ตอนที่ 31 : EP.30 2 years later [End]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1496
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    28 ก.ย. 60

              


               การแก้แค้นไม่เคยเป็นผลดีกับใครและสุดท้ายแล้วมันก็จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวของเราเอง....

            นั่นเป็นบทเรียนที่ฉันได้เรียนรู้เมื่อสองปีก่อน.....

            หลังจากเหตุการณ์วันนั้นพ่อของบีก็นัดพี่เต้ไปเจอและขอให้พี่เต้หยุดทำร้ายครอบครัวเขาโดยเขาบอกจะโอนหุ้นและบริษัทคืนให้พี่เต้  ถึงสิ่งที่ได้คืนมามันจะเทียบเท่าไม่ได้กับสิ่งที่เสียไปแต่ฉันก็ขอร้องให้พี่เต้ทำตามที่พ่อของบีบอก   ฉันยุติความโกรธความเกลียดไว้ตั้งแต่ตอนนั้น มันเหมือนเล่นเกมตอนเล่นมันสนุก เราหาวิธีทุกอย่างเพื่อจะเอาชนะเพื่อให้ได้มันมาโดยไม่สนวิธีการไม่สนว่าจะทำร้ายใครและผลสุดท้ายพอใกล้มาถึงปลายทางถามว่าเราได้อะไรจากเกมนั้น?  นอกจากสูญเสีย....

 

            พอแล้วสำหรับทุกอย่าง...หลังจากนี้ฉันก็จะปล่อยให้มันเป็นไปตามเวรตามกรรมของเขา

 

            ฉันเหม่อมองบนท้องฟ้าสีสดใสมันช่างแตกต่างกับหัวใจของฉันตอนนี้ที่มืดหม่น

 

            อยู่ตรงนั้นจะเป็นอย่างไงบ้างนะบี

 

            “คุณซีคะ..แบบเสื้อที่จะจัดแสดงในอีกสามวันช่างตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ”

            เลขาคนสนิทของฉันกล่าว  หลังจากวันนั้นฉันกลับมาตัดสินใจใช้ชื่อเดิมหยุดรับงานที่ไทยแล้วกลับมาอยู่ฝรั่งเศสโดยเปิดห้องเสื้อแบรนด์ของตัวเอง

 

            “อืม...แล้วนางแบบที่จะมาเดินปิดโชว์ล่ะ”

            “หาเรียบร้อยแล้วค่ะพรุ่งนี้เขาจะมาลองชุด”

            “งานอะไรที่เหลือฉันฝากเธอจัดการด้วยนะวันนี้ฉันขอตัวกลับก่อน”  ฉันส่งยิ้มนิดๆให้เลขาก่อนจะเดินออกจากห้องเสื้อเพื่อกลับห้องพัก

 

            บี

 

            ฉันหันกลับไปทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มของร่างสูงเดินสวนกับฉัน

 

            บ้า...บีจะมาอยู่ที่นี่ได้ไงเล่า

 

            วันต่อมา

 

            ฉันค่อนข้างขี้เกียจที่ต้องพาร่างตัวเองมายังห้องเสื้อตั้งแต่ยังไม่แปดโมงเพราะแม่นางแบบตัวดีที่ยัยเลขาหามามาถึงก่อนเวลาตั้งชั่วโมงครึ่ง!  จะรีบมาไปในไหน

            “มาแล้วค่ะ” เลขาฉันบอกนางแบบร่างสูงที่นั่งหันหลังให้ฉัน  ฉันจะรีบเดินเข้าไปวางของที่ถือมาเต็มไม้เต็มมือลงบนโต๊ะ “ขอโทษทีนะคะที่มาช้าพอดีซี...” ฉันมองใบหน้าถูกแต่งแต้มสีสันต์นิดๆหน่อยๆใส่เสื้อเชิ้ตขาวกางเกงยีนขาดๆด้วยความอึ้งปนดีใจ

            “ไม่ต้องขอโทษบีหรอกค่ะจริงๆแล้วบีต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษที่มาถึงก่อนเวลาเอง”

            “........”

