Move on เป็นวงกลม (end)

ตอนที่ 15 : มูฟออนครั้งที่ 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 906
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    11 ก.พ. 63

มูฟออนครั้งที่ 14



กลับเข้าสู่การเรียนครึ่งเทอมหลังสุดท้ายก่อนจะจบเทอมแรกของการเป็นเฟรชชี่ ครึ่งหลังนี้จะเน้นไปที่การทำรายงานกลุ่มสะส่วนใหญ่ ต่างจากช่วงต้นเทอมที่ยังทำเป็นการบ้านตามแบบฝึกหัดอยู่ และใช้เวลาเรียนอีกไม่ถึงสองเดือนก็จะสอบไฟนอลกันแล้ว

"อาจารย์โกรธใครมาปะวะสั่งรายงานโครตโหด"

"นั้นดิ แล้วสั่งพร้อมกันทุกวิชาแถมยังต้องพรีเซนต์ก่อนสอบไฟนอลพร้อมกันอีก อีแป้งจะเป็นลม"

"แล้วเราทำอะไรได้บ้างอะ นอกจากก้มหน้าทำต่อไป"

"เฮ้อ/เฮ้อ ~"

"งั้นเราไปหาที่คุยงานกันไหม วิชาไหนทำได้ก่อนก็ทยอยทำไป จะได้ไม่ต้องมาเร่งตอนท้าย"

"เอาดิ แล้วจะไปที่ไหนกันอะ"

"อยากไปลอง Jurassic Cafe' เห็นสาวๆบอกว่าดี"

"เออใช่ เราก็ยังไม่เคยไป ไม่เหมือนใครบางคนที่มีคนซื้อเค้กจากร้านนั้นมาฝากแล้ว"

"พูดขนาดนี้ระบุชื่อเราลงไปเลยเหอะ"

"ระบุได้เหรอจ๊ะน้องน่าน"

"อย่าเพิ่งแกล้งมันดิ แล้วตกลงร้านนี้ดีจริงปะ"

"ดีจริง! ถ้าจะไปต้องรีบไปนะเดี๋ยวคนเต็มร้านสะก่อน"

"งั้นไปเลย เผื่อวันหลังจะได้พาสาวๆไปบ้าง"

มาถึงที่ร้านยังพอเหลือที่นั่งให้พวกเราสามคน คราวนี้เลือกนั่งโซนเอาท์ดอร์ครับ เพราะแป้งพายอยากได้มุมถ่ายรูปไว้อัพลงไอจี เอากระเป๋าจองโต๊ะเสร็จก็เดินมาสั่งขนมและเครื่องดื่มที่ด้านในของร้าน

"Jurassic Cafe' ยินดีต้อนรับครับ"

"สั่งอะไรดีอะ น่ากินไปหมดเลยช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมคะ"

"เมนูเด่นๆที่ผู้หญิงชอบสั่งจะเป็นนิวยอร์คชีสเค้กกับมิกซ์เบอรี่สมูทตี้ หรือก็พวกทาร์ตผลไม้กับชาร้อน น้องสนใจเป็นเมนูไหนครับ"

"ถ้างั้นหนูเอานิวยอร์คชีสเค้กกับทาร์ตผลไม้อย่างละชิ้น เครื่องดื่มเอาเป็นมิกซ์เบอรี่สมูทตี้ค่ะ แกสองคนเอาอะไร"

"ของผมเป็นอเมริกาโน่กับเครปเค้กแล้วกัน"

"ผมเอ-"

"ไงน่าน"

ยังไม่ทันได้สั่งก็มีเสียงเรียกผมสะก่อน หันไปมองคนที่เรียกปรากฎว่าเป็นเฮียทีเร็กซ์เจ้าของร้านสุดหล่อเองครับ

"หวัดดีครับเฮีย"

"ติดใจร้านเฮียอะดิเลยมาอีก"

"ใช่ครับ อร่อยทุกอย่างผมชอบมากเลยพาเพื่อนมาด้วย นี่แป้งพายกับก้าวหน้าเพื่อนผมครับ ส่วนนี่เฮียทีเร็กซ์เจ้าของร้านแล้วก็เป็นพี่สายเทคเราด้วย"

"สวัสดีค่ะ/สวัสดีครับ"

