Fic story rov รวมเรือผีที่ไม่ค่อยมีคนจิ้น

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 4,070 Views

  • 150 Comments

  • 66 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    824

    Overall
    4,070

ตอนที่ 10 : (Murad x Arum) อธิษฐานต่อเม็ดทราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    28 ต.ค. 61

ข้าเป็นผู้ปกป้องป่า 
   ข้าผู้มีพลังควบคุมวิญญาณแห่งพงไพร
   ข้าไม่รู้หรอกว่าข้าจะมีชีวิตได้ยาวนานเท่าไหร่
   ใครๆ ต่างก็บอกว่าข้านั้นดื้อรั้น
   วันเวลาสนุกๆ ของข้าผ่านไปจนกระทั่งข้าได้พบกับเขา...
.
.
.
.
.
.
.
.
   "ฮึม~ ฮึม~" ข้าเดินฮัมเพลงไปเรื่อยๆ โดยมีเลโอเดินคลอเคลียอยู่ข้างๆ
   "อรุณสวัสดิ์อารัม" เสียงหวานเรียกความสนใจของข้าให้หันไปมอง
   "อรุณสวัสดิ์เทลอันนาส" นางเป็นราชินีเอลฟ์ปกครองป่าแห่งนี้
   "เจ้าจะไปไหนงั้นหรือ?" เทลอันนาสถามข้า
   "ข้าแค่ออกมาเดินเล่นตามประสาข้าน่ะ ว่าแต่เจ้าจะไปไหนล่ะ" ข้าถามย้อน ถึงนางจะอายุเยอะกว่าข้าแต่ข้าไม่เรียกนางว่าท่านหรอก ฮึ!
   "ข้าจะไปในเมืองเจ้าอยากไปด้วยไหมล่ะ" เทลอันนาสยิ้มราวกับข้าเป็นเด็กแน่นอนว่า...
   "ไปด้วย!"
   เทลอันนาสยิ้มขำข้าไม่ได้สนใจข้าคิดเพียงแต่อยากเข้าไปเห็นว่าเมืองนั้นเปลี่ยนไปมากขนาดไหนก็เท่านั้นเอง
   "งั้นก็ไปกันเถอะ" เทลอันนาสเดินนำข้าไป ข้าเหลือบไปเห็นเจ้าสามตาขาลมที่ยืนแอบอยู่ข้างๆ ต้นไม้เพื่ออารักขาเทลอันนาสอยู่ห่างๆ
   "เดี๋ยวข้าดูแลราชินีเจ้าเองไม่ต้องห่วง" ข้าบอกพร้อมหยักคิ้วให้ซิล
   "นั้นแหละที่ข้าห่วง" ซิลพึมพำอะไรข้าไม่รู้แต่ข้าไม่สนใจแล้วล่ะ ไปเที่ยวๆ ไปเที่ยวๆ
   เมื่อมาถึงเมืองของพวกมนุษย์เทลอันนาสก็ไม่ได้หยุดพักเลย นางตรงไปที่ปราสาทกลางเมืองและบอกให้รออยู่ข้างนอกเพราะมีประชุมภายใน
   "เจ้าจะไปเดินเล่นที่ไหนก่อนก็ได้ ตอนเย็นเจอกันที่นี้ห้ามดื้อ ห้ามซน ห้ามเถลไถล เข้าใจมั๊ย" เทลอันนาสกำชับ
   "เฮ้อ...ข้าโตแล้วนะแม่ราชินีเอลฟ์พันปี"
   "อารัม...."
   "อึก! ข้าเข้าใจแล้ว"
   "ดีมาก แล้วเจอกัน"
   เชอะ! ห้ามดื้อ ห้ามซน ห้ามเถลไถล หึหึหึหึ นั้นน่ะนิสัยข้าเลยล่ะ
   ข้าเริ่มเดินสำรวจเมืองโดยเริ่มจากการสำรวจตลาด ของกินของเมืองนี้มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นยังดีนะเนี่ยที่เทลอันนาสให้เงินข้าไว้ข้าเลยได้ซื้อของกินได้เพียบเลย
   "เร่เข้ามาจ้าเร่เข้ามา ของดี ของหายาก ของราคาถูก เชิญมาเลือกดูเลือกชมได้จ้า" เสียงตะโกนเรียกลูกค้าของพ่อค้าสวมฮู้ดแผงลอยดังมากระทบหูข้า ข้าจึงทำเป็นเดินไปเลียบๆ เคียงๆ ดูว่าเขาขายอะไรแต่ดูท่าว่าจะไม่เนียนซะแล้ว
   "แม่หนูผมทองสนใจเครื่องประดับสวยๆ มั๊ยจ้ะ" แม่ค้าเอ่ยเรียก
   "เอ่อ...ข้าแค่มาดูเฉยๆ น่ะ" ข้าตอบถึงสายตาจะจ้องเจ้านาฬิกาทรายเรือนเล็กกะทัดรัดน่ารักอยู่ก็เถอะ
   ลวดลายที่แปลกประหลาดทำให้ข้าหลงใหลอยากได้ขึ้นมา
   "นาฬิกาทรายอันนั้น...." ข้าชี้ไปที่นาฬิกาทรายจิ๋ว
   พ่อค้าจึงหยิบขึ้นมาชู "นาฬิกาทรายเรือนนี้ข้าได้มาจากเมืองทะเลทรายเป็นนาฬิกาที่มีพลังวิเศษสามารถขอพรได้หนึ่งข้อ ถ้าเจ้าสนใจข้าขายให้ในราคา 50,000 โกลด์"
   ข้าเหลือบมองเงินในกระเป๋าแน่นอนว่ามันไม่พอเพราะเทลอันนาสให้ข้ามาแค่ 5,000 โกลด์กับ 2 จีเวล(1 จีเวลเท่ากับ 10,000 โกลด์)
   "ฮะๆ ข้าว่าข้าไปดีกว่า มันดูแพงสำหรับข้าอ่ะนะ" พูดจบข้าก็หมุนตัวจะเดินไปแต่ว่า
   "ก็ได้ๆ ข้าลดให้เหลือ 25,000 โกลด์เลยครึ่งหนึ่งเชียวนะ"
   "หืม เจ้าคิดว่านาฬิกาทรายเรือนเล็กเท่าเมล็ดองุ่นมันจะมีพลังวิเศษได้ยังไง" ข้าเปรยอย่างไม่เชื่อ " 2,500 โกลด์"
   "โถ่ นั้นมันครึ่งของครึ่งเลยนะ เจ้าไม่รู้รึไงว่ายาฬิกาทรายนี้มีพลังวิเศษ" พ่อค้าคร่ำครวญ "20,000 โกลด์"
   "ถ้าหากว่ามันมีพลังจริงแล้วทำไมเจ้าจึงไม่ขอพรให้ร่ำรวยขึ้นล่ะจะได้ไม่ต้องมาขายของอยู่เช่นนี้" ข้าย้อนกลับรู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองอยู่
   "นาฬิกาทรายนี้สร้างที่เมืองทะเลทรายที่เคยล่มสลายไปเมื่อนานมาแล้วมันมีอำนาจ..."
