ตอนที่ 28 : EP.26 ได้กันจริงๆสักที

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1975
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    27 ก.ย. 60

คนขายาวเดินกระเผลกๆมายังห้องปฐมพยาบาลของโรงแรมที่มีไว้บริการนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บ ป่วยไม่สบายในกรณีฉุกเฉินหากอาการหนักเกินกว่าห้องปฐมพยาบาลห้องจะทำการรักษาเบื้องต้นได้ก็จะมีรถไปส่งยังโรงพยาบาลในเครือของโรงแรมนี้ทันที

สิบห้านาทีผ่านไปกับการทำแผลโชคดีที่ปากแผลไม่ใหญ่มากจึงไม่จำเป็นต้องเย็บอย่างที่เธอกลัวในตอนแรก  เธอกล่าวขอบคุณคุณพยาบาลก่อนจะเดินกระเผลกๆไปนั่งพักหลบมุมอยู่ตรงล็อบบี้ เธอถอนหายใจยาวๆพลางมองไปยังข้อศอกของตัวเองซึ่งเป็นแผลที่ได้รับมาจากเมื่อวาน  ไหนจะรอยถลอกตามตัว และแผลที่ได้รับมาสดๆตรงเท้าเมื่อกี้อีก  โชคยังดีที่เคลียร์ทั้งงานเดินแบบงานถ่ายละครก่อนจะมาถ่ายรายการ The buddy game เรียบร้อยแล้วจึงไม่ต้องกังวลกับรอยแผลมากนัก

 

แต่เดี๋ยว? นี่ฉันเป็นนางแบบหรือทหารทำไมดูสมบุกสมบันขนาดนี้

 

“พี่บี?  นั่นใช่พี่บีหรือเปล่า”

 

เธอเงยหน้าขึ้นมาเพื่อหันไปหาเสียงนุ่มๆที่ดูคุ้นหู

 

“หมวดเจมส์” น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจที่ได้พบลูกพี่ลูกน้องคนสนิทอย่างเจมส์ จิรายุ ตำรวจหนุ่มหน้าใสที่โดนดึงตัวเข้าสู่วงการนักแสดงแต่เขาเองก็ยังไม่ทิ้งอาชีพตำรวจที่เขารักมันมาตั้งแต่เด็ก

“โห่ๆ อะไรกันพี่นี่เลื่อนยศเป็นผู้กองแล้วนะแค่นี้ก็จำไม่ได้” เสียงนุ่มทักท้วงคนพี่ ซึ่งน้ำทิพย์ก็ไม่ใช่ว่าจะจำไม่ได้ว่าน้องรักของเธอเลื่อนยศจากหมวดมาเป็นผู้กองในสองเดือนก่อนแล้วก็จัดงานเลี้ยงปิดถนนซะใหญ่โตอย่างกับได้รับตำแหน่งเทียบเท่าลุงตู่ (ภพธร) แต่เธอกลับทำเป็นลืมเพื่อจะแกล้งตำรวจหนุ่มคนนี้

“ดูทำหน้าเข้าสิอย่างกับหมาอมขี้” เธอหัวเราะร่วนออกมาทำให้ตำรวจหนุ่มเดินเข้ามาจับปากของเธอประกบติดกันแล้วดึงยืดออกมา

“ไม่เจอกันแค่สองเดือนปากหมาไม่เปลี่ยนเลยนะ”

“อ่อยอั้น” (ปล่อยฉัน) ตำรวจหนุ่มทำหน้างงพยายามเอียงหูฟังว่าคนพี่กำลังพูดอะไรแต่ก็ต้องละความพยายามนั้นแล้วปล่อยมือออกจากริมฝีปากนุ่ม

“อี๋มือเค็มมาก”

“โทษทีพี่เมื่อกี้ไปเข้าห้องน้ำมาลืมล้างมือ”  เจ้าของเสียงยียวนกวนประสาทพูดพลางนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนุ่ม เนื้อไม้ที่ใช้ทำขาทั้งสี่ข้างทำมาจากไม้โอ๊ตชั้นดี

น้ำทิพย์เช็ดปากตัวเองแล้วทำหน้าแหวะก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งตามน้องชายของเธอ

“เป็นไงมาไงถึงมาที่นี่ได้”

“ก็ไม่เป็นไงอ่ะพอดีหยุดพักร้อนก็เลยมาพักผ่อน”

“พักร้อนหรือโดนเขาไล่ออก” ตำรวจหนุ่มทำเสียงจิ๊จ๊ะอย่างขัดอารมณ์ก่อนจะไปสังเกตุบนตัวพี่สาวของตนดีๆ

“ไปผ่านสมรภูมิรบที่ไหนมาดูสิสภาพดูไม่ได้เลย”

“แผลที่เท้าเดินไปเหยียบเปลือกหอยตรงชายทะเลมา”

“เบอะไม่เคยเปลี่ยน”

“นี่ไอ้ผู้หมวด...”