            “คุณซีคะ”

            “คะ?” ฉันสะดุ้งเมื่อถูกคนตรงหน้าเรียกสติ

            “เป็นอะไรหรือเปล่าเห็นเงียบไป”

            “อ๋อเปล่าๆค่ะงั้นเรามาลองเสื้อกันเลยดีกว่านะคะ”  ฉันเดินไปหยิบเสื้อสำหรับแสดงโชว์ในอีกสองวันมาให้เขาลองใส่  

ชุดเดรสยาวเข้ารูปเปิดไหล่กว้างแต่ไม่ถึงกับโป๊จนเกินงานถูกคนร่างสูงสวมใส่จนคนมองแอบใจเต้นขึ้นมา “แน่นไปหรือเปล่าคะ”

            “ไม่แน่นเลยค่ะกำลังพอดี  แต่บีว่าตรงช่วงไหล่มันดูหลวมๆเหมือนจะหลุดหน่อยค่ะ” เขาพูดพลางจับแขนเสื้อเอาไว้

            “คุณบีไปถอดเสื้อก่อนนะคะเดี๋ยวซีจะให้เอาไปแก้ให้”  เขาเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องก่อนจะเดินออกมากับชุดที่ใส่มาตอนแรก

            “คุณบีกลับได้เลยนะคะไว้มาเจอกันวันเดินทีเดียว”

            “เอ่อ...คุณซีคะบีขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย”

            “อะไรหรอคะ”

            “เราสองคนเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่าบีว่าบีคุ้นๆหน้าคุณซี”

            เหมือนมีไฟฟ้าเข้ามาช็อตตรงกลางหัวใจจนฉันเกือบจะทำอะไรไม่ถูกจึงรีบพูดปฏิเสธไป

            “ไม่หรอกค่ะ ซีเพิ่งเคยพบคุณครั้งแรกบางทีคุณอาจจะเคยเห็นซีตามงานเดินแบบหรือไม่ก็ตามทีวีหนังสือนิตยสารก็ได้”

            เขาทำหน้าเหมือนไม่ค่อยเชื่อฉันแต่เขาก็พยักหน้ายอมรับเพราะเขาเองก็คงนึกไม่ออกเหมือนกันว่าเคยพบฉันที่ไหน

            “ถ้างั้นบีไปก่อนนะคะ” เขากล่าวลาฉันก่อนจะเดินไป

 

            ฉันมองแผ่นหลังของเขาไปจนสุดขอบประตู   ความทรงจำเธอหายไปจริงๆด้วยนะบี....

            แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกันเธอจะได้ไม่ต้องเจ็บปวด...

 

            2 ปีก่อน

 

“หัวใจของคนไข้หยุดเต้นแล้วครับ”  เสียงร้อนรนในห้องมืดมีเพียงแสงสว่างตรงเตียงคนไข้พร้อมคุณหมอและพยาบาลยืนล้อมเตียงเอ่ยขึ้น

 “ทำ CPR!” คุณหมอเงยหน้าขึ้นไปบอกผู้ช่วยของตนเองก่อนที่ผู้ช่วยของเขาจะส่งเครื่องทำCPRให้คุณหมอ

“หนึ่ง   สอง    สาม!”   เสียงนับจังหวะบอกให้ทุกคนเตรียมพร้อมก่อนจะวางเครื่องปั๊มหัวใจลงบนร่างคนร่างสูง   ร่างของเขาเด้งตัวขึ้นและกระแทกลงบนเตียงตามจังหวะนับแต่ครั้ง  ครั้งแล้วครั้งเล่าจนคุณหมอไม่เห็นโอกาศรอด  เขามองหน้าคนไข้สลับกับพยาบาลและผู้ช่วยใบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อต่างสายหน้าให้กันอย่างถอดใจ

ติ๊ด  ติ๊ด  ติ๊ด

เหมือนมีปฏิหาริย์เกิดขึ้นเมื่อเครื่องวัดคลื่นหัวใจร้องขึ้นพร้อมแสดงผลดีขึ้นตามลำดับ ทุกคนในห้องส่งยิ้มให้ด้วยความดีใจก่อนจะเดินออกไปบอกข่าวดีกับเพื่อนๆและญาติของผู้ป่วยซึ่งรออยู่ฟังผลอยู่ข้างนอก

 

แต่ข่าวดีก็มาพร้อมกับกับข่าวร้าย

 

คุณหมอบอกว่ามีเรื่องอะไรบางอย่างมากระทบจิตใจของเธอและเหมือนจิตใต้สำนึกของเธอสั่งให้ลืมสิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวดประกอบกับช่วงที่หัวใจของเธอหยุดเต้นไปพร้อมกับลมหายใจทำให้ความทรงจำช่วงสิบปีของเธอหายไปด้วย

