I'm a priest not a villian girl ข้าคือบาทหลวงนะ มิใช่นางร้าย

ตอนที่ 16 : ยอมรับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,088
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 372 ครั้ง
    28 พ.ย. 60

ทั้งเดธและวิลเลี่ยมเองก็ไปโรงอาหารตามปกติ เดธเดินไปซื้อพวกขนมขบเคี้ยวมากิน

 

“เจ้าควรหาอะไรมาป้องกันตัวบ้างนะ ลิซ เมื่อวานก็มีคนมาหาเรื่องเจ้ามิใช่หรือไร?”

 

เทพแห่งความตายเป็นผู้เปิดบทสนทนาก่อนคนแรก วิลเลี่ยมมองอีกฝ่ายก่อนจะเอียงคอน้อยๆ อันที่จริงเขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องนี้เสียสักเท่าไหร่หรอกนะ ยังไงเสียเขาก็มิได้เสียท่าง่ายดายขนาดนั้น แต่ประมาทเองก็คงไม่ได้ ความประมาทย่อมนำภัยมาสู่ตัว…..งั้นเขาจะพกดาบไว้กับตัวแล้วกันนะ แต่เขาจะไม่ใช้ดาบสู้หรอก แค่ฝักดาบก็พอ…

 

“ดาบ..ข้าจะพกดาบติดตัวไว้ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปแล้วกันนะ”

 

“แค่ดาบน่ะไม่พอหรอกลิซ เจ้าลืมแล้วหรือไรว่าที่นี่เราใช้เวทมนต์กันได้?  ไว้พรุ่งนี้ข้าจะหาของดีๆมาให้เจ้าแล้วกันนะ หรือไม่ก็….เจ้ามีธาตุลมนี่? งั้นไหนๆก็ไหนๆแล้วลองฝึกธาตุลมดูหน่อยไหม?  มันเป็นประโยชน์ต่อตัวเจ้านะ!”

 

เดธเสนอความคิดขึ้นมา ก็อีกฝ่ายมัวแต่ฝึกดาบ ธนูนี่นา พอตัวเองได้พลังธาตุไปแล้วแทนที่จะใช้กลับกลบมันลงหลุมไปเสียนี่ พลังธาตุที่เกิดจากโพชั่นนั่นน่ะมันแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปเพราะมันกำเนิดมาจากหยดเลือดของพวกเทพประจำธาตุ ขืนนางยังดื้อดึงแบบนี้พอเวลาผ่านไปพลังพวกนี้จะสร้างผลเสียให้ตัวนาง พลังที่มากเกินไปถ้าไม่ฝึกควบคุมมันตั่งแต่เนิ่นๆน่ะจะสร้างผลเสียมากกว่าผลดี…

 

“แต่ว่า….”

 

“อย่าปฏิเสธข้าเลยลิซ เชื่อข้าเถอะฝึกไว้บ้างก็ดีนะ เผื่อยามฉุกเฉินไง?”

 

สุดท้ายแล้ววิลเลี่ยมก็พยักหน้าไปในที่สุด พระบิดา….ลูกไม่ผิดใช่หรือไม่? ถ้าจะฝึกเวทมนต์เพราะที่นี่น่ะ…เวทมนต์คือพลังธรรมชาติ…ลูกหาได้ทำสัญญากับซาตานไม่ ถึงแม้พลังนี้ลูกจะได้มาเพราะเทพแห่งความตายผู้นี้ก็ตาม…แต่เขาก็เป็นคนดี…ใช่ไหม?

 

วิลเลี่ยมและเดธลุกและเดินขึ้นห้องเรียนของตนเมื่อได้ยินเสียงระฆัง ในระหว่างนั่นวิลเลี่ยมก็คิดไตร่ตรองไปด้วย ถึงเวลาอันสมควรที่เขาจะรับเทพแห่งความตายมาอยู่ในฐานะเพื่อนของเขาเสียทีสินะ…ตลอดเวลาที่ผ่านมา อีกฝ่ายหาได้ดูเป็นคนชั่วร้าย แม้จะชอบทำตัวเหมือนเด็ก บ้าอำนาจนิดหน่อย หรืออะไรต่างๆ แต่เท่าที่ดูมาไม่มีนิสัยที่บ่งบอกว่าเขาเป็นปีศาจเลย ตอนนี้เขาเองก็เลิกตื้อให้วิลเลี่ยมทำพันธะสัญญาด้วยแล้วนี่….คงจะไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง…?