   "โอ๊ย พอเถอะข้าบอกแล้วไงว่า2,500 โกลด์ ถ้าไม่ขายข้าก็ไม่ซื้อ ไปล่ะ" คราวนี้ข้าไปจริงแน่ถ้าเกิดว่าเขายังไม่ลดราคาให้ข้า
   "ก็ได้ๆ สาวน้อยเจ้าชนะ ข้าขายนาฬิกาทรายนี้ให้เจ้าในราคา 2,500 โกลด์"
   ข้าหันมายิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะควักเงินยื่นให้พ่อค้าพร้อมกับรับนาฬิกาทรายอันเล็กมาไว้ในมือ
   "ว่าแต่เจ้าสนใจสินค้าอันอื่นอีกไหม ข้าอยากจะแนะนำ มังกรจิ๋วพ่นไฟ หรือไม้ขีดสีรุ้ง"
   "ไม่ล่ะ ขอบคุณ ข้าคิดว่านี้ก็พอแล้ว" ข้าตอบก่อนจะเดินออกจากบริเวณนั้นซึ่งเริ่มมีลูกค้าเข้าไปซื้อ
   ดูยังไงๆ มันก็แค่นาฬิกาทรายธรรมดาที่สร้างขึ้นได้ละเอียดอ่อนและงดงามก็เท่านั้นเอง
   ข้าเดินชมเมืองจนใกล้เวลาที่จะต้องกลับ ข้าจึงไปรอเทลอันนาสที่ปราสาทระหว่างที่รอข้าก็เกือบง่วงแล้วสายตาดันไปสังเกตุเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างตรงพุ่มไม้
   "อะไรน่ะ" ข้าเดินตรงเข้าไปดูใกล้ๆ และเห็นเป็นร่างทรายที่คล้ายคนคุกเข่าอยู่ ข้าจ้องด้วยความสงสัยว่ามันมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ประติมากรรมของปราสาทงั้นเหรอ
   ถ้าแตะมันจะสลายหรือพังหรือเปล่านะ อืม...
   ฟุ่บ!!
   "!?!?"
   "เหวอ!?"
   ข้าตกใจถอยหลังกรูดจู่ๆ ร่างทรายนั้นก็สลายหายไปกลายเป็นคนมาอยู่แทน ซึ่ง เอ่อ...จะว่าไงดีล่ะ เจ้าของร่างทราย ผีกลับร่าง หรือว่า ช่างมันเถอะ มนุษย์สวมผ้าโพกหัวและผ้าปิดบังใบหน้าเขาเองก็ตกใจไม่แพ้กัน
   "เจ้าเป็นใครน่ะ ข้าไม่ยักกะเคยเห็นหน้า" น้ำเสียงนั้นฟังเป็นผู้ชาย
   "ข้าเป็นใครเจ้าจะสนใจทำไมเล่า ข้าต่างหากล่ะที่ต้องถามว่าเจ้าเป็นผีหรือตัวอะไรกันทำไมจู่ๆ ถึงได้โผล่มาอยู่ตรงนี้" ข้าถามเสียงสั่นเพราะความตกใจเลยควบคุมสติตนเองไม่ได้อยู่ครู่หนึ่ง
   "ห๊า" ดูเหมือนเขาจะอึ้งก่อนจะเริ่มหัวเราะ ข้าได้แต่มองเขาด้วยความงุนงง
   "เจ้าขำอะไรของเจ้า" ข้าถาม
   "ก็ขำเจ้านะสิ ฮึๆ ฮึๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ "
   ข้าขมวดคิ้วมองชายสวมผ้าปิดบังใบหน้าอย่างหงุดหงิด มันมีอะไรน่าขำนักฮึ
   "พอได้แล้ว ว่าแต่ทำไมเจ้าถึงมาโผล่ที่ร่างทรายนี้ล่ะ" ข้าถามด้วยความสงสัย
   "ฮะๆ อะแฮ่ม! มันเป็นความลับ" เขาเอานิ้วจุ๊ปาก
   "ขอบคุณที่ตอบ ข้าไปล่ะ" ไม่พูดเปล่าข้าหันหลังเดินออกจากบริเวณนั้นเลย ว่าแต่เทลอันนาสเมื่อไหร่จะมาเนี่ย
   "นี้ๆ เดี๋ยวสิว่าแต่เจ้าล่ะเป็นใคร ทำไมถึงเข้ามาในปราสาทนี้ได้"
   ข้าหันไปมองเจ้าคนโพกหน้าอย่างเคืองๆ "คำถามนั้นข้าไม่ตอบหรอกเจ้าผีทราย ฮึ!"
   "โฮ้ ยอกย้อนรึเนี่ย"
   ข้าเดินมาถึงบริเวณสวนก็เจอเทลอันนาสยืนคุยกระหนุงกระหนิ้งกับมอทอสอยู่ เฮ้อ...ว่าแต่ข้า
   "อะแฮ่ม!! เทลอันนาสข้าอยากกลับแล้วนะ" ข้าเข้าไปขัด เทลอันนาสมองข้าอย่างเคืองๆ
   ข้าอยากกลับจริงๆ นะเนี่ยไม่ได้มีเจตนาจะขัดเลย
   "งั้นข้ากลับก่อนนะมอทอส แล้วเจอกัน"
   "แล้วเจอกันที่รัก"
   "บ้าน่า"
   "....กลับบ้านนนนนนนนนนนน"

   .............................................

