ตอนที่ 16 : EP.14 หนังสือ (แก้คำผิดแล้ว)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1544
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    11 ก.ค. 60


“ว่าไงคริสหนังสือเล่นนั้นอยู่ที่ไหน”

“ไม่ได้เอามา”

“จะไม่ได้เอามาได้ไงเจนี่บอกว่าเพิ่งให้ตอนมาที่นี่”

“อ๋อ คริสให้นกพิราบมันบินไปส่งที่กรุงเทพแล้ว”

 

“ - - ”

 

^^

 

“ไม่ตลก”

 

“หนังสืออยู่ที่ไหน” น้ำทิพย์ถามซ้ำอีกรอบแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าคนหน้าหมวยจะตอบเธอจึงถอดใจที่จะถามแล้วก็บังเอิญนึกบางอย่างขึ้นได้ เธอยิ้มมุมปากทีนึงแล้วพูดกับศิริน

 

“ที่นั่นใช่มั้ย”

คงไม่มีที่ไหนจะเก็บหนังสือได้แน่นอกจากในห้องของเธอกับศิริน เมื่อคิดได้ดังนั้นน้ำทิพย์ก็ใช้ขาเรียวยาวก้าวไปยังห้องของเธอโดยไม่รอฟังคำตอนของสาวหน้าหมวย

 

ซวยแล้ว!

 

เมื่อมาถึงน้ำทิพย์ก็รื้อค้นกระเป๋าของศิรินโยนข้าวของออกไปคนละทิศละทางเพื่อหาหนังสือแต่ไม่ว่าจะหายังไงก็หาไม่เจอเธอจึงเปลี่ยนจากกระเป๋าไปยังลิ้นชักต่างๆที่หัวเตียง

 

“มารื้อของคนอื่นแบบนี้ได้ไง”

“ก็ถ้าคริสยอมบอกดีๆบีคงไม่ต้องมารื้อหรอก”

น้ำทิพย์ว่าแล้วก้มหน้าก้มตาหาหนังสือต่อ

 

“บอกว่าไม่มีไง”

“ต้องมีสิ ถามจริงจะหวงอะไรนักหนาแค่หนังสือเล่มเดียว”

 

ก็ถ้ามันเป็นแค่หนังสือธรรมดาๆ ก็คงไม่ต้องหวงขนาดนี้หรอก

 

เมื่อไม่ได้คำตอบจากสาวหน้าหมวยน้ำทิพย์จึงหันมาหาหนังสือต่อโดยกลับมาตั้งต้นที่ลิ้นชักต่างๆตรงหัวเตียง แล้วก็หาปลายเตียง เมื่อไม่เจอกเธอก็หาตามโต๊ะเครื่องแป้ง บริเวณรอบห้อง ไปยันห้องน้ำ และถังขยะ(?)

 

“เห็นมั้ยคริสบอกว่าไม่มีๆ”

“หนังสือที่เพื่อนๆคริสให้คือหนังสืออะไรหรอ”

 

นี่ได้ฟังที่คนอื่นเค้าพูดบ้างมั้ย!

 

“หนังสือทั่วๆไปนี่ละ” 

 

หรอคะ?

 

“ถ้าทั่วๆไปก็ไม่เห็นมีอะไรต้องหวงบอกมาเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน!

“ก็บอกว่า ไม่มีๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ได้ซ่อน งุ้ย”

“ต้องมีๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”

“ก็มันไม่มีอ่า!

“คริสจะให้บีเชื่อหรอว่าคริสให้นกพิราบบินไปส่งที่กรุงเทพ”

“ถ้าเชื่อได้ก็ดี”

“โอเคบีเชื่อก็ได้ แต่...บอกมาว่าไอ้นกตัวนั้นมันอยู่ที่ไหนบีจะไปฆ่ามัน!!

“ใจเย็นสิ”

“เย็นไม่ลงหรอกหาซะทั่วห้องก็ไม่เจอ เดี๋ยวนะๆ..” น้ำทิพย์รีบพูดเมื่อเหลือบไปเห็นใต้อะไรบางอย่างถูกซ่อนอยู่ใต้เตียง

 

ไม่ได้นะบีเธอจะไปตรงนั้นไม่ได้!!

