Move on เป็นวงกลม (end)

ตอนที่ 7 : มูฟออนครั้งที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 963
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    15 พ.ค. 63

มูฟออนครั้งที่ 6

 

เช้านี้ผมตื่นมาด้วยความไม่ค่อยสดชื่นนักเพราะยังหลงเหลืออาการมึนหัวกับเจ็บจมูกอยู่บ้างเล็กน้อย เมื่อคืนได้ก้าวหน้ามานอนเป็นเพื่อนผมคอยสังเกตอาการที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาแต่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ หลังจากก้าวหน้ามาถึงผมก็อาบน้ำกินข้าวกินยาแก้ปวด อยู่ดูหนังกับก้าวหน้าได้ไม่นานเท่าไหร่ผมก็หลับไป หลับเป็นตายเลยครับเพิ่งมาตื่นเอาตอนเช้านี่เอง เรียกได้ว่านอนนานที่สุดแล้ว

ส่วนเหตุการณ์บนรถหลังจากนั้นไม่มีอะไรมาก ผมเองก็ทนเขินต่อไปไม่ไหวรีบบอกลาแล้วลงจากรถทันที แถมยังวิ่งหนีเข้าหอจนพี่คินต้องเปิดกระจกรถตะโกนว่าห้ามวิ่งเอาไว้ก่อน ผมเลยเปลี่ยนมาเดินเร็วๆแทน

ช่วงเย็นพี่คินมีโทรมาหารอบหนึ่งตอนผมกำลังดูหนังอยู่ โทรมาถามอาการว่าเป็นยังไงบ้าง ก้าวหน้ามาหรือยัง กินข้าวกินยาหรือยัง แถมกำชับมาอีกว่าถ้าไม่ไหวให้โทรหาพี่เขาได้ตลอด เมื่อเช้าก็ไลน์มาหาถามไถ่อาการ เน้นว่าถ้าไม่ไหวให้หยุดเรียนไปตอนเย็นก็ไม่ต้องเข้ามาที่สนามอีก แต่ผมบอกไปแล้วว่าไหวครับ นั่งมึนหัวได้สักพักพอกินข้าวกินยาอีกรอบอาการเหล่านี้ก็ดีขึ้นไปเรียนได้ปกติ

"น่านแกเป็นไงบ้าง เมื่อคืนฉันจะไปหาแกที่หอแล้วนะแต่ก้าวบอกว่าแกหลับไปแล้วอะ"

"เราโอเคขึ้นเยอะแล้วขอบใจมากนะแป้ง ดีแล้วที่ไม่มาดึกๆมันอันตรายยิ่งแกเป็นผู้หญิงอีก"

"คนรอบข้างมากกว่ามั่งที่ต้องระวังอันตรายจากแป้ง"

ผัวะ!

"หยาบคาย! สวยๆแบบฉันต้องระวังอันตรายน่ะถูกแล้ว"

"ตีมาได้! แน่ใจนะว่านั้นมืออะ"

"เอาอีกสักทีไหมฮะ"

"พอๆทั้งสองคน คนอื่นมองมาหมดแล้ว ไปขึ้นเรียนกันเถอะ"

เจอกันทีไรเป็นตีกันตลอดเลยสองคนนี้ ถ้าเป็นแฟนกันคงต้องบอกว่าระวังจะมีลูกหัวปีท้ายปี แต่ผมมั่นใจเลยว่าสองคนนี้ไม่มีทางลงเอยกันแน่นอน!

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

"หิวแล้ว หิวมากกกกกกกก"

"ช่วยรักษากิริยาความเป็นผู้หญิงหน่อยแป้ง หรือไม่ก็ทำตัวเชิดๆสวยๆให้สมกับเป็นผู้นำเชียร์หน่อย"

"บ่น บ่น บ่น บ่นอะไรหนักหนาฮะ เหมือนนายอยากจะมีปัญหากับฉันจังเลยนะ"

ตีกันอีกแล้วครับสองคนนี้ว่างเป็นตีกัน ผมควรจับสองคนนี้แยกออกจากกันยังไงดี

"เราขอเถอะอย่าเพิ่งเถียงกันเลย รีบไปโรงอาหารหาโต๊ะนั่งก่อนเถอะนะ ไหว้แล้ว"

"เห็นแกน่านหรอกนะจะยอมให้ก็ได้ ชิ!"

