. Dream On #Johnjae

ตอนที่ 4 : christmas on the shore

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    28 มี.ค. 63

.

3

 

 

แจฮยอนไม่รู้หรอกว่าเวทมนตร์มีจริงไหม..

ต้องพิเศษหรือแปลกขนาดไหนถึงจะจัดอยู่ในหมวดนั้นได้, แจฮยอนไม่นั่งคิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังมาก่อน เขาเพิ่งนึกออกเมื่อไม่นานมานี้เอง ว่าสิ่งที่จะเรียกได้ว่าเป็นเวทมนตร์คงเป็นสถานที่อย่างดรีมเวิลด์

 

ดรีมเวิลด์อาจจะไม่นับว่าเป็นสถานที่ด้วยซ้ำ มันไม่ได้ตั้งตระหง่านให้ใคร ๆ เห็นตรงหน้า ไม่ใช่ว่าใครอยากเข้าก็แค่เสียเงินเข้าไป ชื่ออาจจะเหมือนสวนสนุก แต่ดรีมเวิลด์สำหรับแจฮยอนเป็นมากกว่านั้น

เด็กหนุ่มคิดว่าความโชคร้ายที่สูญเสียการได้ยินไป หากเอามาหักลบกับเรื่องที่เขามี ‘สถานที่’ เป็นของตัวเอง ก็นับว่าไม่ได้ขาดทุนเท่าไรนัก

 

 

แจฮยอนทิ้งตัวนั่งที่เดิม ฮัมเพลงไปเรื่อย ๆ อย่างอารมณ์ดี เขาเพิ่งรู้ว่านาฬิกามีฟังก์ชั่นหลายอย่างหลังจากลองอ่านคู่มือที่ติดตั้งมากับระบบ มีอวตารให้เลือกเปลี่ยนได้หลายแบบ แต่จำเป็นจะต้องมี Dream Coins หากอยากซื้ออวตารรุ่น Limited Edition

เขาเบ้ปากหลังจากไล่ดูชุดอวตารไปได้แค่สามนาที.. ไม่คิดว่าอวตารรุ่นลิมิเต็ทพวกนั้นจะเก่ากว่าที่คิด ทุกอย่างเรียกได้ว่าตกรุ่นไปหมดแล้วในยุคนี้ อวตารอย่างโตโตโร่หรือมูมิน..แจฮยอนขอบาย นั่นมันตัวการ์ตูนยุคที่คุณย่ายังเป็นสาวชัด ๆ

 

ขณะที่กำลังไล่อ่านรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับดรีมเวิลด์ เด็กหนุ่มก็ได้ยินเสียงถอนหายใจดังขึ้นเฮือกใหญ่ เขาเงยหน้ามองไปข้างตัว เห็นว่าจอห์นนี่กำลังยืนกอดอกมองเขาอยู่ด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

 

“เมื่อไรจะเลิกเข้ามาวุ่นวายในที่ของฉันซะที” อีกฝ่ายบ่น ทิ้งตัวลงนั่งข้าง ๆ แจฮยอนก่อนจะถอนหายใจปิดท้ายประโยคอีกรอบ

 

“คุณห้ามผมไม่ได้หรอก..”

จอห์นนี่หันมามองเขา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเหมือนกำลังเริ่มหงุดหงิด “..แน่สิ” ชายหนุ่มว่าแบบนั้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

“ก็นายเป็นคนที่มีรหัสนี่นะ อยากเข้าออกตอนไหนหรือไปที่ไหนก็ได้”

 

พูดถึงเรื่องนั้น แจฮยอนละสายตาจากชุดโฮโลอวตารทั้งหมดก่อนจะหันไปสำรวจคนข้าง ๆ อีกครั้ง

..จอห์นนี่ไม่มีนาฬิกาจริง ๆ

 

“แล้วคุณเข้ามาที่นี่ด้วยวิธีไหน? ผมมีรหัส ..คุณล่ะ?”

แปลก.. พอถามถึงเรื่องนี้ จู่ ๆ จอห์นนี่ก็แสร้งยิ้มออกมา

 

“ให้ทาย” เขาว่า เอนตัวพลางเท้าแขนไปข้างหลัง

“ครั้งที่แล้วคุณทำให้พวกเราจมน้ำ..” แจฮยอนทบทวน เขาคิดว่าจะไม่รอดด้วยซ้ำ แต่ก็ได้พัมกิ้นส์ช่วยชีวิตไว้ด้วยความบังเอิญ

“นายออกไปก่อนที่จะได้เจออะไรสนุก ๆ”

แจฮยอนรู้สึกประหลาดใจ เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินความเสียดายดังปนอยู่ในประโยคที่อีกฝ่ายพูด

“ทำไมแน่ใจนักว่าพวกเราจะไม่เป็นอะไร มันน้ำทะเลเลยนะคุณ” คลื่นสูงตั้งขนาดนั้น เขาไม่ใช่ปลาถึงที่จะเอาตัวรอดเก่งในน้ำ

 

“ไม่เป็นไรหรอก.. แต่พูดไปนายก็ไม่เชื่อฉัน จริงไหมล่ะ?” คราวนี้จอห์นนี่หันมายิ้มร้ายกาจ ดู ๆ ไปเหมือนกำลังตั้งใจท้าทายแจฮยอนอย่างไรอย่างนั้น

“ถ้าผมเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ คุณรับผิดชอบไหวไหมล่ะครับ?”

