Move on เป็นวงกลม (end)

ตอนที่ 14 : มูฟออนครั้งที่ 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 920
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    3 ก.ค. 63

มูฟออนครั้งที่ 13

 

จุดหมายของเราสองคนในวันนี้เป็นร้านอาหารไทยสไตล์คาเฟ่ในสวนแบบอังกฤษ ฟังดูแล้วอาจจะงงๆซึ่งผมเองก็งงตอนอ่านรีวิวครั้งแรกเหมือนกัน แต่ด้วยความที่ร้านนี้ได้รับการรีวิวอย่างล้นหลามทำให้ผมตัดสินใจเลือกร้านนี้ไม่ยาก

อีกอย่างผมยังได้รับการคอนเฟิร์มมาจากแป้งพายอีกคนว่าร้านนี้บรรยากาศดี มีสวนสวยๆกับอาหารไทยแบบฟิวชั่นอร่อยๆ ตอนที่ไปถามความเห็นว่าควรพาพี่คินไปร้านไหน ผมนี่โดนแซวจนแทบจะยกเลิกการถามไปเลย

ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะมาถึงที่ร้าน เราเลือกนั่งในโซนสวนเนื่องจากวันนี้อากาศไม่ร้อนมาก ในสวนก็ร่มรื่นมีลมพัดเอื่อยๆให้ความรู้สึกสดชื่นเย็นสบาย

"เลือกร้านได้ดีหนิ รู้จักมากจากไหนเหรอ"

"แป้งพายแนะนำมาครับ ดีใจที่พี่ชอบผมกังวลแทบแย่"

"พี่ชอบ จริงๆร้านไหนก็ได้แหละร้านข้าวหน้าหอเรายังได้เลย"

"แล้วไม่บอกแต่แรกผมจะได้พาไปกินที่หน้าหอ"

"เซี้ยวนักเหรอเรา หืมมมม"

"งือออ ปล่อยจมูกผมได้แล้วครับโยกมากๆเดี๋ยวมันหัก"

"ทำจมูกมาหรือไงเรา"

"เปล่าสะหน่อย จมูกผมเหมือนคนทำมาเหรอครับ"

"จมูกรั้นๆแบบเด็กดื้อ หมอที่ไหนก็ทำไม่ได้หรอก"

ไม่พูดเปล่ายังยื่นมือมาบีบจมูกผมอีก ดูท่านอกจากหัวผมแล้วก็มีจมูกเพิ่มเข้ามาอีกอย่างในลิสต์การแกล้งของพี่คิน

"ตกลงชมจมูกผมหรือหลอกว่าผมเป็นเด็กดื้อกันแน่"

"หึหึ ก็ต้องชมสิ…..ชมว่าเป็นเด็กดื้อ"

"ชิ! ผมสั่งอาหารดีกว่าไม่สนใจพี่แล้ว"

สั่งอาหารไปสี่อย่างโดยเลือกของชอบคนละสองอย่างทำให้รู้ว่าเมนูโปรดของพี่คินคือต้มยำกุ้งน้ำข้นกับยำแซลมอน ผมคงต้องลองฝึกทำดูแล้วล่ะเผื่อมีโอกาสทำให้พี่คินกินบ้าง

อาหารที่สั่งทยอยมาเสิร์ฟเรากินไปคุยกันไปหาเรื่องต่างๆรอบตัวมาคุยกัน จนมาถึงเรื่องที่ว่าเสร็จจากกินข้าวแล้วจะไปไหนต่อดี

"เรามีโปรแกรมต่อจากนี้หรือเปล่า"

"ผมไม่ได้คิดไว้ครับ กะว่าจะให้พี่เป็นคนเลือกเพราะผมพามากินข้าวแล้ว อยากตามใจพี่บ้าง"

"ตามใจมากๆระวังพี่เคยตัวนะ"

"ไม่หรอก ผมว่าพี่ไม่น่าใช่คนเอาแต่ใจตัวเอง"

"พี่อาจจะเอาแต่ใจตัวเองเฉพาะตอนอยู่กับเราก็ได้นะ"