“ผู้กอง -  - ”

“ค่ะคุณผู้กองที่ได้รับตำแหน่งมาหมาดๆและเพิ่งโดนเขาไล่ออกมาไม่นานช่วยพูดจาให้เกียรติพี่หน่อย”

“ผมมาพักร้อนน่าไม่ได้โดนไล่ออก....แล้วแผลตรงข้อศอกกับรอยถลอกตามตัวล่ะ” ตำรวจหนุ่มพูดแก้และหันไปให้ความสนใจกับรอยแผลบนตัวของพี่สาวตัวเอง

“โดนไอ้บ้าสองตัวมันขับรถเฉี่ยวแล้วก็ทำร้ายแต่โชคดีที่พี่เป็นมวยเลยจัดการมันซะเรียบร้อยคงนอนหยอดข้าวต้นเป็นอาทิตย์ๆ..พูดเรื่องนี้มาก็ดีพี่มีอะไรจะให้เราช่วยสืบหน่อย”

“อื้อฮื่อ เจอกันก็หางานมาให้เลยเนาะ” ตำรวจหนุ่มถอนหายใจลากยาว

“อย่าบ่น”

“ให้บ่นหน่อยเหอะอย่างไงก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้วนี่จริงมั้ย”

“รู้งานนี่” น้ำทิพย์ยกยิ้ม

“จะให้สืบเรื่องอะไรล่ะ  คนที่มาทำร้ายพี่หรอแต่พี่ก็จัดการมันไปเรียบร้อยแล้วไม่ใช่หรอ”

“นั่นน่ะแค่ลูกน้องมันพี่ต้องการตัวคนบงการ และที่สำคัญมันไม่ได้จ้องจะทำร้ายพี่แต่เป็นคนที่พี่สนิท”

“แฟน?”

“แกนี่มีเรื่องอะไรที่ไม่รู้บ้างไหม” เธอทำท่าหัวเสียที่โดนจับได้ทั้งที่เธอยังไม่ได้พูดเลยว่าคนสนิทนั้นสนิทในสถานะไหน

“สายตาและการกระทำพี่มันฟ้องว่าพี่เป็นห่วงเขามากกว่าคนสนิทธรรมดาและที่สำคัญคนที่พี่เรียกว่าแฟนคงไม่ใช่เฮียป้องด้วยใช่มั้ยล่ะ” ตำรวจหนุ่มหรี่ตาจับผิดอย่างรู้ทันและทุกอย่างก็ถูกเฉลยออกมาเพียงเขามองตาคู่สวยของอีกฝ่ายกำลังสรรหาคำโกหกมาอธิบายให้เขาเชื่อ

“ไม่ต้องปิดบังผมหรอกพี่ไม่ได้เรียนการแสดงมาคนเดียวนะผมก็เรียนแล้วอีกอย่างผมก็มีสัญชาตญานของตำรวจเพื่อจับผิดผู้ร้ายที่กำลังโกหก”

“ฉันไม่ใช่ผู้ร้าย  โฮ่ย  ฉันชักจะเกลียดตำรวจขึ้นมาแล้วละซิ” เธอพูดเซ็งๆ

“พี่คริสงั้นสินะ” เขาเลิกคิ้วถามต่อ “ไม่ต้องถามผมว่ารู้ได้ไงลองดูตรงมุมเสาที่สอง” น้ำทิพย์ค่อยๆใช้สายตาเหลือบไปดูและก็พบคนรักของเธอกำลังยืนแอบดูเธออยู่กับเพื่อนอีกสอง

“คงไม่มีเพื่อนที่ไหนมองด้วยสายตาหึงหวงจ้องอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อแบบนั้นหรอกจริงมั้ย”

“ไม่ต้องมาทำเป็นเดานู่นเดานี่เข้าเรื่องได้” น้ำทิพย์เข้าโหมดจริงจังก่อนที่น้องชายตัวดีจะพาเธอออกทะเลและหันมาโฟกัสเรื่องที่เธอจะให้น้องชายสืบ  ฝ่ายเจมส์ จิรายุเห็นพี่สามทำสีหน้าจริงจังขึ้นมาจึงหยุดเล่นแล้วมาโฟกัสกับเรื่องที่น้ำทิพย์กำลังจะเล่าบ้าง

น้ำทิพย์เล่าเรื่องตั้งแต่ที่ศิรินโดนดักทำร้ายครั้ง  โดนขังในบ้านร้างแล้วทั้งตัวเธอและศิรินโดนยาสลบก่อนจะตื่นมาในห้องสี่เหลี่ยมของตัวเอง และเรื่องรถเฉี่ยวครั้งล่าสุดซึ่งทำให้เธอได้เบาะแสมาว่าคนบงการเป็นผู้ชาย

“นี่มันพยายามฆ่ากันชัดๆ” จิรายุทำสีหน้าเป็นกังวล “เดี๋ยวผมจะรีบสืบหาตัวคนร้ายให้ส่วนพี่ก็คอยระวังๆตัวไว้ผมจะส่งลูกน้องมาคอยดูแลความปลอดภัยให้พี่สองคน”

“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกพี่ไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่พี่กลัวจะเป็นข่าว....เอาน่า..ไม่ต้องเป็นห่วงพี่หรอกพี่เอาตัวรอดมาได้ตั้งหลายครั้ง” เธอพูดเมื่อเห็นน้องชายทำสีหน้าเป็นกังวล

“ครั้งอื่นพี่อาจจะรอด แต่ถ้ามันมีครั้งต่อไปล่ะพี่คิดว่าพี่จะโชคดีเหมือนครั้งที่ผ่านๆมาหรอ”

“พี่จะพยายามระวังตัวให้มากที่สุด  ถ้าเราไม่อยากให้พี่เป็นอะไรก็รีบๆไปหาตัวคนร้าย”

“แต่ว่าผมเป็นห่วง...”

