I'm a priest not a villian girl ข้าคือบาทหลวงนะ มิใช่นางร้าย

ตอนที่ 3 : บุคลิกที่เปลี่ยนไปของอลิซ(รีไรท์และเปลี่ยนชื่อครับ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,605
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 598 ครั้ง
    10 พ.ย. 60

หลังจากนั้นวิลเลี่ยมก็เสวนากับเดธ และถามเรื่องราวต่างๆที่เขายังไม่รู้หรือไม่เข้าใจในระหว่างที่อ่านหนังสือไปด้วย หนังสือที่เขาอ่านจบเริ่มกองรอบตัวเขามากขึ้นเรื่อยๆ เพราะวิลเลี่ยมผ่านการอ่านหนังสือมานับไม้ถ้วนความเร็วในการอ่านของเขาจึงรวดเร็วกว่าคนปกติอยู่มาก 

เขานั้นปรับความเข้าใจของตนเองในระหว่างที่อ่านหนังสือไปด้วย ในที่แห่งนี้เขาจะใช้ความรู้และคติตอนที่เขายังเป็นบาทหลวงมิได้ หรือก็คือเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตามละมั้ง? การอ่านหนังสือทำให้เขาเข้าใจเรื่องต่างๆมากขึ้นและเปิดรับมันเข้ามา แม้จะเป็นเรื่องเวทมนต์ ดาราศาสตร์ อักษรรูน และการปรุงยา เขาเลือกอ่านแต่หมวดหมู่ที่เขาสนใจเท่านั้น ถึงแม้จะยังเข้าใจอยู่ในระดับพื้นฐานก็ตาม เขาพบว่าการปรุงยาของที่นี่นั้นก็แค่ใช้ไฟ และสมุนไพรต่างๆมาผสมกันเท่านั้นเอง มิต่างจากการทำยาสมุนไพรมากเท่าไหร่นัก ซึ่งแตกต่างจากเรื่องเล่าที่ว่าการปรุงยาของพวกแม่มดหรือพวกสาวกซาตานอะไรนั่นไปไกลโขเลยทีเดียว ยิ่งอ่านเขาก็เริ่มสนใจมากขึ้น เพราะในหนังสือนั้นระบุไว้ว่าผู้ปรุงยานั้นก็เหมือนกับหมอและผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมุนไพร ซึ่งทั้งสองอย่างนั้นคือสิ่งที่เขาปรารถนาจะมาเป็นตั้งแต่เด็ก โชคร้ายที่บิดาคนก่อนของเขาอยากให้เขาเป็นทหารจึงปิดกั้นมิให้เขาเรียนเรื่องนี้โดยเด็ดขาด....

หลังจากอ่านจบเขาก็ไปอ่านหมวดหมู่ประวัติศาสตร์ และข้อมูลต่างๆไปด้วย จบที่หนังสือเกี่ยวกับศาสนาของที่นี่ ซึ่งเขาก็พบว่ามันมิแตกต่างจากเขามากนัก และ แม่ชีหรือบาทหลวงสามารถแต่งงานและมีลูกได้....ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ประหลาดและแปลกใหม่สำหรับเขามากเลยทีเดียว พออ่านจบเขาก็จัดการเรียงหนังสือเข้าที่เดิม

เดธมองสตรีร่างบางด้วยดวงตาทอประกาย อ่าช่างน่าสนใจ วิญญาณนี้ถึงแม้ตนจะมาอยู่ในต่างโลกแต่กลับสุขุมและเยือกเย็นนัก แทบจะไม่แสดงอาการทางอารมณ์ออกมาให้ผู้ใดเห็นเลย การที่อีกฝ่ายมีสติตลอดเวลายิ่งทำให้เขาสนใจเกี่ยวกับตัวตนของอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก

วิลเลี่ยมถอนหายใจเมื่อเก็บหนังสือทั้งหมดครบแล้ว ตอนนี้เขาเข้าใจความเป็นมาและเรื่องวัฒนธรรมของที่นี่แล้วถึงแม้จะไม่เต็มร้อยก็เถอะนะแต่เขาก็โละคติเก่าๆเกี่ยวกับเรื่องมนต์ดำปีศาจ เวทมนต์อะไรพวกนี้ไปแล้ว แต่สิ่งที่เขาระแวงคือตัวเทพแห่งความตายที่กำลังจ้องมาที่เขาด้วยสายตาอันน่าขนลุกขนพอง....

"มีอะไร?"