สงบศึกสองคนนั้นได้พวกผมสามคนก็เดินมาถึงโรงอาหาร ตอนนี้เป็นช่วงก่อนพักเที่ยงนิดหน่อยโชคดีที่อาจารย์ปล่อยไว ไม่งั้นไม่มีโต๊ะว่างแน่ๆ

"น้องน่านของพี่มาให้พี่จุ๊บเหม่งปลอบใจที" 

ยังไม่ทันที่จะได้หาโต๊ะนั่งเลยครับ ผมก็ได้ยินเสียงใครสักคนเรียกผมเอาไว้ พอหันไปมองก็เจอเข้ากับเจ๊ขนมป้าเทคของผม เสียงนี่มามาก่อนตัวเสมอเจ๊ขนมถึงจะตัวเล็กแต่ชอบเล่นใหญ่เสมอเลยครับ

"โอ๋ๆน้า เจ็บมากไหมไปหาหมอหรือยัง แล้วใครเป็นคนทำรู้ตัวหรือยัง เจ๊จะได้ไปจัดการให้”

“ผมไม่เป็นอะไรแล้วครับเจ๊ดีขึ้นมากแล้ว ว่าแต่เจ๊รู้ได้ไงครับ”

“เมื่อเช้าเจอคินน่ะ เลยถามถึงน้องน้อยของเจ๊ถึงรู้ว่าเราเจ็บตัว ตอนพักเลยตั้งใจมาหา”

“ขอบคุณมากนะครับ ว่าแต่เจ๊ไปนั่งทานข้าวด้วยกันไหมครับพวกผมกำลังจะไปหาโต๊ะนั่งพอดี”

“เอาสิเจ๊ไปนั่งด้วย”

พอได้โต๊ะนั่งแล้วพวกเราสี่คนก็แยกย้ายกันไปซื้อข้าวก่อนจะกลับมานั่งทานพร้อมกัน

“นี่น่านไม่คิดจะแนะนำเพื่อนให้รู้จักเลยหรือไง”

“แหะๆ ขอโทษที่เจ๊ นี่ก้าวหน้ากับแป้งพายครับ แล้วก็นี่เจ๊ขนมป้าเทคของเรา”

“สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ”

“ดีจ้าเด็กๆ แหมเด็กสมัยนี่หน้าตาดีกันจริงๆเลย”

"เจ๊ก็พูดเกินไปค่ะ พวกเราก็ปกติธรรมดามากๆค่ะ"

"จริงครับเจ๊แบบแป้งคือธรรมดามากครับ มีให้เห็นทั่วไปเหมือนพวกปลาในตลาดสด แต่แบบผมนี่แหละครับที่เรียกว่าหน้าตาดี"

"ไอ้ก้าว! แกอยากมีเรื่องกับฉันจริงๆใช่ไหมฮะ แหมทำมาพูดว่าตัวเองหน้าตาดีแหวะ ถ้าฉันหน้าเหมือนปลาตลาดสดแกก็เป็นได้แค่ปลาร้าในไหเท่านั้นแหละย่ะ"

"พอกันได้แล้วทั้งสองคน เกรงใจเจ๊เขาบ้างมาทะเลาะกันต่อหน้าเจ๊ได้ยังไง"

"ก็ได้/ก็ได้"

"เพื่อนแกจะไม่ตีกันจริงๆใช่ไหม"

"ไม่หรอกเจ๊ปกติของสองคนนี้เขา"

จบศึกครั้งที่ร้อยของวันเราสี่คนก็เริ่มกินข้าวกันจริงจังสักที มีบ้างที่หาหัวข้อน่าสนใจมาคุยกันบ้าง แต่บทสนทนาส่วนใหญ่บนโต๊ะจะโดนเจ๊ขนมกับแป้งพายผูกขาดสะมากกว่า สองสาวหาเรื่องมาเมาท์กันได้ตลอด ส่วนผมกับก้าวหน้ามีหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดี มีบ้างที่จะมีส่วนร่วมในบทสนทนา