“พี่รู้” เธอเข้าไปสวมกอดน้องชายตนเองพลางใช้มือลูบหลังเด็กขี้แย

“ผมจะรีบสืบหาคนร้ายให้แต่มีอีกเรื่องที่ผมห่วง  พี่คิดดีแล้วหรอที่คบกับพี่คริส” น้ำทิพย์ผละออกมาจากอ้อมกอดแล้วทิ้งตัวไปพิงพำนักพิงด้านหลัง “ทำไมถามอย่างนั้นล่ะ”

“พี่ก็รู้อยู่แก่ใจตัวเองประเด็นมันไม่ได้แค่เรื่องที่พี่หรือพี่คริสมีแฟนของตัวเองอยู่แล้ว  ถ้าพี่สองคนคบกับนั่นเท่ากับว่าพี่คริสหักหลังพี่น้ำหวานแล้วพี่ก็แทงข้างหลังสายเลือดแท้ๆของตัวเอง  ผมไม่อยากเห็นพี่น้องต้องมาทะเลาะกันเพราะแย่งผู้หญิงคนเดียวกันพี่เข้าใจผมมั้ย”

“พี่เข้าใจแต่พี่ก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้  รู้ไหมทำไมตอนนั้นพี่ไม่บินมาหาคริสที่ไทยเพราะพี่เห็นข่าวสายเลือดของตัวเองกำลังคบอยู่กับคนรักของพี่ในหน้าเฟซ จะให้พี่ทำไงล่ะคนนึงก็น้องสาวคนนึงก็คนที่พี่รักแล้วตอนนั้นพี่เองก็ไม่รู้ว่าคริสคิดยังไงกับพี่ พี่เลยอยากจะหยุดทุกอย่างพี่พยายามบอกตัวเองว่าแค่เห็นคนที่เรารักทั้งสองคนรักกันมีความสุขด้วยกันก็เพียงพอแล้ว พี่คิดว่าพี่จะหยุดความรู้สึกของตัวเองได้แต่สุดท้ายแล้วพอพี่กลับมาเจอคริสอีกพี่ถึงรู้ว่าทุกสิ่งที่พี่ทำตลอดเวลาที่ผ่านมามันเป็นเพียงแค่การโกหกตัวเองเพื่อให้หายใจอยู่รอดไปวันๆ”

“ผมล่ะลำบากใจแทนพี่จริงๆ” จิรายุสายหน้าแล้วลูบไหล่ปลอบคนเป็นพี่  “พี่ป้องเองก็น่าสงสารผมถามจริงๆเหอะเขาเคยได้รับความรักจริงๆจากพี่บ้างหรือเปล่า”  น้ำทิพย์หันไปมองน้องชายของตนเองทำให้อีกฝ่ายพอจะรู้ตัวว่าไม่ควรจะพูดอะไรต่อ

“ผมคงพูดมากเกินไป” จิรายุเกาหัวแกร็กๆ “แต่ผมก็ขอถามอีกเรื่องนึงเรื่องสุดท้ายจริงๆ”

            “อะไร”  น้ำทิพย์เริ่มทำหน้าบูด

            “พี่คริสรู้หรือเปล่าว่าพี่สองคนเป็นพี่น้องกัน”

            “น่าจะยังไม่รู้เพราะถ้ารู้เขาอาจจะไม่ตกลงคบกับพี่”

            และก็ไม่ใช่ใครๆจะรู้เรื่องนี้นอกจากตัวเธอจิรายุและคนในครอบครัว  น้ำหวานคือน้องสาวฝาแฝดของเธอที่หน้าตาไม่เหมือนกันเลยแม้แต่นิดนั่นเป็นเพราะว่าเกิดมาจากไข่คนละใบ  และความสัมพันธ์ของเธอกับน้องสาวก็ใช่ว่าจะดีสักเท่าไหร่น้ำหวานมีนิสัยไม่ค่อยสุงสิงกับใครหรือเรียกว่าโลกส่วนตัวสูงพอๆกับน้ำทิพย์ทั้งคู่เป็นพี่น้องกันแต่พูดกันแต่ละวันก็พอจะนับคำได้อาจเป็นเพราะนิสัยที่คล้ายกันจนเกินไปก็ได้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลยไม่ถึงขั้นเรียกว่าสนิทกัน

            “ถึงผมจะช่วยอะไรไม่ได้นอกจากตามสืบหาตัวคนร้ายแต่ผมเอาใจช่วยให้กับความรักของพี่แล้วกัน” จิรายุฉีกยิ้มให้กำลังใจ           

 

            อีกด้านของคนตรงมุมเสา

 

            “งานดีมากกกก น้ำลายป้าหกเลยจ้า”

“ใจเย็นมึงเดี๋ยวโดนข้อหาพากผู้เยาว์”  วุ้นเส้นหันไปพูดกับเจนี่

“ถ้าจะโดนคนที่โดนคนแรกคงไม่ใช่กูแต่เป็นบีดูสิกอดกันกลมเชียวกูล่ะอิจไม่รู้จะอิจน้องหนุ่มหน้าใสคนนั้นที่ได้กอดบี  หรืออิจบีที่ได้กอดน้องหนุ่มหน้าใสคนนั้น” เธอพูดอย่างสับสนกับตัวเอง

“เก็บนอสักแป๊ปแล้วหันไปดูอีหมวยมันก่อน”

“มึงด่ากูเป็นควายหรอ?” เจนี่หันมาถามวุ้นเส้นก่อนจะหันไปดูเพื่อนสาวอีกคนของตัวเองกำลังยืนขูดเสาจนเป็นรอย

“จะให้กูถีบมึงเข้าไปอีกไหม”

“ไม่ต้อง” ศิรินรีบหันมาตอบ

“มึงจะทำอะไรก็รีบทำหมวยมัวชักช้าเดี๋ยวบีก็โดนงาบไปจริงๆหรอก”

“มึงควรจะรีบๆไปได้กัน” วุ้นเส้นพูด

“สมองพวกมึงมีแต่เรื่องใต้สะดือหรอวะ?”

