. Dream On #Johnjae

ตอนที่ 3 : คลื่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    23 มี.ค. 63

.

2

 

 

รอยยิ้มร้ายกาจ ทว่านัยย์ตากลับดูเศร้าพิกล

แจฮยอนไม่สามารถสลัดภาพดวงตาคู่นั้นไปได้ เด็กหนุ่มเผลอใช้เวลาในคลาสศิลปะทั้งคาบครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ของสาเหตุที่ทำให้ผู้ชายคนนั้นดูไม่มีความสุข

 

เสียคนรักไป? ไม่มีใครเหลืออยู่แล้ว? ตัวคนเดียว? ล้มละลาย?...

ยิ่งคิดยิ่งบ้าบอไปกันใหญ่

เด็กหนุ่มส่ายศีรษะไล่อารมณ์ฟุ้งซ่าน เขาเขียนคำว่าขอโทษที่ไม่ตั้งใจลงในกระดาษ จากนั้นจึงชูให้อาจารย์ประจำคลาสดู และอีกฝ่ายก็ยิ้มตอบกลับมาอย่างอ่อนใจ

 

แจฮยอนมองออกว่าอาจารย์คงจนหนทางถ้าหากเขาไม่ตั้งใจเรียน เรื่องที่ว่าจะบีบบังคับเขาให้พยายามมากกว่านี้ก็ลืมไปได้เลย ตอนนี้เขาไม่อยากเรียน ไม่ว่าจะวิชาอะไรก็ตาม ต่อให้อาจารย์ที่คุณย่าจ้างมาสอนเขาที่บ้านจะเก่งแค่ไหน แต่เขาไม่มีสมาธิ เด็กหนุ่มเป็นแบบนี้ตั้งแต่เริ่มเข้าไปในดรีมเวิลด์ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะอาการหนักขึ้นอีกหลังจากได้เจอจอห์นนี่..

เหตุผลหลัก ๆ คงเพราะอย่างแรก เขาไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงของตัวเองกับคนอื่นมานานมากแล้ว อย่างที่สองก็คือไม่มีเพื่อนที่โรงเรียนแวะมาเยี่ยมเขาอีกต่อไป แต่เด็กหนุ่มเข้าใจดีว่าทุกคนก็มีเรื่องของตัวเองที่ต้องจัดการทั้งนั้น สุดท้าย เรื่องที่ว่าทำไมผู้ชายคนนั้นต้องเศร้า

 

มนุษย์ทุกคนมีความเศร้า แต่ความเศร้าของแต่ละคนแตกต่างกัน

 

ก่อนหน้านี้แจฮยอนไม่เคยเข้าใจเวลาคนอื่นมองมาที่เขาด้วยความเห็นอกเห็นใจ แต่ตอนนี้เหมือนจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว ตัวเขาในตอนนั้นคงทำหน้าเศร้าอยู่แน่ ๆ

 

คลาสศิลปะจบลงโดยที่ไม่มีอะไรเข้าหัวเด็กหนุ่มสักอย่าง ทั้งภาพ ข้อความอธิบาย ตัวอักษรพวกนั้นละลายหายไปจากความจำของเขาจนหมดสิ้น เขารู้ว่าตัวเองกำลังทำตัวสิ้นเปลือง คุณย่าต้องไม่ประทับใจแน่ หากรู้ว่าแจฮยอนทำให้เงินค่าเล่าเรียนที่อีกฝ่ายอุตส่าห์ส่งเสียไม่มีค่า

 

เด็กหนุ่มถอนหายใจ เดินไปลูบหัวเจ้าพัมกิ้นส์ที่นอนอยู่บนเบาะของมันอย่างสบายใจเบา ๆ ครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของตัวเองบ้าง เขาหลับตาลงและกดปุ่มบนนาฬิกา..

 

 

 

แจฮยอนไม่เคยเข้าใจว่าทำไมต้องมาโผล่ที่เดิมทุกครั้งที่เข้ามาในดรีมเวิลด์

เขาได้ยินเสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งเป็นอย่างแรก จากนั้นก็รู้สึกถึงสัมผัสสาก ๆ ที่ฝ่าเท้า

 

เด็กหนุ่มลืมตา สูดรับอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด ริมฝีปากค่อย ๆ คลี่เป็นรอยยิ้ม เขารู้สึกสบายใจ.. อยู่ที่นี่ แจฮยอนได้ยินเสียงของทุกอย่าง

 

“บอกแล้วไงว่าให้ไปหาที่อื่น”

รวมถึงเสียงทุ้ม ๆ ของจอห์นนี่ด้วย

เขาหัวเราะเบา ๆ เมื่อได้ยินแบบนั้น นอกจากจะไม่โต้ตอบอะไร ยังเดินไปนั่งลงข้าง ๆ คนพูดอีกด้วย

 

แจฮยอนรู้สึกได้ว่าจอห์นนี่กำลังจ้องเขม็งมาที่เขา สายตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและโกรธเคืองที่เขาไม่ยอมทำตามที่อีกฝ่ายบอก

“ที่นี่ไม่ใช่ของผมก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ของคุณด้วยเหมือนกัน”

“อ้อเหรอ งั้นจะทำอะไรให้ดู..” จอห์นนี่ลุกขึ้นยืน จากนั้นจึงก้าวขาฉับ ๆ ออกไปยืนตรงคลื่นที่กำลังซัดเข้าฝั่ง

 

แปลก.. ลมพัดเข้าฝั่งทำให้ชายเสื้อของอีกฝ่ายสะบัด เส้นผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง และแสงอ่อน ๆ จากดวงอาทิตย์ที่สาดลงมาบนร่างของจอห์นนี่ทำให้แจฮยอนหยุดหายใจไปชั่วขณะ

