ตอนที่ 26 : EP.24 แอบหนีไปได้กัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1696
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    13 ก.ย. 60


หลังจากพลาดจากบทเพลงรักอันร้อนรุ่มมาถึงสี่ครั้งทั้งคู่ก็ต้องถอดใจที่จะสานบทเพลงรักต่อและย้ายร่างตัวเองจากบนเตียงไปใส่เสื้อผ้าก่อนจะเดินลงมาส่งแขก  ทันทีที่เดินมาถึงศิรินก็คว้าแขนน้ำทิพย์เข้าไปกอดไว้แน่นราวกลับเด็กกลัวจะโดนแย่งของเล่นพลางหันไปขู่ฟ่อๆใส่วทนิกาเหมือนกับแมวน้อยก็ไม่ปาน  ความหึงหวงในตัวศิรินทุกคนรับรู้ได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะน้ำทิพย์ที่ดูจะถูกอกถูกใจเป็นพิเศษเธอแอบลอบขำคนรักเบาๆ

“ถ้างั้นแพรลาทุกคนนะคะ”

สาวหน้าคมฉีกยิ้มหวานโปรยสเน่ห์บาดใจทำให้เหล่ากลุ่มคนที่อยู่ในตำแหน่งสามีพลอยเผลอยิ้มตามไปด้วย แต่ก็ต้องหยุดยิ้มเมื่อเหล่าศรีภรรยาพร้อมใจกันหยิกคนรักของตัวเองโดยไม่ได้นัดหมาย

“เดินทางกลับปลอดภัยนะคะ”

น้ำทิพย์ลูบแขนของตัวเองที่เกิดรอยแดงจางๆก่อนจะเอ่ยกล่าวให้คนหน้าคมเดินทางโดยสวัสดิภาพพร้อมทั้งยิ้มกระชากใจสเน่ห์ไม่ได้น้อยจากวทานิกาเลย

“บีอยู่ที่นี่ก็ดูแลสุขภาพตัวเองดีๆนะคะไว้มีโอกาสหวังว่าเราคงได้พบกันอีก”

“คงไม่มีโอกาสหน้าแล้วล่ะค่ะ”  ศิรินตอบกลับเพื่อจะตัดบทสนทนาระหว่างคนรักกับบุคคลที่เธอให้สมญานามว่าอิผี แต่นั่นมันกลับทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่าทั้งคู่กำลังจะประกาศสงครามศึกชิงนางอีกครั้ง

“ประทานโทษนะคะชื่อบีหรอ?”

“ไม่ยกโทษค่ะ ไม่ได้ชื่อบีแต่คนที่ชื่อบีฉันคุม”

 

ทั้งคู่จ้องมองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

 

“ซวยล่ะสิบีเอ้ย”

เฌอมาลย์พูด

 

“นี่ยัยปลิงทะเลถอยออกไปหน่อยสิ” วทานิกาไม่ว่าเปล่าเธอดึงศิรินออกจากน้ำทิพย์แล้วเข้าไปแทนที่

“คิส กู๊ดบายนะคะ จุ๊บ” วทานิกจุ๊บแก้มใสๆของน้ำทิพย์จนน้ำทิพย์เผลอยิ้มออกมา  แหม่สาวสวยมาหอมแก้มแบบนี้เป็นใครใครก็ต้องเขิน แต่แล้วก็ต้องหุบยิ้มแล้วยืนตัวเกร็งทันทีเมื่อหันไปเห็นคนรักของตัวเองกำลังยืนกำกำปั้นพร้อมหน้าตาบ่งบอกว่าเธอกำลังโกรธ

“ถ้างั้นแพรไปแล้วนะคะ  ไว้ถึงแล้วจะไลน์มาบอก” เธอว่าพลางขยิบตาโปรยสเน่ห์

“ค่ะ”

น้ำทิพย์ตอบกลับสั้นๆเพราะเธอกลัวว่าหากเธอตอบอะไรยาวมากไปกว่านี้เธอคงจะไม่มีชีวิตรอดได้หายใจอยู่บนโลกถึงวันพรุ่งนี้ ส่วนวทานิกาหลังจากกล่าวล่ำลาพร้อมทั้งทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้น้ำทิพย์กับศิรินได้กู้ระเบิดเล่นกันก็เดินไปขึ้นรถของตัวเองแล้วขับออกไป

“เอ่อ..คือ...”

น้ำทิพย์กระอึกกระอัก

 

เพี้ย!

 

ฝ่ามือเรียวของศิรินได้เข้าไปประทับหน้าคมของน้ำทิพย์เป็นอันที่เรียบร้อยโดยไม่ได้เอื่อนเอ่ยอะไรก่อนสักคำแต่เพราะแรงตบที่ยิ่งกว่าหวดลูกเทนนิสลงคอร์ดทำให้น้ำทิพย์รู้ได้ว่าศิรินกำลังโกรธเธอมากขนาดไหน

“คริสฟังบีก่อนได้โปรดTT

“ไม่ฟัง! โทรศัพท์อยู่ไหน”

น้ำทิพย์ยกโทรศัพท์มาให้ศิรินดูเพื่อแสดงว่ามันอยู่ในมือของเธอ  ศิรินดึงโทรศัพท์น้ำทิพย์มาก่อนจะกดเข้าแอปพลิเคชั่นสีเขียวยอดฮิตแล้วกดเลื่อนหาชื่อของวทานิกาทำการบล็อคและดีรีตออก  ศิรินกดไปยังหน้าจอเบอร์โทรศัพท์ค้นหาชื่อคนเดิมที่เธอเพิ่งลบไลน์ก่อนจะทำการลบเบอร์ออก ส่งโทรศัพท์คืนให้น้ำทิพย์แล้วสะบัดตัวเดินหนีคนร่างสูงไป

 “เกิดมาหน้าตาดีมีสเน่ห์สาวๆติดตรึมก็อย่างนี้แหละต้องทำใจ”  เฌอมาลย์ตบไหล่ปลอบน้ำทิพย์

“อย่ามัวแต่ไปให้กำลังใจคนอื่น จะมองไม่เห็นเงาหัวตัวเองอยู่แล้ว มานี่เลยๆ เมื่อกี้เห็นนะว่าแอบยิ้มให้ยัยคุณแพรนั่นอยู่” รฐาดึงหูเฌอมาลย์ก่อนจะลากไปเคลียร์เป็นการส่วนตัวในห้อง

ชะตากรรมของเหล่าบรรดาสามีไม่ต่างกันแค่ส่งยิ้มให้นี่ก็ผิดหรอ? มะปราง และกวางคิด

 

“อย่าเศร้าไปเลยบี..หมวยมันรักบีจะตายโกรธแป๊ปเดียวเดี๋ยวก็หาย”

“ฉันก็เพิ่งเคยเห็นมันหึงใครจริงใครจังถึงขั้นลงไม้ลงมือนี่แหละเธอควรดีใจนะที่อิหมวยมันหึงเธอขนาดนี้”

สองคู่ซี้รักยมเจนี่วุ้นเส้นพูดขึ้น

“ก็อยากจะดีใจอยู่หรอกแต่มันยิ้มไม่ออกเพราะไม่รู้จะทำยังไงนี่สิ คดีเก่าก็ยังเคลียร์ไม่เรียบร้อยคดีใหม่ก็มาอีก”

“คดีเก่าอะไร?” วุ้นเส้นถาม

“ก็คดีที่พวกเธอใส่ความฉันว่าฉันไปจูบกับลิลลี่ไง”

“อ๋อแค่นี้เองเดี๋ยวเราเคลียร์ให้” เจนี่พูดอย่างไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไร

 

แค่นี้? พูดได้ไงแค่นี้ นี่มันอาจจะดับชีวิตของฉันไปได้เลยนะTT

 

“เดี๋ยวเรื่องลิลลี่เราเข้าไปเคลียร์ให้ส่วนเรื่องแพรบีก็ตามไปเคลียร์ต่อเองนะอันนี้เราสองคนคงช่วยอะไรได้ไม่มาก”

 

พูดจบคู่ซี้รักยมก็เดินไปหาเป้าหมายสาวหน้าหมวย

 

