ตอนที่ 14 : EP.12 คนไม่รู้คือคนที่เจ็บ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1780
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    15 มิ.ย. 60

               แสงแดดอ่อนๆสาดส่องผ่านเต็นท์เข้ามาทางช่องแคบๆปลุกคนที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้น “อื้อ” คนหน้าหมวยครางเบาๆพร้อมจับศีรษะของตัวเองที่ปวดแล่นเข้ามาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์เมื่อคืน เธอเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งพร้อมปรับสภาพสายตาตัวเองที่พร่าเบลอก่อนจะพบกับใบหน้าคมๆของคนร่างสูงเธอเลื่อนสายตาจากสันกรามไปยังริมฝีปากจรดจมูกแล้วอมยิ้มบางๆพลางเอื้อมมือเรียวยาวไปเขี่ยผมของอีกฝ่ายที่ยังคงนอนหลับใหลเล่น

 

“ของเล่นหรอ?”

เสียงของคนร่างสูงพูดขึ้นพร้อมกับเปิดเปลือกตาทำให้คนหน้าหมวยสะดุ้งแล้วรีบลุกขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็วพร้อมกับใบหน้าแดงๆ

“ตื่นแล้วหรอ”

“สักพักแล้ว” น้ำทิพย์ตอบเสียงนิ่งพร้อมลุกขึ้นมานั่งตามคนหน้าหมวย

“แล้วทำไมไม่ลุกไปล่ะ”

“ถ้าลุกแล้วจะได้เห็นเด็กจอมซนมานอนเขี่ยผมขึ้นอื่นเล่นหรอ” น้ำทิพย์พูดยิ้มๆทำให้ศิรินหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง

“ฮ่าๆ เอาน่าๆไม่ต้องเขินบีขนาดนั้นหรอกที่ไม่ลุกไปก็เพราะไอ้นี่” น้ำทิพย์ว่าพลางชี้ไปที่เครื่องพันธนาการตัวร้ายที่ล็อกมือทั้งคู่ติดไว้ด้วยกัน

“ใครเขินยะ” ศิรินทำหน้ายู่

“ก็ไม่รู้สิอาจจะเป็นคนถามก็ได้มั้ง” น้ำทิพย์ยักไหล่เบาๆ ก่อนจะหันมาพูดต่อ “แล้วนี่เป็นไงปวดหัวหรือเปล่า”

“นิดหน่อย ว่าแต่เมื่อไหร่จะเอากุญแจมือออกไปได้” ศิรินพูดพร้อมยกมือข้างที่ถูกล็อกติดกันไว้ขึ้น “อ้าวปลดล็อกได้แล้วหนิ” เธอพูดเมื่อเห็นว่ากุญแจมือได้ถูกปลดล็อกแล้ว

“อื้อ”

“อื้อนี่คืออะไร?”

“รู้แล้วไง”

“รู้แล้วทำไมไม่เอาออกล่ะ”

“ถามมากจริงไปๆลุกไปอาบน้ำได้แล้วเหม็นเหล้า” น้ำทิพย์ว่าพลางลุกขึ้นก่อนจะเดินนำศิรินไป

 

แปลกแหะรู้สึกเหมือนลืมอะไรบางอย่าง ศิรินคิดในใจแต่ไม่ว่าจะนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกสักทีเธอจึงหยุดคิดแล้วลุกขึ้นเดินตามน้ำทิพย์ไป

 

 

“ทำอะไร” ศิรินถามขึ้นเมื่อเห็นคนร่างสูงยืนทำอะไรบางอย่างกับประตูห้องน้ำ

“ซ่อมไง” เธอตอบกลับ

“เก่งเนาะทำพังเองซ่อมเอง” ศิรินเอามือมากอดอกตัวเองก่อนจะอมยิ้มแล้วส่ายหน้าเบาๆ

“ใช่เก่ง” น้ำทิพย์ตอบกลับสั้นๆก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง “เสร็จแล้ว”

“แน่ใจนะว่าใช้ได้”

“เชื่อมือบี” น้ำทิพย์ยิ้มกว้างอีกครั้งแล้วยกนิ้มโป้งขึ้น

“จะพยายามเชื่อละกัน”

“งั้นคริสเข้าไปอาบก่อนเลยนะบีขอจัดการอะไรบางอย่างก่อน”

“อื้อก็ได้...ว่าแต่ถ้ามันหลุดตอนที่คริสอาบน้ำขึ้นมาจะทำไง” ศิรินเดินเข้าไปในห้องน้ำพลางจับกอนประตูเพื่อตรวจเช็ค

“จะให้ทำไงได้บีก็เห็นของคริสหมดไง”

“บะ...บ้า ทะลึ่ง!

 

ปัง!

 

ศิรินตะโกนก่อนจะรีบปิดประตูเสียงดัง

 

“เอ้า? คนพูดความจริงก็หาว่าทะลึ่งแปลกคนจริง” น้ำทิพย์ทำหน้างุนงงก่อนจะเดินไปที่หัวเตียงแล้วหยิบไวท์บอร์ดสีขาวที่มีลอยจดแต้มของเธอกับศิรินขึ้นมา

 

15 นาทีผ่านไป.....

 

“ทำอะไรบี” ศิรินถามหลังจากออกจากห้องน้ำมาแล้วเห็นน้ำทิพย์กำลังถืออะไรบางอย่างและดูมันอยู่

“แปลกแหะทำไมวันนี้อาบน้ำไว”

“จะอาบช้าอาบไวก็เรื่องของคริสเหอะว่าแต่บีทำอะไร”

“นับแต้มอยู่” น้ำทิพย์พูดก่อนจะหันไวท์บอร์ดให้ศิรินดูแต้มที่เธอจดไว้แล้วฉีกยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิใจ “ตอนนี้รวมทั้งหมดบีได้สามแต้ม คริสได้ห้ารวมกับภารกิจครั้งล่าสุดที่คริสทำให้คู่เราแพ้ด้วยสองภารกิจตัดภารกิจจับปลาไหลออกไปเพราะมันเป็นเหตุสุวิสัย  แต่เอ.....หรือว่าจะนับดีนะ”

“พอๆแค่นี้แต้มคริสก็เยอะพอแล้วเดี๋ยวล้นกระดานไม่มีที่เขียน”

“ฮ่าๆก็ได้ถือว่าสงสารเด็กตาดำๆ”

“เด็กอะไรนี่คริสแก่กว่าบีตั้งสองปีนะ”

“โตแต่อายุนิสัยเท่าเด็กอนุบาลสอง”

“บี!!

