Move on เป็นวงกลม (end)

ตอนที่ 17 : มูฟออนครั้งที่ 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 970
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    30 พ.ค. 63

               มูฟออนครั้งที่ 16

 

สอบไฟนอลเสร็จมหาวิทยาลัยจะปิดเทอมเป็นเวลาเดือนครึ่ง หลังสอบผมมีแผนจะกลับบ้านครับ คิดถึงพ่อ แม่ พี่น้ำ ลุงป้าน้าอาที่รีสอร์ตกับสวนจะแย่แล้ว แต่ก่อนกลับผมคงต้องเคลียร์ห้องให้เรียบร้อยก่อน เพราะตั้งแต่หลังพรีเซนต์งานจบลากยาวมาจนถึงช่วงสอบก็ไม่มีเวลาเก็บกวาดห้องเลย ไหนจะเสื้อผ้ากองโตอีกเลยว่าจะอยู่ทำความสะอาดห้อง แล้วก็หาซื้อของฝากไปให้คนที่บ้านด้วย

พรุ่งนี้จะเริ่มสอบวันแรกแล้ว วันนี้พวกเราสามคนมาอ่านหนังสือที่หอสมุด ไม่สิต้องบอกว่าแปดเพราะเดี๋ยวพวกพี่ๆเขาจะตามมาอ่านด้วย 

"ปิดเทอมนี้มีแผนทำอะไรกันบ้างอะ"

"คงนอนอยู่บ้านเล่นเกมก่อนสักอาทิตย์ แล้วค่อยเข้าไปช่วยที่บ้านทำงาน" 

คำตอบแบบนี้สมกับเป็นก้าวหน้าดีครับ

"เรากลับบ้านอะ คิดถึงที่บ้านจะแย่แล้ว"

"เชียงใหม่ใช่ป่ะ อยากไปด้วยจังไม่ได้ไปเชียงใหม่นานแล้ว"

"เออ น่าสนวะไปด้วยได้ปะ"

"เอาดิ ช่วงนี้อากาศกำลังดีเลย"

"จริงนะ จะไม่รบกวนที่บ้านน่านใช่ปะ"

"ไม่รบกวนเลย ที่บ้านเราชอบจะตายที่จะมีเพื่อนๆไปบ้าน"

"แล้วแกจะกลับวันไหน"

"หลังสอบสักสี่ห้าวันอะ ต้องเคลียร์ห้องแล้วก็หาซื้อของฝากก่อน"

"กลับไง เครื่องปะ"

"อื้ม นั่งเครื่องอะแต่ยังไม่ได้จองตั๋วเลย"

"จะจองตั๋วไปไหนกันจ๊ะ"

"จะไปเชียงใหม่บ้านน่านค่ะพี่ยี่หวา"

"เห้ย น่าสนใจวะไปด้วยได้ปะ"

"ใช่ๆ ไม่ได้ไปนานแล้วเหมือนกันเชียงใหม่อะ ช่วงนี้อากาศดีด้วยนี่หน่า"

"จะไปกันคือถามน้องยังว่าสะดวกหรือเปล่า" 

เป็นพี่ของขวัญที่แย้งขึ้นมา

"ไปได้ครับ ตอนนี้อากาศดีแบบที่พี่สกายบอกนั้นแหละครับ ตอนนี้ที่สวนก็ใกล้ได้เวลาเก็บองุ่นพอดีด้วย"

"ยิ่งน่าสนเข้าไปใหญ่เลยน้องน่าน ว่าแต่ถ้าพวกพี่ไปกันหมดแบบนี้จะไม่รบกวนที่บ้านจริงๆเหรอ"

"ไปพักรีสอร์ตน้องก็ได้"

"มีรีสอร์ตด้วยเหรอเจ๋งไปเลย"

"มีครับพี่แชมป์ แต่ไม่ต้องไปพักก็ได้ครับ ถ้าพวกพี่ไปจริงๆนอนที่บ้านก็ได้ ให้สาวๆนอนที่ห้องพักแขก พวกผู้ชายนอนห้องผมก็ได้ เดี๋ยวผมไปนอนกับพี่ชายเอง"

"จะไม่รบกวนเราแน่เหรอ ไปตั้งเยอะแบบนี้"

"ไม่รบกวนจริงๆครับพี่สกาย พ่อแม่ผมชอบครับมีเพื่อนไปเที่ยวที่บ้านเยอะๆแบบนี้"