"ถ้าพี่ไม่สงสารผมก็เชิญเอาแต่ใจตัวเองได้ตามสบายเลยครับ"

ตีหน้าเศร้าทำหน้าหงอยเผื่อพี่เขาจะสงสารผมขึ้นมาบ้าง

"ทำหน้าแบบนี้ใครจะกล้าเอาแต่ใจตัวเองกัน หืมมม สรุปให้พี่เป็นคนเลือกนะ"

"ครับ"

"มีหนังที่อยากดูเข้าโรงพอดี ไปดูด้วยกันนะ"

"ได้ครับ ผมเองก็ไม่ได้เข้าโรงหนังนานแล้วเหมือนกัน ไม่รู้เลยตอนนี้มีเรื่องอะไรน่าสนใจบ้าง"

"ไปดูที่หน้าโรงไหมเผื่อมีเรื่องไหนที่เราอยากดูเป็นพิเศษ"

"ไม่เป็นไรครับ เอาเรื่องที่พี่คินอยากดูดีกว่า"

"เกิดไม่ใช่แนวที่เราชอบ เราจะเบื่อสะเปล่าๆ"

"แล้วพี่คินจะดูเรื่องอะไรครับ"

"เรื่องนี้" 

พี่คินหันจอโทรศัพท์ที่เปิดหน้าโปรแกรมหนังเรื่องที่จะดูมาทางผม สงสัยเราจะมีอะไรที่ชอบตรงกันสะแล้วครับ เพราะเรื่องนี้ผมเองก็อยากดูอยู่เหมือนกัน

"ผมกำลังอยากดูเรื่องนี้พอดีเลยครับ"

"โอเค งั้นเอาเรื่องนี้แล้วกัน เดี๋ยวพี่จองตั๋วไว้เลย"

"ได้ครับ"

กินข้าวจนเสร็จเราสองคนก็เรียกเช็กบิล โดยผมเป็นคนจ่ายค่าอาหารมื้อนี้แม้ราคามันจะสูงไปหน่อย แต่ถือว่าคุ้มค่ากับรสชาติ บรรยากาศ และการได้มากินข้าวกับพี่คินสองคน

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

มาถึงโรงหนังก็ใกล้ได้เวลาฉายพอดี พี่คินเดินไปรับตั๋วที่จองเอาไว้ก่อนเราสองคนจะแยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวแล้วมาเจอกันที่หน้าทางเข้า

"เข้าโรงเลยไหม"

"ได้ครับ"

"โอเค พี่อยากไปดูตัวอย่างหนังด้วย"

ผมน่าจะขอดูตอนพี่เขากดจองตั๋วหนัง เพราะพี่คินดันจองที่นั่งแบบวีไอพีเอาไว้น่ะสิ ตัวที่นั่งเป็นโซฟาเบดที่ปรับให้กลายเป็นที่นอนได้ มีหมอนกับผ้าห่มไว้คอยบริการ ที่สำคัญยังมีบริกรคอยเสิร์ฟน้ำกับขนมเพียงแค่กดปุ่มเรียกจากที่นั่งอีกด้วย อะไรมันจะสะดวกสบายแบบอลังการขนาดนี้

"ทำไมจองโรงแบบนี้ล่ะครับ"

"เราไม่ชอบแบบนี้เหรอ"

"เปล่าครับ ผมว่ามันหรูเกินไป"

"พี่เลือกเพราะตัวระบบฉายของโรงแบบนี้มันดีที่สุดแล้ว"

"แพงน่าดูเลยนะครับแบบนี้"

"แพงแต่ก็คุ้ม เราเอาป๊อปคอร์นไหมพี่จะได้เรียกให้เขามาเสิร์ฟ"

"เอาครับ ขอรสชีสกับหวาน"

"เอาอะไรเพิ่มไหม เมนูวางอยู่ข้างๆ"

"ขอเป็นน้ำส้มกับน้ำเปล่าแล้วกันครับ"

"โอเค"

บริกรนำขนมมาเสิร์ฟได้ไม่นานหนังก็เริ่มฉาย เราสองคนไม่ได้คุยอะไรกันระหว่างดูหนังต่างคนต่างจมเข้าไปกับเนื้อเรื่อง