กินข้าวไปได้สักพักผมก็หันไปเจอกลุ่มของพี่คินกำลังเดินเข้าโรงอาหารกันครับ เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาเลย ด้วยรูปร่างหน้าตาแต่ละคนที่ทั้งสวยหล่อพ่วงด้วยตำแหน่งหน้าที่ของแต่ละคน แค่นี้ก็เรียกความสนใจจากคนทั้งโรงอาหารได้แล้ว

"ชวนพวกพี่เขามานั่งด้วยกันไหม โต๊ะเรายังว่างอยู่" 

แป้งพายเสนอไอเดียให้ชวนพวกพี่เขามานั่งด้วยกัน

"เอาสิยังไงก็คนกันเองทั้งนั้น เดี๋ยวเราโทรหาพี่สกายให้"

แต่ยังไม่ทันที่ก้าวหน้าจะโทรหาพี่สกายก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามากอดแขนพี่คินเอาไว้ก่อน ผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่สวยมากเลยครับ รูปร่างสูงเพรียวเหมือนนางแบบ หน้าตาสวยคม ผิวขาวออร่ามาก ทั้งสองคนยืนคุยกันท่ามกลางคนมากมายในโรงอาหาร แต่กลับโดดเด่นออกมาเหมือนมีสปอร์ตไลท์ส่องสว่างให้คนทั้งคู่

จากตรงที่ผมนั่งไม่ได้ยินว่าเขาสองคนคุยอะไรกันแต่ท่าทางหัวเราะต่อกระซิก มือที่ยังเกาะแขนไม่ปล่อยมีบางครั้งที่เผลอตีลงไปแสดงออกว่ารู้สึกเขินกับคำพูดของพี่คิน และการกระทำของพี่คินต่อผู้หญิงคนนั้นที่แสดงออกมาสนิทสนมกันทั้งลูบผม จับมือที่เกาะแขนของตัวเองอีก

ช่างเป็นภาพที่บาดตาบาดใจทำเอากินข้าวไม่ลงแล้ว คุยกันได้ไม่นานทั้งสองคนก็ผละออกจากกัน ผู้หญิงคนนั้นเดินออกจากโรงอาหารไป ส่วนพี่คินเดินไปหากลุ่มเพื่อนที่เดินแยกไปตั้งแต่ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามา

"เจ๊คนเมื่อกี้ใครเหรอ" 

ผมอดที่จะถามเจ๊ขนมไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ทำไมดูสนิทสนมกับพี่คินเป็นพิเศษทั้งๆที่ผมแทบจะไม่เคยเห็นพี่คินให้ความสนใจผู้หญิงคนไหนมาก่อน หรือดูสนิทกับผู้หญิงคนไหนนอกจากเจ๊ขนมที่เป็นพี่เทค พี่ของขวัญกับพี่ยี่หวาที่เป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน

"นางชื่อลูกพีช เรียนนิเทศฯ ดาวมหาวิทยาลัยปีเดียวกับคิน เห็นว่าสองคนนี้กิ๊กๆกันอยู่มั่งนะเจ๊ไม่แน่ใจเท่าไหร่ แต่คนเขาก็พูดๆกันเพราะปกติคินมันก็ไม่ค่อยสนิทกับผู้หญิงคนไหนมากเป็นพิเศษเห็นก็มีแค่เจ๊ ของขวัญกับยี่หวาแล้วก็นางนั้นแหละ"

ใจผมมันรู้สึกวูบไหวแปลกๆ เหมือนมีใครเอามือมาบีบรัด ภาพเมื่อกี้ยังคงติดตาผมอยู่แม้พวกพี่เขาจะแยกจากกันแล้วก็ตาม แถมพอมารู้ว่าทั้งสองคนอาจจะกิ๊กกันอีกใจผมตอนนี้แฟบลงเหมือนลูกบอลโดนปล่อยลมเลยครับ