“ว่าไงอิหมวยหึงแรงจริงนะแก” เจนี่เอ่ยทักเพื่อนสาวที่กำลังนั่งทำหน้าบูดหน้าเบี้ยวอยู่ตรงริมน้ำ

“อะไรมองหน้าฉันแบบนี้ทำไม หรือผิดหวังว่าคนที่เดินตามมาไม่ใช่บี”

“เปล่า”

                ศิรินกล่าวปฏิเสธพลางผินหน้าไปทางอื่น

                “โกหกไม่เนียนไปเรียนมาใหม่ค่ะ” เสียงของวุ้นเส้นที่เพิ่งเดินตามมาพร้อมกับแขกคนสำคัญของงานเอ่ยขึ้น

                “อย่าเพิ่งมองหน้าน้องอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อแบบนั้นสิ” วุ้นเส้นพูดเมื่อเห็นศิรินจ้องลิลลี่อย่างไม่วางตา

                “พามาทำไม”

                “พามาอธิบายไงเพราะถ้าฉันกับอิเจี๊ยบพูดแกก็คงไม่เชื่อหาว่าฉันสร้างเรื่องเพื่อช่วยบี”

                “ลิลลี่จ๊ะอธิบายเรื่องของลิลลี่กับบีให้อิหมวยเพื่อนพี่ฟังหน่อย” เจนี่หันไปพูดกับลิลลี่

                “เอ่อ...คือลิลลี่กับพี่บีเราสองคนไม่มีอะไรกันแล้วลิลลี่ก็ไม่ได้คิดอะไรกับพี่บีที่ลิลลี่ทำไปและพูดไปทั้งหมดมันคือแผนของพี่พลอยแล้วก็คนอื่นๆที่อยากทำให้พี่คริสหึงพี่บีเพื่อให้รู้และยอมรับหัวใจตัวเองแล้วก็เพื่อช่วยให้พี่คริสกับพี่บีเข้าใจกัน”

                “นี่พวกแกสองคนไปบังคับขู่เข็ญล่อลวงอะไรน้องเขามาให้ทำเรื่องชั่วๆแบบนี้”

                “ให้มันน้อยๆหน่อยฉันไม่ได้บังคับแค่ไปขอความร่วมมือ แล้วถ้าไม่ใช้แผนชั่วๆพวกแกสองคนก็คงไม่ได้กันหรอกแกควรขอบคุณฉันและคนอื่นๆนะ  ส่วนเรื่องบีกับแพรแกก็เคลียร์ดีๆล่ะอย่างอนให้มากเดี๋ยวบีจะเบื่อเอา” เจนี่พูดจบก็เดินออกไปพร้อมกับลิลลี่และวุ้นเส้นแล้วปล่อยให้น้ำทิพย์ที่ซุ่มดูอยู่หลังต้นไม้ออกมาหาศิริน

                “คริส...คือเรื่องแพรบียอมรับนะว่าบียิ้มให้เขาจริงแต่บีไม่ได้คิดอะไรด้วย ส่วนเรื่องที่เขามาหอมแก้มคือบี..ไม่”

                “ไม่ต้องอธิบายแล้วบี”

                “ก็ถ้าคริสยังโกรธและไม่เข้าใจบีอยู่บีก็ต้องอธิบาย”

                “คริสมันงี่เง่าเอง คริสรู้ว่าบีไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้วก็รู้ว่าบีไม่ได้ตั้งใจจะให้เขามาหอมแก้ม แต่คริสก็ยังงี่เง่าโกรธแล้วก็งอนบี  คริสมันขี้หึง ขี้งอนแล้วก็ขี้น้อยใจ บีอย่าเบื่อคริสเลยนะคริสสัญญาว่าจะหึงให้น้อยลง งอนให้น้อยลง น้อยใจให้น้อยลงแล้วก็ทำตัวงี่เง่าให้น้อยลงแต่บีอย่าเพิ่งเบื่อคริสนะๆๆ”

                ศิรินออดอ้อนพร้อมน้ำตาคลอเพราะคำว่าบีจะเบื่อเอาของเจนี่มันดังก้องในโสตประสาทหูของเธอและเธอก็กลัวว่าน้ำทิพย์จะเบื่อเธอขึ้นมาจริงๆ

                “นี่กลายเป็นว่าคริสมาง้อบีหรอ?” น้ำทิพย์พูดขำๆ “บีไม่มีวันเบื่อคริสได้หรอกต่อให้คริสจะทำตัวงี่เง่าขี้งอนขี้น้อยใจแค่ไหนเพราะว่าบีรักคริส และบีก็อยากให้คริสมั่นใจในตัวบีว่าบีจะไม่รักใครนอกจากคริส บีรักคริสนะ รักมากๆด้วย”

                “บีใช้คำว่ารักเปลืองไปมั้ย” ศิรินปาดน้ำตาที่คลอออกแบบลวกๆแล้วยิ้มให้คนตรงหน้า

                “ก็บีรักคริสหนิ บีกลัวจะไม่ได้บอกรักคริสแล้วบีก็อยากให้คำว่ารักของบีมันทดแทนกับเวลาที่เสียไปเจ็ดปีของเรา”

                “คริสก็รักบีนะรักมากๆเหมือนกัน”

                “บีรักคริส”

                “.....”

                “รัก”

                “.....”

                “รัก”

“.....”

                “รัก”

                “.....”

                “รัก”

“.....”

                “รัก”

                “พอแล้วบีคริสเขินจะแย่แล้ว”

                “รักนะ ฟอด” น้ำทิพย์ขโมยหอมแก้มซ้ายศิริน

                “รักนะคนขี้งอน ฟอด” และต่อด้วยแก้มขวา

                “รักนะคนขี้น้อยใจ ฟอด” ต่อด้วยหน้าผาก

                “รักนะคนขี้หึง” น้ำทิพย์งับจมูกศิรินเบาๆแล้วเลื่อนมาตรงริมฝีปาก

                “รักนะคนดีของบี” พูดจบเธอก็กดจูบลงบนริมฝีปากอุ่นๆ

                “อื้ม..” ศิรินครางแล้วผละออกจากจูบพลางหอกหายใจแฮกๆ “บีนี่จูบเก่งจังไปหัดมาจากไหน” ศิรินพูดพลางเช็ดปากตัวเองที่โดนจูบจนปากแทบเปื่อย

                “ของอย่างนี้ก็ต้องมีเรียนรู้กันบ้าง”

                “ไปเรียนรู้กับใครมาหรอคะคุณน้ำทิพย์?”

                “เอ่อ..คือก็ศึกษาตามภาคทฤษฎีจากยูทูปและก็มาลองฝึกภาคปฏิบัติกับคุณศิรินไงคะ”

                “แน่ใจหรอคะ?”

                “แน่ค่ะ”

                “ถ้างั้นก็แล้วไปอย่าให้รู้นะว่าแอบไปฝึกกับกิ๊กที่ไหนจะตามไปเผากิ๊กถึงที่”

                “ว่าที่เมียโหดบีนี้บีไม่กล้าหรอกค่ะ” น้ำทิพย์พูดเบาๆในลำคอตอนที่ศิรินผินหน้าไปทางอื่น

                “บีว่าไงนะคะคริสได้ยินไม่ถนัด”

                “อ๋อเปล่าค่ะ..บีแค่จะชวนคริสไปเที่ยวในเมือง”

                “ไปได้หรอแล้วพี่เต้จะไม่ว่าเอาหรอ”

                “ไม่ว่าเพราะพี่เต้ไม่รู้ เพราะเราจะแอบหนีไปได้กัน

 

                ป๊าปเข้าให้

 

                อยู่ดีไม่ว่าดีหาแผลให้ตัวเองอีกน้ำทิพย์เอ้ย  TT

 

                “ทะลึ่ง”

                “ว่าบีทะลึ่งแล้วคริสล่ะไม่ทะลึ่งหรอเมื่อเช้าตอนคริสอาบน้ำบีได้ยินเสียงคริสแอบครางด้วยล่ะทำอะไรอยู่หรอ”

                “ไอ้บ้า!