ผ่านไปได้เกือบครึ่งเรื่องความเย็นของแอร์ก็เล่นงานผมจนได้ ขนาดว่ามีผ้าห่มแล้วนะแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย

"หนาวหรือไง" 

พี่คินคงจับสังเกตได้จากอาการตัวสั่นของผม

"ครับ"

"งั้นเอาผ้าห่มของพี่ไป"

"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพี่จะหนาว"

"พี่ไม่หนาวหรอก เอาไปเถอะ"

พี่คินเอาผ้าห่มของตัวเองมาห่มให้ผม พอจัดผ้าเรียบร้อยแล้วก็หันกลับไปสนใจหนังต่อ ผมเองก็คอยสังเกตว่าพี่เขาจะหนาวหรือเปล่าจนแทบไม่สนใจหนังเลย

"ถ้ากลัวพี่หนาวก็เขยิบมานี้"

ไม่ว่าเปล่าแต่พี่คินเอื้อมมือมาดึงผมให้ประชิดตัวก่อนจะตวัดผ้าห่มผืนบนไปคลุมตัวพี่เขา ท่านั่งของเราสองคนตอนนี้คือผมนั่งอยู่ด้านหน้ามีพี่คินนั่งซ้อนอยู่ด้านหลังภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน

"อะ เออ แบบนี้จะดีเหรอครับ"

"ดีสิ แล้วก็ไม่ต้องเกร็งพิงพี่มาได้เลย อยู่ใกล้กันจะได้อุ่นๆ"

"ตะ แต่ผมตัวหนัก"

"จะแค่ไหนกันเชียว"

ว่าแล้วพี่คินก็โอบตัวผมให้ไปพิงพี่เขา หลังของผมแนบกับหน้าอกอุ่นๆไอร้อนจากตัวพี่คินส่งผ่านมาถึงผมมันช่วยให้ผมรู้สึกอุ่นขึ้นได้อย่างน่าประหลาด แต่มันก็แปลกๆอยู่ดีที่ผมจะมานั่งพิงอยู่แบบนี้

"ปล่อยผมเถอะครับ นั่งแบบนี้จะเมื่อยเอา"

หมับ

"อยู่เฉยๆได้แล้ว พี่อยากดูนั่งต่อ"

พี่คินคงรำคาญที่ผมเอาแต่ผละตัวออกเลยเอามือมาโอบเอวผมเอาไว้ไม่ให้ดิ้นหนี ทำแบบนี้ขี้โกงชัดๆนอกจากผมจะไม่กล้าขยับตัวแล้ว ผมยังไม่มีสมาธิดูหนังอีก

เราสองคนนั่งท่านั้นจนกระทั้งหนังจบ จบแบบจบเอ็นเครดิตเลยครับกว่าพี่คินจะยอมปล่อยให้ผมเป็นอิสระ

สรุปแล้วเนื้อเรื่องของหนังต่อจากนั้นเป็นยังไงผมไม่รู้เรื่องเลย หนังมันไม่เข้าหัวสักนิดเดียว เพราะมัวแต่โฟกัสว่าโดนพี่คินกอดอยู่ แถมมีลมหายใจร้อนๆกระทบที่หลังคอเป็นระยะๆ โดนทำแบบนี้ใส่ใครจะไปมีสมาธิดูหนังกัน

"เป็นไง หนังสนุกไหม"

"สนุกดีครับ" 

ใจจริงอยากจะตอบว่าดูไม่รู้เรื่องเพราะว่าโดนกอดอยู่

"เราอยากไปไหนต่อไหม ตาเราเลือกแล้ว"

"ผมขอไปซื้อของเข้าห้องได้ไหมครับ ช่วงสอบผมไม่ว่างออกมาซื้อเลยตอนนี้ของหมดเกลี้ยงห้อง"

"เอาสิ พี่ก็ว่าจะซื้อของเข้าห้องเหมือนกัน เราก็ช่วยพี่เลือกด้วยนะบางอย่างพี่ก็เลือกไม่เป็น"

"ครับผม!"