Rrrrrrr

"เพื่อนเจ๊โทรตามแล้วเจ๊ไปก่อนนะเด็กๆ"

"สวัสดีครับ/สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ"

"อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะน่านมันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้" 

แป้งพายเอ่ยปลอบผมทันทีที่เจ๊ขนมลุกออกจากโต๊ะไป

"เออจริง อาจจะเป็นเพื่อนกันแบบพวกพี่ของขวัญก็ได้นะ"

"เราอยากคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ก็ต้องเผื่อๆใจไว้บ้างถ้าเขาสองคนเป็นอะไรที่มากกว่าเพื่อนจริงๆ เราก็ต้องตัดใจแล้วถอยออกมา" 

ผมเองก็ได้แต่หวังว่าเขาสองคนจะเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆนะ เฮ้อ ~ ~

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

ผ่านไปสองวันหลังจากเหตุการณ์วันนั้นในโรงอาหาร ตอนแรกผมกะไว้ว่าจะยังไม่คิดมากอะไรกับความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ แต่ดันมาโดนตอกย้ำจากเพจของมหาวิทยาลัยที่ลงรูปของทั้งสองคนที่โรงอาหารกับแคปชั่นในทำนองดาวเดือนกลับมาเจอกันอีกครั้งพร้อมโมเมนต์ฟินๆ หลังจากห่างหายไปนานเพราะปิดเทอม

ผมจึงเริ่มไล่ดูโพสเก่าๆจาก #คินพีช มีทั้งรูปตั้งแต่วัน First Day ที่พี่คินไปส่งพี่ลูกพีชที่คณะ ภาพตอนประกวดดาวเดือนที่ทุกกิจกรรมจะต้องเห็นพี่เขาตัวติดกัน ภาพตอนพี่คินแข่งฟุตบอลแล้วมีพี่ลูกพีชมานั่งเฝ้า และโมเมนต์อื่นๆที่ใครได้เห็นก็เดาได้ไม่ยากเลยว่าทั้งสองคนเป็นอะไรกัน

"ทำไมทำหน้าเศร้าแบบนั้นล่ะน่าน ดูอะไรอยู่เหรอ" 

แป้งพายยังไม่ฟังคำตอบของผมก็ก้มหน้าลงมาดูโทรศัพท์ของผมที่เปิดหน้าเพจของมหาวิทยาลัยค้างอยู่

"โห สรุปพี่เขาสองคนเป็นแฟนกันเหรอเนี่ย อุ๊ย! ขอโทษทีนะน่านเราไม่ได้ตั้งใจ"

"ไม่เป็นไรหรอกแป้งเราเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"

"มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่คิดก็ได้นะ"

"อาจจะไม่ใช่แฟนแต่เป็นคนคุยๆกันหรืออะไรก็ได้ แต่เราว่ามากกว่าเพื่อนแน่ๆ นี่เราจะอกหักตั้งแต่ยังไม่ได้บอกความรู้สึกเลยเหรอเนี่ย เฮ้อ ~"

"มานั่งถอนหายใจอะไรตรงนี้ ทำไมไม่ไปจองโต๊ะที่โรงอาหารกันอะ"

ก้าวหน้าที่เพิ่งคุยเรื่องรายงานกับอาจารย์เสร็จเอ่ยถามพวกผมออกมา

"กำลังจะไปไง แต่นายดูนี่สิ" 

แป้งพายหยิบโทรศัพท์ในมือผมส่งให้ก้าวหน้าดู

"เราว่าอย่าเพิ่งคิดไปเองเลย อยากรู้อะไรถามเจ้าตัวไปตรงๆเลยดีที่สุด"

"ใครจะกล้าถามกัน ช่างมันเถอะไปกินข้าวกันดีกว่า"

ผมหยิบโทรศัพท์คืนก่อนจะเดินนำหน้าทั้งสองคนไปโรงอาหาร ถึงจะบอกว่าช่างมันเถอะแต่จริงๆแล้วผมยังช่างมันไม่ได้เพราะมันคาใจถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ถ้าไม่ใช่แฟนกันจริงผมอาจจะยังมีสิทธิแต่ถ้าเป็นแฟนกันแล้วผมคงทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากตัดใจแล้วมูฟออนออกมา