“งั้นมึงก็เลือกเอาจะให้บีไปได้กับคนอื่นหรือได้กับมึง”

“แล้วมึงจะให้กูทำไง บียังไม่หายงอนกูเลย”

“มึงก็ง้อบีด้วยการอ่อยนั่นแหละยิงปืนนัดเดียวได้ทั้งง้อได้ทั้งผัว”

“ไม่เอา!!” ศิรินปฏิเสธด้วยใบหน้าแดงๆจนปรอทแทบแตก

“ก็ได้งั้นมึงก็เตรียมใจได้เลยบีคงไม่รอมึงจนถึงอายุแปดสิบแน่ๆ”

“อิบ้านั่นก็นานไป” ศิรินว่าวุ้นเส้น

“เอาจะทำอะไรก็รีบทำบีขึ้นห้องไปแล้วนู่น” เจนี่บอกเมื่อเห็นน้ำทิพย์โบกมือลาหนุ่มที่เธอหมายตาไว้ก่อนจะเดินไปยังหน้าลิฟท์

 

ณ ห้อง 110

 

เอาวะเป็นไงเป็นกัน!

 

ศิรินรวบรวมความกล้าเปิดประตูเดินเข้าห้องไป  ดวงตาแฝงไปด้วยความขัดเขินและเป็นกังวลกวาดสายตาหาคนร่างสูง และก็พบว่าคนร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี

“บ..บี”

ตึกตัก

“คะ? มีธุระอะไรกับบีหรอ”

ว่าที่เมียเรียกต้องมีธุระด้วยหรออิบี  นี่ถ้าไม่ติดว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดแม่จะได้ให้

“ยังไม่หายโกรธคริสอีกหรอ?” เธอทำเสียงออดอ้อนเดินตรงไปหาน้ำทิพย์

“ไม่ได้โกรธอะไรนี่คะคริสคิดมากไปหรือเปล่า”

น้ำเสียงและท่าทางเฉยชาแบบนั้นไม่โกรธอะไรเลยจ้า

“ขอโทษ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาพลางสวมกอดคนร่างสูง

เวลาผ่านไปเนิ่นนางต่างฝ่ายต่างนิ่งไม่มีใครขยับทำอะไรนอกจากฟังเสียงหัวใจของกันและกัน  ศิรินรวบรวมความกล้าทิ้งความเหนียมอายออกไปพลางดึงเสื้อคลุมที่ใส่คลุมชุดว่ายน้ำไว้ออก เธอเริ่มซุกไซร้ไปตรงต้นคอของคนตัวสูงกว่าแต่ก็ต้องหยุดการกระทำลงเมื่อน้ำทิพย์ถอยห่างออกมาจากเธอก้าวนึง

“เสื้อคลุมคริสหลุดน่ะ”  เธอหยิบเสื้อคลุมกองอยู่ตรงพื้นขึ้นมาแล้วสวมใส่มันกลับไว้ที่เดิมบนตัวศิริน

 

เพล้ง! ทุกคนได้ยินเสียงคนหน้าแตกมั้ยคะ -/////-

 

ศิรินกัดริมฝีปากล่างด้วยความอายนี่มันยิ่งกว่าหน้าแตกอีก 

หลังจากน้ำทิพย์ทำตัวเป็นคนดีเก็บของแล้วส่งคืนให้ศิรินเป็นที่เรียบร้อยเธอก็ขอตัวไปนอนพักผ่อน

 

ศิรินก้าวเท้าตามคนร่างสูงไปติดๆทันที่ที่น้ำทิพย์หลับตาลงนอนเธอก็รวบรวมความกล้าบ้าบิ่นของตัวเองกลับคืนมาอีกครั้งก่อนจะขึ้นไปบนเตียงแล้วขึ้นคร่อมอีกฝ่าย

 

ไม่ได้ก็ให้มันรู้ไปสิเว้ย!

 

คนถูกทับปรือเปลือกตาขึ้นเมื่อสัมผัสว่ามีอะไรหนักๆวางทับตัวเธอและก็ต้องเบิกตาโพลงเมื่อเห็นว่าเป็นคนรักของเธอ เธอพยายามจะดิ้นหนีแต่ก็ถูกศิรินจับกดไว้

 

ไปเอาแรงมาจากไหนวะ?

 

“ขอโทษหายโกรธคริสนะคะ” เธอกระซิบแผ่วเบาตรงกกหูก่อนจะเริ่มซุกไซร้ไปยังคอขาวนวลนั้น

“อื้อ..คริส...ปล่อยบี” น้ำทิพย์พยายามปัดศิรินออกแต่ยิ่งปัดก็ยิ่งถูกคนตัวเล็กแกล้งด้วยการปลดกระดุมออกทีละเม็ด

“บอกมาก่อนว่าหายโกรธคริสหรือยัง”

“ก็บอกไปแล้วไงว่าไม่ได้โกรธ”

“โกหก” ศิรินทำเสียงดุแล้วกัดไปยังหัวไหล่ของคนใต้ร่างด้วยความหมั่นเขี้ยว

“โอเคหายโกรธแล้ว  ปล่อยบีได้แล้ว”

“ทำไมบีไม่อยากหรอ?”