 

น้ำทิพย์เดินตรงไปที่ขอบเตียงแล้วก้มดูแล้วพบกับหนังสือเล่มหนึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของขอบเตียง

“นั่นไงเจอแล้ว” เธอพูดแล้วหันมายิ้มให้ศิริน ศิรินก็ได้แต่อ้าปากค้างแล้วพยายามเข้าไปขวางแต่คนอย่างน้ำทิพย์มีหรือจะยอมให้คนร่างเล็กตัวเท่าหมากระเป๋าเข้ามาขวางได้  ในเมื่อเข้ามาขวางไม่ยอมให้เดินไปก็ไม่เดินไปทางนั้นก็ได้ น้ำทิพย์คิดแล้วเดินมายังขอบเตียงก่อนจะก้าวขึ้นไปเพื่อข้ามไปอีกฝั่งศิรินจึงรีบถลาตัวเข้ามากางแขนขวางไว้อีก

 

“หลบไป”

“ไม่”

“ไม่หลบงั้นก็ขวางให้ได้ไปตลอดละกัน”

 

น้ำทิพย์พยายามดันศิรินที่ขวางอยู่ออกไปจนคนร่างเล็กลงไปนอนกองอยู่บนเตียง เมื่อหลุดออกจากศิรินได้แล้วน้ำทิพย์จึงคลานไปที่ขอบเตียงอีกฝั่งแล้วก้มลงมาหยิบหนังสือแต่ถูกศิรินเข้ามาขวางไว้อีก

 

มันจะอะไรกันนักกันหนาแค่หนังสือเล่มเดียว

 

น้ำทิพย์สบถในใจ

 

                   หลังจากนั้นก็เกิดศึกเล็กๆระหว่างทั้งคู่เมื่อคนนึงพยายามจะก้มลงไปหยิบหนังสือคนนึงพยายามเข้าไปขวางไปด้วยวิธีต่างๆนาๆ จนกระทั่งน้ำทิพย์จับคนร่างเล็กกดลงกับเตียงนุ่มแล้วใช้ตัวเองเองนั่งทับไม่ให้ขยับ ศิรินที่เริ่มหมดแรงก็ได้แต่หอบแล้วนอนนิ่ง เมื่อน้ำทิพย์เห็นคนร่างเล็กหมดแรงแล้วเธอจึงผ่อนแรงมือข้างนึงที่กดศิรินไว้ให้อยู่ใต้ร่างของตัวเองแล้วเอื้อมมือข้างที่ว่างลงไปหยิบหนังสือ ใจดวงน้อยๆของศิรินแอบสั่นขึ้นมาเมื่อมองสันกรามกำลังก้มลงผ่านหน้าเธอไปแล้วมีหน้าอกคู่สวยที่ดูคล้ายๆแผ่นหลังของคนบนร่างเข้ามาแทนที่ เธอมองมันพลางลอบกลืนน้ำลายตัวเองเอือกใหญ่พร้อมกับลมหายใจหอบถี่ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะเหนื่อยจากการเข้ามาขวางคนบนร่างหรือเพราะอะไรกันแน่

                    สติของเธอที่หลุดไปชั่วเสี้ยววินาทีถูกดึงกลับได้ทันเธอจึงกระชากคอเสื้อคนร่างสูงที่เกือบจะหยิบหนังสือเล่มนั้น

 

ผลั๊ก

 

“โอ้ยเจ็บๆ”

ศิรินร้องเมื่อโดนเหม่งของน้ำทิพย์กระแทกเข้าที่จมูก

 

“สมควรใครใช้ให้กระชากคอเสื้อบีละ” น้ำทิพย์ว่าให้และผละตัวออกจากศิรินจากในตอนแรกที่ทับตัวของคนร่างเล็กอยู่

“งุ้ย”

“จมูกเป็นไงบ้าง”

น้ำทิพย์ประคองใบหน้าศิรินอย่างเบามือแล้วมองไปที่จมูกที่มีรอยดีจางๆ

 

“ไม่ต้องมาจับเลย”

ศิรินทำหน้ามุ่ยและสลัดมือของน้ำทิพย์ออกก่อนจะลุกขึ้นแต่ถูกมือของน้ำทิพย์ขว้าไว้ได้

น้ำทิพย์ดึงตัวของศิรินให้นั่งลงบนเตียงนุ่มอีกครั้งแล้วใช้มือเขี่ยๆดูรอยแดง

 

“เจ็บหรือเปล่า”

 

“อะ..อื้อ”

ศิรินตอบหน้าแดงๆพร้อมหลบตาเมื่อถูกคนถามยื่นหน้าเข้ามาใกล้

 

