I'm a priest not a villian girl ข้าคือบาทหลวงนะ มิใช่นางร้าย

ตอนที่ 10 : นี่คือสิ่งที่จะทำให้เจ้ามีพลังเวทย์ไงล่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 569 ครั้ง
    15 พ.ย. 60

เมื่อวิลเลี่ยมเดินขึ้นไปถึงห้องเขาก็เปิดสมุดปกหนังมาอ่านการต่อสู้ด้วยดาบเมื่อครู่น่ะช่างน่าผิดหวังเขาล่ะนึกว่าเด็กคนนั้นจะเก่งจนมิมีใครอยากจะจับคู่ด้วย ที่ไหนได้ เก่งแต่ด้านพละกำลังแต่มิได้มีการพลิกแพลงใดๆเลย แต่เขาก็ยังพอเข้าใจว่าอีกฝ่ายยังเด็กอยู่ มิแปลกที่จะอ่อนปรพะสบการณ์มากเกินไป

“อ-เอ่อ”

มาเรียที่อยู่ๆก็เดินเข้ามาในห้องFส่งเสียงออกมา นางมองไปรอบห้องอย่างหวาดระแวงอีกทั้งยังตัวสั่นระริกราวกับเดินเข้ามาในกรงสัตว์ร้ายอย่างไรอย่างนั้น 

“อ-อลิซคะ ข-ขอโทษแทนฟิลลิปส์ด้วยนะคะเมื่อตอนพักทานอาหารน่ะ”

นางเดินมาหยุดอยู่ข้างหน้าวิลเลี่ยมและกล่าวเสียงสั่น วิลเลี่ยมวางสมุดที่อ่านอยู่ลงกับโต๊ะ เขามองนางพร้มกับเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย อะไรกันเรื่องตอนนั้นมิใช่ว่าเขาผิดงั้นหรือ?

“อะไรหรือคะมิสโดรานี่? มิใช่ว่าตอนนั้นข้าผิดงั้นหรือ?”

วิลเลี่ยมมองอีกฝ่ายอย่างใสซื่อ มาเรียถึงกับคิ้วกระตุก ทำหน้าตาแบบนั้นหมายความว่าอย่างไรกัน?

“ต-แต่ว่าฟิลลิปส์ทำตัวเสียมารยาทนี่คะ มาเรียเลยอยากจะมาขอโทษแทนเขาน่ะ…”

นางก้มหน้าลงอย่างหวาดกลัว วิลเลี่ยมขมวดคิ้วจนพันเป็นปม ถ้าที่เขาดูแผนที่มา ห้องFนั้นอยู่ห่างไกลจากห้องอื่นๆในปีสองมากมิใช่หรือ? ช่างน่าชื่มชนเสียจริงที่อีกฝ่ายอุตส่าห์เดินดั้นด้นมานี่เพราะต้องการขอโทษ

“ขอบคุณมากนะคะมิสโดรานี่ ที่อุตส่าห์เสียเวลาอันมีค่ามาขอโทษในเรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นนั้นแต่ทีหลังมิต้องหรอกนะคะ เพราะมันจะเสียเวลาของเราทั้งสองมากเลย”

วิลเลี่ยมกล่าวและส่งรอยยิ้มอันจริงใจให้อีกฝ่ายไปด้วย

แต่สิ่งที่ทุกคนตีความได้คือเขากำลังจิกกัดมาเรียที่หล่อนดั้นด้นมาถึงนี่เพราะเรื่องไร้สาระโง่ๆแบบนั้น และทีหลังอย่ามาอีกนะมันเสียเวลาเขา

“ฮึก ม-มาเรียแค่อยากจะขอโทษท-เท่านั้นเอง”

จู่ๆนางก็ร้องไห้ออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยแล้ววิ่งหนีไปทันที ส่วนวิลเลี่ยมนั้นยังนั่งงงอยู่กับที่ เกิดอะไรขึ้น? เขาทำอะไรผิดไปงั้นหรือ? ส่วนสมาชิกห้อง F นั้นเบะปากมองบนกันเป็นแถวไม่ว่าผู้หญิงหรือชาย หึ เดี๋ยวนางต้องวิ่งแจ้นไปฟ้องเจ้าชายแน่ๆ

“อลิซเจ้าทะอะไรมาเรีย?!!!!”

นั่นไง มิทันไรเจ้าชายเจ้าปัญหาก็มาแล้ว เฮ้อน่ารำคาญชะมัด ห้องก็ห่างกันตั้งไกลทำไมวิ่งไปฟ้องเร็วชัดมัด?

