ตอนที่ 30 : EP.29 ฉันชื่อซี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    28 ก.ย. 60

ฉันชื่อซีหรืออีกชื่อหนึ่งที่ผู้หญิงใจดีคนนั้นตั้งให้ฉันคือ คริส  ฉันอายุเจ็ดขวบ  ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเตียงเบอร์ห้า ใบหน้าเรียบเฉยของฉันมองวิวนอกหน้าต่างบนเตียงผู้ป่วยมาหนึ่งปีท้องฟ้าเปลี่ยนไปไม่ซ้ำแต่ละวันแต่ความทรงจำของฉันไม่เคยเปลี่ยน เมื่อสามปีก่อน....ฉันมองดูผู้ชายท่าทางอบอุ่นใจดีคนนึงตรงขอบประตูห้องนั่งเล่น รู้สึกว่าเขาจะเป็นแขกคนสำคัญอากงฉันเอง เขามักจะมาหาอากงอยู่บ่อยๆแต่ครั้งดูทั้งคู่จะคุยกันเสียงดังกว่าปกติ สงสัยคงจะกำลังสนุกกันอยู่แน่เลย ฉันยิ้มน้อยๆออกมาอย่างมีความสุข เสียงโครมครามดังขึ้นตรงบันไดฉันรู้สึกหัวเสียไม่น้อยที่อากงกับคุณลุงท่าทางใจดีคนนั้นเล่นเสียงดังรบกวนเวลานอนของฉัน ฉันลุกขึ้นมาด้วยความงัวเงียและเดินตรงไปหาอากงเพื่อบอกให้ท่านช่วยเบาๆหน่อย แต่ยังไม่ทันเดินไปพ้นจากประตูฉันก็เห็นร่างแน่นิ่งของอากงนอนทับน้ำอะไรก็ไม่รู้สีแดงๆแล้วอาม่าก็กำลังนั่งกอดอากงแล้วก็ร้องไห้  คุณลุงท่าทางใจดีเดินลงมาจากบันไดตรงมาหาอามาแล้วใช้ไม้เท้าของอากงฟาดลงตรงหัวของอาม่า  ฉันร้องเสียงหลงถึงตอนนั้นฉันจะเด็กแต่ฉันก็พอรู้ว่านั่นเป็นการกระทำที่ไม่ดี ลุงคนนั้นเดินตรงมาหาฉันก่อนที่พี่สาวของฉันจะเอาตัวเข้ามาบังไว้ พี่สาวใส่ชุดนักเรียนมัดเปียน่ารักๆพูดคำนึงที่ฉันยังจำมันได้ติดหู  อย่าทำอะไรน้องสาวของฉัน พี่สาวฉันยกมือไหว้อ่อนวอนกอดขาคุณลุงเอาไว้ก่อนที่คุณลุงจะหยิบมีดปอกผลไม้ที่วางอยู่ใกล้มือขึ้นมาแล้วแทงเข้าที่ท้องพี่สาวของฉันอย่างไม่ยั้งมือ น้ำสีแดงสาดกระจายไปทั่วบริเวณและมีบางส่วนที่กระเด็นมาโดนหน้าของฉัน พี่ชายคนโตของบ้านกลับมาจากข้างนอกพอดีมองหน้าฉันกับคุณลุงสลับกันแล้วตะโกนบอกให้ฉันหนีไป  ฉันวิ่งออกจากบ้านมาตามที่พี่ชายบอกแล้วแอบมองพี่ชายอยู่ตรงกระจกหลังบ้านคุณลุงคนนั้นบังคับให้พี่ชายของฉันเอาอะไรก็ไม่รู้แทงคอพอพี่ชายของฉันไม่ทำเขาก็จัดการทำมันด้วยตัวเอง  เสียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายของพี่ชายฉันยังจดจำได้ดี แววตาคู่นั้นมองมาหาฉันที่หน้าต่าง ฉันเช็ดน้ำตาตัวเองแล้วรีบวิ่งหนีไปทางสวนหลังบ้าน ร่างของฉันกระแทกกับใครบางคนเข้าให้ เขาคนนั้นอุ้มฉันขึ้นมาจากพื้นแล้วพาฉันวิ่งขึ้นรถก่อนจะขับออกไป  ฉันลืมตามาในห้องสี่เหลี่ยมรังหนูดูสกปรกเขาแนะนำว่าเขาว่าเขาเป็นอาของฉันแต่แทนตัวเองว่าพี่  ดูงงจัง  เขาบอกฉันว่าเราสองคนกำลังตกอยู่ในอันตราย เราสองคนอาศัยอยู่ในห้องรกๆสองวันเขาก็พาฉันหนีเพราะถูกใครบางคนกำลังตามล่า ฉันใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆหนีหัวซุกหัวซุนจนวันนึงอาของฉันที่แทนตัวเองว่าพี่พาฉันแอบขึ้นเรือเพราะเราไม่มีเงินมากพอจะซื้อตั๋วนั่งสบายๆเราสองคนแอบอยู่ในซอกเล็กๆของห้องเก็บของจนถึงเวลาที่เรือจอดและตอนนั้นเราสองคนก็โดนจับได้พอดี พี่เต้บอกให้ฉันรีบหนีไปอย่าให้โดนจับได้เขาบอกว่าไว้สักวันนึงถ้าเขามีเงินเขาจะกลับมารับฉันหลังจากนั้นพี่เต้ก็ถูกคนพวกนั้นจับไป ฉันรีบวิ่งหนีตามที่พี่เต้บอกโดยมีใครไม่รู้สองคนวิ่งตามฉันมาฉันจึงเข้าไปแอบในซอกตึกเล็กๆรอเวลาจนเช้า  ฉันนั่งร้องไห้จนรู้สึกว่ามีใครบางคนมาสัมผัสตัวฉัน ฉันจึงรีบถอยหนีด้วยความกลัว  ผู้หญิงท่าทางใจดีนั่งลงแล้วลูบตัวฉันเบาๆบอกว่าไม่ต้องกลัว  มากับฉัน เขาจูงมือฉันมาจากซอกตึกนั้นแล้วพาฉันมาที่บ้านของเขา เขาแนะนำตัวเองว่าชื่อ มาช่า   เขาพาฉันมาอาบน้ำล้างตัวก่อนจะพาไปพบคุณหมอเพราะว่าฉันไม่ยอมพูดยอมจากับเขาสักคำเขาจึงคิดว่าฉันเป็นใบ้ คุณหมอบอกกับพี่มาช่าว่าฉันป่วยเป็นโรคซึมเศร้าพี่มาช่าจึงให้ฉันอยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาลและรับเลี้ยงฉันในฐานะน้องสาวคนนึงพร้อมตั้งชื่อใหม่ให้ฉันว่า คริส ฉันรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมาสามปีจนหมอเริ่มจะถอดใจเพราะไม่ว่าจะรักษายังไงอาการฉันก็ไม่ดีขึ้นเลย