“โว้ะ! เถียงไม่ได้ก็ขึ้นเสียงใส่ไปอาบน้ำล่ะขี้เกียจเถียงด้วย” น้ำทิพย์สาวเท้าตัวเองเดินเข้าห้องน้ำไปปล่อยให้ศิรินทำหน้ายู่อยู่คนเดียว

“คนบ้าอะไรปากร้ายจริงๆ”

ปากก็บ่นแต่กลับอมยิ้มขึ้นมาโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวจนกระทั่งเห็นเงาตัวเองในกระจกทำให้เธอต้องรีบหุบยิ้ม

 

เป็นบ้าอะไรเนี่ยยัยคริสสส

 

สามสิบนาทีผ่านไป...

“สร่างเมายัง” น้ำทิพย์เอ่ยถามหลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้วไปหาอะไรอุ่นๆให้ศิรินดื่ม

“ดีขึ้นแล้ว”

“ดีขึ้นแล้วก็ทำหน้าตาให้มันสดชื่นหน่อยสิ” น้ำทิพย์ว่าพลางใช้มือเรียวยาวทั้งสองข้างของตนบีบไปที่แก้มขาวเนียนของคนหน้าหมวยแล้วฉีกยิ้ม

“งื้ออ เจ็บ”

“เจ็บสิดีจะได้สร่างเมาไวๆเดี๋ยวช่วงบ่ายไม่มีใครช่วยทำกิจกรรม เอ๊ะ หรือว่าจะปล่อยให้เมาต่อดีเพราะถึงมีคริสหรือไม่มีก็มีค่าเท่ากันแล้วถ้าไม่มีคริสบีอาจทำภารกิจช่วงบ่ายผ่านได้สบายๆ ด้วย” น้ำทิพย์ทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะกล่าวต่อ “ไปๆ ไปนอนเมาต่อไปหมวย”

“งุ้ยเลิกแซะแล้วก็เลิกเรียกคริสว่าหมวยสักทีเหอะน่า” ศิรินทำหน้างอเป็นปลาทูแม่น้ำกลองแล้วเบือนหน้าหนีทำให้คนขี้แกล้งแอบขำในลำคอเบาๆ

“ขี้งอนจัง”

“ไม่ต้องมายุ่งเลยจะไปไหนก็ไป”

“ไล่กันแบบนี้เลยหรอ ไปก็ได้เชอะ”

“เดี๋ยว!” เสียงของศิรินทำให้คนที่กำลังเดินออกจากห้องหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็วแล้วทำหน้างุนงงสงสัย

“มีอะไรอีก”

“เมื่อคืน...ตอนคริสเมาคริสได้ทำอะไรหรือพูดอะไรแปลกๆหรือเปล่า”

“ไม่ๆ” น้ำทิพย์รีบตอบกลับแทบจะทันทีที่ศิรินพูดจบ

“แล้วบีล่ะได้พูดอะไรหรือเปล่า คริสรู้สึกว่าตอนกลับมานอนที่เต็นท์เหมือนเราสองคนจะคุยกัน”

“คุยอะไรไม่มี๊ บีแบกคริสกลับมาถึงเราสองคนก็หลับไม่รู้เรื่องไม่ได้คุยอะไรกันเลย”

“หรอ...แต่คริสรู้สึกว่าเหมือนคริสตื่นมาคุยอะไรกับบีสักอย่างแล้วก็หลับต่อ”

“คริสคงเมาแล้วก็ละเมอไปเองละมั้ง แฮะๆ” น้ำทิพย์ยิ้มแห้งๆแล้วเกาหัวตัวเอง “ถ้าไม่มีงั้นบีขอตัวนะ” พูดจบน้ำทิพย์ก็รีบออกจากห้องไป

 

เกือบแย่แล้วมั้ยล่ะเรา น้ำทิพย์สบถพลางนึกย้อนเหตุการณ์เมื่อคืนหลังจากที่เธอพาคนหน้าหมวยมานอนแล้วบังเอิญคนหน้าหมวยก็ตื่นขึ้นมาพอดีด้วยความเมาบวกกับฤทธิ์แอกอฮอล์จึงทำให้ทั้งคู่เผลอพูดในสิ่งที่คิดว่าตัวเองคงจะไม่มีทางพูดออกมาแน่ๆหากยังมีสติสัมประชันญะครบถ้วน

 

เมื่อคืน

“งื้อออ บีหลับยางงง” ศิรินครางถามเบาๆและใช้แขนอีกข้างนึงที่ว่างพาดมาที่เอวน้ำทิพย์ทำให้คนตัวสูงสะดุ้งเล็กน้อย

“ยังมีอะไรหรอ” น้ำทิพย์ปรับเสียงอ่อนลงแล้วมองใบหน้าหมวยๆแดงระเรื่อเพราะฤทธิ์แอลกอฮอร์กำลังหลับตาพริ้ม

“บีรู้มั้ยคริสโคตรคิดถึงบีเลย” คำพูดของศิรินทำให้น้ำทิพย์เกิดอาการงงๆจะไม่ให้งงได้ไงล่ะก็นอนกอดกันอยู่จะคิดถึงทำไม แต่ก็ได้คลายความสงสัยเมื่อศิรินพูดต่อ

“เจ็ดปีที่ผ่านไม่มีวันไหนเลยที่คริสจะไม่คิดถึงบี”

“ไม่มีวันไหนเหมือนกันที่บีจะไม่คิดถึงคริส”