“บียังไม่พร้อม”

ถ้าไม่มีเรื่องก่อนหน้านี้มาเตือนสติอย่าหวังเลยว่าคริสจะได้อยู่เสื้อผ้าครบทุกชิ้นแบบนี้(จริงๆก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว)

“แต่คริสพร้อม”

ศิรินพูดพลางใช้เนินสามเหลี่ยมมีเพียงเส้นไหมสีดำประดับและมีกางเกงว่ายน้ำตัวจ้อยเหมือนกางเกงชั้นในปิดบังตรงส่วนนั้นถูเข้าไปกับตะเข็บกางเกงตรงบริเวณเดียวกันของอีกฝ่าย ความเสียวซ่านเริ่มทำให้น้ำทิพย์คุมสติตัวเองไม่อยู่สัมผัสนุ่นนิ่มตรงบริเวณเนินสามเหลี่ยมปลุกเร้าอารมณ์ในร่างกายให้ร้อนขึ้นได้เป็นอย่างดี

“อื้อ...อ...อย่า  บีขอ”

“คริสไม่ให้” เธอเหมือนกับเด็กซุกซนยิ่งเห็นคนใต้ร่างพูดขัดกับร่างกายตัวเองที่เริ่มขยับไปตามจังหวะเพลงของเธอ เธอเร่งจังหวะถูกางเกงว่ายน้ำตัวจ้อยกับตะเข็บกางกางของอีกฝ่ายจนความรู้สึกผิดชอบชั่วดีของน้ำทิพย์แตกออก  เธอพลิกร่างของตัวเองมาอยู่ด้านบนปล่อยให้สัญชาติญานดิบเริ่มทำงาน ริมฝีปากประกบกันพลางดูดดื่มอย่างโหยหาลิ้นอุ่นสอดแทรกเข้าไปแตะขอบลิ้นของคนใต้ร่างก่อนที่ลิ้นทั้งสองจะตวัดแย่งกันชิมรสหวาน  เสียงเหนื่อยหอบทำให้คนด้านบนเปลี่ยนจากริมฝีปากเล็กๆมาไซร้ต้นคอใช้มือข้างนึงปลดเชือกชุดว่ายน้ำทั้งท่อนบนและล่างออกก่อนเขวี้ยงมันออกไปอย่างไม่ใยดี  เธอฝากกลีบกุหลาบสีแดงฉ่ำไว้ตรงเนินออกคู่ไข่ดาวของศิรินก่อนจะดูดดื่มเม็ดเล็กๆสีชมพูอ่อนที่อยู่บนไข่ดาวน้ำ เสียงครางหวานหูของศิรินทำให้เธอรับรู้ว่าคนตัวเล็กคงพอใจกับผลงานที่เธอทำ ปลายลิ้นสัมผัสชิมรสเนื้อเค็มๆแต่แฝงความหวานนุ่มละมุนลิ้นลากยาวจากเนินออกมายังหน้าท้องแบบราบและเธอเองก็ไม่ลืมที่จะฝากรอยกลีบกุหลาบไว้อีกกลีบที่หน้าทองของคนตัวเล็ก

“บี...ตรงนั้น” ศิรินหลับตาลงใช้มือขยุ่มเส้นผมของอีกฝ่ายและเร่งให้อีกฝ่ายทำผลงานชิ้นใหญ่สักที

“ค่ะ” น้ำทิพย์เคลื่อนตัวไปกระซิบที่หูพลางกดจูบอีกฝ่ายแล้วใช้เรียวนิ้วยาวของเธอลูบไล้เนินสามเหลี่ยมนั้นก่อนจะบดขยี้เม็ดเล็กๆเพิ่มความเสียวซ่านให้คนตัวเล็กไม่หยุด

“คริสเคยถามบีใช่มั้ยว่าถ้าทำผิดกับบีแล้วจะโดนบีลงโทษยังไง” น้ำทิพย์ถามพลางสอดใส่นิ้วนั้นไปยังช่องทางรักและยัดมันลงไปลึกอีกเพื่อเร่งเอาคำตอบจากอีกฝ่าย

“อ..อื้อ ใช่คริสถาม”

“นี่แหละคือบทลงโทษของบี” เธอพูดพลางถอดนิ้วออกมาแล้วลุกขึ้นจากเตียงทิ้งให้ศิรินหัวเสีย

“บีไปอาบน้ำก่อนนะ”

“บี! จะทิ้งคริสไว้แบบนี้ไม่ได้นะมาต่อให้จบ”

“ลงโทษ”

“ถ้าวันนี้ไม่ทำวันหลังก็อย่าหวังว่าจะได้ และถ้าวันนี้บีไม่มาต่อให้จบคริสก็จะไปทำกับคนอื่น”

คำพูดของศิรินทำให้น้ำทิพย์เสียหลักไม่น้อยเธอช่างใจอยู่ครู่นึงก่อนจะกลับมายังเตียงเดิมเพื่อสานต่อทุกอย่างให้จบ

เธอสอดใส่นิ้วนั้นกลับไปยังที่เดิมก่อนสัมผัสแปลกใหม่ทำให้ศิรินรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที

“อ๊ะ...”

“บีทำแรงไปหรอ”

“เปล่าแบบนั้นแหละกำลังดี...อ๊ะ...อ่า  ซี๊ด บีเร็วกว่านี้อีกนิดนึงได้มั้ย อ๊ะ” เสียงร้องคล้ายกับเพลงคิดฮอดของบอดี้สแลมท่อนและยังคิดถึงเธอนะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ เล็ดรอดออกจากจากริมฝีปากที่พยายามจะเม้มเพื่อเก็บเสียงไว้ดังขึ้นมาเป็นระยะๆ โชคดีที่ห้องนี้เป็นห้องเก็บเสียงไม่งั้นคนทั้งโรงแรมคงคิดว่าวงบอดี้สแลมมาเปิดคอนเสิร์ตในห้องของเธอ “ซีด  อ่า  คริส....อื้ม  รักบีมากนะ”

“บีก็รักคริสค่ะ” เธอเร่งจังหวะเข้าออกอย่างไวมือ ศิรินแอ่นสะโพกขึ้นไปตามจังหวะของน้ำทิพย์และเผลอใช้เล็บจิกไปยังหลังของคนด้านบน

“ซีด....อืมใกล้เสร็จแล้วบี”  ได้ยินดังนั้นน้ำทิพย์ก็ไม่รอช้าที่จะส่งศิรินขึ้นไปถึงสวรรค์เสียงครางเฮือกสุดท้ายคล้ายกับคนกำลังหมดลมหายใจบ่งบอกว่าเธอพาคนตัวเล็กไปถึงสรวจสวรรค์เป็นอันที่เรียบร้อย  




ต่อจ้าไม่ใช่ผึ้ง//มุกนี้จะเล่นไปอีกถึงเมื่อไหร่?