                ความเหนียมอายพุ่งขึ้นจนปรอทแทบแตกใบหน้าใสๆออกสีจนเห็นได้ชัด

                “จะไปก็รีบไปก่อนที่คริสจะเปลี่ยนใจไม่ไปด้วย” ศิรินเดินหน้างุยนำไป

                “คริส”  น้ำทิพย์เรียกศิรินก่อนที่เธอจะหันกลับมา

                “สรุปทำอะไรอยู่หรอ” รอยยิ้มกวนประสาททำให้ศิรินรู้สึกอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนีเธอไม่ตอบโต้อะไรน้ำทิพย์แล้วรีบเดินนำไป

                หลังจากเดินหนีน้ำทิพย์มาได้สักระยะนึงน้ำทิพย์รีบวิ่งตามมาดูเหมือนว่าเธอจะล้อคนหน้าหมวยเยอะไปหน่อยดูสิไม่หันมามองหน้าเธอเลย  น้ำทิพย์คว้ามือศิรินไว้แล้วพูด “คริสหันมามองหน้าบีหน่อยสิ”

                “ไม่”

                ไม่ใช่ไม่อยากมองแต่มองไม่ได้มันอายโว้ยยยยยยย งืออออ  TT

                “ถ้าไม่มองงั้นบีจะบอกเรื่องสำคัญกับคริสได้ไง”

                “อะไร” ศิรินเงยหน้าหันไปมองคนร่างสูง

                “บีจะบอกว่าเดินไปทางหน้าบ้านไม่ได้เดี๋ยวถูกจับได้ต้องเดินไปทางหลังสวนทางที่เราเดินผ่านกันมาอ่ะ”

                “แล้วทำไมเพิ่งบอก - - ”

                “ก็คริสเดินไม่รอบีเลยนี่”

                “ไม่รู้ล่ะคริสขี้เกียจเดินย้อนกลับไปแล้วบีต้องให้คริสขี่หลัง”

                “ห้ะ”

                “ไม่ต้องห้ะหันหลังมาหรือจะต้องให้คริสโมโห”

                “จ้าๆว่าที่เมียของบี”

                น้ำทิพย์ย่อตัวลงแล้วให้คนหน้าหมวยขึ้นมาขี่หลังเธอก่อนจะใช้แขนทั้งสองข้างเกี่ยวขาศิรินไว้ส่วนศิรินก็ใช้แขนคล้องคอไปทางด้านหน้าน้ำทิพย์พลางซุกใบหน้าเข้าตรงต้นคอ

                “นิ่มเหมือนกันนะเนี่ย” คนขี้แหย่เอ่ยแซว

                “อย่าทะลึ่ง”

                “ทะลึ่งอะไรบีหมายถึงแก้มคริสเนี่ยนิ่มดีจัง คริสคิดว่าบีหมายถึงอะไรหรอ”

                “ไม่ต้องพูดมากเดินไปเลย”

 

                หลังจากเดินมาได้ครึ่งทางความเมื่อยล้าก็เข้ามาเล่นงานน้ำทิพย์

                “หนัก”

                “ว่าคริสอ้วนหรอ”

                “เปล่า..ไม่ใช่บีแค่เมื่อยTT

                “อย่าบ่นเดินไป”

                และน้ำทิพย์ก็ฝืนสังขารตัวเองเดินมาถึงรถกระบะเปิดท้ายที่วางฟางหญ้า

                “รบกวนหน่อยนะคะคุณลุง” น้ำทิพย์ฉีกยิ้มกว้าง

                “จะไม่เป็นไรแน่หรอครับคุณบี ลุงกลัวว่าผู้ใหญ่กับคุณเต้เข้าจะว่าเอา”

                “ถ้าเราไม่บอกก็ไม่มีใครรู้ ถือว่าช่วยบีหน่อยนะคะบีขอ”

                ลุงเจ้าของรถทำหน้าลำบากใจแต่พอเห็นสายตาเว้าวอนของน้ำทิพย์ก็ใจอ่อน

                “ก็ได้ครับ ถ้างั้นเชิญคุณบีกับคุณคริสขึ้นรถเลยครับ”

 

สายลมพัดโชยร่างของสองสาวที่นั่งอยู่บนฟางหญ้ากองใหญ่ท้ายรถกระบะบริเวณติดกับกระจกรถของคนขับผมถูกพัดจนยุ่งเหยิงแต่ก็ไม่ได้ทำให้ทั้งคู่ดูน่าเกลียดกลับเป็นสเน่ห์ให้ทั้งคู่เสียอีก สายตาทอดยาวมองท้องนาเขียวขจีกลิ่นไอสาบโคลนลอยเข้าจมูกทำให้เข้าถึงบรรยกาศท้องทุ่ง สภาพอากาศช่วงเที่ยงกว่าควรจะร้อนแต่เหมือนกับวันนี้ท้องฟ้าเต็มใจไม่สาดแสงอาทิตย์ลงมาเลยทำให้อากาศที่ควรจะร้อนเย็นสบาย ดอกหญ้าพัดปลิวไหวผืนน้ำไหลไปตามลำธารมันดูสงบและสร้างความอบอุ่นสบายใจให้กับทั้งคู่

“โรแมนติกจังเหมือนในละครเลย” ศิรินยิ้มตาหยีๆให้น้ำทิพย์

“แต่บีว่าไม่เหมือนนะมันขาดอะไรบางอย่างไป”

“อะไร?” ศิรินทำหน้าฉงนพร้อมทั้งเอียงคอ

น้ำทิพย์กระตุกยิ้มมุมปากทีนึงแล้วตอบ “ก็ขาดนี่ไง” เธอโน้มตัวไปหาร่างของศิรินใช้มือข้างนึงประคองศีรษะของศิรินจากทางด้านหลังไว้เพื่อให้ถนัดต่อการจูบ  ริมฝีปากบางแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นเข้าไปฉกฉวยชิมความหวานจากริมฝีปากเล็กๆอย่างไม่รู้จักเบื่อเหมือนเธอกำลังเข้าไปถึงสัจธรรมแห่งการจูบ เธอค้นพบด้วยตัวมันเองว่าไม่ว่าจะจูบคนตรงหน้ากี่ครั้งเธอก็ไม่เคยแม้แต่จะเบื่อเลย ยิ่งจูบรสชาติความหวานยิ่งเพิ่มขึ้นไม่เคยลดน้อยลง  ความรู้สึกมันปั่นป่วนภายในเหมือนจะทรมาณแต่มันกลับเปี่ยมไปด้วยความสุข แต่ก่อนใครหลายคนเคยบอกกับเธอว่าการจูบมันเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการแสดงความรัก แต่สำหรับเธอแล้วเธอไม่คิดอย่างนั้นเธอคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความต้องการความลุ่มหลง เป็นอำนาจฝ่ายต่ำในจิตใจมนุษย์ที่กำลังโหยหาอะไรบางอย่างเพื่อระบายอารมณ์ของตัวเองและทุกอย่างก็จะถูกยุติลงเมื่อความโหยหานั้นหมดไป   แต่ในวันนี้ความคิดของเธอได้เปลี่ยนไปเธอยอมรับว่าครั้งแรกที่เธอจูบศิรินมันเต็มไปด้วยความโหยหาความต้องการของอำนาจฝ่ายต่ำและความหลงแต่พอเธอตัดมันออกไปมันทำให้เธอพบว่าเธอกำลังจูบผู้หญิงตรงหน้าที่ชื่อศิรินด้วยความรักอันบริสุทธิ์

เวลาผ่านไปเนิ่นนานพอสมควรแก่การจูบน้ำทิพย์ผละตัวออกมาเพื่อให้คนหน้าหมวยได้พักหายใจพร้อมส่งยิ้มบางให้แววตาเปี่ยมไปด้วยความรักความอบอุ่น

“จูบเก่งขึ้นอีกแล้วนะ”

“คู่ซ้อมดีก็แบบนี้ล่ะ”

“นี่เห็นคริสเป็นคู่ซ้อมหรอ?”