“บีคนใจร้าย ฮึกๆ” ศิรินปล่อยน้ำตาใสๆของตัวเองออกมา “ตั้งเจ็ดปีไม่คิดจะติดต่อหรือถามคริสบ้างเลยหรอว่าคริสเป็นยังไง สบายดีหรือเปล่า”

“คริสเองก็ไม่ติดต่อบีกลับมาเหมือนกัน”

“บีบ้าคนใจร้าย ฮึกๆ ฮือ คนใจร้าย” เสียงพ่นพูดว่าคนร่างสูงพูดเป็นระยะๆก่อนจะแผ่วเบาแล้วเงียบสงบลง

 

“คนที่ใจร้ายคือเธอตั้งหากคริส” เสียงพูดแผ่วเบาผสมความเจ็บปวดที่ต้องฝืนอดทนเก็บมันไว้ตลอดเจ็ดปีถ้าหากจะมีใครสักคนนึงเจ็บปวดจากการจากลาครั้งนั้นก็คงจะเป็นน้ำทิพย์ที่ต้องจากศิรินทั้งที่ไม่รู้สาเหตุ โดนทิ้งทั้งที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด จากกันทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรใดๆเลย ถ้าหากเธอรู้เหตุผลสักนิดมันก็คงทำให้เธอรู้วิธีแก้ไขความเจ็บปวดที่อยู่ภายในใจหรืออาจจะแก้ปมนั้นได้แต่นี่เธอไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้จริงๆ

 

คนไม่รู้คือคนที่เจ็บ

 

“บีถามจริงเหอะบีไปทำอะไรให้คริสหรอคริสถึงทิ้งบีแล้วหนีมาไทย” น้ำทิพย์หันมาถามคนหน้าหมวยก่อนจะพบคนหน้าหมวยหลับตาสนิทอยู่ “อ้าวเห้ย! อย่ามาชิ่งหลับกันแบบนี้สิยัยหมวย ตื่น!!” น้ำทิพย์เขย่าตัวคนหน้าหมวยแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น

“ยัยหมวยนะยัยหมวยมาเปิดประเด็นให้คนอารมณ์ขึ้นแล้วก็ชิ่งหลับ” น้ำทิพย์ลุกขึ้นมามองร่างคนหน้าหมวยแล้วอยู่ๆภาพที่เธอบังเอิญหอมแก้มศิรินอย่างไม่ได้ตั้งใจก่อนหน้านี้ก็ฉายขึ้นมาอีกครั้ง  เธอกำมือแน่นแล้วเม้มปากของตัวเองสลับกับมองริมฝีปากของศิรินอย่างชั่งใจ

 

แค่ทีเดียวไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง

 

“นี่ลงโทษที่ทำให้บีมีอารมณ์ก่อนหน้านี้แล้วก็ลงโทษที่ชิ่งหลับไปก่อน” น้ำทิพย์กระซิบแผ่วเบาที่ใบหูของศิรินก่อนจะเลื่อนริมฝีปากมาประทับจูบแผ่วเบาโดยไม่มีการรุกล้ำใดๆ

 

นี่แค่ลงโทษไม่ได้รู้สึกอะไรด้วย ไม่ได้หวั่นไหว อย่าทำเป็นได้ใจนะยัยหมวยเกมนี้อย่างไงฉันก็ชนะ

 

 

“เห้อทำบ้าอะไรไปวะเนี่ยเรา” น้ำทิพย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเขกเหม่งตัวเองทีนึงหลังออกมาจากห้องและคิดถึงเรื่องราวเมื่อคืน  “ฉันทำไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ท่องไว้ๆ”

 

 

ช่วงบ่ายในวันเดียวกันเกมที่สามสำหรับรายการ The Buddy Game ก็เริ่มต้นขึ้นโดยมีกรรมการพิเศษคือเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณเพื่อนสาวสุดสวยของศิริน เมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้นบัดดี้ทุกคู่ก็เริ่มทำภารกิจแรกในเกมที่สามจนกระทั่งถึงภารกิจที่สามซึ่งเป็นภารกิจสุดท้ายแล้วผลก็เป็นดังนี้

 

คู่เฌอมาลย์รฐา  ได้คะแนนรวม 25

คู่ติช่ามะปราง  ได้คะแนนรวม 23

คู่กวางเจสซี่  ได้คะแนนรวม 24

และคู่น้ำทิพย์ศิริน ได้คะแนนรวม 0

 

          ผลออกมาเป็นเอกฉันท์คู่เฌอมาลย์รฐาได้ที่หนึ่งไปส่วนคู่ทำภารกิจไม่ผ่านและได้รับบทลงโทษไปก็ไม่ใช่ใครที่ไหนน้ำทิพย์ศิรินเจ้าเก่าเจ้าประจำเตรียมเดินจับมือขึ้นรับโล่เชิดชูความอัปยศหลังจากเล่นเกมไม่ผ่านมาสามเกมติดซึ่งมีต้นเหตุมาจากสาวหน้าหมวยซะส่วนใหญ่และครั้งนี้ที่คู่ของเธอแพ้ก็มีต้นเหตุมาจากคนหน้าหมวยเช่นกัน

น้ำทิพย์บรรจงจดแต้มทีละตัวบนไวท์บอร์ดสีขาวนวลที่เต็มไปด้วยรอยปากกาสีน้ำเงินพลางหันไปชำเลืองมองตัวการเป็นระยะๆ ส่วนตัวการอย่างศิรินก็แกล้งเบือนหน้าหนีทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หลังจากบรรจงจดแต้มเสร็จน้ำทิพย์ก็ไม่ได้พูดอะไรเธอเดินไปรับบทลงโทษสำหรับวันนี้ก็คือการนอนเต็นท์อีกครั้งนึงแต่ที่พิเศษก็คือครั้งนี้พวกเธอทั้งสองคนต้องช่วยกันกางเต็นท์เองโดยห้ามให้ใครมาช่วยเด็ดขาดถ้ากางได้ก็นอนในเต็นท์สบายๆแต่ถ้าทำไม่ได้ก็นอนชมวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนไป

 

“อีหมวย!!” เสียงเจนี่เพื่อนสาวสุดรักดังขึ้นหลังจากน้ำทิพย์ออกไปจากห้องได้ไม่นานนักเจ้าของเสียงก็เรียกเพื่อนของตัวเองพร้อมเปิดประตูเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต

“มารยาทผู้ดีน่ะรู้จักมะ” ศิรินหันไปค้อนใส่เพื่อนตนเองอย่างไม่จริงจังมากนัก

“รู้จักแต่เอาไว้ใช้กับผู้ดีด้วยกัน”

“เอ๊ะ!อิ..”

