Move on เป็นวงกลม (end)

ตอนที่ 26 : Move on Special | ความในใจของคุณภูเขา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 672
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

Move on Special

ความในใจของคุณภูเขา

 

'รักแรกพบ'

หลายคนคงมีประสบการณ์หรือมีความเชื่อว่ารักเเรกพบมีอยู่จริง ผมเองเเต่ก่อนก็ไม่เชื่อหรอกจะเป็นไปได้ยังไงที่เจอหน้ากันครั้งเเรกจะตกหลุมรักได้เลย

เพราะเเฟนคนก่อนที่คบกันก็ไม่ใช่เเบบรักเเรกพบ เเต่เป็นการที่เรารู้จักกันผ่านการเป็นเพื่อนเเล้วค่อยพัฒนาความสัมพันธ์มาเป็นเเฟน เเถมเหตุผลที่เลิกกันก็เกิดจากความไม่เชื่อใจจนถึงขั้นทำร้ายลูกพีชลูกพี่ลูกน้องของผมอีก

ตอนนั้นทำเอาผมเกือบหมดศรัทธากับความรัก คิดว่าจะครองตัวเป็นโสดเพื่อที่จะได้ไม่มีใครต้องมาเดือดร้อนเพราะความรักของผมอีก โดยเฉพาะคนในครอบครัว

เเต่ความคิดของผมต่อเรื่องความรัก โดยเฉพาะเรื่อง'รักเเรกพบ' ก็ค่อยๆเปลี่ยนไป

เพราะผมได้มาเจอกับตัวเอง

เเม้จะยังไม่เรียกว่าความรักเเต่ก็เรียกได้ว่าสนใจในระดับหนึ่งกับเด็กผู้ชายใส่เเว่นในชุดมัธยมปลาย เด็กน้อยตัวเล็กผิวขาวเเก้มป่องอมชมพู สะพายกระเป๋าเป้ ในมือถือกระดาษเอสี่พับครึ่งหนึ่งเเผ่น สิ่งที่เรียกความสนใจของผมทั้งที่ต้องรีบขึ้นไปเรียนคือเสียงขอพรจากศาลของคณะที่ออกมาจากปากของเด็กคนนั้น

โดยปกติเวลาเราขอพรพระหรือศาลเจ้าเรามักจะเอ่ยคำขออยู่ในใจ เเต่เด็กคนนี้กลับพูดออกมาเสียงดังฟังชัดราวกับว่ากลัวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลจะไม่ได้ยิน

"สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายประจำศาลของคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยPS ผมน่านฟ้า สัจธรรม วันนี้จะมาสอบเข้าเรียนต่อที่นี่ ขอให้ท่านช่วยอำนวยอวยพรให้ผมสอบติด ขอให้สิ่งที่ผมอ่านมาออกสอบ ที่ออกเเล้วไม่ได้อ่านก็ขอให้เดาได้ถูกด้วยเถิ๊ดดด สาธุ"

Rrrrrr Rrrrrr

"มีไรมึง"

[อีกสิบนาทีจะได้เวลาเรียนเเล้ว อยู่ไหน]

"หน้าตึก เดี๋ยวขึ้นไป"

วางสายจากสกายที่โทรมาตาม เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ไม่เจอน้องคนนั้นเเล้ว แอบเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้เข้าไปทำความรู้จัก เเต่ผมเชื่อในลางสังหรณ์ของตัวเองว่าจะต้องได้เจอกันอีกในเร็วๆนี้

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

หลังเลิกคลาสเช้าก็ได้เวลามื้อเที่ยงพอดี เเต่ตอนที่กำลังจะเดินไปโรงอาหารสายตาก็เหลือไปเห็นน้องคนเมื่อเช้าที่หน้าตึกพอดี ดูเหมือนน้องจะสอบเสร็จเเล้วเเต่กำลังยืนรออะไรบางอย่างอยู่ ในจังหวะที่กำลังเดินไปเดินมาอยู่นั้นน้องดันสะดุดตัวหนอนจนเกือบหน้าคะม่ำ โชคดีที่น้องยังยั้งตัวทันเลยไม่ได้ล้มลงไป เเต่เเค่นั้นกลับเรียกรอยยิ้มเเละเสียงหัวเราะเบาๆจากผมได้เเล้ว

"ยิ้มไรวะมึง"