"หวัดดีๆ เออน่านนี่ไอ้แรปเตอร์น้องชายเฮียเอง ส่วนนี่น่านน้องในสาย ไอ้แรปดูน้องให้กูด้วยนะแล้วก็ให้ส่วนลดน้องไป"

"ได้เฮีย ยินดีที่ได้รู้จักนะน้องน่าน"

"ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับพี่แรปเตอร์"

"ถ้างั้นตามสบายนะ เฮียไปทำงานต่อก่อนว่างแล้วจะแวะไปหาที่โต๊ะ"

คุยกับเฮียเสร็จผมก็สั่งขนมกับเครื่องดื่มที่จะกิน กลับมาที่โต๊ะระหว่างรอของที่สั่งแป้งพายก็ใช้ก้าวหน้าถ่ายรูปให้ตามมุมต่างๆ ผมว่าตอนนี้น่าจะได้เกือบๆร้อยรูปหรืออาจจะเกินไปแล้วก็ได้

ของที่สั่งมาเสิร์ฟเราสามคนก็ลงมือกิน ก่อนกินแป้งพายก็ไม่ลืมถ่ายรูปพวกเราพร้อมขนมอัพลงไอจี บอกว่าเก็บไว้เป็นที่ระลึกบ้าง เพราะนานๆที่จะได้ถ่ายรูปร่วมกัน

กินไปคุยเรื่องรายงานไปโชคดีที่แต่ละวิชาอาจารย์ให้จับกลุ่มกันเองซึ่งทุกวิชาพวกเราสามคนก็อยู่ด้วยกัน เว้นแต่วิชาของมหาวิทยาลัยที่เรียนคละกับคณะอื่น ตอนจับกลุ่มทำรายงานเลยต้องอยู่กับคณะอื่นด้วย

แบ่งงานกันเสร็จก็ถึงเวลาแยกย้ายกันกลับแป้งพายอาสาขับรถไปส่งพวกผมที่หอ หมดแล้วครับยุคสมัยผู้ชายไปส่งผู้หญิง



~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~



ใกล้สอบไฟนอลเข้าไปทีไรเหมือนพลังชีวิตยิ่งลดลงมากเท่านั้น รายงานต่างๆที่ถาโถมเข้ามาใกล้ถึงเดดไลน์ในการพรีเซนต์เข้าไปทุกที มีบ้างที่ทำเสร็จไปแล้วแต่ก็มีเหตุให้ต้องปรับแก้กันไป ทำให้ตอนนี้พวกผมหัวหมุนกันมากหนังสือสอบก็ยังไม่ได้อ่าน รายงานก็ยังไม่เสร็จ ไม่ต้องถามถึงเรื่องระหว่างผมกับพี่คินเลยครับทุกวันนี้แค่เวลานอนยังมีไม่พอเลย

หลังจากวันที่ไปเดินตลาดนัดหลังสอบกันมาเราสองคนก็เหมือนจะคุยกันมากกว่าเป็นปกติ มีทั้งไลน์ทั้งโทรแบบปกติหรือบางครั้งก็เป็นแบบวิดีโอคอล แต่มีแปลกไปจากเดิมตรงที่ทุกเย็นพี่คินจะวิดีโอคอลมาบอกว่าอยากเห็นต้นหน้าวัวว่าเป็นยังไงบ้าง ดอกมันยังอยู่ดีไหม รดน้ำหรือยัง หรือบางทีก็คอลมาทิ้งไว้เฉยๆแล้วเจ้าตัวก็ไปนั่งทำรายงาน พอผมถามว่าทำแบบนี้ทำไมเจ้าตัวก็บอกว่าหาคนอยู่เป็นเพื่อนตอนทำงาน

แต่หลังๆพอใกล้ช่วงสอบไฟนอลเราสองคนก็คุยกันน้อยลง มีแค่ส่งไลน์หากันบ้าง ใครว่างตอนไหนก็เข้ามาตอบ นี่ผมเองก็ไม่ได้เจอหน้าพี่เขามาเป็นอาทิตย์แล้ว ได้ข่าวว่าปีสองได้โปรเจกต์ที่ต้องทำค่อนข้างใหญ่เลยต้องใช้เวลาทุ่มเทกับมันมากกว่ารายงานปกติ

"พรีเซนต์หมดแล้วโว้ยยยย เป็นไทสะที!!!!"

