I'm a priest not a villian girl ข้าคือบาทหลวงนะ มิใช่นางร้าย

ตอนที่ 8 : รอยยิ้มอันบริสุทธิ์และเจิดจรัส(รีไรท์และเปลี่ยนชือครับ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 624 ครั้ง
    13 พ.ย. 60

จากนั้นทุกคนในห้องก็ทยอยมาแนะนำตัวกับเขาเมื่อได้ยินสิ่งที่เด็กสาวมัดผมแกะสองข้างพูด...วิลเลี่ยมรู้สึกมึนงงเมื่อทุกคนต่างพูดแนะนำชื่อตัวเองกันรัวๆ มันทำให้เขาหัวหมุนติ้วๆ...

"อ๊ะ แล้วก็ข้าชื่อฟรานซิสส์ ฟาร์มเมอร์! เรียกข้าว่าฟรานก็ได้นะ!"

คนสุดท้ายที่มาแนะนำตัวคือเด็กสาวผมบลอนด์หรือฟรานซิสส์ วิลเลี่ยมจึงพอจะฟังอีกฝ่ายรู้เรื่อง...แต่จะจำชื่อได้ไหมก็อีกเรื่องหนึ่งล่ะนะ วิลเลี่ยมเดินไปหาที่นั่งว่างๆคือแถวหน้าสุดที่โล่งโจ้ง...เขานั่งลงแล้วเปิดสมุดปกหนังออกมาดู ห้องF มีคาบเรียนอะไรบ้างกันนะ?

และสิ่งที่เขาเห็นคือตารางเรียนที่ดูน้อยมาก น้อยมากๆซึ่งตารางเรียนคือ

วันจันทร์ เรียนแค่วิชาดาบ สมุนไพร และดาราศาสตร์เท่านั้นส่วนที่เหลือเป็นคาบว่างทั้งหมด วันอังคารเรียนพละ ยิงธนู และปรุงยา วันพุธเรียน ทำอาหาร ศิลปะ ดนตรี  วันพฤหัสบดีเรียน  การป้องกันตัวระยะประชิด งานฝีมือ เกษตร วันศุกร์เรียน อักษรรูน สำรวจธรรมชาติ และวิธีเอาตัวรอดเบื้องต้น.....

อืม..โดยปกติแล้วศิลปะ งานฝีมือ ทำอาหารและดนตรีจะให้เฉพาะอิสตรีเรียนนี่นา? แต่ก็ช่างเถอะวิชาพวกนี้คือสิ่งที่เขาชอบมากๆมาตั้งแต่เด็ก หลายต่อหลายครั้งที่เขาแอบไปหาเพื่อนผู้หญิงที่มีเครื่องดนตรีและอุปกรณ์วาดรูป เพราะเขาคิดว่าเสียงดนตรีและภาพวาดนั้นช่างเป็นสิ่งที่งดงามนัก มันละเอียดอ่อนประณีตและถ่ายทอดสิ่งต่างๆออกมาโดยไร้ซึ่งคำพูด...ดังนั้นมันจึงเป็นสิ่งที่เขาชอบมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ในตอนนี้เขายังสามารถเรียนมันอย่างเปิดเผยได้เสียทีช่างน่ายินดียิ่ง 

ไหนจะงานฝีมืออีกเขาก็คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีอย่างหนึ่ง มันเป็นสิ่งที่ละเอียดละออมากๆ แต่เขาก็ชอบ...เขาชอบทำสิ่งต่างๆดั่งเช่นอิสตรีมากกว่าบุรุษ เพราะมีหลายอย่างที่ดูเหมาะสมกับเขามากกว่าการจับดาบและฝึกการต่อสู้ไปวันๆ มันทั้งต้องใช้สมาธิ ความสามารถ ความอดทนและอีกมากมาย...

การทำอาหารก็เป็นอย่างหนึ่งที่สำคัญสำหรับเขา ครั้งแรกที่เขาได้ลองทำอาหารมันมีรสชาติที่จืดชืดมาก เขาต้องใช้เวลานานทีเดียวกว่าจะสามารถปรุงอาหารให้เข้ากับความชอบของเขา และยิ่งการอยู่คนเดียวยิ่งทำให้มันสำคัญมากขึ้นไปอีก....