"ถ้างั้นพวกพี่ไปด้วยนะ"

"ยินดีครับพี่ยี่หว่า แต่ผมไม่ได้ไปหลังสอบเสร็จนะครับ อีกสี่ห้าวันถึงจะกลับ"

"ดีเลยพวกพี่จะได้มีเวลาเตรียมตัวด้วยงั้นเอาตามนี้ เดี๋ยวอ่านหนังสือกันก่อนเลิกอ่านค่อยมาคุยรายละเอียดกันอีกที"

นัดแนะกันเรียบร้อยก็ถึงเวลาอ่านหนังสือจริงจังกันสักที ทุกคนคงอยากรู้ว่าเหตุการณ์ที่ห้องพี่คินหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น 

ที่จริงก็ไม่มีอะไรมากครับ หลังจากกินมื้อเช้ากันเสร็จก็นั่งอ่านหนังสือกันต่อเพื่อรอเสื้อผ้าผมที่เอาไปซัก ได้เสื้อผ้ามาพี่คินก็ขับรถมาส่งผมที่หอช่วงบ่าย แล้วเราสองคนก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยจนกระทั้งวันนี้

จะบอกว่าไม่เจอกันก็ไม่เชิงหรอกครับเพราะพี่คินมีชวนผมไปอ่านหนังสือด้วยกันที่ร้านเฮียทีเร็กซ์ แต่ผมปฏิเสธไปเพราะพี่คินไปอ่านกับพวกเพื่อนๆเขา ที่ไม่ไปเพราะผมกลัวโดนแซวแต่ละคนยิ่งจ้องจะแซวทุกครั้งที่มีโอกาสอยู่ 

อ่านหนังสือเรื่อยมาจนถึงช่วงเย็นก็ได้เวลาแยกย้ายเพราะไม่อยากอ่านจนค่ำแล้วพักผ่อนไม่พอ ไม่งั้นตอนเช้าจะไปสอบแบบสติไม่เต็มร้อยได้ 

ก่อนแยกย้ายก็คุยกันเรื่องไปเที่ยวบ้านผม พี่ของขวัญกับพี่ยี่หวาจะเป็นคนจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้ ส่วนพี่สกายกับพี่คินจะให้รถตู้ของที่บ้านไปรับแต่ละคนจากที่พักมาเจอกันที่สนามบิน ส่วนพี่แชมป์กับแป้งพายจะเป็นคนดูสถานที่เที่ยว ก้าวหน้าจะดูเรื่องร้านอาหารและคาเฟ่ต่างๆที่ขึ้นชื่อของเชียงใหม่ 

เจ้าบ้านอย่างผมทำหน้าที่แค่นำเที่ยวในสวนกับรีสอร์ตแค่นั้น แบ่งหน้าที่กันลงตัวเรียบร้อย นับถอยหลังห้าวันหลังสอบเสร็จถือเป็นออกวันเดินทาง และจะใช้เวลาอยู่ที่เชียงใหม่เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ก็กลับ เว้นแต่ผมที่จะกลับตอนใกล้ๆเปิดเทอม

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

ไฟนอลผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อย กลับมาจากสอบเสร็จวันสุดท้ายก็หลับเป็นตายเลยครับ เพิ่งจะฟื้นร่างมาได้สองวัน วันแรกหลังจากฟื้นคืนสภาพผมใช้เวลาทั้งวันในการเก็บกวาดทำความสะอาดห้องกว่าจะทำเสร็จก็เย็นพอดี 

วันนี้เลยเพิ่งได้ฤกษ์ออกมาหาซื้อของไปฝากคนที่บ้าน แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรไปดีเพราะเดี๋ยวนี้ของที่เคยมีขายเฉพาะในกรุงเทพฯ ปัจจุบันที่เชียงใหม่ก็มีขายแทบทั้งหมดแล้ว เลยได้แต่เดินเตร็ดเตร่ตากแอร์ในห้างไปก่อน

"พี่สกาย สวัสดีครับ"

เดินเล่นไปเรื่อยๆก็บังเอิญเจอเข้ากับพี่สกาย เลยแวะเข้าไปทักทายสะหน่อย

"อ้าวน่าน มาทำอะไรเหรอ"

"แวะมาดูของฝากให้ที่บ้าน แล้วพี่สกายมาทำอะไรเหรอครับ"

"พี่มาทำธุระให้แม่ ว่าแต่เราว่างหรือเปล่าพี่มีเรื่องให้ช่วยหน่อย"