โรงอาหารในช่วงบ่ายคนจะบางตากว่าช่วงเที่ยงไปมาก ผมเองก็ชอบทานข้าวช่วงนี้นะ ทนหิวหน่อยแต่ได้ทานข้าวในบรรยากาศโล่งๆ ที่สำคัญไม่ต้องไปเสียเวลายืนต่อแถวซื้อข้าวอีกต่างหาก

"นั่งโต๊ะใหญ่เลยนะ เดี๋ยวพวกพี่สกายมานั่งด้วย"

ผมกำลังจะเดินไปโต๊ะเล็กแต่ก้าวหน้าเอ่ยขัดออกมาก่อนให้เปลี่ยนไปที่โต๊ะใหญ่แทนจะได้พอกับสมาชิกที่จะเพิ่มขึ้นมา

"แกโอเคไหมน่านถ้าพวกพี่คินจะมากินข้าวด้วย"

"ถ้าไม่สบายใจบอกได้นะ เราจะได้บอกพี่สกายว่าเปลี่ยนใจไปกินนอกมอแทน"

"เราโอเค สบายๆเอากระเป๋าจองโต๊ะไว้แล้วกัน ขอไปซื้อข้าวก่อน"

ผมแยกตัวออกมาซื้อข้าวหลังจากวางกระเป๋าจองโต๊ะไว้ จริงๆก็ไม่เชิงไม่สบายใจนะ มันเป็นความรู้สึกที่ไม่พร้อมเจอหน้ามากกว่ากลัวเจอแล้วจะห้ามตัวเองไม่อยู่ ถามสิ่งที่อยากรู้ออกไปถ้าถามว่าอยากรู้ไหมก็อยากแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ขอเวลาผมสักพักก่อนแล้วผมจะถามแน่ๆ

เดินกลับมาที่โต๊ะก็เจอพวกพี่ๆนั่งกันอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าผมซื้อข้าวช้าหรือพวกพี่เขาสั่งข้าวไว้ล่วงหน้ากันแล้วถึงได้มีจานข้าวอยู่ตรงหน้าทุกคน แถมยังจัดตำแหน่งที่นั่งกันเสร็จสรรพเว้นที่ไว้ให้ผมนั่งข้างพี่คินสะงั้น

"ไงเราไปช่วยป้าเขาปลูกข้าวหรือไงถึงได้เพิ่งมา" 

พี่คินถามผมทันทีที่ผมเดินมาถึงโต๊ะ

"ก่อนหน้าผมเขาสั่งเป็นสิบจานหนิครับ กว่าผมจะได้เลยใช้เวลานาน"

"กินร้านป้าหมวยใช่ปะน้องน่าน"

"ใช่ครับพี่ยี่หวา"

"ถ้างั้นคราวหลังไปขอไลน์ป้าแกมาเลยแกรับทำล่วงหน้า สิบห้านาทีก่อนมากินก็ไลน์มาสั่งไว้ก่อนพวกพี่ก็ทำแบบนั้นจะได้ไม่ช้า นี่ก็สั่งกันไปเกือบครึ่งเซค"

กระจ่างแล้วครับว่าทำไมผมได้ข้าวช้ากว่าพวกพี่ๆเขา รู้แบบนี้คราวหลังผมทำบ้างดีกว่าเพราะร้านป้าหมวยทำอร่อยมากเรียกได้ว่ารสมือแม่เลยครับคนเลยแน่นตลอดเวลา

"ได้ครับ ไว้ผมจะไปขอไลน์ป้าเขาไว้"

"กินข้าวเหอะหิวแล้ว ไว้กินไปคุยไปก็ได้" 

พี่แชมป์คงหิวจริงๆครับ พูดจบก็ก้มหน้าจ้วงข้าวเจ้าปากทันที

"คิน พีชขอนั่งด้วยคนสิ"

