Move on เป็นวงกลม (end)

ตอนที่ 18 : มูฟออนครั้งที่ 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 950
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    21 ก.พ. 63

มูฟออนครั้งที่ 17

 

กลับมาถึงหอผมก็ส่งไลน์ไปบอกพี่คินว่ามีธุระด่วนต้องไปทำ ขอให้หายไวๆแล้วเจอกันในอีกสองวันข้างหน้า จากนั้นก็ปิดโทรศัพท์ตัดขาดการรับรู้ทั้งหมด

ผมคิดจะหมกตัวอยู่ในห้องทั้งวันจนกว่าจะถึงวันเดินทางแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะยังติดภารกิจซื้อของฝากให้กับคนที่บ้าน เนื่องจากรับปากเอาไว้แล้ว ถ้าไม่ซื้ออะไรไปเลยอาจจะโดนสงสัยได้ โดยเฉพาะพี่น้ำที่ผมไม่สามารถโกหกอะไรได้เลยเพราะเจ้าตัวชอบสังเกตเห็นความผิดปกติอยู่เสมอ

แล้วการออกมาเดินซื้อของก็ถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีที่จะทำให้ผมไม่ต้องฟุ้งซ่านและจมอยู่กับเรื่องพี่คินมากเกินไป มันช่วยให้ผมผ่อนคลายได้มากขึ้นก่อนที่จะต้องไปเผชิญหน้ากันอีกครั้ง

หลังจากหลบมาตั้งหลักได้สองวันก็ถึงเวลากลับไปเผชิญหน้ากับความเป็นจริง วันนี้คือวันเดินทางกลับบ้านของผม รถที่จะมารับเป็นรถจากบ้านพี่คินทางเดียวที่จะไม่เจอหน้าพี่เขาคือการนั่งแท็กซี่ไปเอง แต่ถ้าทำแบบนั้นก็จริงยิ่งน่าสงสัยเข้าไปใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผม ซึ่งตอนนี้ผมไม่พร้อมจะตอบคำถามใดๆ เลยจำใจต้องไปพร้อมกัน

ขึ้นรถมาได้ก็ทักทายกันนิดหน่อย ผมเลือกที่จะใส่หูฟังแล้วแสร้งทำเป็นนอนเพื่อเป็นการตัดตัวเองออกมาอยู่คนเดียว จะได้ไม่มีใครมารบกวนโดยเฉพาะพี่คินที่เหมือนมีเรื่องอยากคุยกับผม

ไม่นานเราก็มาถึงสนามบินจัดการเช็คอินเรียบร้อยก็เข้าไปนั่งรอเวลาขึ้นเครื่องในเกต ผมก็แกล้งทำเป็นหลับต่อเพราะยังไม่อยากคุยกับใครในตอนนี้

"ไอ้ก้าว น่านไม่สบายเหรอมาถึงปุ๊บก็หลับปั๊บ"

"เมื่อกี้อยู่บนรถมันก็หลับ งั้นเดี๋ยวผมไปดูมันก่อน"

พี่สกายกับก้าวหน้าสังเกตเห็นความผิดปกติของผม แม้จะไม่อยากคุยกับใครแต่ตอนนี้คงเลี่ยงไม่ได้แล้ว

"ไม่สบายหรือเปล่าน่าน แกนอนตั้งแต่อยู่บนรถแล้วนะ"

"เพลียๆนิดหน่อยอะ ไม่ได้เป็นอะไรมาก จะขึ้นเครื่องแล้วมาปลุกด้วยนะ"

หลับตาลงเพื่อตัดบทสนทนา ผมรู้ว่าทำแบบนี้มันดูงี่เง่าแปลกๆที่ไม่ยอมคุยกับใครเลย แต่ความรู้สึกของผมตอนนี้คืออยากกลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน เพราะบ้านคือเซฟโซนที่ดีที่สุดของผมแล้ว

ผมเองยังอดแปลกใจไม่ได้ว่าระยะเวลาแค่ไม่นานทำไมผมถึงได้รู้สึกกับพี่คินมากขนาดนี้ ใช่ว่าจะไม่เคยแอบชอบใครสะหน่อยแต่กับพี่คินความรู้สึกมันมากกว่าที่ผ่านๆมา