“ใช่เป็นคู่ซ้อม แล้วก็เป็นคนรัก เป็นหัวใจของบี เป็นความสุขของบี เป็นทุกอย่างในชีวิตบี”

น้ำทิพย์พูดจูบก็รวบตัวศิรินมาโอบกอด

“เลี่ยนอ่ะไปจำมาจากบทละครเรื่องไหน”

“เรื่องบีน้ำทิพย์รักคริสหอวัง”

“ชื่อเรื่องเห่ยมากอ่ะ”

“โฮ่คริสแรงอ่ะ”

“มาคริสตั้งให้”

“ชื่อไร”

“คริสหอวังรักบีน้ำทิพย์”

“มันต่างกันตรงไหนเนี่ยคริส ฮ่าๆ”

น้ำทิพย์ขำแล้วลูบผมของคนรักก่อนจะมองไปเบื้องหน้าชมวิวทิวทัศน์ปล่อยให้สายลมและบรรยากาศพัดพาความรู้สึกส่งผ่านถึงกัน

 

เมื่อมาถึงในเมืองทั้งคู่ได้แยกจากลุงคนขับรถโดยตกลงกันว่าบ่ายสามโมงหลังจากลุงเอาของไปส่งลูกค้าเสร็จจะมารับทั้งคู่กลับ 

“บี..คริสอยากได้อันนั้นอ่า” ศิรินทำสายตาออดอ้อนน้ำทิพย์เมื่อเห็นสายไหมก้อนโตหลากหลายสีถูกเสียบไม้ไว้อยู่

“เดี๋ยวฟันพุ”

“คริสโตแล้วนะบีไม่ใช่เด็ก”

“โตแล้วงั้นก็กินไม่ได้สิเพราะนี่มันขนมของเด็ก”

“งุ้ยบีอ่า  คริสงอนแล้วนะ” พูดจบศิรินก็เดินบึ่งๆไปทางอื่นทิ้งให้น้ำทิพย์อยู่ร้านสายไหมคนเดียว

 

“ขอสายไหมสีชมพูอันนึงค่ะ” น้ำทิพย์พูดกับคนขายก่อนจะจ่ายเงินแล้วเดินตามศิรินไป

 

“อ่ะ”

สายไหมสีชมพูถูกส่งให้คนขี้งอน

“ไม่กิน”

 

 

เมื่อเห็นคนรักของตัวเองเงียบไปศิรินเกิดกลัวขึ้นมาว่าเธอกำลังงอนน้ำทิพย์มากเกินไปเลยทำให้อีกฝ่ายขี้เกียจจะง้อแล้วหนีเธอไปเธอจึงรีบหันไปมองหาน้ำทิพย์แต่เมื่อหันไปแล้วเธอก็พบว่าน้ำทิพย์ยังคงนั่งอยู่ข้างๆเธอแต่ที่ทำให้เธอรู้สึกเขินจนแทบอยากจะระเบิดตัวเองทิ้งก็คือน้ำทิพย์ยืนหน้าเข้ามาพร้อมกับคาบสายไหมก้อนเล็กๆซึ่งเมื่อเธอหันไปปากของเธอก็งับมันเข้าไปพอดิบพอดี  สายไหมละลายอย่างรวดเร็วลิ้นน้ำทิพย์ตวัดเข้าไปชิมรสสายไหมในโพลงปากของศิริน ศิรินรีบผละตัวออกมาก่อนที่เธอเองจะหักห้ามใจไม่อยู่

“บีนี่มันกลางห้างนะ”

ศิรินพูดแล้วหันไปมองรอบๆโชคยังดีที่เธออยู่ผู้คนไม่พลุกพล่านและที่สำคัญคนที่นี้ไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกับเหล่าดาราเซเลปซักเท่าไหร่เพราะส่วนคนที่นี่ก็ทำแต่งานและก็งานจึงไม่มีเวลาสนใจสิ่งเรื่องพวกนี้จะมีก็แต่เด็กวัยรุ่นบางกลุ่มเท่านั้นที่ว่างไม่มีอะไรจะทำหรือมีแต่ก็ให้ความสนใจกับเรื่องเหล่านี้ไปด้วย   แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ต้องระวังพวกปาปารัสซี่ที่คอยแฝงตัวมาในรูปแบบอย่างดีหน่อยก็ลูกค้า พนักงานห้าง  หรือแบบทุ่มเทให้กับอาชีพตัวเองสุดๆก็ปลอมตัวมาเป็นคนเก็บขยะ คนทำความสะอาด หรือแม้แต่หลบซ่อนตัวอยู่ตามซอกผนังไปจนถึงไรฝุ่นก็มีอยู่มาก

 

กรี๊ดๆๆๆ!

 

เสียงกรี๊ดกร๊าวทำให้ทั้งคู่หยุดบทสนทนาตัวเองลงแล้วหันไปหาเสียงนั้น  เด็กวัยรุ่นอายุประมาณสิบหกสิบเจ็ดปีสามคนเดินตรงเข้ามาหาน้ำทิพย์และศิรินพลางขอถ่ายรูป

“พี่บีพี่คริสคะขอถ่ายรูปหน่อยได้มั้ยคะ”

“อ๋อได้ค่ะ” ศิรินตอบแล้วรับมือถือจากแฟนคลับมาเพื่อจะถ่ายรูป

“ไม่ใช่ค่ะพี่คริสไม่ได้ถ่ายคู่กับหนู  หนูจะให้พี่คริสถ่ายคู่กับพี่บีค่ะ”

ศิรินทำตามอย่างงงๆ  เธอส่งยิ้มห้องกล้องนิดๆก่อนจะหามุมกล้องในขณะที่ศิรินกำลังกดถ่ายน้ำทิพย์ก็นึกสนุกขึ้นและเข้าไปหอมแก้มฟอดนึง

เสียงกรี๊ดเกรียวกราวดังขึ้นอีกครั้งทันทีที่ริมฝีปากน้ำทิพย์สัมผัสใบหน้าเนียนๆของสาวหน้าหมวย ก่อนที่สาวหน้าหมวยจะรีบผละออกมาด้วยความเขินอายหัวใจแฟนคลับแทบละลายเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าราวกับพวกเธอกำลังจะได้ไปนิพพานอย่างไงอย่างนั้น

“บีคริสคือนิพพาน”

“กูบรรลุสัจจะธรรมอันสูงสุดของการชิปแล้ว ฮือออ”

เสียงหวีดตามด้วยเสียงกรี๊ดต่อเนื่องศิรินก็ได้แต่ลูบแก้มตัวเองเบาๆพลางก้มหน้าลงงุดๆ    น้ำทิพย์เห็นท่าทางขัดเขินของศิรินแล้วก็แอบอมยิ้ม  ก่อนจะหันไปบอกลาแฟนคลับตัวน้อยๆแล้วพาศิรินออกมาจากตรงนั้น

“โกรธหรอคะ  หืม?” เธอว่าพลางยื่นหน้าเข้าไปหาศิริน

“ไม่ต้องเลยทำอะไรไม่ปรึกษากันก่อน”

“จะหอมแฟนตัวเองนี่ต้องปรึกษาด้วยหรอ?”

“อย่ามายอกย้อน  ถ้าเป็นข่าวขึ้นมาจะทำยังไง”

“ก็ไม่ทำไงบีก็คงตอบนักข่าวไปว่าคริสเป็นแฟนของบี”

“ยังจะมาเล่นอีก”

เพี้ย

“โอ๊ยเจ็บๆคริสใจร้ายอ่า”

“ตอบแบบนั้นได้ที่ไหนเล่าบีก็รู้อยู่”

น้ำทิพย์รู้ความหมายโดยนัยของศิรินดีว่าเธอต้องการจะสื่อถึงอะไร

“เอาน่าๆไม่ต้องคิดมากเพื่อนที่ไหนเขาก็เล่นกันแบบนี้ทั้งนั้นล่ะ”

 

เหมือนจะลืมส่วนขยายประโยคที่จะอธิบายว่าคนอื่นเขาไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเราคบกันรู้แค่เพียงว่าเป็นเราสองคนเป็นเพื่อนกันเพราะฉะนั้นถ้าจะเล่นหอมแก้มกันก็ไม่น่าแปลกอะไร

 

“อืม...ใช่เพื่อนที่ไหนเขาก็เล่นกันแบบนี้ล่ะ”

 

นั่นไง ลืมส่วนขยายประโยคทีชีวิตนี่เปลี่ยนเลยTT

 

“งั้นคริสลองไปหอมแก้มเพื่อนคริสมั่งดีมั้ยนะ?”