ผมใช้สายตามองไปทางน้องเเว่น เเทนการตอบคำถามของไอ้เเชมป์

"อ๋ออออ น้องเเว่นนี่เอง เมื่อกี้กูเห็นน้องสะดุดตัวหนอนด้วย นี่ถ้าเป็นวิศวะฯคงต้องบอกว่า'สะดุดลานเกียร์ จะได้เป็นเมียวิศวะฯ' ใช่ไหมวะ"

ผมไหว่ไหล่ไม่ตอบคำถาม เเต่คิดในใจว่าสะดุดตัวหนอนหน้าบริหารฯ ก็เป็นเมียเด็กบริหารฯได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ

ทีเเรกผมตั้งใจไว้ว่าจะเข้าไปทักน้องเเต่มาคิดๆดูเเล้วมันออกจะแปลกไปสักหน่อยที่อยู่ดีๆจะเข้าไปทักเพราะเจอน้องขอพรเสียงดังกับสะดุดตัวหนอนหน้าตึก นอกจากจะไม่ได้รู้จักน้องเเล้วดีไม่ดีน้องอาจจะกลัวผมไปเลยด้วยซ้ำที่เข้าไปทำความรู้จักด้วยเหตุผลแบบนี้

ผมเลยตั้งใจไว้ว่าถ้าน้องได้เข้ามาเรียนเมื่อไหร่ ผมจะเข้าไปทำความรู้จักโดยไม่ลังเลเลย

เเต่ใช่ว่าช่วงเวลาต่อจากนี้ผมจะนิ่งเฉยนะครับ เพราะผมก็สืบจนรู้ทั้งเฟสบุ๊กเเละไอจีของน้อง เเม้จะไม่ได้แอดไปเเต่ก็เข้าไปส่องอยู่บ่อยๆ โชคดีที่น้องเปิดสาธารณะไว้เลยทำให้ส่องได้สบาย

ผมใช้เวลาหลังจากนั้นเกือบปีในการตามส่องชีวิตน้องผ่านทางโซเชียล มันทำให้ผมได้รู้จักน้องมากขึ้นเเละในขณะเดียวกันก็เป็นการทำความเข้าใจกับความรู้สึกของตัวเองไปด้วยว่ารู้สึกยังไงกันเเน่

การที่ได้ตามเเค่ในโซเชียลมันอาจจะทำให้ผมรู้สึกว่ารู้จักกับน้องมากขึ้น ได้เห็นมุมมองของน้องผ่านการโพสต์ต่างๆ มันทำให้ผมรู้สึกเอ็นดูเเต่ยังไม่ถึงขั้นชอบ ดังนั้นถ้าน้องมีโอกาสได้มาเรียนจริงๆผมจะต้องรู้จักน้องเเบบตัวจริงให้ได้ จะได้ตอบตัวเองให้ได้สักทีว่ารู้สึกยังไงกันเเน่

เเละเเล้ววันที่ผมรอคอยก็มาถึง

"เอ้า!!! ใครว่างมาพาน้องไปที่สาขาการตลาดหน่อย"

ทันทีที่หันไปมองน้องคนที่ต้องพาไปส่งที่สาขาตัวเองทำเอาผมหลุดยิ้มมุมปากออกมา เวลาเกือบหนึ่งปีที่ผมรอคอยได้สิ้นสุดลงเเล้วเมื่อน้องน่านฟ้ามายืนอยู่ตรงหน้าผม

เจ้าตัวเเทบไม่มีอะไรเเตกต่างจากที่ผมเห็นในโซเชียลสะเท่าไหร่ มีเพียงเเว่นตาที่หายไปกับผมที่ยาวเพิ่มขึ้นเท่านั้น นอกนั้นยังคงน่ารักเหมือนเดิม

ไม่สิ น่ารักกว่าเดิมด้วยซ้ำไป

"ขอบคุณที่มาส่งนะครับ พี่......"