เขาเอ่ยถามเดธอย่างสงสัย อีกฝ่ายส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่มีอะไรแต่ยังคงจ้องมาทางเขาด้วยสายตาอันน่าขนลุกเช่นเดิม ครานี้วิลเลี่ยมไม่ทักท้วงอะไรอีกต่อไป เพราะต่อให้ถามอีกเจ้าตัวก็ต้องส่ายหน้าให้เขาอีกเป็นแน่

เขาเดินออกจากห้องสมุดไปก็พบกับเมดพอดี โชคดีที่เดธนั้นหายตัวไปจากห้องสมุดได้ก่อนที่เมดจะเห็นตัวเขา

"คุณหนูเจ้าคะ นายท่านเรียกคุณหนูไปรับประทานข้าว เชิญตามข้ามาเลยเจ้าค่ะ"

นางพูดเสียงนุ่มแล้วเดินนำไป วิลเลี่ยมเดินตามอีกฝ่ายทันทีและสอดส่องทางไปด้วย ตอนนี้เขารู้ทางไปแล้วสามห้องคือห้องรับประทานอาหาร ห้องสมุด และห้องของอลิซ อควาเรียส

"มาแล้วหรอลูก? กินเยอะๆเลยนะ พ่อเตรียมของโปรดของลูกไว้ทั้งนั้นเลย"

ถึงแม้วินเซ้นต์จะรู้ว่าความจำของลูกสาวนั้นเสื่อมแต่เขาคิดว่าความชอบในอาหารของนางจะยังไม่เปลี่ยนไปหรอกนะ

วิลเลี่ยมมองอาหารตรงหน้า ซึ่งเมนูส่วนใหญ่จะเป็นขนมหวานและเนื้อ....แต่เขานั้นมิใคร่ชอบขนมหวานมากนักอย่างมากก็ชอบขนมปัง และเขาเองก็มิค่อยจะอยากกินเนื้อสัตว์โดยปกติอยู่แล้วไม่ใช่เพราะอะไรหรอก เขาไม่ชอบกินมันของสัตว์ มันให้รสชาติที่เลี่ยนมากจนเขาแทบจะสำรอกออกมา แต่ทุกคนในครอบครัวและเพื่อนของเขากลับชอบมันมิรู้ว่าทำไม และอาหารที่อยู่บนโต๊ะซึ่งเป็นเมนูเนื้อจะติดมันอยู่ด้วยแทบจะทุกจานน่ะสิ! 

คิ้วของเขากระตุกเบาๆ ก่อนที่เขาจะนั่งลงอย่างสำรวม เขานั่งรอเพื่อให้ผู้เป็นพ่อของร่างนี้รับประทานอาหารก่อน และดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้จึงรับประทานอาหารก่อนทันที 


"ข้าแต่พระเจ้า โปรดประทานพรแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย และแก่อาหารที่จะรับประทานนี้ เพื่อจะได้ดำเนินชีวิตรับใช้พระองค์และเพื่อนมนุษย์ อาเมน"

วิลเลี่ยมสวดบทก่อนรับประทานอาหารแล้วจึงทานตาม แม้ไม่ได้ร่วมโต๊ะอาหารกับใครมานานแล้วแต่เขายังคงจำมารยาทที่พึงกระทำบนโต๊ะอาหารได้อย่างครบถ้วน 

ในระหว่างที่ดยุกวินเซ้นต์กินเขาก็จับตามองบุตรสาวของตนเองไปด้วยเขาสังเกตุว่าบุตรสาวของตนนั้นไม่ได้แตะต้องอาหารมากนักแถมยังพูดพึมพำอะไรสักอย่างที่เขามิเข้าใจอีกด้วย นางจะเลือกกินแต่ขนมปังเปล่าๆจืดๆไร้รสชาติส่วนอาหารจานเนื้อนั้น นางจะตัดกินแต่จานที่เป็นพวกเนื้อแห้งทั้งๆที่ปกตินางชอบขาหมูมาก แต่ตอนนี้นางกลับเลี่ยงที่จะกินมัน? ราวกับว่าเด็กสาวตรงหน้าของตนเองนั้นมิใช่ลูกสาวของเขาเลย ทั้งลักษณะนิสัยและความชอบที่แตกต่างไปจากเดิมนั่นอีก....แต่เขาก็พอจะเข้าใจว่า นางสูญเสียความทรงจำของตนเองไปแล้ว บางทีรสนิยมความชอบของนางเองก็คงจะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกันกระมั้ง?

"ลูกดูกินน้อยนะ...งั้นลูกอยากกินอะไรล่ะคราวหน้าพ่อจะได้จัดอาหารได้ถูก"

วิลเลี่ยมครุ่นคิดสักพัก เขาชอบซุปมะเขือเทศ และสตูว์ใส่มันฝรั่งเยอะๆ รวมถึงซุปเห็ดด้วย ทำให้นึกถึงตอนที่เขายังอยู่ที่โบสถ์ เขาจะอารมณ์เสียทุกครั้งที่มีคนมาขโมยมันฝรั่งและมะเขือเทศของเขาไป เขาปลูกผักไว้ตั้งเยอะทำไมต้องมาขโมยของโปรดเขาด้วย?