          บทเพลงรักจบลงตอนสี่โมงเย็นกว่าสองร่างเปลื่อยเปล่านอนเหนื่อยหอบหันหน้าเข้าหากัน คนตัวเล็กดึงผ้านวมขึ้นมาปิดใบหน้าหมวยๆของเธอไปครึ่งนึงด้วยความเขิน

 

            เพิ่งจะมาเขินหรออิบ้า ><

 

            ไม่รู้ว่าหัวใจเธอเต้นแรงเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ว่าแก้มใสๆของเธอแดงมากี่ครั้งแต่ทุกครั้งมันเกิดขึ้นเพราะคนที่กำลังนอนอมยิ้มให้เธออยู่

            “ยิ้มอะไร” เธอถามแผ่วเบา ร่างกายของเธอร้อนระอุแทบจะละลาย

            น้ำทิพย์ดึงร่างเปลือยเปล่าใต้ผ้านวมมากระชับกอดใช้คางเกยผมหอมๆของคนหน้าหมวย ศิรินซุกตัวเข้าไปสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆตรงหน้าออกที่เธอฝากรอยเล็บเล็กๆไว้

            “มีความสุข” น้ำทิพย์ตอบและกดจูบลงบนหน้าผาก

            แรงสั่นของโทรศัพท์ราคาเหยียบแสนทำให้ศิรินผละออกจากอ้อมกอดนั้นมาเลื่อนหน้าจอดูข้อความที่ถูกส่งมา  แววตากังวลใจอ่านข้อความนั้นก่อนจะกดตอบไป เธอวางโทรศัพท์และหันมายิ้มให้กับน้ำทิพย์ น้ำทิพย์เห็นแววตานั้นก็พอรู้ว่าศิรินคงมีเรื่องอะไรไม่สบายใจแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรเพราะเธอต้องการให้ฝ่ายนั้นเป็นคนบอกเอง

            ศิรินเข้ามาสวดกอดน้ำทิพย์ไว้แน่น “บีถ้าวันนึงคริสทำผิดกับบีมากกว่านี้บีจะให้อภัยคริสมั้ย”

            “หืม? คริสไปทำใครท้องมาหรอ!

            “บ้าคริสเป็นผู้หญิงนะบี!” ศิรินตีแขนจนน้ำทิพย์ต้องใช้มือตัวเองขึ้นมาลูบเพื่อบรรเทาความเจ็บ

            “เค้าก็แค่ล้อเล่นไม่เห็นต้องรุนแรงเลย”

            “คริสจริงจังนะบีชอบทำเป็นเล่นอยู่เรื่อย”

           

            เอ้า น้ำทิพย์ถูกงอนซะงั้น

 

            “โอเคๆไม่เล่นแล้วก็ได้....ต่อให้คริสฆ่าบีให้ตายบีก็ไม่โกรธหรอกเพราะว่าบีรักคริส”

            “ทำเป็นพูดดีจับมาฆ่าให้ตายสักทีดีมั้ยหืม...” เธอหยิกมือน้ำทิพย์

            “ถ้าจับมาฆ่าให้ตายในหน้าที่หลายๆทีก็ได้นะ บียอม” เธอขึ้นคร่อมศิรินอีกครั้งก่อนจะกดย้ำจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่าและสร้างบทเพลงรักครั้งที่สองขึ้น

 

 

            #เฌอมาลย์รฐา

 

            “ไม่ได้ผลหรอกนี่พลอยไม่ใช่ไอ้บี” เฌอมาลย์พูดขึ้นหลังจากรฐาพยายามง้อเธอด้วยการอ่อยมาพักใหญ่

 

 

            “ฮัดชิ้ว”

            “เป็นอะไรบี” ศิรินถามเมื่อจู่ๆน้ำทิพย์ก็จามออกมา

            “สงสัยมีคนคิดถึงมั้ง  ช่างเหอะมาต่อกันดีกว่า”

 

            รฐาทำหน้ามุ่ยทันที คนอะไรง้อยากง้อเย็นไม้แข็งก็ใช้แล้วไม้อ่อนก็ใช้แล้วอ้อยก็ปาให้กินแต่ก็คายออกมาบางทีก็อยากให้เอานิสัยคนบีบีมาใช้บ้าง

 

            “จะเอาไงหญิงไม่รู้จะง้อพลอยอย่างไงแล้วนะ” เธอกอดอกอย่างหมดความอดทน

            “ไม่รู้ก็ไม่ต้องง้อ” เฌอมาลย์บุ้ยหน้าไปทางอื่น

            “เออตามใจอยากงอนก็งอนไปเลยไม่ง้อแล้ว!” เธอตะโกนใส่เฌอมาลย์แล้วผลักออกไปให้พ้นทางประตูจนคนถูกผลักต้องเซถอยออกมา

            “ไม่ง้อก็ไม่ต้องง้อนี่ก็ไม่ได้ต้องการให้ง้อเหมือนกัน!” เธอตะโกนไล่หลังแล้วทิ้งตัวลงนั่งอย่างหัวเสีย