เขาชอบตารางเรียนพวกนี้....วิลเลี่ยมยิ้มออกมาบางๆในขณะที่ดูตารางเรียน

มีคนที่คาดว่าจะเป็นอาจารย์เดินเข้ามาในห้องเขาหยุดอยู่ที่หน้าชั้นเรียนแล้วกวาดตามองเหล่านักเรียนที่มัวแต่คุยกันอยู่โดยมิสนใจเขาเลยสักนิดเดียว

ปั้ง!

เสียงทุบโต๊ะดังขึ้นทุกคนหันไปมองต้นเสียงคืออาจารย์หนุ่มที่ยืนอยู่หน้าห้อง...แต่ไม่นานนักพวกเขาก็หันกลับไปคุยต่อและเมินผู้เป็นอาจารย์ไปอย่างสิ้นเชิง

"ข้า เรนเว่น สเตฟาโน่! อาจารย์ที่ปรึกษาของพวกเจ้า!!!"

เขาพูดเสียงดังลั่น จนวิลเลี่ยมที่นั่งอยู่หน้าสุดต้องเอามือปิดหู..อะไรกันพูดเบาๆไม่เป็นรึไงกันนะ? วิลเลี่ยมคิดอย่างไม่เข้าใจจากนั้นผู้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาก็ร่ายมหากาพย์กฎระเบียบต่างๆออกมายาวเหยียด เหล่านักเรียนที่คุยกันเสียงดังในตอนแรกเริ่มง่วง วันนี้เป็นวันแรกจึงให้อาจารย์ที่ปรึกษาคุยกับนักเรียนจนถึงตอนกินข้าวกลางวัน พอพวกเขาคุยจนเริ่มเบื่อก็หยุดพูดและยิ่งได้ยินเสียงของอาจารย์ที่ปรึกษาพูดมันก็เริ่มทำให้พวกเขาง่วง...ง่วงมากๆ

หลายคนฟุบหน้าลงกับโต๊ะแล้วหลับไป ส่วนวิลเลี่ยมนั้นตาของเขาจะปิดแหล่ไม่ปิดแหล่....เวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงๆในที่สุดก็มีเสียงสวรรค์ดังขึ้น

มันคือเสียงระฆังนั่นเอง...ทันใดนั้นทุกคนที่หลับอยู่ก็ลุกขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

"ได้เวลายัดห่าแล้วโว้ย!!!! ไปๆไปกัน!!!!!"

ชายคนหนึ่งพูดขึ้นแล้วกระโดดไปทางหน้าต่างทันที! แต่ทว่าเจ้าตัวกลับค่อยๆร่อนลงไปยังพื้นอย่างช้าๆ....วิลเลี่ยมที่หันไปเห็นเหตุการณ์พอดีก็แข็งค้าง...เวทมนต์..สินะ? เขาคิดอย่างไม่แน่ใจ ช่างเป็นเรื่องที่แปลกที่ผู้คนเหล่านี้สามารถเอาเวทมนต์มาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ แต่ก็เอาเถอนะ พวกเขาโตมากับมัน มิใช่กับเขา...วิลเลี่ยมลุกขึ้นแล้วมองไปยังคนอื่นๆ พวกเขาค่อยๆปีนไปทางหน้าต่างที่มีรากไม้ขนาดใหญ่เลื้อยอยู่ข้างๆ พวกเขาก็หยิบถุงมือออกมาจากกระเป๋าแล้วจับที่รากไม้ไว้จากนั้นจึงกระโดดไปโดยที่มือของพวกเขายังจับรากไม้ไว้อยู่ มันคือวิธีที่ทำให้พวกเขาลงไปข้างล่างได้เร็วขึ้นโดยอาศัยรากไม้นั่นเอง...

วิลเลี่ยมกระพริบตาปริบๆ...อะไรกัน อย่างนี้ก็ได้หรอ?...แล้วเขาก็ออกจากห้องพร้อมกับสมุดปกหนังและกระเป๋า เขาเลือกที่จะใช้ทางเดินบันไดดีกว่าถึงจะช้าแต่ก็ดูปลอดภัยกว่าทางรากไม้นั่นตั้งเยอะล่ะนะ....

เขาเปิดสมุดขี้นแล้วหาทางไปโรงอาหาร...เมื่อเขาพบแล้วจึงเดินไปทางโรงอาหารทันที หลายๆคนเริ่มไปต่อแถวตักอาหาร...เขามิรู้ว่าที่นี่นั้นมีอะไรบ้างจึงเปิดหารายละเอียดของโรงอาหารดู พบว่าอาหารของที่นี่นั้นตักไปกินได้อย่างมิจำกัด แต่ถ้าเป็นพวกร้านค้าขายของอื่นๆนั้นจะต้องเสียตัง...