“นี่ๆหมวยเบอร์ห้า” เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆเข้ามาเขย่าขาฉัน

“..........”

“ทำไมไม่พูด   เป็นใบ้หรอ”

“.........”

“เธอนี่เองทำให้คุณลุงหมอของฉันเครียด  พูดเดี๋ยวนี้เลยไม่งั้นฉันจะเอาอมยิ้มยัดปากเธอ” เด็กคนนั้นทำหน้าดุใส่ฉันแล้วยื่นอมยิ้มที่โดนเลียจนเปียกแฉะมาขู่

 

เอาอมยิ้มยัดปากฉันแล้วฉันจะพูดได้ไงเล่า

 

ฉันมองเด็กหน้าทะเล้นอย่างสนใจเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาสามปีไม่เคยมีใครกล้าเข้าใกล้ฉันนอกจากพี่มาช่า พ่อแม่ของพี่มาช่าหรือพ่อแม่บุญธรรมของฉัน แล้วก็คุณหมอ

 

“ไอ้ตัวแสบมาแกล้งอะไรพี่เขาห้ะ” คุณลุงหมอยีหัวเด็กคนนั้นจนหัวฟูด้วยความเอ็นดูทำให้ฉันแอบยิ้มมุมขึ้นมานิดนึง

“กำลังสั่งสอนให้ยัยหมวยเบอร์ห้าเลิกแกล้งให้คุณลุงเครียดอยู่ค่ะ”

“อย่าไปสนใจเขาเลยนะเขาก็เป็นแบบนี้แหละ” คุณลุงหมอหันมาพูดกับฉัน

“นี่หมวยเห็นมั้ยคุณลุงฉันต้องเครียดเพราะเธอจนตีนกาขึ้นเป็นสิบๆชั้นแล้ว”  เสียงของเด็กน้อยทำให้พยาบาลที่อยู่ใกล้ๆขำคุณลุงหมอกันคิกคัก

“ว่าลุงแก่หรอ” คุณลุงหมอขยี้ผมเด็กคนนั้นอีกจนผมยุ่งเหยิงไปหมด  เด็กคนนั้นผละออกมาจากคุณลุงหมอเดินตรงมาหาฉันพลางยกไม้อมยิ้มอาวุธคู่ตัวชี้หน้าฉัน “จำไว้ยัยหมวยเบอร์ห้าชื่อของฉันคือบีที่แปลว่าผึ้งสักวันฉันจะทำให้เธอพูดให้ได้!” เด็กน้อยประกาศกร้าว

“ไอ้เด็กบ้า! เรียกฉันให้มันดีๆหน่อยฉันมีชื่อ” นั่นคือประโยคแรกที่ฉันพูดออกมาในรอบสามปี

“หรอ...ชื่ออะไร” เขาทำตาบ้องแบ้วเอียงคอถาม

“ซี...ฉันหมายถึงคริส”

“บอกทำไมใครอยากรู้จัก”

ท่าทางกวนประสาททำให้ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที

“ก็เธอถามฉันทำไมล่ะ” เด็กผู้หญิงที่ชื่อบีใช้แขนประสานกันตรงท้ายทอยแล้วเอียงคอกวนๆ “พูดได้แล้วนี่นึกว่าเป็นใบ้”

“เก่งจริงหลานลุงทำให้พี่เขาพูดได้ด้วยแต่ดูท่าพี่เขาจะโกรธเรานะ”

            หลังจากวันนั้นเด็กคนนั้นก็เข้ามากวนประสาทฉันบ่อยๆและฉันก็ตะโกนไล่เขาทุกครั้งที่มาจนมันกลายเป็นภาพเหตุการณ์ประจำในโรงพยาบาลที่ทุกคนคุ้นตากันดี

            “วันนี้จะมาลาอย่าเพิ่งไล่”

            “จะไปไหน”

            “อาทิตย์หน้าโรงเรียนเปิดแล้วก็ต้องไปเรียนน่ะสิใครจะอยู่ว่างๆนั่งกินนอนกินเหมือนเธอล่ะ”

            จะไม่กวนประสาทฉันสักครั้งได้มั้ยเด็กคนนี้

            “อยู่ที่นี่ก็เป็นเด็กดีนะอย่าดื้อกับคุณลุงหมอถ้าคุณลุงหมอมาฟ้องให้ฉันได้ยินล่ะก็...ฉันจะเอาอมยิ้มมายัดปากเธอแน่   รีบๆรักษาตัวให้หายแล้วไปเจอกันข้างนอกนะ”

            “ข้างนอกไหน”

            “ตรงไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ในโรงพยาบาล”

 