 

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

"พี่คินจะซื้ออะไรบ้างครับ ผมจะได้ช่วยเลือก"

"เราซื้อของเราไปก่อน ของพี่ค่อยซื้อทีหลังก็ได้"

เราสองคนอยู่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตโดยมีผมเป็นคนเลือกของและพี่คินถือตะกร้าเดินตาม ตอนแรกผมก็ถือเองอยู่หรอกแต่พอซื้อของไปได้สักพักพี่คินก็แย่งไปถือเอง พอผมจะแย่งกลับก็เบี่ยงตัวหลบบอกว่าให้เลือกของไปตะกร้ามันหนักเดี๋ยวถือให้เอง ผมเองก็จนใจจะแย่งคืนมาแล้วเลยปล่อยเลยตามเลย

"เราใช้ครีมอาบน้ำกลิ่นนี้เหรอ"

ขณะที่ผมกำลังเลือกครีมอาบน้ำ จู่ๆพี่คินก็ก้มหน้าลงมาในระดับเดียวกับผมเพื่อดูของในมือ

"ครับ ปกติผมใช้ฝั่งซ้ายแต่ฝั่งขวาคือกลิ่นออกใหม่ ก็เลยลังเลว่าจะใช้อันไหนดี"

"มาพี่ช่วยดม"

ผมเปิดฝาขวดครีมอาบน้ำส่งให้พี่คินช่วยเลือกว่าจะเอาขวดไหนดี แต่แทนที่พี่เขาจะก้มลงมาดมจากขวดกลับจับมือผมที่ถือขวดยกขึ้นไปดมเอง วันนี้พี่ทำผมใจสั่นหลายรอบแล้วนะครับ

ฟอด

"อะ! ทำอะไรครับ"

ทำเอาผมตกอกตกใจ ใจหายใจคว้ำ ใจกระเด็นกระดอน ฮืออออ พูดไม่ถูกแล้ว ดมกลิ่นจากขวดครีมอาบน้ำอยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนมาดมหลังมือผมสะงั้น

พุธโธ ธัมโม สังโฆ

แม่ครับฟ้าหัวใจจะวายแล้ว!

"ลองดมกลิ่มเดิมไงว่าอยู่บนตัวเราแล้วหอมไหม"

"คะ ใครเขาให้ลองแบบนี้กันครับ"

"ถ้าไม่ให้ลองที่มือ จะให้พี่ลองที่ไหนดี หืมมมม"

"พะ พอเลยครับ ผมเอากลิ่นเดิมก็ได้ เราไปเลือกอย่างอื่นต่อเถอะ"

รีบเอาอีกขวดวางที่ชั้นแล้วรีบจ้ำอ้าวออกจากตรงนั้นทันที ใครจะไปอยู่ต่อไหวล่ะครับเจอคนขี้แกล้งมาทำให้ใจสั่นแบบนี้

"พี่ก็จะบอกว่ากลิ่นเดิมดีอยู่แล้ว หอมดี"

พูดจบก็เดินนำผมไปด้วยท่าทางอารมณ์ดี ได้แกล้งผมจนอารมณ์ดีเลยสิ น่าหมั่นไส้ชะมัด ชิ!!

เดินซื้อของจนครบก็ถึงตาไปเลือกของของพี่คินบ้าง ไม่รู้ว่าพี่เขาจะซื้ออะไรเพราะเดินเกือบครบทุกแผนกในซูเปอร์แล้วก็ไม่มีทีท่าว่าสนใจอะไรเป็นพิเศษ

"พี่คินจะซื้ออะไรครับ ผมจะได้ช่วยเลือก"

"พี่จะซื้อพวกของสดน่ะ ผลไม้ นม ซีเรียลพวกนั้น เราไปช่วยพี่เลือกหน่อยสิ"

ได้แต่สงสัยว่าของพวกนี้เนี่ยนะพี่คินจะเลือกไม่เป็น ปอกแอปเปิลเป็นรูปกระต่ายได้แสดงว่าพวกงานครัวน่าจะชำนาญอยู่ กับแค่เลือกผลไม้ไม่น่ายากเกินไปสำหรับพี่คินนะผมว่า