"ว่างครับ พี่สกายมีอะไรให้ผมช่วยบอกมาได้เลย"

"ช่วยไปดูไอ้คินที่คอนโดให้หน่อยสิ"

"พี่คินเป็นอะไรเหรอครับ"

"คืองี้ไอ้คินมันไม่สบายแล้วพวกพี่ไม่มีใครว่างสักคนจะเข้าไปดูมันได้ ตอนแรกพี่จะแวะเข้าไปแล้วแต่ต้องมาทำธุระด่วนให้แม่"

"แล้วคนที่บ้านพี่คินล่ะครับ"

"มันป่วยแล้วไม่ชอบบอกใคร ถ้าพี่ไม่บังเอิญโทรหามันก็ไม่รู้หรอกว่ามันป่วย เอาแต่โหมทำโปรเจกต์ไหนจะสอบไฟนอล สอบเสร็จก็เข้าไปเคลียร์งานของที่บ้านอีกเลยทรุดไปกันใหญ่"

"ถ้างั้นผมแวะเข้าไปดูให้ก็ได้ครับ"

"ดีเลย เดี๋ยวพี่โทรแจ้งพนักงานให้ไปถึงก็แลกบัตรแล้วขึ้นไปห้องมันได้เลย ไปถูกใช่ไหมเคยไปแล้วหนิ"

"ไปถูกครับ งั้นผมไปก่อนนะ สวัสดีครับ"

แยกจากพี่สกายผมก็ตรงไปร้านขายยาก่อน ไม่รู้ว่าพี่เขาป่วยเป็นอะไรบ้างเลยซื้อยามาหลายแบบทั้งยาลดไข้ ยาแก้หวัด ยาแก้ไอ เจลลดไข้ หาซื้อข้าวกับผลไม้ไปให้คนป่วย เสร็จแล้วก็รีบไปคอนโดพี่คินทันที

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

มาถึงคอนโดก็เดินไปแลกบัตรกับพนักงานโชคดีที่พนักงานคนนี้จำหน้าผมได้ว่าเคยเข้ามาพร้อมกับพี่คิน ประกอบกับพี่สกายโทรมาแจ้งไว้ล่วงหน้าแล้ว ขั้นตอนการแลกบัตรเลยไม่ยุ่งยาก 

มาถึงหน้าห้องทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่ามันต้องใช้รหัสผ่านเปิดประตู เลยต้องโทรให้พี่คินออกมาเปิดให้ สภาพตอนนี้ที่เห็นคือหัวยุ่งๆฟูๆ ปากซีดแต่ช่วงแก้มและดวงตากลับแดงกล่ำเนื่องจากพิษไข้ เป็นหนักขนาดนี้ไม่คิดจะบอกใครเลยหรือยังไงกัน

"แค่กๆ มาได้ไงเรา"

"ผมบังเอิญเจอพี่สกายครับ เลยรู้ว่ามีคนป่วยแสนดื้อไม่ยอมบอกใคร"

"นอนพักก็หายแล้ว แค่กๆ"

"พี่อย่างเพิ่งพูดอะไรเลยครับ เดี๋ยวจะเจ็บคอไปมากกว่านี้ ใช้ส่ายหน้ากับพยักหน้าก็พอ เข้าใจไหมครับ"

"ดุจริง แค่ก แค่ก"

"พูดไม่ทันขาดคำ ทำไมดื้อแบบนี้ครับ"

สุดท้ายคนป่วยเลยยกสองมือเป็นเชิงยอมแพ้ ก็แค่นี้ทำไมต้องให้ดุก่อนด้วยก็ไม่รู้

"กินข้าวยังครับ"

พรึบ พรึบ

"สายป่านนี้แล้วเนี่ยนะ แล้วยาล่ะครับ"

หงึก หงึก

"ดีมาก กินยาไม่กินข้าวเดี๋ยวได้กระเพาะทะลุเพิ่มมาอีกอย่าง เฮ้อ ~ มาครับผมติดเจลลดไข้ให้ก่อน แล้วจะไปอุ่นข้าวต้มมาให้ นี่พี่กินยาไปตอนกี่โมงครับ"

พี่คินชูนิ้วเป็นเลขหกขึ้นมา แสดงว่ากินไปตอนหกโมง งั้นก็ได้เวลากินยามื้อกลางวันแล้วล่ะ