เสียงหัวเราะทุ้ม ๆ ดังมาจากจอห์นนี่ทันทีที่เด็กหนุ่มพูดจบ

“ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบด้วยซ้ำ เพราะนายจะไม่เป็นไร..จริง ๆ นะ” ชายหนุ่มพูด สบตากับเขาอย่างแน่วแน่เมื่อพูดถึงคำพูดในท้ายประโยค

แจฮยอนเผลอหลบสายตาไปโดยสัญชาตญาณ เขารู้แค่ตัวเองไม่สามารถสู้กับประกายตาเจิดจ้าแบบนั้นของจอห์นนี่ได้

 

“งั้นก็พิสูจน์”

“ไม่ต้องพูดก็จะทำอยู่แล้วล่ะ”

 

จอห์นนี่ยื่นมือมาตรงหน้าเขาพร้อมรอยยิ้มที่แตกต่างจากทุกครั้ง ไม่ใช่รอยยิ้มที่ดูร้ายกาจ ไม่ใช่รอยยิ้มเสแสร้ง แต่เป็นการกดยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก มองแล้วทำให้เกิดความรู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

“..ยองโฮ”

“?” แจฮยอนทำหน้าไม่เข้าใจ นั่นเหมือนชื่อของใครสักคน..

“ชื่อจริงของฉันน่ะ เรียกฉันว่ายองโฮ”

 

ชื่อจริง.. ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่เป็นการสร้างพื้นฐานความเชื่อใจที่ดีทีเดียว

“ยองโฮ..” แจฮยอนทวนซ้ำ ก่อนจะวางมือลงบนฝ่ามือของอีกฝ่าย

 

 

เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนตามจอห์นนี่ พวกเขากำลังยืนหันหน้าเข้าหาทะเล แต่รอบนี้ไม่เหมือนครั้งที่แล้วตรงที่ไม่มีคลื่นยักษ์ปรากฏขึ้นมาอีก

ลมทะเลพัดเข้าฝั่งปะทะใบหน้าทั้งคู่ จู่ ๆ จอห์นนี่ก็จับมือเขาแน่นขึ้น

“เอาล่ะ ตอนนี้ให้นายคิดว่าอยากให้ที่นี่มีอะไร”

“หมายถึงให้ผมบอกคุณเหรอครับ?”

จอห์นนี่ส่ายหน้า “แค่คิดก็พอ..”

 

แจฮยอนยืนนิ่งอยู่นาน เขาลองนึกเล่น ๆ ว่าถ้าที่ชายหาดนี่มีม้าหมุนขึ้นมาจะเป็นยังไง เขาคิดอยากลองนั่งม้าหมุนพร้อมกับชมพระอาทิตย์ตกดินที่ทะเลดูสักครั้ง

จอห์นนี่ยกยิ้ม จากนั้นก็พูดออกมาคำหนึ่ง 

“..นายนี่มันเด็กจริง ๆ”

แจฮยอนไม่เข้าใจสิ่งที่จอห์นนี่พูดในทีแรก จนกระทั่งเสียงดีดนิ้วดังขึ้นและปรากฎม้าหมุนขนาดใหญ่ที่ริมหาด ซึ่งตั้งห่างจากจุดที่พวกเขายืนไปไม่ถึงร้อยเมตร

 

เด็กหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“ยังไม่จบ..” อีกฝ่ายว่า ดีดนิ้วอีกรอบหนึ่ง ท้องฟ้าสีฟ้าของหน้าร้อนเปลี่ยนเป็นท้องฟ้าสีชมพูที่พระอาทิตย์กำลังจะตกทันที

 

 

แจฮยอนยังช็อคไม่หยุด สติของเด็กหนุ่มหลุดไปไกลถึงขั้นที่ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าโดนจอห์นนี่ลากไปขึ้นม้าหมุนตั้งแต่เมื่อไร

รู้ตัวอีกทีเสียงหัวเราะของฝ่ายนั้นก็ดังก้องเข้ามาในหัวไม่หยุด เครื่องเล่นนั่นทำงานอัตโนมัติไปเรื่อย ๆ โดยมีเพลง Jingle bells ถูกใช้ประกอบ

“This is Christmas on the shore!”

จอห์นนี่พูดและดีดนิ้วอีกหลายครั้งติด ต้นคริสมาสต์ตกแต่งครบเครื่องปรากฏขึ้นมาเต็มชายหาดไปหมด จากนั้นชายหนุ่มก็หัวเราะเหมือนคนเสียสติ

 

ทว่าคนที่เสียสติไปแล้วจริง ๆ ในตอนนี้คือแจฮยอนต่างหาก

ให้ตายเหอะ!

เด็กหนุ่มอุทานประโยคนี้ในใจเป็นสิบครั้ง ไม่อยากเชื่อว่าทุกอย่างนี่เกิดขึ้นจริง ๆ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #6 lina2123 (@lina2123) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 01:28
    ดีมากเลยค่ะ คุณไรท์แต่งออกมาได้ดีมากๆ อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นในใจแต่มันก็แอบรู้สึกถึงความเศร้านิดๆ
    #6
    0
  2. #5 Péripatéticien (@_cpht_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 12:53
    อ่านไปยิ้มไปเลยค่ะ อบอุ่นหัวใจมากๆ //แต่ก็มีมู้ดเศร้าๆอยู่ดี คุณไรท์แต่งดีมากๆ กลิ่นอายความรู้สึกมันออกมาหมดเลยอะ นี่แอบคิดว่าจอนเป็นคนที่ติดอยู่ในดรีมเวิร์ลรึเปล่า เค้าออกไม่ได้ก็เลยได้รับสิทธิ์ให้ควบคุมทุกอย่าง แง หรือเรามโนไปเอง
    #5
    0
  3. #4 Farenn (@Farenn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 02:19
    โอ่ย น่ารักมาก!!
    พี่บอกน้องเด็กแต่พี่ก็ทำให้ เอ็นดูTT
    #4
    0