุกใต้ดิน
   "อื้อ.." คริกซี่ลืมตาขึ้นมาอีกทีนางสะดุ้งสุดตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมกวาดตามองไปรอบๆ จึงพบว่าตนเองนอนอยูเตียงในห้องของใครบางคน พอมองที่ร่างกายก็ถูกอาบน้ำ แต่งตัว ทำแผลให้ แค่นางพยายามจะขยับก็เจ็บร้าวไปทั้งตัวจึงนอนลงดั่งเดิม
   "ข้ามาอยู่ที่นี้ได้ไง" คริกซี่พึมพำ นางจำได้ว่านางอยู่ที่คุกใต้ดินกับ...
   อึก! ไม่อยากนึกถึง...
   ก๊อกๆ ก๊อกๆ
   แอ๊ด~
   เสียงเปิดประตูอย่างแผ่วเบาทำให้คริกซี่หวั่นใจนางกลัวจะเป็นชายผู้นั้น ชายผู้มีนัยน์ตาสีแดงเลือดเรือนผมขาวเงินและใบหน้าที่เย็นชา
   "อย่าขยับจะดีกว่านะแผลเจ้ายิ่งเยอะๆ อยู่ด้วย" เสียงหวานของมิน่าเอ่ยเตือนทำให้คริกซี่หันมอง
   "เจ้าเป็นใคร?" คริกซี่ถาม
   "ข้าชื่อ มิน่า เป็นยมทูตผู้กักขังวิญญาณ อ้อ~ แล้วก็เป็นผู้อาบน้ำ แต่งตัว และทำแผลให้เจ้าด้วย" มิน่าตอบพร้อมยิ้มหวานก่อนจะวางชามข้าวต้มลง "และ...เป็นเพื่อนกับนาครอส"
   "!?" คริกซี่ถอยหนีโดยอัตโนมัติ
   "กลัวข้าเหรอ? ไม่ต้องกลัวหรอก ถึงข้าจะเป็นสหายของนาครอสแต่นิสัยของข้าแตกต่างจากเขาแน่นอน" มิน่าบอก
    "...." คริกซี่ยังคงไม่ไว้ใจมิน่าอยู่ดี
   "เอาเถอะ ยังไงเจ้าดูเหมือนจะมีไข้ด้วยนะมากินข้าวต้มฝีมือข้าหน่อยนะจะได้พักผ่อนแล้วหายไวๆ " มิน่าบอกพร้อมยื่นชามข้าวต้มไปให้คริกซี่
   พลั่ก!
   เพล้ง!!
   "อ๊ะ!"
   "ข้าไม่กินอะไรทั้งนั้น จะตายก็ตายไปเลย ออกไปอย่ามายุ่งกับข้า!!!!" คริกซี่ร้องโวยวายก่อนจะทิ้งตัวนอนยกผ้าห่มคลุมตัวจนมิด
   มิน่าถอนหายใจเล็กน้อยเก็บเศษชามไปทิ้งแล้วทำความสะอาดก่อนจะเดินออกไปจากห้องนางเหลือบมองคริกซี่แวบนึงก่อนจะปิดประตู
   คงโดนมาเยอะสินะ...แต่หลังจากนี้คงไม่ใช่แค่ร่างของเจ้าแล้วล่ะต่อไปก็คือจิตใจของเจ้าที่นาครอสจะย่ำยี
   ฉีกกระชากแล้วทิ้งลงพื้นอย่างไร้เยื่อใย เจ้าโหดร้ายเกินไปรึเปล่านะนาครอส
   ปัง!