เก็บความสงสัยไว้ในใจแล้วเดินไปที่แผนกของสดเพื่อช่วยพี่คินเลือกผลไม้

"พี่คินอยากกินอะไรครับ ผมจะได้เลือกถูก"

"เอาที่เราชอบนั้นแหละ"

"ของๆพี่ทำไมต้องเลือกที่ผมชอบด้วยครับ เกิดอันที่เลือกพี่ไม่ชอบขึ้นมาสุดท้ายไม่ต้องทิ้งให้เสียดายของเหรอครับ"

"อย่าเพิ่งดุพี่สิ ยอมแล้วๆ มาๆเดี๋ยวจะบอกว่าเอาอันไหนบ้าง"

ทำมาเป็นยกสองมือขึ้นอย่างยอมแพ้ แต่สีหน้าและแววตาบ่งบอกว่าเจอกำลังเจอเรื่องสนุกๆอยู่ คงกำลังขำที่ผมทำหน้าตาขึงขังล่ะสิ

เข้าสู่โหมดจริงจังในการเลือกซื้อของ สรุปแล้วพี่คินก็ซื้อไปแค่แอปเปิลส้ม นมจืดแกลลอนใหญ่และซีเรียลอีกหนึ่งกล่อง แยกย้ายกันจ่ายเงินเรียบร้อยก็คงถึงเวลาบอกลากันสะทีสำหรับวันนี้

"ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ ถ้างั้นผมขอแยกกลับเลย"

"จะรีบกลับไปไหนเจ้าเด็กดื้อ"

"ก็กลับหอไงครับ พี่จะได้กลับไปพักบ้างตะลอนกับผมมาทั้งวัน"

"พี่ไม่ได้เหนื่อยอะไรจะพักทำไม หรือว่าเราเหนื่อยที่ต้องอยู่กับพี่"

งะ พี่คินต้องโกรธผมมากแน่ๆถึงได้หันหน้าหนีไปอีกทางหลังจากพูดจบ ใจจริงผมยังอยากอยู่กับพี่คินต่อ อยากใช้เวลานี้สร้างความทรงจำดีๆร่วมกัน แต่ก็เกรงใจคนของพี่เขาอยู่ดี ที่ผมดึงเวลาของพี่คินมาทั้งวันแล้ว

"ปะ เปล่านะครับ ผมขอโทษครับ"

"ไม่ยกโทษให้หรอกนะ มาทำให้พี่ใจหายแบบนี้"

"แล้วผมต้องทำยังไงพี่ถึงจะหายโกรธผมล่ะครับ"

"ไปเดินตลาดนัดกับพี่"

"ตลาดนัด?"

"ใช้ตลาดนัดหลังมอแถวๆหอเรานั้นแหละ พี่กะว่าซื้อของเสร็จจะพาเราไปเก็บของที่หอแล้วพาไปเดินตลาดนัดต่อ แต่มีบางคนแถวนี้จะหนีพี่กลับหอคนเดียว"

"ผมไม่รู้หนิครับว่าพี่จะชวนผมไปไหนต่อ ถ้างั้นผมไถ่โทษด้วยการไปเดินตลาดกับพี่ก็ได้ครับ"

"ถ้าลำบากไม่ต้องก็ได้นะ พี่ไม่อยากบังคับเรา"

"ไม่ลำบากครับ ผมเต็มใจ"

"งั้นไปขึ้นรถเถอะ จะได้เอาของไปเก็บที่หอก่อน"

อะไรจะเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วขนาดนั้น ตอนแรกยังทำหน้าเหมือนโกรธผมอยู่เลยแต่พอผมยอมไปเดินตลาดนัดด้วยกลับยิ้มออกมาสะกว้าง หวังว่าผมคงไม่ได้โดนแกล้งอะไรอยู่นะครับพี่คิน


~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

เก็บของที่หอเสร็จเราสองคนก็เดินมาที่ตลาดนัดกันเพราะมันใกล้กับหอผม ผมสงสัยมากว่าอยู่มาตั้งนานแล้วทำไมถึงเพิ่งเห็นว่าแถวนี้มีตลาดนัดด้วย ได้คำตอบจากพี่คินว่ามันคือ 'ตลาดนัดหลังสอบ' จัดแค่สองครั้งในหนึ่งเทอมคือหลังสอบมิดเทอมกับหลังสอบไฟนอล