 

เมื่อไปถึงห้องวิลเลี่ยมเองก็พบว่าทุกคนดูซึมๆผิดปกติ ฟรานซิสส์วิ่งมากอดวิลเลี่ยมแน่นโดยที่เขายังไม่ทันตั้งตัว ทำให้เขาเกือบจะหงายหลังแต่ยังดีที่หาที่จับไว้ได้ก่อน เด็กสาวผมบลอนด์กอดเขาแน่นจนเขาแทบจะหายใจไม่ออก

 

“ท่านอลิซคะ ก-เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! ทางโรงเรียนปรับระบบการศึกษาใหม่ ทำให้ทุกเทอมต้องสอบถึงสองครั้ง แต่ละครั้งที่สอบพอผลคะแนนออกมาเราก็ต้องย้ายห้องไปอยู่ตามคะแนนสอบของเราเลย….”

 

นางพูดพร้อมกับกอดเขาแน่นขึ้นไปอีก แม้สมาชิกห้องFจะดูเหมือนพวกเด็กเกเรหนีเรียน แต่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่กลัวการสอบ ทุกครั้งที่ผลคะแนนสอบออกนั่นหมายถึงว่าพวกเขาจะทำให้บิดามารดาของตนเสียหน้า ด้วยความที่ห้องFคือห้องโหล่จึงไม่จำเป็นต้องเรียนอะไรมากมาย วิชาส่วนใหญ่ที่ห้องนี้เรียนจะเกี่ยวกีบการใช้กำลังเสียส่วนใหญ่ ส่วนวิชาคำนวนยากๆนั่นแค่ใส่มาเพิ่มให้ตารางเรียนดูดี ห้องนี้เป็นห้องเดียวที่มีตารางเรียนน้อยและแตกต่างจากคนอื่น แต่พอถึงคราวสอบต้องสอบครบทุกวิชาเหมือนห้องอื่นทั้งๆที่มีวิชาเรียนน้อยมากโดยที่หลายๆวิชาที่สอบนั้นห้องFไม่มีสอนด้วยซ้ำ…มันไม่ต่างอะไรจากการตัดปีกพวกเขาออกไปเลยสักนิดเดียว ตรงๆเลยคือ…พวกเขาหมดโอกาสที่จะปีนหนีออกจากความอัปยศนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ…พวกเขาน่ะโง่มาตั่งแต่เกิดอยู่แล้ว ต่อให้พยายามไปก็ไร้ความหมาย

 

“แล้วทำไมงั้นหรือ?  ข้อสอบมันยากขนาดนั้นเชียว?”

 

วิลเลี่ยมเอียงคอน้อยๆพลางถามอย่างไม่เข้าใจ ฟรานซิสส์พยักหน้าหงึกๆ

 

“งั้น...หรือมาจับกลุ่มสอนกับไหม? จะได้สอบง่ายขึ้นไง”

 

เขาเสนอความคิดขึ้นมา เพราะในสมัยก่อนเพื่อนๆของเขาจะจับกลุ่มกันสอนเรื่องต่างๆที่เพื่อนบางคนยังไม่เข้าใจ และนั่นคือวิธีการที่ยอดเยี่ยมวิธีหนึ่งเลย

 

“ไม่ไหวหรอกค่ะท่านอลิซ พวกเราน่ะเรียนน้อยกว่าห้องอื่น ถึงแม้จะมีบางวิชาที่มีคนเรียนเก่งแต่ถ้าเราไม่ได้เรียนจนครบก็ไม่มีความหมายอะไรหรอกค่ะ”

 