            จากวันนั้นก็ผ่านมาหลายปีฉันย้ายมาอยู่กับพี่มาช่าที่ต่างประเทศก่อนจะเข้าเรียนระดับมหาลัยด้วยวัยที่แก่กว่าเพื่อนๆ  พี่มาช่ากำลังจะแต่งงานและกำลังจะเทน้องอย่างฉันให้ไปอยู่กับใครก็ไม่รู้ตอนแรงก็งอนๆอยู่แต่พอเห็นหน้าคนคนนั้นแล้วทำให้ฉันใจเต้นแปลกๆ ท่าทางกวนประสาทดูคุ้นๆเหมือนฉันเคยเห็นที่ไหน  เธอชื่อบี  ชื่อดูคุ้นๆมั้ยฉันพยายามคิดอยู่หลายครั้งว่าฉันเคยได้ยินชื่อนี้แต่ชื่อโหลๆแบบนี้คนก็คงตั้งกันเยอะล่ะมั้งฉันอาจจะเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างก็ได้  หลังจากพี่มาช่ากับพี่เกดแต่งงานกันฉันก็ย้ายมาอยู่คอนโดของพี่เกดกับบี ความรู้สึกผูกพันอะไรต่างๆเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆจนฉันหลงรักเขาแบบไม่รู้ตัวกว่าจะรู้ตัวฉันก็ถูกผู้ชายที่ชื่อป้องน้องของพี่เกดดีดฉันให้ออกไปจากชีวิตบี (เหตุการณ์ตรงช่วงนี้จะไม่เล่าอะไรมากนะคะเพราะเป็นเรื่องเล่าซ้ำไรท์จะขอข้ามไปเลย #สามารถอ่านเหตุการณ์นี้ได้ในEP.19 )

            หลังจากวันนั้นฉันก็กลับมาอยู่ไทยบ้านเกิดของฉัน ฉันได้ถูกชักชวนให้เข้าวงการตอนมาอยู่ไทยได้เดือนเดียวจากรุ่นน้องที่ฉันรู้จักผ่านเพื่อนมาอีกทอดนึง ชื่อของเธอคือ น้ำหวาน   น้ำหวานคอยเป็นเพื่อนคลายเหงาให้ฉันได้อย่างดี เธอเป็นทั้งเพื่อนทั้งน้องทั้งที่ปรึกษาปัญหาต่างๆ เธอเหมือนกับคนคนนึงที่ฉันรู้จัก  บี  ฉันคิดถึงเขาอีกแล้วสิ  ฉันเหมือนลูกนกหลงทางได้มาเจอที่พักพิงฉันอยากตอบแทนความดีของน้ำหวานที่ทำเพื่อฉันมาตลอด  ความสัมพันธ์ของฉันกับน้ำหวานเพิ่มไปในทางที่ดีเป็นลำดับ จนวันนึงน้ำหวานเข้ามาสารภาพรักกับฉันในตอนนั้นฉันยังไม่มีใครและฉันต้องการที่จะลืมใครบางคนฉันเลยตอบตกลงคบกับน้ำหวานไป ในใจลึกๆของฉันตอนนั้นเหตุผลที่ฉันคบน้ำหวานอีกอย่างคือฉันอยากให้บีรับรู้ว่าฉันไม่ได้รังเกียจความรักร่วมเพศเหมือนอย่างที่ฉันเคยแสดงออกไป ตั้งแต่วันที่ฉันคบกับน้ำหวานฉันก็สัญญากับตัวเองมาตลอดว่าฉันจะตอบแทนความรักความดีของน้ำหวานให้สมกับที่เธอมอบให้ฉัน

            แสงสว่างวาบบนหน้าจอโทรศัพท์พร้อมกับเบอร์แปลกๆเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ฉันต้องผิดสัญญากับตัวเอง

            เจ้าของเบอร์แปลกนัดแนะให้ฉันมาเจอเขาที่ผับแห่งหนึ่ง  พี่เต้ เขาเหมือนนาฬิกาปลุกปลุกไฟแค้นในใจฉันให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งนึงเราสองคนเริ่มคุยเรื่องแผนการแก้แค้นผู้ชายคนนั้น

            โลกนี้มันช่างกลมจริงๆ  ทันทีที่พี่เต้ส่งรูปลูกทั้งสองคนของผู้ชายใจร้ายเมื่อสามสิบปีก่อนให้ฉันดู

 

            บี  น้ำหวาน

 

            ฉันเสนอตัวเข้าไปเป็นหมากในเกมนี้ให้พี่เต้  ฉันตกลงกับพี่เต้จะคบกับน้ำหวานพอเขารักฉันจนถอนตัวไม่ขึ้นฉันก็จะเลิกกับเขาและในระหว่างที่ฉันคบกับเขาฉันก็จะหาทางทำอะไรบางอย่างให้ครอบครัวเขาต้องเจ็บปวด  เวลาผ่านไปเจ็ดปีแผนการของฉันเดินมาได้ครึ่งทางความสนุกมันเริ่มต้นหลังจากที่ฉันพบบีความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวฉัน  มันจะเป็นอย่างไงกันนะถ้าคนเป็นพ่อต้องมาเห็นพี่น้องแตกคอกันเพราะชอบผู้หญิงคนเดียวกัน 