“ไม่!

น้ำทิพย์รีบตอบแทบจะทันที

                “ทำไมล่ะเพื่อนที่ไหนเขาก็เล่นกันแบบนี้ไม่ใช่หรอ”

                “แต่คริสเล่นไม่ได้!

“ทำไมอ่ะ  คริสอยากลองเล่นบ้างหนิหอมแก้มกัน จับนู่นจับนี่กัน จูบกัน น่าสนุกดี”

“คริสพอแล้วบีหึง”

“เพื่อนกันเขาไม่หึงกันนะบี”

“ก็เพราะคริสไม่ใช่เพื่อนแต่เป็นเป็นว่าที่ศรีภรรยาในอนาคตของบีไงบีถึงได้หึง”

“หรอคะ”

 

ตอบสั้นๆแล้วก็เดินจากไป.......

 

คือ?  อธิบายให้น้ำทิพย์ฟังด้วยค่ะ

 

เกิดมาเป็นบีน้ำทิพย์นั้นแสนเศร้านี่ขนาดเพิ่งคบกันเองนะเนี้ยTT

 

น้ำทิพย์รีบสาวเท้าตามศิรินไปแต่เมื่อเดินออกมาจากห้างก็ไม่พบศิรินซะแล้วเธอเหลือบดูนาฬิกาข้อมือตัวเองบอกเวลาบ่ายสองโมงครึ่ง   ตายห่าล่ะ! เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมง  เธอรีบกวาดสายตามองหาศิรินความเป็นห่วงเริ่มเกาะกุมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ยิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าศิรินเป็นคนขี้ลืมขนาดไหนยิ่งทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วง  ขนาดเดินอยู่ในบริษัทยังหลงบ่อยๆนี่อยู่ข้างนอกคงไม่หลงตายห่าเลยหรอ? 

เวลาล่วงเลยผ่านไปเหลือแค่สิบห้านาทีน้ำทิพย์ก็ยังไม่พบศิริน  เธอเดินสำรวจค้นหาถามไถ่คนระแวกนี้ไปเรื่อยๆจนได้ข้อมูลว่าเห็นผู้หญิงสวยๆหน้าหมวยตัวสูงท่าทางดูเหมือนกับคนหลงทางเดินไปตามริมถนน

ขายาวก้าวฉับไวพลางกวาดสายตามองไปทั่วอย่างกังวลใจและเธอก็ได้พบกับคนรักกำลังยืนทำหน้างงๆกับชีวิตตรงถนนอีกฝาก

 

ชัดเจน

 

เธอกำลังหลง

 

ขาเรียวยาวรีบเดินข้ามถนนโดยไม่ทันระวังรถที่กำลังขับผ่าน ปรี๊น! เสียงบีบแตรดังลั่นทำให้ศิรินหันกลับมาดูแล้วพบว่าน้ำทิพย์กำลังถูกรถพุ่งเข้าใส่

“บี!!

ร่างสูงเซถลามายังขอบถนนศิรินจึงรีบเข้าไปพยุงตัวให้น้ำทิพย์ไว้

“บี! บี! เป็นบ้าง!

“บีไม่เป็นไรขาบียาวก้าวหลบทัน^^” น้ำทิพย์พูดขำๆ “โอ๊ย! ตีบีทำไมบีเจ็บนะ”

“คนเขาเป็นห่วงยังจะมาทำเป็นเล่นอีก”

“นี่ห่วงหรือจะฆ่าบีกันแน่ตีบีซะแรงเลย รู้งี้น่าจะปล่อยให้โดนรถชนซะได้ก็ดีจะได้ไม่โดนคริสทำร้าย  โอ๊ย!เจ็บๆ ตีบีอีกแล้วคริสใจร้ายอ่ะ”

“ก็บีชอบปากเสีย”

“แค่ล้อเล่นน่า บีไม่ตายง่ายๆเพราะไอ้รถกระป๋องพวกนี้หรอกถ้าบีจะตายนะบีขอตายคาอกว่าที่เมียอย่างคริสดีกว่า”

“เดี๋ยวเถอะยังจะเล่นอีก”

“ไม่ได้เล่นบีพูดจริง”

“ไม่ต้องพูดมากลุกขึ้นเดี๋ยวคริสช่วยพยุง”

หลังจากน้ำทิพย์ลุกขึ้นมาสายตาเธอก็เหลือบไปเห็นรถที่ขับเชี่ยวเธอไปเมื่อสักครู่ขับวนกลับมาด้วยความเร็วสูงก่อนจะพุ่งตัวมายังที่ที่เธอกับศิรินยืนอยู่

“คริสระวัง!!

ศิรินยังคงยืนเหวอกับเหตุการณ์ตรงหน้าน้ำทิพย์เข้าไปกอดคนรักไว้แน่นเพื่อเป็นเกาะกำบัง ในช่วงรถพุ่งเข้ามาใกล้ตัวเพียงเสี้ยววินาทีน้ำทิพย์ดึงร่างของตัวเองและศิรินหลบรถคันนั้นจนทำให้เธอเสียหลักก่อนที่ร่างเธอจะสัมผัสพื้นแข็งเธอพลักร่างของศิรินมาไว้บนตัวเธอแล้วใช้ร่างตัวเองเป็นเบาะรองให้

ตุบ

ความจุกแล่นไปทั่วท้องและหลังเธอสัมผัสได้ถึงของเหลวชื้นแฉะตรงบริเวณข้อศอกพร้อมทั้งความรู้สึกแสบจนชา

“บี เลือด!

ศิรินพละตัวออกมาเมื่อมือของเธอไปสัมผัสโดนเลือดของน้ำทิพย์

“บ...บีไม่เป็นไร”

เสียงสั่นด้วยความจุกยันให้ตัวเองลุกขึ้นมาพร้อมกับศิริน เธอจับข้อศอกตัวเองไว้เพื่อห้ามเลือด

 

“ฉิบหายยังไม่ตายอีกหรอวะ” ผู้ชายคนนึงเดินลงจากรถมาเพื่อมาดูผลงานของตัวเอง

“ไอ้สังมันทำเชี้ยไรวะนายสั่งแค่ขู่ไม่ได้ให้ฆ่า” ชายร่างถ้วมที่เดินตามลงมาพูดขึ้น

“กูจะแก้แค้นที่ไอ้ผู้หญิงคนนั้นมันโยนแหวนกูลงน้ำ”

“ถ้านายรู้ว่ามึงทำนอกเหนือคำสั่งมึงตายแน่”

“มึงอย่ามาปอดแหกไอ้เอก ถ้ามึงกับกูไม่พูดนายก็ไม่รู้หรอก”

 

บทสนทนาของทั้งคู่น้ำทิพย์ได้ยินมันอย่างชัดเจนพร้อมทั้งชายสองคนน้ำทิพย์ก็จำได้อย่างทันทีที่หันไปมอง

 

“ใครสั่งพวกมึงมา!

น้ำทิพย์ทำเสียงเกี้ยวกราดอย่างไม่เกรงกลัวใดๆแล้วเดินไปหาชายทั้งสองคน

“ใครจะสั่งก็เรื่องของพวกกูอย่าเสือก”

“กูถามว่าใครสั่งมึงมา!

น้ำทิพย์เดินไปกระชากคอเสื้อคนที่ชื่อสังจนเม็ดกระดุมแทบขาดออกจากกัน  นายสังสังเกตุเห็นข้อศอกน้ำทิพย์บาดเจ็บจึงใช้มือของตัวเองเข้าไปจับและบีบแผลจนเลือดที่ว่าไหลมาอยู่แล้วไหลมากกว่าเดิม น้ำทิพย์ร้องด้วยความเจ็บปวดศิรินไม่อาจทนเห็นคนรักทนทรมาณได้จึงวิ่งเข้ามาแล้วพยายามจะแกะมือของนายสังออก

“ปล่อยบีนะ ปล่อย!