แม้ครั้งแรกผมจะเริ่มสนใจจากรูปร่างหน้าตาก่อนซึ่งก็เป็นปกติทั่วไปของการเริ่มชอบใครสักคน เราก็จะเริ่มจากการมองภายนอกก่อน ต่อมาถึงจะเป็นเรื่องของนิสัยใจคอ ซึ่งผมคิดเอาเองว่าน่าจะเพราะเรื่องนี่แหละที่ทำให้ผมชอบพี่คินมากขนาดนี้

พี่คินทั้งดูแลเทคแคร์ผมเป็นอย่างดี แรกๆก็คิดว่าน่าจะเพราะเป็นน้องเทคหรือเปล่า แต่มาคิดทบทวนดูแล้วบางอย่างแค่พี่เทคกับน้องเทคไม่น่าจะทำกันทั้งการนอนพิงกันในโรงหนัง จับมือกันเดินตลาด ให้ต้นไม้ที่มีความหมายแทนใจ ไหนจะมานอนหนุนตักกันอีก มันเลยยิ่งทำให้ผมอดคิดไปไกลไม่ได้ว่าพี่คินอาจจะคิดกับผมมากกว่าน้องเทคหรือเปล่า

แต่เรื่องของพี่ลูกพีชมันก็ย้ำอย่างชัดเจนแล้วสิ่งที่ผมคิดมันผิดทั้งหมด เพราะพี่คินเป็นคนใจดี คงแค่เอ็นดูผมในฐานะน้องคนหนึ่ง

แต่น้องคนนี้ดันคิดไกลไปเอง สุดท้ายแล้วแอบชอบเขาได้ก็ต้องมูฟออนออกมาจากเขาให้ได้เช่นกัน

 

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

ไม่นานก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง โชคดีที่ที่นั่งของผมไม่ติดกับพี่คินไม่งั้นคงเลี่ยงที่จะไม่คุยด้วยอยาก ใช้เวลาแค่ชั่วโมงกว่าๆก็เดินทางมาถึงเชียงใหม่

ผมโทรหาพี่น้ำทันทีที่ได้รับกระเป๋าเรียบร้อย ได้ความว่าจอดรถรอที่ด้านหน้า พวกเราทั้งหมดจึงมุ่งหน้าไปที่รถเลย

"พี่น้ำาาาาาาา"

เจอหน้าพี่น้ำก็พุ่งเข้าใส่ทันทีไม่สนว่าคนแถวนี้จะเยอะแค่ไหน ไม่สนว่าเสียงตัวเองจะดังเท่าไหร่ ตอนนี้สนแค่ต้องได้กอดพี่น้ำเท่านั้น

หมับ

"ฮึบ! ไงตัวแสบเสียงดังไม่เปลี่ยนเลยนะ"

ง่าา กอดพี่น้ำอุ่นมากๆอุ่นไปถึงใจเลย ไปอยู่กรุงเทพฯแค่ไม่กี่เดือน ทำเอาผมคิดถึงครอบครัวได้มากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย

"ฟ้าคิดถึงพี่น้ำที่สุดเลย!"

"ถ้ารู้ว่าจะคิดถึงขนาดนี้ แล้วหนีไปเรียนที่กรุงเทพทำไม หื้มมมมมม"

"ง่ะ เรื่องนี้อีกแล้วนะฟ้าไม่คุยด้วยแล้ว จริงสิพี่น้ำนี่เพื่อนๆแล้วก็รุ่นพี่ของฟ้าครับ"

"สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ"

"หวัดดีครับทุกคน พี่ชื่อน้ำนะเป็นพี่ชายเจ้าเด็กแสบ ตอนนี้พี่ว่าเราขึ้นรถก่อนค่อยไปแนะนำตัวต่อบนรถแล้วกัน"

ขนกระเป๋าเก็บบนรถเรียบร้อยก็พร้อมออกเดินทาง ผมลากพี่น้ำมานั่งด้วยกันที่เบาะด้านหลังคนขับเพราะมีลุงดำคนขับรถของที่สวนมาขับให้ นั่งประจำที่เรียบร้อยการแนะนำตัวก็เริ่มต้นขึ้น และดูเหมือนว่าพี่น้ำจะเข้ากับทุกคนได้ไม่ยาก พูดคุยกันอย่างถูกคอโดยเฉพาะประเด็นเรื่องชื่อของผมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้

"ไม่คิดว่าน่านจะแทนตัวเองว่าฟ้ากับครอบครัวนะเนี่ย เราคิดว่าจะแทนตัวว่าน่านสะอีก" 