จัดการแปะเจลลดไข้ให้คนป่วยเสร็จสรรพ ก็หันมาอุ่นข้าวต้มที่แวะซื้อเข้ามาแล้วปอกเปลือกส้มเตรียมไว้ให้ เรียบร้อยก็ยกออกมาเสิร์ฟคนป่วยที่นั่งรออยู่ตรงโต๊ะกินข้าว

"กินข้าวต้มแล้วก็อย่าลืมกินส้มด้วยนะครับ ผมจะจัดยาไว้ให้พี่มีอาการอะไรบ้างนอกจากไอกับปวดหัว"

พรึบ พรึบ

"แล้วมีแพ้ยาไหมครับ สองตัวนี้พี่กินได้ไหม ผมไม่รู้ว่าพี่ป่วยเป็นอะไรบ้างเลยซื้อมาทั้งหมดเลย"

หงึก หงึก

"กินได้นะครับ งั้นผมเตรียมไว้ให้กินข้าวแล้วอย่าลืมกินด้วยนะ"

"จะไปไหน แค่กๆ"

"บอกว่าอย่าพูดไง แล้วผมก็ไม่ได้ไปไหนจะไปเตรียมน้ำมาเช็คตัวให้พี่"

ยกมือโอเคเสร็จแล้วก็สะบัดมือไล่ผมต่อ ถ้าไม่ติดว่าป่วยจะทุบให้ช้ำคนอะไรกวนชะมัด

เตรียมน้ำพร้อมเช็ดตัวก็ยกออกมาไว้ที่โต๊ะหน้าโซฟา เดินไปดูว่ากินข้าวเรียบร้อยไหมปรากฏว่าเกลี้ยงครับ กินเกลี้ยงทั้งข้าว ส้ม แล้วก็ยาเลย ถือว่าเป็นคนป่วยที่ดีครับ กินง่ายแถมกินเยอะแบบนี้รับรองหายไวแน่นอน

"พี่ไปนั่งรอที่โซฟาเลยครับ ผมเก็บชามตรงนี้ก่อนแล้วจะไปเช็ดตัวให้"

รวบรวมจานชามมาวางไว้ที่ซิงค์ ตั้งใจไว้ว่างเช็ดตัวเสร็จแล้วค่อยกลับมาล้าง 

เดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่นก็พบคนขี้อ่อยถอดเสื้อรอไว้ก่อนอยู่แล้ว ถ้าตอนปกติจะไม่ว่าอะไรเลยแต่นี้ป่วยอยู่แล้วดันมานั่งถอดเสื้อตากแอร์แบบนี้น่าตีให้เนื้อเขียวจริงๆ

จัดแจ้งเช็ดตัวให้คนป่วยด้วยมือสั่นๆ จากที่แค่เห็นด้วยตาแต่ตอนนี้ต้องมาสัมผัสด้วยมือแม้จะมีผ้าขนหนูขวางไว้ก็เถอะ แล้วนี่เอาเวลาไหนไปออกกำลังกายไม่ทราบทำไมมันถึงได้แน่นได้ตึงขนาดนี้ ไหนพี่สกายบอกว่าโหมทั้งโปรเจกต์สอบไฟนอลแล้วยังจะงานที่บ้านอีก

"ไม่ยอมมองแล้วจะรู้ได้ไงว่าสะอาดแล้ว"

ใครจะไปกล้ามองกันเล่า ขืนมองตรงๆได้เลือดกำเดาไหลให้โดนแซวแน่ๆ

"ไม่มองก็รู้ว่าสะอาด ให้หันหลังให้หน่อยครับ"

เช็ดด้านหน้าเรียบร้อยก็ย้ายมาเช็ดด้านหลังต่อ 

อื้อออออ หืออออ 

แผ่นหลังกว้างหน้าสบสะจริง ถ้ากอดเข้าไปจะอุ่นแค่ไหนกันนะ แต่ก็ได้แค่คิดแล้วรีบเช็ดตัวให้เสร็จไวๆก่อนจะป่วยหนักกว่าเดิมเพราะนั่งตากแอร์นาน

"เสร็จแล้วครับ นี่เสื้อผมหยิบออกมาให้แล้ว"

"แน่ใจว่าเสร็จ?" 

พี่คินหยิบเสื้อจากมือผมไปใส่ แล้วเอ่ยถามออกมา

"แน่ใจครับ"

"แล้วตรงนี้ล่ะ" 

หลุบตามองไปที่เป้ากางเกงตัวเอง แล้วยังมายักคิ้วกวนๆใส่ผมอีก หนอยยยย แบบนี้ต้องโดน

เพียะ!