   เวลาผ่านไปไม่รู้ว่านานเท่าใด ข้า เทลอันนาส ชูก้า ซิล คริกซี่ ร่วมกันต่อสู้เพื่อปกป้องป่าTwilight forest จากเหล่ามนุษย์ที่เข้ามารุกรานและปีศาจที่เล็ดลอดเข้ามาจากสงคราม ข้าลืมเรื่องของชายสวมผ้าปิดบังใบหน้าและนาฬิกาทรายเรือนเล็กไปแล้ว สนใจแต่เพียงการปกป้องป่าจากสงคราม
   สงครามระหว่างมนุษย์และปีศาจ
   "ท่านอารัม ท่านอารัม มีมนุษย์บาดเจ็บนอนสลบอยู่ที่ชายป่าขอรับ" เฟนนิคเอ่ยอย่างตื่นตระหนก
   "ก็ปล่อยให้ตายไปสิ ข้าไม่สน" ข้าตอบขณะเล่นกับเลโอ
   "แต่นี้เป็นถึงผู้กล้าที่สู้กับปีศาจมารอซนะขอรับ" เฟนนิคกล่าวต่อ
   "ก็ได้ นำทางข้าไป"
   เฟนนิคนำทางข้าไปที่ชายป่าอย่างรวดเร็วทำให้พบกับร่างของชายหนุ่มนอนสลบอยู่ตามตัวมีบาดแผลฉกรรจ์เต็มไปหมด
   "เจ้าผ้าโพกหน้านี้ ทำไมถึง..." ข้าพึมพำก่อนจะจับข้อมือเขาเพื่อตรวจชีพจร
   ยังมีชีวิตอยู่
   "พาเขาไปหาเพย์น่า" ข้าบอกขณะช่วยเฟนนิคอุ้มเขาขึ้นบนหลังเลโอ
   "เจ้าไปดูแลเขาก่อนข้าจะสำรวจอะไรต่ออีกเล็กน้อย" ข้าสั่ง
   "ครับท่านอารัม" เฟนนิครับก่อนจะขึ้นไปขี่หลังเลโอ
   "ฝากด้วยนะเลโอ" ข้าบอกก่อนที่มันจะเริ่มวิ่งตรงเข้าในป่าลึกซึ่งเป็นที่อยู่ของเพย์น่า
   ข้าสำรวจชายป่ารอบๆ ก็ไม่มีอะไรผิดปกติมีเพียงแค่สมุนปีศาจชั้นต่ำข้าก็กำจัดได้หมดแล้วจึงกลับไปหาเพย์น่า
   "มนุษย์ที่เฟนนิคพามาอาการเป็นอย่างไรบ้างเพย์น่า" ข้าถามขึ้นหลังจากไปถึง
   "อาการดีขึ้นแล้วล่ะตอนนี้กำลังหลับพักผ่อนอยู่ด้านใน เจ้ามาก็ดีช่วยไปเช็ดตัวให้เขาหน่อยสิดูเหมือนจะมีไข้นิดหน่อยน่ะ" ไม่พูดเปล่าเพย์น่ายังยื่นกะละมังที่มีผ้าขนหนูมาให้ข้า
   "เอ๊ะ?" ข้ารับมาถือด้วยความมึนงง
   "ข้าต้องรักษาสัตว์ตัวอื่นต่ออีกน่ะ ช่วยหน่อยนะ"
   "เอ่อ...เพย์...น่า....โถ่ ข้าไม่เคยเช็ดตัวให้ใครนะ" ข้าโวยวายตามหลังเพย์น่าก่อนจะตัดสินใจเดินไปยังโซนที่พักผู้ป่วยของเพย์น่า
   ข้านั่งลงตรงข้างๆ เตียงของชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มซึ่งมีใบหน้าหล่อเหลาคงจะเพราะถอดบรรดาผ้าที่ปิดหน้าออกเลยได้เห็นหน้าตาเขาแบบจะๆ
   "ไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกนะ เจ้าผีทราย "
  ข้ายื่นมือแตะหน้าผากของเจ้าผีทรายก่อนจะเลื่อนมาที่แก้มและคอ ตัวเขาร้อนมากอาจเป็นเพราะพิษไข้จากแผลต้องรีบเช็ดตัวแล้วล่ะ
   "อื้อ...." ระหว่างที่ข้าเช็ดตัวให้เขาก็ครางเบาๆ เพราะเจ็บแผลและพิษไข้ทำให้ข้าต้องรีบเร่งมือเช็คตัวให้เขาเย็นขึ้น
   "ไม่นะ....ไม่....ไม่นะ....ไอริ!!!"
   "!?"
    จู่ๆ เขาก็ลุกพรวดขึ้นข้าสะดุ้งจนทำผ้าหลุดมือ เขาหันมองไปรอบๆ อย่างตื่นตระหนก
   "ที่นี้ที่ไหน ข้ามาอยู่ที่นี้ได้ยังไง?" เขาถาม
   "ใจเย็นๆ ที่นี้คือป่าลึกของป่าTwilight forest คนของข้าเจอเจ้าสลบอยู่ที่ชายป่าตอนนี้เจ้าปลอดภัยแล้ว" ข้าตอบพร้อมกับกดร่างเขาให้นอนลงไป "และตอนนี้เจ้าห้ามลุกหรือขยับตัว นอนลงไปซะ"
   หมับ!!
   "โอ๊ย! ข้าเจ็บนะเจ้าผีทราย" ข้าร้องพยายามแกะมือหนาของเจ้าผีทรายออกจากมือข้า
   "ไอริอยู่ไหน ข้าต้องตามหาไอริ ไอริ...."
   ตุ้บ!
   เจ้าผีทรายล้มลงไปนอนหลับเช่นเดิม ข้าจ้องข้อมือที่มีรอยแดงก่อนจะมองหน้าเจ้าผีทรายที่หลับสนิท
   "ละเมอหรอกเหรอ?" ข้าแตะหน้าผากของเขาก่อนจะเอาผ้าชุบน้ำบิดพอหมาดๆ แล้วเอาวางไว้ตรงหน้าผากของเขา
   "ไอริ...หนีไป...."
   "........"
   ข้ามองเขาด้วยความสงสาร ไอริ คงจะเป็นชื่อของคนรักเขาคงพลัดพรากตอนสู้ในสงครามสินะ
   เฮ้อ...ข้าว่าข้าคงต้องไปแล้วล่ะ ต้องสั่งให้พวกเฟนนิคและสลิมลาดตระเวนป่าให้ถี่ถ้วนกันสักหน่อยแล้วเผื่อเจอผู้ที่บาดเจ็บจากสงคราม
   หมับ!
   ข้ามองมือที่โดนจับไว้ก่อนจะแกะออกวางไว้ที่ข้างตัวแล้วเดินออกจากห้องไป
   "อย่า...ไป..." เสียงนั้นเอ่ยอย่างแผ่วเบาข้าหยุดชะงัก
   "...แล้วข้าจะกลับมาเยี่ยมก็แล้วกัน" เอ่ยจบข้าก็ออกไปสั่งการเฟนนิคที่กำลังคุยสนุกกับคริกซี่
   "เฟนนิค..."
   "ครับท่านอารัม"
   "เจ้ากับสลิมจงไปลาดตระเวนบริเวณชายป่าว่ามีสิ่งใดผิดปกติแล้วมารายงานข้า"
   "ครับท่าน!!"
   เฟนนิครับคำสั่งก่อนจะโบกมือให้คริกซี่แล้ววิ่งหายไปในป่า ส่วนข้าจะไปหาเทลอันนาสต้องปรึกษากับนางเรื่องความปลอดภัยของป่าTwilight forestแล้วล่ะ ถ้าหากว่ามีผู้คนที่หนีจากสงครามหลงมาที่นี้แสดงว่ากองทัพปีศาจนั้นอยู่ไม่ไกลจากที่นี้เป็นแน่
   "น่าแปลกใจที่เจ้ามาหาหาข้าเช่นนี้อารัม" เทลอันนาสเอ่ยขึ้น
   "แล้วเจ้ารู้รึยังล่ะว่ามีมนุษย์ที่หลงจากสงครามมาที่นี้" ข้ากอดอกขณะพูดกับนาง
   "ข้ารู้แล้ว..." เทลอันนาสตอบ
   ข้าปรายตาไปที่ซิล "ข่าวเร็วดี...แล้วเจ้าเตรียมพร้อมอะไรไว้บ้างล่ะ"
   "เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลยอารัม เรามีผู้ที่จะช่วยปกป้องป่าแห่งนี้แล้วนั้นก็คือ บลอดัมและอิบเนธ พวกเขาเต็มใจช่วยเราอย่างแน่นอน" นางยิ้มพอข้ามองไปที่เจ้าสามตาขาลม รายนั้นก็ทำท่าไม่สนใจสายตาข้า
   "...เขามีพลังมากพอที่จะช่วยปกป้องป่าแห่งนี้" ซิลเอ่ยบอก
   "ก็แล้วไป..." ถ้าหากว่ามีพวกเขาก็คงจะปกป้องป่านี้ได้ สัตว์ในตำนานผู้แบกเสาแห่งแสงและต้นไม้มีชีวิตที่อยากรู้อยากเห็น
   "ข้าไม่มีธุระอะไรแล้ว ลาล่ะ" ข้าหมุนตัวหันหลังเดินออกจากปราสาทของเทลอันนาสตรงไปยังที่รักษาของเพย์น่า
   "อ้าว อารัมมาแล้วเหรอ?" เพย์น่าทัก
   "อื้ม เจ้าผีทรายเป็นไงบ้าง" ข้าถาม
   "หมายถึงมนุษย์คนนั้นน่ะเหรอ ตอนนี้เขารู้สึกตัวแล้วล่ะกำลังนอนพักอยู่" เพย์น่าตอบขณะใช้พลังรักษานกบสดเจ็บตัวหนึ่ง
   "งั้นข้าไปเยี่ยมหน่อยแล้วกัน"
   ข้าเดินก้าวยาวๆ เข้าไปยังโซนที่พักของผู้ป่วยเลโอเดินมาคลอเคลียอยู่ข้างๆ ข้าจึงสั่งให้ออกไปรออยู่ข้างนอกก่อนแล้วจะไปเล่นด้วย
   "ข้าเข้าไปนะ"
   ข้าแหวกม่านเถาวัลย์ออกเห็นเจ้าผีทรายยังคงนอนหลับพริ้มอยู่บนเตียงข้าจึงเดินไปนั่งที่ข้างเตียงพลางมองสำรวจใบหน้าของเขาอย่างพินิจพิจารณา
   ใบหน้าคม ผิวเข้มคล่ำแดด จมูกโด่งสัน ริมฝีปากหนาหยักสวย ที่ตาข้างขวามีรอยแผลเป็นเป็นทางยาว ถ้าหากลืมตาขึ้นคงจะมีสายตากะล้อนจ้องกลับมาข้าจำได้ตอนเจอกันที่ปราสาทนั้นแต่ว่า....