เปิดประเด็นเรื่องชื่อเราทำไมเนี่ยแป้ง

"ชื่อนี้ได้แต่คนในครอบครัวเท่านั้นแหละ กับคนอื่นนี่ไม่ได้เลย"

"ก็ฟ้าไม่อยากโดนล้อแล้วนี่หน่าพี่น้ำ"

"โดนล้อยังไงล่ะ พี่ว่าก็น่ารักดีนะ" 

"โดนล้อว่าทำไมชื่อเหมือนผู้หญิง เป็นตุ๊ดเหรอ เจ้าเด็กแสบเลยต่อยเข้าหน้าเลือดกำเดาไหล จากนั้นก็ไม่ยอมให้ใครเรียกว่าฟ้าอีกเลย"

"พอแล้วพี่น้ำ นี่น้องไงน้องเอง ~" 

หันไปกอดแขนออดอ้อนพี่ชายตัวดี มีอย่างที่ไหนมาเผาน้องตัวเองต่อหน้าเจ้าตัวแบบนี้

"แสบแต่เด็กเลยวะ ตัวกระเปี๊ยกแค่นี้ยังกล้าไปต่อยเขาอีกไม่กลัวโดนสวนหรือไง"

"ไม่กลัวหรอก! ตอนนั้นตัวโตสุดในห้องแล้ว"

"นึกภาพตัวโตที่สุดในห้องไม่ออกเลยวะ"

"ไม่บอกเพื่อนไปล่ะว่าตอนนั้นแค่อนุบาลสาม"

ฮ่า ฮ่า ฮ่า

"หึ้ย! ฟ้าจะฟ้องแม่ว่าพี่น้ำแกล้ง"

นั่งกอดอกเชิดหน้ามาตลอดทางมีแต่พวกขี้แกล้งถึงบ้านก่อนเถอะจะฟ้องแม่ให้หมดเลย!

นั่งท่านั้นจนกระทั้งถึงบ้าน ก็เห็นพ่อกับแม่มายืนคอยอยู่ที่หน้าบ้านแล้ว แค่เห็นหน้าพ่อกับแม่น้ำตาก็เอ่อคลอ คิดถึง คิดถึงที่สุดเลย

ยังไม่ทันที่ลุงดำจะเปิดประตูรถให้ เพราะพอรถจอดสนิท ผมก็รีบเปิดประตูวิ่งเข้าไปหาเซฟโซนของผมทันที

"พ่อ! แม่!"

หมับ!

"เสียงดังจริงๆเจ้าลูกคนนี้ เดี๋ยวแขกในรีสอร์ตแม่ก็ตกใจกันพอดี"

"ต้นไม้ในสวนพ่อสะดุ้งแล้วมั่ง"

"โห พูดแบบฟ้าน้อยใจแล้วนะครับ"

ปล่อยกอดพ่อกับแม่แล้วยืนกอดอกทำเป็นน้อยใจ ทำมาบ่นว่าผมเสียงดังแต่แอบเห็นนะว่าน้ำตาซึมทั้งคู่น่ะ

"เมื่อกี้ก็ตะโกนเรียกน้ำจนลั่นสนามบินมาแล้วนะแม่"

"ไม่เปลี่ยนไปเลยลูกคนนี้ แล้วนั้นเพื่อนเราใช่ไหม"

"สองคนนี้เพื่อนครับ ก้าวหน้ากับแป้งพาย ที่เหลือเป็นรุ่นพี่นั้นพี่ของขวัญ พี่ยี่หวา พี่แชมป์ พี่สกาย แล้วก็พี่คินครับ"

"สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ"

"หวัดดีๆ หนุ่มๆสาวๆสมัยนี่มันสวยหล่อกันจริงๆ แต่คงหล่อสู้พ่อไม่ได้หรอกใช่ไหมแม่"

ชมตัวเองว่าหล่อไม่พอยังกระแซะไหล่แม่ให้หน้าแดงอีก ทำอะไรไม่เกรงใจอายุกับลูกๆที่ยืนอยู่ตรงนี้เลย

"พอเลยพ่ออายเด็กๆบ้าง ไปลูกไปเข้าบ้านกันแม่เตรียมอาหารไว้ให้แล้ว ทานอาหารเหนือกันได้ใช่ไหมลูก"

"ทานได้ค่ะแม่ หนูไม่ได้ทานอาหารเหนือมานานแล้วค่ะ"