เธอทุบตีนายสังอย่างไม่ยั้งมือเพื่อตัดความรำคาญนายสั่งจึงใช้มือข้างที่ว่างตบหน้าศิรินไปอย่างแรงจนศิรินเซล้มลง  นายสังเห็นแววตาแห่งความเป็นห่วงและเจ็บปวดของน้ำทิพย์ที่ส่งผ่านถึงศิรินเขาจึงนึกสนุกเปลี่ยนเป้าหมายโดยผละมือออกจากน้ำทิพย์

“จำไว้เป็นผู้หญิงอย่ามาทำห้าว”

เขาเดินตรงไปยังเป้าหมายใหม่นั่นคือศิริน

“ดูท่าจะเป็นห่วงกันมากเลยเนาะ”

เขาพูดแล้วกระชากตัวศิรินขึ้นมาและผลักให้เธอเซล้มลงไปอีก

“คริส!!

น้ำทิพย์ร้องเสียงหลงพลางกำมือตัวเองแน่น

“ไอ้สังพอแล้วมึงเดี๋ยวก็ตายกันพอดี”

“ถ้ามึงกลัวก็อยู่เงียบๆไปเลยไอ้เอกอย่ายุ่ง!

“กูเคยบอกมึงแล้วไงว่าอย่าเอามือสกปรกมาจับผู้หญิงของกู”

เสียงนิ่งเฉียบที่คนฟังยังต้องเสียวสันหลังเอ่ยขึ้น นายสังหันไปมองน้ำทิพย์ที่เลือดไหลเลอะไปทั่วแขน

ไม่รอให้นายสังเอ่ยอะไรต่อน้ำทิพย์เข้าไปซัดจนนายสังอ่วมไปทั้งตัว ร่างของนายสังกระแทกลงกับพื้นพร้อมกับเพื่อนอีกคนเสียงลมหายใจโรยรินฟังดูแล้วไพเราะเสนาะหูสำหรับน้ำทิพย์ เธอใช้ปลายเท้าเขี่ยดูร่างของทั้งคู่ว่ายังพอมีสติตอบคำถามเธอหรือไม่

“นี่หรอวะสภาพของคนที่ทำมาปากดีกับกูเมื่อกี้ ถุย”

เธอว่าพลางถุยน้ำลายใส่หน้า

“บอกมาใครเป็นคนสั่งพวกมึงมา”

น้ำทิพย์ถามพลางเหยียบกระแทกไปบนตัวของนายสัง

“ม...ไม่...ระ...รู้”

“ไม่รู้งั้นหรอ?”

เธอกระแทกเท้าย้ำไปบนตัวของนายสังอีกครั้งพร้อมทั้งจิกผมขึ้นมาแล้วกระแทกลงกับพื้นอย่างแรง

“ปล่อยพวกเราไปเถอะพวกเราไม่รู้จริงๆเรารู้แค่ว่าคนที่สั่งให้เราทำเป็นผู้ชาย”

เสียงเพื่อนข้างๆที่สภาพไม่ต่างจากนายสังพูดขึ้น

“ไอ้เอกไอ้ป๊อดมึงจะบอกมันไปทำไมวะ” นายสังหันไปด่าเพื่อนตัวเองทั้งที่ตายังลืมไม่ขึ้น

 “แน่ใจนะว่าพวกมึงรู้แค่นี้”

“พวกเรารู้แค่นี้จริงๆ ปล่อยเราไปเถอะ”

“งั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะต้องคุยกับเศษสวะอย่างพวกแกแล้วไสหัวไปซะแล้วอย่าให้ฉันเจอแกอีกไม่งั้นแกไม่ได้ตายดีแน่”

น้ำทิพย์เดินกลับมาหาคนรักของตัวเองที่ยังคงตกใจกับเหตุการณ์เบื้องหน้าและเธอก็เชื่อว่าศิรินก็ตกใจเธอไม่แพ้กัน

“กลัวบีหรอคริส”

น้ำทิพย์ถามศิรินที่ยืนตัวสั่นหงกๆเมื่อเธอเดินเข้ามา

 

ใช่กลัว  คริสกำลังกลัวบีจริงๆ

 

“บีขอโทษนะ บีแค่ลงโทษคนผิดที่ไม่ยอมพูดความจริงแรงไปหน่อย”

“ถ้าวันนึงคริสทำผิดขึ้นมาบีจะลงโทษคริสแบบนี้ไหม”

“คริสไปทำความผิดอะไรมาหรอ?”

“เปล่า”

“ถ้างั้นก็ไม่เห็นจะมีอะไรต้องกลัว  และถึงคริสจะทำผิดขึ้นมาจริงๆบีก็ไม่ลงโทษคริสแบบนี้หรอก”

“ถ้าไม่ลงโทษแบบนี้แล้วจะลงโทษแบบไหนหรอ”

“ทำไมคริสดูอยากรู้เรื่องพวกนี้จัง?”

“เปล่าไม่มีอะไรหรอกก็แค่อยากรู้   เลือดที่แขนบีไหลเยอะแล้วมาเดี๋ยวคริสห้ามเลือดให้”

เธอดึงผ้าเช็ดหน้าที่ติดตัวมาเช็ดเลือดให้น้ำทิพย์แล้วก็ใช้พันแผลไว้

“แล้วคริสล่ะเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า”

“ถ้าเทียบกับบีแล้วอย่างคริสไม่เรียกว่าเจ็บหรอก”

ศิรินพูดก่อนจะชวนน้ำทิพย์กลับ

 

น้ำทิพย์กับศิรินเดินมายังจุดที่นัดพบกับลุงคนขับรถไว้แต่ก็ไม่เห็นวี่แววลุงคนนั้นเลย

“หรือลุงคิดว่าเราจะกลับไปแล้วก็เลยไม่ได้รอ” น้ำทิพย์ดูนาฬิกาบ่งบอกว่าทั้งเธอกับศิรินมาช้ากว่าเวลานัดชั่วโมงเศษ  ก็ไม่แปลกถ้าลุงเขาจะคิดว่าทั้งคู่อาจจะกลับไปแล้วเลยขับรถกลับตามไป

“เอาไงดีบี”

“คริสได้เอาโทรศัพท์มามั้ย”

“ไม่ ของบีล่ะ”

“แบตหมด”

บรรยากาศตึงเครียดเริ่มเกาะกุม ทั้งคู่พยายามหาหนทางต่างๆนาๆเพื่อให้ได้กลับไปยังหมู่บ้านและสุดท้ายก็เจอเมื่อเธอพบกับลุงใจดีคนนึงที่อาสาจะไปส่งพวกเธอเพราะเป็นทางผ่านแต่ก็ส่งได้แค่ทางก่อนจะเข้าหน้าหมู่บ้านซึ่งหากน้ำทิพย์กับศิรินจะเข้าไปในหมู่บ้านก็ต้องเดินไปประมาณกิโลกว่าๆ

                แสงแดดอ่อนๆสาดส่องดวงอาทิตย์กำลังลาลับขอบฟ้าบอกเวลาใกล้ค่ำ น้ำทิพย์กับศิรินนั่งอยู่ท้ายรถกระบะในมุมเดิมจากช่วงบ่ายต่างกันก็ที่รถคันนี้เป็นรถขนผักถึงแม้ในตอนนี้จะเหลือเพียงแต่ตะกร้าใส่ก็ตาม

                น้ำทิพย์งอขาขึ้นมาหนึ่งแล้ววางแขนข้างที่เจ็บไว้เพื่อคอยประคองให้ไหล่ว่างเปล่าของตนเพื่อให้ศิรินได้พักพิงพลางใช้มืออีกข้างนึงลูบผมศิรินเบาๆและทอดสายตายาวไปเบื้องหน้า

 

                ตั้งแต่เรากลับมาเจอกันอีกดูเหมือนจะมีแต่เรื่องยุ่งๆนะคริส

 

                ไม่ว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันจะเป็นใครบีสัญญาว่าจะกระชากลากคอมันมาชดใช้บาปของมันที่ทำกับคริสให้ได้

 

                บีจะไม่มีวันยอมให้คริสต้องเผชิญทุกอย่างคนเดียวเพียงลำพังเหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อนอีกแล้ว

 

                “ทำหน้าเครียดอีกแล้วนะบี  ยิ้มหน่อยสิ”

                น้ำทิพย์ฝืนยิ้มแห้งๆให้ศิรินเพื่อให้คนรักสบายใจถึงแม้ความรู้สึกของเธอจะยิ้มไม่ออกเลยก็ตาม

                “ไม่จริงใจ”

                “หืม?”