 

            เวลา 19.00น. ในห้องอาหาร VIP

            “ว้าย คุณน้องสะโพกเป็นอะไรคะ” เมทินีถามเมื่อเห็นน้ำทิพย์ประคองศิรินที่ดูเหมือนสะโพกจะมีปัญหาเลยทำให้คนตัวเล็กเดินไม่ค่อยสะดวก เสียงโทนโซปาโนของเมทินีทำให้คนทั้งโต๊ะอาหารหันมาให้ความสนใจ

            น้ำทิพย์เลื่อนเก้าอี้ลายโมเดิร์นโทนขาวดำให้ศิรินนั่งก่อนที่ตนเองจะนั่งเก้าอี้ตัวถัดไป ศิรินหันมายิ้มเขินๆให้กับเมทินี “พอดีไปปั่นจักรยานกับบีมาแล้วพลาดตกจากเบาะนั่งน่ะค่ะ” ศิรินหาข้อแก้ตัวแต่ทว่า...

            “ส่งสัยบีจะปั่นแรงไปล่ะสิ” เธอกระตุกยิ้มมุมปากแบบกรุ้มกริ่ม

            “คะ?” ศิรินหน้าแดงขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาเมคอัพใดๆ

            “อ๋อพี่หมายถึงบีปั่นเร็วไปเลยทำให้คริสพลาดตกจากเบาะ” เธอเน้นเสียงหนักช่วงคำว่าปั่นเร็วให้คนแดงหน้าหน้าแดงยิ่งกว่าเดิมทำให้คนร่วมโต๊ะอาหารซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ดีขำออกมา

            “เอ่อบีว่าเราทานข้าวกันดีกว่ามั้ยคะบีหิวแล้ว”

            ทุกคนพยักหน้ายิ้มๆก่อนจะหันไปสนใจอาหารในใจตัวเอง ใช่ ทุกคนยกเว้นก็แต่....

            “เฮ้ยูพี่บีทำไมถือช้อนแบบนั้นอ่ะ” ติช่าถามเมื่อสังเกตุเห็นท่าในการจับช้อนดูขัดๆตา “เจ็บนิ้วหรอ?”

            น้ำทิพย์แทบสำลักข้าวเมื่อคนพูดไทยคำฝรั่งคำถามตรงประเด็นแบบไม่อ้อมค้อม

            “สงสัยเป็นเพราะเล่นกีตาร์น่ะ ไม่ได้เล่นนานพอมาจับอีกทีก็เลยเจ็บ”

            ทุกคนทำเสียงฮือในลำคอแล้วอมยิ้มส่งสายตาให้กันในกลุ่ม

            “ชักมันมั้ย”

 

            เคล้ง!

 

            เสียงติช่าถามจนทำให้ช้อนล่วงจากมือน้ำทิพย์และศิรินพร้อมๆกัน และทุกคนก็หันขวับมาให้ความสนใจกับติช่า

            “เอ๊ย! ติช่าหมายถึงดีดมันมั้ยโทษทีค่ะติช่าภาษาไทยไม่ค่อยแข็งแรง”

            ทุกคนร้องอ้อพร้อมกันก่อนจะหันไปฟังคำตอบจากน้ำทิพย์

            “ก็มันดีจ้ะ”

 

            ดูๆคำถามคำตอบของแต่ล่ะคนฉันล่ะอยากจะเอาหน้าแดงยิ่งกว่ามะเขือเทศมุดลงดินจริงๆ ศิรินกัดริมฝีปากตัวเองจนแทบห้อเลือด

 

            การแซ็วคนทั้งคู่จบลงเพียงเท่านั้นหลังจากน้ำทิพย์ตอบกลับ ทุกคนก็แซ็วกันพอหอมปากหอมคอสมควรแก่เวลาจัดการอาหารในจานให้หมด

            “พลอยยังไม่หายโกรธอีกหรอ” ศิรินกระซิบถามรฐาซึ่งนั่งเก้าอี้ตัวถัดไปจากเธอหลังแอบสังเกตุมาพักนึง

            “อืม รายนั้นน่ะถ้าได้โกรธขึ้นมาล่ะหายยาก” เธอตอบเซ็งๆ

            “แล้วจะทำยังไงต่อ”

            “ก็ถ้าง้ออีกแล้วยังไม่หายก็คงต้องเลิก”

            “มันรุนแรงถึงขั้นต้องเลิกกันเลยหรอ” ศิรินเบิกตาโพลงเมื่อเห็นเพื่อนสาวของตนเองพูดคำว่าเลิกออกมาได้อย่างเด็ดเดี่ยวซึ่งสำหรับเธอมันเป็นเรื่องใหญ่มากถ้าจะเลิกกับใครสักคนโดยเฉพาะคนที่เธอรัก

            “มันก็ไม่ได้รุนแรงอะไรขนาดนั้นหรอกแต่ถ้าคบกันแล้วต้องมาทนนั่งอึดอัดใจแบบนี้ก็สู้เลิกๆกันไปซะยังดีกว่า”

            “เห้ยใจเย็นๆอย่าเลิกกันเลยคบกันมาตั้งนาน” ศิรินรีบห้ามปรามเพื่อนตัวเอง

            รฐายิ้มรับแห้งๆไว้ตอนนี้ในสมองของเธอคิดแต่เรื่องจะง้อคนขี้โกรธของเธอยังไงและหากเธอง้อไม่สำเร็จเธอควรจะเลิกกับเขาดีมั้ย