ครอบครัวของน้ำทิพย์ตกลงกันว่าจะปล่อยให้ความทรงจำอันขมขื่นของน้ำทิพย์หายไปโดยไม่ทำการรักษาให้มันกลับคืนมาพร้อมทั้งบอกน้ำทิพย์ตอนลืมตาขึ้นมาว่าที่เธอต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเพราะประสบอุบัติเหตุและขอความร่วมมือทุกคนปิดเรื่องระหว่างน้ำทิพย์กับศิรินและเรื่องราวต่างๆระหว่างสิบปีไว้เป็นความลับ

 

วันเดินแฟชั่นโชว์

แสงสปอตไลท์ส่องไปยังร่างสูงสวมชุดเดรสที่ถูกแก้เรียบร้อยเดินก้าวฉับๆอย่างมั่นใจตามสไตล์การเดินแบบของเธอ เธอหมุนตัวสองครั้งก่อนใช้มือเท้าเอวยักไหล่นิดหน่อยก่อนจะหันมายิ้มโปรยสเน่ห์ให้ผู้ชมด้านล่าง  เสียงปรบมือก่อนจบโชว์ดังขึ้นพร้อมกับร่างของฉันเดินถือช่อดอกไม้ขึ้นไปมอบให้บีก่อนที่บีจะดึงมือของฉันแล้วเดินปิดโชว์  เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้งเราสองคนหันหน้ามาส่งยิ้มให้กัน

“เหนื่อยมั้ยคะ”

“แค่นี้สบายๆ” บีก็ยังคงเป็นบีถึงความทรงจำจะหายไปแต่คำพูดมั่นใจพร้อมมาดกวนๆไม่เคยหายไป  เราสองคนเดินมาเปลี่ยนชุดก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวนุ่มอย่างเหนื่อยอ่อน

“พรุ่งนี้คุณซีว่างมั้ยคะ”

“ว่าง...ทำไมหรอคะ” ฉันเงยหน้ามองคนมองบี

“บีจะชวนคุณซีไปเที่ยว”

“เอ่อ...คือ”

“ถ้าคุณซีไม่สะดวกไปกับบีก็ไม่เป็นไรค่ะ” บีทำหน้าหง๋อยๆลง  โอ๊ยทำหน้าแบบนั้นแล้วใครจะไปกล้าปฏิเสธได้เล่า

“ซียังไม่ได้พูดว่าจะไม่ไปเลยดูทำหน้าเข้าสิ”

“งั้นแปลว่าตกลงใช่มั้ยคะ!” บีทำหน้าตื่นเต้นจนฉันเผลอยิ้มตาม

“ค่ะ”

           

 

            วันต่อมาในช่วงบ่ายแก่ๆหลังจากฉันโดดงานเพื่อมาเที่ยวกับบี......ไม่รู้ว่าฉันคิดถูกหรือคิดผิดที่ตกลงไปแล้วต้องมาหนักใจแบบนี้   ฉันล่ะกลัวจริงๆว่าถ้าความทรงจำของบีกลับมาเขาจะเกลียดฉัน

            “คุณซีคะ?”

            “ค..คะ?”

            “ไม่สนุกหรอถึงเอาแต่นั่งเงียบ”

            “เปล่าค่ะซีแค่คิดอะไรเพลินๆ”

            “คิดถึงบีอยู่หรือเปล่า”

 

            มันเขินนะ!

 

            “มานี่เร็ว” ยังไม่ทันจะหายเขินบีก็ลากฉันมาตรงชายหาดไร้ผู้คนก่อนที่เราสองคนจะนั่งลงยังพื้นทรายสีขาวสะอาด

            “นี่คุณซี...เราสองคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อนจริงๆหรอ”

            “ทำไมถามเรื่องนี้อีกแล้ว”

            “บีรู้สึกว่าเราสองคนเคยรู้จักกัน” บีหันมาจ้องจำผิดฉัน

            “นี่บีกำลังจีบซีอยู่หรือเปล่า”  ฉันแกล้งพูดกลบเกลื่อนแต่จริงๆฉันก็อยากรู้ว่าบียังจำความรู้สึกที่เคยมีให้ฉันหรือเปล่า

            “ก็อยากจีบอยู่นะถ้าไม่ติดบีมีคนที่ชอบอยู่แล้วนี่สิ”