"เป็นไทแบบไม่สุดอะ ต้องอ่านหนังสือสอบอีก"

"โห เรื่องนั้นลืมไปก่อนได้ปะ ลืมแบบลืมไปเลยยยยย"

ได้แต่โอดครวญกันไปปากบอกว่าจะลืมแต่เอาเข้าจริงก็ทำใจลืมไม่ได้หรอกครับ อาทิตย์หน้าก็เริ่มสอบไฟนอลแล้วแต่หนังสือยังไม่แตะแม้แต่หน้าปกเลย

"แล้วนี่เอาไงอะ มาอ่านด้วยกันอีกไหม"

"เอาดิอ่านเองไม่น่ารอด"

"เราเห็นด้วยกับก้าว งั้นทำแบบเดิมไปอ่านกันเองก่อนสักสองวันแล้วค่อยมาอ่านพร้อมกันอีกที"

"ใจจริงฉันอยากให้พี่คินช่วยติวให้นะ แต่เกรงใจพี่เขามากโปรเจกต์ปีสองคือหนักจริง บางวันพี่ของขวัญยังโทรมาบ่นให้ฟังเลย"

"คราวนี้คงต้องพึ่งตัวเองกันแล้วล่ะ แต่ว่าตอนนี้แยกกันก่อนมะอยากนอนมาก"

"เรายังไม่ได้นอนเลยเหมือนกัน งั้นกลับหอก่อนนะ อีกสามวันเจอกัน"

โชคดีที่อาจารย์ปิดคลาสไปหมดแล้วทำให้หลังพรีเซนต์รายงานเสร็จพวกเราจะมีเวลาว่างในการอ่านหนังสือสอบหนึ่งสัปดาห์ก่อนสอบไฟนอล คราวนี้ผมต้องตั้งใจให้มากกว่าเดิมเพราะคงให้พี่คินมาช่วยติวแบบตอนมิดเทอมไม่ได้อีกแล้ว

ผ่านไปแล้วสองวันกับการอ่านหนังสือสอบด้วยตัวเอง ปัญหาของผมที่เจอคือวิชาคำนวณที่ลองทำโจทย์เท่าไหร่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี วันนี้เลยว่าจะลองถามสองคนนั้นดูเผื่อว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง

เราสามคนนัดติวกันหอสมุดของมหาวิทยาลัยเหมือนเดิม ตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลานัดแล้วไม่รู้ว่าจะมีที่นั่งหรือเปล่า อย่างที่รู้กันว่าช่วงสอบคนจะมาใช้บริการหอสมุดเป็นจำนวนมาก

KNP (3)

มีใครถึงหอสมุดแล้วบ้าง : NanFha

Kaonah : กำลังไป

PANGPIE : OTW จ้า

งั้นเดี๋ยวเรารีบไปจะได้จองโต๊ะก่อน ไม่รู้ป่านนี้เต็มไปยัง : NanFha

PANGPIE : ไม่ต้องกลัวเต็มจ้ามีคนจองให้แล้ว

Kaonah : ใครอะ

PANGPIE : พี่ของขวัญ วันนี้พวกพี่เขาก็นัดติวเหมือนกัน พอรู้ว่าเราก็ติวพี่เขาเลยชวน

Kaonah : ดีเลย มีตรงไหนไม่เข้าใจจะได้ถามพี่เขาได้

จะไม่รบกวนพวกพี่เขาหรือไง : NanFha

PANGPIE : ไม่เลย พี่เขาบอกถามได้ถึงได้ชวนให้ติวด้วยกัน น่านไปถึงก่อนก็เดินไปหาพวกพี่เขาได้เลยนะ พวกพี่เขาอยู่ที่นั้นกันแล้ว

โอเค : NanFha



~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~



นี่คงจะเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่ผมจะได้เจอกับพี่คินหลังจากที่ทำได้เพียงแค่ส่งข้อความคุยกันผ่านไลน์เท่านั้นซึ่งก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง บางครั้งกว่าจะตอบก็ผ่านไปวันสองวันก็มี

ไม่รู้ว่าพี่เขาจะเป็นยังไงบ้างเพราะถามถึงทีไรก็บอกว่าตัวเองสบายดีตลอด ขนาดผมยังแทบไม่ได้นอนแล้วพี่เขาละจะได้นอนบ้างหรือเปล่า