   มองไปมองมาเขาก็หน้าหล่อเหลาจนน่าหมั้นไส้เลยแหะ อยากชกหน้าสักทีสองทีไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
   "เฮ้อ....รีบๆ ฟื้น รีบๆ หาย เจ้าจะได้ออกจากป่านี้สักที" ข้าพึมพำพลางกอดอกเชิดหน้าขึ้น แล้วทำไมข้าต้องมาเฝ้าเขาด้วยล่ะ
   "อา...."
   หือ? เขาพึมพำอะไรน่ะอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำแน่ะ
   ข้าขยับตัวไปใกล้เขาเพื่อฟังสิ่งที่เขาพูดแต่ก็เงียบไปซะแล้ว เชอะ! ข้าไม่อยากรู้แล้วก็ได้
   กึก
   "!?"
   ทำไมจู่ๆ ถึงขยับตัวไม่ได้
   "หืม ไม่คิดว่าจะมีสาวน้อยจะลักหลับข้านะเนี่ย" 
   ข้าหันไปจ้องเจ้าของเสียง เจ้าผีทรายนอนยิ้มกริ่มอยู่พร้อมหยักคิ้วกวนใส่ข้า
   "นี้เจ้าแกล้งหลับงั้นเหรอ" ข้าโวยพร้อมกับดิ้นให้หลุดจากแขนของเขาที่ล็อกเอวข้าไว้
   "ป่าเลย ข้าหลับตาอยู่ต่างหากล่ะว่าแต่เจ้าเนี่ยหน้าคุ้นๆ เหมือนเคยเจอที่ไหนนะ"
   "ปล่อยข้าเจ้าผีทราย!" ข้าดิ้น
   "ผีทราย อ้อ ข้านึกออกแล้วเจ้าคือคนที่ข้าเจอที่ปราสาทของมอทอสแต่ทำไมแตกต่างจากเดิมไปล่ะ" เขาจ้องหูสิงโตของข้าด้วยความสงสัย
   "ปล่อยข้าได้แล้ว!" ข้าโวย
   เขายอมปล่อยข้ารีบดีดตัวมานั่งกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างถือตัว
   "ข้าเป็นผู้พิทักษ์ป่าTwilight forest ชื่อของข้าคือ อารัม รู้เอาไว้ซะว่าข้าคือผู้ที่ช่วยเจ้าให้รอดชีวิต"
   "อ้อ...งั้นเหรอแล้วไงต่อ"
   คิ้วของของข้ากระตุกอย่างรู้สึกหงุดหงิด กวนหน้านิ่งชะมัดรู้สึกคันมืออยากต่อยหน้าคนป่วยซะแล้วสิ
   "ข้าชื่อ มูราด เป็น....เจ้าชายแห่งเมืองทะเลทรายที่ล่มสลายไปเพราะฝีมือแอซแซนก้า" เขาเอ่ยขึ้น "และข้าก็ทำสงครามเพื่อที่จะชิงเมืองกลับคืนมาแต่เพราะแอซแซนก้ามีกำลังสนับสนุนที่เป็นถึงราชาปีศาจทำให้ข้าพลาดท่าได้รับบาดเจ็บแล้วหลงมาที่นี้แหละ ไม่คิดว่าเจ้าจะช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าขอขอบคุณจากใจจริง"
   "....." ข้าถึงกับนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก
  "ข้าพลัดหลงกับกองทัพของข้าและ..."
   "คิดถึงคนรักอยู่สินะ" ข้าเอ่ยต่อ
   "อืม...ไม่รู้ว่าปลอดภัยดีรึเปล่า" มูราดมีท่าทีเป็นห่วง
   "...งั้นเจ้าก็พักผ่อนให้อาการดีขึ้นซะสิแล้วข้าจะช่วยพาเจ้าไปหากองทัพของเจ้า" ข้าเสนอ
   "จริงเหรอ"
   "อื้มๆ "
   หมับ!
  "!?"
  "ขอบคุณนะ เจ้ามีพระคุณกับข้ามากเลยอารัม"
   ข้าตกใจที่จู่ๆ ก็โดนกอดแบบกะทันหันทั้งชีวิตของข้าไม่เคยถูกใครกอดนอกจากท่านพ่อพอโดนกอดแบบนี้ก๋รู้สึกแปลก
   ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!
   หวาๆ ไหงใจข้าเต้นแรงอย่างนี้ล่ะแถมยังรู้สึกร้อนๆ ที่แก้มด้วย
   พลั่ก!
   "เจ้ามีคนรักอยู่แล้วไม่ควรกอดข้านะ" ข้าบอกพร้อมกับเสหน้าไปทางอื่น
   "อา ก็ได้ๆ เจ้านี้ถือตัวดีแหะข้าก็แค่กอดในฐานะเพื่อนเท่านั้นเอง" มูราดหัวเราะแล้วผละออกจากข้า
   อึก! ทำไมจู่ๆ ข้าถึงรู้สึกเจ็บ
   "เอาล่ะ ข้ามีธุระต้องไปทำอีกเจ้าก็พักผ่อนเถอะจะได้หายไวๆ " ข้าบอกก่อนจะลุกขึ้นยืน
   "อืม ขอบคุณนะ" มูราดยิ้ม
   ข้าเสหน้าไปทางอื่นพยายามที่จะไม่มองรอยยิ้มที่มีเสน่ห์นั้น
   "แล้วข้าจะมาเยี่ยมใหม่"
    ถึงจะบอกไปว่ามีธุระต้องมาทำแต่จริงๆ ไม่มีเลยเพราะส่วนใหญ่ข้าก็แค่สำรวจป่าว่ามีผู้บุกรุกหรือไม่ก็เท่านั้น
   ข้านอนพิงเลโอพลางมองดูท้องฟ้ายามค่ำคืน ดวงดาวนับร้อยส่องแสงระยิบระยับงดงามมาก เขาจะได้ดูดาวแบบข้ารึเปล่านะ..