            ใคร!  ถึงฉันจะไม่ได้อยู่ไทยแต่ฉันก็พอรู้ว่าบีเลิกกับป้องตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาด้วยเหตุผลที่ว่าบีจำเขาไม่ได้และบีก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองรักป้องเลยขอเลิกเอาดื้อๆเลย  แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเท่ากับที่บีบอกว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้ว  ใจเย็นๆคริส

            “ใครหรอ?” //กัดฟันถาม

            “ไม่รู้”

 

            ง่ะ

 

            “บีก็ไม่รู้เหมือนกันว่าบีชอบใครแค่รู้สึกว่ามีคนในใจอยู่แล้วแต่ไม่รู้เขาคนนั้นเป็นใคร”

            “ไม่รู้แต่ก็ยังชอบเขาเนี่ยนะ”

            “อื้ม...แต่แปลกนะตอนบีมองซีความรู้สึกมันเหมือนตอนที่บีคิดถึงคนที่อยู่ในใจของบีเลยจนบางทีบีก็เผลอคิดไปว่าซีคือคนคนนั้น”

            “ซีไม่ใช่คนคนนั้นหรอก”

            มันใช่ซะยิ่งกว่าใช้อีกเว้ยยย!!

            “ซีว่าบีแค่รู้สึกเหงามากกว่าเลยทำให้รู้สึกแบบนั้นบีน่าจะหาใครสักคนมาอยู่ข้างๆนะ”

            ไปแนะนำอย่างนั้นทำมายยยยยยยยยยยยยยยยยยย

            “อาจจะจริง” บีเริ่มคล้อยตาม “แล้ว...ให้คนนั้นเป็นซีได้หรือเปล่า”

            “........”

            “.......”

            “......”

            “ว่าไงคะได้หรือเปล่า?”

            “ไม่ค่ะ!”  ฉันรีบปฏิเสธสุดชีวิต

            “ขอเหตุผล”

            “ซีไม่ใช่คนดีซีเคยทำร้ายคนที่ซีรักและที่สำคัญซีก็ยังรักเขาอยู่...คุณบีไปหาคนที่ดีกว่าซีดีกว่านะคะ”

            “ทำไมรู้สึกเหมือนโดนบอกรักแล้วก็อกหักไปพร้อมๆกันเลยนะ” บีหัวเราะกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นมาจากพื้นทราย “ถ้างั้นบีขอตัวกลับไปเคลียร์ความรู้สึกตัวเองที่ห้องก่อนนะ”

            พูดจบบีก็เดินไป

            “เดี๋ยวบี!  เสียงตะโกนเรียกทำให้บีหันกลับมามอง

            “........”

            “ขอโทษสำหรับทุกอย่างนะ  ซีเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปกับบีจริงๆถ้าย้อนเวลากลับไปได้ซีจะไม่ทำแบบนั้น  แล้วสุดท้ายก็ขอให้บีเจอคนดีๆคนที่เขารักและไม่ทำร้ายบี” 

บีทำหน้างงๆเหมือนไม่เข้าใจว่าฉันจะสื่อถึงอะไร  แต่มันก็ไม่แปลกหรอกก็ความทรงจำบีหายไปนี่

“ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจแต่ก็...ค่ะ” บีพูดก่อนจะหันหลังกับไป

 

ฉันทิ้งร่างของฉันนั่งลงบนพื้นทรายอีกครั้งพลางมองคลื่นทะเลคอยซัดเข้ามาพร้อมกับดวงอาทิตย์กำลังค่อยดิ่งลงสู่ผืนน้ำสีฟ้าบอกเวลาว่าตอนนี้ท้องฟ้าใกล้จะเปลี่ยนสีเป็นสีดำ  ฉันนั่งกอดเข่าตัวเองแล้วสูดหายใจเอากลิ่นหอมๆที่บีทิ้งไว้เข้าปอด

ถึงอยากจะตอบรับบีไปแค่ไหนแต่ใจของฉันก็ยังเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด   ถึงอยากจะเริ่มต้นใหม่แต่ถ้าหากวันนึงบีจำเรื่องทุกอย่างได้เขาอาจจะเกลียดฉัน   ฉันไม่อยากได้รับสายตาที่บีมองฉันด้วยความเกลียด  พระอาทิตย์จ๋าฉันทำถูกแล้วใช่ไหมที่ปล่อยบีให้ไปพบคนอื่น

 

 

 

“ว่าไงไอ้คุณพี่บีทำหน้าอย่างกับถูกใครหักอกมา” ติช่าเอ่ยทักทายทันทีที่น้ำทิพย์เปิดประตูเข้าห้องมา