            สมองปวดตุบหน่วงๆขึ้นมาอาจเป็นเพราะเครียดเกินไปแต่จะให้รฐาอธิบายอย่างไรกับสายตาพร่าเบลอพร้อมหาวหวอดๆ ทำไมมันง่วงจัง เธอหันไปดูคนข้างกายของเธอที่เอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดยอมจากับเธอตั้งแต่มาห้องอาหารและก็พบว่าเขาคนนั้นฟุบหลับไปแล้ว เธอพยายามแยกตาออกจากกันมองไปรอบๆก็พบว่าทุกคนค่อยๆถยอยฟุบหลับไปตามๆกัน  นี่พวกเราโดนฤทธิ์ยานอนหลับอีกแล้วใช่มั้ย?  เสียงความคิดห้วงสุดท้ายเอ่ยถามกับตัวเองก่อนดวงตาหนักอึ้งจะหลับลง

            “จัดการเอาทั้งแปดคนไปทิ้งไว้ที่เกาะ ส่วนไอ้แมลงสาบที่เหลือเอามันไปเก็บไว้ที่ห้อง” เสียงทุ้มนุ่มพูดสั่งลูกน้องตนเองพลางมองร่างที่นอนหลับสลบสะไหลด้วยสายตาสมเพช

“ครับนาย” ลูกน้องสี่ห้าคนรับคำ

“แน่ใจใช่มั้ยว่าจะไม่มีใครสงสัย” เขาถามลูกน้องมือขวาคนสนิทที่แฝงตัวมาในคาบผู้กำกับราย

 “แน่ครับนาย...ก็แค่ประสบอุบัติเหตุจนตายระหว่างถ่ายทำรายการบนเกาะร้างรับรองว่าไม่มีใครสงสัยและไม่ทิ้งหลักฐานไว้แน่นอน”

            “ดี...อย่าให้พลาดเหมือนตอนบ้านร้างล่ะ...ไอ้บ้านนอกสองคนนั้นเก็บมันหรือยัง” เขาหรี่ตามอง

            “เรียบร้อยแล้วครับ”

กลิ่นไอเลือดมันช่างหอมหวนสำหรับผู้รอคอยวันเวลานี้มาเนิ่นนาน  ไอ้รายการปัญญาอ่อนที่เขาสร้างขึ้นก็แค่เป็นฉากบังหน้าเพื่อจะได้หาทางรอจังหวะเหมาะๆฆ่าคนที่เขาเกลียดเข้าไปในกระดูกดำ  แต่จนแล้วจนรอดตอนแรกกะว่าจะให้ตายในบ้านร้างสบายๆแต่ดันมีพวกที่เขาเรียกว่าแมลงสาบมาช่วยไว้ได้ก่อน  

แต่ก็ดีเหมือนกันถ้าตายที่นั่นคงเหลือหลักฐานไว้มาก  ถือว่าเกาะนี้เป็นสุสานของพวกแกละกัน




**************************************************************************************

ตอนแรกกะจะทิ้งปมบ้านร้างไปๆมาๆไม่ทิ้งดีกว่ากลับเอามาผัดๆยำๆยัดใส่ในเรื่องต่อ

//ยังคงความฟิคไบโพล่าหลังจากเค้าได้กันอย่างมีความสุขไรท์ก็ตัดให้คนร้ายโผล่เข้ามาอิอิ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

346 ความคิดเห็น

  1. #294 _yanika (@_yanika) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 20:03
    ไรท์ๆๆๆๆๆๆๆๆ จะทิ้งไว้แบบนี้ไม่ได้!!! มาต่อเร็ววววว
    #294
    0
  2. #293 Pream_fata (@Pream_fata) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 19:35
    ใครพี่เต้ พี่ป้อง น้ำหวาน
    #293
    0
  3. #292 ToBlem (@lemondk17) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 22:52
    มาต่อเร็วววว
    #292
    0
  4. #291 BC69 (@RainRc) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 02:00
    ค้าง ค้างมากก
    #291
    0
  5. #289 pea_sherock (@pea_sherock) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 19:33
    ค้างงงง มั๊ก !!!! ^^
    #289
    0
  6. #288 apinya12346789 (@apinya12346789) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 09:54
    ค้างงงงงอ่ะ//ไรท์ทำแบบนี้ได้ไง มาต่อเร็วเด้ออออ
    #288
    0
  7. #287 Niwkoysw (@Niwkoysw) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 09:03
    อ้าวเฮ้ยค้าง555555
    #287
    0
  8. #286 VPNS (@VPNS) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 08:09
    ฮูวววว ชน! ได้เเล้วๆ
    #286
    0
  9. #285 namwhan_ka (@sweettyploy) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 02:22
    555 ได้กันแล้ว เกือบหน้าทิ่ม ที่บอดี้สแลมมา
    #285
    0
  10. #284 Vanessa thimp (@25082557) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 01:36
    อร้ายยยยเป็นการลงโทษที่ดีงามพระรามแปดมากคร่าาาาา
    #284
    0
  11. #283 skyyg (@skyyg) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 01:18
    ได้กันบ่อยๆจะดีมากมายน่ะค้ะ655+
    #283
    0
  12. #282 Pream_fata (@Pream_fata) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 23:57
    ง้อแบบนี้ พี่บีคงโกรธบ่อยๆแน่เลย
    #282
    0
  13. #281 ToBlem (@lemondk17) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 23:56
    ได้กันสักที!555555 ขำคนบีๆกลัวเมีย จะลงโทษเค้าแต่ก็ทำไม่ได้55555
    #281
    0
  14. #280 NISI_WOO (@NISI_WOO) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 23:45
    โว้ว! ลุ้นตั้งนาน คริคริ
    #280
    0