วิลเลี่ยมเขย่งเท้ามองว่าอาหารที่ให้ตักนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งเมนูส่วนใหญ่เป็นอาหารทะเลและเนื้อ...เขาจึงนิ่งไปแล้วมองไปทางร้านค้าต่างๆในโรงอาหาร..สายตาเขาไปหยุดอยู่ที่ร้านขายอาหารมังสวิรัติร้านหนึ่งที่ดูจะขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คนขายคือป้าแก่ๆคนหนึ่งเขาล้วงมือหาตังในกระเป๋า...จะว่าไปแล้วตังที่เขาได้มาคือตังของดยุกวินเซ้นต์นี่นะ? หนึ่งในสิ่งที่เขามิชอบคือการใช้เงินของคนอื่น งั้นไว้คราวหลังเขาจะหางานมาทำแล้วชดใช้หนี้ในวันนี้แล้วกันนะ

เขาได้ไปศึกษาเรื่องการใช้เงินตราของที่นี่มาแล้วบ้างจึงมิมีปัญหาในการใช้จ่ายเสียเท่าไหร่ วิลเลี่ยมก้าวเท้ายาวๆไปยังร้านขายอาหารมังสวิรัติ

"สวัสดีเจ้าค่ะคุณหนู รับอะไรดีคะ?"

นางกล่าวขึ้นเมื่อเห็นวิลเลี่ยมเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านนางวิลเลี่ยมมองอาหารมังสวิรัติทั้งหลาย มีหลักๆที่เขาสนใจคือผัดผัก มะเขือเทศต้ม หรือซุปเห็ด...ที่หน้าตาดูหน้ากินมากเลยทีเดียว วิลเลี่ยมจึงสั่งมาทั้งสามอย่างแล้วเดินไปหาที่นั่งเงียบๆเมื่อได้รับอาหารทั้งสามอย่างและช้อนแล้ว

วิลเลี่ยมสวดบทก่อนรับประทานอาหารก่อนที่จะตักผัดผักขึ้นมากินแล้วเคี้ยวแก้มตุ่ย..อ่าอาหารที่ร้านนี้นี่ช่างถูกปากเขาเสียจริง วิลเลี่ยมจับแก้มข้างหนึ่งของตนเองในขณะที่เคี้ยวอาหารด้วยใบหน้าอันเอ่อล้นด้วยความสุข เขามิได้กินอาหารอร่อยๆมานานแล้วมันจึงทำให้เขาเก็บอาการไม่ได้เลย...

"ไง!"

เดธที่ถือถาดอาหารเดินมานั่งข้างๆวิลเลี่ยม เจ้าตัวยิ้มแฉ่งให้เขา

"ดูเหมือนว่าคาบพักของเราจะตรงกันนะ! มนุษย์นี่เรียนหนักเป็นบ้าเลย! มิแปลกที่จะพบเจอวิญญาณที่ยังอยู่ในวัยเรียนเยอะ"

เด็กหนุ่มผมม่วงบ่นอุบอิบแล้วตักอาหารของตนเองกิน...

"แหวะ ไม่อร่อยเลยแฮะ"

เขาพูดแล้วดันถาดไปที่อื่นจากนั้นจึงเริ่มมาสนใจสตรีร่างบางที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันที่ก้มหน้าก้มตากินอาหารของตนอย่างเปี่ยมสุข พูดก็พูดเถอะเขาจับตาดูอีกฝ่ายมานานทีเดียวแต่ก็มิเห็นนางแสดงอารมณ์ใดๆออกมาเลย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นอีกฝ่ายยิ้ม....

"อ-อลิซรู้จักกับเดฟหรือคะ?"

มาเรียที่ถือถาดอาหารมาทางวิลเลี่ยมเมื่อหล่อนเห็นเขานัางอยู่กับเด็กหนุ่มผมม่วงจึงทำตาโตพร้อมกับเอามือทาบอกและพูดออกมาอย่างตกใจ

ส่วนวิลเลี่ยมที่ก้มหน้าก้มตากินผัดผักอย่างเอร็ดอร่อยนั้นมิได้สนใจนางเลยแม้แต่นิดเดียว...ก็นะคนกำลังมีความสุขอยู่กับการกินอาหารนี่นา?จะมีเวลาไปสนใจหล่อนได้อย่างไรกัน

"ใช่ เรารู้จักกับแล้วก็สนิทมากกกกกด้วย"

เดธเป็นผู้ตอบเพราะเห็นว่าวิลเลี่ยมนั้นเงียบไปเนิ่นนาน ที่เขาพูดก็ไม่ผิดนะในความคิดเขาอลิซคือมนุษย์คนแรกที่เขารู้สึกว่าตนเองสนิทด้วย

"ง-งั้นหรือคะ ถ-ถ้าไม่รังเกียจให้ข้านั่งด้วยได้ไหม?"