   วันต่อมา
   ข้าสำรวจป่าอย่างทุกๆ วันแต่ว่ารอบๆ ชายป่ามีพวกสมนุปีศาจชั้นต่ำมาป้วนเปี้ยนข้ากับเฟนนิคและสลิมก็จัดการไปเยอะพอสมควร
   "อ่า เจ้าพวกนี้ทำไมถึงได้เยอะแยะแบบนี้เล่นเอาข้าเหนื่อยไปหมดทั้งตัวเลย" เฟนนิคบ่น
   "หึ เจ้าฝีมืออ่อนเองนะสิ" สลิมว่า
   "นี้เจ้า!!"
   "พอได้แล้วน้าทั้งคู่ ไปพักผ่อนเถอะไป" ข้าเอ่ยห้าม
   "ครับท่านอารัม"
   ส่วนข้าก็ขอแวะไปดูมูราดหน่อยก็แล้วกัน
   "สวัสดีเพย์น่า" ข้าทัก
   "สวัสดีจ้ะอารัม" เพยน่าทักตอบ "เขาอาการดีขึ้นมากแล้วล่ะ กำลังรอเจ้าอยู่ด้านในเลย"
   "หือ?" ข้าเอียงคออย่างงงๆ ก่อนจะเดินไปยังโซนที่พักผู้ป่วย
   "ข้าเข้าไปนะ" พูดพร้อมแหวกม่านเถาวัลย์ออกแล้วเดินตรงไปที่เตียงของมูราด
   ก็หลับอยู้ไม่ใช่รึไงแล้วไหนเพย์น่าบอกว่ารอข้า พิลึกล่ะ
   "งั้นค่อยมาใหม่ก็แล้วกัน" ข้าวางกระเช้าผลไม้ไว้ตรงโต๊ะหัวเตียงก่อนจะหันหลังเดินแต่...
   หมับ!!
   "!?" ข้าหันไปจ้องมูราดที่จับข้อมือข้าไว้
   "คิดว่าจะหลงกล" มูราดยิ้มกวน
   "หลงกล? ไม่มีทางซะหรอก" ข้าตอบก่อนจะปลดมือมูราดออกแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง
   "ถ้าข้าหายดีแล้วเจ้าจะช่วยข้าจริงๆ งั้นเหรอ?"
   "ก็จริงนะสิ ข้าพูดแล้วไม่กลับคำหรอก"
    "ขอบใจเจ้าจริงๆ นะ"
   "รู้แล้วๆ เจ้าก็พักผ่อนร่างกายซะ อีกเดี๋ยวก็คงหายสนิทแล้วล่ะ" ข้าบอกก่อนจะยื่นมือไปแตะหน้าผากเขา "ไม่มีไข้แล้วล่ะ"
   "ข้าเป็นไข้ด้วยเหรอ?"
   "อื้ม แถมเพ้ออีก"
   "อ่า น่าอายจริง" มูราดเกาแก้มแล้วหันหน้าไปอีกทาง
   "ไอริ...หนีไป...." ข้าเอ่ยขึ้นมูราดหันมาจ้องข้าทันที "นี้คือคำที่เจ้าเพ้อ"
   "......."
   "เจ้าพอจะบอกข้าได้มั๊ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น กองทัพของเจ้า หรือแม้กระทั่ง....คนรักของเจ้า" ท้ายประโยคข้ารู้สึกว่ามันเบาหวิวเหลือเกิน
   "ข้า...ทำสงครามเพื่อต่อต้านกองทัพปีศาจของมารอซและชิงเมืองคืนจากแอซแซนก้า ข้ารวบรวมเหล่าพันธมิตรไปร่วมต่อสู้และไอริ นางเป็นนินจาที่เคยสู้กับมารอซนางก็เข้าร่วมสงครามด้วยแต่ว่าเพราะข้าหลงกลของแอซแซนก้าเลยถูกโจมตี กองทัพแตกพ่ายกระจัดกระจายกันไปหมด ข้าแยกกับไอริร่อนเร่มาจนมาสลบที่ชายป่าอย่างที่เจ้าเห็น" มูราดเล่า ข้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ
   "เฮ้อ...เอาเถอะ ข้าจะสั่งให้คนของข้าตามหากองทัพพันธมิตรของเจ้าให้ มีใครบ้างล่ะ?"
   "อา....จริงสิ มีซานิส เทน แอสทริกและไอริ..."
   "เห แม่ทัพซานิสงั้นเหรอ" คริกซี่น่าจะทำงานนี้ได้
   ข้าลุกขึ้นยืนเตรียมออกไปหาคริกซี่แต่มูราดคว้าชายแขนเสื้อข้าไว้
   "มีอะไร?"
   "เอ่อ ถ้ากลับมาเจ้าพาข้าออกไปเดินเล่นทีนะ"
   ข้ายิ้มเล็กน้อย "ได้สิ ตอนเย็นแล้วกัน"
   มูราดปล่อยมือแล้วนอนลงข้าจึงเดินออกไป ข้าสัญญาว่าจะช่วยเจ้าแน่นอน
   ไม่รู้ว่าเพราะอะไรข้าถึงได้อยากช่วยเขา แปลกดี หึหึหึ
   "คริกซี่...." ข้าเรียกชื่อภูตที่กำลังพูดคุยกับดอกไม้
   "อ้าว อารัมมีอะไรงั้นเหรอ?" คริกซี่หันมาถามเสียงใส นางบินมาหาข้าโดยที่เท้าไม่แตะโดนดอกไม้เลย
   "ข้ามีงานให้เจ้าทำ"

   ตอนเย็นข้ามารับมูราดที่อาการดีขึ้นบาดแผลนั้นเริ่มดีขึ้น ไข้ก็ไม่มี ถือว่าไปไหนมาไหนได้แล้ว
   "ไง อาการเจ้าดีขึ้นมากแล้วสินะ" ข้าทัก มูราดแต่งตัวรอข้าเรียบร้อย
   "เฮ้ๆ ไม่เห็นต้องแต่งตัวขนาดนี้เลย ใส่แบบธรรมดาก็ได้" ข้าว่า เขาสวมผ้าปิดบังใบหน้าอีกแล้ว
   "ความเคยชินน่ะ ไปกันเถอะ" มูราดเอ่ยบอกก่อนจะเดินนำข้าไป
   "เอ่อ เจ้าเดินไปผิดทางนะ" ข้าบอก "ต้องไปทางนี้"
   "เอ่อ....ฮะๆ นำไปสิ"
   ข้าเดินนำออกจากที่รักษาของเพย์น่าเลโอผงกหัวขึ้นเมื่อเห็นข้าเดินออกมา
   "สิงโตสีน้ำเงิน" มูราดจ้องเลโออย่างตื่นตะลึง
   "ที่นี้คือป่ามนตรา มีสัตว์พูดได้และสิ่งมีชีวิตในตำนานอยู่เต็มไปหมด เช่นเพย์น่านั้นแหละ" ข้าบอกพลางลูบหัวเลโอ
   "ข้ารู้จักแค่คริกซี่น่ะนะ" มูราดบอก
   "งั้นเหรอ...." คริกซี่มักชอบออกไปข้างนอกพบเจอกับผู้คนมากมาย
   "เจ้าอยากไปไหนล่ะ?" ข้าถาม
   "ไปไหนก็ได้ อย่างน้อยขอแค่ได้เดินเล่น"
   "อืม...."