คนอื่นๆพยักหน้าเสริมด้วย จากนั้นวิลเลี่ยมจึงบอกให้ทุกคนลองจับกลุ่มติวกันเท่าที่รู้ มีบางคนที่ค่อนข้างจะปลงและไม่อยากสนใจการติว แต่ฟรานซิสส์ก็ไปลากคนพวกนั้นมาจับกลุ่มติว จากนั้นทุกคนเองก็เรียนตามปกติ และพอมีคาบว่างก็มานั่งติวกัน

 

เสียงระฆังดังขึ้นเป็นรอบที่สองของวัน เป็นสัญญาณว่านี่คือเวลาพักกลางวัน วิลเลี่ยมลุกขึ้นแล้วเดินไปโรงอาหาร จะว่าไป อีกฝ่ายอยู่ห้องAนี่นะ? งั้นก็หมายความว่าเดธนั้นจะต้องเคยเรียนวิชาต่างๆมาจนครบแล้วแน่ๆ วิลเลี่ยมก้าวเท้าเร็วขึ้น เมื่อไปถึงเดธที่เห็นเขาก็โบกมือไปมาสองสามที

 

ไม่รอช้า เขาเดินไปนั่งโต๊ะเดียวกันกับเดธ

 

“ว่าไงลิซซี่ ข้าหาของขวัญมาให้เจ้าด้วยล่ะ!”

 

เดธยิ้มกว้างแล้วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าของตนเอง เขาหยิบสร้อยเส้นหนึ่งมาให้วิลเลี่ยม มันมีลักษณะเป็นทรงคล้ายกับปีกข้างขวา ตรงกลางมีอัญมณีสีเขียวมรกตทอประกายแวววาวอยู่ด้วย แค่มองก็น่าจะรู้แล้วว่าสร้อยเส้นนี้มีมูลค่ามากขนาดไหน

 

“มันคืออะไรงั้นหรือ?”

 

วิลเลี่ยมเอียงคอน้อยๆพลางถามอีกฝ่ายอย่างสงสัย เด็กหนุ่มหัวเราะเบาๆ

 

“ก็...สร้อยนี่น่ะเป็นสร้อยที่สร้างมาจากคริสตัลพิเศษน่ะ...ก็แหมเจ้าจะไปฝึกธาตุลมนี่นา สร้อยนี่จะช่วยเสริมทักษะธาตุลมให้ดียิ่งขึ้น แต่ถ้าเจ้าอยากจะเรียนของอีกสองธาตุที่เหลือด้วยข้าก็ยินดีจะหาอุปกรณ์เสริมและสอนเจ้าให้นะ”

 

เดธยิ้มกว้างอย่างจริงใจให้วิลเลี่ยม เขาพยักหน้าหงึกๆเขารับสร้อยมาสวมและยัดมันไว้ในเสื้อ สร้อยที่ดูแพงขนดานี้ถ้าใครเห็นมีหวังโดนหาเรื่อง หรือรีดไถกันพอดี....

 

“ขอบคุณมากเลยนะ..เจ้าช่วยข้าหลายครั้งแล้ว ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างไรดี?”

 

เขาเป็นคนที่มิชอบติดบุญคุณใคร ครั้งนี้เองก็เช่นกัน อีกฝ่ายช่วยเหลือเขาไว้มากเหลือเกินไม่ว่าจะเรื่องนักฆ่า ของพวกนี้ หรือเรื่องข้อมูล นับว่าเดธนั้นเป็นคนที่ดีมากคนหนึ่ง

 

“ไม่เป็นไร แค่นี้ขนหน้าแข้งข้าไม่ร่วงหรอก ไม่กินอาหารงั้นหรือ?”

 

วิลเลี่ยมลุกไปซื้ออาหารที่ร้านมังสวิรัติ เขาเดินมานั่งโต๊ะเดียวกับเดธแล้วสวดบทก่อนทานอาหารจากนั้นก็ลงมือกิน ฟิลลิปส์ถือถาดอาหารของตนมานั่งเดียวกันกับเขา

 

“ขอนั่งด้วยนะ”

 

เจ้าตัวพูดขึ้น ทั้งๆที่ตนเองก็นั่งไปก่อนที่จะได้ขออนุญาตเสียอีก ทั้งวิลเลี่ยมและเดธนั้นมองไปที่บุรุษที่มาใหม่พร้อมกันแต่ก็มิได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกไป


“เจ้าชอบกินผักงั้นหรืออลิซ?”