"ดีเลยลูก แม่เตรียมไว้เยอะเลย อยากกินอะไรเพิ่มบอกได้เลยนะ เดี๋ยวแม่ทำให้"

"ขอบคุณค่ะแม่"

ผมว่าผมน่าจะโดนขโมยแม่แล้วล่ะครับ แป้งพายเล่นเดินไปกอดแขนแม่แล้วพากันเดินเข้าไปในบ้านตามด้วยพี่คนอื่นๆ ทำเอาแม่ผมยิ้มไม่หุบเลย ปกติที่บ้านมีแต่ผู้ชายพอมีผู้หญิงมาด้วยคราวนี้แม่คงมีความสุขที่จะได้เพื่อนคุยเรื่องเดียวกันสะที

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

แม่เตรียมอาหารไว้เยอะจริงครับ อาหารเหนือมากมายเต็มโต๊ะจนคิดว่าแม่จะทำเลี้ยงคนทั้งรีสอร์ตและสวนสะอีก

"น่าทานทั้งนั้นเลยค่ะแม่ แถมยังอร่อยด้วย มาคราวนี้น้ำหนักหนูต้องขึ้นแน่ๆเลย"

"ทานไปเลยลูกไว้กลับไปค่อยลดเอา แต่ที่จริงหนูแป้งตัวนิดเดียวเองน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก็ยังสวยอยู่"

"หูยย แม่พูดแบบนี้หนูคงปฏิเสธของอร่อยไม่ได้แล้วค่ะ"

"ทำมาเป็นกลัวอ้วน ถ้ากลัวจริงไม่เติมข้าวจานที่สามหรอกมั่ง"

"เอ๊ะ! ทำไมชอบขัดจังฮะ แล้วที่ตัวเองล่ะข้าวสามจานเหมือนกันนั้นแหละ"

"สองคนนี้เป็นแฟนกันเหรอ"

"ไม่ใช่ค่ะ/ไม่ใช่ครับ"

"ไม่ต้องเขินๆ สมัยก่อนพ่อกับแม่ก็แบบนี้แหละ ทะเลาะกันไปมามีเจ้าน้ำเฉยเลย ฮ่าๆ"

"อ้าวๆ คู่นี้นี่ยังไง ซุ่มเงียบเหรอ"

"ไม่ต้องมาชงเลยพี่แชมป์ ถ้าทั้งโลกเหลือหมอนี่เป็นผู้ชายคนสุดท้ายหนูยอมโสดตายไปคนเดียวดีกว่า"

"ทำอย่างกับฉันสนเธองั้นสิ"

"พอๆทั้งสองคน ผู้ใหญ่นั่งอยู่นี่เกรงใจท่านบ้าง"

"ขอโทษค่ะ/ขอโทษครับ"

คราวนี้มีพี่ของขวัญเป็นคนช่วยผมห้ามทัพสองคนนี้แล้วครับ ที่จริงไม่ต้องห้ามหรอกครับพ่อแม่ผมชอบจะตายดูสินั่งยิ้มเล็กยิ้มน้อยกันสองคน

"ไม่เป็นไรลูก ตามสบายกันเลยไม่ต้องเกรงใจพ่อกับแม่หรอก"

พ่อผมออกตัวแบบนี้ก็คือทำตัวตามสบายได้เลยครับ

"ว่าแต่นี่ใช่คินที่เป็นพี่เทคของฟ้าหรือเปล่า"

"ใช่ครับคุณน้า"

"หล่อสมกับที่เจ้าฟ้าชมให้ฟังจริงๆเนอะพ่อเนอะ"

เอาแล้วไง แม่เล่นผมสะแล้วทำไมมาเปิดประเด็นพี่คินกันได้เล่า ผมยิ่งไม่อยากจะพูดถึงอยู่

"น้องชมผมให้ฟังเหรอครับ"

เอาผมมาแฉอีกแล้ว วันนี้ผมกลายเป็นสนามอารมณ์ของคนที่บ้านแล้วใช่ไหมเนี่ย แล้วดูพี่คินสิหันมามองผมด้วยสายตากรุ้มกริ่มอีก ไม่ต้องมามองด้วยสายตาแบบนั้นเลย ผมไม่หลงกลอีกแล้ว

"ใช่จ้ะ ชมให้ฟังตลอดเลยว่าพี่คินหล่ออย่างนั้น ใจดีอย่างนี้ แถมยังติวหนังสือให้อีก ยังไงน้าก็ขอบใจนะที่ดูแลเจ้าฟ้าให้"