"พี่ชื่อคินครับ น้องน่านฟ้า"

"ครับพี่คิน ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่เดินมาส่ง"

"ด้วยความยินดีครับ ไปนั่งรวมกับเพื่อนได้แล้วไป"

ในที่สุดเราสองคนก็ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการเเล้วนะครับ น้องน่านฟ้า

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

"คือผมจะถามพี่คินว่าพี่ใช่พี่เทคของผมหรือเปล่าครับ"

"ทำไมถึงคิดว่าเป็นพี่ล่ะครับ หืม"

"นี่ครับคำใบ้ที่ผมได้ ผมคิดว่าสัญลักษณ์นี้สื่อถึงภูเขาแล้วชื่อจริงของพี่ก็แปลว่าภูเขา ผมเลยคิดว่าพี่ต้องเป็นพี่เทคของผมแน่นอน"

โชคดีของผมยังไม่หมดเเค่น้องได้เข้ามาเรียนที่เดียวกัน สาขาเดียวกัน เเต่น้องยังกลายมาเป็นน้องเทคของผมอีก เเต่จะให้เฉลยตอนนี้ยังเร็วเกินไปครับขอเเกล้งนิดหน่อยล่ะกัน

"งั้นรอเฉลยวันศุกร์เลยเเล้วกัน ไว้เจอกันนะพวกพี่ขอตัวไปเรียนก่อน"

ระหว่างที่เดินออกจากโรงอาหารผมบังคับตัวเองให้หุบยิ้มไม่ได้เลย ก็คนมันมีความสุขนิครับไม่รู้ว่าตัวเองใช้เเต้มบุญหมดไปเเล้วหรือยัง ทำไมถึงได้โชคดีขนาดนี้กันนะ

"ยิ้มไรวะมึง"

"เสือก"

หลังจากวันเฉลยสายเทคผมก็เริ่มคุยกับน้องมากขึ้นประจวบเหมาะกับที่น้องมาเป็นฝ่ายสวัสดิการและพยาบาลของทีมฟุตบอลทำให้เราได้อยู่ใกล้กันเข้าไปอีก ผมเลยใช้โอกาสนี้ในการทบทวนความรู้สึกของตัวเองว่ารู้สึกกับน้องยังไงกันเเน่ เเค่เอ็นดูในฐานะน้องเทคหรือมันมากกว่านั้น

ฟิ้วววว

ตุบ

“โอ้ย!”

"น่าน! เป็นไงบ้างเอามือออกขอพี่ดูหน้าเราหน่อย"

วันที่น้องโดนบอลอัดหน้าผมอยู่เเทบไม่เป็นสุข มั่นใจว่าตอนนั้นตัวเองอยู่ไกลจากน้องมากเเต่ไม่รู้ทำยังไงถึงวิ่งเข้าถึงตัวน้องได้เร็วขนาดนั้น เพราะความเป็นห่วงที่ล้นทะลักออกมาเเละความรู้สึกที่ว่าไม่อยากให้น้องเจ็บอยากจะปกป้องน้องให้ได้ไม่ว่าจากอะไรก็ตาม

เเละการที่น้องเจ็บตัวในวันนั้นทำให้ผมได้คำตอบที่ตามหาว่า'ผมชอบน้อง'

เเม้ความรู้สึกของผมจะชัดเจนขึ้นเเต่ความสัมพันธ์ของผมกับน้องก็ยังคงเป็นเเค่พี่เทคกับน้องเทคเหมือนเดิม ผมยังไม่กล้าเเสดงตัวว่าจีบน้องโดยตรงเพราะยังไม่มั่นใจว่าน้องเองจะรับกับการที่มีผู้ชายมาชอบได้หรือเปล่า หรือว่าน้องมีใครในใจเเล้วหรือยัง

สิ่งที่ผมทำได้คือการค่อยๆเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตน้องก็เท่านั้น คอยดูเเลเทคเเคร์ มีหยอดๆด้วยคำพูดเเละการกระทำบ้างเพื่อลองดูปฏิกิริยาของน้องว่าจะออกมาในรูปแบบไหน ซึ่งบางครั้งผมก็สังเกตว่าน้องดูเหมือนจะเขินๆ เเต่ไม่รู้ว่าเขินผมหรือว่าเขินเพราะโดนเเซวกันเเน่

เเล้วก็มาถึงวันที่ผมมีโอกาสได้รู้เรื่องคนในใจของน้อง

"โดนน้องน่านแล้วโว้ย พี่แชมป์รอมาตั้งนาน"

"ถามมาได้เลยครับพี่แชมป์"

"น้องน่านมีคนที่ชอบหรือยังครับ"

"มีแล้วครับ"

คำตอบของน้องทำเอาผมมึนงงเเละตัวชาไปชั่วขณะหนึ่ง น้องมีคนที่ชอบเเล้วเหรอ?