ฟิลลิปส์พูดขึ้นมาพร้อมกับส่งรอยยิ้มอันหล่อเหลากระชากใจไปให้วิลเลี่ยม


“ค่ะ”


เขาตอบกลับสั้นๆแล้วก้มหน้าก้มตากินอาหารต่อไป เด็กหนุ่มผมทองหันไปมองสตรีข้างตนเขาเหลือบไปเห็นว่ามีเศษกะหล่ำปลีชิ้นเล็กติดอยู่ที่ริมฝีปากนาง เขาจึงโน้มตัวไปใกล้ๆอีกฝ่ายและทำท่าว่าจะใช้ลิ้นเลียกะหล่ำปลีนั่น


แต่เขาก็ไม่ไวเท่าเดธ เด็กหนุ่มผมม่วงหยิบผ้าเช็ดหน้าแล้วเอาไปเช็ดให้ทำให้ริมฝีปากของเจาชายฟิลลิปส์นั้นถูกขวางด้วยมือสีขาวซีดของเดธ


“ขอบคุณ”


วิลเลี่ยมกล่าวขึ้นแล้วสวดบทหลังรับประทานอาหาร จากนั้นก็ลุกไปเก็บ ในระหว่างนั้นฟิลลิปส์ก็มองไปยังเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งที่มาขัดขวางเขาเอาไว้เมื่อครู่


“ให้ข้าเดานะ  เจ้าคงจะรู้เรื่องนั่นแล้วสินะจึงได้มาตามติดนางแบบนี้ มิสเตอร์ลอว์เร้นซ์”


ฟิลลิปส์กล่าวเสียงเย็น ไม่มีทางที่เด็กผู้มากพรสวรรค์อย่างลอว์เร้นส์จะมาสนใจอลิซสตรีไร้ค่าอย่างไม่มีเหตุผลหรอก คิดดูสิเด็กที่เกิดมาพร้อมธาตุมืดสายพิเศษอย่างหมอนี่เนี่ยนะจะมารักกับสตรีแบบอลิซ เป็นไปได้สูงว่าลอว์เร้นซ์จะรู้เรื่องที่นางมีสามธาตุ....แต่เขาจะไม่ยอมปล่อยมือจากอลิซเด็ดขาด เขาพลาดไปในตอนที่เลือกมาเรีย แต่ตอนนี้เขาจะไม่พลาดอีกแล้ว....จากนี้ไปเราเป็นศัตรูกันลอว์เร้นซ์!


“เรื่องอะไรหรอ?”


เขามองอีกฝ่ายอย่างเอ๋อ แล้วเดินไปจูงมือสตรีผมครีมผู้เป็นสหายของตนไปที่สวนน้ำชา ทิ้งให้เจ้าชายนั่งอยู่อย่างโดดเดี่ยวที่โต๊ะ มาเรียเดินมานั่งกับฟิลลิปส์


“ขอนั่งด้วยนะคะฟิลลิปส์”


มาเรียพูดขึ้น เด็กหนุ่มลุกจากโต๊ะไปอย่างหัวเสีย. ทิ้งให้มาเรียมองอีกฝ่ายเดินจากไปจนลับสายตา มือเรียวเล็กกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ...เกิดอะไรขึ้นกับองค์ชาย?


“ขอโทษที่ลากเจ้ามานะลิซ ข้ารู้สึกไม่ไว้ใจหมอนั่น”


เดธกล่าวขึ้นมา วิลเลี่ยมพยักหน้าอย่างเข้าใจ. 


“งั้น...วันนี้พอกลับไปถึงบ้านข้าจะพาเจ้าไปฝึกนะ!”


“ค่ะ”


“ไม่ต้องใช้คะค่ะกับข้าก็ได้ เราสนิทกันแล้วนี่? เน๊อะ!”