“เจ็บจมูกแล้วหน้าแดงด้วยหรอเพิ่งรู้”

น้ำทิพย์ย่นปากทำหน้าสงสัย

 

“ลองมาโดนเองมั่งมั้ยละคนบ้าอะไรเหม่งแข็งชิบ”

 

น้ำทิพย์ทำเสียงจิ๊จ๊ะเมื่อโดนคนตรงหน้าว่าเหม่งน้อยของตัวเอง

 

“แข็งหรอนี่แนะ”

 

เป๊ก

 

เธอพูดพร้อมกับใช้นิ้วดีดจมูกศิรินโดยลืมไปว่าศิรินนั้นเจ็บจมูกอยู่

 

“โอ๊ย!

“เห้ยคริสบีขอโทษบีลืม!!

น้ำทิพย์ทำสีหน้าตกใจก่อนจะเข้าประคองหน้าคนหน้าหมวยเพื่อดูจมูกอีกครั้ง

 

ทั้งคู่สบตากันอยู่พักนึงก่อนที่จะ.......

 

“อะ..อะ...อื้อ อื้ม”

 

เสียงครางเบาๆในลำคอของศิรินไม่ได้ช่วยเรียกสติของน้ำทิพย์แต่อย่างใดมันกลับเพิ่มความต้องการให้กับตัวเธอเอง และเพื่อตอบสนองความต้องการนั้นเธอจึงกดจูบแรงขึ้นแล้วใช้ลิ้นไปชิมรสหวานจากโพลงปากของอีกฝ่ายแล้วสำรวจมันอย่างว่าเล่น

 

“อืม..บะ..บี”  ศิรินทุบไหล่น้ำทิพย์เมื่อเริ่มรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะขาดอากาศหายใจ

 

“บีขอโทษ”

 

เธอพูดขึ้นแล้วรีบผละตัวออกมาเมื่อได้สติว่าตัวเองเผลอทำอะไรไป

 

แล้วหลังจากนั้นก็เกิดความเงียบระหว่างทั้งคู่..........

 

 

 

“เป็นไง”

“ถ่ายทุกภาพ ไม่พลาดซักช็อตค่ะพี่พลอย”

“ดีๆ กล้องแกมีประโยชน์ก็ตอนนี้แหละ”

เฌอมาลย์หันไปยกนิ้มโป้งให้กับมะปรางซึ่งตอนนี้ทั้งคู่กำลังแอบดูน้ำทิพย์กับศิรินอยู่หน้าห้องหลังจากก่อนหน้านี้ได้รับการไหว้วานจากนางแบบรุ่นพี่ให้มาตามทั้งคู่เพราะหมดเวลาในการทำภารกิจนี้นานแล้ว

“แล้วเราจะเอายังไงต่อดี”

มะปรางบุ้ยปากไปยังคนในห้องสองคนที่เอาแต่นั่งเงียบกัน

 

“สถาณการณ์แบบนี้เราต้องเข้าไปช่วย”

เฌอมาลย์ฉีกยิ้มกว้างแล้วเดินนำเข้าห้องโดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของห้องแต่อย่างใด

 

เสือกสินะ

 

มะปรางคิดแล้วเดินตามเฌอมาลย์ไป

 

“เฮ้ๆ คู่นี้จะมัวจ้องหน้ากันอีกนานมั้ยคะหมดเวลาทำภารกิจแล้วค่ะ”

“อือ”

ศิรินตอบสั้นๆแล้วรีบเดินออกจากห้องไปก่อน

 

น้ำทิพย์หันไปมองเฌอมาลย์แล้วสะบัดหัวตัวเองแรงๆทีนึงก่อนจะเดินตามศิรินไป

 

“แนะ! อย่าคิดนะว่าทำอะไรแล้วคนอื่นจะไม่รู้” เฌอมาลย์แซวทำให้คนที่กำลังก้าวออกจากห้องหยุดชะงักแล้วรีบเดินต่อ

 

 

            เมื่อถึงช่วงประกาศผลของวันนี้แน่นอนว่าน้ำทิพย์กับศิรินก็แพ้อีกตามเคยแต่โชคดีหน่อยที่ครั้งนี้พวกเธอยังทำภารกิจผ่านมาถึงสองภารกิจแรกตั้งแต่แข่งมา และสำหรับคนที่ได้ที่หนึ่งของวันนี้ก็คือกวางกับเจสซี่