กินไปได้ไม่นานพี่ลูกพีชก็เดินมาขอนั่งร่วมโต๊ะกับพวกเราด้วย เล่นเอาผมรู้สึกอิ่มขึ้นมาทันที ผมหันไปเจอสายตาของก้าวหน้ากับแป้งพานที่มองมาด้วยความเห็นใจที่ผมต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้

"ทำไมมาคนเดียวล่ะ เพื่อนไปไหนหมด"

"เพื่อนพีชโดนอาจารย์เรียกไปคุยเรื่องแก้โปรเจกต์อะ พีชเลยต้องมากินข้าวคนเดียว พอดีเห็นคินอัพสตอรี่ว่าอยู่โรงอาหารพีชเลยเดินมาหา"

"งั้นก็นั่งด้วยกันนี่แหละ แล้วจะกินอะไรเดี๋ยวคินไปซื้อให้"

"เอาของชอบพีช"

"พีชชอบหลายอย่าง คินจะเดาถูกไหมว่าวันนี้อยากกินอะไร"

"เอาบะหมี่เกี๊ยวกุ้งค่ะ"

"ครับผม นั่งรอได้เลย"

ครืด

"ผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีนึกขึ้นได้ว่าการบ้านวิชาถัดไปยังไม่เสร็จต้องรีบไปทำก่อน สวัสดีครับพี่ๆ"

คล้อยหลังที่พี่คินลุกไปซื้อข้าวให้พี่ลูกพีชผมก็ลุกออกจากโต๊ะทันทีเพราะไม่สามารถทนเห็นภาพบาดตาได้ที่พี่คินลูบหัวพี่ลูกพีชก่อนลุกออกไป

แถมยังเรียกแทนกันด้วยชื่อทั้งๆที่กับพี่ของขวัญและพี่ยี่หวายังแทนว่าเรา ที่สำคัญยังรู้ของชอบกันอีก ผมว่าแค่นี้ก็น่าจะชัดพอแล้วสำหรับความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

ตอนเย็นผมมาทำหน้าที่สวัสดิการและพยาบาลเหมือนเดิม แม้จะยังไม่อยากเจอหน้าพี่คินแต่ผมก็ไม่อยากละเลยหน้าที่ของตัวเอง ต้องแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันให้ได้

"น่าน น่าน น่านฟ้า!"

"เต้ตะโกนทำไมหูเราจะแตก"

"กูเรียกธรรมดาแล้วเหอะมึงไม่ได้ยินเอง แล้วเป็นอะไรฮะถึงได้นั่งใจลอยแบบนี้"

"เปล่าสะหน่อย แล้วเต้เรียกเรามีอะไร"

"จะถามว่าไม่ไปซื้อเกลือแร่หรือไง ใกล้ได้เวลาพักแล้ว"

"เราลืมไปเลยจะไปซื้อเดี๋ยวนี้แหละ" 

นี่ผมคงจะนั่งใจลอยจริงๆแบบที่เต้ว่า จนลืมไปเลยว่ายังไม่ได้ไปซื้อเกลือแร่

กลับมาจากซื้อเกลือแร่ก็เป็นเวลาพักพอดี แต่ยังไม่ทันจะเดินเข้าไปแจกผมก็เห็นพี่ลูกพีชเดินถือถุงร้านสะดวกซื้อถุงใหญ่เข้ามาในสนาม ก่อนเดินตรงไปหาพี่คินพร้อมหยิบขวดเกลือแร่ส่งไปให้ คนในทีมต่างส่งเสียงโห่แซว เว้นแต่ก้าวหน้าที่หันมาเห็นผมพอดีเลยได้แต่ส่งกำลังใจผ่านทางสายตามาให้

"กัปตันนนน วันนี้มีสาวสวยมาให้กำลังใจด้วย เล่นเอาพวกผมอิจฉาตาร้อนนะครับโผมมมมม"

"ตาร้อนมากก็ไปเอาน้ำแข็งมาประคบไป"

"เก้วกาดอะไรเบอร์นั้นครับกัปตัน ว่าแต่จะไม่แนะนำพี่คนสวยให้พวกผมรู้จักเหรอครับ"