“ก็ไม่เชิงเหมือนโดนบอกรักแล้วก็อกหักไปพร้อมๆกัน” น้ำทิพย์หัวเราะ

“อะไรของยูติช่าไม่เข้าใจ  ว่าแต่ยูเมื่อไหร่จะกลับ”

“นี่ก็เอาแต่จะไล่กันท่าเดียวแค่มาขอพักด้วยไม่กี่วัน”

“ไม่กี่วันของยูนี่ล่ะทำให้ช่าอดสวีทกับมะปราง” ติช่าพูดพลางไปทิ้งตัวนั่งข้างๆมะปราง

“อยู่ต่อตามสบายเลยค่ะพี่บีไม่ต้องไปสนใจติช่าหรอก” เธอพูดพลางผลักหัวติช่าเบาๆ

“นี่พวกเธอสองคนอย่าเพิ่งสวีทกันได้มั้ยคนโสดอิจฉา....พี่ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย”

“ว่ามาติช่าผู้รอบรู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องของตัวเองพร้อมตอบ” ติช่าพูดพลางหยิบคุกกี้ในจานขึ้นมาเคี้ยวหงับๆ

“ความทรงจำช่วงสิบปีที่หายไปมันมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง”

“แค่กๆ” ติช่าสำลักคุกกี้ที่เคี้ยวอยู่ในปากออกมาทันที “ทำไมจู่ๆถึงถามเรื่องนี้ล่ะคะ”

“เมื่อก่อนพี่คิดว่าความทรงจำตอนนั้นมันไม่น่ามีอะไรที่สำคัญเลยไม่พยายามที่จะนึกถึง  แต่ตอนนี้พี่รู้สึกว่ามันมีอะไรที่สำคัญเกิดขึ้นในช่วงสิบปีที่ความทรงจำหายไป”

“จริงๆก็มีค่ะ”

“อะไรหรอ” น้ำทิพย์ทำสีหน้าอยากรู้ขึ้นมา

“ตอนนั้นพี่บีแอบชอบติช่า”

“ห๊ะ? พี่เนี่ยนะ” น้ำทิพย์ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

 

โกหกไปเรื่อยติช่า มะปรางสายหน้า

 

“ใช่ค่ะ พี่บีน่ะมาคอยตามตื้อซื้อดอกไม้ช่อใหญ่ๆมาให้ติช่าแล้วก็มาดักเจอติช่าทุกเช้าเย็นแต่ตอนนั้นติช่ามีมะปรางอยู่แล้วเลยบอกให้พี่ตัดใจจากติช่าตอนนั้นนะพี่บีเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายใหญ่ไม่มาเรียนเป็นอาทิตย์ๆ”

“เป็นความทรงจำที่เลวร้ายมากเลย”

“ว่าแล้วพี่บีต้องพูดแบบนี้ติช่าถึงไม่อยากจะเล่าให้ฟัง  แต่ติช่าเชื่อนะว่าสักวันพี่บีต้องได้เจอคนดีๆถึงจะดีน้อยกว่าติช่าก็เถอะ”

“เปล่าพี่ไม่ได้หมายถึงแบบนั้น....พี่หมายถึงที่พี่ชอบติช่าน่ะเป็นความทรงจำที่เลวร้ายมากๆมันไม่ควรจะเกิด   ตอนนั้นพี่คงจะเมาหรือไม่ก็หัวไปกระแทกพื้นแน่ๆ” น้ำทิพย์เกาคางตัวเอง

“โฮ่พี่บี!

“พอได้แล้วติช่า” มะปรางทำหน้าดุใส่

“แล้วนี่กล่องอะไรเนี่ยพี่เห็นตั้งแต่มาแล้วว่าจะถามอยู่”  น้ำทิพย์เดินเข้าไปหยิบกล่องไม้สี่เหลี่ยมเก่าๆที่วางอยู่ตรงข้างๆทีวี

 

กล่องนั่นมัน....!!!

 

“พี่บีอย่าเปิด!” มะปรางร้องห้ามทันทีแต่ก็ไม่ทันเพราะน้ำทิพย์เปิดกล่องนั้นไปซะแล้ว

 

อึก มะปรางกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ลงคอ

 

“มีอะไรหรอ”  น้ำทิพย์ถามพลางก้มลงมองของที่อยู่ในนั้น  หลักๆก็จะเป็นรูปของติช่ากับมะปราง   แล้วก็...