 

“เฮ้อ” น้ำทิพย์ถอนหายใจเบาๆพลางส่ายหน้าหลังจากฟังคำตัดสินจากกรรมเสร็จแล้วได้ปล่อยให้ไปพักผ่อน

“หนักอกหนักใจอะไรคะพี่บี”

เสียงน่ารักสดใสของเด็กหน้าหมวยชื่อลิลลี่เอ่ยถาม

“เปล่าจ้ะไม่มีอะไรหรอก”

“ไม่มีอะไรแล้วทำไมทำหน้าเหมือนหมีถ่ายไม่ออกอย่างนั้นละคะ”

“หืม เป็นยังไงหรอหมีถ่ายไม่ออก”

 “ก็แบบนี้ไงคะ”

ลิลลี่ชี้มาที่น้ำทิพย์แล้วเขย่งตัวขึ้นเพื่อใช้มือฉีกแก้มของน้ำทิพย์ให้ยิ้มออกมา

“ยิ้มหน่อยสิคะ” ลิลลี่ยิ้มกว้างโชว์ให้น้ำทิพย์ดูเป็นตัวอย่าง

“อื้อ”

“อื้ออย่างเดียวไม่ได้คะต้องยิ้มด้วย”

“อ่ะ..นี่ยิ้มแล้ว”

น้ำทิพย์พูดขำๆแล้วฉีกยิ้มกว้างให้ลิลลี่ดู

“ดีมากค่ะ”

“อะไรกันแค่ดีมากเองหรอ”

“ใช่ค่ะ^^

“โถ่ทีเมื่อกี้ว่าพี่ซะเสียเลย” น้ำทิพย์แกล้งทำหน้างอน

“ไม่เอาไม่งอนพี่บี พี่บียิ้มน่ารักมากๆๆๆ สวยที่สุดในสามโลกเลย”

“พูดจาดีเดี๋ยวพาไปเลี้ยงไอติม”

“แนะพูดเองนะห้ามคืนคำ”

“คนอย่างบีน้ำทิพย์พูดแล้วไม่คืนคำจ้ะ ไปตอนนี้เลยมั้ย”

“ไปค่ะ พี่คริสไปด้วยกันมั้ย” ลิลลี่หันไปชวน

“ไม่ละจ้ะลิลลี่ไปเถอะ” ศิรินยิ้มฝืดๆให้

“เอาไงดีพี่บี พี่บีลองชวนพี่คริสดิเผื่อพี่คริสจะไป”

“พี่คริสเค้าไม่อยากไปเราอย่าไปฝืนพี่คริสเค้าเลยไปกันแค่สองคนนี่แหละ”

“งั้นไปนะคะพี่คริส”

ลิลลี่โปรยยิ้มหวานให้ศิรินแล้วเดินไปน้ำทิพย์ ศิรินก็ได้แต่มองแผ่นหลังของทั้งคู่ค่อยๆเดินห่างออกไป




 

“ดูหนิดหนมเนาะ”

“คบกันแล้วแน่ๆ”

สองเพื่อนตัวแสบพูดขึ้น

“นี่แกไม่คิดจะพูดอะไรบ้างหรอหมวย” เจนี่หันมาเอ่ยถาม

“จะให้พูดอะไรละไม่เห็นจะมีอะไรให้พูด”

“ไม่มีให้พูดหรือพูดไม่ออก” วุ้นเส้นถาม

“ถามจริงเหอะหมวยแกไม่เสียดายบีมั่งหรอวะ”

“จะเสียดายทำไมห้ะเจนี่”

“อันนี้ก็ถามใจแกดูเหอะ แต่ฉันละโคตรเสียดายเลยถ้าไม่ติดว่าบีเป็นว่าที่สามีเพื่อนในอนาคตฉันคงไม่ปล่อยให้หลุดมือแน่ๆ”

“แกนี่มันมัวชักช้าจริงๆ ระวังเหอะจะโดนยัยเด็กนั่นคาบไปกินไม่รู้ด้วยนะ” วุ้นเส้นว่า

“ฉันว่าคงกินกันเรียบร้อยแล้ววะ” เจนี่ว่าพลางกอดอกแล้วมองดูสองคนนั้นที่เดินหายลับไป