นางลืมในสิ่งที่ตนได้ถามไปสนิท มาเรียจ้องไปที่เดธอย่างหลงใหลในใบหน้าของเขา...เดธเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแล้วหันไปมองวิลเลี่ยมที่กินผัดผักหมดแล้ว และเปลี่ยนมากินมะเขือเทศต้มราวๆสามถึงสี่ลูก...เดธจึงส่ายหน้าเพราะดูเหมือนว่าอลิซนั้นหาได้สนใจในสตรีผู้นี้เลยดังนั้นเขาเองก็เช่นกัน

มาเรียที่โดนปฏิเสธมีน้ำตาคลอเบ้านางมองไปยังสตรีที่นั่งสวาปามมะเขือเทศอยู่อย่างเอร็ดอร่อย

"งั้นหรือคะ อ-อ๊ะ อลิซนี่กินอาหารเยอะจังเลยนะคะเนี่ยไม่เห็นจะรู้เลยว่าอลิซกินอาหารเยอะขนาดนี้"

นางพูดเสียงสั่นเพราะดูเหมือนว่านางนั้นจวนจะร้องไห้เต็มที วิลเลี่ยมนั้นมิได้ยินเสียงของมาเรียจึงมิได้ตอบ

"อ-อลิซคะ อ๊ะ จริงสิด-เดฟงั้นถ้าไม่รังเกียจไปหาที่นั่งทานอาหารด้วยกันไหมคะ เพราะดูเหมือนอลิซจะต้องการเวลาส่วนตัวน่ะ"

เมื่อนางมิสามารถทำให้วิลเลี่ยมมาสนใจได้จึงเปลี่ยนมาชวนเด็กหนุ่มผมม่วงไปทานข้าวด้วยกันแทน เดธถอนหายใจ คำก็เดฟสองคำก็เดฟ แถมหล่อนยังมาตีสนิทเขาโดยเรียกชื่อตรงๆโดยมิขออนุญาตอีก ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นมายังไง อีกอย่างนางดูเหมือนจะไม่สนิทกับอลิซเสียเท่าไหร่และก็มิได้สนิทกับเขาเช่นกันการเรียกชื่อห้วนๆแบบนี้มันไม่ดีเลยนะรู้ไหม?ถึงจะปลอมตัวอยู่ก็เถอะ แต่เทพแบบเขาน่ะถ้ามิอนุญาตนั้นก็จะเรียกชื่อเขาตรงๆมิได้หรอก นี่ถ้าเป็นเทพองค์อื่นหล่อนโดนฆ่าตายไปแล้ว

"นี่ข้าขอบอกอะไรไว้ก่อนเลยนะ ทำไมเจ้าถึงได้เรียกข้าว่าเดฟ? ในเมื่อเรายังไม่รู้จักกันเลย ไหนจะอลิซอีก ดูเหมือนว่านางจะมิสนิทชิดเชื้อกับเจ้านะ รู้ไหมทำแบบนี้มันเสียมารยาทขนาดไหน อีกอย่างข้าน่ะมิอยากไปนั่งกับเจ้าหรอกนะขอโทษที"

เขาตอบไปตามความจริงแล้วนั่งสังเกตุปฏิกิริยาของวิลเลี่ยมต่อไป ส่วนมาเรียนั้นน้ำตาไหลอาบหน้าแล้ววิ่งหนีไปแล้ว...

สักพักหนึ่งเจ้าชายฟิลลิปส์ก็เดินมาพร้อมกับจูงมือมาเรียมาด้วย

"เจ้าทำอะไรมาเนี่ยห๊ะอลิซ?!!!"