 

ภาพฉันกับ

 

 

คุณซี......

 

ทำไมมีภาพมากมายของฉันถ่ายคู่กับคุณซีแต่ล่ะภาพต่างถูกถ่ายตอนที่ฉันกับคุณซีเผลอแล้วนี่ก็....ภาพเราสองคนจูบกัน?

 

“ทำพี่กับคุณซีถึง....” ฉันเอียงคอถามทั้งสองคนก่อนจะจ้องลงไปมองภาพเหล่านั้นอีก

“เอ่อคือ...”  ทั้งคู่อึกอัก

 

“ขอความจริง”

เหมือนมีกระแสไฟฟ้าเข้ามาช็อตกลางหัว  ฉันเผลอปล่อยกล่องนั้นตกลงพื้นก่อนร่างของฉันจะทรุดลงไปพลางใช้มือทั้งสองข้างจับหัวตัวเองเอาไว้ด้วยความปวด

“พี่บี!” ติช่ากับมะปรางพูดขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ

ภาพเหตุการณ์อะไรต่างๆมากมายเข้ามาในหัวของฉัน ฉันเริ่มไล่เรียงลำดับเหตุการณ์แต่ละช่วงๆ

“อะ...อ๊าก  ห...หัวฉันแทบจะระเบิดแล้ว”  ความเจ็บปวดค่อยๆเพิ่มขึ้น  สัมผัสเปียกๆตรงจมูกหยดลงพื้นคิ้วสองข้างขมวดกันเป็นปมภาพทุกอย่างค่อยๆชัดเจนขึ้นมาจนฉันสามารถจับประเด็นต่างๆตั้งแต่แรกจนถึงสุดท้ายได้  “ค...คริส”

 

“แฮกๆ..แฮก...ฉัน....จำได้แล้ว”

 

น้ำทิพย์หอบแฮกๆ แล้วยันตัวเองขึ้นมาจากพื้นพลางมองมะปรางกับติช่าสลับกัน

“ทำไมทุกคนต้องปิดบังพี่ด้วย”

“ทุกคนทำเพื่อพี่นะพี่บี” มะปรางตอบ

“แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่พี่ต้องการ!

“พี่จะไปไหน” ติช่าเข้าไปขวาง

“ถอยไปพี่จะไปหาคริส”  น้ำทิพย์ผลักติช่าออกจากทางแล้วเดินออกจากห้องเพื่อไปหาคริส

“ติช่าอย่า!” มะปรางเอ่ยห้ามเมื่อเห็นติช่ากำลังจะตามน้ำทิพย์ไป  “ปล่อยพี่บีเขาไปเถอะ”

 

 

แสงอาทิตย์ทอดยาวทำให้ทะเลเปลี่ยนสีศิรินยังคงนั่งอยู่ที่เดิมพร้อมทั้งปล่อยน้ำตาของตัวเองให้ค่อยๆไหลอีกไม่กี่นาทีฟ้าก็ใกล้จะมืดเพื่อเตรียมตัวต้อนรับสู่เช้าอีกวัน

“พระอาทิตย์จ๋าฉันทำถูกแล้วใช่มั้ยที่ปล่อยบีให้ไปพบคนอื่น”  ไม่รู้ฉันพูดพร่ำคำนี้ไปกี่ร้อยครั้งฉันนั่งกอดเข่าตัวเองแน่นกว่าเดิมสายลมพัดโชยเข้ามาทำให้น้ำตาฉันเหือดแห้งไปแต่ฉันก็ปล่อยมันออกมาใหม่  ฉันอยากรู้จริงๆว่าต่อมกักเก็บน้ำตามันอยู่ในส่วนไหนของร่างกายถึงปล่อยมันออกมาได้ไม่หมดสักที

“ฉันทำถูกแล้วใช่ไหม  ฮึกๆ...ฮือ”  ฉันถามพระอาทิตย์อีกครั้งนึง

“ไม่ถูก!

และครั้งนี้พระอาทิตย์ก็ยอมตอบฉัน....เดี๋ยวไม่ใช่!นั่นมันเสียงของบี!  ฉันรีบเช็ดน้ำตาแล้วหันไปมองหาเสียงนั้น

“ต่อให้ร่างกายบีจะไปอยู่กับอื่นแต่หัวใจของบีก็จะยังอยู่กับคริส!