“นี่พูดอะไรให้เกียรติบีหน่อยฉันรู้จักบีดีบีไม่ใช่คนนิสัยแบบนั้นแล้วไอ้ที่บอกว่าบีเป็นสามีในอนาคตน่ะก็เลิกพูดเพ้อเจ้อกันได้แล้วเดี๋ยวคนอื่นได้ยินแล้วเค้าเข้าใจผิดจะเป็นเรื่องเปล่าๆ อีกอย่างบีกับเด็กคนนั้นคงไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่พวกแกพูดหรอกเพราะว่าบีก็มีป้องอยู่ทั้งคน”

“มีปกป้องกันด้วยเว้ย” เจนี่อดแซวเพื่อนตัวเองไม่ได้

“พูดไปก็เหมือนตัดพ้อไป...บีมีป้องอยู่ทั้งคน” วุ้นเส้นเข้ามาช่วยเสริม

“ --* ”

“โอเคๆไม่เล่นก็ได้” วุ้นเส้นพูดเมื่อเห็นเพื่อนตัวเองทำหน้าบูด

“ว่าแต่แกกล้าพิสูจน์หรือเปล่าล่ะว่าสิ่งที่แกพูดมันจะเชื่อได้จริงๆ” เจนี่เอ่ยถามพร้อมทั้งทำสีหน้าไม่มั่นใจในตัวน้ำทิพย์

“พิสูจน์ยังไง”

“ตามไปดู”

“ไม่เอาละ ไม่ใช่คนขี้เสือก” ศิรินพูดปัดๆ

“ตามใจงั้นฉันกับอีวุ้นไปนะถ้าเกิดเปลี่ยนใจก็ตามมาได้”

“แน่ใจนะหมวยว่าแกจะไม่ไป” วุ้นเส้นหันมาถาม

“อืม”

“เปลี่ยนใจได้น้า” เจนี่แกล้งลากเสียงยาว

 

สักที --*

 

“แน่ใจนะ” วุ้นเส้นถามอีกครั้ง

“พวกมึงไปสักที กู-ลำ-ไย -*-”

 

 


 

 

“อีหมวยไหนแกบอกว่าไม่ใช่คนขี้เสือกไง” วุ้นเส้นเอ่ยถามคนที่มาหลบตรงพุ่มไม้ใกล้กับเธอ

“กูแค่เป็นห่วงพวกมึงกลัวมึงหลง”

“มึงไม่ต้องทำเป็นหวังดีมึงน่ะตัวหลงเลย” เจนี่ว่าให้กับเพื่อนตัวเองที่ขนาดเดินอยู่บนตึกในบริษัทยังเดินหลงขึ้นลงผิดชั้นอยู่บ่อยๆและก็เป็นเธอและเพื่อนคนอื่นๆในกลุ่มที่ต้องคอยรับโทรศัพท์บอกทางให้เจ้าตัวไปถูก

“มึงสองคนเงียบๆหน่อยดิวะ เดี๋ยวสองคนนั้นก็รู้ตัวกันพอดี” ศิรินว่า

“สีหน้าแม่งจริงจังกว่าพวกกูอีกอ่ะ” เจนี่พูดแล้วหันไปโฟกัสที่น้ำทิพย์กับลิลลี่

 

 

 

“เป็นไงอร่อยมั้ย” น้ำทิพย์หันมาถามสาวน้อยหน้าหมวยที่กำลังตักไอติมรสกระทิทานอย่างเอร็ดอร่อยจนน้ำทิพย์แอบยิ้มให้กับความเด็กน้อยของคนตรงหน้า

 

“อร่อยมากเลยค่ะ จะอร่อยกว่านี้ถ้าพี่บีป้อน^^” ลิลลี่ส่งยิ้มหวานเย้ายวนแบบถ้าใครเห็นก็คงต้องหลงสเน่ห์ของเด็กคนนี้

 

“อ่อย--*” ศิรินที่กำลังแอบซุ่มดูอยู่ห่างๆพูดขึ้นเบาๆอย่างขัดอารมณ์และก็ยิ่งขัดอารมณ์ขึ้นอีกเมื่อเห็นน้ำทิพย์ตักไอติมรสกระทิสีขาวนวลป้อนอีกฝ่ายพร้อมส่งยิ้มบางๆ ให้

 

“นี่ก็โง่ไม่รู้ว่าเด็กมันอ่อย--*”

 

“เปื้อนหมดแล้วคะพี่บี”