พี่เต้เรียกฉันมาคุยเรื่องแผนการแก้แค้นอีกครั้งนึง  ฉันค่อนข้างตกใจที่ครั้งนี้พี่เต้เอ่ยปากว่าจะฆ่าลูกของผู้ชายคนนั้นเพื่อให้เขาเข้าใจว่ารสชาติแห่งการสูญเสียมันเป็นอย่างไง  ในใจของฉันเกิดสับสนขึ้นมาแปลกๆแต่สุดท้ายพอฉันนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสามสิบปีก่อนฉันก็ยอมทำตาม   พี่เต้บอกแผนการคร่าวๆให้ฉันฟังว่าเขาจะถ่ายรายการๆหนึ่งเพื่อเป็นฉากบังหน้าเพื่อหาจังหวะฆ่าบี.......เหยื่อคนแรกของพี่เต้

ฉันยอมทำตามแผนทั้งที่ในใจฉันรู้สึกปั่นป่วนแต่พอเห็นหน้าพี่ชายที่เสียไปและคนอื่นๆในครอบครัวทำให้ฉันตัดความรู้สึกนั้นไปเหลือเพียงแต่ความแค้น  ระหว่างถ่ายรายการมันมีอะไรมากมายเกิดขึ้น ทั้งความรู้สึกโกรธ เกลียด รัก รู้สึกผิดตีกันไปหมด   ฉันกับบีปรับความเข้าใจกันได้ตอนถ่ายรายการนั้นแต่มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อฉันกำลังจะฆ่าเขา! จนแล้วจนรอดฉันปล่อยทุกอย่างให้ดำเนินไปเรื่อยๆฉันทำตามแผนพี่เต้ที่วางไว้และในขณะเดียวกันฉันก็ทำตามหัวใจตัวเอง

ฉันรักบี

แต่ฉันก็เกลียดพ่อเขา

แต่มันจำเป็นด้วยหรอที่ฉันต้องฆ่าบี

 

บนเรือยอร์ชจอดลอยลำโคลงเคลงกลางทะเลความเจ็บปวดสับสนแล่นผ่านในใจ  พี่เต้ชกต่อยกระทืบน้ำทิพย์อย่างไม่ยั้งมือ  ภาพความทรงจำแสนเจ็บปวดลอยผ่านมาในหัวสลับกับภาพวันแห่งความสุขกับบี ฉันเข้าไปห้ามพี่เต้ไม่ให้ทำร้ายบีไปมากกว่านี้และเหมือนฉันจะโดนจับได้ว่าฉันรักบีพี่เต้เลยให้ฉันพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้ทรยศครอบครัวไปรักศัตรูโดยให้ฉันฆ่าเขา    ฉันสูดหายใจลึกพยายามนึกถึงสิ่งที่พ่อของบีทำไว้เมื่อสามสิบปีก่อน ฉันกระชากเขาขึ้นมาจากพื้นแข็งเต็มไปด้วยหยดเลือดมือข้างหนึ่งกำมีดคมไว้แน่น

“มีอะไรจะสั่งเสียก่อนตายมั้ย”

เสียงกระอึกกระอักสำลักก้อนเลือดตอบออกมาอย่างโรยริน บีรักคริส ก่อนจะส่งยิ้มบางๆให้ฉันแล้วสลบไป เพียงเท่านั้นฟองสบู่แห่งความแค้นทุกอย่างก็แตกโบ๊ะกระจายเป็นละอองน้ำลอยลงสู่ทะเล  ฉันทำไม่ได้!  ฉันฆ่าบีอยากที่ปากพูดไม่ได้จริงๆ  ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันหลอกตัวเองว่าทำได้แต่สุดท้ายแล้วพอเอาเข้าจริงๆฉันก็ทำไม่ได้ มีดคมล่วงหล่นจากมือของพร้อมทั้งน้ำตาแห่งความเจ็บปวด  คำพูดของพลอยตอนนั้นช่วยปลุกความดีในตัวของฉันออกมา  สายตาคู่หนึ่งมองฉันอย่างผิดหวัง