คนๆนั้นเป็นใคร เป็นคนที่ผมรู้จักหรือเปล่า เพราะตั้งเเต่น้องเข้ามาเรียนผมก็คอยสังเกตมาโดยตลอด คนที่อยู่ที่รอบตัวน้องก็มีเเต่เพื่อนอย่างก้าวหน้า แป้งพาย เพื่อนผม สายเทค พวกทีมฟุตบอลกับเพื่อนทีมสวัสดิการ หรือว่าจะเป็นหนึ่งในคนพวกนี้กันเเน่นะ

คนอย่างผมถ้าอยากรู้ต้องได้รู้เลยกะว่าถ้าหมุนขวดโดนน้องเมื่อไหร่จะลองหลอกถามดู เเต่ก็โดนลูกพีชชวนไปนั่งด้วยกันที่โต๊ะสะก่อน กลับมาถึงน้องก็ดันเมาไปเเล้ว ไม่รู้ว่าหลังจากที่ผมออกไปเกิดอะไรขึ้นกับน้องถึงได้ดื่มจนเมาเเบบนี้ เเต่ก็เป็นโอกาสอันดีที่ผมจะอาสาไปส่งน้อง

กะว่าจะหลอกถามคนเมาสะหน่อย เพราะคนเมาส่วนใหญ่มักจะพูดความจริงเสมอ เเต่โอกาสนั้นก็ถูกปัดตกไปเพราะพอได้มาส่งน้องจริงๆไม่รู้ว่าโอกาสที่ดีหรือเป็นการทรมานตัวเองกันเเน่

"เขินพี่หรือไงเรา"

"คะ ใครจะไม่เขินบ้างครับ มาแก้ผ้าต่อหน้าคนอื่นแบบนี้"

"แก้ผ้าอะไรแค่ถอดเสื้อเอง "

"กะ ก็นั้นแหละครับ ผมเคยถอดเสื้อให้คนอื่นดูที่ไหนกัน ไม่ใช่พี่สะหน่อย"

"ไม่เคยก็ดีแล้ว........พี่หวง"

โดยเฉพาะตอนเช็ดตัวให้น้องที่เเค่เห็นผิวขาวๆของน้องที่ขึ้นสีเเดงอมชมพูจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ทำเอาเลือดลมในตัวผมไหลเวียนอย่างดี เลยต้องรีบเช็ดรีบกลับก่อนที่จะทำมากกว่าเช็ดตัว

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

เเม้จะยังไม่มีโอกาสเเอบถามว่าน้องเเอบชอบใครอยู่ เเต่ผมกลับได้โอกาสใกล้ชิดน้องมากขึ้นจากการช่วยน้องติวก่อนสอบทั้งหลอกล่อให้น้องมาที่คอนโดทั้งที่ปกติเเล้วผมเเทบจะไม่ค่อยให้ใครมานอกจากคนในครอบครัว ขนาดพวกเพื่อนสนิทยังให้มานับครั้งได้

เเต่คนของใจอะจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ ย้ายมาอยู่ด้วยกันเลยยิ่งดี

นอกจากจะให้น้องมาคอนโดผมเเล้ว ยังได้ขึ้นหอของน้องอีกเเม้จะเเค่ไปนั่งกินข้าวธรรมดา เเต่มื้อนั้นถือเป็นมื้อที่ผมมีความสุขสุดๆไปเลย

เเถมสอบเสร็จยังได้ไปเดตกับน้องถึงตอนนั้นน้องจะบอกว่าเป็นการตอบเเทนที่ผมมาติวให้ก็เหอะ เเต่ผมจะโมเมเอาเองว่ามันคือการเดตล่ะนะ

โอกาสของผมยังไม่หมดเท่านั้นพอช่วงสอบไฟนอลผมก็ยังมีโอกาสได้ติวให้น้องอีก เเต่คราวนี้ต่างจากเดิมมากเพราะผมพาน้องมาติวที่คอนโดตัวเอง การได้เห็นคนที่ตัวเองชอบอยู่ในพื้นที่ของเรามันทำให้ใจผมพองฟูจนคับอก นอกจากโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดน้องเเล้วมันยังทำให้ผมได้รู้ว่าน้องเองก็น่าจะมีใจให้ผมเหมือนกัน

 

"พักผ่อนเยอะๆนะครับ"

หลังจากที่น้องผละมือออกเเละหยิบผ้าห่มบนโซฟามาห่มให้ ผมก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาวางมือทับสัมผัสที่ยังเจือจางอยู่ของน้อง

 

ตุบ!