   ข้าพามูราดเดินไปทั่วป่ามนตราที่แม้จะตกกลางคืนก็ยังสามารถเดินต่อไปได้เพราะป่ายามกลางคืนสวยมาก
    "พักดูดาวอยู่นี้หน่อยดีกว่า" ข้าบอกก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นหนานุ่ม
   "โอ้โห อยู่ที่นี้เห็นดาวชัดเลยแหะ" มูราดเอ่ยก่อนจะนั่งลงข้างๆ ข้า
   "ข้าน่ะ...เมื่อก่อนไม่คิดว่าตัวเองจะมีพลังควบคุมวิญญาณแห่งพงไพร พอมีแล้วข้าก็กลายเป็นคนสำคัญของป่าแห่งนี้" ข้าพูดขึ้นพลางแหงนหน้ามองท้องฟ้า
   ถ้าเกิดว่าพลังของข้าปกป้องท่านพ่อจากเจ้าพวกนั้นได้ตั้งแต่แรกก็คงจะดี มันน่าจะตื่นตั้งนาน
   "บางทีก็รู้สึกเบื่อที่อยู่แต่ในป่านี้ ทุกครั้งที่เทลอันนาสออกไปข้างนอกข้าก็มักจะขอไปด้วย แต่กลับเข้ามาข้าก็เหงาเหมือนเดิม" ข้าซุกหน้าลงกับหัวเข่า เหงามากๆ เลย
   ตุ้บ!
   "หือ?"
   จู่ๆ มูราดก็ลูบหัวข้าซึ่งไม่เคยมีใครทำกับข้าแบบนี้เลยทำตัวไม่ถูก
   "เจ้าคงเหงามาก ข้าเองหลังจากเมืองล่มสลายไปข้าก็กลายเป็นพรานทะเลทราย อยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางทะเลทรายที่แห้งแล้งแล้วข้าก็ได้พบกับไวโอเล็ตและวอลไฮล์"
   ข้ากระพริบตาตั้งใจฟังเรื่องราวของเขา มันน่าสนใจกว่าเรื่องราวของข้า
   "พวกเขาโดนกองทัพปีศาจทำร้ายมา ข้าจึงคิดที่จะเอาเมืองคืนจากแอซแซนก้าและเริ่มทำสงคราม" มูราดหยุดพัก "และได้เจอกับไอริ..."
   ข้าปัดมือของมูราดออกสายตาก็เห็นดาวตกจึงบอกเขา
   "ดาวตกแน่ะ"
   "หืม?"
   "หลับตาแล้วอธิษฐานดูสิ เพื่อจะได้เจอกับคนรักของเจ้าเร็วขึ้น"
   "นั้นสินะ งั้น..."
   ข้ามองมูราดที่หลับตากุมมือตั้งจิตอธิษฐานขอพรต่อดวงดาว สำหรับข้าน่ะไม่มีสิ่งใดต้องขอได้แต่ชมความงามของดวงดาว
   หาว~ ชักง่วง....แล้ว....สิ....
   ตุ้บ!
   "อ้าว อารัมมาหลับอะไรตรงนี้" มูราดพูดขึ้นพลางมองใบหน้ายามหลับของอารัมยื่นมือไปลูบหัวนางด้วยความเอ็นดู
   
   "อื้อ...เช้าแล้วเหรอ" ข้างัวเงียพอลืมตาขึ้นก็จ๊ะเอ๋เข้ากับหน้าของมูราด ข้ารีบลุกขึ้นนั่งทันที
   เมื่อคืนข้าหลับไปเหรอเนี่ยแถมยังนอนใช้แขนเขาเป็นหมอนอีก ไม่ดีเลยนะ
   "อื้ม! เช้าแล้วเหรอ" มูราดลุกขึ้นนั่งพลางบิดขี้เกียจ "เจ้าตื่นตอนไหน"
   "ก่อนเจ้าเล็กน้อย" ข้าตอบ "ไปที่น้ำตกกันเถอะ"
   "อื้ม ข้าหิวแล้วด้วยสิ"
   "แถวนั้นน่าจะมีผลไม้อยู่ ไปกันเถอะ"
   พูดจบข้าก็เดินนำไปทางน้ำตกล้างหน้าล้างตาก็เก็บผลไม้กินจนอิ่ม
   "เจ้าใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ทุกวันเลยเหรอ" มูราดถาม
   "ปกติข้าก็เดินสำรวจป่าแล้วก็ไปหาคริกซี่กับเพย์น่าหรือไม่ก็นอนเล่นที่ดูดาวนั้นแหละ" ข้าตอบ
   "แล้วสิงโตเจ้าไม่กินเนื้อเหรอ?"
   "อ้อ เลโอเป็นวิญญาณน่ะ"
   "ห๊า!?"
   "ดูเจ้าทำหน้าเข้าสิ ตลกดี"
   มูราดเสหน้าไปทางอื่นข้าหัวเราะและยังแซวเขาต่อจนกระทั่งคริกซี่เข้ามาแทรก
   "อารัมอยู่นี้เอง อ๊ะ มูราดเจ้าก็อยู่ด้วยพอดี" คริกซี่บินวนรอบตัวมูราดอย่างคุ้นเคย
   "มีอะไรงั้นเหรอคริกซี่?" ข้าถาม
   "ข้าเจอกองทัพของมูราดแล้วล่ะ" คริกซี่ตอบ
   "จริงเหรอคริกซี่ ทุกคนเป็นยังไงบ้าง" มูราดมีท่าทางตื่นเต้นปนดีใจ
   "ทุกคนปลอดภัยดีตอนนี้กำลังเป็นห่วงเจ้าอยู่น่ะ แต่ข้าบอกว่าเจ้าปลอดภัยและกำลังรักษาตัวอยู่ที่ป่ามนตราพวกเขาก็ดีใจและกำลังมุ่งหน้ามาหาเจ้า" คริกซี่ตอบยาวเหยียด
   "ขอบใจเจ้ามากเลยนะคริกซี ขอบใจเจ้ามาก"
   "ข้าว่าเจ้าควรขอบใจอารัมมากกว่านะ นางเป็นผู้ที่บอกให้ข้าไปตามหากองทัพของเจ้า"
   ข้ากอดอกเมินหน้าไปทางอื่น มีหลายเรื่องที่ข้าต้องเตรียมรับมือถ้าเกิดว่ากองทัพของมูราดมาที่นี้แน่นอนว่ากองทัพของพวกปีศาจก็จะมาด้วย
   "อารัม..."
   "หืม?"
   หมับ!
   "!?"