   "ฮึก! ฮึก! ฮือๆ ฮือๆ ฮือๆ " เมื่อมิน่าออกไปแล้วคริกซี่จึงปล่อยให้ตนเองร้องไห้ก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า
   นาครอสกลับมาถึงบ้านพร้อมกับเซฟิสที่ตามมาด้วยพอเปิดประตูมาก็เจอมิน่านั่งหน้าบึ้งอยู่ที่ห้องนั่งเล่น
   "เจ้าทำเกินไปแล้วนะนาครอส!" มิน่าเอ่ยขึ้น
   "ข้าทำอะไรเกินไป" นาครอสทิ้งตัวลงนั่งไขว้ห้างที่เก้าอี้
   "บาดแผลตามตัวนางมันเยอะเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะรับไหว แล้วเจ้ายังปล่อยให้นางอดอาหารอีก" มิน่าว่า
   "นั้นไม่เรียกว่าทรมานรึไง" นาครอสย้อน
   "มันเกินไปนะ ตอนที่ข้าเห็นนางครั้งแรกข้านึกว่าซากศพซะอีก"
   "รึเจ้าอย่างลองโดนข้าเฆียนบ้าง"
   "อื้ม...ก็เป็นความคิดที่ไม่เลว"
   "เฮ้ย!! มิน่าอย่าพึ่งเข้าโหมดมาโช!!" เซฟิสร้องพร้อมกับดึงผมมิน่าเรียกสติ
   "เดี๋ยวเถอะนาครอส!" เซฟิสดุพลางลูบหัวมิน่าที่เข้าไปคลอเคลียเข้าราวกับลูกแมว
   "เซฟิสลูบหัวๆๆๆๆ" มิน่าอ้อน
   "ฮ่าๆ ข้าล้อเล่นน้า ว่าแต่ตอนนี้นางเป็นไงบ้าง" นาครอสถาม
   "ตอนนี้นางฟื้นแล้วอยู่ในห้อง นางยังไม่ได้กิยนอะไรดูเหมือนว่าจะไม่สบายด้วย" มิน่าตอบหลังจากได้สติแล้วจึงผละออกจากเซฟิส "โทษทีเซฟิส"
   "อื้ม..." เซฟิสตอบ
   "งั้นเดี๋ยวข้าไปดูนางเอง..." พูดจบนาครอสก็ลุกขึ้น
   "เดี๋ยว นี้ยาแก้ไข้ส่วนข้าวต้มอยู่ในครัวตักไปให้นางด้วบ" มิน่าบอกพร้อมยื่นยาให้นาครอส
   "ขอบใจ พวกเจ้ากลับไปได้แล้ว"
   "โอ้โห เจ้าของบ้านไล่แล้วไปกันเถอะมิน่า" เซฟิสคล้องคอมิน่าเดินออกจากบ้านนาครอส
   "เฮ้อ...นาครอสจะรู้มั๊ยนะว่าคริกซี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเขา" เซฟิสพูดขึ้น
   "นั้นสิ ภูตเองก็ดันจำไม่ได้ว่าเคยทำอะไรไว้ด้วยเพราะเจ้าเอายา..." จู่ๆ มิน่าก็หยุดเดินเหมือนนึกอะไรได้
   "เป็นอะไรมิน่า?" เซฟิสถาม
   "ชิ*หายแล้ว ข้าลืมไปว่าข้าหยิบยามาผิด!!" มิน่าร้องขึ้น
   "หยิบยาผิด หมายความว่าไง" เซฟิสถาม
   "คือตอนข้าหยิบยาจากมาแกงก้ามาผิดแล้วพอมานั่งอ่านก็เห็นเป็นยาปลุกเซ็กส์ข้ากะจะเอาไปเปลี่ยนก็ดันลืมนี้สิ" มิน่าทึ้งหัวตัวเอง
   "ซวยแล้วไง!!!" เซฟิสร้องบ้าง
   "ข้าจะกลับไปหานาครอส" มิน่ากำลังจะหันหลังไปบ้านนาครอสแต่โดนเซฟิสรั้งเอาไว้
   "ข้าว่าอย่าเลย อย่าไปยุ่งจะดีที่สุด" เขาบอก
   "แต่ว่า...." 
   "ไปเหอะน้า นาครอสมันรับมือได้" แล้วเซฟิสก็ลากมิน่ากลับบ้าน นางรู้สึกเป็นห่วงคริกซี่ขึ้นมาแล้วสิ
   แต่ข้าเป็นห่วงภูตมากกว่าไอ้เพื่อนบ้านาครอส...
  กลับมาที่นาครอส
   ก๊อกๆ ก๊อกๆ
   คริกซี่สะดุ้งเฮือกแต่นางก็ยังไม่ขยับจากผ้าห่ม นาครอสเปิดประตูเดินเข้าไปในห้องวางชามข้าวต้มและยาลงที่โต๊ะข้างเตียง
   "ลุกขึ้นมาซะ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้หลับ" นาครอสเอ่ยขึ้น
   "...." ยังไม่ไหวติง
   "อย่าให้ข้าหมดความอดทนนะ...." คราวนี้เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมคริกซี่สะดุ้งวาบและลุกขึ้นนั่งทันที
   "หึ! กินข้าวซะแล้วกินยา" นาครอสบุ้ยใบ้ไปที่ชามข้าวต้มข้างเตียง
   "...." คริกซี่เมินหน้าไปอีกทาง
   "เจ้าชักจะทำให้ข้าโมโหแล้วนะ!"