พ่อค้าแม่ค้าในตลาดส่วนใหญ่จะเป็นนิสิตของมหาวิทยาลัย แต่ก็มีร้านค้าจากภายนอกเข้ามาขายด้วย บรรยากาศก็เหมือนกับตลาดนัดขนาดใหญ่ทั่วๆไป มีทั้งโซนของกิน โซนของใช้ โซนต้นไม้ และโซนงานแฮนด์เมด

เราสองคนเริ่มเดินที่โซนต้นไม้ก่อนเพราะทั้งผมและพี่คินอยากได้ต้นไม้ไปประดับไว้ที่ห้อง ผมกะว่าจะเอาไปปลูกบนโต๊ะทำงานสะหน่อยจะได้รู้สึกสดชื่น

"สนใจต้นไหนสอบถามได้เลยนะคะ"

"ผมอยากได้ต้นไม้ไว้บนโต๊ะทำงานครับ พี่ช่วยแนะนำหน่อยได้ไหมครับ"

"ได้เลยค่ะน้อง ว่าแต่โต๊ะทำงานนี่อยู่ในห้องนอนเลยหรือเปล่า"

"ใช่ครับ"

"ถ้างั้นพี่แนะนำเป็นลิ้นมังกรแคระนะคะ ตัวนี้จะช่วยฟอกอากาศและดูดซับสารพิษในห้องให้เราด้วย แถมความหมายยังดีด้วยนะ ถ้าเอามาตั้งบนโต๊ะทำงานก็จะช่วยป้องกันสิ่งไม่ดีที่จะเข้ามาหาเรา เพราะต้องใช้ทำรายงานอ่านหนังสือ บนโต๊ะทำงานก็ควรมีแต่อะไรดีๆอะเนอะ"

"ถ้างั้นผมเอาอันนี้หนึ่งต้นครับ"

"ได้เลยจ้า ตามพี่มาทางนี้เลยจะได้แนะนำวิธีการดูแลให้ด้วย ว่าแต่ไม่สนใจซื้อต้นไม้คู่กับแฟนเหรอ มีต้นที่มีความหมายดีๆอยู่เยอะเลยนะ"

"อะ เออ คือไม่ใช่แฟ-"

"ไงมึง ทำไมโผล่มาร้านกูได้วะ"

ยังไม่ทันที่จะปฏิเสธพี่เขา ก็มีคนเข้ามาทักพี่คินสะก่อน

"ร้านมึง?"

"ร้านของคณะ วันนี้เวรกูเลยต้องมาดู ว่าแต่มากับใครวะ"

"น่าน นี่เก้าเพื่อนพี่เรียนอยู่เกษตรฯ"

"สวัสดีครับพี่เก้า"

"เออๆหวัดดี ว่าแต่มาซื้อต้นอะไรกันเดี๋ยวกูช่วยแนะนำ"

"เราเชียร์น้องเขาซื้อลิ้นมังกรแคระไปแล้ว เก้าแนะนำต้นไม้เกี่ยวกับความรักให้เพื่อนสิ"

"แฟนมึง?"

"มีต้นไหนบ้างล่ะ"

ผมกำลังจะปฏิเสธว่าไม่ใช่แฟนแต่พี่คินกลับไม่ตอบรับหรือปฏิเสธอะไร กลับถามถึงต้นไม้ที่ว่าแทน พี่เขาคงจะซื้อไปให้พี่ลูกพีชไม่ใช่ผม

"ความรักจากคนอย่างมึงกูแนะนำต้นหน้าวัววะ"

"ต้นหน้าวัว?"