เขาทุบโต๊ะทานข้าวอย่างแรงจนวิลเลี่ยมที่กำลังสวาปามอาหารหยุดแล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างสงสัย นี่มะเขือเทศเกือบตกพื้นไปแล้วนะโชคดีที่ดึงจานมารับทัน...วิลเลี่ยมคิดอย่างโล่งอก

"ข้าถามว่าเจ้าทำอะไรมาเรียไม่ได้ยินหรอ?!"

เขาตวาดใส่อีกฝ่ายเดธที่นั่งอยู่ข้างๆก็เริ่มจะอารมณ์ขึ้นแทนคนที่ถูกตวาด 

"เพคะ? ข้าทำอะไรหรือเพคะองค์ชาย?"

วิลเลี่ยมถามอีกฝ่ายอย่างใสซื่อ ส่วนสมาชิกห้องFที่เพิ่งต่อแถวตักอาหารฟรีเสร็จเดินมาเห็นเห็นการณ์พอดี เอาจริงๆพวกเขาก็เห็นนานแล้วทำท่าจะมาช่วยนะแต่เห็นว่าเด็กหนุ่มผมม่วงที่เป็นเด็กใหม่จัดการให้ไปก่อนแต่พอเจ้าชายตัวปัญหาโผล่มาตวาดใส่คนที่ไม่ได้ทำผิดอะไรเลยอย่างอลิซนั้นพวกเขาที่เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นก็เริ่มยั๊ว....โง่ก็โง่ดักดาน!คนแบบนี้เนี่ยนะเป็นเจ้าชายแถมยังอยู่ห้องA เหอะ หล่อเสียของ!

"เฮ้ๆขอโทษทีนะเพคะองค์ชาย แต่ขอขัดหน่อยเถอะเห็นๆอยู่ว่าอลิซนั้นกำลังทานอาหารอยู่แต่นังตอแห-- อุ๊บส์คุณมาเรียมาหาอลิซด้วยตัวเองเลยนะ และเท่าที่เห็นพวกข้าน่ะเห็นอลิซก้มหน้าก้มตากินอาหารอยู่เงียบๆโดยมิทันทำอะไรเลย "

ฟรานซิสส์ออกตัวก่อนคนแรก เพราะนางเห็นใจที่อลิซน่ะโดนนังนี่แย่งคนรักแถมยังทำให้คนรักของนางเองมาทำร้ายอลิซอีกน่าสงสารจะตาย ไอ้องค์ชายหน้าโง่นี่ก็น่าหมั่นไส้มากด้วย ไม่มีหลักฐานแต่ก็มาหาเรื่อง

"เจ้าจะปกป้องอลิซทำไม?! หรือว่านางเอาเงินฟาดหัวเจ้าให้ทำแบบนี้กัน?"

"พอเถอะค่ะอย่าทำให้เรื่องมันใหญ่ไปมากกว่านี้เลยนะคะ มาเรียผิดเองแหละที่มาทักอลิซและชวนเดฟไปกินข้าวด้วยกัน"

มาเรียพูดแล้วก้มหน้าลง ฟิลลิปส์หันไปปลอบนางทันที

"คะ? มิสโดโรนี่มาทักดิฉันหรือคะ? ต้องขออภัยด้วยนะคะที่มิได้ตอบพอดีว่าข้ากำลังรับประทานอาหารอยู่น่ะค่ะเลยไม่ได้ตอบขออภัยจริงๆค่ะ"

วิลเลี่ยมที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้คนกำลังกล่าวถึงจึงเออออตามน้ำไป ถ้าเขาเข้าใจมิผิดมิสโดโรนี่มาทักเขาแล้วเขามิตอบจึงเกิดเป็นเรื่องใหญ่สินะ?

แต่ทว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นคือรอยยิ้มที่ใสซื่อและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าสิ่งใดถูกส่งมาจากอลิซ มันช่างเจิดจรัสและงดงามจนรอยยิ้มของมาเรียที่ว่าดีแล้วยังต้องหมองลงไปอย่างเห็นได้ชัด

"อ-เอ่อ"

สายตาของทุกคนฝ้าฟางไปชั่วขณะ ในตอนนั้นเองวิลเลี่ยมก็สวดบทหลังรับประทานอาหารแล้วเดินเอาจานช้อนไปเก็บตรงที่ที่เขาเขียนว่าให้วางจานไว้แล้วเขาก็เดินกลับห้องโดยทันที




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 624 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,237 ความคิดเห็น