วิลเลี่ยมมองเด็กหนุ่มผมทองและเด็กสาวผมบลอนด์ที่เดินคู่กันมา ฟิลลิปส์เดินมาหยุดอยู่ข้างหน้าวิลเลี่ยมพร้อมกับทำหน้าถมึงทึงด้วย

“ข้าถามทำไมไม่ตอบ?! เจ้าทำอะไรมาเรีย!”

เด็กหนุ่มตวสดใส่วิลเลี่ยม มาเรียผวากอดแขนอีกฝ่ายแน่น

“พ-พอเถอะค่ะฟิลลิปส์อลิซไม่ผิดหรอกค่ะ ฮึก”

“อะไรงั้นหรือคะ?”

วิลเลี่ยมมองทั้งสองอย่างใสซื่อ เขาเริ่มที่จะตามเรื่องไม่ทันแล้วสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“คิดว่าทำหน้าตาแบบนั้นแล้วข้าจะใจอ่อนงั้นหรืออลิซ! บอกข้ามาว่าเจ้าทำอะไรมาเรีย!”

“เฮ้ๆ หยุดได้แล้วนะ เจ้าคิดว่าจะเดินโท่งๆเข้ามาหาเรื่องเพื่อนใหม่ของพวกข้าได้งั้นหรือ? ง่ายไปมั้ง อลิซยังมิได้ยุ่งอะไรกับยัยนี่เลย มีแต่นางที่มาหาอลิซก่อน”

ฟรานซิสส์เดินมายืนข้างหน้าวิลเลี่ยม คนอื่นๆเองที่เริ่มจะไม่ไหวแล้วก็ลุกขึ้นมาอยู่ๆก็มาหาเรื่องคนอื่นโดยไม่มีเหตุผล คิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหนกันเป็นแค่เจ้าชายไร้สมองแท้ๆ

“พวกเจ้าเข้าข้างสตรีร้ายกาจแบบนี้ไปได้อย่างไรกัน?”

ฟิลลิปส์มองกลุ่มนักเรียนที่มาขวางไม่ให้เขาเห็นหน้าอลิซอย่างเคืองๆ

“พวกข้ามิได้เข้าข้างนาง พวกข้าแค่กล่าวตามความเป็นจริง เรื่องคือมิสโดรานี่มาขอโทษอลิซแทนเจ้า แล้วอลิซก็บอกว่าทีหลังไม่ต้องก็ได้นะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง แล้วมาเรียก็วิ่งไปหาท่าน”

“ใช่ๆ”คนอื่นพยักหน้ากัน เด็กหนุ่มผมทองสะท้อนแสงหันไปมองสตรีข้างกายตน

“จริงหรอมาเรีย?”

เด็กสาวดูกระอักกนะอวนเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าในที่สุด ฟิลลิปส์พ่นลมออกมาจากจมูกแล้วกระทื้บเท้าตึ้งๆกลับห้องตนเองมาเรียจึงวิ่งตามอีกฝ่ายไปในทันที

“อือ?”

วิลเลี่ยมเกาหัวแกรกๆอย่างไม่เข้าใจ เกิดอะไรขึ้นกันแน่? คนอื่นๆกลับไปนั่งที่ของตนเอง แต่ฟรานซิสส์นึกอะไรขึ้นได้จึงเดินมาหาวิลเลี่ยมอีกครั้ง

“นี่ ช่วยเล่าเรื่องนั่นให้เราฟังอีกได้ไหม?”

วิลเลี่ยมเลิกคิ้วขึ้นแต่เขาก็พยักหน้าแล้วเล่าต่อ ทุกคนเริ่มให้ความสนใจกับเขาอีกครั้ง สักพักหนึ่งก็เริ่มซึมซับเรื่องที่สตรีร่างบางกล่าวไปด้วย ทุกคนนั้นเริ่มมองไปที่วิลเลี่ยมด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาอย่างถึงที่สุด เรื่องราวต่างๆที่ถูกเล่าออกมาจากสตรีผู้งดงาม เสียงอันนุ่มนวลและไพเราะ ขับให้มันน่าสนใจมากขึ้น บรรยากาศในห้องเงียบสงัดมีเพียงเสียงของวิลเลี่ยมเท่านั้น หลายคนเริ่มร้องไห้อีกครา 

เมื้อวิลเลี่ยมเล่าจบจึงมองไปรอบๆห้อง ดวงตาหลายคู่จ้องมาที่เขาอย่างน่าขนลุกแปลกๆ

“ผ-ผู้ส่งสารแห่งพระเจ้า? …”