"เออ ต้นหน้าวัวถึงชื่อมันจะไม่ค่อยสื่อถึงความรักแต่ความหมายมันดี หมายถึงความรักที่มั่นคง รูปทรงถึงจะบอกว่าหน้าวัวแต่ถ้าสังเกตดีๆมันเป็นรูปหัวใจนะโว้ย"

"รูปหัวใจ........รักที่มั่นคงงั้นเหรอ น่านมาช่วยพี่เลือกหน่อยจะเอาสีไหนดี"

"ให้ผมเลือกเหรอครับ พี่คินเลือกเองไม่ดีกว่าเหรอผมกลัวไม่ถูกใจ"

"เราช่วยพี่เลือกนั้นแหละถูกแล้ว มานี่สิ"

ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยต้นไม้เกี่ยวกับความรักก็ต้องเลือกให้ให้คนที่รักเองไม่ใช่เหรอ แล้วให้ผมเลือกให้แบบนี้พี่เขาคิดอะไรของเขาอยู่กันแน่

เก็บความสงสัยเอาไว้แล้วช่วยเลือกสีของดอกหน้าวัวสองต้น เสร็จสรรพก็คุยเรื่องวิธีการปลูกการดูแลต่างๆ เลือกพวกกระถางกับปุ๋ย ก็เป็นอันเรียบร้อย

"ขอบใจมากที่มาอุดหนุนร้านกู"

"เออๆ ไว้เจอกันมึงกูไปก่อน"

"สวัสดีครับพี่เก้า"

กว่าออกจากร้านพี่เก้าก็เริ่มเย็นมากแล้ว ผู้คนในตลาดก็หนาตามากขึ้น ทางเดินแม้จะกว้างแต่ก็ไม่มากพอสำหรับจำนวนคนในตอนนี้ ทำให้ต้องเดินเบียดๆกันไป

หมับ

"อะ!!"

"จับไว้จะได้ไม่หลงกัน"

พี่คินคว้ามือผมไปจับไว้แล้วพาออกเดินไปยังโซนของกิน ตลอดทางที่เดินไปผมไม่รู้เลยว่าเดินชนใครไปบ้างหรือเปล่าเพราะสายตาผมโฟกัสแค่มือที่จับกันเอาไว้

ฝ่ามือใหญ่จับประคองฝ่ามือของผมไว้ก่อนที่จะสอดผสานนิ้วมือของเราเข้าด้วยกันโดยไร้ช่องว่าง ส่งผ่านความอบอุ่นจากฝ่ามือมาถึงหัวใจของผม

มาถึงโซนของกินเราต่างเลือกซื้อของที่ชอบแล้วมานั่งกินด้วยกัน ตอนเดินซื้อของเราก็จับมือกันไว้ตลอดโดยที่พี่คินถือของมือหนึ่งอีกมือยังคงจับผมไว้ไม่ปล่อย เพิ่งปล่อยมือผมตอนเรามาถึงที่นั่งแล้ว

“อยากดูอะไรต่อไหม”

“ผมขอไปเดินโซนของแฮนด์เมดแล้วกันครับ”

ออกจากโซนของกินเดินต่อมาที่โซนของแฮนด์เมดพี่คินก็กลับมาจับมือผมเหมือนเดิม ผมพยายามยื้อไว้แล้วแต่พี่เขาก็ให้เหตุผลว่าเดี๋ยวหลงอีกตามเคย อยากจะถามว่าเห็นผมอายุเท่าไหร่อีกอย่างก็มีโทรศัพท์มือถือ ถ้าหลงกันจริงๆโทรหาเอาก็ได้

เดินเล่นโซนแฮนด์เมดได้ไม่นานแต่กลับได้ของมาเต็มมือ โดยเฉพาะผมที่ได้ของมาค่อนข้างเยอะทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า แล้วก็สมุดเลคเชอร์ แต่ละอย่างมีแต่ของน่ารักๆทั้งนั้นผมเลยอดใจไม่ไหวซื้อมาหลายอย่าง

“อยากได้อะไรเพิ่มไหม”

“ไม่แล้วครับ แค่นี้ก็เยอะแล้ว พี่ไม่ยอมให้ผมช่วยถือเลยเกรงใจนะครับ”

“ขนาดเกรงใจยังซื้อมาสะเยอะเลยนะ พี่ก็เพิ่งรู้ว่าเราช้อปเก่งขนาดนี้”

“ของมันน่ารักทั้งนั้น ผมเลยอดใจไม่ไหว”