“หยุดอย่าเพิ่งด่า” เจนี่รีบห้ามเพื่อนหน้าหมวย “ฉันมีอะไรจะเซอร์ไพรส์”

“อะไร” ศิรินทำหน้ายุ่ง

“แท่นๆ แท๊น!!” เจนี่ผายมือต้อนรับคนมาใหม่อีกคน “ขอต้อนรับคุณวุ้นเส้นสุดสวยรองมาจากฉัน”

“แล้ว?” ศิรินเลิกคิ้วแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มพลางกอดอกอย่างไม่ใส่ใจ

“โหนี่เพื่อนนะเว้ยเพื่อนไม่คิดจะตื่นเต้นดีใจมั่งหรอ” วุ้นเส้นทักท้วง

“จะให้ตื่นเต้นอะไรแกไม่ใช่นักร้องเกาหลีอย่างท็อปหรือดาราฮอลลีวูดสักหน่อย”

“ต้องให้ฉันแปลงร่างเป็นไอ้สติชมั้ยล่ะถึงจะดีใจ” วุ้นเส้นถาม

“ถ้าได้ก็ดี” ศิรินฉีกยิ้มกว้างจนทำให้คนถามเกิดอาการหมั่นไส้

“ฉันว่าแปลงร่างเป็นบีอีหมวยน่าจะดีใจกว่า”

“อีเจี๊ยบ” ศิรินหุบยิ้มหันไปค้อนใส่เพื่อนตัวเองอีกรอบ

“โอเคๆไม่แหย่แล้ว” เจนี่รีบโบกไม้โบกมือก่อนเพื่อนของตัวเองจะโกรธจริงๆ “เป็นไงมั่งล่ะแกน่ะ”

“ก็อย่างที่เห็นยังครบสามสิบสอง”

“ถามดีๆกวนเพื่อ!

“ก็ไม่เป็นไงหรอกแค่แพ้สามเกมติด” ศิรินว่าพลางยักไหล่

“นี่แกจะชิวไปมั้ยวะไม่คิดจะชนะมั่งหรอฉันสงสารบีว่ะแกเมื่อกี้ตอนฉันเดินสวนกับบีเห็นนางทำหน้าเครียดๆ” วุ้นเส้นพูด

 

นี่ฉันเป็นต้นเหตุอีกแล้วใช่มั้ย?

 

“ไปสงสารอะไรบีสงสารเพื่อนตัวเองก่อนมั้ย” ศิรินชี้นิ้วมาที่ตัวเอง

“จะให้สงสารอะไรล่ะก็แกเองไม่ใช่หรอเป็นต้นเหตุทำให้คู่ตัวเองแพ้” เจนี่ว่า

“เดี๋ยวนะเจี๊ยบวุ้นมาทำความเข้าใจกันก่อนพวกแกสองคนเป็นเพื่อนฉันหรือบี”

“ฉันสองคนน่ะเพื่อนแกแต่อยู่ข้างบี” วุ้นเส้นแจง

“พวกแกนี่มันเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ เข้าข้างศัตรูเพื่อนตัวเอง”

“บีเป็นศัตรูแกหรอไม่ยักรู้เห็นข่าววงในบอกว่าแอบกุ๊กๆกิ๊กๆกันตั้งแต่เกมแรก”

“กุ๊กกิ๊กบ้าอะไรล่ะแทบจะฆ่ากันตายอยู่แล้ว ข่าววงในของแกคงไม่พ้นติช่าใช่มั้ยเจี๊ยบ”

“แสนรู้จริงๆนะแก”

“ฉันไม่ใช่หมาอีวุ้นว่าแต่แกเถอะมาสถิตอยู่ที่นี่ได้ไงอีเจนี่ก็เหมือนกันมาเป็นกรรมการทำไมไม่บอกฉันมั่ง”

“ฉันก็แค่ว่าจะมาเที่ยวหาแกแล้วก็เอาของที่น้ำหวานฝากมามาให้แก อ่ะรับไปก่อนที่ฉันจะอ้วกใส่เลี่ยนชะมัด” วุ้นเส้นส่งกล่องใบสีชมพูลายหัวใจให้ศิริน

“ส่วนฉันที่บอกแกไม่ได้ก็เพราะว่ามันเป็นกฎของรายการซึ่งแกก็น่ารู้ดีหนิจะถามทำไม”

“คำว่ากฎมันไม่มีสำหรับคนเป็นเพื่อนกัน”

“นี่เพื่อนค่ะไม่ใช่ผัวไม่จำเป็นต้องรายงานทุกอย่าง”

“อีเจี๊ยบ! ยอกย้อนนักนะแก” ศิรินทำหน้ามุ่ยใส่

“อย่าบ่นๆ เดี๋ยวแก่ไว อ่ะนี่ของฝากจากทางไกลรวมตังค์กันซื้อจากแก๊งเรา เพื่อแกโดยเฉพาะ” ศิรินรับของที่ใส่ถุงมาอย่างสงสัยก่อนจะจะเปิดดูว่ามันคืออะไร

 

เพศศึกษา

-ของคริส หอวัง-

 

ศิรินอ้าปากเหวอเมื่อของที่หยิบออกมาจากถุงเป็นหนังสือเล่มนึงไม่หนามากนักมีชื่อเธอเขียนเด่นหราอยู่ที่หน้าปก

 