                “แต่คริสก็เข้าใจถ้าไม่อยากยิ้มก็ไม่ต้องฝืนก็ได้นะบี  ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามความรู้สึกตัวเองเถอะอย่าฝืนเลยนะ”

                “ขอโทษนะที่ทำให้คริสเครียดไปด้วย”

                “ไม่หรอกคริสไม่ได้เครียดอะไรสักหน่อยดูสิยังยิ้มได้อยู่เลย” เธอว่าพลางฉีกยิ้มกว้างจนตาเป็นสระอิให้น้ำทิพย์ดูจนน้ำทิพย์ต้องหลุดขำออกมาให้กับความน่ารักของคนตรงหน้า

                “บียิ้มออกแล้ว” ศิรินยิ้มตาหยีให้อีกครั้ง

                “ก็เพราะคริสยิ้มน่ารักแบบนี้ไงบีถึงยิ้มตาม”

                น้ำทิพย์ดึงจมูกของศิรินอย่างหมั่นเขี้ยว

                “งุ้ย  มาดึงจมูกเค้าทำไมเค้าไม่ได้ใช้จมูกยิ้มสักหน่อย”

                “งั้นบีก็ต้องดึงปากใช้ไหมถึงจะถูก”

                น้ำทิพย์ขยับเข้าไปเชยคางศิรินขึ้นเล็กน้อยอย่างรวดเร็วโดยที่ศิรินเองก็ยังไม่ทันตั้งตัวเธองับไปที่ริมฝีปากล่างพลางดูดเม้มมันด้วยความหมั่นเขี้ยวแล้วจึงผละออกมา

                “ปากคริสเปื่อยหมดแล้วบี”

                “เดี๋ยวกลับไปคืนนี้จะทำให้เปื่อยไปทั้งตัวเลยดีมั้ย”

                “ทะลึ่ง”

                ศิรินแสดงท่าทีขัดเขินเล็กน้อยแล้วทอดสายตามองไปตามทางด้านหน้า น้ำทิพย์ดึงศิรินเข้ามาไว้ในอ้อมกอดพลางลูบผมศิรินแล้วจึงมองดวงตะวันกำลังจะลาลับไป

                รถกระบะคันเก่าดูเหมือนจะพังแหล่ไม่พังแหล่ขับพาทั้งคู่มาถึงทางก่อนจะเข้าหมู่บ้าน ทั้งคู่กล่าวขอบคุณคุณลุงคนขับรถใจดีแล้วจึงเดินตามทางมาเรื่อยๆ

                “ใกล้จะมืดแล้วคริสเดินไวๆหน่อยเดี๋ยวจะมองไม่เห็นทาง”

                “คริสเมื่อยอ่ะ”

                น้ำทิพย์ฟังศิรินพูดคำนี้ตั้งแต่เดินมาได้ไม่ถึงสิบนาทีจนตอนนี้ทั้งคู่เดินมาได้เกือบครึ่งทางแล้ว

                “บีขา~~

                “อย่าทำเสียงแบบนั้นคริส บีใจไม่ดีเลย”

                “ที่รักขา~~

                “ไม่ค่ะ” น้ำทิพย์กล่าวปฏิเสธอย่างรู้ทันว่าอีกฝ่ายกำลังออดอ้อนจะเอาอะไรจากเธอ

                “สามีขา~~

                “ไม่ค่ะภรรยาขา”

                “ไอ้บี!

                “ขึ้นมาเลยค่ะที่รัก ที่รักตัวแค่นี้ผัวจ๋าแบกได้สบายๆ”

                “ก็แค่นั้นล่ะมาลีลา”

                ศิรินบ่นแล้วกระโดดขึ้นหลังน้ำทิพย์  ความปวดแล่นมาตั้งแต่ขาถึงหลังแค่บาดเจ็บจากก่อนหน้านี้ก็เจียนตายแล้ว ไหนจะเดินมาได้ครึ่งกิโลกว่า แล้วไหนจะมาแบกเมียจ๋าอีกผัวจ๋าตายค่ะTT

                “ไหวมั้ยบี”

                ถ้าบีจะตอบว่าไม่ไหวจะได้ไหมล่ะคะTT

                “ไหวค่ะ” ตอบอย่างจำใจTT

                “งั้นก็เดินต่อไปค่ะ”

 

                “บี” ศิรินเรียกพร้อมกระชับกอดน้ำทิพย์ไว้แน่น

                “ว่าไงคะ”

                “ทางตรงนี้เจสซี่เคยเล่าให้ฟังว่ามี......ด้วยล่ะ><

                “มี.....อะไร?”

                “ก็มีนั่นไง”

                “นั่นไหนอ่ะ” น้ำทิพย์กวาดสายตาหาเจ้านั่น

                “ไม่ใช่บี คริสหมายถึงผี”

                “โว้ะแค่ผีบีกลัวที่ไหนถ้าออกมานะบีจะแช่งให้หาทางกลับหลุมศพไม่เจอเลย”

                “ปากเสียอีกแล้วนะ”

                “เรื่องผีไม่ต้องกลัวหรอกมีบีอยู่ทั้งคนปราบผีมากนัดต่อนัดแล้วเก่งกว่าหมอผีซะอีก  เรื่องที่ควรกลัวคือหลังจากที่เรากลับไปถึงบ้านผู้ใหญ่ต่างหากอย่างไงก็คงโดนดุแน่ๆ แค่คิดพี่เกดสวมวิญญานแม่เข้ามาด่าบีก็น้ำตาจะเล็ดแล้วเนี่ย”

                “บีว่าจะมีคนรู้มั้ยว่าเราแอบหนีมาเที่ยวด้วยกัน”

                “คงรู้แล้วแหละ”

               

 

                อีกด้านหนึ่ง

                เป็นไปตามคาดทุกคนรู้เรื่องที่น้ำทิพย์กับศิรินหนีไปเที่ยวกันเรียบร้อยแล้วจากลุงคนขับรถที่พาทั้งคู่ไปส่งในช่วงบ่ายแต่พอจะรับกลับทั้งคู่กลับไม่ได้มาตามเวลานัดลุงคนขับรถจึงคิดว่าทั้งคู่คงกลับมาแล้วจึงไม่ได้รอต่อ

                เมทินี  ชานนท์  และผู้ใหญ่บ้านขับรถออกตามหาอย่างวุ่นวายด้วยช่วงเวลานี้ใกล้ค่ำแล้วอีกทั้งฝนก็จะตก

                นี่มันฉากยอดฮิตในละครชัดๆ

 

 

“บีวางคริสลงได้แล้ว”

“นึกว่าจะไม่ได้ยินคำนี้ซะแล้วTT

“ปากดีงั้นแบกต่อไปเลย”

“ไม่อาววว”

น้ำทิพย์วางศิรินลงแล้วนั่งพักข้างทาง

“แฮกๆ”

“นี่คริสหนักขนาดนั้นเลยหรอ”

ไอ้หนักมันก็ไม่เท่าไหร่หรอกแต่ถ้าให้แบกแล้วต้องเดินมาตั้งไกลขนาดนี้เป็นใครก็ต้องมีล้ากันบ้าง

“ที่เงียบเพราะกำลังแอบบ่นในใจอยู่หรือเปล่า”

แนะรู้อีก คริสญานทิพย์ชัดๆ

“เปล่าๆ รีบเดินต่อกันเถอะจะมองไม่เห็นทางแล้ว”

น้ำทิพย์ว่าพลางเงยหน้ามองฟ้าและหยดฝนก็ตกลงแมะบนหน้าผากของเธอ

 

อะไรจะซวยขนาดนี้วะ

 

“บีฝนตกแล้วทำไงดี”

“รีบเดินกันเถอะ”

น้ำทิพย์จูงมือศิรินแล้วเร่งฝีเท้าเพื่อไปให้ถึงบ้านก่อนที่ฝนจะตกหนักไปกว่านี้แต่ทว่าฟ้าฝนกลับไม่เต็มใจให้ทั้งคู่ได้กลับไปถึงก่อน

ซ่า ซ่า

ฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสายจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า