  1. #2221 **Music** (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 19:39
    ใสซื่อและมึนยิ่งกว่าสิ่งใด55
    #2,221
    0
  2. #2178 NongDawDaw (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 15:16
    แจกความฝลดไฝลลลลลล
    #2,178
    0
  3. #1972 tunty0505 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 21:52
    พลังของนางคงเป็นรอยยิ้มแฉนฉดใฉ5555(ภาษาวิบัติมากกกก)
    #1,972
    0
  4. #1208 น้องพริกหวาน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 22:35
    ตกลงนางไม่มีพลังอะไรเลยรึคะ
    #1,208
    0
  5. #1138 นกกินเกลือ(BES) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:55
    วิลเลี่ยมมาวินมากค่ะ555
    #1,138
    0
  6. #939 Wanz Luvz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 10:35
    มาเรีย อีตอแห-/......
    #939
    0
  7. #904 sadaomi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 02:19
    ฮาสัส!5555
    #904
    0
  8. #829 Fifa30152 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 00:21
    ไม่ทราบว่าเจ้าชายกินหญ้าแทนข้าวรึป่าว ส่วนนังมาเรียคงกินสตอเบอรี่ทั้งไร่แทนข้าวสินะ ///มองบน
    #829
    1
    • #829-1 087220(จากตอนที่ 8)
      11 กรกฎาคม 2562 / 20:07

      นางแด–แค่กๆ กินเนื้อแรดด้วยน้าาา ฮุฮุ
      #829-1
  9. #819 ATOM2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 21:08
    อยากตบนางเอกว่ะ😬😬😬😬
    #819
    0
  10. #659 Barea (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 20:17
    ตาหล่อนน่าจะบอดนะเจ้าชาย
    #659
    1
    • #659-1 Eom-c(จากตอนที่ 8)
      3 ธันวาคม 2560 / 23:21
      คิดอีกแบบสกิลต่อแหลกับอ่อยของมาเรียอาจจะสูงก็ได้
      #659-1
  11. #646 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 14:24
    ให้เจ้าชายคนนี้ปกครองประเทศ ไม่ล่มจม ก็พิพินาศอะ ส่วนมาเรียได้ผู้ชายโปรไฟล์ไม่ดีก็คงไม่แลสินะ
    #646
    0
  12. #586 MilkyQuartz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 01:01
    เจ้าชายนี่โง่จริงๆนั่นแหละ ยัยมาเรียมาตามตื้อผช.อื่นยังไม่รู้ตัวอีก 55555
    #586
    0
  13. #585 febru2102 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 21:51
    มันช่างจ้าซะเหลือเกิน~
    #585
    0
  14. #584 ♤ Sumire ♣ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 20:45
    อ่านเเล้วรู้สึกได้บุญ 555+
    #584
    0
  15. #582 carity (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 19:31
    รีไรหมดทุกตอนเลย เราจะพยายามตามอ่านให้มันนะ
    #582
    0
  16. #581 phonphimon0123 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 19:31
    ต่ อออออ
    #581
    0
  17. #477 FREINFORW (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 14:37
    ตั้งลัทธิเหรออลิซ
    #477
    0
  18. #442 คิมดงจุน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 20:12
    ทำไมไม่มีอาจารย์แบบนี้ที่รร.บ้าง55555
    #442
    0
  19. #433 นู๋ฝ้าย จร๊าาาาา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 17:38
    เด๋วน๊า!!ท่านอลิสจะตั้งลัทธิเรอะ!!?
    #433
    0
  20. #415 Khokaw50 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 00:39
    เราอ่านแล้วทำไมรู้สึกถึงพลังงานของเทพศาสตร์ ซากาโม....555555
    #415
    0
  21. #289 กวิ้นเองว์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 12:58
    จะว่าไปนางอ่านธาตุมืดนี่ได้หรอ แนวพงกศาสตร์มืดนี้บาทหลวงโอเคหรือ 5555
    #289
    0
  22. #271 RhongTood (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 00:49
    โอ้ย วิ่งตามกันเป็นลูกเจี๊ยบเชียว น่ารัก~
    #271
    0
  23. #262 Oxygengen (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 23:26
    น่ารักอ่ะ????
    #262
    0
  24. #215 เอเอ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 19:58
    เราว่าในอนาคตวิลได้สาวกทั้งห้องแน่ๆ5555😆
    #215
    0
  25. #198 mine994145 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 03:36
    วงวารน้องเดเด้(?) เหมือนมาเป็นพร็อบประกอบฉาก แม่เชื่อว่าหนูจะต้องมีบทคะลูก
    #198
    0