   "ขอบคุณเจ้ามากนะ"
   ข้านิ่งอึ้งที่จู่ๆ มูราดก็กอดข้าพอรู้สึกตัวข้าจึงผลักเขาออก
   "...ไม่เป็นไร ข้ายินดีช่วย" ข้าบอก "เอาล่ะ ข้าจะไปเตรียมตัวรับมือสักหน่อยเจ้าพามูราดไปหาเพย์น่าเพื่อรักษาบาดแผลต่อที"
   พูดจบข้าก็เดินออกมายกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายที่เต้นผิดจังหวะ
   เป็นอะไรของข้ากันนะ
   หลังจากที่ข้าปรึกษากับเทลอันนาสเสร็จข้าก็เดินคิดเรื่อยเปื่อยจนไม่รู้ว่าตนเองเดินออกมาที่เขตชายป่า
    "ให้ตายสิ เหม่อลอยแล้วเดินไปเรื่อยจริงๆ " ข้าก่นด่าตัวเองแล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวผมขาวเงินสวมผ้าปิดปากยืนแอบอยู่บนต้นไม้
   "นี้เจ้าน่ะ ลงมาซะเถอะซ่อนไปก็ไร้ประโยชน์" ข้าเอ่ยขึ้น
   นางสะดุ้งและทำท่าจะหนีแต่ข้าก็ใช้ให้เลโอไปดักทางไว้
   "ข้าบอกแล้วไงว่าให้ลงมาดีๆ " ข้าพูดพร้อมกับย่างเท้าไปใกล้นางที่สวมชุดแนบตัวมิดชิดราวกับนินจา
   เดี๋ยวนะ นินจางั้นเหรอ
   "เจ้าคือไอริรึเปล่า?" ข้าเอ่ยถาม
   "ทำไมเจ้ารู้ชื่อข้า" นางตวาดกลับท่าทางเกรียวกราด
   นี้คิดว่าข้าเป็นปีศาจรึไง
   "มาหามูราดงั้นสิ" ขอแกล้งสักหน่อยแล้วกันในเมื่อโดนเข้าใจผิดว่าเป็นปีศาจไปแล้วก็...
   "เขาอยู่ที่ไหนบอกข้ามานะ"
   "ข้าจับตัวมูราดเอาถ้ายังอยากเจอเขานักยอมทำตามข้าซะดีๆ " ข้ากระตุกยิ้มเหี้ยม
   "เจ้าต้องการอะไร"
   "ต้องการชีวิตของเจ้าล่ะมั้ง" เอ่ยจบข้าก็ใช้พลังพันธนาการนางไว้ไม่ให้ขยับตัวได้แล้วนำตัวเข้าไปหาเพย์น่า
    "เจ้าพาข้ามาที่ไหนน่ะ?" ไอริโวยพร้อมดิ้น ให้ตายสิข้าว่าจะไม่รุนแรงกับนางมากนักแล้วน้า
   "หุบปากแล้วอยู่เงียบๆ ไปซะ ข้าชักรำคาญ" ข้าว่าเลโอขู่เล็กน้อยทำให้นางเงียบไป
   เมื่อมาถึงที่รักษาของเพย์น่าข้าก็ก้าวเข้าโดยไม่ได้ทักเพย์น่า แหวกม่านเถาวัลย์ออกเห็นมูราดนั่งเหม่ออยู่ที่เตียง
   "อ้าว อารัมเจ้าหายไปไห..."
  "ไง ข้าเอาคนรักเจ้ามาให้น่ะ" ข้ายิ้มก่อนจะคลายเวทย์พันธนาการออกจากไอริ
   ฟุ่บ!!!
   "!!!!"
   ข้าหลบอาวุธที่นางปามาได้อย่างฉิวเฉียด นางรีบพุ่งตัวไปหามูราดด้วยความเป็นห่วง
   "มูราดข้ามารับตัวเจ้าแล้ว เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง รีบออกไปจากที่นี้กันอถอะ" นางบอกพร้อมสำรวจร่างกายมูราดไปทั่ว "แผลเจ้า ทำไมถึงไม่มีเลยล่ะก็ตอนนั้น..."
   "อุ๊บ! ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ " สุดท้ายข้าก็กลั้นขำไว้ไม่ไหวไอริและมูราดหันมามองข้าเป็นตาเดียว
   "เจ้าจะหยุดหัวเราะได้รึยังนังปีศาจสิงโต" ไอริชักดาบชี้มาที่ข้าด้วยความโมโห
   "ปีศาจสิงโต? เดี๋ยวสิไอริ นี้อารัมเป็นเพื่อนข้าเอง" มูราดบอกพร้อมกับเข้าไปจับตัวไอริไว้
   "เพื่อน เจ้าเป็นเพื่อนกับปีศาจงั้นเหรอมูราด" ไอริหันมองมูราดท่าทางราวจะขาดใจ
   "คิกๆ คิกๆ พอเถอะ อะแฮ่ม!!" ข้ากระแอมไอ "ข้าชื่ออารัม ยินดีที่ได้แกล้งเจ้านะ" ข้ายิ้ม
  "แกล้ง??"
   "เจ้าไม่รู้เลยรึไงว่าที่นี้คือป่ามนตรา" ข้าเอ่ยถาม
   "ป่ามนตรา จริงเหรอเนี่ย"
   "ก็ใช่นะสิ" ข้าว่า "แล้วก็ขอโทษเรื่องที่หาว่าข้าเป็นปีศาจสิงโตด้วย"
   "เอ่อ....ข้าขอโทษจริงๆ และก็ขอบคุณที่ช่วยดูแลมูราดด้วย ข้าได้ยินจากคริกซี่มาบ้างว่าท่านเป็นผู้ช่วยเขาไว้" ไอริโค้งลงให้ข้า
   "ก็นะ....แล้วพันธมิตรคนอื่นล่ะ" ข้าถาม
   "รออยู่ด้านนอกป่า ข้าเข้ามาที่นี้คนเดียวเพราะเป็นห่วงมูราด"
   "แล้วเจ้าคิดว่ามนุษย์ธรรมดาจะเข้ามายังป่ามนตราได้รึไง ถ้าหากข้าไม่เป็นผู้อณุญาติ" ข้ายิ้ม "ในเมื่อเจอกันแล้วข้าก็ขอตัว..."
   ข้าเดินออกมานั่งอยู่ข้างนอกจู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่ทราบสาเหตุเลโอเดินมาคลอเคลียข้าเพื่อปลอบโยน
   ข้าไม่สิทธิ์ไปรักเขาแม้แต่คิดก็ไม่มีสิทธิ์ เข้าใจนะอารัม...