“ไปหลบฝนใต้ต้นไม้กันเถอะ”

น้ำทิพย์จูงมือศิรินมาใต้ต้นไม้ใหญ่ที่พอจะบังฝนให้ได้บ้าง ทั้งลมทั้งฝนพัดสาดเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อนร่างกายของทั้งคู่เริ่มหนาวสั่น น้ำใสๆแทรกซึมไปในผ้าเช็ดหน้าที่พันแผลน้ำทิพย์ไว้จนน้ำทิพย์รู้สึกแสบขึ้นมา

“ไหวไหมคริส”

“บีต่างหากไหวไหมเจ็บแผลมากหรือเปล่า” ศิรินถามแล้วสำรวจดูแผล

“ไม่ต้องห่วงบีหรอกแผลแค่นี้ไกลหัวใจ”

“คริสบอกแล้วไงอย่าฝืน ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามความรู้สึกตัวเองบอกคริสอีกทีสิว่าเจ็บไหม”

“เจ็บมาก แสบมากด้วย”

น้ำทิพย์ว่าแล้วรวบตัวศิรินเข้ามากอดพลางซุกใบหน้าไปยังไหล่ของอีกฝ่าย ศิรินจึงลูบหลังแล้วกระชัดกอดให้แน่นขึ้น

ทั้งคู่กอดกันเนิ่นนานจนศิรินสังเกตได้ว่าน้ำทิพย์เงียบผิดปกติ

“บี”

เธอกระซิบเรียกเบาๆแล้วผละตัวออกมาประคองน้ำทิพย์เอาไว้

“บีตื่นสิบีอย่าแกล้งคริส”

ใบหน้าซีดเซียวพร้อมกับอุณหภูมิที่ขัดแย้งกับสภาพอากาศภายนอกของน้ำทิพย์ทำให้ศิรินเผลอปล่อยน้ำตา

“ฮึกๆ อย่าเป็นอะไรนะบี  ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย!!” ศิรินตะโกนสุดเสียงถึงมันจะเป็นเพียงความคิดโง่ๆก็ตามแต่มันเป็นสิ่งที่เธอจะทำได้ในเวลานี้คือการเรียกคนมาช่วยแต่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่ความมืดและป่าตลอดสองข้างทางเธอก็ได้แต่หวังว่าจะมีใครหรือรถสักคันบังเอิญผ่านมาแถว

“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย!!!  ฮึกๆช่วยด้วย ฮือ”

“พอแล้วคริสไม่มีใครผ่านมาหรอก”  เสียงแหบพร่าเหมือนไร้เรี่ยวแรงพูดขึ้นทำให้ศิรินรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง

“บีฟื้นแล้ว”

เธอยิ้มจนตาหยีด้วยความดีใจก่อนจะหันไปตะโกนขอความช่วยเหลือต่อ

“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!

“พอแล้วคริสฝนตกหนักขนาดนี้ไม่มีใครออกจากบ้านมาแถวนี้หรอก”

“ต้องมีสิมันต้องมี ฮึกๆ ฮือ” ศิรินพูดแล้วปาดน้ำตาตัวเองก่อนจะหันไปตะโกนต่อ

“ช่วย...อืม” เสียงถูกกลืนหายไปเมื่อถูกริมฝีปากอุ่นๆเพราะพิษไข้ประทับลง

“บอกแล้วไงว่าให้หยุดอย่าดื้อสิเดี๋ยวก็เจ็บคอ”

“แต่”

“ถ้าดื้อบีจะจูบ”

ศิรินยอมเงียบไปแต่น้ำทิพย์กลับดึงเธอมาจูบอีกทำให้เธอผลักคนร่างสูงออกไป

“คริสก็ไม่ได้ดื้อแล้วจะจูบทำไมเนี่ย”

“ให้รางวัล” น้ำทิพย์พูดยิ้มๆแล้วกดจูบลงอีกครั้ง

ทั้งคู่จูบกันเนิ่นนานจนมีแสงสว่างสาดส่องมายังตัวของทั้งคู่  น้ำทิพย์กับศิรินหรี่ตามาองแสงนั้นแล้วก็พบกับเมทินีและชานนท์กำลังถือไฟฉายส่องมายังตัวเธออยู่

“เรื่องนี้ต้องกลับไปอธิบายกันยาว”

เมทินีพูดแล้วพยักเพยิดให้ชานนท์เข้าไปช่วยพยุงทั้งคู่

เมื่อมานั่งบนรถชานนท์ก็ทำหน้าที่ดูแลทั้งคู่ตามที่เมทินีได้มอบหมายโดยการปฐมพยาบาลเบื้องต้นพร้อมทั้งให้ผ้าขนหนูผืนใหญ่ไปห่มให้ร่างกายอบอุ่น

บรรยากาศเงียบเฉียบยิ่งกว่าสภาพอากาศข้างนอกทำให้น้ำทิพย์รู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาแปลกๆไม่ใช่เพราะพิษไข้แต่เป็นเพราะคนที่นั่งอยู่เบาะหน้าเธอ

“บีกลับไปถึงเขียนเรียงความอธิบายเรื่องทุกอย่างมาพร้อมกับเรียงความสำนึกผิดเขียนตัวบรรจงครึ่งบรรทัดห้ามต่ำกว่าห้าสิบหน้า  เฉพาะบี...คริสไม่ต้อง”


นั่นไงวิญญาณแม่สิงแล้ว


“ทำไมบีโดนคนเดียวล่ะคะ”

“จะถามทำไมเดี๋ยวคริสก็โดนด้วยหรอก” ศิรินกระซิบดุน้ำทิพย์เบาๆ

“ไม่ต้องเถียงกันบีเขียนเพิ่มอีกสิบจบส่วนของคริสตามนั้นห้ามถามอะไรอีกถ้าถามจะเพิ่มจบตามตัวอักษรที่พูดเข้าใจนะ”

“ค่ะ” น้ำทิพย์รับคำ

“เพิ่มอีกหนึ่งจบเป็นหกสิบเอ็ดจบ”

“เดี๋ยวค่ะพี่เกดบียังไม่ได้ถามอะไรเลยนะคะ”

“พูดก็ไม่ได้  เพิ่มอีกสิบสี่จบตามตัวอักษรที่พูดเมื่อกี้”


รวมๆแล้วดูมีสเน่ห์เหลือเกิน เอ้ยไม่ใช่รวมๆแล้วทั้งหมดก็เจ็ดสิบห้าจบ TT



------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เขียนวนไปค่ะพี่บีน้องเป็นกำลังใจให้สู้ๆฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  ไรท์เปล่าแกล้งพี่บีนะทุกคนไรท์บริสุทธิ์ใจจริงจริ๊ง

ว่าแต่พี่บีกับพี่คริสนี่จะจูบกันบ่อยไปมั้ยคะปากเปื่อยหมดแล้วมั้ง ฮ่าๆ

ปล.จูบบ่อยๆเดี๋ยวอีกหน่อยก็ได้กัน  ส่วนพี่คริสทำอะไรในห้องน้ำนั้นไรท์จะไม่พูดถึงรีดทุกคนโปรดจินตนาการกันเองตามอัธยาสัยเลยจ้าาาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

346 ความคิดเห็น

  1. #262 Kawhom12399 (@Kawhom12399) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 22:01
    กลับมาต่อนะไรท์ ด่วนๆๆๆๆๆ
    #262
    0
  2. #261 clubbc (@clubbc) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 22:49
    แอบหนีเที่ยวจนโดนลงโทษเลย555 เขียนวนไปค่ะพี่บี
    #261
    0
  3. #260 DAPPY (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 18:16
    ง่ายๆเอาไปซีล็อกซ์
    #260
    0
  4. #259 Niwkoysw (@Niwkoysw) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 12:51
    สรุปก็ยังไม่ได้5555555
    #259
    0
  5. #258 Vanessa thimp (@25082557) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 10:50
    เป็นการลงโทษที่ทำให้รีดหวนคิดถึงตอนสอบตก 555
    #258
    0
  6. #257 NISI_WOO (@NISI_WOO) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 10:48
    55555 สงสารทำไมโดนลงโทษแบบนี้อ่ะ
    #257
    0