"อะ! ทำอะไรครับพี่คิน"

"ขอพักสายตาหน่อย"

"กะ ก็ไปนอนดีๆสิครับ ในห้องก็ได้หรือไม่ก็ลุกก่อนเดี๋ยวผมลงไปนั่งที่พื้นเอง ไม่ใช่มาหนุนตักผมแบบนี้"

"พี่จะนอนแบบนี้แหละ อยู่นิ่งๆได้แล้ว"

"ไม่เอาครับ ตักผมมันแข็งนอนไม่สบายหรอก"

"ใครบอกนิ่มจะตาย พี่ขอแค่สิบนาทีแล้วกัน"

ไหนๆก็มีโอกาสขนาดนี้เเล้วขอเนียนนอนตักน้องหน่อยเเล้วกัน ตักนิ่มๆกับตัวนุ่มๆของน้องเเละสัมผัสเเผ่วเบาที่น้องคอยลูบผมให้ ทำให้ผมเคลิ้มหลับไปได้ไม่ยากเเม้จะไม่อยากหลับเลยก็ตาม

 

"เสื้อผ้าเลือกดูเอาในตู้นะ พี่ไม่รู้ว่าเราจะใส่ตัวไหนได้บ้าง แปรงสีฟันกับผ้าเช็ดตัวผืนใหม่อยู่ที่ตู้ในห้องน้ำ ส่วนกางเกงในไม่ต้องใส่หรอก เพราะเราคงใส่ของพี่ไม่ได้ ทุกอย่างในห้องน้ำใช้ได้หมดเลยนะ"

เหมือนวันนี้ผมจะใช้เเต้มบุญที่สะสมมาจนหมดเเล้วเเน่ๆ เพราะจู่ๆฝนก็ตกลงมาเเถมยังไม่ยอมหยุดตกง่ายๆ ดังนั้นเเล้ว….คืนนี้น้องจะค้างที่ห้องผม!!!!

"พี่ปิดไฟเลยนะ"

"ครับ ฝันดีนะครับพี่คิน"

"ฝันดีเด็กดื้อ"

 

เช้านี้เป็นเช้าที่สดใสสำหรับผมมากนอกจากจะตื่นมาเจอน้องเป็นคนเเรกเเล้ว ผมยังได้นอนกอดน้องอีกเเต่อย่าไปบอกน้องนะครับว่าผมตื่นมาตั้งนานเเล้ว เเต่พอเห็นน้องขยับตัวจะตื่นผมเลยเเกล้งหลับต่ออยากจะรู้ว่าน้องจะมีปฏิกิริยายังไงบ้าง

"จะลักหลับพี่หรือไง"

"เหวอ~ ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ"

"ตื่นตั้งแต่มีเด็กแถวนี้นอนมองหน้าพี่แล้ว"

"ตื่นตั้งนานแล้วทำไมไม่ลุกล่ะครับ"

"กำลังนอนสำรวจหน้าพี่อยู่ไม่ใช่หรือไง พี่เลยปล่อยให้เราสำรวจจนพอใจ"

ตอนที่เราสองคนใช้เวลาร่วมกันเเม้จะเป็นเเค่ช่วงเวลาสั้นๆ เเต่บอกเลยว่าผมมีความสุขมาก มากจนคิดว่าถ้าเราเปิดใจคุยกันเเละได้เป็นเเฟนกับน้อง ผมเองก็จะได้เห็นน้องเป็นคนเเรกตอนตื่นนอน ได้กินข้าวฝีมือน้อง ได้นอนกอดน้องตอนหลับ ได้ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน

เเต่ผมคงจะลืมไปแล้วว่ายังมีเรื่องของลูกพีชที่ยังไม่ได้เคลียร์ให้ชัดเจน จนทำให้น้องเข้าใจผิดในที่สุด

"เเค่กๆ ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะพีช"

"คุณป้าให้พีชมาดู กะไว้เเล้วว่าคินต้องป่วยเเน่ๆ"

"เเล้วนี่ซื้อกับข้าวมาด้วยเหรอ"

"ไม่ใช่ของพีชอะ ของน้องน่านเเต่น้องกลับไปเเล้วเห็นว่ามีธุระด่วน"

"ซวยเเล้ว เเค่กๆ"

"อย่าบอกนะว่า!"