“ถ้างั้นเรากลับกันเลยไหม เริ่มดึกแล้วด้วย เราจะได้พักผ่อนเดินช้อปมาตั้งนาน”

“ได้ครับ”

~♥~~♥~~♥~~♥~~♥~

 

เราสองคนก็เดินกลับมาที่หอของผมเพราะพี่คินจอดรถเอาไว้ที่นี่ ขากลับพี่คินก็ยังจับมือผมออกมาแต่พอพ้นเขตตลาดนัดแล้วผมก็ขอให้ปล่อยมือ

พี่คินคงหมดข้ออ้างแล้วเลยยอมปล่อยมือผมง่ายๆ แต่ก็ยังดื้อจะถือของให้ผมต่อ เห็นว่าอยากถือของมากผมเลยยอมปล่อยให้ถือสะให้เข็ด

“ขอบคุณที่มาส่งผมนะครับ”

“นี่” 

พี่คินยื่นถุงของพร้อมกับถุงต้นหน้าวัวมาให้ผม

“ต้นหน้าวัว เอามาให้ผมทำไมครับ”

“พี่ซื้อให้เรา”

“แต่ต้นนี้มัน....”

“รับไปเถอะ แล้วก็ช่วยดูแลมันดีๆด้วยนะ พี่กลับก่อน ฝันดีครับ”

บอกฝันดีเสร็จก็หมุนตัวเดินไปที่รถโดยไม่รอฟังผมบอกฝันดีบ้าง จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจการกระทำทั้งหมดที่ผ่านมาในวันนี้ของคินโดยเฉพาะเรื่องต้นหน้าวัวที่หมายถึงรักมั่นคง พี่คินจะให้ต้นนี้กับผมทำไมคนที่ควรได้คือพี่ลูกพีชมากกว่า

ทำแบบนี้มันเหมือนกำลังให้ความหวังเหมือนกับจะทำให้ผมคิดไปเองว่าพี่คินก็ชอบผมเหมือนกัน ทั้งที่พี่เขาคงไม่ได้ตั้งใจเเละก็คงไม่รู้ความรู้สึกของผม เเละยิ่งโดนพี่คินทำแบบนี้ใส่ผมยิ่งมูฟออนออกไปไม่ได้สักที

 

………………….TBC……………….

#moveon_เป็นวงกลม

 

Caramel Macchiato's talk

นี่ไม่ใช่เลี้ยงขอบคุณแล้วนี่มันเดคกันชัดๆ!!! มีความมุ้งมิ้งมีความหวานหยด บอกตามตรงว่าอิจฉาน้องน่านของเรามากกกกก คนพี่นี่ก็นะแอบสกินชิพน้องตลอดๆ น่าตีจริงๆเชียว

อ่านเเล้วเมนต์มาพูดคุยหรือให้กำลังใจกันได้นะคะ เมลรออ่านคอมเมนต์จากทุกคนอยู่

ติดตามข่าวสารการอัพเดทและพูดคุยติ-ชมนิยายได้ที่ทวิตเตอร์ @CaramelWritter เเละ #moveon_เป็นวงกลม

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

88 ความคิดเห็น

  1. #80 เจ้ากระต่ายจมูกหมู (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 12:37
    ในความไม่ชัดเจนก็ยังมีความชัดเจนอยู่นะ -////-
    #80
    1
    • #80-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 14)
      20 สิงหาคม 2563 / 14:21
      ว่าเเต่น้องมองเห็นไหมน้าาา
      #80-1
  2. #51 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 21:56
    การกระทำมันเหมือนคนเป็นแฟนกันเลย
    #51
    1
    • #51-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 14)
      5 พฤษภาคม 2563 / 21:57
      แฟนแหละ เเค่กๆ
      #51-1
  3. #24 bbbb2532 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 01:37
    อีพี่มันร้าย
    #24
    1
    • #24-1 Caramel-Macchiato(จากตอนที่ 14)
      15 มีนาคม 2563 / 01:57
      เนอะๆ มาทำแบบนี้กับน้องได้ไง เเบบนี้ต้องรับผิดชอบเเล้ว
      #24-1