“เห็นวันก่อนแกโทรมาปรึกษาฉันว่าแกมีอารมณ์” เจนี่เน้นเสียงหนักเพื่อหยอกเพื่อนตัวเองแล้วพูดต่อ “ฉันกับเพื่อนคนอื่นๆเป็นห่วงเลยซื้อมาให้แกลองศึกษาดู บทที่หนึ่งเรื่องอารมณ์ทางเพศลองๆอ่านดู ส่วนชื่อแกที่อยู่บนหน้าปกหนังสืออีเจนเป็นคนเขียนมันบอกว่าแกเป็นคนขี้ลืมเผื่อแกเอาไปอ่านแล้วลืมทิ้งไว้ตรงไหนคนเก็บได้จะได้ตามหาเจ้าของถูก ถ้าไม่มีอะไรข้องใจแล้วงั้นพวกฉันไปก่อนนะบ้ายยย” เจนี่ว่าพลางรีบออกจากห้องไปกับวุ้นเส้นอย่างรวดเร็วก่อนที่จะโดนคนที่กำลังยืนกำหนังสือแน่นด้วยใบหน้าแดงๆวีนใส่

 

“กรี๊ด!! อีเพื่อนบ้า!!!” ศิรินทำท่าจะโยนหนังสือทิ้งแต่ก็หยุดชะงักไว้ “ไม่ดีๆถ้าใครมาเจอมีหวังโดนล้อไปยันอายุแปดสิบแน่” ศิรินพึมพำกับตัวเองแล้วยัดหนังสือไว้ใต้เตียง

 

หวังว่าคงไม่มีใครมาเจอหรอกนะ

 

เธอพูดในใจและหันมาโฟกัสที่กล่องใบสีชมพูลายหัวใจที่แฟนสาวของตัวเองซื้อให้

 

รีบกลับไวๆนะคะคิดถึง รักมากนะ

                    

                    -  น้ำหวานแฟนพี่คริส-

 

ศิรินบรรจงอ่านโน้ตทีละตัวแล้วอมยิ้มบางๆ ก่อนจะเปิดกล่องดูของข้างใน

 

ตุ๊กตาสติช

 

ศิรินควรจะตื่นเต้นดีใจกับของข้างในใช่ไหมที่เป็นตุ๊กตาตัวการ์ตูนตัวโปรดของเธอที่เธอคลั่งไคล้นักคลั่งไคล้หนาและพิเศษกว่านั้นคือแฟนของเธอเป็นคนให้ แต่เปล่าเลยความรู้สึกตื้นเต้นดีใจที่ได้รับของขวัญจากคนรักลดลงเป็นลำดับในแต่ละครั้ง มันเกือบจะเรียกว่ารู้สึกเฉยๆกับสิ่งนั้น

 

อาจจะเป็นเพราะว่าน้ำหวานให้ของขวัญแต่แบบเดิมๆก็ได้มั้งเราถึงไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่

 

ศิรินพยายามหาเหตุผลให้ตัวเองกับความรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่เริ่มลดลงเรื่อยๆ ก็แหง๋ล่ะไม่ตุ๊กตาสติชก็ดอกกุหลาบแดงถึงจะบอกว่าชอบมากแค่ไหนแต่ถ้าได้รับทุกครั้งเป็นใครใครก็ต้องเบื่อ 

 

หรือเปล่านะ?......

 

ศิรินทำหน้าครุ่นคิดและเผลอใช้แรงที่มือบีบตุ๊กตาสติช

 

รักนะคะๆ

 

เสียงพูดสติชดังออกมาทำให้ศิรินตกใจแล้วเผลอยิ้มให้เจ้าสติชที่กำลังยิ้มแฉ่งพอๆกับหน้าเธออยู่นั้นและกดลงซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

 

รักนะคะๆ

 

น่ารักจัง งุ้ย >< ศิรินยิ้มจนตาหยีแล้วกดเจ้าสติชซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างกับเด็กได้ของเล่นใหม่ที่พ่อแม่ซื้อมาให้

 

“รักนะคะๆ ปัญญาอ่อน” 


น้ำทิพย์ที่แอบซุ่มดูอยู่นานจากนอกห้องเดินเข้าทำเสียงล้อเลียนก่อนจะเปลี่ยนเป็นคำด่าและแย่งตุ๊กตาสติชมาแล้วโยนทิ้งลงบนพื้น

 

“ทำบ้าอะไรเนี่ยบี” ศิรินโมโหจนถึงขีดสุดแต่ก็ยังคงพยายามกดอารมณ์ของตัวเองไว้ไม่ให้ประทุมากจนเป็นเรื่องราวใหญ่โต

“คริสนั่นแหละมัวทำอะไรเลิกเล่นไร้สาระแล้วไปช่วยบีกางเต็นท์ได้แล้ว”

“ก็พูดดีๆสิจะมาโยนของของคริสทิ้งทำไม”

“เลิกพูดมากแล้วตามมาช่วยบี ถ้าไม่ตามมาภายในหนึ่งนาทีก็เตรียมนอนนอกเต็นท์ได้เลย” น้ำทิพย์ชี้หน้าสั่งศิรินแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างหัวเสีย

“เป็นไบโพล่าหรือไงเมื่อเช้ายังดีๆอยู่เลย” ศิรินก้มลงไปเก็บตุ๊กตาแล้วนำมาวางลงที่เตียงนอนก่อนจะเดินตามน้ำทิพย์ไป

 

 

 

“ไหนล่ะจะให้ช่วยอะไร” ศิรินทำเสียงห้วนใส่

“ส่งค้อนให้หน่อย”

“อ่ะ”

“บอกว่าค้อนไง” น้ำทิพย์ขมวดคิ้วใส่เมื่อคนหน้าหมวยหยิบท่อนเหล็กที่ใช้ยึกเต็นท์มาให้เธอ “อย่าบอกนะแค่ค้อนก็ไม่รู้จัก เห้อ ไปนั่งเฉยๆเลยไปเดี๋ยวทำเอง”

“ได้ไงล่ะพี่เกดบอกให้ช่วยกันทำ” ศิรินแย้ง

“ช่วยหรือเป็นภาระ”

“บี” ศิรินทำเสียงเข้ม ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะชอบกระแนะกระแหนแซะอยู่นั่น

“จับไว้” น้ำทิพย์ส่งเชือกให้ศิรินก่อนจะหยิบค้อนตอกบางอย่างที่ทำเป็นตัวยึดลงบนดินแล้วรับเชือกจากมือศิรินมาผูกไว้

 

เวลาผ่านไปราวๆสามสิบนาทีน้ำทิพย์กับศิรินก็ช่วยกันกางเต็นท์จนสำเร็จได้

“เสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำกันเดี๋ยวจะมืดซะก่อนจะมองไม่เห็นทาง” น้ำทิพย์เอ่ยชวนน้ำเสียงนิ่งๆ

“เดี๋ยวก่อน...อาบน้ำกัน?”