"น่านคือน้องคนนั้นเเหละ"

ลูกพีชรู้เรื่องที่ผมแอบชอบน้อง เเต่เป็นการรู้โดยบังเอิญเพราะพีชเข้ามาเห็นตอนผมส่องเฟซบุ๊กน้องพอดี

"เอาไงล่ะที่นี้ น้องเข้าใจผิดไปเเล้วเเน่ๆ"

"เดี๋ยวเคลียร์เอง เเต่อาจจะต้องให้ช่วยยืนยันนะถ้าน้องไม่เชื่อ"

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

 

เเม้ปากบอกว่าจะเคีลยร์เเต่เอาเข้าจริงกลับไม่มีโอกาสเลย เพราะน้องเอาเเต่คอยหลบหน้าหลบตาผมตลอดจนสุดท้ายความอดทนของผมก็หมดลง

ฟอดดดด

"ทีนี้จะตอบคำถามพี่ได้ยัง"

"พี่ทำแบบนี้ทำไม"

"ก็ฟ้าไม่ยอมตอบคำถามพี่ ถ้ายังไม่ตอบอีกพี่ก็จะหอมจนกว่าจะตอบ"

ผลัก!

"พี่อยากรู้ใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น! เพราะผมชอบพี่ไง ผมชอบพี่ได้ยินไหมว่าผมชอบพี่!!"

"ฟ้า"

"ชอบทั้งๆที่รู้ว่าพี่คิดกับผมแค่น้อง ชอบทั้งๆที่รู้ว่าพี่มีแฟนอยู่แล้วแต่ก็ดันทุรังจะชอบต่อไป"

"......"

"แต่พี่ไม่ต้องห่วงนะครับ เพราะตอนนี้ผมกำลังตัดใจจากพี่อยู่ จะไม่ให้พี่กับแฟนต้องมารำคาญกับความรู้สึกของผมแน่นอน"

ทั้งรู้สึกดีเเล้วก็รู้สึกเเย่ไปพร้อมๆกัน รู้สึกดีที่น้องคิดตรงกันกับผมจริงๆเเต่รู้สึกเเย่เพราะว่าดันเป็นน้องที่เผยความรู้สึกออกมาก่อน เเถมยังทำให้น้องรู้สึกเเย่ที่คิดว่าตัวเองชอบคนที่มีเจ้าของอยู่เเล้ว

กว่าจะอธิบายให้เข้าใจกันได้ก็ใช้เวลานาน เเต่พอเคลียร์กันเเล้วก็ยังไม่ได้เป็นเเฟนอย่างที่คิดเพราะน้องยังอยากให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองเพื่อให้น้องมั่นใจ เเน่นอนว่าผมพร้อมที่จะทำไม่ว่าจะต้องพิสูจน์ยังไงก็ตาม

"เมื่อกี้ว่าอะไรนะ น้าฟังไม่ถนัด"

"ผมมาขออนุญาตคุณน้าทั้งสองกับพี่น้ำจีบฟ้าครับ"

"แน่ใจแล้วใช่ไหมที่พูดมา"

"ผมมั่นใจครับ"

"เอาเป็นว่าทางเราไม่มีปัญหานะเรื่องนี้ แต่ครอบครัวเราล่ะจะรับได้เหรอ ตระกูลใหญ่โตมีหน้ามีตาในสังคมแบบนั้น"

"เรื่องครอบครัวผมก็ไม่มีปัญหาครับ ผมเคยเกริ่นเรื่องน้องให้ทางบ้านฟังแล้ว พวกท่านโอเคกับเรื่องนี้ครับ"

จริงอย่างที่ผมบอกครอบครัวน้องไปว่าผมได้เกริ่นเรื่องนี้กับครอบครัวผมไปเเล้วตั้งเเต่ตอนที่มั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง

พ่อกับเเม่ผมไม่มีปัญหาอะไรเพราะครอบครัวเราเน้นที่สุขนิยมเป็นหลัก อะไรที่ทำเเล้วมีความสุขเเต่ไม่เดือดร้อนคนอื่นก็ทำไปเถอะ ดังนั้นเรื่องคนรักของผมท่านเองก็ไม่มีปัญหาอะไรผมรักใครท่านก็รักด้วย ขนาดผมให้ดูเเค่รูปท่านยังชอบน้องมาก ถ้าได้เจอตัวจริงขึ้นมาไม่รู้ว่าผมจะโดนเเย่งน้องไปหรือเปล่า

หลังจากนั้นผมก็เดินหน้าจีบน้องอย่างจริงจัง เเม้ความสัมพันธ์ของเราสองคนจะยังไม่ใช่เเฟนเเต่การกระทำเเละความรู้สึกที่มีต่อกันมันเรียกว่าเเฟนได้เเล้วล่ะ โดยเฉพาะเรื่องการสกินชิพน้องเป็นอะไรที่ผมชอบมาก

ฟอดดดด

"โอ้ยยย พี่คิน! แก้มผมจะหลุดแล้วหอมอะไรขนาดนั้น"

"ก็แก้มฟ้ามันหอม จริงๆไม่อยากแค่หอมนะอยากจับปั้นเป็นก้อนแล้วกลืนลงท้องไปเลย"

"โรคจิต!"

"หึหึ ลงไปเรียนได้แล้ว เลิกแล้วโทรมานะจะได้ไปกินข้าวพร้อมกัน"

"ครับผม! ตั้งใจเรียนนะครับ"

"ฟ้าก็เหมือนกัน"

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

เเต่เเล้วก็ดันมีข่าวเรื่องความสัมพันธ์ของผม น้อง เเละลูกพีชออกมา เเละมันก็คือความผิดของผมเองที่ไม่ออกมาเคลียร์ทุกอย่างให้ชัดเจน เเม้ว่าทุกคนรอบข้างเราจะรับรู้ความจริงเเล้วเเต่คนส่วนมากในมหาวิทยาลัยยังไม่รู้ จึงไม่แปลกเลยที่จะเกิดเรื่องราวเหล่านี้ขึ้น

เเละผมจะไม่เดือดร้อนเลยถ้ามันไม่ทำให้น้องร้องไห้!

"ฟ้า!"

"พี่ อึก พี่คิน ฮึก"

หมับ!

"ชู่ ไม่เป็นไรไม่ต้องร้อง"

"ฮือออออออออ"

"ดื้อไม่ร้องครับ พี่อยู่นี่แล้วนะ ชู่"

โชคดีที่ตอนเกิดเรื่องเพื่อนของผมกับน้องอยู่พร้อมหน้ากัน เลยช่วยกันหาทางเเก้ไขปัญหาที่ไม่ได้เกิดจากเราเลยสักนิด เเล้วยังได้ลูกพีชมาช่วยเคลียร์อีกทาง ปัญหาทุกอย่างจึงจบลง

เเต่น้ำตาของน้องที่เสียไปมันทำให้ผมหัวร้อนได้ไม่ยาก เเละบอกเลยว่าคนที่ทำให้น้องเสียน้ำตาคนพวกนั้นต้องชดใช้!!

[ดังนั้นภายในวันพรุ่งนี้ผมหวังว่าจะเห็นโพสต์ขอโทษจากทุกคนที่คอมเมนต์กล่าวหาน่านกับครอบครัว ย้ำว่าทุกคน! เพราะผมเก็บหลักฐานทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว]

 

เรื่องราวปัญหาต่างๆผ่านพ้นไปผมก็เดินหน้าพิสูจน์ตัวเองกับน้องต่อ เเละเเล้ววันที่รอคอยก็มาถึง ผมตั้งใจชวนน้องไปทะเล เเละตั้งใจจะใช้โอกาสนี้ในการขอน้องเป็นแฟน เเต่ใครจะคิดล่ะครับว่าน้องเองก็ใจตรงกันกับผม

"เป็นแฟนกันนะ/เป็นแฟนกันนะ"

"ฮ่าๆๆๆ"

"ขะ ขำอะไรกัน"

"พี่ขำตัวเองน่ะ ดีนะที่ไม่ยอมให้เราพูดก่อนไม่งั้นเสียฟอร์มแย่ถูกเราขอเป็นแฟน"

"จะใครขอปลายทางมันก็เหมือนกันอยู่ดีนี่หน่า"