ฟรานซิสส์กล่าวขึ้นมาเบาๆ  วิลเลี่ยมสูดหายใจเข้าออกแล้วนั่งอ่านสมุดปกหนังต่อ คนอื่นๆจับกลุ่มกันแล้วคุยเกี่ยวกับเรื่องเมื่อครู่ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วพวกเขาก็สรุปได้ว่า ข่าวที่อลิซกระโดดน้ำตายนั้นเป็นเรื่องจริง แต่นางก็ฟื้นกลับมาแล้วกลายเป็นคนใหม่…ไม่สิ นางกลายเป็นผู้ส่งสารแห่งพระเจ้าไปแล้วแน่แท้ นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่นางมีนิสัยไม่เหมือนดั่งเช่นข่าวลือ เพราะตอนนี้นางช่างบริสุทธิ์เกินกว่าจะเป็นสตรีร้ายกาจในข่าวลือ… 

มีเสียงระฆังดังขึ้นมา เป็นสัญญาณว่าได้เวลาเลิกเรียนแล้ว วิลเลี่ยมเก็บสมุดเข้ากระเป๋าเพราะเขาจำได้ว่ามีระบุอยู่ในสมุดด้วยเรื่องระฆัง มันจะดังสามเวลา คือตอนเข้าเรียน ตอนกินอาหาร ตอนดลับบ้าน…ถ้าจำไม่ผิดบิดาของอลิซ อควาเรียสได้บอกให้เขารอหน้าโรงเรียนในตอน้ลิกเรียา จะมีรถม้ามารับทันทีที่เลิก…

วิลเลี่ยงเดินออกจากอาคารและไปรออยู่หน้าโรงเรียน….สักพักหนึ่งรถม้าก็มาหยุดอยู่ข้างหน้าเขา เขาจำลักษณะรถม้าได้เพราะมันมีสัญลักษณ์ไว้อยู่ วิลเลี่ยมจึงขึ้นไปนั่งบนรถม้าอย่างไม่ลังเล….สักพักหนึ่งจึงมาถึงที่คฤหาสต์

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะอลิซวันแรกเป็นยังไงบ้างลูก?”

เมื่อ้ข้าไปในคฤหาสต์วินเซ้นต์ก็วิ่งมาหาบุตรสาวของตนเองทันที 

“ยอดเยี่ยมค่ะท่านพ่อ”

วิลเลี่ยมตอบไปสั้นๆอีกฝ่ายพยักหน้าแล้วให้เขาไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะมาทานอาหารค่ำ วิลเลี่ยมทำตามอย่างว่าง่ายแล้วมานั่งรับประทานอาหารค่ำกับผู้เป็นบิดา….มื้อค่ำวันนี้ก็มิมีอะไรมาก ก็แค่กินและยเรื่องสัพเพเหระทั่วไป พอถึงเวลาเขาก็ขึ้นห้องนอน

“ไง!”

เดธโผล่มาในห้องนอนของอีกฝ่ายพร้อมกับรอยยิ้ม

“เสียมารยาท…..มีอะไรหรือ?”

“สันแรกเนี่ยเรียนเยอะชะมัดมนุษย์นี่สุดยอดเลยเน๊อะที่ทำการบ้านพวกนั้นจนหมดได้เนี่ย”

เดธบ่นขึ้นมา วิลเลี่ยมไหวไหล่แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง ชายผมม่วงทิ้งตัวนั่งลงบนพื้น

“เจ้าจะไม่ทำพันธะกับข้าจริงๆหรือ?”

เดธกล่าวคำถามที่ตนถามทุกครั้งตั้งแต่เจอหน้าวิลเลี่ยม

“ไม่”

วิลเลี่ยมตอบกลับแล้วหลับไปในทันที ปล่อยให้เดธนั่นทำหน้าเหมือนสุนัขโดนเจ้าของดุอยู่อย่างนั้น พอถึงตอนเช้าขาก็อาบน้ำอต่งตัวทานอาหารเช่าแล้วไปโรงเรียน

“อรุณสวัสดิ์!”

เดธวิ่งไปหาวิลเลี่ยมทันทีที่เห็นอีกฝ่ายจากนั้นเด็กหนุ่มผมม่วงก็ดึงแขนวิลเลี่ยมให้ไปโรงอาหารด้วยกัน 

“ไม่ได้กินอาหารเช้ามาหรือคะ?”