"โอ้ย! ตีพี่ทำไมเนี่ย"

"ใครจะไปทำให้กันเล่า ทำเองเลยครับผมจะไปล้างจานแล้ว"

"หึหึ"

ส่งผ้าขนหนูให้พี่คินแล้วรีบวิ่งหนีเข้าไปที่ครัวพร้อมแก้มร้อนๆ ใครจะไปกล้าเช็ดตรงนั้นกัน บ้าที่สุดเลย!

เดินกลับมาดูพี่คินอีกรอบปรากฎว่าไม่อยู่ที่ห้องนั่งเล่นแล้ว สงสัยจะขึ้นไปนอนที่ห้อง ถือกะละมังน้ำกับผ้าขนหนูไปเก็บเรียบร้อยก็เดินขึ้นไปดูที่ห้องนอน

เปิดประตูเข้าไปถึงกับผงะกับอุณหภูมิของแอร์ที่เปิด ในห้องเลี้ยงหมีขั้วโลกหรือไงถึงได้เปิดแอร์สะเย็นเจี๊ยบ เดินเข้าไปปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้น เช็คความเรียบร้อยของเจลลดไข้และผ้าห่มให้เรียบร้อย

"หายไวๆนะครับ ผมเป็นห่วง"

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

นั่งเฝ้าพี่คินนอนอยู่พักใหญ่ก็เดินกลับลงมาข้างล่างสำรวจดูรอบห้องอีกครั้งถึงเห็นว่ารกพอสมควร คงยังไม่มีเวลาเก็บกวาดสินะ ตัดสินใจทำความสะอาดห้องให้เรียบร้อยแล้วกลับไปดูในครัวอีกทีว่าพอมีอะไรทำเป็นมื้อเย็นได้บ้าง โชคดีที่ยังมีของสดเหลืออยู่บ้าง ถ้าไม่เหลือเลยผมคงทำอะไรไม่ได้นอกจากรอเจ้าตัวตื่นมาก่อนเพราะผมไม่รู้รหัสเข้าออกห้อง

กว่าจะจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก็ได้เวลามื้อเย็นพอดี แต่ยังไม่ทันได้เดินไปปลุกพี่คินก็ยืนรออยู่ที่ทางเข้าครัวพอดี

"คิดว่าหนีกลับไปแล้วสะอีก"

"ว่าจะกลับอยู่ครับ แต่ไม่รู้รหัส"

"21 21 11"

"เอ๊ะ?"

"รหัสประตู"

"ทำไมบอกกันง่ายๆอย่างงี้ล่ะครับ"

"เพราะรู้ไงว่าอีกหน่อยเราต้องมาห้องพี่บ่อยแน่ๆ"

"ใครเขาอยากจะมาบ่อยๆกัน"

"ว่าแต่เราเก็บห้องให้พี่เหรอ"

"ครับ ผมเห็นว่ามันรกๆเลยเก็บให้ พวกเอกสารผมเอาใส่กล่องไว้แล้วไม่รู้อันไหนใช้ไม่ใช้ผมเลยไม่กล้าทิ้ง"

"คราวหลังไม่ต้องทำหรอก พี่มีแม่บ้านมาทำให้"

"มันว่างหนิครับไม่รู้จะทำอะไร จริงสิ ผมทำมื้อเย็นเสร็จแล้วพี่หิวไหม"

"เริ่มหิวแล้วล่ะ มื้อนี้ทำอะไรให้กินล่ะ"

"ของสดที่เหลืออยู่พอทำต้มจืดได้ครับ ตอนแรกจะทำข้าวต้มแต่กลัวพี่เบื่อ"

"ดีแล้ว ป่วยที่ไรได้กินแต่ข้าวต้มตลอด"

"งั้นพี่ไปนั่งเลย เดี๋ยวผมไปยกมาให้"

จัดแจงดันหลังอีกฝ่ายให้ไปนั่งคอยที่โต๊ะอาหาร ก่อนผละตัวมาตักต้มจืดในครัวเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยกับน้ำส้มที่คั้นจากส้มที่ซื้อมา

คนป่วยทานมื้อเย็นกับยาเรียบร้อยก็ได้เวลาเช็ดตัวอีกรอบ เช็ดตัวเมื่อบ่ายพบคนขี้อ่อยแต่เช็ดตัวรอบนี้พบคนงอแงแทน