ลิลลี่ว่าให้คนร่างสูงที่ตักไอติมกินเลอะเทอะเหมือนเด็กก่อนจะส่งกระดาษทิชชูให้คนร่างสูงเช็ด

 

“ว่าแต่พี่เราก็เหมือนกันแหละ” น้ำทิพย์ชี้ไปยังมุมปากของตัวเองเพื่อบอกจุดที่เลอะให้อีกฝ่ายรู้ แต่อีกฝ่ายก็แกล้งทำเป็นไม่รู้แล้วทำท่าเช็ดผิดเช็ดถูกก่อนจะหันมาถามน้ำทิพย์

 

“ตรงนี้หรอคะพี่บี”

ลิลลี่เช็ดปากด้านหนึ่งซึ่งเป็นคนละฝั่งกับน้ำทิพย์เมื่อกี้ น้ำทิพย์จึงส่ายหน้าเบาๆแล้วขำออกมาก่อนจะใช้นิ้วเรียวยาวเช็ดขอบปากให้สาวหน้าหมวย

 

“เห็นแบบนี้แล้วแกคิดว่าไงหมวย” วุ้นเส้นหันมาถามคนที่ทำหน้าบึ้งตึงอย่างเดาใจไม่ถูกว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“ฉันว่าสองคนนี้ต้องมีซัมติงกันแน่ๆไม่งั้นคงไม่ทำท่าทางสนิทสนมกันขนาดนี้หรอก” เจนี่ออกความเห็น

“อืม”

ศิรินตอบสั้นๆ

 

“แหม่อีนี่พวกฉันสองคนพูดอย่างยาวตอบมาสั้นๆว่า อืม --* ” เจนี่ว่าให้

“เจี๊ยบมึงก็ใจเย็นหน่อยดิวะบางทีอีหมวยมันอาจจะจุกจนพูดอะไรไม่ออกเลยก็ได้” วุ้นเส้นกล่าว

“พวกแกสองคนเลิกเพ้อเจ้อกันได้แล้วใครจุกอะไรไม่ได้จุก แล้วอีกอย่างสองคนนั้นก็แค่มานั่งกินไอติมกันธรรมดาไม่เห็นจะมีซัมติงอะไรอย่างที่พวกแกพูดเลย”

“ธรรมดาหรอ? โธ่อีหมวยเมื่อกี้แกยังด่าบีว่าโง่ไม่รู้ว่าเด็กมันอ่อยอยู่เลยแกก็เห็นๆอยู่ว่านั่นเพื่อนก็ไม่ใช่ พี่น้องก็ไม่ได้เป็น รู้จักกันได้กี่วันเองทำท่าทางสนิทสนมเกินกว่าคนปกติที่เข้าเพิ่งรู้จักกันแกคิดดูนะถ้าไม่ได้มีซัมติงกันอย่างที่ฉันพูดสองคนนั้นจะดูสนิทกันขนาดนี้หรอ ขนาดฉันเองรู้จักบีมาตั้งนานบียังไม่เคยมาป้อนไอติมฉันเลย”

“ฉันว่าที่แกพูดมาทั้งหมดเป็นเพราะว่าแกอิจฉาเด็กคนนั้นมากกว่าว่ะ” ศิรินหันไปว่าให้กับเจนี่

“นั่นก็ส่วนนึง แต่ที่ฉันพูดมันก็มีเหตุเว้ยลองคิดดูดีๆ”

“แกควรฟังที่เจนี่พูดนะเว้ยหมวยถึงอี่นี่มันจะปากเสียขี้อิจฉาริษยาชอบว่าร้ายคนอื่น และก็ชอบเอาคนอื่นไปเม้าท์ไปนินทาเสียๆหายๆบ่อยๆโดยไม่มีมูลความจริงเลยก็ตาม แต่ครั้งนี้ฉันว่าที่มันพูดก็มีเหตุผลนะ แล้วฉันว่าบีอาจไม่ได้โง่ให้เด็กนั่นอ่อยหรอกอาจจะเต็มใจซะมากกว่า” วุ้นเส้นอธิบายเหตุผล

“ขอบคุณที่นิยมส่งเสริมชื่นชมกูขนาดนี้อีวุ้น” เจนี่ขมวดคิ้วฝืนยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจแล้วตบไหล่วุ้นเส้นเบาๆถึงแม้ใจจริงจะอยากจิกให้เลือดไหลแต่เพราะเห็นแกความเป็นเพื่อนและสิ่งที่วุ้นเส้นพูดมาก็เป็นความจริงทุกประการเธอเลยไม่ทำ