วิลเลี่ยมถามเดธที่ซื้อพวกขนมขบเคี้ยว หรืออาหารต่างๆมากองไว้ที่โต๊ะ ซึ่งเขาก็ถูกอีกฝ่ายบังคับให้นั่งด้วย

“ใช่! แล้วก็ข้าคิดว่าเจ้าดูแปลกๆด้วย หมายถึง….ตั้งแต่เรารู้จักกันมาข้ายังมิเคยเห็นเจ้าใช้พลังเวทย์เลยสักครา ไม่สิข้าจับพลังเวทย์มิได้เลยต่างหาก”

“ร่างนี้มิมีพลังเวทย์และธาตุประจำตัวน่ะค่ะ”

เทพแห่งความตายทำตาโตเท่าไข่ห่าน

“ไม่มีพลังเวทย์?! โอ้เป็นไปได้ยังไงกัน งั้นเจ้ามาทำพันธะกับข้าไหม? มันทำให้เจ้ามีพลังเวทย์ได้นะ”

“ขอปฏิเสธค่ะ ข้าชอบแบบนี้มากกว่า”

“แต่ถึงกระนั้น เจ้าก็ยังต้องมีพลังเวทย์นะ อลิซ มันคือสิ่งที่จำเป็น อ๊ะจริงด้วยข้ารู้จักเทพแห่งปัญญา เขาอาจจะช่วยเจ้าได้นะ ! งั้นข้าขอตัวกลับไปคุยกับไอ้นั่นก่อนแล้วกัน!”

เดธ เดินเข้าไปในพุ่มไม้แล้วหายตัวไป…วิลเลี่ยมมองกองขนมขบเคี้ยวและอาหารต่างๆที่อีกฝ่ายทิ้งไว้….ดังนั้นเขาจึงไปหาถุงมาใส่เอาไว้แล้วยัดไว้ในกระเป๋าของเขา แค่พวกขนมที่ใส่ได้ล่ะนะ ส่วนพวกอาหารหรืออื่นๆเขาก็จัดการเอาไปให้พวกสุนัขที่อยู่นอกโรงเรียน ท่ามกลางความแปลกใจขิงทุกคนว่าเขากำลังทำอะไร? ก็นะเขาเคยอยู่ในเมืองที่ยากจนมาก่อน การใช้สอยจึงมีจำกัด อีกทั้งการปลูกพืชหรือการทำอาหารต่างๆนั้นมิใช่ว่าจะทำได้ง่ายๆ จะทิ้งให้เสียของทำไมกันล่ะ?

จากนั้นเขาก็เก็บจานแล้วเดินขึ้นห้องเรียนไป

“สวัสดีอลิ— ไม่สิท่านอลิซ!”

ฟรานซิสส์ตะโกนขึ้นแล้วรีบเปลี่ยนสรรพนามที่ตนเองเรียกอีกฝ่ายทันทีตั้งแต่เมื่อวานตัวของนางนั้นก็ได้ยอมรับท่านอลิซเข้าไปในก้นบึ้งของหัวใจ เพราะความงดงามของอีกฝ่ายในตอนที่เล่าเรื่องให้นางและเพื่อนๆของนางฟังในตอนนั้นนางเหมือนกับเห็นเทพธิดาที่มาจุติบนผืนแผ่นดินนี้…นางมิได้ตาฝาดไปแน่ๆ!

“อือ? เรียกข้าว่าอลิซก็พอ….”

“ไม่ได้หรอกค่ะต้องเรียกว่าท่านอลิซมันจึงจะเหมาะสม!”

นางกล่าวอย่างหนักแน่น….วิลเลี่ยมเกาหัวแกรกๆแล้วไปนั่งที่ของตน…. ฟรานซิสส์เปลี่ยนมานั่งข้างๆวิลเลี่ยมจากที่นางเคยอยู่หลังห้อง

“เอาล่ะๆ ข้าคือแดเนียล ฟรองส์ อาจารย์พละของพวกเจ้า! ไปที่ลานได้แล้ว!”

ไม่ทันไรอาจารย์ผมดำที่มีหน้าตาหล่อเหลาพอควร เดินเข้ามา และเขาคืออาจารย์นั่นเอง ทุกคนรีบไปรวมตัวกันที่ลาน …..ดูเหมือนว่าอาจารย์คนนี้จะมาก่อนเวลานะ เพราะตอนที่มาถึงลานระฆังก็ดังขึ้นพอดี จะว่าไปแล้ววันนี้ทุกคนใส่ชุดนักเรียนมาเหมือนกันหมดจึงโดนทำโทษ วิลเลี่ยมไม่นู้ว่าวิชากับชุดพละคืออะไรเลยออกจะงงๆหน่อย แต่ก็ยอมถูกลงโทษพร้อมกับทุกคนโดยการลุกนั่ง….สักพักหนึ่งอาจารย์แดเนียลก็ไห้ทุกคนยืดเส้นยืดสายแล้ววิ่งรอบสนาม วิลเลี่ยมเดินจ็อคกิ้งไปเรื่อยๆสบายๆในขณะคนอื่นนั้นพยายามวิ่งแซงกันหรือแข่งว่าใครวิ่งเร็วกว่า….เวลาผ่านไปวิลเลี่ยมเริ่มหอบเล็กน้อย แต่คนอื่นนั้นล้มลงไปกองกับพื้นแทบจะทุกคนแล้ว…ยังไม่ทันเท่าไหร่ก็ล้มลงไปกองกันจนหมด…ยกเว้นวืลเลี่ยมที่ยังเดินรอบสนามได้อยู่ แค่เดินล่ะระเพราะเขาวิ่งไม่ไหวแล้ว