“สุดท้ายก็ทำไม่ได้...เธอมันอ่อนแอ”

“พอเถอะพี่เต้แค่นี้พวกเขาก็เจ็บพอแล้วอย่าฆ่าเขาเลย”

“ถ้าเทียบกับเราสองคนพวกมันยังเจ็บไม่ได้ครึ่งนึงของเราเลย”

“คริสไม่อยากให้เราสองคนเป็นเหมือนพ่อของเขา”

“ที่เธอไม่ทำไม่ใช่เพราะเธอไม่อยากเป็นเหมือนพ่อของมันคริส  แต่เพราะเธอรักบีเธอถึงฆ่าบีไม่ได้คนทรยศ...”

“.......”

“เอาล่ะถ้าเธอทำไม่ได้ก็ถอยไป....พี่จะฆ่ามันเอง”

“ไม่ค่ะ!” ฉันเอาตัวเองเข้าไปขวางไว้ พี่เต้เหมือนสัตว์ป่าที่ถูกความมืดครอบงำจิตใจความหิวกระหายกลิ่นไอเลือดจากคนที่เขาแค้นทำให้เขาผลักฉันออกไปโดยไม่สนใจว่าฉันจะเจ็บหรือเปล่า  ร่างกายฉันกระแทกกับขอบเหล็กแข็งๆจนจุกไปทั้งท้อง  พี่เต้ดึงร่างของบีขึ้นมาก่อนยกร่างเต็มไปด้วยเลือดทุ่มลงทะเล

ขอโทษนะคะพี่เต้

ฉันหยิบท่อนเหล็กใกล้ๆฟาดไปยังต้นคอจนทำให้พี่เต้สลบ  หลังจากนั้นฉันก็มองหาร่างของบีในน้ำและตัดสินใจกระโดดลงไปช่วย  น้ำทะเลเต็มไปด้วยกลิ่นคละคลุ้งของเลือดสีแดงฉันว่ายน้ำตามรอยเลือดที่ไหลตามคลื่นน้ำมา  แสงพระอาทิตย์ส่องสว่างมายังร่างของบีพอดีทำให้ฉันพบร่างของเขาฉันจึงแหวกว่ายไปดึงตัวบีขึ้นมาและพากลับขึ้นเรือ  ปลายตาฉันเห็นเรือลำหนึ่งแล่นเข้ามาจากไกลๆ

คงจะมีใครมาช่วยบี

ฉันห่อหุ้มร่างของบีด้วยผ้าขนหนูเพื่อบรรเทาความหนาวก่อนจะแบกร่างของพี่เต้ขึ้นเจ็ทสกีที่ติดมากับข้างเรือแล้วขับหนีออกไป

ขอโทษนะบี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

346 ความคิดเห็น

  1. #336 Vanessa thimp (@25082557) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 09:06
    อร้ายยยยยจบแล้วงื้ออออรอเรื่องใหม่นะคะ ขอบคุณที่เขียนให้อ่านเรื่องนี้สนุกมากจริงๆ
    #336
    0
  2. #325 VPNS (@VPNS) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 06:28
    พี่บีจะรอดไหมมมม
    ตอนเเรกอ่านมันก็ไม่มีไรเเต่ตอนนี้ปมเยอะชิบ
    #325
    0
  3. #320 NISI_WOO (@NISI_WOO) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 23:59
    พีคแล้วพีคอีก555 จะเซอร์ไพร์อีกไหม
    #320
    0
  4. #318 Niwkoysw (@Niwkoysw) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 23:28
    ฮือสุดท้ายพค.ก็ช่วยพบ. รีบๆกลัยมารักกันเหมือนเดิมนะ
    #318
    0
  5. #317 Summer24 (@Summer24) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 23:21
    สงสารทั้งพี่บีทั้งพี่คริสเลย ????
    #317
    0