ภาพนั้นดูมีพลังอย่างน่าประหลาด

 

จอห์นนี่ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง จากนั้นคลื่นที่กำลังซัดเข้าฝั่งก็ก่อตัวสูงขึ้น ใหญ่ขึ้น และกำลังจะสาดเข้าใส่พวกเขา

 

ให้ตายสิ! แจฮยอนลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว คลื่นขนาดนั้นพวกเขาไม่มีทางหนีพ้นแน่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลหรือทริคอะไรก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็อันตรายเกินกว่าที่เด็กหนุ่มจะคิดถึงความเป็นไปได้อื่นที่ทำให้เกิดคลื่นยักษ์นี่ เขารีบวื่งเข้าไปหาจอห์นนี่แล้วคว้าข้อมืออีกฝ่ายเอาไว้

 

“คุณจะยืนรอให้ตัวเองจมน้ำตรงนี้รึไง!”

จอห์นนี่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม นอกจากจะไม่ตอบอะไรแล้วยังหันมายิ้มให้เขาเหมือนกำลังสนุกอีกต่างหาก

“กำลังแสดงให้นายดูไง ว่าที่นี่อยู่ในความควบคุมของฉัน”

แจฮยอนขมวดคิ้ว..นี่มันบ้าไปกันใหญ่แล้ว เขาคิดพลางปล่อยมือจากผู้ชายอีกคนช้า ๆ

 

“หลังจากนี้แหละ คอยดูให้ดี” กลายเป็นว่าคราวนี้ข้อมือของแจฮยอนโดนล็อกเอาไว้แทน เด็กหนุ่มหนีไปไหนไม่ได้ ทั้งที่กลัวคลื่นยักษ์นั่นแทบตายแต่ก็ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือไม่ออก ในเมื่อที่นี่ไม่มีใครนอกจากพวกเขา ต่อให้ร้องไปคงไม่มีใครได้ยินอยู่ดี

ผู้ชายคนนี้บ้าเกินไปแล้ว สิ่งที่อีกฝ่ายกำลังทำจะทำให้พวกเขาตายอยู่ในดรีมเวิลด์ทั้งคู่..

คุณย่าเคยเล่าเรื่องการฆาตรกรรมในดรีมเวิลด์ให้เขาฟัง และเตือนให้เขาระวังตัวเอาไว้ แม้ว่าระบบนี้จะถูกปิดจนแทบไม่มีใครเข้ามาใช้แล้วก็ตาม

 

ความคิดของแจฮยอนหยุดชะงักลงกลางคันเมื่อน้ำทะเลเค็ม ๆ สาดเข้าใส่ทั้งร่าง รู้ตัวอีกทีเด็กหนุ่มก็กำลังจะจมน้ำเสียแล้ว

แจฮยอนพยายามตะเกียดตะกายหาออกซิเจนเพื่อหายใจ แต่ทำไม่สำเร็จเพราะแรงกระแทกของน้ำมากเกินไป และความดันในทะเลก็ทำให้เขาอึดอัดจนรู้สึกสิ้นหวัง.. ในสถานการณ์นี้เขาไม่รอดแน่ ๆ

เด็กหนุ่มพยายามมองหาตัวต้นเหตุอย่างสุดความสามารถ แต่ความเค็มของน้ำทำให้เขาแสบตาจนไม่สามารถฝืนลืมไว้ได้อีก..

 

สติของแจฮยอนเหมือนกำลังหลุดลอยออกไปแล้ว ทว่าในตอนนั้นเองที่มีสัมผัสนุ่มนิ่มประทับลงบนริมฝีปาก หลังจากนั้นก็มีเสียงทุ้ม ๆ ของจอห์นนี่ดังขึ้นใกล้ ๆ

 

“..นายไม่เป็นไรแล้ว” แรงบีบที่ข้อมือเคลื่อนมาอยู่ที่ฝ่ามือแทน จอห์นกำลังจับมือเขาไว้และบีบเบา ๆ เป็นการเรียกสติ

 

“ลืมตาสิ แจฮยอน..”

 

 

-

 

 

ยังไม่ทันได้รู้ว่าสิ่งที่จอห์นนี่กำลังจะแสดงให้ดูจริง ๆ คืออะไร แจฮยอนก็ออกจากระบบเสียก่อน สาเหตุมาจากการที่พัมกิ้นส์กัดนาฬิกาของเขาและเท้ามันไปโดนปุ่มบนหน้าปัดเข้า..

เด็กหนุ่มก็เลยออกมาดื้อ ๆ แบบนั้น

 

ใจหนึ่งก็โล่ง แต่อีกใจหนึ่งก็เสียดาย

เขาคิด หันมองเจ้าเหมียวด้วยสายตาคาดโทษ วันนี้คงต้องงดขนมแมวเพื่อเป็นการลงโทษที่มันเล่นไม่ดูเวล่ำเวลา พัมกิ้นส์ยกเท้าหน้าขึ้นมาเลีย ปรายตามองเขาหนึ่งครั้งจากนั้นก็สะบัดตูดเดินไปทางอื่น

ราวกับว่ารู้ความคิดของเด็กหนุ่ม ก็เลยชิงแสดงอาการงอนนำหน้าไปก่อน

 

แจฮยอนหัวเราะทันทีเมื่อเห็นภาพนั้น

แล้วเขาก็ชะงัก..

เพราะเผลอลืมไปว่าในความเป็นจริงเขาจะไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ไม่เว้นแม้กระทั่งเสียงของตัวเอง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น