"พี่ขออาบน้ำเถอะ เหนียวตัวจะแย่"

"แต่พี่ป่วยอยู่อาบน้ำไม่ได้นะครับ"

"ก็มีเด็กซนแถวนี้มาปรับแอร์ ตื่นมาเหงื่อท่วมตัวเลย อีกอย่างตอนนี้ไม่มีไข้แล้วด้วยลองวัดดูสิ"

พี่คินจับมือผมไปแนบกับหน้าผากเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองไม่มีไข้แล้วจริงๆ

"โอเคครับ แต่ต้องอาบน้ำอุ่นแล้วก็อาบเร็วๆด้วยนะ ไข้กลับมาอีกรอบผมจะไม่สนใจแล้วคอยดู"

ตีหน้าดุให้พี่คินกลัว แต่ไหงพี่คินถึงขำออกมากันเล่า!

"กลัวแล้วครับ จะรีบอาบแล้วก็อาบน้ำอุ่นตามบัญชาแน่นอน รู้รหัสแล้วก็ห้ามหนีกลับล่ะ เดี๋ยวพี่ลงมา"

คล้อยหลังพี่คินไปอาบน้ำ ผมก็กลับมาจัดการทำความสะอาดในครัวให้เรียบร้อย ระหว่างนั้นก็คิดว่าคืนนี้จะเอายังไงต่อดีใจหนึ่งก็อยากอยู่เฝ้ากลัวดึกๆไข้จะกลับ อีกใจก็ไม่รู้จะอยู่ทำไมเพราะจริงๆแล้วที่ตรงนี้ควรเป็นของพี่ลูกพีชมากกว่า

"ยังอยู่จริงด้วยแหะ"

"ผมคิดว่าพี่มีเรื่องจะคุยด้วย ก็เลยอยู่รอ"

"คืนนี้ค้างนี่ไหม เริ่มดึกแล้ว"

"ยังไม่ดึกเท่าไหร่ผมกลับหอได้ครับ"

"ไม่อยู่เฝ้าพี่จริงๆเหรอ เผื่อกลางคืนเป็นหนักกว่าเดิมจะทำยังไง"

"มันจะเป็นหนักก็เพราะพี่อาบน้ำนี้แหละ อีกอย่างถ้าพี่สกายไม่โทรมาป่านนี้ก็ไม่มีใครรู้อยู่แล้วหนิครับว่าพี่ป่วย"

"ใจร้ายจัง"

นี่มันเด็กชายคีรินทร์ตอนไม่ได้ของเล่นชัดๆ ทำหน้าหงอยแถมยังช้อนตาแป๋วๆมาจ้องกันอีก โอเคครับน่านฟ้าคนนี้แพ้แล้วเรียบร้อย

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

"ของใช้เหมือนเดิมทุกอย่างนะ แปรงสีฟันเราพี่ยังเก็บไว้อยู่ในแก้ว ส่วนเสื้อผ้าก็เลือกเลย แล้วคราวหลังก็เชื่อพี่ด้วยเอาเสื้อผ้ามาทิ้งได้แล้ว"

"คร้าบบบบบ รับทราบครับผม พี่ก็ไปนอนพักได้แล้วหายไม่ทันไปบ้านผม ผมทิ้งจริงๆด้วยนะ"

"รับทราบ"

"พี่คินมีผ้านวมหรือผ้าห่มหนาๆไหมอะ ผมขอสักผืนสิ"

"มีๆ เดี๋ยวพี่หยิบให้"

"ขอบคุณครับ"

ก้าวเข้ามาในห้องน้ำอดที่จะประหลาดใจไม่ได้ว่าแปรงสีฟันที่ผมใช้เมื่อคราวก่อนอยู่ในแก้วแบบที่พี่คินบอกจริงๆ ปกติแล้วถ้าควรจะทิ้งไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมพี่คินถึงเลือกที่จะเก็บไว้ล่ะ

ออกมาจากห้องน้ำก็เห็นคนป่วยนอนอยู่บนพื้นโดยมีผ้าน่วมผืนหนาปูรองอยู่ แล้วมาแย่งที่นอนผมทำไมล่ะเนี่ย

"มานอนข้างล่างทำไมครับ ขึ้นไปนอนบนเตียงดีๆ"

"เรานั้นแหละนอนบนเตียงพี่นอนพื้นเองจะได้ไม่ติดหวัด"