"ด้วยความยินดีครับคุณน้า"

"แหม น่าเสียดายถ้าบ้านน้ามีลูกสาวว่าจะชงให้เราสะหน่อย จริงไหมพ่อทั้งหล่อทั้งเก่งแบบนี้ หาไม่ได้ง่ายๆแล้วนะ"

"ก็ชงเจ้าฟ้าให้สิแม่ พอได้ไหมคิน"

อะไรคือการจะชงผมให้พี่คิน นี่พ่อกับแม่คิดอะไรอยู่เนี่ย แล้วพี่คินก็ไม่ปฏิเสธอะไรเอาแต่นั่งยิ้มอย่างเดียว ทำไมไม่บอกไปนะว่าตัวเองมีแฟนอยู่แล้ว

"พ่อ~ แม่~ พอเถอะครับ"

"พอก็พอ กินข้าวกันต่อลูกจะได้ไปพักผ่อนกัน เดินทางกันมาแต่เช้า"

กินข้าวเสร็จเรียบร้อยก็แยกกันไปพักผ่อน แบ่งห้องกันตามที่ผมบอกไปตั้งแต่ต้น โดยห้องพักแขกของสาวๆจะอยู่ที่ชั้นล่างรวมถึงห้องพ่อกับแม่ด้วย ส่วนห้องผมกับพี่น้ำจะอยู่ชั้นบน

"ตามสบายนะทุกคน มีอะไรขาดเหลือก็บอกได้ ห้องพี่อยู่เยื้องไปทางนู้น"

"ขอบคุณมากครับพี่น้ำ งั้นพวกผมขอตัวไปพักก่อนนะครับ"

ส่งพวกพี่ๆเข้าห้องเรียบร้อย ผมกับพี่น้ำก็แยกออกมาพักบ้าง ชักจะง่วงๆเหมือนกันคงต้องไปนอนสักงีบ

ตุบ

"สบายจังเลยยย"

"กินอิ่มๆแล้วมานอนเดี๋ยวก็เป็นกรดไหลย้อนหรอก ลุกขึ้นมานั่งก่อน"

"ไม่อาววววว ฟ้าง่วงฟ้าจะนอน"

"เฮ้อ~ เราเนี่ยน้าา"

สุดท้ายก็ปล่อยให้ผมนอนต่อแถมยังมานั่งลูบหัวให้อีก ใจอ่อนให้น้องตลอดแหละพี่น้ำเนี่ย

"พี่ถามอะไรหน่อยสิ"

"อื้อออ"

"ชอบคินใช่ไหม"

"ฮะ! พี่น้ำรู้เหรอ"

เด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที จากที่เคลิ้มๆจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่กลายเป็นตาสว่างขึ้นมาเลย

"สายตาเรามันฟ้อง ที่จริงก็พอเดาได้จากที่เราชอบเล่าให้ฟังนั้นแหละ ถ้าไม่ใช่คนพิเศษเราคงไม่พูดถึงบ่อยๆจริงไหม"

"ครับ ฟ้าชอบพี่คิน"

"แล้วทำไมทำหน้าเศร้าแบบนั้น เขาปฏิเสธหรือไง"

"เปล่าครับ ฟ้าไม่ได้บอกพี่เขามีแฟนแล้ว"

"หืมม ทำไมคิดงั้นอะ"

"ฟ้าเคยเจอแฟนพี่เขา สวยมากเลยนะเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัยคู่กันอีก เหมือนเขาจะคบกันมานานแล้ว คนรู้กันทั้งมอ"

"งั้นเหรอ แต่เห็นสายตาที่มองเราแล้ว พี่นึกว่าเขาก็ชอบเราสะอีก"

"ไม่ใช่หรอก พี่เขาแค่เห็นผมเป็นน้องเทคนั้นแหละ"

"รู้ใช่ไหมว่ายังมีพี่และพ่อกับแม่ที่อยู่ข้างเราเสมอ"

"ฟ้ารู้ ขอบคุณนะครับ"

พี่น้ำโอบตัวผมเข้าไปกอดจนหน้าจมหายเข้าไปกับแผ่นอกแข็งแรง ที่มักจะเป็นที่ซบยามผมต้องการกำลังใจเสมอ อย่างที่บอกว่าบ้านเป็นเซฟโซนที่ดีที่สุดของผม แค่ได้กอดคนในครอบครัวก็เหมือนได้ชาร์จพลังจนเต็ม พร้อมที่จะกลับไปสู้กับเรื่องต่างๆได้แล้ว