“ไม่ได้เรื่อง!”

ผู้เป็นอาจารย์พ่นลมออกทางจมูก จากนั้นเมื่อเลิกคาบนักเรียนทุกคนนั้นแทบจะคลานกันกลับห้องเพราะความเหนื่อยล้า….แล้วคาบเรียนก็ว่างไปยาวๆจนถึงตอนกลางวันเสียงระฆังดังขึ้นแล้วทุกคนก็รีบไปโรงอาหารทันที วิลเลี่ยมซื้อาหารมังสวิรัติจากร้านเดิม เขาเดินไปหาที่นั่งแต่มาเรียก็เดินมาชนเข้าและถาดอาหารของนางก็หลุดมือ!

โชคดีที่เดธที่โผล่มาจากไหนมิรู้มาดึงตัววิลเลี่ยมเข้าไปในอ้อมแขนทันแล้วเดธก็ลาดวิลเลี่ยมไปหาที่นั่งก่อนที่มาเรียจะได้กล่าวอะไรออกไป

“ขอบคุณนะคะ”

ขากล่าวออกมา เดธพยักหน้าแล้วชูขวดแก้วที่บรรยจุน้ำสีขาวทอประกายไว้

“มันคืออะไรหรือคะ?”

“สิ่งที่จะทำให้เจ้ามีพลังเวทย์ไงล่ะ….”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 569 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,237 ความคิดเห็น

  1. #2027 Phatranooch Piyanirun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 01:04
    ขอบคุณ​ค่ะ
    #2,027
    0
  2. #757 Fikusa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 17:59
    เอ...เฮะๆๆๆๆ
    #757
    0
  3. #650 Ndhappy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 15:08
    วิลเลี่ยมอยผู่นี้แหละเน้อ ไม่ใช่อลิซซักที -_-
    #650
    0
  4. #649 นักโทษหมายเลข0 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 15:05
    พระเอกคือ เดธ แน่นอน
    #649
    0
  5. #595 Saku442274 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 02:53
    กรี๊ด!!!!!คัมภีพระธรรมเคลื่อนที่~
    วิลเลี่ยมลูกแม่!!!ทำไมหนูถึงบริสุทธิ์อย่างนี้!!!
    โอ๊ย!!!ทั้งสง่าทั้งแข็งแกร่ง!!!
    ไรท์ทำการเปลี่ยนใหม่จนเนื้เรื่องออกมาดูดีมากค่ะ> <
    #595
    0
  6. #594 minrescal (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 20:51
    รอออออออ
    #594
    0
  7. #593 NarinGGG (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 18:39
    สู้ๆคะ สนุกมากเลย อ่านเพลินมากคะ เนื้อเรื่องดีเลยคะ อ่านได้เรื่อยๆเลย
    #593
    0
  8. #97 Nice_Maso (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 17:17
    ขอบคุณค่าาา
    #97
    0
  9. #96 Kurogojji (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 17:12
    ต่อๆๆๆๆ
    #96
    0
  10. #95 may (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 17:00
    เฮ้ย น่ารักอ่ะ มาต่อเถอะน้า

    อยากอ่านมาก ชอบไม่ราม่า ไม่เครียด
    #95
    0
  11. #94 Phoenix-Sky (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 16:55
    มาต่อไวๆๆๆน่าาาา

    #94
    0
  12. #93 shirayuuki (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 16:54
    อ่า ผู้ศรัทธาที่แท้ทรู
    #93
    0
  13. #92 licey (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 16:52
    นี่มันศูนย์รวมจิตศรัทธาชัดๆค่ะ คุณเจ้าชายมารู้ค่าตอนนี้ก็สายไปแล้ว คุณคงจีบวิลเลี่ยมไม่ติดเพราะงั้นไปเป็นสาวกแทนเถอะนะคะ
    #92
    0
  14. #91 RabiRin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 16:51
    ผู้นำลัทธิใหม่~

    #91
    0