มาถึงหอสมุดโซนติวหนังสือก็เจอพวกพี่ๆนั่งอยู่ก่อนแล้ว พวกพี่เขาจองโต๊ะใหญ่เพื่อให้พอนั่งกับจำนวนสมาชิกทั้งแปดคน บนโต๊ะมีทั้งชีทเรียน หนังสือ สมุดเลคเชอร์ แต่ที่เด่นสะดุดตาคือถาดพิซซ่าประมาณห้าถาดกับเครื่องเคียงทั้งหลายวางแผ่จนเต็มโต๊ะ ชักเริ่มไม่แน่ใจว่าสรุปแล้วพี่เขามาติวหนังสือหรือมากินกันแน่

"พี่ๆสวัสดีครับ"

"สวัสดีจ้า นั่งเลยๆกินอะไรมายังเรา พวกพี่สั่งพิซซ่ามากินกัน สั่งเผื่อพวกเราไปแล้วด้วยนะ หยิบกินได้ตามสบายเลย"

"ขอบคุณครับ"

พี่ยี่หวาเอ่ยชวนพร้อมเลื่อนถาดพิซซ่าและเครื่องเคียงมาไว้ตรงหน้า โชคดีที่ยังไม่กินข้าวมาผมเลยรับพิซซ่ามากินด้วยความเต็มใจ

นั่งกินไปได้ไม่นานแป้งพายกับก้าวหน้าก็มาถึงสองคนนั้นก็ได้พิซซ่าเป็นมื้อเช้าเหมือนกัน กินเสร็จเรียบร้อยก็ลงมืออ่านหนังสือกันต่อ ตั้งแต่มานั่งผมยังไม่มีโอกาสได้คุยกับพี่คินเลยมีแค่ยิ้มทักทายกันเท่านั้น ไว้ถึงช่วงเบรกเมื่อไหร่ค่อยทักพี่เขาแล้วกัน

เริ่มอ่านมาสักพักก็มาถึงวิชาบัญชีที่รอบนี้ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ตรงส่วนของคำนวณ ตามจริงแล้วผมไม่ค่อยถนัดพวกเลขเท่าไหร่แม้จะรู้ดีว่าถ้ามาเรียนบริหารจะต้องเจอตัวเลขก็ตามแต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอเยอะขนาดนี้

"ตรงนี้มันคิดยังไงอะ ทำไมถึงเอาค่านั้นมาใส่"

ผมกางชีทแบบฝึกหัดกลางโต๊ะเพื่อให้แป้งพายกับก้าวหน้าช่วยดู ทั้งสองคนช่วยกันอธิบายอยู่นานแต่สุดท้ายแล้วผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เลยหันไปมองทางพี่คินหวังจะให้พี่เขาช่วยอธิบายให้ฟังแต่ลืมไปว่าพี่เขาก็อ่านของตัวเองอยู่ จังหวะที่จะหันหน้ากลับมาพี่คินก็เงยหน้าจากหนังสือมามองผมสะก่อน

"จ้องพี่แบบนั้นอยากได้อะไร"

"เออ….คือ…"

"ไม่ต้องเกรงใจบอกมาได้เลย"

"คือผมไม่เข้าใจคำนวณพวกนี้อะครับ ให้สองคนนั้นช่วยแล้วแต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี เลยอยากให้พี่ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อย"

"มาสิ เดี๋ยวพี่ดูให้"

"ไม่เป็นไรครับ พี่อ่านของพี่อยู่ผมเกรงใจ"

"เอามาเถอะ ทำไมดื้ออีกแล้ว หืมม"

"อือออ อออ ปล่อยได้แล้วครับ ผมเสียทรงหมดขยี้มาได้"

"ถ้าพี่ปล่อยแล้วก็หยิบชีทมาให้พี่"

"งั้นผมอ่านวิชาอื่นรอก็ได้ครับ พี่อ่านของพี่จบแล้วค่อยมาติวให้ผมตามนี้ครับ"

"โอเค ตามนี้ก็ตามนี้"

"ไอ้กาย คินมันจะรู้ปะวะว่าพวกเรายังนั่งอยู่กันเต็มโต๊ะ"

"นั้นดิ คุยกันงุงงิงสองคนพวกกูนี่อากาศที่แท้ทรู"

"มีขยี้หัวกันอีก เอ็นดูน้องมากมั่งนั้น"

"ช่ายยยย กับเพื่อนไล่ให้อ่านเองก่อนกับน้องคือบังคับเอาชีทมาเลยจ้า"

"คะ คือว่า…."