   "ท่านอารัมแย่แล้วล่ะครับ!!" เสียงของเฟนนิคตะโกนโวกเวกมาทำให้ข้ารีบเช็ดน้ำตาออก
   "มีอะไรเฟนนิค" ข้าถาม
   "กองทัพปีศาจบุกมาแล้วครับ ตอนนี้มีกองทัพของมนุษย์ต้านเอาไว้อยู่" เฟนนิคตอบ
   "แล้วเทลอันนาสรู้รึยัง"
   "ราชินีบอกให้ข้ามาบอกท่านครับตอนนี้กำลังไปสบทบกับทัพของมนุษย์"
   "ข้าจะไปเดี๋ยวนั้แหละ เจ้าไปบอกไอริกับมูราดด้วย"
   "ครับท่าน"
   ข้าขึ้นขี่เลโอตรงไปหาเทลอันนาสทันที เห็นกองทัพมนุษย์และปีศาจกำลังต่อสู้อยู่ไกลๆ ข้าจึงรีบตรงไปทันที
   "เทลอันนาส" ข้าเรียก
   "อารัม เจ้ามาพอดีเลยมาช่วยข้าที" เทลอันนาสเอ่ยขณะเอาลูกธนูขึ้นสายแล้วยิงออกไป
   "ย่อมได้" ข้าเรียกวิญญาณแห่งพงไพรมาล้อมรอบตัวข้าเมื่อมีปีศาจมาใกล้ก็สลายหายไปเป็นแนวหน้าให้เทลอันนาสยิงอยู่ด้านหลัง
   "โอ้โห้ พลังของสัตว์แห่งป่ามนตราช่างมหาศาลจริง" ซานิสเอ่ยขึ้นขณะต่อสู้กับปีศาจสาวสวยที่มีนามว่า มิน่า
   "นาครอส...." คริกซี่เอ่ยเรียกชื่อของชายสวมเกราะปิดบังใบหน้ามิดชิด
   "ฮ่าๆ ฮ่าๆ พลังของพวกเจ้ามันช่างกระจอกราวกับมดกัดข้าจริงๆ " เสียงหัวเราะของราชาปีศาจ มารอซ ก้องไปทั่ว
   "เฮ้ๆ สนใจเป็นคู่มือกับข้ามั๊ยล่ะเจ้าปีศาจตัวยักษ์" ข้าเอ่ยขึ้นอย่างท้าทาย
   "ไม่นะอารัม" เสียงของเทลอันนาสตะโกนห้ามแต่ข้าไม่ฟัง
   "โฮ้ ปากดีนะนังสัตว์ประหลาด"
   "เฮอะ อย่ามาทำเป็นว่าข้าเลยเจ้าปีศาจชั้นต่ำ"
   มารอซเหวี่ยงดาบใส่ข้าอย่างโมโห ข้าหัวเราะเป็นการเยาะเย้ยและโจมตีสวนกลับ มีพลังมหาศาลก็จริงและเหวี่ยงดาบไปมั่วและตายตัว ข้าเองก็ดูดเลือดของมารอซมาทุกการโจมตี
   "ฮึ่ม! ถือว่าเจ้าก็มีฝีมือพอตัวที่ทำให้ข้าอ่อนแรงได้ขนาดนี้" มารอซเอ่ย
   "หึ เจ้าประเมินพวกข้าต่ำไปต่างหากล่ะ" ข้าตอบเหลือบมองมูราดที่มีสภาพสะบักสะบอมจากการต่อสู้กับปีศาจทรายแอซแซนก้า
   "จัดการเลยมูราด!!"
    "ห๊า!!??"
   ข้าใช้พลังล็อคตัวของมารอซไว้ไม่ให้ขยับมูราดจึงโจมตีแบบต่อเนื่องซึ่งมันส่งผลมาถึงข้าด้วย
   "อั่ก! ข้าพ่ายแพ้ย่อยยับ...." ร่างของมารอซล้มลงกับพื้นพร้อมกับเสียงโฮแห่งชัยชนะ
   ตุ้บ!
   ข้าล้มลงนั่งที่พื้นอย่างอ่อนแรงสูญเสียพลังไปกับการพันธการมารอซและรับดาเมจจากการโจมตีของมูราดซึ่งมันเป็นข้อแลกเปลี่ยนในการใช้พลัง
   "แฮ่กๆ แฮ่กๆ แฮ่กๆ " สุดท้ายข้าก็ล้มลงยังดีที่เลโอมารับข้าไว้
   "อารัม อารัม อารัม แข็งใจไว้" เสียงของมูราดเอ่ยเรียกพร้อมกับเขย่าตัวข้า
   "มันเป็นข้อแลกเปลี่ยนในการใช้พลัง ในระหว่างที่กักขังศัตรูไว้และถูกโจมตีต่างฝ่ายต่างแลกความเจ็บปวดของกันและกัน ซึ่งในขณะที่เจ้าโจมตีใส่มารอซอารัมก็ได้รับผลนั้นไปด้วย" เทลอันนาสอธิบาย
   "ไม่นะ ข้าขอโทษ ข้าขอโทษนะอารัม" มูราดก้มลงร้องไห้
   "เฮ้ๆ เจ้าอย่ามาทำเป็นอ่อนแอเชียวนะ อั่ก!" ข้ากระอักเลือด อยากหลับจัง...
   "อารัม!!!"
    "ใจเย็นๆ น้านางแค่หลับไปเฉยๆ นางยังมีชีวิตอยู่" เทลอันนาสบอกขณะให้คริกซี่ช่วยรักษาบาดแผลของอารัม "แต่ว่าก็สาหัสมาก"
   มูราดโล่งใจเล็กน้อยพลางคิดว่าเมื่อกี้นี้นางสู้กับมารอซได้อย่างสูสีนางแทบจะไม่มีบาดแผลจนกระทั่งนางยอมใช้พลังที่แลกเปลี่ยนความเจ็บปวดให้เขาได้เป็นคนผิดฉากมารอซ
   "หือ....นี้มัน" มูราดหยิบนาฬิกาทรายเรือนเล็กที่ตกอยู่ใกล้ๆ กับอารัม
   นาฬิกาทรายที่มีพลังวิเศษ ทรายที่อยู่ภายในคือทรายจากอาณาจักรของมูราด
   "อารัมเจ้าคือเพื่อนของข้า" มูราดกุมมือเล็กของอารัมและอีกข้างกุมนาฬิกาทรายไว้ "ข้าขอพรจากเม็ดทรายที่แสนบริสุทธิ์ ขอให้พลังนั้นได้โปรดรักษาชีวิตของหญิงสาวผู้เป็นสหายของข้าด้วยเถิด"
   เกิดแสงสว่างไปทั่วบริเวณพร้อมกับบาดแผลของอารัมก็ค่อยๆ หายไปไม่เหลือร่องรอยแม้แต่นิดเดียวก่อนที่แสงนั้นจะหายไป
   "อื้อ..." อารัมครางเบาๆ ปรือตาขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนื่อยล้า
   "อารัมเป็นอย่างไรบ้าง" มูราดถามด้วยความเป็นห่วง
   "ข้า....ง่วง...." สิ้นเสียงอารัมก็หลับไป มูราดคลี่ยิ้มอย่างโล่งอก ไอริมองดูอารัมรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่นางไม่มีอาการบาดเจ็บอะไรเลย
   "นาฬิกาทรายเรือนนั้นมันอะไรกันน่ะ?" นางถาม
   มูราดมองนาฬิกาทรายในมือที่ค่อยๆ สลายไปช้าๆ
   "มันเป็นของวิเศษของอาณาจักรข้าน่ะ ทรายนั้นมีพลังในการทำให้สมปราถนาเพียง 1 อย่าง" มูราดตอบ "ตั้งแต่อาณาจักรล่มสลายไปข้าก็ไม่คิดว่าจะได้เจอกับของพวกนี้อีก"
   และมันยังช่วยชีวิตของอารัมอีก

   ..................................

   "เฮ้อ....มูราดจะแต่งงานแล้วสิน้า" ข้าพึมพำหลังจากที่ได้รับบัตรเชิญ
   "เจ้าจะไปร่วมงานแต่งสินะ" เทลอันนาสพูดขึ้น
   "อื้อ....ก็ต้องไปนะสิ เพื่อนกันนิ" ข้ายิ้มก่อนจะเดินออกไปข้างนอก
    เพื่อนที่ข้าคิดเกินเพื่อน....
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #19 ~•王丽房•~ (@lolioipopscandy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 22:58
    แงงงงมายเมน
    #19
    1
    • #19-1 Caty1317 (@Caty1317) (จากตอนที่ 10)
      7 พฤศจิกายน 2561 / 01:04
      Nani kore!?
      #19-1
  2. #7 ICZN-7S (@DIANA7) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 15:09
    ฮือออ สงสารอารัม
    #7
    0