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

นอนพักผ่อนกันเต็มที่แถมยังได้กลับมาอยู่ในที่ๆคุ้นเคย ทำให้ความเศร้าหมองในใจพอจะจางลงได้บ้าง

กิจกรรมสำหรับบ่ายนี้คือพาทุกคนเดินชมรีสอร์ตของแม่ ส่วนช่วงเย็นจะพาไปสวนของพ่อกับจุดชมวิวที่ท้ายสวนติดกับลำธาร ซึ่งที่นี้เป็นที่ลับที่มีเฉพาะคนในครอบครัวที่จะเข้ามาได้ ตอนแรกผมอยากให้เปิดเป็นไฮไลท์สำคัญของรีสอร์ต แต่พ่อกับแม่ไม่ต้องการเพราะอยากให้มันเป็นที่ๆมีความทรงจำดีๆของครอบครัวเราเก็บไว้

"เจ้าบ้านลงมาช้ามาก นี่พวกเราเตรียมพร้อมกันนานแล้วนะ"

"ขอโทษครับคุณผู้หญิง กระผมจะรีบพาเที่ยวเดี๋ยวนี้แหละครับ"

ก้าวเท้ายังไม่ทันพ้นบันไดขั้นสุดท้ายก็โดนคุณหญิงแป้งพายบ่นใส่ชุดใหญ่ สงสัยไม่ได้เที่ยวนานคงจะเก็บกดน่าดู

เราจะเดินทางกันด้วยรถกอล์ฟ แม้จะเป็นรีสอร์ตขนาดเล็กแต่ด้วยความที่แม่อยากให้คนที่เข้าพักมีความเป็นส่วนตัว และให้เห็นวิวที่หลากหลายห้องพักแต่ละห้องจึงสร้างอยู่ห่างกันพอสมควร ทำให้การเดินทางในรีสอร์ตจึงต้องใช้รถกอล์ฟหรือไม่ก็จักรยานเอา

เดินดูในส่วนของรีสอร์ตและปล่อยให้สาวๆถ่ายรูปจนจุใจก็เตรียมย้ายไปที่สวนของพ่อบ้าง แต่ก่อนไปแม่ให้แวะเอาอาหารกลางวันจากรีสอร์ตเพื่อไปนั่งกินกันในสวน

"นี่มื้อกลางวันค่ะคุณหนู แล้วนี่ก็พวกเสื่อกับเบาะนั่งนะคะ เดี๋ยวพี่ยกไปไว้ที่รถให้"

"ไม่เป็นไรครับพี่แจง เดี๋ยวผมยกไปเอง"

จังหวะที่กำลังจะหยิบตะกร้าอาหารจากพี่แจงผู้จัดการรีสอร์ต ก็มีมือปริศนามาคว้าตะกร้าอาหารกับกระเป๋าใส่เสื่อและเบาะนั่งตัดหน้าผมไป

"พี่ถือเองมันหนัก เราเดินนำไปที่รถเถอะ"

เดินนำออกไปที่รถโดยพยายามมองหน้าพี่คินให้น้อยที่สุด แม้จะเลี่ยงมาได้ตลอดทั้งวัน แต่มันก็คงจะไม่ใช่ตลอดไปสินะ

ตอนนี้พวกเรานั่งกันอยู่ที่ริมลำธารด้านหลังสวน ตอนแรกตั้งใจว่าจะเข้าไปปูเสื่อกินมื้อกลางวันที่สวนตรงส่วนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ แต่อากาศดันไม่เป็นใจเพราะดันร้อนอบอ้าว เลยเปลี่ยนมาที่ริมลำธารแทน

"บรรยากาศดีมากกกกก ฉันชอบที่นี่"

"จริงด้วยค่ะพี่ยี่หว่า อากาศก็ดีด้วยนะคะเย็นสดชื่น นี่หนูว่ากินข้าวเสร็จจะลงเล่นน้ำสะหน่อยคงเย็นน่าดู"

"เห้ย พี่เอาด้วยเตรียมกางเกงมาเปลี่ยนเรียบร้อย เอาไหมพวกมึง"