“ก็สลับกันอาบเหมือนทุกครั้งไงคิดอะไร?”

“เปล่าๆ” ศิรินปฏิเสธหน้าแดงๆแล้วรีบเดินนำไปยังห้องเพื่ออาบน้ำ

 

หลังจากที่ทั้งคู่สลับผลัดเปลี่ยนกันอาบน้ำจนเสร็จน้ำทิพย์ก็เดินมานอนที่เต็นท์ก่อนส่วนศิรินที่มัวโอ้เอ้แต่งตัวช้าก็เดินตามหลังจากน้ำทิพย์มาถึงได้ประมาณสามสิบนาที

 

“โอ๊ยเจ็บๆ” ศิรินร้องขึ้นเมื่อเธอเหมือนเดินไปสะดุดอะไรบางอย่าง “ใครเอาอะไรมาขวางทางวะ” เธอสบถอย่างหัวเสียแล้วก้มลงไปดึงวัตถุบางอย่างที่เธอรู้สึกเหมือนเคยเห็นที่ไหนเมื่อไม่นานออกอย่างไวแล้วโยนทิ้งกันไปคนละทิศละทาง

 

“เห้ย!ๆ ” น้ำทิพย์ร้องขึ้นเมื่ออยู่เต็นท์ที่เธอกำลังนอนอยู่ล้มพับลงเธอจึงรีบออกมาก่อนที่จะโดนทับตาย

 

“ทำอะไรคริส!” น้ำทิพย์มองตัวการที่ทำให้เต็นท์พัง

“อ้าวยังไม่นอนอีกหรอ เห้ย!แล้วทำไมเต็นท์เราไปอยู่ในสภาพแบบนั้น!!” ศิรินทำสีหน้าตกใจ

“ยังจะมาถามอีกบีต้องถามคริสมากกว่าว่ามาพังเต็นท์ทำไม”

“คริสเปล่า” ศิรินรีบปฏิเสธ

“เปล่าหรอ ยังถือคามืออยู่ยังจะบอกว่าเปล่าอีก” น้ำทิพย์เดินไปหยิบตัวยึดเต็นท์มาจากมือศิรินแล้วชูขึ้น

“คะ...คริสไม่รู้นี่คริสนึกว่าเห็นมันขวางทางอยู่เลยจะเอาออก” ศิรินทำเสียงอ่อยสำนึกผิด

“คริสไม่รู้หรอ?” น้ำทิพย์ทวนคำพูดของศิรินอีกครั้ง “จะไม่รู้ได้ไงก็ช่วยกันทำเมื่อตอนเย็นอยู่ ตั้งใจจะกวนประสาทบีหรอหรือจะเอาคืนที่บีโยนไอ้ตัวปัญญาอ่อนนั่นทิ้ง”

“ไม่ใช่คริสไม่ได้ต้องการจะกวนประสาทหรือเอาคืนอะไรทั้งนั้น แต่พูดขึ้นมาก็ดีเหมือนกันจะได้เคลียร์กันให้รู้เรื่องไปเลย บีน่ะเป็นอะไรโยนตุ๊กตาคริสทิ้งทำไมโมโหอะไรคริสโกรธอะไรไม่พอใจอะไรพูดมา”

“บีไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น”

“ก็ที่บีกำลังทำอยู่นี่แหละเรียกว่าเป็น คริสเริ่มจะตามอารมณ์บีไม่ถูกแล้วนะเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายเป็นไบโพล่าหรอ”

“คริส!

“ว่าไง!!

“บีจะเป็นไบโพล่าก็เพราะคริสนั่นแหละ ใช่บีโมโห บีโกรธ บีไม่พอใจที่คริสเป็นแบบนี้!!” น้ำทิพย์เริ่มพูดเสียงดังขึ้นไปตามอารมณ์ที่ประทุออกมา

“แบบนี้แล้วมันแบบไหน” ศิรินตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้

“ก็แบบที่เป็นอยู่นี่ไง เอาตรงๆเลยนะคริสเรามารายการนี้เพื่อเล่นเกมไม่ได้เล่นขายขนมที่บ้านบีอยากให้คริสตั้งใจแล้วก็จริงจังกับมันมากกว่านี้หน่อย ดูบีสิบีพยายามทำภารกิจแทบตายแต่สุดท้ายคริสก็ทำมันพังๆๆๆๆแล้วก็พังเรื่องเต็นท์นี่ก็เหมือนกัน” น้ำทิพย์ชี้ให้ศิรินดูผลงานเธอที่พึ่งทำพังไปหมาดๆ

“นี่บีกำลังจะบอกว่าคริสเป็นตัวถ่วงของบีหรอ”

“บีก็ไม่ได้อยากจะพูดแบบนั้นนะแต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ”

“คริสเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรอ คริสทำให้ทุกอย่างมันพังแบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอบีจะชนะเกมที่เราตกลงกันไว้ตั้งแต่ก่อนมาถ่ายรายการ!