"ที่ผมขอผ้านวมเพราะผมจะเอามานอนเอง พี่ป่วยอยู่ก็ควรนอนบนเตียงดีๆ"

เดินเข้าไปดึงพี่คินให้ลุกออกจากที่นอนเฉพาะกิจ แต่ดึงเท่าไหร่ก็ไม่ยอมลุกขึ้นมาสะที กลายร่างเป็นเด็กชายคีรินทร์อายุห้าขวบหรือไง พูดยากจริงๆ

"ถ้าไม่มานอนบนเตียง งั้นผมกลับแล้วนะ"

"เห้ย! เดี๋ยวดิ ยอมแล้วๆ แค่นอนบนเตียงก็จะไม่กลับใช่ปะ"

"ครับ"

ต้องให้เล่นบทโหดถึงจะยอมฟังกันบ้าง ดีนะรู้รหัสมาแล้วไม่งั้นหาข้ออ้างไม่ได้แน่ๆ

หลังจากเคลียร์เรื่องที่นอนจบก็แยกย้ายกันเข้านอนได้สะที แต่ดูเหมือนเด็กชายคีรินทร์จะยังงอนผมอยู่ เอาไว้ทำมื้อเข้าอร่อยๆไถ่โทษแทนแล้วกัน

ตื่นเช้ามาผมก็จัดการล้างหน้าแปรงฟัน เพื่อออกไปหาซื้อของสดมาทำมื้อเช้าให้ ตอนนี้พี่คินยังไม่ตื่นหวังว่าผมจะทำมื้อเช้าเสร็จก่อนนะ

ใช้เวลาเลือกซื้อของไม่นานก็กลับมาที่ห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้พอเปิดประตูเข้าไปกลับเจอรองเท้าผู้หญิงถอดวางไว้ที่ชั้นวางรองเท้า หรือว่าแม่พี่เขาจะมาเยี่ยมกันนะ แล้วผมควรจะทำตัวยังไงดี

"ใช่น่านหรือเปล่า"

อ่าาาา ไม่ใช่แม่พี่คินแต่เป็นพี่ลูกพีชต่างหาก

"ใช่ครับ สวัสดีครับพี่ลูกพีช"

"ดีจ้า ว่าแต่เรามาได้ไง รู้รหัสห้องคินด้วยเหรอ ไม่น่าเชื่อว่าคินจะยอมบอกรหัสคนอื่นด้วยเห็นหวงนักหวงหนา"

"คะ ครับ คือผมแวะมาดูพี่คินตั้งแต่เมื่อวาน พี่เขาไม่สบายน่ะครับ

"ว่าแล้วเชียว ป่วยที่ไรไม่ยอมบอกใครเหมือนเดิม แล้วเรารู้ได้ไงจ๊ะว่าคินป่วย"

"บังเอิญเจอพี่สกายน่ะครับ พี่เขาวานให้ผมมาดูพี่คินแทนเพราะติดธุระอยู่"

"แบบนี้เอง ว่าอยู่แล้วคนอย่างคินเวลาป่วยไม่ชอบบอกใครนอกจากเราจะรู้เองถึงจะยอมรับ โชคดีที่พี่แวะมาดู พอดีคุณป้าหมายถึงแม่ของคินน่ะบอกว่าคินไม่ยอมกลับบ้านทั้งๆที่สอบเสร็จแล้วเลยเดาว่าน่าจะป่วย แล้วก็ป่วยจริงด้วย"

"....."

"มันน่าตีจริงๆ ป่วยทั้งทีไม่ยอมบอกกันบ้าง แล้วนี่เรานอนเฝ้าเหรอเมื่อคืน"

"ใช่ครับ"

"รับมือยากหน่อยนะรายนั้น ชอบนอนเปิดแอร์เย็นๆ ดื้อจะอาบน้ำให้ได้ แถมยังเรื่องมากเรื่องกินอีก ห้ามมีแต่ข้าวต้มนะกินบ่อยๆแล้วเบื่อ แล้วยังงอแงต้องมีคนนอนเฝ้าอีก"

"คะ ครับ"

หน่วง บอกเลยว่าใจผมหน่วงมากตั้งแต่เจอพี่ลูกพีชอยู่ในห้องแล้วไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่าพี่ลูกพีชจะมา เพราะดูเหมือนว่าจะมีแค่พี่สกายเท่านั้นที่รู้ว่าพี่คินป่วย 