เมื่อเห็นว่าบุตรสาวของตนนิ่งเงียบไปนานจนผิดปกติวินเซ้นจึงเรียกนาง

"อลิซ?"

"ซุปมะเขือเทศและสตูว์ใส่มันฝรั่งเยอะๆ ค-ค่ะท่านพ่อ"

วิลเลี่ยมที่เพิ่งรู้สึกตัวว่าตนนั้นระลึกถึงเรื่องอดีตนานเกินไปรีบตอบทันที เขารู้สึกแปลกๆในการพูดคำว่าคะ ค่ะ แต่พอเวลาผ่านไปเขาก็จะชินเอ ผู้เป็นพ่อขมวดคิ้วแน่น นางความจำเสื่อมก็จริงแต่เท่าที่จำได้ในวัยเด็กนางเกลียดผักเอามากๆ ยิ่งมะเขือเทศไม่ต้องพูดถึงเลย แต่พอเวลานี้นางกลับต้องการกินซุปมะเขือเทศ? อ่า แต่ก็ดีไปอีกแบบล่ะนะ บุตรสาวของเขาจะได้กินอะไรที่มากกว่าเนื้อและขนมเสียบ้าง

สักพักหนึ่งวิลเลี่ยมก็ขอตัวและลุกออกไปจากโต๊ะอาหารโดยไม่ลืมสวดบทหลังกินอาหารก่อนที่จะลุก ไม่ไหวๆแค่กลิ่นของไขมันก็ทำเขาอยากจะอาเจียน เขาล่ะเกลียดอาหารที่มีไขมันสัตว์จริงๆเลย...

เขาพอจะจำทางได้บ้างจึงเดินกลับไปที่ห้องสมุด ระหว่างนี้คงต้องศึกษาหาความรู้อีกเยอะล่ะนะ?

เขาอ่านหนังสือไปเรื่อยๆก็พบว่า คนที่นี่นั้นจะมีปานอยู่ที่มือข้างซ้าย ซึ่งปานจะเป็นสัญลักษณ์ที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่วัดธาตุตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ แต่พอวิลเลี่ยมมองไปที่มือข้างซ้ายก็ไม่พบอะไรเลย....เขาจึงอ่านไปเรื่อยๆเพื่อหาเหตุผลว่าทำไมถึงไม่มีปานหรือว่าสตรีผู้นี้มิได้ไปวัดธาตุกัน?

พออ่านไปเรื่อยๆจึงพบว่าผู้ที่ไม่มีปานคือผู้ไร้ธาตุนั่นเองหรือผู้ที่มิสามารถใช้เวทมนต์ได้เลย...เมื่อรู้ดังนั้นวิลเลี่ยมก็นึกสงสารอลิซ อควาเรียสอยู่ในใจที่นางเกิดมามิมีธาตุ...

แต่หาใช่ว่าไม่มีเวทมนต์จะเลวร้ายเสมอไปล่ะนะ ไม่มีก็ไม่ได้หมายความว่าตัวตนของอลิซ อควาเรียสจะด้อยค่าลงเลยสักนิด อีกอย่างการมิมีเวทมนต์มันทำให้เขารู้สึกเหมือนเป็นคนปกติธรรมดา ซึ่งน่นมันก็ดีแล้วด้วย...เขาชอบแบบนี้มากกว่าเยอะเลย....

จากนั้นเขาก็อ่านหนังสือต่อไปเรื่อยๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 598 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,237 ความคิดเห็น

  1. #816 มูมู่ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 17:37
    บางจุดยังดูขัดตาอยู่เลยอ่ะ