“ยัยโง่ คิดอะไรโง่ๆอีกแล้ว” น้ำทิพย์ส่ายหน้าเบาๆแล้วยิ้มเยาะ ส่วนศิรินก็ได้แต่ยืนทำหน้านิ่งๆบงบอกอารมณ์ไม่ถูกว่ากำลังโกรธหรือเสียใจ

“ที่บีสร้างเกมบ้าๆนี่ขึ้นมาคิดว่าบีทำไปเพราะอยากจะเอาชนะจริงๆหรอจะบอกอะไรให้นะที่บีทำไปทั้งหมดก็เพราะบีอยากเห็นสปิริทของคริสบีอยากเห็นคริสก้าวกระโดดไปมากกว่าคนอื่นๆ บีคิดว่าถ้าสร้างเกมนี้ขึ้นมาอย่างน้อยคริสก็มีใจสู้อยากจะเอาชนะบีแล้วก็ตั้งใจทำภารกิจให้ผ่าน”

“อย่ามาทำเป็นพูดเหมือนทำเพื่อคริสไปหน่อยเลย ที่จริงแล้วบีก็ทำเพื่อจะได้ชนะเกมของรายการไม่ใช่หรอ”

“นี่คริสเห็นบีเป็นคนแบบนั้นหรอ”
“ใช่”

สิ้นเสียงคำของศิรินทั้งสองก็ยืนมองหน้ากันอยู่พักใหญ่ก่อนจะมีใครบางคนพูดขึ้นต่อ

“พูดเหมือนไม่เคยรู้จักกันเลยะเนาะ”

“ถ้าเป็นบีคนที่คริสเคยรู้จักคริสคงเชื่อว่าบีทำทุกอย่างเพื่อคริส”

“แล้วเป็นบีคนนี้มันเป็นยังไงมันถึงทำให้คริสไม่เชื่อในสิ่งที่บีทำ”

“ปากร้าย ใจก็ร้าย ถ้าเป็นเมื่อก่อนบีคงไม่มายืนด่าคริสปาวๆๆอย่างนี้ ถ้าเป็นบีคนเดิมบีคงพร้อมจะให้อภัยแล้วก็ให้คริสแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด  บางทีคริสก็อยากได้บีคนเดิมกลับมานะ”

น้ำเสียงแข็งกร้าวของทั้งคู่ปรับอ่อนลงจากเมื่อครู่เหมือนกับพายุลูกใหญ่ที่ซัดกระหน่ำกำลังจะสงบลง

“บีคนนั้นมันตายไปแล้วล่ะ มันตายไปตั้งแต่ถูกผู้หญิงใจร้ายคนนึงทิ้งให้ทนอยู่กับความสงสัย ความเจ็บปวด ความรู้สึกผิดที่ไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไร” คำพูดของน้ำทิพย์ให้เหมือนมีอะไรมาสะกิดใจศิริน ใช่ ผู้หญิงคนนั้นคือศิรินเอง เธอเป็นคนที่ทิ้งเพื่อนสาวของตัวเองให้อยู่คนเดียวแล้วหนีกลับมาไทยโดยไม่บอกกล่าวใครแม้แต่มาช่าพี่สาวของเธอหรือเพื่อนสนิทแค่ในสถานะยกเว้นความรู้สึกอย่างน้ำทิพย์ที่ทั้งเธอเองและน้ำทิพย์เองก็ยังไม่แน่ใจหรืออาจจะไม่รู้เลยว่าในตอนนั้นความรู้สึกของตัวเองคืออะไร


“ขอโทษนะ”

“ขอโทษ? บีรอมาเจ็ดปีบีไม่ได้ต้องการคำขอโทษแต่บีต้องการเหตุผลว่าทำไมคริสถึงหนีบีกลับมาไทยคริสโกรธอะไรบีหรือเพราะเรื่องคืนนั้น”

“ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง”

“แล้วมันอะไรล่ะ”

“ไม่รู้”

“คริสไม่รู้แล้วใครจะรู้”

“คริสไม่แน่ใจว่ามันใช่เหตุผลนี้หรือเปล่า คริสสับสนไปหมดแล้ว ขอเวลาคริสอีกหน่อยนะได้ไหมแล้วเมื่อไหร่ที่คริสพร้อมคริสจะตอบทุกอย่างที่บีสงสัย”

“อีกเจ็ดปีหรอ หรือสิบปี ยี่สิบปี บอกมาสิบีจะได้เตรียมใจรอถูก”

“ไม่รู้” ศิรินทำเสียงอ่อยแล้วก้มหน้าลง ใจเธอตอนนี้ไม่ใช่ไม่อยากตอบเธออยากตอบใจแทบขาดแต่ติดตรงที่เธอไม่รู้ ไม่แน่ใจ และสับสนจริงๆ

“นั่นก็ไม่รู้นี่ก็ไม่รู้เห้ออ” น้ำทิพย์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “วันนี้พอแค่นี้แหละบีเหนื่อยแล้วอยากพัก พร้อมเมื่อไหร่ก็บอกมาละกันบีจะพยายามไม่คาดคั้นมาก” น้ำทิพย์พูดจบก็เดินไปหยิบเสื่อที่ใช้ลองเต็นท์ออกมาแล้วปูลงบนพื้นแล้วล้มตัวลงนอน “สงสัยคืนนี้คงต้องนอนดูดาวแล้วละสิ” น้ำทิพย์พูดพึมพำกับตัวเอง

 

“เดี๋ยวบีจะหนีมานอนง่ายๆแบบนี้ได้ไงยังเคลียร์ไม่จบเลย”

“อะไรอีกเล่า” น้ำทิพย์พูดทั้งที่ตาทั้งสองข้างยังคงปิดอยู่

“เรื่องอื่นๆที่บีโกรธคริสคริสพอเข้าใจแต่เรื่องที่บีโยนตุ๊กตาสติชของคริสทิ้งอันนี้คริสไม่เข้าใจ”

หมั่นไส้ จบนะนอนได้แล้ว” น้ำทิพย์ว่าก่อนจะพลิกตัวไปอีกข้างนึง

 

 

 

 

อีกฝั่งหนึ่งในเวลาเดียวกัน

“คืนนั้นคืนไหนวะ” เจนี่ถามเพื่อนสาวของตัวเองที่มาแอบซุ่มดูอยู่ห่างๆพร้อมกับเฌอมาลย์รฐา