ตรงนี้แอร์ก็ตกใส่นะแต่เหมือนหน้ามันจะร้อนๆ โดยเฉพาะแก้มที่ตอนนี้น่าจะร้อนจนแดงไปหมดแล้ว

ตอนคุยกันมันลืมไปเลยว่าไม่ได้อยู่กันสองคน แต่ยังมีทั้งเพื่อนพี่เขากับเพื่อนผมนั่งมองกันอยู่ ถึงเพื่อนผมจะไม่ได้เอ่ยแซวออกมา แต่พอหันไปมองคือรู้เลยว่าแซวหนักมากเพราะแววตามันฟ้อง

"ไม่ต้องไปสนใจพวกมัน ถ้ายังว่างมาแซวแบบนี้ แสดงว่าอ่านเข้าใจกันแล้วจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาติวให้"

"อ่านต่อเดี๋ยวนี้แหละพ่อ!"

"นี่เพื่อนไง"

"อ่านต่อแล้วจ้า"

"ไม่แซวแล้วก็ได้"

พวกพี่ๆรีบทำเป็นก้มหน้าลงไปอ่านหนังสือต่อแต่หางตาทั่งสี่คนคือยังเหล่มาที่ผมพร้อมยิ้มมุมปาก เปลี่ยนจากแซวทางคำพูดมาเป็นการกระทำแทน แต่แบบไหนผมก็ยังเขินอยู่ดี และวันนี้ผมเพิ่งรู้ว่าพี่คินก็มีมุมดุเพื่อนเหมือนกัน



~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~



สุดท้ายพี่คินก็ยังไม่ว่างติวให้ผม เพราะพออ่านหนังสือจบเพื่อนๆพี่เขาต่างรุมถามสิ่งที่ยังไม่เข้าใจ พี่คินจึงต้องติวให้กับเพื่อนเขาก่อน อ่านกันมาจนถึงช่วงค่ำความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทำให้ตัดสินใจว่าวันนี้จะพอแค่นี้ แล้วค่อยมาต่อคราวหลัง

"โทษทีนะ พี่ยังไม่ได้ติวให้เราเลย"

"ไม่เป็นไรครับ ไว้คราวหลังก็ได้"

"คราวหลังน่ะวันไหน พรุ่งนี้ไหมเราว่างหรือเปล่า"

"ว่างครับ พรุ่งนี้พวกผมไม่ได้นัดกัน"

"โอเค เป็นพรุ่งนี้แล้วกันเดี๋ยวพี่ไปรับที่หอตอนสิบโมงนะ"

"มาติวที่หอสมุดใช่ไหมครับ งั้นผมมาเองดีกว่าพี่จะได้ไม่ต้องวนมารับ"

"เลิกเกรงใจพี่ได้แล้ว พี่บอกจะไปรับก็คือไปรับ"

"ก็ได้ครับ สิบโมงผมมารอหน้าหอนะครับ"

นัดหมายกันเสร็จเรียบร้อยพวกเราแปดคนก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน เตรียมสู้ศึกการอ่านหนังสือต่อในวันพรุ่งนี้

สิบโมงเช้าไม่ขาดไม่เกินรถพี่คินก็มาจอดเทียบหน้าหอของผม เมื่อเช้าผมลุกขึ้นมาทำแซนด์วิชกับน้ำส้มคั้นเอาไว้ให้พี่คินกินตอนติวให้ผม คราวนี้ผมทำไส้แซลมอนรมควันกับแฮมชีสเอาใจพี่เขาสักหน่อย

"สวัสดีครับพี่คิน"

"ไงเรา หอบอะไรมาเยอะแยะอีกแล้ว"

"ผมทำแซนด์วิชไส้แซลมอนรมควันกับแฮมชีสมาให้ มีน้ำส้มคั้นด้วยนะครับ"

"ขอบใจมาก ไว้พี่จะกินให้หมดเลย"

"บอกอย่างเดียวก็ได้ครับ ไม่เห็นต้องขยี้หัวเลยผมเสียทรงหมดหล่อกันพอดี"

"เอาอะไรมามั่นใจว่าตัวเองหล่อ ที่ห้องไม่มีกระจกหรือไง"

"มีสิครับ! ส่องทุกวันเจอแต่คนหล่อ"

ผมกอดอกเชิดหน้าแสดงให้เห็นว่าไม่พอใจที่บังอาจมาว่าผมไม่หล่อ หนอยยย คิดว่าตัวเองหล่อได้คนเดียวหรือไงกัน!