    คิดว่าแบบนี้เป็นไง

    "คุณหนู นายท่านรออยู่ที่ห้องรับประทานอาหารแล้ว เชิญคุณหนูทางนี้เจ้าค่ะ"
    #816
    0
  2. #642 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 10:49
    ชอบๆๆๆๆ อ่านเพลินๆๆๆๆ
    #642
    0
  3. #573 ภูตเงา [Doppelganger] (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 19:45
    เราชอบแบบที่รีไรท์แล้วมากกว่านะ ดูมีเหตุผล เนื้อหาลายละเอียดมากขึ้น อ่านแล้วเข้าใจมากกว่าแบบเดิม แล้วก็น่าติดตามกว่าด้วย//สู้ๆนะคะไรท์\^0^/
    #573
    0
  4. #572 JM_Ja-a (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 19:29
    อ่าวไม่มีธาตุแบบนี้จะทำสัญญากับเทพมั้ยอะ
    #572
    0
  5. #570 Dreamix (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 14:01
    รู้สึกว่าบาทหลวงแต่งงาน มีลูกได้อยู่แล้วนะ
    เหมือนว่าเป็นปกติอยู่แลวอ่ะ เพราะมีเพื่อนนับถือคริสต์เคยบอก ตอนอ่านเลยรุ้สึกขัดไปหน่อย
    ปล.จะรออ่านนะ สู้ๆ
    #570
    1
    • #570-1 Homura-mato(จากตอนที่ 3)
      12 เมษายน 2561 / 16:24
      แล้วแต่นิกายละมั่งค่ะ😂5555#ไม่รู้อัไรเลยค่า
      #570-1
  6. #527 Qeendrak (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 09:11
    คือดีย์อ่าาามีความวายหน่อยๆ
    ถ้าเราเป็นเทพคนนั้นจิงๆเราก็จะทำพันธะสันยานะอยู่มาตั้งหลายปีนานๆทีเจอของแปลกก็ต้องสนใจมากๆสิ
    #527
    0
  7. #379 Sukanya Paileeklee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2560 / 15:09
    ถ้าเป็นนักบวช แต่ทำสัญญากับเทพ แปลกๆนะ เป็นแค่เพื่อนไม่ได้เหรอ
    #379
    0
  8. #370 minggg- (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 23:15
    ทำไมทำสัญญากันง่ายจังงง
    555 เดธไม่คิดเลยนะ
    #370
    0
  9. #288 กวิ้นเองว์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 12:44
    ทำไมเดธใจง่ายจริง เป็นเทพทั้งทีทำตัวหยิ่งๆหน่อย เล่นตัวอะรู้จักม่ะ 5555
    #288
    0
  10. #269 RhongTood (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 00:31
    อ่ามันขัดแย้งนะ เราคิดคล้ายๆคห.ที่206 อ่ะ
    #269
    1
    • #269-1 CarVii(จากตอนที่ 3)
      26 ตุลาคม 2560 / 00:34
      เอ๋?? ปรับปรุงแล้วยังขัดปย้งอยู่หรอฮะ ถ้าไม่รบกวนช่วยบอกได้ไหมฮะว่าจะปรับปรุงให้เป็นอย่างไรดี Q-Q
      #269-1
  11. #206 Nut'reeeee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 11:01
    เอาจริงการที่ไรท์อ้างอิงว่าตัวเอกนับถือพระเจ้ามากๆจนคล้ายนักบวช ทำให้เรื่องนี้เดินไม่สมูต เพราะมันดูมีจุดติขัดสำหรับข้อห้ามของคนที่นับถืออะ

    อย่างเรื่องย้ายมาร่างเพศหญิง ก่อนหน้านี้อยู่ในร่างผช. ดังนั้นต้องมีความคิดที่ว่ารักเพศเดียวกันคือเรื่องต้องห้ามแน่นอน พอมาเป็นผญ.จะมองเพศชายก็คงตะหงิดใจ เพราะในใจเป็นชาย แต่จะมองเพศหญิง ร่างก็ดันเป็นหญิงอีก

    และเขานับถือเทพแค่องค์เดียวคือพระเจ้า การที่อันเชิญมาแบบนี้ ก็เป็นที่รู้ๆกันว่าเป็นสาวกซาตาน น่าแปลกใจที่ตัวเองดูไม่สนใจเรื่องขัดแย้งนี้
    #206
    1
  12. #62 ราตรีนิรันดร (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 13:18
    เราจับสัมผัสความตอแหลได้ แค่กๆ
    #62
    0
  13. #14 Batic (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 19:27
    ได้พลังแล้ว

    #14
    0
  14. #11 ionma123 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 23:44
    ต่อครับ ชอบๆ
    #11
    1
    • #11-1 ionma123(จากตอนที่ 3)
      6 ตุลาคม 2560 / 23:48
      ผมรู้สึกว่าไรต์ เอาเรื่องมาลงผิดหมวดนะ
      เพราะเรื่องแนวนี้ ต้องลงแนว รักแฟนตาซี
      น่าจะมีคนอ่านเยอะกว่านี้ เพราะผมที่มาหา
      อ่านแนวแฟนตาซีบู้ๆ บังเอิญเจอเข้าก็คงหา
      ไม่เจอเลย
      #11-1
  15. #9 555DT (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 21:36
    สู้ๆๆๆๆๆๆ
    #9
    0
  16. #8 โอตาคุ คนนึง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 12:31
    มีความรู้สึกว่าเทพนี่เสแสร้งแน่ๆ
    #8
    0
  17. #6 vongmanysapp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 08:48
    ไม่เข้าใจ story
    #6
    0