“จะไปรู้พวกนั้นมั้ยละขนาดตัวมันยังไม่รู้อะไรเลย” วุ้นเส้นตอบ

“หรือว่าสองคนนั้นจะจุดจุดจุดกันแล้ว” รฐาแสดงความเห็น

Stop หยุดความคิดอกุศลก่อน” เฌอมาลย์ตอบและพูดต่อ “แล้วสรุปสองคนนั้นทะเลาะอะไรกันมีใครรู้มั้ย” เฌอมาลย์หันไปถามคนที่ซุ่มดูอยู่ด้วยกันก่อนที่ทุกคนจะส่ายหน้าเป็นการตอบกลับ เมื่อไม่มีใครรู้เรื่องและไม่มีอะไรที่จะให้สืบ (เผือก)  ต่อทุกคนก็สลายตัวกันเข้านอนไปตามระเบียบเพื่อวันพรุ่งนี้จะได้รีบตื่นแต่เช้าเพื่อมาดูอะไรสนุกๆที่เฌอมาลย์เตรียมไว้ให้น้ำทิพย์กับศิริน





   ไรท์กลับมาต่อให้แล้วน้าแล้วก็จะหายไปอีก ฮ่าๆ หายไปแป๊ปเดียวเองแค่อาทิตย์กว่าๆรึเปล่าไม่ได้นับ ฮ่าๆ
หวังว่าพี่คริสคงดีใจสำหรับของขวัญที่เพื่อนๆอุตส่าห์รวมเงินกันซื้อให้
ส่วนพี่บีพี่แกก็คงหมั่นไส้ว่าที่ภรรยาในอนาคตตัวเองที่ไปยิ้มดี๊ด๊าให้กับคนอื่น(จริงๆก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลเพราะคนนั้นก็คือแฟนของพี่่คริสแต่เดี๋ยวก็คงเป็นแค่อดีตแฟน รึเปล่านะ? รอลุ้นเอา ฮ่าๆ)
พี่พลอยน่ะหรอมีแผนชั่วอะไรอีกก็ไม่รู้ ไปติดตามกันตอนต่อไป........
ตอนที่แล้วเป็นของมะปรางกับติช่าเนาะ ฮ่าๆ  เห็นเรียกร้องจะเอาคู่บีคริสกันใจเย็นน้าทุกคนไรท์อยากเคลียร์คู่นั้นให้จบหลังจากนี้จะได้โฟกัสแต่บีคริส

ส่วน NC จะมีมั้ย ? นั่นดิจะมีดีมั้ย มาโหวตกัน!

เม้น 1 มี 
เม้น 2 ไม่มี
(เล่นไรเนี้ยอิไรท์)

Bye love รีดทุกคนจากไรท์CQ  จุ๊บๆ

 //ของคุณทุกเม้นทุกกำลังใจะนะคะไรท์แอบซุ่มอ่านอยู่ห่างๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

346 ความคิดเห็น

  1. #116 MooKky\'s Organo (@theoneface) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 16:22
    กด 1 รัวๆค่ะ รอดูแผนพี่พลอยนะคะ
    #116
    0
  2. #113 Paloiix (@24947) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 23:50
    มาต่อเร็วๆนะไรท์
    #113
    0
  3. #112 clubbc (@clubbc) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 23:16
    เลือก 1 ค่ะ //ไรท์มาต่อๆ
    #112
    0
  4. #111 cploynat5656 (@cploynat5656) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 21:41
    ไรท์มาต่อได้ล้าวววววว #ทีมพลอยและเพื่อนๆ 555
    #111
    0
  5. #110 Kaiwan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 12:41
    1ค่ะ มาต่อด้วยนะไรท์
    #110
    0
  6. #109 0803069175 (@0803069175) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 04:20
    เริ่มหงุดหงิดพี่คริสละนะะะะะ
    #109
    0
  7. #108 apinya12346789 (@apinya12346789) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 19:37
    ขอ1ค่ะ สาบบาปๆ55555
    #108
    1
    • #108-1 ซีคิว (@Candy-Q) (จากตอนที่ 14)
      15 มิถุนายน 2560 / 20:08
      เราจะร่วมบาปไปด้วยกันค่ะ อิอิ 555
      #108-1
  8. #107 namwhan_ka (@sweettyploy) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 00:49
    1 จัดมาค่ะ
    #107
    0
  9. #106 Summer24 (@Summer24) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 22:40
    1 รีบๆมาต่อนะไรท์รออยู่ๆ
    #106
    0
  10. #105 Davilaacaca (@Davilaacaca) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 21:53
    กด 1 แล้วให้เขาคืนดีกัน นี่อยากรู้มากว่าเกิดไรขึ้น ทีมบีและเพื่อนๆ
    #105
    0
  11. #104 Malumpang (@Malumpang) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 21:51
    อยากรู้ความลับจนอยากย้ายไปอยู่ทีมพี่พลอย กด1 แรงๆ ค่ะ 5555
    #104
    0
  12. #103 Pream_fata (@Pream_fata) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 21:40
    ชอบเพื่อนๆเค้าอะ
    #103
    0
  13. #102 Mayyblack (@Mayyblack) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 18:33
    กด 1 อย่างไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ
    #102
    0
  14. #101 Andina (@andinal) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 17:01
    เลือก 1 ค่ะ 555+ อยากรู้เหตุผลของพี่คริสมากเลยว่าทำไมถึงทิ้งพี่บีไป TT
    #101
    0
  15. #99 Thitinun Kuntamada (@thitinun101) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 14:30
    รอ.nc อิอิ
    #99
    0
  16. #98 RainRc (@RainRc) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 13:04
    จะบอกว่าฟิคเรื่องนี้โคตรฮาเลยอะ555 ไรท์คิดได้ไงเนี่ยยยย เป็นกำลังใจให้น้า สู้ๆ รอตอนต่อไป ???????????? รอ NC บีคริส ฮิๆๆ555
    #98
    0