   ขวับ
   คริกซี่หันมาจ้องนาครอสด้วยสายตาเย็นชา "แล้วไง ยังไงข้ามันก็สมควรตายเจ้ารีบๆ ฆ่าไปเลยสิ!"
   หมับ!
   "ไม่ได้....ขืนเจ้ารีบตายข้าก็หมดสนุกกันพอดีนะสิ" นาครอสบีบแก้มคริกซี่แน่น
   "อึก! ปล่อย...ข้าเจ็บ!!" คริกซี่พยายามดิ้นให้หลุดจากมือที่เหมือนกับคีมเหล็กแต่ไร้ผล
   นาครอสสะบัดมือจากคริกซี่ "กินข้าวและกินยาซะ!" เขาสั่ง
   "ไม่!"
   "เฮ้อ...ข้าไม่ชอบอะไรที่มาขัดใจข้าด้วยสิ" นาครอสพึมพำก่อนจะตักข้าวต้มเข้าปากแล้วจับหน้าคริกซี่หันมาประกบปากป้อนข้าวต้มบังคับให้นางกลืนลงไป
   "อึก! เจ้า...." คริกซี่จ้องนาครอสด้วยใบหน้าที่แดงก่ำพลางยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตนเอง
   "จะกินเองหรือให้ข้าป้อนแบบเมื่อกี้" เขาเอ่ยพร้อมกับแลบลิ้นเลียริมฝีปาก
   "ข้า...กินเองได้!" พูดจบคริกซี่ก็รีบคว้าชามข้าวต้มมาตักกินด้วยมืออันสั่นเทา
   อร่อย...ยมทูตสาวตนนั้นทำอาหารอร่อยเหมือนกัน
   ข้าวต้มชามใหญ่หมดลงไปแล้วแต่คริกซี่ยังไม่ค่อยอิ่มเท่าไหร่อาจเป็นเพราะอดข้าวมาหลายวันทำให้นางหิวมากแต่จะขอเพิ่มนางก็ไม่กล้า
   "กินยาซะแล้วนอนพัก" นาครอสยื่นขวดยาให้คริกซี่ นางมองด้วยความลังเลก่อนจะยื่นมือไปรับมาดื่มจนหมดขวด
   "ดี นอนลงไปซะแล้วก็อย่าคิดหนีเชียวล่ะ" นาครอสบอกขณะเก็บชามข้าวต้ม "เพราะข้าจะตามไปลากเจ้ากลับมาอยู่ดี เจ้าหนีข้าไม่พ้นหรอก..."
   ปัง!
   เสียงประตูปิดลงคริกซี่มองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนอนลง
   อะไรกัน...เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย คิดจะเลี้ยงข้าไว้ทรมานต่อรึไง ...คริกซี่คิด
   ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!
   "อึก! อะไรน่ะทำไมจู่ๆ ข้าถึงร้อนไปหมดทั้งตัวแบบนี้" คริกซี่ดิ้นไปมาบนเตียงจู่ๆ ก็ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ร้อนรุ่มไปหมดและรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว
   "...นาครอส" ต้องการเขาเหลือเกิน
   หลังจากล้างชามข้าวต้มเสร็จนาครอสก็คิดที่จะไปอาบน้ำแล้วทำงานต่อ เขาเดินขึ้นบันไดหยุดชะงักที่หน้าห้องตนเองอยู่ครู่หนึ่ง
   "คงหลับแล้วล่ะมั้ง" เขาพึมพำก่อนจะไขกุญแจเข้าไปในห้อง มองไปที่เตียงก็เห็นร่างเล็กดิ้นอยู่บนนั้น
   "เฮ้! เจ้าเป็นอะไรไปน่ะ" นาครอสถามขณะจับร่างเล็กตึงไป
   "ร้อน...ข้าร้อน...." คริกซี่ดิ้น
   "ไข้ขึ้นรึไง" นาครอสพึมพลางหยิบขวดยามาอ่าน
   'ยากระตุ้นอารมณ์'
   มิน่าเจ้าจงใจหยิบมาหรือหยิบผิดกันแน่ ...นาครอสคิดเขาวางขวดยาลงขณะมองร่างเล็กที่บิดตัวไปมาใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมาน
   "หึ!" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อ จะยังไงแบบนี้ก็ได้อารมณ์อีกแบบ
   "เจ้าต้องการข้ารึเปล่าภูตตัวน้อย" เขาเชยคางคริกซี่ขึ้นถาม
   "ข้าต้องการเจ้า..." คริกซี่ตอบเสียงหวานพร้อมยิ้มอย่างน่ารัก
   "หึ งั้นข้าจะให้รางวัลก็แล้วกัน" พูดจบนาครอสก็ประกบริมฝีปากจูบกับร่างเล็กมอบรสสัมผัสที่ร้อนแรงและเร้าร้อนให้กับร่างเล็ก มือใหญ่ลูบไปตามแผ่นหลังเล็กไล่ต่ำลงมาที่ขาเรียวขย้ำเบาๆ ก่อนจะสอดมือไปใต้เสื้อขย้ำเข้ากับหน้าอกเล็กนุ่มนิ่ม
   "อื้อ" ร่างเล็กครางอย่างพอใจสะดุ้งทุกครั้งยามที่เขาสัมผัสโดนจุดที่ไวต่อสัมผัส ใจหนึ่งปฏิเสธและหวาดกลัวหากแต่ร่างกายกลับไม่ยอมทำตามที่ต้องการปล่อยให้นาครอสสนุกกับการเชยชมสัดส่วนร่างกายของเธอและสร้องรอยแดงเต็มตัวนาง
   "ชอบรึเปล่า?" นาครอสกระซิบถามที่ข้างหูแหลมเล็กแล้วขบเบาๆ
   "อื้อ...." คริกซี่ตอบ
   "ข้าถามว่าชอบรึเปล่า?" นาครอสกระตุ้นมือแรงขึ้น
   "อ๊า! ข้าชอบที่สุด" คริกซี่สะดุ้งเฮือก นางกำลังทำอะไรอยู่กันแน่ในใจมันตีกันไปหมดแล้ว
   "อื้ม...." เขายิ้มอย่างพอใจพลางมองนิ้วที่เปื้อนน้ำใส
   "เอาล่ะได้เวลาของภูตที่แปดเปื้อนแล้ว..."

   ....................................

    ป่ามนตรา
   "ข้าจะไปเอาตัวคริกซี่กลับมา!" อารัมร้องขึ้น
   "ใจเย็นๆ สิอารัมเจ้าคิดจะไปผู้เดียวแล้วมีชีวิตรอดกลับมารึไง" เทลอันนาสเอ่ยเตือน
   "ข้าจะไป!" อารัมยังคงดื้อดึงนางลุกพรวดขึ้นสลิมกับเฟนนิคจึงรีบมาจับนางไว้
   "นี้ปล่อยข้านะสลิม เฟนนิค พวกเจ้าอยากโดนข้าทำโทษรึไง!!" อารัมโวยวาย
   "ขอโทษด้วยครับท่านอารัม" เฟนนิคเอ่ยพร้อมกับกอดแขนอารัมไว้แน่น
   "ได้ปล่อยสงบสติอารมณ์ก่อนเถอะครับ" สลิมเสริม
   "จะให้ข้าสงบสติลงได้ไงก็ในเมื่อมันดป็นความผิดของข้าที่ปล่อยให้คริกซี่โดนจับไป!" อารัมทรุดตัวนั่งลงที่พื้นดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตา
   เปย์น่าลูบหัวอารัมอย่างปลอบโยน "อย่าโทษตัวเองเลย ไม่มีใครว่าเจ้าเลยสักคน"
   "แต่ว่า...ทั้งๆ ที่ข้าอยู่ใกล้ๆ กับนางแต่กลับปกป้องนางไม่ได้เลย" อารัมเริ่มร้องไห้ เลโอเดินเข้าไปคลอเคลียเพื่อปลอบนายของมัน
   "เอาเป็นว่าเดี๋ยวข้าจะส่งซิลไปที่....หืม?" เทลอันนาสยังพูดไม่จบ นางจ้องผู้มาเยือนที่กำลังมุ่งหน้าตรงมาที่พวกนาง
   ตึก!
  ร่างสูงสวมชุดเกราะและหน้ากากปิดบังใบหน้าพร้อมกับแผ่ไอของความตายไปรอบตัวหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขาพร้อมกับร่างเล็กในอ้อมแขน
   "นาครอส!!!" อารัมเอ่ยชื่อของร่างสูงอย่างโกรธจัดพร้อมกับถลาเข้าไปจะทำร้ายก่อนจะหยุดชะงักเพราะร่างเล็กในอ้อมแขนของเขา
   ตุ้บ!