"แล้วทำไมพี่เห็นแต่คนน่ารักล่ะ"

"ผะ ผมไม่ได้น่ารักสักหน่อย แบบนี้เรียกหล่อต่างหาก ขับรถไปเลยครับไปช้าเดี๋ยวที่นั่งก็เต็มกันพอดี"

"หึหึ"

ผมรีบหันหน้าหนีเข้ากระจกเพื่อซ่อนริ้วแดงๆบนแก้ม ก็ใครใช้ให้มาพูดว่าน่ารักกันเล่าคนขี้แกล้ง ชิ!

ขับออกมาจากหอผมได้ไม่นานก็สังเกตว่าทางที่ใช้ไม่ใช่ทางไปมหาวิทยาลัย นี่พี่คินจะพาผมไปไหนกันเนี่ย

"ทางนี้ไม่ใช่ทางไปหอสมุดนี่ครับ"

"แล้วใครบอกจะไปหอสมุด"

"ก็เมื่อวานเรานัดติวกันที่หอสมุดนี่หน่า"

"ใครนัดกับเรา พูดเองเออเองคนเดียวว่าจะไปหอสมุด พี่ยังไงได้ตกลงเลย"

"อ้าววว แล้วเราจะไปไหนกันครับ"

"คอนโดพี่"

"ฮะ! คอนโดพี่คิน"

"ใช่ คอนโดพี่เราติดอะไรหรือเปล่า"

"เปล่าครับไม่ได้ติดอะไร แค่แปลกใจเฉยๆ"

"ปกติพี่ชอบอ่านหนังสืออยู่ห้องมากกว่า ที่ออกมาอ่านข้างนอกก็มาเฉพาะตอนที่ต้องอ่านกับพวกนั้น เคยพาไปที่ห้องแล้วมันวุ่นวายกันไม่ยอมอ่านมัวแต่เล่นนู้นนี้ เลยตัดปัญหาอ่านที่หอสมุดเอา"

"แบบนี้เอง แล้วผมไปแบบนี้ไม่เป็นไรเหรอครับ"

"เราจะดื้อได้มากกว่านี้หรือเปล่าล่ะ ถ้าไม่พี่ว่าพี่เอาอยู่นะ"

"ใครที่ดื้อกันแน่ ผมออกจะเป็นเด็กดี"

"แล้วพี่จะคอยดู"





………………….TBC……………….

#moveon_เป็นวงกลม


Caramel Macchiato's talk

มุ้งมิ้งกันอยู่สองคน คนอื่นกลายเป็นอากาศไปเลยจ้าาา เเล้วยังจะมาพาน้องไปห้องตัวเองอีกเเบบนี้ต้องมาตามต่อเเล้วว่าตอนหน้าจะติวกันได้มุ้งมิ้งขนาดไหน

ให้กำลังใจกันได้นะคะ เมลรออ่านคอมเมนต์จากทุกคนอยู่

ติดตามข่าวสารการอัพเดทและพูดคุยติ-ชมนิยาย ได้ที่ทวิตเตอร์@CaramelWritter เเละ#moveon_เป็นวงกลม







 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #52 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 22:14
    อยากกินแซนวิชที่น้องน่านทำบ้างอ่ะ อ่อ น้องเค้าทำมาให้พี่คินไม่ได้ชื่อคินก็อดไปนะจ๊ะ
    #52
    1
    • #52-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 15)
      5 พฤษภาคม 2563 / 22:17
      มาค่ะ จูงมือไปซื้อกินเองกับเมลดีกว่า
      #52-1
  2. #11 ศรัญภรรค (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:51

    น่ารักไปอีกกกกก

    #11
    1
    • #11-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 15)
      9 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:29
      มีน่ารักกว่านี้อีกรอติดตามนะคะ
      #11-1