ตอนนี้ฉันทำตัวไม่ถูกอยู่ๆบีก็โผล่แถมยังเรียกชื่อฉันว่าคริสอีก

“อ้าวคุณบี”  ฉันส่งยิ้มแล้วเอ่ยทักเขาแบบโง่ๆออกไป

บีเดินตรงมาหาฉันแล้วโผเข้ากอดทำให้ฉันตกใจอยู่ไม่น้อย

“เอ่อ...คุณบีปล่อยค่ะซีหายใจไม่ออก”

“พอแล้วคริส...บีจำเรื่องทุกอย่างได้หมดแล้ว   แล้วบีก็รู้ว่าคริสยังรักบีอยู่รู้ว่าคริสเสียใจแค่ไหนกับสิ่งที่ทำลงไป”

คำพูดของบีทำให้หัวใจฉันหล่นไปอยู่ตรงตาตุ่มทันที

“รู้แล้ว..แล้วบีไม่เกลียดคริสหรอ”

บีถอนกอดออกมา

“บีเคยบอกคริสแล้วไงว่าต่อให้คริสจะฆ่าบีให้ตายบีก็ไม่มีวันโกรธคริส....เพราะบีรักคริส”

“แต่คริสเกลียดตัวเอง”

“แต่บีไม่ได้เกลียดคริส....บีขอได้ไหมคริสลืมเรื่องราวทุกอย่างแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่”

“ยิ่งบีพูดคริสยิ่งรู้สึกสมเพชตัวเอง  ทั้งที่เป็นฝ่ายทำให้บีเจ็บและควรเป็นคนขอร้องให้กลับมาเริ่มต้นใหม่แท้ๆแต่กลับเป็นบีที่พูดออกมา”

“มันไม่สำคัญหรอกคริสว่าใครจะเป็นคนพูดขอแค่เรายังรู้สึกเหมือนกัน....ได้ไหมคริส? เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ”

“ไม่ค่ะ”

“ทำไมล่ะ”

“เราเสียเวลามามากพอแล้วบี   คริสไม่อยากเริ่มต้นใหม่...แล้วก็ไม่อยากลืมอะไรด้วยเพราะทุกเรื่องทุกความทรงจำมันคือบทเรียนสำคัญและก็อย่างสุดท้าย......”

.

.

.

.

.

.

 

“แต่งงานกับคริสนะ!!

“ห้ะ!

 

ฉันนั่งคุกเข่าลงบนพื้นทรายเกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีภาพนี้ได้  แต่คงเป็นเพราะผู้หญิงตรงหน้าฉันคนนี้แหละที่ทำให้ฉันกล้าทำอะไรบ้าๆ

“เดี๋ยวก่อนนี่มันหน้าที่บี”

“ไหนบีบอกว่ามันไม่สำคัญไงว่าใครจะเป็นคนพูดขอแค่เรารู้สึกเหมือนกัน”

“มันก็ใช่แต่เรื่องนี้มันแบบว่า....”

“จะแต่งไม่แต่งบี  พูดมาเลยดีกว่าให้มานั่งนานๆแบบนี้คริสเขินนะอีกอย่างอายุคริสก็จะปาเข้าไปเลขสี่แล้วจะมามัวมาเริ่มต้นใหม่คริสก็คงเหี่ยวแห้งกันพอดีว่าไงจะแต่งไม่แต่ง!

“แต่งค่ะ!

 

ภาพนี้บีเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะเกิดขึ้นกับบีได้

 

น้ำทิพย์ดึงตัวศิรินขึ้นมาจากพื้นพลางกดจูบลงอย่างนุ่มนวล  แสงอาทิตย์ส่องสว่างสาดมายังตัวทั้งคู่จนเกิดเงาทอดยาวออกมาความสุขอันเปี่ยมล้นแผ่กระจายไปทั่วทุกสารทิศจนทำให้น้ำทะเลที่ว่าเค็มๆหวานซะยิ่งกว่าน้ำเชื่อม  ชีวิตคนเรามันไม่มีอะไรแน่นอนและไม่มีอะไรได้มาง่ายๆจริงๆสิ่งที่ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นมันก็เกิดขึ้นให้เราเห็นมันไม่เหมือนในเทพนิยายที่เราสามารถคิดภาพออกมาได้เป็นฉากๆว่าตอนต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น  จะหักมุมไปแบบไหน  ถ้าไม่เป็นแบบที่เราคิดอย่างที่หนึ่งก็คงเป็นแบบที่สอง เราไม่สามารถรับรู้อนาคตของเราได้...แต่หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะพบเจอเรื่องราวดีๆหรือเรื่องเลวร้ายยากลำบากแค่ไหนทั้งคู่ก็จะไม่มีวันปล่อยมืออกจาก  และทั้งคู่ก็จะใช้หัวใจทั้งสองดวงหลอมรวมกันเป็นดวงเดียวเพื่อนำทางไปยังแสงสว่าง.......