   "ข้าเอามาส่ง..." นาครอสเอ่ยน้ำเสียงเย็นชาหลังจากที่ทิ้งร่างเล็กของคริกซี่ลงพื้นอย่างไร้ความปราณีก่อนจะหันหลังเดินจากไป
   "คริกซี่ คริกซี่ ตื่นสิคริกซี่" อารัมพยายามเรียกสติของคริกซี่แต่นางก็ยังคงหลับอยู่
   "อารัมใจเย็นๆ พาคริกซี่ไปที่บ้านของเปย์น่าก่อน" เทลอันนาสบอก อารัมจึงช้อนร่างเล็กของคริกซี่ขึ้นอุ้มแล้วมุ่งไปที่บ้านของเปย์น่าทันที

   "ข้านี้ตามอารมณ์เจ้าไม่ทันจริงๆ นาครอส" เซฟิสเอ่ยขึ้นขณะยกขาขึ้นพาดบนโต๊ะ
   "ก็นะ จากที่ทรมานจนหน่ำใจแล้วก็คงอยากส่งคืน แต่ว่า..." มิน่าเปรย
   "แต่ว่า....อะไรมิน่า" เซฟิสถาม
   "เจ้าอยากแสดงตัวตนว่าเป็นโจรลักพาตัวนางและประกาศสงครามเป็นศัตรูกับป่ามนตราสินะ" มิน่าตอบพร้อมชี้ไปที่นาครอส
   "หึ ก็ไม่เชิง" เขาตอบก่อนจะหยิบขวดยาเปล่ามาตั้งไว้บนโต๊ะ "รู้ใช่มั๊ย"
   "อะ...เอ่อ...แหม ข้าหยิบผิดและลืมเอาไปเปลี่ยนนี้นาแต่เจ้าก็สนุกกับนางเต็มที่ไม่ใช่รึไงอย่ามาโกรธข้านะ" มิน่าตอบพร้อมกับค่อยๆ กระดื๊บหนีนาครอสทีล่ะนิด
   "อื้ม ข้าไม่โกรธเลยพอใจมากอีกต่างหาก" นาครอสตอบมิน่าจึงโล่งอก
   "แต่ว่า...."
   "แต่ว่าอะไร??"
   "ข้าก็อยากจะลงโทษเจ้าอยู่ดี คราวหน้าจะได้ไม่หยิบยามาผิดอีก" นาครอสตอบพร้อมกับชูขวดยาสีสวย
   "กรี๊ด! ม่ายเอาน่านาครอสสสสสส ข้าขอโทษ!!!" มิน่าตัดสินใจลุกขึ้นวิ่งหนี
   "เซฟิสจับนางไว้" นาครอสสั่ง
   "ได้เลยสหาย" เซฟิสรับคำสั่งก่อนจะคว้าแขนมิน่าไว้ได้
   "หึหึหึ เจ้าไม่รอดแน่" เซฟิสเอ่ย
   "ฮึ่ย ข้าเกลียดพวกเจ้าที่สุดเลย!!!" มิน่าตะโกนก่อนจะโดนนาครอสจับกรอกยาแล้วร่างกายของนางก็ค่อยหดเล็กลง เล็กลง จนเหลือเท่าฝ่ามือ
   "โอ๊ะโอ๋ กลายเป็นยมทูตตัวจิ๋วไปซะแล้ว" เซฟิสเอ่ยขณะหยิบมิน่าขึ้นมา
   "ฮึ่ย! ปล่อยข้านะเจ้าบ้า อย่าให้ข้ากลับเป็นเหมือนเดิมนะนาครอส!!!" มิน่าร้องอย่างเคียดแค้นพร้อมกับดิ้นแด๋วๆ
   "ข้าว่าข้ากลับก่อนดีกว่า มีงานต้องทำอีกเยอะไปล่ะ" นาครอสบอกพร้อมกับยิ้มให้มิน่าก่อนจะหยิบหน้ากากมาสวมแล้วเดินออกจากบ้านเซฟิสไป
   ข้าน่ะรู้อยู่แล้วว่านางไม่ได้ตั้งใจทำร้ายข้า แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็อดที่จะแก้แค้นไม่ได้ มันจะได้ไม่มีสิ่งที่ต้องติดค้างกัน
   "...." นาครอสมองโบว์สีเขียวในมือก่อนจะเดินต่อ
   หวังว่าคราวหน้าเราคงได้เจอกันอีกคริกซี่...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #119 ApJam (@ployjabb) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:24
    เฮ้ยยยคู่นี้มันได้อ่ะๆๆๆ><
    #119
    0
  2. #83 RouEmpire-D (@RouEmpire-D) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 12:51

    ฟิน~~~~~~~
    #83
    0