 

จะบอกว่าสมยอมกันทั้งสองฝ่ายหรอ

 

ศิรินคิด

 

“พวกแกพอกันสักทีเหอะถ้าจะพูดแบบนี้เพื่อจะลองใจฉันขอบอกเลยว่ามันเปล่าประโยชน์ฉันไม่ได้คิดอะไรกับบีมัน แล้วอีกอย่างฉันก็มีชื่อฉันชื่อคริสไม่ได้ชื่อหมวยเลิกเรียกแบบนี้สักทีมันไม่โอเค”

“ไม่คิดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่รู้สึกนิสมองแกอาจสั่งให้ไม่คิดได้นะแต่หัวใจแกละลองถามมันดูดีๆว่ารู้สึกยังไงเลิกใช้สมองมากกว่าหัวใจตัวเองสักทีก่อนที่อะไรๆมันจะสายมากเกินไปกว่านี้”

 

เมื่อวุ้นเส้นพูดจบศิรินก็ยืนนิ่งไม่พูดอะไรเธอรู้สึกอย่างเดียวในตอนนี้ว่าจุกเหมือนมีอะไรมาหน่วงอยู่ที่ท้องพร้อมกับเหมือนมีอะไรมาแทงใจเธอ เธอเลือกที่จะไม่โต้ตอบกลับแล้วสาวเท้าตัวเองเดินกลับห้องไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยจนเดาใจไม่ถูก

 

 

“นั่นพี่คริสกับเพื่อนๆนี่คะ” ลิลลี่พูดขึ้นเมื่อเห็นศิรินหันหลังเดินไปน้ำทิพย์จึงมองตามที่ลิลลี่บอก

“อืม..ใช่จริงๆด้วยมาทำอะไรแถวนี้นะ”

“มาเดินเล่นมั้งคะ”

“นั่นสิ...นี่ก็เย็นมากแล้วงั้นพวกเรากลับกันเลยดีมั้ย” น้ำทิพย์ชวนเมื่อเหลือบไปเห็นนาฬิกาของตัวเองชี้เข็มบอกเวลาห้าโมงเย็นกว่าๆ

“ตามใจพี่บีเลยคะ” ลิลลี่พูดและยังคงโปรยยิ้มหวานให้น้ำทิพย์เหมือนเดิม

“ลุงคะคิดเงินค่ะ อ้อแล้วก็ขอไอติมรสกระทิอีกถ้วยนึงนะคะ” น้ำทิพย์หันไปพูดกับลุงคนขาย

“ซื้อไปฝากใครหรอคะพี่บี”

“ความลับจ้ะเป็นเด็กเป็นเล็กไม่ต้องรู้หรอก”

น้ำทิพย์กล่าวแล้วใช้มือขยี้หัวเด็กหน้าหมวยช่างสงสัย






มาต่อให้อย่างสั้นหลังจากหายหน้าหายตาไปนานพอสมควรฮ่าๆๆๆ  คงจะยังไม่ลืมไรท์กันนะรีดๆทุกคน

ไรท์จะพยายามหาเวลาว่างของตัวเองมาลงให้ (ถ้ามี)


ทอล์กถามอยากให้ใครมาในฟิคเรื่องนี้บ้างงงงคะะ?? ว่ามา


ปล.มีคำผิดขออภัยไรท์ยังไม่ได้ตรวจอิๆ รีบลงกลัวรีดจะรอนาน


ติดตามทวงทอล์กถามไรท์ได้ที่

ทวิต @Candy_Q03 ที่นี่ที่เดียว

ติดแท็ก #ฟิคเกมรักฉบับห้ามเลิฟ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

346 ความคิดเห็น

  1. #129 MooKky\'s Organo (@theoneface) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 12:05
    ดีกันๆ รอให้เค้าดีกัน
    #129
    1
    • #129-1 ซีคิว (@Candy-Q) (จากตอนที่ 16)
      10 กรกฎาคม 2560 / 14:18
      ไรท์ก็รออยู่^^
      #129-1
  2. #128 clubbc (@clubbc) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 21:31
    ป่านนี้พี่คริสคิดมากไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ รีบเอาไอติมไปง้อเลยพี่บี
    #128
    0
  3. #127 apinya12346789 (@apinya12346789) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 19:44
    มาต่อเร็วๆนะคะไรท์
    #127
    0