                                                                                  -END-



ขอบคุณหรับการติดตามฟิคเรื่องนี้ค่ะ//กราบงามๆสามทีที่ทำให้รีดอาจจะปรับอารมณ์ตามไรท์ไม่ทันไรท์เองก็ยังปรับอารมณ์ไม่ทันเลยค้าาา  555555+




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

346 ความคิดเห็น

  1. #346 Fatmyualek (@Fatmyualek) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 23:21
    ไรท์เขียนสนุกมากๆๆๆ ก ไก่ ล้านตัว
    ขอบคุณมากนะคะ จะติดตามผลงานเรื่องต่ิๆไปค่ะ
    #346
    0
  2. #338 AnusaraNontharak (@AnusaraNontharak) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 22:16
    อ๊ากกกกก ฟินนนนน
    #338
    0
  3. #337 Aoomtung1 (@Aoomtung1) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 19:51
    ขอบคุณไรท์มากกกกกเหมือนกันที่แต่งฟิคดีๆให้อ่านค่ะ

    รอเรื่องต่อไปนะค่ะ
    #337
    0
  4. #335 Mayyblack (@Mayyblack) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 12:57
    ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆ ขอบคุณนะไรท์
    #335
    0
  5. #334 imagine_ii (@imzii) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 00:48
    ขอบคุณไรท์ที่แต่งเรื่องสนุกๆมาให้อ่านนะคะ ลุ้นและหักมุมตลอดเลย โธ่ๆๆๆๆ
    #334
    0
  6. #333 DAPPY (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 22:06
    ต้องขอบคุณมะปรางนะเนี่ย รูปของนางมีประโยชน์จริงๆก็วันนี้แหละ
    #333
    0
  7. #332 DareamS (@DareamS) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 21:38
    จบล้าววว หักมุมสุดๆ ไรท์แต่งเก่งมากกก สุดยอดไปเลยยย :)
    #332
    0
  8. #331 ToBlem (@lemondk17) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 18:30
    จบแล้วว ขอบคุณนะไรท์ที่เขียนเรื่องนี้ พีคจริง ปรับอารมณ์ไม่ทันจริง5555 แต่หนุกดี
    #331
    0
  9. #330 apinya12346789 (@apinya12346789) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 13:43
    นึกอยากจะขอแต่งงานก็ขอว่ะ55555 งงในงงเลย
    #330
    0
  10. #327 namwhan_ka (@sweettyploy) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 07:05
    หักไปหักมาตื่นเต้นสับสน
    #327
    0
  11. #326 utumpon1992 (@utumpon1992) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 06:55
    ไรท์เราปรับอารมณ์ไม่ทัน 555
    #326
    0
  12. #324 Noowichuda (@Noo_Sjc) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 05:20
    หลากหลายอารมณ์มากมาย แต่ลุ้นดี
    #324
    0
  13. #323 _yanika (@_yanika) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 00:49
    คิดว่าตัวเองเป็นไบโพล่าละเนี่ย 5555 ปรับอารมณ์ไม่ทันจีๆ
    #323
    0
  14. #322 NISI_WOO (@NISI_WOO) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 00:20
    555 พีคตอนพี่คริสคุกเข่าขอแต่งเองเนี่ยล่ะ
    #322
    0
  15. #321 MooKky\'s Organo (@theoneface) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 00:16
    ขอบคุณมะปรางที่ชอบถ่ายรูป ขอบคุณภาพพวกนั้นที่ทำให้พี่บีจำทุกอย่างได้ ขอบคุณความรักของบีคริสที่มีให้กันเสมอมา
    สุดท้าย ขอบคุณไรต์ที่เขียนเรื่องราวสนุกแบบนี้ให้ได้อ่านกันนะคะ จะติดตามต่อไป ถ้ามีเรื่องอื่นๆนะคะ
    #321
    0
  16. #319 Pream_fata (@Pream_fata) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 23:48
    ไรท์จะว่าอะไรม้ะถ้าจะขอตอนพิเศษอีก ????????????
    #319
    0