"ไม่เหมือนสิ คราวก่อนพี่เป็นคนขอคราวนี้พี่ก็ควรเป็นคนขอไม่ใช่หรือไง"

"ถ้างั้นขอใหม่สิครับ"

"เป็นแฟนกับพี่นะฟ้า"

"ตกลงครับ ฟ้าเป็นแฟนพี่คิน"

หลังจากคบกันได้ไม่นานผมก็พาน้องไปเจอกับครอบครัวของผม น้องเข้ากับครอบครัวผมได้ดีมากพ่อกับเเม่เองก็เอ็นดูน้องมากเช่นกัน เเค่นี้ผมก็สบายหายห่วงเเล้ว

ส่วนผมเองก็มีโอกาสได้ไปเยี่ยมพ่อเเม่น้องอีกครั้งในฐานะเเฟนของลูกชายคนเล็ก เเถมครอบครัวเราสองคนยังได้มีโอกาสพูดคุยกันเเม้จะผ่านวิดีโอคอลก็ตาม เเละผมก็โดนเเม่เเฉด้วยประโยคที่ว่า

'ให้เขาเถอะค่ะ เขารอของเขามาเป็นปี'

ที่เเม่รู้เรื่องนี้เพราะลูกพีชได้ทำการเผาผมให้ฟัง ตอนที่ผมทำการง้อน้องอยู่ที่เชียงใหม่ ผมเลยต้องเล่าเรื่องที่เจอน้องครั้งเเรกให้ฟัง เเต่เรื่องที่ผมตามส่องน้องจากโซเชียลมีเดีย ผมไม่มีทางบอกน้องโดยเด็ดขาดกลัวน้องจะหาว่าผมเป็นโรคจิต

เเม้จะได้น้องมาเป็นเเฟนสมใจอยากเเล้ว เเต่ความต้องการของผมก็ไม่มีที่สิ้นสุด

ไม่ใช่เรื่องนั้นเเน่นอน! เเม้จะมีแอบคิดบ้างก็เถอะ

ความต้องการของผมคือการให้น้องย้ายมาอยู่กับผม เเละความต้องการนั้นก็ได้รับการตอบสนองทันทีที่กลับจากเชียงใหม่เพราะหอน้องจะหมดสัญาเช่าเเล้ว ผมจึงคว้าโอกาสนี้ทันทีรีบจัดเเจงเรื่องต่างๆ จนในที่สุดก็ได้น้องมานอนกอดที่คอนโดแบบถาวร

Kerin Charoensirikun

Just now

ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่

(แนบรูป สองคนใส่ชุดนอนคู่ กอดหมอนที่ใส่ปลอกหมอนลายคู่กันนั่งอยู่บนเตียง)

536 Like 659 Comments 423 Shares

 

เเละเเล้วในที่สุดความรักของผมก็สมหวังเเล้วครับ แอบส่องแอบมองน้องมาเป็นปีในที่สุดก็ได้น้องมาเป็นแฟนสมใจสะที




 

………………………..……………….

#moveon_เป็นวงกลม

Caramel Macchiato's talk

มาถึงความในใจของคนพี่กันบ้าง นัลถือเลยนะเนี้ยเเอบชอบน้องมาเป็นปีๆ เเต่ในที่สุดก็สมหวังเเล้ว ยินดีด้วยนะพี่คินของเมล

ในส่วนของเรื่องหลักเมลจะบอกว่าอีกสองตอนจะจบเเล้วนะคะ เร็วมากเลยแอบใจหายเหมือนกัน

ให้กำลังใจกันได้นะคะ เมลรออ่านคอมเมนต์จากทุกคนอยู่

ติดตามข่าวสารการอัพเดทและพูดคุยติ-ชมนิยาย ได้ที่ทวิตเตอร์ @CaramelWritter เเละ #moveon_เป็นวงกลม

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #62 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 12:35

    พี่คินพยายามทำเพื่อน้องมาตลอดเลย
    #62
    1
    • #62-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 26)
      6 พฤษภาคม 2563 / 15:46
      น่ารักมากๆเลยเนอะ
      #62-1
  2. #26 jiraporn3045 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 19:37

    น่ารักก
    #26
    1
    • #26-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 26)
      18 มีนาคม 2563 / 20:21
      ขอบคุณค่าาา
      #26-1