ใช่ๆ

"นี่ลูกพีช เรียนนิเทศฯ"

"ยินดีที่ได้รู้จักนะทุกคน นี่พี่ซื้อเกลือแร่มาให้ เอาไปแบ่งกันนะ"

"คราวหลังไม่ต้องซื้อมานะ ทีมสวัสดิการเขาเตรียมไว้อยู่แล้ว อีกอย่างจะได้ไม่ต้องหิ้วมามันหนัก"

"ปอ เอ นอ ไม้ไต่คู้ เป็น หอ วอ งอ หวง หวง เอก ห่วง เป็นห่วงสะกดงี้นะกัปตัน"

ฮ่า ฮ่า ฮ่า

"ว่างมากก็ไปคัดคำว่าเป็นห่วงคนละร้อยคำดีไหม"

ไม่เอาครับ!

"คินก็ไปแกล้งน้อง"

"คินไม่แกล้งแล้วก็ได้ แล้วนี่จะมารอคินเลยหรือเปล่า หรือแค่แวะมาเฉยๆ"

"มารอคินนั้นแหละ ลืมหรือไงเย็นนี้เรามีนัดกัน"

"จริงด้วย ลืมไปเลยงั้นไปนั่งรอก่อนนะหรือจะกลับคอนโดก่อนไหม ซ้อมเสร็จคินค่อยไปรับ"

"ไม่เป็นไรเรารอได้ สบายมาก"

หมับ

"ไหวไหม"

"เราไม่ไหวอะก้าว ไม่ไหวจริงๆ"

ก้าวหน้าเดินมาแตะไหล่พร้อมถามผมด้วยความเป็นห่วง เวลานี้ผมบอกได้เลยว่าไม่ไหวแล้วภาพตรงหน้ามันย้ำชัดแล้วว่าเขาสองคนเป็นมากกว่าเพื่อนแน่นอน ถึงเวลาแล้วสินะที่ผมจะต้องตัดใจและมูฟออนออกไปจากสถานการณ์แอบชอบคนมีเจ้าของแบบนี้สะที

 

.................TBC.................

#moveon_เป็นวงกลม



Caramel Macchiato's talk


พี่คินนนนนน ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครรีบมาเคลียร์เลย เดี๋ยวน้องตัดใจไปจะหาว่าเมลไม่เตือนนะ!


ติดตามข่าวสารการอัพเดทและพูดคุยติ-ชมนิยาย ได้ที่ทวิตเตอร์ @CaramelWritter เเละ #moveon_เป็นวงกลม







 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #88 wannattakan2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 00:34

    แงงงน้อง
    #88
    1
    • #88-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 7)
      1 กุมภาพันธ์ 2564 / 11:56
      กอดกอด
      #88-1
  2. #73 เจ้ากระต่ายจมูกหมู (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 09:35
    ฮือออหนูลูก มากอดๆนะคะ สงสารลูกมาก😭
    #73
    1
    • #73-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 7)
      20 สิงหาคม 2563 / 14:17
      ช่วยโอ๋น้องหน่อยน้าาา
      #73-1
  3. #44 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 19:16
    มากอด ๆ นะน้องน่าน
    #44
    1
    • #44-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 7)
      5 พฤษภาคม 2563 / 21:58
      โอ๋ๆน้องหน่อย
      #44-1
  4. #9 ศรัญภรรค (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:05

    น้องหนูลู้กกกกก

    #9
    1
    • #9-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 7)
      9 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:27
      น้องจะตัดใจเเล้ววว
      #9-1
  5. วันที่ 16 มกราคม 2563 / 14:56

    ......
    #6
    1
    • #6-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 7)
      16 มกราคม 2563 / 18:53
      ขอบคุณนะคะ
      #6-1
  6. #4 Janjirawanna (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 13:45
    อยากอ่านจะตายยุเเร้ววว
    #4
    1
    • #4-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 7)
      16 มกราคม 2563 / 13:56
      ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ อดใจรอตอนต่อไผอีกนิกเรื่องนี้เมลอัพทุกๆสามวันค่ะ
      #4-1