แต่ผมคงลืมความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้ไป เพราะมัวแต่หลงกับช่วงเวลาแห่งความสุขเล็กๆน้อยๆที่ผ่านมา ถึงได้คิดไม่ถึงว่าพี่ลูกพีชน่าจะรู้จักนิสัยของพี่คินดีที่สุด 

แล้วก็จริงอย่างว่าเพราะพี่ลูกพีชรู้หมดเลยว่าตอนป่วยพี่คินเป็นยังไง รู้รหัสเข้าห้องกันอีก ที่สำคัญยังสนิทกับครอบครัวพี่คินถึงขั้นที่แม่เขาให้แวะมาดูเพราะติดต่อลูกชายไม่ได้

ชัดแล้วสินะน่านฟ้า ควรพอแค่นี้ได้แล้วเลิกหลอกตัวเองสะที เปิดหูเปิดตาออกมาดูบ้างว่าที่ตรงนี้มีเจ้าของแล้ว แล้วเจ้าของคนนั้นมันไม่ใช่แก

"ถะ ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนนะครับ นี่ของสดผมซื้อมาจะทำมื้อเช้าให้ แต่คงต้องรบกวนพี่ลูกพีชทำแทน ผมมีธุระด่วนต้องไปแล้ว สวัสดีครับ"

แม้จะสงสัยว่าการกระทำทั้งหมดที่ผ่านมาของพี่คินเป็นเพราะพี่เขาคิดเหมือนกันกับผม แต่การปรากฏตัวของพี่ลูกพีชในวันนี้มันก็ย้ำชัดแล้วว่ามันไม่ใช่ และมันก็ไม่มีทางใช่ด้วย

ต้องยอมรับความจริงให้ได้ว่าเวลาแห่งความสุขที่เฝ้าหลอกตัวเองมันหมดลงแล้ว หมดลงแล้วจริงๆ

คงถึงเวลาต้องมูฟออนออกมาแบบจริงจังแล้วนะน่านฟ้า มัวแต่มูฟออนเป็นวงกลมมาตั้งนาน 

 

.................TBC.................

#moveon_เป็นวงกลม

Caramel Macchiato's talk

หวานๆได้ไม่เท่าไหร่ก็มีเรื่องสะเทือนใจน้องสะงั้น รีบเคลียร์ด่วนเลยนะพี่คินน้องจะมูฟออนจริงๆเเล้ว

ให้กำลังใจกันได้นะคะ เมลรออ่านคอมเมนต์จากทุกคนอยู่

ติดตามข่าวสารการอัพเดทและพูดคุยติ-ชมนิยาย ได้ที่ทวิตเตอร์ @CaramelWritter เเละ #moveon_เป็นวงกลม  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #82 เจ้ากระต่ายจมูกหมู (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 13:09
    ชะนีลูกพีชสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง
    #82
    1
    • #82-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 17)
      20 สิงหาคม 2563 / 14:22
      มันยังไงกันนะ รอลุ้นตอนต่อไป
      #82-1
  2. #54 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 22:44
    ทุกทีเลย มันกำลังจะดีอยู่แล้วเชียว
    #54
    0
  3. #17 Mheenoy728 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:24

    ฮือออออ
    #17
    1
    • #17-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 17)
      18 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:11
      ตอนต่อไปมาเร็วๆนี้แน่นอนค่ะ
      #17-1
  4. #16 นั่งดมกาวบนดาวพลูโต (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:00
    ฮืออออออออ
    #16
    1
    • #16-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 17)
      16 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:23
      โอ๋ๆนะคะ
      #16-1
  5. #15 รญาดา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:19
    มูฟออนจริงๆ ซักทีเถอะ เอาให้จริงจังแล้วให้พี่มันมาง้อมาเคลียมาจีบแบบจริงจังยังดูดีกว่า ไม่งั้นน้องโคตรไร้ค่า อ่อนไปเรื่อยๆ
    #15
    1
    • #15-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 17)
      16 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:23
      นั้นสิคะ พี่คินต้องจริงจังกับน้องเราเเล้ว
      #15-1
  6. #14 mynameismiko (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:36
    ถ้าน้องมูฟออนได้จริงๆพี่คินเสียใจแน่
    #14
    1
    • #14-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 17)
      16 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:11
      นั้นสิค่ะเพราะฉะนั้นพี่คินต้องรีบเคลียร์กับน้องเเล้ว
      #14-1