“อื้ม”


เดธเดอนขึ้นห้องเรียนของตนเอง เขาเดินมาเจอฟิลลิปส์พอดี เด็กหนุ่มผมสีทองสะท้อนแสงมองเดธอย่างไม่เป็นมิตร เดธแสยะยิ้มออกมา


“อะไรงั้นหรือองค์ชาย ฮิๆ”


แล้วเขาก็เดินเข้าห้องตนเองไป


----------


ขอโทษที่ไม่ได้มาอัพนานเลยนะครับ ผมมีซ้อมพาเหรดพอไปถึงบ้านเขียนได้สามสี่บรรทัดก็สลบเลย ฮือออ กราบขออภัยเป็นอย่างสูงครับ!  








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 372 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,237 ความคิดเห็น

  1. #1768 YukiKiyu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 21:28
    ขัดใจ นางเอก ประเมินตัวเองแบบไหน? ถึงไม่คิดจะฝึกอะไรเลย ทั้งที่โดนลอบฆ่ามาแล้ว
    #1,768
    0
  2. #1158 XinRen (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:05
    เดธธธธธเป็นพระเอกเถอะเเบบนี้เราลงเรือเธอนะ
    #1,158
    1
    • #1158-1 XinRen(จากตอนที่ 16)
      17 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:07
      อืม...หวังว่ามันคงไม่มีเรือลำอื่นอีกหรอกนะ
      #1158-1
  3. #695 sinemetu888 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 17:52
    >< เชียร์เดธ เดธพระเอกชัดๆ!!! เดธ เจ้าชาย!! อ่าวผิดๆ เดธ วิลเลี่ยมม?
    #695
    1
    • #695-1 fanclubในมุมมืด (จากตอนที่ 16)
      15 ธันวาคม 2560 / 12:16
      เดธ เจ้าชาย มันถูกแล้ว
      #695-1
  4. #694 phonphimon0123 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 16:53
    ต่อออออ
    #694
    0
  5. #693 Andy382 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 16:21
    เอาล่ะ ข้าล่ะเบื่อสกิลนางเอกของนาง แทนที่จะมุ่งมั่นฝึกฝนตัวเอง ทั้งที่เทพอุตส่าห์ให้พลังนางมากกว่าคนอื่น กลับเลือกปัดมันทิ้งเหมือนขยะ แล้วรอคนมาปกป้องซะ บาทหลวงจริงๆ เลย รอคนตายแทนเนี่ย
    #693
    0
  6. #692 ์light (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 15:23
    วาดสวยอะ รอออ
    #692
    0
  7. #691 RT61212162 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 13:04
    ขอบคุณค่ะ มาต่อเร็วๆนะคะ
    #691
    0
  8. #690 คาสึมิ โนะ ริสึเนะ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 12:28
    แค่กลับมาก็ดีแล้วคะ ^^
    #690
    0
  9. #228 เทพบุตรแห่งแสง (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 20:44
    ดี~~~~~~
    #228
    0
  10. #227 shirayuuki (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 20:44
    ลัทธิอลิซ และสาวกทั้งหลาย 555555555555
    #227
    0
  11. #226 DoshChin (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 20:42
    เฮ้อ--ความจริงช่างน่ากลัว
    #226
    0
  12. #225 SP_PIERO (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 20:42
    คุณได้รับลูกสมุ- แค่กๆ ผู้พิทักษ์ 3 ea
    #225
    0
  13. #224 ` ฟู่ฟี้บูบีลั้ลล้า . (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 20:41
    นี่มันลัทธิท่านอลิซ...
    #224
    0
  14. #223 MozartTx (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 20:41
    อะไรก็ดีหรอก แต่หาของกำนัลให้ทุกวันนี่มันเข้าลัทธิอะไรไปแล้ว ศาสดาไม่รู้ตัวเอฃอีกต่างหาก
    #223
    0
  15. #222 Jkl Kannapat (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 20:40
    นี่มัน...ชุมนุมสาวก
    #222
    0
  16. #221 Minikolato (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 20:36
    หนะ นี่มันขุมกำลังอันยิ่งใหญ่!!!!
    #221
    0