พี่แชมป์ตะโดนหาแนวร่วมในการเล่นน้ำทันที ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากทุกคนทันทีเช่นกัน ผมเองก็ไม่ได้มาเล่นน้ำที่นี้นานแล้ว วันนี้คงต้องรำลึกความหลังกันหน่อย

จัดแจงปูเสื่อ ปูเบาะรองนั่ง เอาอาหารจากปิ่นโตมาเรียงก็ถึงเวลากินมื้อกลางวันได้ มื้อนี้แม่จัดอาหารที่เป็นซิกเนเจอร์ของรีสอร์ตอย่างไก่ทอดเกลือ หมูสามชั้นทอดน้ำปลา แหนมซี่โครงหมู น้ำพริกอ่องกับข้าวเหนียวร้อนๆและผักสดๆ ใครมาบ้านผมแล้วไม่อ้วนกลับไปถือว่ามาไม่ถึงจริงๆ

"สมัครเป็นลูกบ้านนี่อีกคนได้ไหม แม่แกทำกับข้าวอร่อยมาก กับข้าวที่รีสอร์ตก็อร่อย วันๆคงวิ่งไปกินที่บ้านทีที่รีสอร์ตที่แน่ๆ"

"แป้งไม่ต้องสมัครหรอก แม่เราออกจะชอบแป้งขนาดนั้น ป่านนี้รับเป็นลูกเรียบร้อยแล้วไม่เชื่อตอนกลับถามดูได้ แล้วก็ไม่ต้องวิ่งไปมาด้วยนะเพราะกับข้าวที่รีสอร์ตก็ฝีมือแม่เรา"

"โห สุดยอดเลยแม่แกเก่งมากอะ"

"พี่ว่าคราวนี้แม่เราได้ลูกเพิ่มเยอะแน่นอน ที่แน่ๆก็เพื่อนพี่คนนึงแล้ว ใช่ไหมคิน"

"ก็ไม่รู้ว่าลูกเขาจะยอมให้แม่ตัวเองยอมรับหรือเปล่า ว่าไงน่านยอมให้พี่เป็นลูกแม่เราอีกคนได้ไหม"

"ผมแล้วแต่แม่ครับ"

พูดจบก็จ้วงข้าวเข้าปากเป็นการปิดบทสนทนากับพี่คินกลายๆ แล้วหันไปสนใจคนอื่นๆในวงแทน รู้ตัวแหละว่าทำแบบนี้ยังไงพี่คินก็สงสัยแต่ผมยังไม่พร้อมจะพูดกับพี่เขาจริงๆ

กินข้าวเสร็จเรียบร้อยนั่งย่อยอีกสักพักก็เริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าลงเล่นน้ำกัน มีแต่พี่คินคนเดียวที่ไม่ลงเล่นเพราะอาสาจะถ่ายรูปให้กับทุกคน เล่นกันได้สักพักใหญ่ๆ ก็ได้เวลากลับเพราะเย็นมากแล้ว

มาถึงบ้านเห็นแม่กำลังตั้งโต๊ะสำหรับมื้อเย็นที่สวนหน้าบ้าน มื้อนี้เป็นหมูกระทะแล้วก็พวกซีฟู้ดทั้งหลาย นึกว่าเชียงใหม่อยู่ติดทะเลสะอีกเพราะแม่ดันจัดเต็มแบบยกทะเลมาวางหน้าบ้านเลยทีเดียว

"ไปลูกไป อาบน้ำแล้วมากินข้าวกัน มื้อนี่เป็นหมูกระทะนะแล้วก็มีซีฟู้ดด้วย ถือว่าฉลองปิดเทอมกัน"

"จัดเต็มมากครับคุณน้า ลาภปากไอ้แชมป์ที่แท้ทรู"

พี่แชมป์ลูบท้องปอยๆประกอบ เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้เป็นอย่างดี จากนั้นก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำเตรียมตัวมากินหมูกระทะกัน

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

"บ้านเราไม่ได้ครึกครื้นอย่างนี้นานแล้วเนอะพ่อเนอะ"

"นั้นสิ ครั้งล่าสุดก็ตอนฉลองให้เจ้าฟ้าที่สอบติด นานแล้วเหมือนกันเนอะ"

"นี่ไม่ได้กำลังแซะฟ้าอยู่ใช่ไหมอะ"

"ใครจะไปแซะแกตัวแสบ เนอะพ่อเนอะแม่"

ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ความเป็นสนามอารมณ์ของผมในวันนี้ยังไม่จบลงอีกเหรอเนี่ย ทำไมชอบโดนแกล้งอยู่เรื่อยเลย เดี๋ยวก็งอนจริงๆสะหรอก

"อะๆ แม่ไม่แกล้งแล้ว เอาไปกุ้งของโปรดเรา"

"ขอบคุณครับ แม่ใครเนี่ยน่ารักที่สุด"

"ว่าแต่พรุ่งนี้มีโปรแกรมไปไหนกันบ้าง"

ถ้าพ่อไม่ถามผมก็ลืมไปเลยว่าพรุ่งนี้จะไปไหน เพราะพี่แชมป์กับแป้งพายยังไม่บอกใครเลยว่าทริปนี้จะไปไหนกันบ้าง

"พรุ่งนี้จะขึ้นดอยอินทนนท์ตอนเช้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้นค่ะ สายๆค่อยไปดอยสุเทพต่อ"

"บ่ายๆว่าจะเข้าเมืองกันครับ ไปถนนนิมมานเอาใจสาวๆเขาหน่อย ตอนเย็นค่อยไปประตูท่าแพรกับถนนคนเดินครับ"

"โปรแกรมน่าสนใจ แล้วจะไปกันยังไงล่ะ"

จัดโปรแกรมกันแน่นจริงๆทั้งสองคน กะว่ามาคราวนี้ต้องเก็บที่เที่ยวในเชียงใหม่ให้ครบเลยใช่ไหมเนี่ย

"กะว่าจะเหมารถแดงอะพี่ ได้บรรยากาศดี"

"พ่อว่าเอารถที่บ้านไปก็ได้นะ จะได้สะดวกด้วย แล้วก็ให้ลุงดำขับรถให้แกชำนาญทาง"

"พวกหนูเกรงใจค่ะ แค่ที่พักกับอาหารก็เกรงใจจะแย่แล้ว"

"ไม่ต้องเกรงใจเลยลูก มาเที่ยวบ้านเราทั้งทีก็ต้องต้อนรับอย่างดี อีกอย่างเป็นเพื่อนเป็นพี่เจ้าฟ้าก็เหมือนลูกแม่อีกคน แม่ก็ต้องดูแลอยู่แล้ว"

"ขอบคุณครับคุณน้า ถ้างั้นเอาตามที่คุณน้าว่าเลยก็ได้ครับ"

"มันต้องแบบนี้สิ งั้นเดี๋ยวตอนเช้าแม่ทำปิ่นโตไว้ให้นะ เอาไปกินรอดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน"

"ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ"

นี่แหละครับที่บ้านผม จัดเต็มแบบนี้ตลอดเวลามีคนมาบ้าน สมัยมัธยมเพื่อนผมก็ชอบมาบ่อยๆ เพื่อนพี่น้ำก็เหมือนกัน

เกือบสี่ทุ่มวงหมูกระทะก็ถึงเวลาแยกย้าย พวกเราช่วยกันเก็บกวาดสถานที่ ล้างถ้วยชามเรียบร้อยก็แยกกันเข้านอน เตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้

 

 

.................TBC.................

#moveon_เป็นวงกลม

 

Caramel Macchiato's talk

ทุกคนดูเอ็นจอยเเละเเฮปปี้มาก เเต่เว้นพี่คินของเราไว้คน ทางนั้นถ้าไม่รีบมาเคลียร์ก็อดคุยกับน้องไปนะจ๊ะ คราวนี้น้องโนสนโนเเคร์คนพี่ไปเเล้ว

ให้กำลังใจกันได้นะคะ เมลรออ่านคอมเมนต์จากทุกคนอยู่

ติดตามข่าวสารการอัพเดทและพูดคุยติ-ชมนิยาย ได้ที่ทวิตเตอร์ @CaramelWritter เเละ #moveon_เป็นวงกลม









 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #55 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 22:58
    พี่คินยังไม่มีโอกาสได้คุยกับน้องซะทีเลย
    #55
    0
  2. #19 AreeyaPiwpuead (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 13:50
    สนุกมาาารอเลยยยย
    #19
    1
    • #19-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 18)
      20 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:34
      ขอบคุณค่าา
      #19-1
  3. #18 mynameismiko (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:42
    เมินยาวๆไปเลยเอาให้อกแตกตาย
    #18
    1
    • #18-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 18)
      20 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:33
      เนอะๆ ทำกับน้องน่านของเราได้
      #18-1